อยากให้ช่วยอธิบายด้วยค่ะ อยากได้ข้อมูลค่ะ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย youishi, 18 พฤศจิกายน 2010.

  1. youishi

    youishi สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +2
    สวัสดีค่ะ ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ
    คือสงสัยว่าตัวเองมีพลังจิตเเบบ empathy
    จากที่ได้อ่านตามเว็บ เป็นความเข้าใจความปราถนาของผู้อื่นค่ะ
    อาการเป็นแบบ คือสงสัยว่าเป็นมานานเเล้วด้วย เเต่ตัวเองจะคิดว่าคิดไปเอง หรือหวาดระเเวงค่ะ พอเวลาเข้าใกล้คนบางคนเราจะไม่ชอบใจเลย คือเราไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรนะค่ะ แต่รุ้สึกไม่ดีอ่ะ กับบางคนก็มากๆชนิดไม่อยากเข้าใกล้เลย และเมื่อประมาณหนึ่งปีทีเเล้ว เออ ตอนนั่งเรียนอยุ่กับเพื่อน เพื่อนเคยบอกว่ารุ้สึกเจ็บหัวใจจนล้มลงเลยค่ะ เเล้วตอนนั้นคิดว่าเป็นช่วงก่อนที่เราจะโทรไปหาเค้าค่ะ เราก็รู้สึกเหมือนกัน เเต่เหมือนหัวใจมันบีบตัวค่ะ ไม่เจ็บขนาดล้มลงเเบบเพื่อน คิดว่ามันบังเอิญอ่ะค่ะ เเล้วพอผ่านไป เรานั่งเรียนอยู่ เราเจ็บหัวใจอีกเเล้ว พอดีเพื่อนคนนั้นนั่งอยู่ข้างๆ ก็เลยถามว่า เจ็บหัวใจรึเปล่า เพื่อนก้บอกใช่ค่ะ เเต่เราก็ไม่ได้บอกอะไรเพื่อน พอสักครู่เรารุ้สึกดีขึ้น ก็ถามเพื่อนอีก หายรึยังเค้าบอกว่าหายเเล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าแปลกมาก เเต่ที่เราเป็นมานานเเล้วจริงๆ จะเเบบว่า บางทีเราไปสัมผัสตุ๊กตาของเพื่อนเรารุ้สึถึงความมีชีวิตชีวาค่ะ อย่างตุ๊กตาตามที่งานวัด บางตัวเราก็ไม่รู้สึกอะไร บางตัวเราก็รู้สึกแปลก ๆ ป่นเศร้าอะค่ะ เเล้วบางทีเราเดินผ่านสถานที่บางที่เรารุ้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถุก หมายถึงร้านค้า บ้านเรือนที่เดินผ่านอ่ะค่ะ เเล้วอย่างที่เรารุ้สึกได้ชัดๆคือ เเค่เอาสัตว์เลี้ยงมาใกล้ๆเเละลูบหัวมัน เเต่ลองคิดว่าอยากตบมันเล่นๆอ่ะค่ะ มันหนีเราเลย เราไม่ทำตามที่คิดนะ ไม่แสดงออกด้วย เหมือนคิดลอยๆค่ะ เเล้วบางทีรุ้สึกอารมณ์ไม่ดี มองหมาหมาก็ตกใจค่ะ งงมากเลย ยังไม่ทันได้เข้าใกล้เลย :'( เเล้วตอนนี้เราว่าอาการหนักพอดู คือ เราอยู่กับเพื่อน เรารู้สึกเจ็บปวด ปวดทั้งตัว เเต่ทั้งที่เรานั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะ เเต่เพือนไปงานกิจกรมมาค่ะ เเล้วเรารุสึกเศร้าเจ็บปวดมากค่ะ ตอนก่อนหน้านี้ คิดว่ารับรู้ได้จากเพื่อนคนนั้นค่ะ เพราะรู้คราวๆว่าเค้าเสียใจอยู่เหมือนกันจากที่ได้ยิน แต่ไม่รู้ทำไม เราเสียใจด้วยเวลาเค้าอยุ่ใกล้เราค่ะ ทรมานมาก:'( ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้เดือดเนื้อรอนใจ
    เรานั้นบอกไม่ได้หรอกนะค่ะว่าใครคิดอะไร แต่เรารุ้สึกได้ค่ะ รุ้สึกถึงสิ่งไม่มีชีวิตด้วย เราว่าเราไม่ได้อุปทานนะ คือมันชัดเจนจากที่ร่างกายมันเจ็บป่วยตามค่ะ เเล้วถ้าเป็นจริงอย่างที่เราคิด เออเราต้องทำอย่างไร ส่วนตัวเราอยากควบคุมไม่ให้เจ็บปวดตามคนอื่น เเละเราอยากรับรุ้ความรุ้สึกของคนอื่นเเบบเเน่ชัดเลยค่ะ เเต่ความรุ้สึกพวกประเภทร้ายๆ เรารุ้สึกว่าเเค่คนอื่นคิดไม่ดีกับเราวูบเดียวเราก้รุ้สึกเเล้วอ่ะค่ะ เเต่ประเภทพวกสบายใจ ร่าเริง เราไม่คอยชัดเท่าไหร่ค่ะ เเละเราจะพัฒนามันอย่างไรค่ะพลังจิตเเบบนี่ บางทีเราพอได้รุ้สึกอะไรมากๆ เราเหมือนจะหลับทั้งยืนเลยค่ะ เป็นปัญหากับชีวิตประจำวันค่ะ
    เเละเมื่อถ้าเรามี จริงเราไม่อยากจะเสียมันไปอ่ะค่ะ เหมือนมันอยุ่กับเรามานานมากให้ขาดคงกระไรอยู่ ในบางทีเราก็ไม่รับรุ้อะไรเรื่องแบบนี้เหมือนกัน เเต่นานๆครั้ง

    ยังมีอีกหลายเรื่องเลยค่ะ แต่มันเยอะไป
    อยากได้คำคอบจากผุ้รุ้ไวๆค่ะ
    ขอบคุณค่ะ:boo:
     
  2. Kama-Manas

    Kama-Manas เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    5,351
    ค่าพลัง:
    +6,491
    "มองหมา หมาก็ตกใจ" ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน รอผู้รู้ชี้แนะนะคะ?
     
  3. Mr.Boy_jakkrit

    Mr.Boy_jakkrit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    2,063
    ค่าพลัง:
    +2,676
    ในจุดแข็งของเรา ก็ยังเป็นจุดอ่อน ต่อผู้อื่น..
    คือเมื่อเรามีพลังจิตแบบนั้น ก็ย่อมเป็นการรับรู้ตัวเราได้ง่ายของผู้อื่น
    ต่างกับการที่ผู้อื่นไม่รู้ในตัวเรา เพราะเนื่องจากเรานั้นมีจิตที่เลียบสงบ
    การกระเพื่อมของกระแสจิตนั้นมีน้อยกว่าปกติชน จะตรงกันข้ามกับการกระเพื่อมที่มีมาก

    ยิ่งอธิบายก็ยิ่งงงใช่ไหม ? (ฮา)
     
  4. แก้วทิพย์

    แก้วทิพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    450
    ค่าพลัง:
    +2,435
    ความคิดทุกอย่างมีพลัง เป็นพลังทีไม่สูญหายด้วย พลังนี้มีแรงดึงดูด คนคิดอย่างไรมักจะดึงสิ่งที่เหมือนกันหรือคล้ายกันเข้าหาตัว แม้กระทั่งความคิดที่เป็นความกลัวหรือความเกลียด ถ้าแรงพอ(เช่นสะสมความคิดอย่างเดียวกันบ่อยๆ) ก็จะดึงสิ่งที่เกลียดหรือกลัวเข้ามาหาชีวิตเรา
    คุณป้าอรสา โตษยานนท์ ท่านเคยเล่าในหนังสือที่ท่านเขียนเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ ท่านกำลังยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน มีวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซด์แบบเฮี้ยวๆพุ่งผ่านใกล้ๆตัวท่านแบบไม่เกรงใจ ท่านเล่าว่าเพียงแค่ท่านนึกฉุนๆว่า เดี๋ยวก็คว่ำหรอก เพียงแค่พริบตาเดียว ท่านก็เห็นมอเตอร์ไซด์คันนั้นล้มควำโครม ห่างจากที่ท่านยืนอยู่ไม่กี่สิบเมตร ทำให้ท่านนึกเสียใจกับความคิดนี้

    ทางแก้ ก็คือฝึกสติให้คิดบวก คิดแต่สิ่งที่ดี ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ฝึกแผ่เมตตาให้ชิน ทีนี้คุณหมากระดิกหางแน่ๆค่ะ
     
  5. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    เราเรียกว่า เป็นคนที่มีเซ้นสิทีฟสูง คือมีความรู้สึกที่ไว ละเอียด และลึก
    และจะเรียกว่าเป็นกรรมเก่าก็ได้ คือจิตของแต่ละคนมันหยาบและละเอียดต่างๆกันไป
    คนที่ไวกับความรู้สึกทุกประเภทที่มากระทบก็มี คนที่ความรู้สึกช้าไม่รับรู้สิ่งที่มากระทบก็มี
    ถ้าพูดเป็นวิทยาศาสตร์หน่อยก็คือไวต่อคลื่นต่างๆที่มากระทบรบกวนเรา
    คลื่นในอากาศรอบๆตัวเรามันมีหลายแบบ มีทั้งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นที่เราไม่รู้จัก
    และมีแรงต่างๆอีกมากมาย ความคิดและอารมณ์ของคนและสัตว์ ก็เป็นคลื่นชนิดหนึ่ง
    เวลามันเกิดกระเพื่อมมันจะเกิดคล้ายๆน้ำกระเพื่อม แต่เราอยู่บนบกมันเป็นอากาศ
    กระเพื่อม มันมาพร้อมแรงต่างๆ เรียกว่าคลื่นความคิดและคลื่นอารมณ์ก็แล้วกัน
    คนเรามีความคิดตลอดเวลา คิดดี คิดไม่ดี มีอารมณ์ต่างๆเกิดตลอดเวลา ทั้งสุข ทุกข์
    เฉยๆ กลัว อาฆาต พยาบาท โทสะ โมหะ โลภะ ความอยาก กิเลส ตัณหา ความรัก
    ความเกลียด สารพัดมันก็เป็นคลื่นกระเพื่อมออกจากจิตคนนั้น แพร่ไปในอากาศ
    คนที่เซ้นสิทีฟกับคลื่นแบบไหนก็จะรับคลื่นนั้นได้ รู้จักคลื่นแบบไหนก็รับคลื่นแบบนั้นได้
    ถ้าไม่รู้จัก หรือไม่เซ้นสิทีฟกับคลื่นแบบนั้นมันก็ไม่รับรู้คือมันแปลคลื่นไม่ออก มันก็ไม่
    เข้าใจ ก็ไม่รู้จัก ก็จะไม่มีผลอะไรกับเรา นอกจากความคิดแล้วร่างกายต่างๆ ลมหายใจ
    หัวใจที่บีบรัดล้วนสร้างคลื่นแผ่ออกจากจากตัวคนนั้น มีทั้งคลื่นแม่เหล็กและคลื่นเสียง
    และมีแรงเค้น แรงบีบรัด คนที่มีความรู้สึกไวมากๆ ก็จะได้ยินเสียง ได้รู้สึกถึงแรงบีบคั้นที่
    รุนแรง และยิ่งถ้าเป็นที่มีความสัมพันธ์ทางจิต อย่างคู่รัก พ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายาย ญาติ
    พี่น้อง ที่มีความรู้สึกผูกพันธ์กันมาก ก็มีเซ้นสิทีฟซึ่งกันและกันมาก ก็จะรู้ถึงความรู้สึก
    และคลื่นที่ละเอียด เสียงละเอียด แรงที่กระต่อกันแบบละเอียดได้มาก จะรู้สึกว่ามันรุนแรง
    มาก บางทีก็เป็นแบบ รักมาก เกลียดมาก โกรธมาก กลัวมาก หวั่นไหวมาก
    ควบคุมได้ยาก เพราะมันรู้สึกว่ารุนแรงมาก แต่ถ้าเป็นแรงน้อยๆมันก็ควบคุมได้ง่ายกว่า
    เวลาที่เรากระทบกับเรื่องพวกนี้ มันจะเกิดปฏิกิริยาที่ตัวเราด้วยยิ่งรู้สึกไวมาก ผลกระทบมัน
    ก็มาก ยิ่งกลัวมากมันก็ยิ่งแสดงอาการกลัวออกมามาก ถ้ากลัวน้อยมันก็แสดงอาการน้อย
    คนที่มีความรู้สึกไว หรือเซ้นสิทีฟมากๆ ต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่มากระทบ
    มากกว่าคนที่ความรู้สึกช้า เพราะมันเป็นทุกข์ รู้มาก รับรู้มากก็ทุกข์มาก จิตมันแสดงอาการ
    ทุกข์ออกมามาก เราก็ต้องทนต่ออาการทุกข์ของจิตนั้นให้มากตามไปด้วย เรียกว่ามีสติ
    ไปรู้เท่าทันอาการทุกข์ของจิต เพื่อเราจะได้ไม่บ้าไปกับจิต ไม่ไปหลงอาการของจิต
    ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ เวลาเกิดอะไรขึ้นไปรู้อะไรมามันก็หลงไปกับสิ่งที่จิตไปรู้ เช่น ไปรู้
    ความคลื่นความคิดที่ไม่ดีแบบบรรยากาศมาคุ ก็เป็นทุกข์เพราะมันรู้สึกไม่ดี จิตมันก็แสดง
    อาการไม่ค่อยดีออกมา ทำให้เรารู้สึกไม่ดี หวั่นไหว ไม่รู้ แปลกๆ ไม่สงบ เพราะ
    จิตกระเพื่อมตามคลื่นภายนอก รับรู้ความรู้สึกตามบรรยาการศมาคุที่ภายนอกมันเหนี่ยวนำ
    ให้จิตเราหวั่นไหวตามถ้าเรารู้ไม่ทันอาการจิตตรงนี้ เราจะงง จะทำอะไรไม่ถูก รู้แต่ว่า
    มันรู้สึกไม่ดี ไม่สบายใจ มันเป้นอาการทุกข์อย่างหนึ่ง เรียกว่า ทุกข์เพราะไม่รู้ว่าจิตมัน
    แสดงอาการทุกข์ แล้สเราก็หลงไปกับอาการของจิตเป็นทุกข์ไปตามจิต อยู่ในอ่างน้ำวน
    ของจิต ไม่ว่าจิตจะรับรู้ทุกข์หรือสุขมันก็จะแสดงอาการออกมาตามสิ่งที่กระทบ ถ้าเราไม่รู้
    จักจิตที่มันแสดงออกมาเราก็จะหลงไปกับจิต ไม่รู้อะไรเลย มีแต่เป็นทุกข์บ้างเป็นสุขบ้าง
    ไปกับอาการจิตเหล่านั้น เช่นจิตโกรธแล้วไม่เราไม่รู้ เราก็โกรธไปด้วยแสดงอาการโกรธ
    ไม่รู้ตัวว่าโกรธ จิตกลัวแล้วไม่รู้ว่ากลัว เราก็เกิดเป็นกลัวไปด้วย ทำเรื่องกระทำอาการต่างๆ
    ไปตามจิตที่เกิดโกรธกลัวโลภหลงแล้วครอบงำเราเกิดเป็นหน้ามืดทำเรื่องต่างๆไปตามนั้น
    ทำไปเพราะโกรธกลัวโลภหลงมันชักจูงแล้วเราไม่รู้เราก็แล่นออกไปตามนั้นเพราะเราไม่รู้
    เราก็เหมือนคนเป็นบ้าทำตามที่จิตมันเกิด ถ้าเรารู้ทันอาการของจิต เราแยกออกมารับรู้ที่จิต
    ของตัวเอง เราจะมีสติรู้เงื่อนงำอาการจิต และเลือกได้ว่าเราจะทำตามจิตที่เกิด หรืองดเว้น
    การกระทำตามที่จิตเกิด เหมือนเราดูหนังที่จิตมันเล่น จิตมันแสดงอาการ เป็นนู่นเป็นนี่ไป
    ถ้าเราอินในบทที่จิตมันแล่นอยู่ เราก็จะรู้สึกเหมือนเราดูหนังแล้วอิน หัวเราะจริง ร้องไห้จริง
    เจ็บปวดจริง อารมณ์เสมือนจริง แต่เพราะเรารู้ว่าเราดูหนังอยู่ เราเลือกที่จะดูเฉยๆ ไป
    เราก็ไม่โดนหนังมันครอบงำ เหมือนเราไม่โดนจิตที่แล่นอยู่มันครอบงำเรา ทำตรงนี้ได้
    เราจะก็จะอยู่เหนือการครอบงำของจิตได้ ก็คือเรามีสติสัมปชัญญะ เห็นจิตเกิด
    เห็นจิตแล่น ตามความเป็นจริง ต่อไป ก็เหลือแต่เราจะรู้ดีรู้ชั่วพอจะที่จะตัดสินใจจะทำ
    เรื่องต่างๆได้ถูกต้องตรงทางหรือเปล่า ถ้าเรารู้ดีว่าทำดีคิดดีจะเป็นผลดี ก็เราก็เลือกแต่ทำ
    ในสิ่งที่ถูกเป็นสัมมาทิฏฐิ ขึ้นสู่ที่สูง ขัดเกลาจิตใจฝึกอบรมจิตให้มันมีศีลได้ตามเรา
    แต่ถ้าเรายังเป็นมิจฉาทิฏฐิซะเองชอบเรื่องตามใจตัวเองชอบทำเรื่องสนุกถูกใจตัวเอง
    ไม่สนใจเรื่องผิด ไม่สนใจรักษาศีล ชอบความรุนแรง ชอบสนองกิเลสของตัวเราเอง
    ก็ไหลลงสู่ที่ต่ำดำมืดไปตามกิเลสตัณหาที่เราเห็นว่าดี กลายเป็นคิดไม่ดี ทำไม่ดี
    ก็มี อนาคตก็จะเป็นไปตามกรรมที่เราเลือกเอง แบบว่ามีทางพระกับทางมาร
    ทางพระเป็นทางสัมมาทิฏฐิมีศีลมีธรรมคอยกำกับตัวเราเอง หรือ
    ทางมารก็คือไม่สนใจเรื่องรักษาศีล ไม่สนใจเรื่องรักษาธรรม ทำตามใจตัวเอง ทำตามกิเลสตัณหา
    ของตัวเอง เห็นว่าตัวเองถูกคนอื่นๆผิดหมด ก็ประมาณนี้

    สรุปว่า คนที่มีความรู้สึกไว เซ้นสิทีฟมาก รับรู้เรื่องได้มากได้ละเอียด ก็จะรู้ทุกข์ได้มาก
    ถ้าปล่อยวางไม่เป็น รู้ไม่ทันอาการเหล่านี้ก็จะเป็นภัยกับตัวเอง คือโดนจิตตัวเองครอบงำ
    ได้มาก จะมีโอกาสเกิดจิตหลอนได้มาก แต่ถ้ารู้ทันจิต รู้ทันอาการจิตหลอนและพลิกกลับ
    มาได้ ก็จะรู้เห็นความจริงได้มากกว่าคนที่รรับรู้ได้น้อยหรือความรู้สึกช้า
    คนที่เซ้นสิทีฟมาก ก็ต้องฝึกมีสติให้มาก เพื่อจะได้ไม่ถูกภาวะจิตครอบงำ
    คนที่มีพลังจิตมาก มีพลังสมาธิมาก จะรับรู้ความรู้สึกละเอียดได้มาก จะรู้สึกทุกข์มาก
    และจะรู้สึกถึงความสุขได้มาก ได้ละเอียดได้ลึก ด้วย ดังนั้นถ้าสติอ่อน ก็จะหลงต่อสิ่งที่
    มากระทบได้ง่าย ก็จะเพี้ยนมาก บ้ามาก เพราะจิตมันมีกำลังแรงแต่สติน้อยมันก็จะหลอน
    มากตามไปด้วย ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว จะแก้อาการหนาวก็ต้องฝึกมีสติรู้อาการหนาวให้ทัน
    จะได้ไม่หนาวตายกลางทางไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันพอดี ขึ้นไม่ถึงยอดซักที
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤศจิกายน 2010
  6. nuttadet

    nuttadet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,892
    ค่าพลัง:
    +6,455
    อาการคล้ายๆ กันเลยครับ

    พยายามประคองจิต ให้มีสมาธิ สติ และ นึกถึงสิ่งดีๆ เอาไว้นะครับ

    เช่น พระ บุญกุศล การช่วยเหลือผู้อื่น เพราะว่า มันมีผลดี ก็มีผลเสีย แต่เราเลือกได้

    ถ้าจิตเรายิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ เรื่องพวกนี้จะยิ่งรับได้มากขึ้น โดยเฉพาะ ความรู้สึกที่

    เป็น อกุศล ถ้าเราเผลอปล่อยจิตเราไปตามกระแส เราเองจะแย่ไปด้วยนะครับ
     
  7. youishi

    youishi สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +2
    ขอบคุณทุกคำตอบค่ะ ^^
     
  8. pk010209

    pk010209 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    973
    ค่าพลัง:
    +2,634
    เราก็เป็นนะ แต่ก็เฉยๆถือว่าดี ตอนนี้ก็เป็นบ่อยแบบคิดอะไรไว้มันมักจะเป็นอย่างทีคิดไว้เลย หลายๆเรื่อง ก็คิดว่าตัวเองบ้ารึเปล่า คิดดังไปรึยังไง??? บางทีก็รู้ว่าใครจะพูดอะไร
     
  9. แสงอุ่น

    แสงอุ่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    612
    ค่าพลัง:
    +1,036
    น่าจะเกิดจากความเครียดและจิตที่คิดไปเองครับ ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งอาการคร้ายๆแบบนี้
    คือจะพะวงและจิตจดจ่ออยู่กัยสิ่งที่ตนเองกังวลมากเกินไป ถึงขั้นส่งผลต่ออาการทางกาย พยายามเข้าใจชีวิต และเข้าใจธรรมชาติให้มากครับ ปล่อยวางอย่างมีสตินะ
     
  10. Kama-Manas

    Kama-Manas เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    5,351
    ค่าพลัง:
    +6,491
    ท่าทางจะไปกันใหญ่ ปล่อยวางลงบ้างเถอะท่าน
     

แชร์หน้านี้

Loading...