อะไรคือ ศีล สมาธิ ปัญญา

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย telwada, 11 มกราคม 2005.

  1. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,862
    ค่าพลัง:
    +1,818
    อะไรคือ ศีล สมาธิ ปัญญา กระทู้นี้เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่บรรดาผู้ต้องการมุ่งสู่จุดหมายทุกสาย ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเป็นเบื้องต้น จะเรียกว่าเป็นบันไดก้าวแรกที่ท่านทั้งหลายจะต้องก้าวจากขั้นนี้เป็นต้นไป หากไม่ทำความเข้าใจในขั้นนี้ให้ดีแล้ว ขั้นอื่นๆไม่ต้องพูดถึง ไม่มีทางไปถึง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ศีล หมายถึง ความเป็นปกติแห่งวิสัยมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปย่อมไม่ชอบการถูกเบียดเบียนจากผู้มีอำนาจหรือมีศักยภาพมากว่า ดังนั้นข้อศีลจึงเกิดขึ้นมา
    ศีล เป็นการฝึกตนเพื่อให้เกิดธรรม หรือหากจะกล่าวในอีกแบบหนึ่งแล้วละก้อ ศีลเป็นสิ่งที่เกิดมาจากข้อธรรมะ ศีล 5 เกิดมาจาก ข้อธรรม พรหมวิหาร 4 หากปฏิบัติตามข้อศีล ธรรมพรหมวิหาร4 ก็จะเพิ่มพูนต่อผู้ปฏิบัตินั้นๆ ธรรมดาของสรรพสิ่งที่มีชีวิต ย่อมมีสภาพสภาวะจิตใจแห่งพรหมวิหาร 4 อยู่แล้วเรียกว่า พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของสรรพสิ่ง แต่การคิดพิจารณาข้อธรรมพรหมวิหาร4 นั้น ย่อมเป็นการยากต่อมนุษย์ ข้อศีล5 จึงเกิดขึ้น และเป็นการนำเอาความชอบของมนุษย์และความไม่ชอบของมนุษย์มาเป็นข้อศีล 5
    การนับถือศีล 5 นั้นแท้ที่จริงแล้วมิใช่การท่องได้แต่หัวข้อศีล แต่ในทางที่ควรแล้วผู้ถือศีลควรได้คิดพิจารณาข้อศีลทุกข้อให้สัมพันธ์กัน ในขณะที่ คิดพิจารณาข้อศีลให้สัมพันธ์กัน และแยกแยะรายละเอียดข้อศีลนั้น ก็จะเกิดสมาธิขึ้น เมื่อพิจารณาอยู่เป็นนิจวันละห้านาทีหรือมากกว่าตามแต่ใครจะมีเวลาปัญญาก็จะเกิด ทำให้เกิดญาณอันนับเข้าในวิปัสสนาขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการถือศีลหรือปฏิบัติตามศีลหากมีการคิดพิจารณาและประพฤติข้อศีลในทันทีที่ได้กระทบหรือสัมผัส สมาธิก็จะเกิดเพราะเราได้เอาข้อศีลเป็นข้อยึดเหนี่ยวจิตใจ ปัญญาก็จะตามมา คือจะเกิดปรีชาหยั่งรู้หรือญาณขึ้นมา
    บางคนเข้าใจผิดคิดว่า ถือศีล ประพฤติตามข้อศีล แล้วนั่งสมาธิ ปัญญาจะเกิด ไม่เกิดขอรับ ลองคิดพิจารณาดูเถิด หากถือศีลแล้วไปพิจารณาแยกแยะรายละเอียดในข้อศีลให้สัมพันธ์กัน ปัญญาจะเกิดได้อย่างไร แม้จะประพฤติตามโดยถือเอาการประพฤติศีลเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้พิจารณาทั้งก่อนที่ได้กระทบหรือสัมผัส และหลังจากได้กระทบหรือสัมผัสแล้วปัญญาจะไม่เกิดคือจะหยุดอยู่ไม่ก้าวไป
    ย่อมไม่ทำให้เกิดปัญญารู้แจ้ง
    ข้อศีลในระดับปุถุชนแล้วเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการคิดพิจารณาเพื่อมุ่งสุ่ชั้นอริยะบุคคล อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน การสมาคมต่างๆได้ และหากคิดพิจารณาให้สัมพันธ์กัน ปัญญาก็จะเกิด และมีประโยชน์ต่อชนทุกชั้น ฉะนี้แล
     
  2. pizza

    pizza สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +2
    อันนี้ขอเสนออีกทางนึงนะครับ ไม่ได้มาค้าน แต่ยกให้เห็นอีกทางหนึ่ง ในเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา

    คือ เมื่อเรา รักษาศีลได้บริสุทธิ์ และหมั่นปฎิบัติกรรมฐานจนชำนาญ ก็จะเกิดปัญญาได้โดยสิ่งที่เรียกว่า ตัวรู้ หรือ
    ธาตุรู้ ตัวรู้ในที่นี้ก็คือจิตชั้นสูงนั้นเอง คือในชีวิตเราจะประกอบไปด้วย วิญาณ สังขาร(ธาตุ 4) และจิต ประกอบกัน
    จึงจะได้ ชิวิต และในจิตเรานั้น จะเป็นจิตที่ซ้อนกันอยู่เหมือนขนมชั้น อีก 121 ดวง ซึ่ง ปรกติมาตรฐานมนุษย์
    ชั้นดีได้มาตรฐานก็จะประมาณ อยู่ในจิตชั้นที่ หกสิบกว่า ๆ จาก ร้อยยี่สิบเอ็ดจิต เมื่อเราปฎิบัติดี ก็จะสามารถ
    เข้าถึงจิตของเราที่สูงขึ้นได้ตามลำดับ ซึ่งจะต้องเข้าใจกันก่อนว่า คนเรานั้นรู้ด้วยจิต รู้สึกด้วยวิญญาณ ไม่ใช่สมอง
    สมองมีเอาไว้สั่งสังขารให้ทำตามจิตสั่ง
    ฉะนั้นในทางพุทธศาสนาบอกว่า มีศีส และสมาธิ ก็จะเกิดปัญญา ได้ตามลำดับชั้นของจิต

    เรื่องพวกนี้ต้องศึกษาด้วยพระไตรปิฎกที่ถูกต้อง จึงรู้ได้ ไม่รู้แล้วพูดก็จะเพี้ยนไป
     
  3. pizza

    pizza สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +2
    แล้วอีกนิดนึง คือ ศีล5 รู้หรือไม่ว่า ถ้าบุคคลใดสำเร็จในศีล 5 ได้ ก็สามารถเข้าสู่ เส้นทาง นิพานนัง สุขโค โหติ
    ได้เช่นกัน

    พูดง่าย ๆ ก็คือ ใน 84000 พระธรรมขันธ์ สำหรับเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็สามารถเข้านิพพานได้เช่นกัน
    แต่การสำเร็จในธรรมนั้น ๆ ได้ต้องเข้าสู้ระดับ ปรมัต ของธรรมข้อนั้น ๆ ได้เสียก่อน คือ
    จะมีสามระดับ คือ บารมี อุปปารมี และก็ปรมัตปารมี ซึ่งยากมาก ไม่ใช่มาพ่น ๆ ก็ทำได้
    เพราะการสำเร็จได้ในธรรมนั้น ขั้นแรก ๆ เลยต้อง เข้าสู้ เนกขัมมะ ก่อน แต่ ไม่ใช่เนกขัมมะตามวัดที่ไป ๆ กัน
    อันนั้นมันยังไม่ใช่ เอาไว้ค่อยว่ากันต่อทีหลัง ถ้ามีผู้สนใจในเรื่องเนกขัมมะแท้ ๆ
    เพราะว่าถ้าพิมพ์ ร้อยหน้าก็ไม่จบ

    สวัสดีปีใหม่
     
  4. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,862
    ค่าพลัง:
    +1,818
    คุณพิสสซา ความรู้ของแต่ละบุคคลนั้นย่อมไม่เหมือนกัน ความรู้ของคุณกับของข้าพเจ้าต่างกันเยอะ ความรู้ของข้าพเจ้าได้จากการศึกษาค้นคว้าและวิจัย อีกทั้งได้ทดลองปฏิบัติ และปฏิบัติ ได้เป็นอย่างดีแล้ว
    หากคุณนึกถึงหลักความจริงแล้ว การถือศีลไว้เฉยๆจะไม่เกิดปํญญาเพื่อการหลุดพ้น แม้คุณจะยึดข้อศีลไว้คือปฏิบัติตามข้อศีล แต่การปฏิบัติตามข้อศีลย่อมต้องคิดตามขณะเมื่อได้กระทบหรือสัมผัสสิ่งอันเกี่ยวข้องกับข้อศีล ปัญญาจึงจะเกิด
    เปรียบข้อศีลก็เหมือนกับเงิน หรือสิ่งอุปโภคบริโภคทั้งหลาย หากคุณถือไว้เฉยๆแต่ไม่ได้ทำมันให้ก่อประโยชน์ คือไม่ใช้มัน ไม่จ่ายมัน หรืออื่นๆใดใด ก็ย่อมมีประโยชน์ต่อผู้ถือเงินหรือทรัพย์หรือสิ่งอุปโภคบริโภคเพียงเล็กน้อย อาจจะเป็นในด้านความคิด เกิดความสบายใจ ฯลฯ เท่านั้น
    ศีลห้าเป็นข้อฝึกตนชั้นพื้นฐานในระดับมนุษย์โดยทั่วไป ไม่สามารถนำคนให้บรรลุนิพพานได้ แต่หากบุคคลนั้นมีสมองสติปัญญาที่ดีก็อาจจะเพียงบุรรรลุโสดาบันได้ แต่จะหยุดอยู่เพียงบรรลุโสดาบันเท่านั้น เพราะการที่บุคคลใดใดจะบรรลุสู่นิพพานได้นั้น ต้องประกอบไปด้วยหมวดบทเรียน 72 หมวดบทเรียน ต้องรู้วิธีของ ญาณ ต้องรู้วิธีแห่ง กสิณ ต้องรู้วิธีแห่ง วิปัสสนา ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
    การหลอกลวงผู้อื่นนั้นทำได้ง่าย แต่การที่ทำให้ผู้อื่นหลุดพ้นได้จริงนั้นทำได้ยาก
    คุณอย่าทำเป็นโอ้อวด ยกเอาสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มากล่าวอ้างเลยคุณ ศาสนาเสื่อมโทรมเปล่าๆ อีกประการที่สำคัญ หลักการหรือธรรมะของข้าพเจ้าได้เผยแพร่ออกไปบ้างแล้ว บรรดาผู้ที่ได้อ่านหลักการหรือธรรมะของข้าพเจ้าย่อมเกิดความรู้ความเข้าใจในทางที่ถูกต้อง ไม่ได้หลงงมงายอยู่กับอวิชชาอย่างคุณดอกนะ
    อีกประการ สิ่งที่คุณกล่าวมาเป็นการบิดเบือนพระธรรมที่แท้จริงทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่คุณกล่าวมาไม่ใช่ตัวธรรมะที่แท้จริง ย่อมก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อศาสนิกชนได้ ฉะนี้
     
  5. mikky

    mikky เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    894
    ค่าพลัง:
    +576
    ยกที่ 1 พิซซ่า ปะทะ ลุงแซนเดอร์เคเอฟซี เอ๊ย..ลุงเทาดา
     

แชร์หน้านี้

Loading...