อะไรทำให้คุณมาสนใจธรรมะคะ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย บ้องแบ้ว, 17 ธันวาคม 2017.

  1. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,267
    จขกท.ขาดความอบอุ่นเลยหาที่พึ่งทางใจค่ะ
     
  2. ณนา ชพ

    ณนา ชพ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2017
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +21
    คิดว่าชาติก่อนๆของตน อาจเคยสนใจทางด้านคำสอน ตลอดจนปฎิบัติตามแนวพระพุทธองค์มาก่อน พอเกิดมาในชาตินี้ทำให้รู้สึกผูกพัน โดยที่ไม่ต้องพยายามหรือฝืนใจ
     
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,512
    กรรมเก่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เรียกว่า บุญ กุศลกรรม บารมีที่ได้สร้างมา
     
  4. พุทธาวตาร

    พุทธาวตาร "อีกเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป..."

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    78
    ค่าพลัง:
    +392
    ธรรมชาติและสัญชาตญานของมนุษย์ครับที่ต้องดิ้นรนแสวงหาทางออกให้จิต เมื่อเผชิญโลกธรรมในสิ่งที่ไม่พอใจ คับแค้นใจ บีบคั้น กระวนกระวาย ที่จิตมันแสดงอาการว่ามันคือความทุกข์

    ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ...ขอบคุณความทุกข์ที่ขีดเส้นทางให้มาพบธรรม
     
  5. bigtoo

    bigtoo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    2,168
    ค่าพลัง:
    +1,389
    เหตุปัจจัย
     
  6. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    491
    ค่าพลัง:
    +366
    ศาสนาพุทธมีแนวทางปติบัติที่ทำให้รู้เห็นจริงตามที่สอนได้ครับ ท่าปติบัติไปแล้วเห็นตามความเป็นจริงแปลว่ามันพิสูจได้เป็นจริงดังที่รับฟัง ผมจึงเชื่อมั่นในความเป็นจริงของพุทธศาสนา
     
  7. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    862
    กระทู้เรื่องเด่น:
    19
    ค่าพลัง:
    +1,283
    ตอนแรกอยากรวย
    เลยลองปฏิบัติธรรมดู
    บังเอิญว่ามีช่วงหนึ่งที่ได้ฌาน 4 โดยบังเอิญ (ตอนนี้ฌาน 4 หนีไปเที่ยวไหนก็ไม่รู้ครับ)
    จากนั้นมาก็เจอกับเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ มากมาย
    ก็เลยเชื่อเลยว่า อิทธิฤทธิ์ บาปบุญ เวรกรรมมีจริง
     
  8. ตามหาคำตอบ

    ตามหาคำตอบ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 เมษายน 2018
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +1
    ตอนนั้นดูคลิปยูทูปละเห็นคนคนนึงพูดเก่งๆในรายการถาม-ตอบเชิงพุทธฟังดูละเข้าท่า เลยตามดูอีกคลิป เลยรู้ว่าเขามีความรู้ความสามารถ(เรียนสูง-เก่ง-ฉลาด เลยสะกิดใจว่าคนระดับนี้ทำไมมาทางนี้ว๊ะ มันคงต้องมีอะไร!!)
    ประกอบกับอ่านผ่านๆตาพวกฟิสิกส์อนุภาค-กาลอวกาศเหมือนมันตันๆ
    เลยมาทดลองสะสมสติคับ(ยังไม่ค่อยศรัทรา)
     
  9. Nagamanee

    Nagamanee Mon ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    530
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,499
    อยากตอบค่ะ :D

    ใครจะว่าฟุ้งซ่านก็ช่างเนาะ. :> //
    1. อยากค้นหาว่ามนุษย์เกิดมาทำไม เพราะอกหักตั้งแต่เกิดลืมตามาบนโลกใบนี้
    2.เป็นคนขี้โมโหมาก ปากร้ายแบบไม่หยาบคาย ร้ายแบบชนิดว่าด่าทีสะเทือนไตลงไปยันตับ ไม่ชอบคำพูดตัวเอง คิดว่า ธรรมมะจะช่วยเรื่อง สงบปาก และควบคุมอารมณ์ค่ะ
    3. เป็นคนขวานผ่าซาก และ มีเรื่องอจินไตย เยอะ
    และไม่เชื่อ จนต้องสยบ ด้วยคำสอนพระพุทธองค์
    4.เป็นคนรักดี คือ ดี ในกุศล ถึงจะตรงจะดูแข็งกระด้างด้วยสถานภาพครอบครัวการเลี้ยงดู แต่จิตจงรักพระพุทธเจ้า จงรักพระศาสนา จงรักพระมหากษัตริย์ จงรักประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ชนิดว่าใครดูถูกไม่ได้ จึงต้องรักธรรมมะ เพราะปกป้องพระศาสนา จึงต้องศึกษาธรรมมะ คำสั่งสอนพระพุทธองค์ค่ะ
    5. เพราะผิดหวัง เพราะคาดหวังมากไป ธรรมมะคือพุทธโอสถชั้นเลิศ มีกรรมความรักความเมตตา กับคนรอบข้างที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าเข้ามาฐานะอันใด
    พ่อแม่พี่น้องเพื่อนหรือคู่ เจ็บปวดหมด แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ร้องไห้กับคนคนไม่เห็นใจ แต่ร้องไห้กับพระพุทธรูปทีไร จะบังเกิด องค์รักษาเทวดามาปรากฏ
    ทุกครั้ง ใช้ธรรมมะ ตั้งสติ จึงอยู่มาได้ค่ะ
    6. ไม่เชื่อว่า ชีวิตคน จะเกิดมามีคู่ เสวยสุขทุกข์แล้วตายไปเฉยๆ คิดว่า มันสมควรมีความหมายมากกว่านั้นนะ
    7.ทั้งหมดทั้งมวล ชีวิตเหมือนโดนสาป เลยพยายามปลดล้อกตัวเอง จึงค้นพบว่า ทุกคนเกิดมาใช้กรรม ทุกคนที่เข้ามาล้วนมีบุพกรรมด้วยกัน ต่างรักตัวกลัวตาย ต่างเวียนว่ายตายเกิด

    สรุป สนใจธรรมมะ เพราะรักพระพุทธศาสนาค่ะ
    แต่จะบอกให้ไปบวช ไปตัดไอ้เรื่องโลก ยังตัดใจไม่ได้
    ยังปรารถนาการครองคู่ แต่ไม่เพ้อฝัน ลดความคาดหวังไปจนไม่หวัง เพราะมนุษย์ให้ความสำคัญกับรูปทรัพย์ มากกว่า อริยทรัพย์ คือหาคนเสียสละด้วยการกระทำยากยิ่ง มีแต่วาจาสวยหรู เท่ห์แต่กินบ่ได้กะเจ้า จึงตัดเส้นทางกรรมไม่ดี เพิ่มกรรมดี คือเป็นอยู่ให้ร่วมกุศลในทางดีปรากฏ เรื่อง รูปรสกลิ่นเสียงไว้หลัง เรื่อง กุศลและศีลห้านำหน้า จึงมีสติมากขึ้นค่ะ

    ถึงแม้ว่าตัวเรา เป็นคนโทสะจริต ราคะจริต แรงกล้า แต่ จิตยังอ่อนน้อมถ่อมตน ยังไม่มี โมหะ ครอบงำ
    ใครสอนใครเตือนจะฟังทุกข้อ ธรรมมะช่วยในเรื่องถือ อัตตา ให้เป็นอนัตตา ได้เยอะมากค่ะ

    เป็นคนยอมรับให้เกียรติตัวเอง ซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองค่ะ คือ ทุกวันนี้ ตั้งจิตเป็นกุศลจิต มีศีลเป็นรูปกาย มีสมาธิเป็นอารมณ์ มีสติมั่นกับทุกเรื่อวที่เข้ามา
    ไม่ว่าจะลงเอยอย่างไรทั้ง ดีหรือไม่ดี ก็คืดแค่ว่า

    “มันไม่แน่”

    “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
    มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
    ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
    ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”

    “อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
    แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย”

    “นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
    สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. pinit417

    pinit417 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มีนาคม 2016
    โพสต์:
    189
    ค่าพลัง:
    +158
    ตอบมั่ง..

    จุดเริ่มต้นคือ สมัย ม.ต้น เพื่อนเคยเอาหนังสือเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้ามาให้ยืมอ่าน.. อ่านแล้วรู้สึกว่าสนุกมาก(เป็นเนื้อเรื่องนะ ไม่ใช่การ์ตูน) อ่านรอบเดียวจำเนื้อเรื่องได้หมดเลย ... หลังจากนั้นก็หัดทำสมาธิด้วยตัวเอง.. สมัยนั้นไม่สะดวกเหมือนสมัยนี้ที่หาข้อมูลได้ง่ายกว่า ชัดเจนในวิธีปฏิบัติมากกว่า..

    ตอนนั้นที่อ่านในหนังสือ ก็มาจากหนังสือที่บ้านได้รับแจกมา ซึ่งไม่ได้อธิบายวิธีนั่งสมาธิมากนัก บอกแต่ให้ภาวนา สัมมา อรหัง... เราก็ภาวนาแบบนั้น แต่ไม่ได้ทำเหมือน ธรรมกายนะ เพราะในหนังสือที่เราอ่านบอกแค่ให้ภาวนาแค่นี้... ทำไปไม่ถึงเดือนดี ... เราก็สามารถมีสติขึ้นมาในฝันได้ คือฝันแล้วก็จะมีสติระลึกขึ้นมาว่า ตอนนี้เราฝันอยู่... ตอนหลังเริ่มชิน จากมีสติ ก็บังคับฝันซะเลย อยากจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ในฝัน.. หลังจากนั่งๆไป หลังๆก็มาเริ่มพิจารณากาย ตัวเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกเพราะตอนนั้น ไม่มีใครสอนว่า เราต้องพิจารณากาย เพื่อให้เป็นวิปัสสนากรรมฐาน... ทำเองโดยที่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างนี้.... แต่แล้วเหตุการณ์ไม่ดีก็เกิดขึ้น คือ มีอยู่คืนนึง ทำสมาธิจนหลับไป ก็ฝันไปว่าไปนั่งสมาธิในป่า ซึ่งครั้งนี้แปลกมากที่ไม่มีสติรู้ว่าฝันอยู่เหมือนที่ผ่านมา... ในฝันนั้นเหมือนจริงมากคือนั่งสมาธิอยู่ แล้วก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังมาก เป็นเสียงผู้ชายกับผู้หญิงอย่างละ 1เสียง ช่วยกันหัวเราะเพื่อรบกวนสมาธิเรา... ในฝันเรานั้นกลัวมากแต่ก็ไม่ละจาก สัมมา อรหัง... ทำจนเราตื่นเลย เหงื่อแตกพลั๊ก ทั้งๆที่ในห้องก็เย็นเฉียบ เพราะเปิดแอร์นอน...
    หลังจากนั้นเราก็ทิ้งการนั่งสมาธิร่วม 10ปีได้.. ตอนนี้หันมาสนใจใหม่ได้หลายปีแล้ว... แต่ก็ไม่สามารถมีสติขึ้นมาในฝันได้เหมือนตอนเด็กๆ
     
  11. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    1,553
    ค่าพลัง:
    +2,606
    ผมน่าจะเริ่มศึกษาศาสนาพุทธเพราะความทุกข์และความโง่ครับ
    แม้จะรู้มาจากหลวงตาแถวบ้านยาย ว่าตัวเองปรารณาพุทธภูมิมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ตาม

    เข้าเรื่อง
    ผมมีความทุกข์เพราะชีวิตมีแต่เรื่องแย่ ๆ และโง่ที่แก้ปัญหาอะไรไม่เป็นสักอย่าง ที่สำคัญ ผมไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองโง่เท่าไร มาตั้งเกือบครึ่งชีวิตของคนแน่ะ

    ผมศึกษาศาสนาพุทธมาตั้งแต่ ป.4
    มาเริ่มเข้าใจศาสนาพุทธจริง ๆ เมื่ออายุ 29 ปีครับ

    ตอนไปเป็นพ่อขาวอยู่วัดครับ เพราะตอนนั้นเป็นบ้าน่ะนะ เครียดจนอยากบวช
    ตอนนั้นอยู่ในศีลในธรรมยังไม่ได้หรอกครับ เพราะบ้า แต่ ในความบ้าผมยังมีโชคอยู่ข้อหนึ่งคือ
    ไม่ทิ้งพระธรรม คือตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ผมศึกษาพระธรรมเพราะหวังผลว่า ปาฏิหารย์จากการเรียนรู้พระธรรมจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้น ผมจึงมีความรู้ที่สั่งสมมาจากการเรียนรู้พระพุทธศาสนาในหัวอยู่ระดับหนึ่ง

    ในทีสุด ผมก็ได้เข้าใจ พระธรรมต่าง ๆ ครับ ด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า ธรรมดาของสิ่งนี้เป็นอย่างไร แค่นั้นแหละ ก็ได้เข้าใจว่าโดนเอาเรื่องอิทธิปาฆิหารย์มาหลอกมาคลอด แต่ก็ยังทิ้งพระธรรมไม่ลงอยู่ดี

    จากนั้นมา

    ผมก็รักศาสนาพุทธมากกว่าเดิม

    แต่ผมเลวอยู่อย่างหนึ่งคือ เพราะว่าผมโดนรังแกมาเยอะ ผมเลยเป็นคนที่มักแค้น มักโกรธ ตั้งป้อมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมอยู่กับคนหมู่มากไม่ได้ ผมเลยไม่ได้บวชครับ หนีกลับบ้านทั้งผ้าขาวเลยแหละ ก็อยู่บ้านเรียนรู้ธรรมดาตามกำลังของตัวเองไปวัน ๆ และกำลัง และค่อย ๆ ขัดเกลาความโง่ของตัวเองออกไปเรื่อย ๆ อยุ่ครับ ส่วนนิสัยผมยอมรับว่า แก้ยาก เพราะผมอยากให้คนที่ทำกับผมโดนอย่างผมบ้าง แต่ได้แต่แช่งนะ ตอนนี้ให้ผมเอาคืนผมก็คงไม่เอาด้วยหรอก แต่ถึงกระนั้นผมก็ใจเย็นลงเยอะมากนะ ต้องขอบคุณตัวเองที่ถึงจะเป็นคนดีที่มีใจใฝ่ดีชั้นเลว ก็ยังอดทนไม่ทิ้งพระธรรมทำให้ได้เข้าใจโลกอย่างที่เข้าใจในตอนนี้แหละ และคิดว่าชีวิตจากนี้และต่อไปคงทำความเข้าใจธรรมดาของสิ่งต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แหละครับ เพราะตอนนี้ ผมเข้าใจตัวเองและรู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรได้หรือไม่ได้

    ตอนนี้ผมยังเป็นคนดีชั้นเลวอยู่ คือใฝ่ดี แต่ความหนักแน่นที่จะทำดีไม่มี เพราะ ความคิดที่ว่าโลกนี้มันเฮงซวยฝังหัวครับ นั่งสมาธิไม่ได้ เพราะเป็นโรคประสาท + รักษาศีลแค่ภายนอก (คือให้รักษาก็รักษาได้ แต่ไม่ได้หนักแน่นขนาดรักษาได้ตลอดเวลาเพราะ ประสพการณ์ชีวิตมันหล่อหลอมมา(ต้องมาลองเกิดเป็นผมดูเองครับถึงจะเข้าใจ))

    คาดว่าตัวเองหลังจากตายคงจะได้ใช้กรรมยาวอยู่แหละครับ อาจจะควบตำแหน่งเปรต สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉานยาวเลย แต่ช่างเถอะ จากนี้ ชีวิตของผมคือการเรียนรู้ธรรมดาของสิ่งต่าง ๆ เพราะผมปรารถณาพุทธภูมิ ไม่ว่าตกนรกกี่ขุมก็จะเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้

    ไม่อยากให้มีคนโง่อย่างผมอยู่อีกแล้ว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 เมษายน 2018
  12. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,267
    เหตุการณ์บางอย่างที่เข้ามากระทบจิตใจ สามารถทำให้เรามีชีวิตที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คนทุกคนอยากพบแต่ความสุข แต่ด้วยกรรมที่ทำมาต่างกัน ทำให้พบเจอเหตุการณ์ต่างกัน แต่ท้ายที่สุดก้อมีธรรมะที่เปิดรับทุกคน โดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ทุกคนสามารถพ้นทุกข์ได้ ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์อะไรมาก้อตาม จขกท.นอนร้องไห้นะ เพราะคิดมากว่าถ้าคนในครอบครัวตายไปเราจะทำใจยังไง ทุกวันนี้จขกท.ยังชอบช้อปปิ้งใช้เงินฟุ่มเฟือย ยังไม่มีแผนการณ์สำหรับอนาคตเลย ...

    แต่คาดว่าถ้าคนที่รักตายจาก เราคงปลวสังเวชและเกิดนิพพิทา และขยันภาวนามากขึ้น
     
  13. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    632
    ค่าพลัง:
    +431
    เพราะรู้ว่าที่ดีนั้นยังดีไม่พอ...และรู้ว่าที่เลวนั้นมันมากพอแล้ว...ถ้าปกติละเอียดแล้วแท้จริงยังหยาบอยู่เหมือนคนที่คิดว่าตนดีแล้วแท้จริงยังแย่อยู่จึงต้องอาศัยพระธรรมของพระศาสดาเป็นที่พึ่ง ทำไมถึงเป็นพระศาสดาสมณโคดม...ก็ศาสดาอื่นเขาไม่สอนนี่ว่าทำไมจึงทุกข์และทางดับทุกข์ไปยังไง...จึงเหลือไว้เพียงพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่ชี้บอกโดยละเอียด
     

แชร์หน้านี้

Loading...