อัพเดตข่าวสาร วัดท่าขนุนและหลวงพ่อเล็ก

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์วัดท่าขนุน, 2 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -ฉบับ.jpg

    กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๑๘๒ เดือนเมษายน ๒๕๖๒

    โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

    เล่มอื่น ๆ ตามไปอ่านได้ที่ http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=60 และ http://www.grathonbook.net/book/ นะคะ

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  2. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -เป็.jpg

    ประเพณีสงกรานต์นั้น เป็นประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิม โดยรับมาจากประเทศอินเดีย นำมาปรับจนกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย

    คำว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า เคลื่อน ย้าย หรือ เปลี่ยน เมื่อพระอาทิตย์ยกย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ก็ถือว่าเข้าสู่วาระปีใหม่แต่เดิมของไทยเรา

    ในช่วงเดือน ๕ นั้น เป็นหน้าร้อนจัด เรามีประเพณีสงกรานต์ที่มีการรดน้ำดำหัวและเล่นน้ำสาดน้ำกัน เพื่อเป็นการดับร้อนผ่อนเย็น เหมาะสมกับฤดูกาล แต่นั่นเป็นการการดับร้อนทางภายนอกเท่านั้น การดับร้อนที่จะให้ได้ผลดีจริง จำเป็นต้องดับความร้อนภายในของเรา องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ความร้อนภายในเกิดจากการเผาผลาญของไฟใหญ่ ๔ กอง ได้แก่ โลภัคคิ ไฟคือความโลภ ราคัคคิ ไฟคือราคะ โทสัคคิ ไฟคือโทสะหรือความโกรธ โมหัคคิ ไฟคือความลุ่มหลงมัวเมา

    มนุษย์หรือสัตว์ล้วนแล้วแต่โดนไฟใหญ่ ๔ กองนี้เผาผลาญอยู่ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงวิธีการดับไฟทั้ง ๔ กองนี้ว่า การดับไฟแห่งความโลภนั้น ต้องมีการให้ทานเป็นปกติ ก็คือการที่เราเสียสละให้ปันทรัพย์สินสิ่งของของเรา เพื่อให้แก่คนหรือสัตว์ที่ขาดแคลนอยู่

    ในเมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราหามาโดยยาก ย่อมมีความยึดเหนี่ยวหวงแหนเป็นปกติ แต่ถ้าเราสามารถที่จะสละออกได้ ก็แปลว่ากำลังใจของเรานั้น มีการตัดความโลภลงไปได้แล้วบางส่วน และถ้าหากว่าท่านทั้งหลายทำการสละออกเป็นประจำ ก็จะทำให้การสละออกนั้นง่ายขึ้นไปทุกที เพราะว่าความโลภจะมีกำลังน้อยลง แต่ว่าทานบารมีของเราจะมีกำลังมากขึ้น เมื่อเป็นดังนั้นก็แปลว่าไฟใหญ่กองที่ ๑ ก็คือ ไฟแห่งความโลภ จะถูกเราค่อย ๆ ดับลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่สามารถที่จะทำอันตรายแก่เราได้ ก็แปลว่าเราสามารถที่จะดับไฟใหญ่กองแรก ๑ ใน ๔ กองลงได้ ก็ด้วยทานบารมีนั่นเอง

    ไฟกองต่อไปคือ ราคัคคิ ไฟคือราคะ ธรรมดาคนและสัตว์ที่เกิดมานั้น ย่อมโดนราคะซึ่งเป็นไฟกองใหญ่ครอบงำอยู่ ทุกผู้คนย่อมมีความปรารถนาในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย และสัมผัสระหว่างเพศ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้คือไฟราคะ

    พระพุทธเจ้าสอนให้เราพิจารณาตัดไฟราคะนี้ ด้วยการเจริญอสุภกรรมฐาน ๑ เจริญกายคตานุสติ ๑ การเจริญอสุภกรรมฐาน คือ ให้มองเห็นว่าสภาพร่างกายของเราก็ดี ของคนอื่นก็ดี ของสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงก็ดี แท้จริงแล้วมีพื้นฐานของความสกปรกเป็นปกติ ถ้าหากว่าไม่อาบน้ำชำระกายเพียงวันเดียวก็ทนอยู่ไม่ได้แล้ว

    ตลอดร่างกายของเราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เต็มไปด้วยขี้ทั้งนั้น ตั้งแต่ขี้หัว ขี้หู ขี้ตา ขี้ไคล พอไล่ลงถึงท้ายสุด บางท่านอาจจะบอกว่ามีขี้ตีนด้วย ถ้าขึ้นชื่อว่าขี้ก็แปลว่าสกปรก ในเมื่อความสกปรกมีอยู่อย่างนี้ ตัวเราสกปรกอย่างนี้ คนอื่นก็มีความสกปรกเช่นเดียวกัน เมื่อคนอื่นและสัตว์อื่นสกปรกอย่างนี้ ก็แปลว่าใจเราไปยินดีในกองขี้ของตนเองและผู้อื่นนั่นเอง ในเมื่อขึ้นชื่อว่าขี้ไม่มีใครอยากได้ ถ้าหากว่าเราไปอยากได้ใคร่ดีแปลว่าเราผิดปกติ

    ดังนั้น..ถ้าเราพิจารณาให้เห็นความสกปรกโสโครกของร่างกายตนเอง ของร่างกายคนอื่น และของร่างกายสัตว์อื่นให้เป็นปกติอย่างนี้บ่อย ๆ ก็จะขาดความกำหนัดยินดี อำนาจของไฟราคะก็จะเผาผลาญเราได้น้อยลง

    พระพุทธองค์ยังทรงสอนต่อไปว่า ให้พิจารณาในกายคตาสติ คือให้เห็นว่าสภาพร่างกายนี้นอกจากสกปรกแล้ว ยังไม่ใช่แท่งทึบ ประกอบขึ้นมาจากอวัยวะภายในภายนอก ใหญ่เล็ก มากมายเต็มไปหมด ภายในร่างกายของเรา แค่เปิดผิวหนังขึ้นมาเท่านั้น ก็ไม่มีใครทนดูได้แล้ว เพราะว่าใต้ผิวหนังของเราไปก็คือ เลือด เนื้อ กระดูก เส้นเอ็นต่าง ๆ แค่ผิวหนังของเราฉีกขาดเป็นรอยเพียงเล็กน้อย เลือดไหลออกมา แม้เป็นเลือดของเราเอง เราก็ยังรังเกียจว่าสกปรก แล้วเราลองดูว่าภายในยังมีตับ ไต ไส้ ปอด ม้าม หัวใจ ยั้วเยี้ยไปหมด เวลาผีแหกอกหลอกเรา เรายังหวาดกลัววิ่งหนี แต่ว่าตัวของเราก็คือผีดี ๆ นี่เอง เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ในตัวของเราก็มี ในตัวของคนอื่นก็มี

    ขอให้ทุกท่านมีสติ หมั่นเจริญภาวนาและพิจารณาบ่อย ๆ ในกายคตาสติและอสุภกรรมฐานนี้ ก็จะทำให้ไฟราคะนั้นค่อย ๆ ดับสลายลง จนกระทั่งจิตของเราสามารถตัด ละ ขาดจากร่างกายนี้ได้ ไฟราคะก็จะไม่มีอำนาจจะทำร้ายเราได้อีก ก็แปลว่าเราพ้นจากไฟกองที่ ๒ ไปได้

    องค์สมเด็จพระประทีปแก้วกล่าวถึงไฟกองที่ ๓ ว่า ไฟโทสะ คือความโกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาทต่อผู้อื่น สิ่งที่ก่อให้เกิดโทสะนั้น ก็คือสิ่งที่เราไม่ชอบใจมากระทบตา กระทบหู กระทบจมูก กระทบลิ้น กระทบกาย และกระทบใจของเรา อย่างเช่น ตาเห็นรูปที่ไม่พอใจ ก็เกิดอาการกระทบขึ้นมา หูได้ยินเสียงที่ไม่พอใจ ก็เกิดอารมณ์ที่กระทบขึ้นมา เป็นต้น

    การกระทบนั้นเป็นเหมือนกับเชื้อไฟ กระทบเข้ากับเปลวไฟก็เริ่มก่อเกิดเป็นไฟลุกไหม้ขึ้นมา ถ้าหากว่าความไม่พอใจมีมากเข้า ก็จะแสดงออกทางกายและวาจา ในเมื่อกายวาจาไม่สามารถที่จะทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนอย่างที่ใจเราต้องการ เราก็จะเก็บไปคิดไปแค้นข้ามวันข้ามคืน บางคนคิดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทำให้สุขภาพร่างกายชำรุดทรุดโทรมไปเลยก็มี

    ดังนั้น..จะเห็นได้ว่าพระพุทธองค์ทรงตรัสบอกวิธีให้เราแก้ไขดับไฟโทสะนั้น ความจริงก็เพื่อความสุขความสงบของเราเอง พระองค์กล่าวว่า การดับไฟโทสะนั้นแก้ได้ ๒ วิธี วิธีแรกเป็นการเจริญกสิณสี ก็คือ สีเหลือง สีขาว สีแดง และสีเขียว อาศัยสีทั้งหลายเหล่านี้สีใดสีหนึ่ง เป็นเครื่องยึดโยงจิตของเราให้อยู่กับการภาวนา ถ้าจิตของเรามีสมาธิภาวนามั่นคง โทสะก็เกิดไม่ได้ แต่ว่ายังไม่ใช่การดับไฟโทสะที่มั่นคงแน่นอนนัก เพราะถ้าสมาธิเคลื่อน จิตของเราเคลื่อน โทสะก็ยังกำเริบได้อยู่

    พระพุทธองค์จึงสอนวิธีดับไฟโทสะอีกอย่างก็คือ ดับด้วยเมตตาพรหมวิหาร พรหมวิหารทั้ง ๔ ข้อนั้น ประกอบไปด้วยเมตตา รักคนอื่นเสมอตัวเรา ในเมื่อรักคนอื่นเสมอตัว เราต้องเห็นว่าการที่เขากระทำสิ่งไม่ดีไม่งามแล้วทำให้เราโกรธนั้น เขาทำเพราะไม่รู้ เขาเห็นเพราะสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นดีจึงได้ทำ ในเมื่อเขาเห็นสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นดีแล้วเขาจึงทำ ถ้าหากว่าเราไปโกรธเขา ก็แปลว่าเราก็เป็นผู้ไม่รู้เช่นกัน เพราะไม่สามารถที่จะแยกแยะเหตุผลดีชั่วได้

    สิ่งที่เขาทำต่อเรานั้น ถ้าเป็นความจริง ก็เท่ากับเขาเป็นกระจก ส่องให้เห็นรูปร่างอันน่าเกลียดน่าชังของเรา ในเมื่อรูปร่างเราไม่สวยไม่งาม จะไปโกรธกระจกนั้นถูกต้องหรือไม่ ? ความจริงเราควรที่จะขอบคุณเขามากกว่า ที่แสดงให้เห็นว่าเรายังไม่ใช่คนดีจริง ยังมีกาย วาจา ใจ ที่ต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้อยู่อีกมาก แต่ถ้าสิ่งที่เขากระทำต่อเราไม่ใช่ความจริง ก็อย่าได้ไปโกรธเขาเลย บุคคลที่ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แล้วยังนำมาขยายผลต่อ จัดเป็นคนที่น่าสงสารมาก

    ในเมื่อเราเป็นบุคคลที่มีเมตตา รักเขาเสมอตัวเรา มีความกรุณา สงสารอยากให้เขาพ้นทุกข์ เราก็อย่าไปโกรธไปเกลียดเขาเลย เพราะว่าถึงเราไม่โกรธไม่เกลียดเขา เขาก็แก่ไปทุกวัน เขาก็เดินทางใกล้ความตายไปทุกวัน แม้กระทั่งตัวเรา ก็เดินทางใกล้ความตายไปทุกวัน ถ้าเรามัวแต่ไปโกรธไปแค้นคนอื่นอยู่ ปล่อยให้ไฟโทสะเผาตัวเรา ตายลงไปตอนนั้น เราก็ตกไปอยู่ในอบายภูมิ ซึ่งหาความดีไม่ได้ มีแต่ความทุกข์ยากลำบากอย่างยิ่ง

    ดังนั้น..ขึ้นชื่อว่าการจะให้ไฟโทสะชักนำเราไปสู่อบายภูมิ ขอจงอย่าได้มีเลย ถ้าหากสิ่งใดไม่พอหู ไม่พอตา ไม่พอใจ ใช้ปัญญาคิดแยกแยะแล้ว ยังไม่สามารถที่จะต่อสู้กับไฟโทสะนี้ได้ ก็ให้ใช้ตัวอุเบกขาพรหมวิหาร ก็คือ ช่างเขาเถอะ ถ้าหากว่าสามารถช่างได้มาก ก็จะเป็นการช่างเขาเถอะ แต่ถ้าหากช่างได้น้อยก็รุนแรงขึ้นมานิดหนึ่งก็คือ ช่างหัวมัน แต่ถ้าช่างได้น้อยกว่านั้นก็อาจจะมีการรุนแรงขึ้นมาอีกก็คือ ช่างโคตรพ่อโคตรแม่มัน แต่ว่าเราช่างให้ได้ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็ตาม

    เมื่อกำลังใจเคยชินกับการระงับดับไฟโทสะอยู่บ่อย ๆ เชื้อเพลิงที่จะให้เผาผลาญมีน้อย เพราะว่าเราปิดหูปิดตาเสียแล้ว สิ่งที่ตาเห็นก็สักแต่ว่าเห็น สิ่งที่หูได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน สิ่งที่จมูกได้กลิ่นสักแต่ว่าได้กลิ่น สิ่งที่ลิ้นได้รสสักแต่ว่าได้รส สิ่งที่กายสัมผัสสักแต่ว่ากายสัมผัส หยุดการครุ่นคิดในใจลงได้ แล้วโทสะจะเกิดขึ้นมาได้จากไหน ? ถ้าหากว่าเราทำขึ้นมาได้ถึงระดับนี้แล้ว ก็แสดงว่าเราดับไฟโทสะได้อีกหนึ่งกอง ความร้อนที่จะเผาเราให้เดือดร้อนวุ่นวาย ก็ลดลงไปอีกส่วนหนึ่ง

    ก็เหลือแต่ไฟโมหะคือความหลง หลงคิดว่าตัวเรายังแข็งแรงอยู่ หลงคิดว่ารูปร่างนี้ยังสวยงามอยู่ หลงคิดว่ารูปร่างคนอื่นยังสวยงามเป็นที่ต้องการของเราอยู่ หลงคิดว่าโลกนี้ดี เราต้องการจะเกิดมาอีก สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเราใช้ปัญญาพิจารณาดูก็จะเห็นว่า ร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของคนอื่นก็ดี เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปในท่ามกลาง และสลายตัวไปในที่สุด

    เราก้าวเข้าไปหาความเสื่อมอยู่ตลอดเวลา เราก้าวไปหาความแก่และความตายอยู่ตลอดเวลา หากว่าเราไม่เร่งสร้างสมบุญกุศลในศีล สมาธิ และปัญญา ถ้าเราหลุดพ้นไม่ได้ เราก็ต้องเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากเร่าร้อนนี้อีก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงประทานวิธีในการดับไฟโมหะตัวนี้ว่า จำเป็นต้องใช้ปัญญาในการพิจารณา

    การที่เราจะมีปัญญาพิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริงนั้น ต้องเริ่มต้นมีศีลทุกสิกขาบทบริสุทธิ์ ต้องระมัดระวังรักษา อย่าทำให้ศีลขาดด้วยตัวเอง อย่ายุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นทำศีลขาด และอย่ายินดีเมื่อผู้อื่นทำศีลขาด

    ถ้าเราสามารถหักห้ามใจตนเองได้ ไม่ทำให้ศีลขาดด้วยตนเอง ไม่ยุให้คนอื่นทำ และไม่ยินดีเห็นเมื่อคนอื่นทำ ก็แปลว่า สติ สมาธิ ของเราทรงตัว มีกำลังแล้ว เราก็สามารถที่จะปฏิบัติในสมาธิได้ง่าย

    ในเมื่อเราปฏิบัติจนสมาธิมีกำลัง สามารถระงับยับยั้งตนเองได้ ไม่ให้ไฟโลภะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ และไฟราคะ มีอำนาจเหนือจิตใจของเรา ก็เหมือนกับเราสามารถหยุดรถไว้ที่ริมเหว ไม่ให้รถถลำตกเหวไปได้ ถ้าหากว่าศีลของเรา สมาธิของเรามีกำลังขนาดนี้แล้ว เราก็สามารถที่จะใช้ปัญญาพิจารณาได้ เพราะว่าเรามีสติรู้เท่าทัน หยุดอยู่ได้ ก็เหลืออย่างเดียวคือทำลายกิเลสเหล่านี้ให้สิ้นไป

    เมื่อเราพิจารณาเห็นแล้วว่า มนุษย์และสัตว์ทุกรูปทุกนาม เกิดขึ้นในเบื้องต้น แปรปรวนในท่ามกลาง แตกดับไปในที่สุด ระหว่างที่ดำรงชีวิตอยู่ก็ประกอบไปด้วยความทุกข์อยู่ทุกขณะจิต ต้องเหนื่อยยากทำมาหากิน ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตาลงไป มีแต่ความทุกข์อยู่ตลอดเวลา ขึ้นชื่อว่าการเกิดมามีสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยความสกปรก เต็มไปด้วยความหิวกระหาย เต็มไปด้วยความเจ็บไข้ได้ป่วยเช่นนี้ เราไม่พึงปรารถนาอีก เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน

    ถ้าท่านทั้งหลายมีปัญญาถึงระดับนี้ แปลว่าท่านเริ่มระงับดับไฟโมหะลงได้แล้ว ถ้าหากว่าก้าวมาถึงระดับนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไฟโลภะ ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ก็จะทำอันตรายท่านได้น้อยอย่างยิ่ง จนกระทั่งท่านสั่งสมบารมีได้พอเพียง สามารถชำระจิตใจของตนให้ผ่องใสจากอำนาจของกิเลสทั้งปวงได้ ท่านก็จะดับไฟทั้ง ๔ กองนี้ลงได้อย่างเด็ดขาดและสิ้นเชิง ความสงบร่มเย็นอย่างแท้จริงก็จะเกิดขึ้นทั้งร่างกายกายและภายในจิตใจของท่านด้วย

    เมื่อเป็นดังนั้นก็แปลว่าท่านไม่ได้มีเทศกาลสงกรานต์แต่เพียงภายนอก คือ เฉพาะร่างกายเท่านั้น แต่ท่านมีเทศกาลสงกรานต์ภายใน คือการดับไฟใหญ่ซึ่งเกิดจากโลภะ ราคะ โทสะ โมหะ ลงได้ด้วย ถ้าอย่างนี้ก็กล่าวได้ว่า ท่านทั้งหลายมีประเพณีสงกรานต์อย่างแท้จริง ก็คือเป็นสงกรานต์ทั้งภายนอกทั้งภายใน ดับร้อนทั้งภายนอกภายในลงได้อย่างเด็ดขาดและสิ้นเชิง เป็นบุคคลที่ประกอบไปด้วยศีล สมาธิและปัญญา ประกอบไปด้วยบุญญาธิการเป็นอย่างยิ่ง เราจึงสามารถมีประเพณีสงกรานต์ที่ถูกต้องและสมบูรณ์ยิ่งกว่าบุคคลอื่นทั้งหมด

    ……………………………….

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  3. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ถ่ายทอดสดการแสดงพระธรรมเทศนาเทศกาลสงกรานต์ วัดท่าขนุน วันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
    ๐๙.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนาเทศกาลสงกรานต์ ๑ กัณฑ์
    ๐๙.๓๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ รับถวายภัตตาหารสังฆทาน
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  4. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -๑๓-เมษายน-พุ.jpg
    -๑๓-เมษายน-พุ.jpg
    -๑๓-เมษายน-พุ.jpg
    -๑๓-เมษายน-พุ.jpg

    วันเสาร์ที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระครูวิลาศกาญจนธรรม , ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ได้จัดให้มีการทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา และเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันสงกรานต์ ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  5. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ใครทำอะไรไม่ดีกับเราให้จำเอาไว้เป็นบทเรียน ว่าเราจะไม่ทำอย่างนั้นกับคนอื่น ส่วนใครทำดีกับเราให้จดจำเอาไว้ มีโอกาสก็ทดแทนเขาไป ใหม่ ๆ จะทำใจยาก แต่ทำไปเถอะ ถึงเวลาแล้วจะดีกับตัวเราเองทั้งนั้น อาตมาถึงได้ใช้คำว่า “ใครวางก่อนสบายก่อน ใครอยากแบกก็ช่างหัวมัน”

    ……………………………….

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  6. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -๑๑-เมษายน.jpg

    วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระครูวิลาศกาญจนธรรม , ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด กาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) ขอเชิญชวนพุทธบริษัททุกท่านร่วมบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ และร่วมขบวนแห่หลวงพ่อทองคำวัดท่าขนุน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ณ ลานธรรมหน้าสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๒๑ ศอก วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  7. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -เปิดรับจองสมเด็.jpg
    -เปิดรับจองสมเด็.jpg

    ประกาศ : เปิดรับจองสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๕ นิ้ว วัดท่าขนุน วัสดุทองเหลืองปิดทอง

    มีจำนวน ๑,๙๙๙ องค์ ราคาองค์ละ ๙,๙๙๙ บาท (รับจองที่บ้านสุมโนเท่านั้น)

    เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. เป็นต้นไป จนกว่าจะเต็มจำนวนที่เปิดให้จอง (เปิดรับจองทุกวัน ตามเวลาที่กำหนดจนกว่าจะเต็มจำนวนจอง)

    ตามที่พระอาจารย์เล็กกำหนด ๑ คน ต่อ ๑ องค์
    ผู้จองโปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีรูปเป็นหลักฐานชัดเจนให้ทราบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

    กำหนดชำระเงิน
    ภายในวันที่ ๓๑ พ.ค. ๒๕๖๒ เวลา ๑๘.๐๐ น. ที่บ้านสุมโนเท่านั้น (รับเฉพาะเงินสด ไม่รับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร)
    ๑. ชำระเงินสดเมื่อจอง หรือ
    ๒. ชำระเงินสดในเวลาที่บ้านสุมโนเปิด (ทุกเสาร์และอาทิตย์เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นเสาร์และอาทิตย์ที่บ้านเติมบุญเปิด บ้านสุมโนจะปิด)

    การรับพระ โปรดระบุสถานที่ว่าจะรับที่
    ๑. วัดท่าขนุน : สามารถรับได้หลังพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ที่ ๖ ก.ค. ๒๕๖๒ (เสาร์ ๕ รับยันต์เกราะเพชร)
    ๒. บ้านสุมโน : หากไม่รับที่วัดท่าขนุน ต้องมารับที่บ้านสุมโนเท่านั้น (ทุกวันเสาร์และอาทิตย์เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นเสาร์และอาทิตย์ที่บ้านเติมบุญเปิด บ้านสุมโนจะปิด)
    หมายเหตุ : ไม่มีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ // กรุณาแสดงบัตรประชาชนหรือบ้ตรที่มีรูปยืนยันตัวบุคคลนั้นได้เพื่อรับวัตถุมงคลในทุกกรณี

    สถานที่ตั้งบ้านสุมโน
    ๑. ค้นหาใน Google พิมพ์ “บ้านสุมโน” https://goo.gl/maps/5WAfTdBjSw42
    ที่ตั้ง ห้องเลขที่ ๑๙ ซอย สมเด็จพระเจ้าตากสิน ๒๔ แขวง บุคคโล เขต ธนบุรี กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐
    ๒. ที่จอดรถไม่ค่อยมี แนะนำให้จอดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือบิ๊กซี
    ๓. สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟฟ้าไป (ลงที่สถานี วงเวียนใหญ่, โพธิ์นิมิตร หรือตลาดพลู ตามที่สะดวก)
    แล้วต่อรถไปอีก อยู่ซอยตากสิน ๒๔ เข้าปากซอยไปประมาณ ๑๐๐ เมตร บ้านจะอยู่ซ้ายมือ ติดป้ายว่า “บ้านสุมโน ๑๙”

    สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านสุมโนและการจองบูชาได้ที่ เพจ ห้องเลขที่สิบเก้า
    https://www.facebook.com/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2-2260929177500779/

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  8. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเห็นการสรงน้ำของญาติโยมแล้ว อาตมารู้สึกว่าเขาห่างวัดเกินไป ถึงเวลาสรงน้ำพระพุทธรูปก็ราดตั้งแต่เศียรพระลงไปเลย

    การสรงน้ำพระเป็นการแสดงออกซึ่งความเคารพในพระรัตนตรัย เป็นการถวายของหอมเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ความหยาบละเอียดของกำลังใจเห็นได้ชัดมาก หลายท่านสรงน้ำถวายด้วยการรดที่พระหัตถ์ของพระพุทธรูป บางท่านก็รดที่พระอังสาคือที่บ่า แต่ว่าส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐-๙๐ รดที่พระเศียรคือรดหัวเลย กลัวพระพุทธรูปจะไม่เย็น…!

    แม้แต่คนทั่ว ๆ ไป เราก็ไม่ควรที่จะไปราดหัวเขาอยู่แล้ว นี่ราดหัวพระพุทธรูปเล่นกันสนุกสนานเฮฮา ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่อนาถมาก แสดงออกถึงความหยาบของกำลังใจ ที่ไม่ได้ดูว่าอะไรสมควรหรือไม่สมควร

    ……………………………….

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  9. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -ตอนที่-๔๔.jpg

    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๔๔ : นิมิตก่อนบวช

    นิมิตในที่นี้ หมายถึงภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นคล้ายความฝัน แต่ไม่ใช่ความฝัน ส่วนมากมักเป็นภาพที่บอกเหตุการณ์ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลา เหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นจริง ๆ ภาพนิมิตนั้นเป็นภาพปรากฏขึ้นเอง บังคับไม่ได้ บทจะมาก็มา บทจะไปก็ไป ไม่มีลางบอกล่วงหน้าว่าฉันจะมานะจ๊ะ หรือฉันจะไปแล้วจ้ะ เรียกว่าตามใจมันไม่ตามใจเรา…

    เมื่อยังเด็กอยู่ ถ้าอาตมาเห็นภาพน้ำวนมหึมา หมุนวนกดทับลงมา อึดอัดแทบหายใจไม่ออกทีไร ก็เจ็บไข้ได้ป่วยทีนั้น และถ้าเห็นตัวเองเดินอยู่ในป่าไผ่โปร่งสีเขียวขจี มีแสงแดดสีทองส่องลอดลงมาเป็นทาง ๆ จะหายป่วยทุกทีเช่นกัน นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก…

    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สุบินนิมิตเห็นน้ำป่าหลากมาจากตะวันตก มีพญาจระเข้มหึมาว่ายมากับสายน้ำ ตรงเข้าทำร้ายพระองค์ จึงเกิดต่อสู้กันขึ้น พระองค์ฆ่าจระเข้ร้ายลงได้ พอยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราช พระองค์ก็ทรงมีชัยชนะอย่างเด็ดขาด เหมือนกับในสุบินนิมิตนั้น…

    เล่าปี่นิมิตเห็นน้องร่วมสาบานทั้งสอง คือกวนอูและเตียวหุย ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ มาตามให้ไปอยู่ด้วย หลังจากนั้นไม่นาน เล่าปี่ซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ ก็สวรรคตจริง ๆ ไปอยู่ร่วมกับน้องทั้งสองสมดังนิมิตที่เห็นล่วงหน้า…

    ในพงศาวดารโยนกเชียงแสน เจ้าพรหมกุมาร โอรสของพระเจ้าพังคราช นิมิตเห็นเทวดามาบอกว่า จะมีช้างเผือกล่องมาตามแม่น้ำ ถ้าคล้องเชือกแรกได้ จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิปราบได้ทั้งโลก ถ้าคล้องเชือกที่สองได้ จะปราบได้ทั่วชมพูทวีป ถ้าคล้องเชือกที่สามได้ จะได้เป็นใหญ่ในสุวรรณภูมิ…

    เจ้าพรหมกุมารจึงพาบริวารไปดักรอแต่เช้า แต่ไม่เห็นช้างเผือกดังนิมิต หากแต่เป็นงูยักษ์ตัวใหญ่โตมโหฬารล่องมาตามแม่น้ำ หลังจากปล่อยผ่านไปสองตัว ก็ตัดสินใจคล้องตัวสุดท้ายไว้ งูยักษ์กลายเป็นช้างเผือกผ่องทั้งกาย จึงให้ชื่อว่า “พลายประกายแก้ว” ภายหลังใช้เป็นช้างศึก ปราบขอมดำจนสิ้น ได้เป็นพระเจ้าพรหมมหาราช ปกครองแคว้นโยนกเชียงแสนตลอดถึงสุวรรณภูมิจริง ๆ…

    จากที่ยกตัวอย่างมา เป็นนิมิตบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าที่แม่นยำทั้งสิ้น ในที่นี้ขอกล่าวถึงนิมิตของตนเองบ้าง คืนหนึ่งอาตมาเห็นตัวเองและประชาชนนับหมื่นนับแสน ถูกกักบริเวณอยู่ในรั้วลวดหนามฝั่งหนึ่ง แออัดยัดเยียดไปหมด…

    อีกฝั่งเป็นที่โล่งมีเต็นท์กางอยู่ ภายในเต๊นท์มี หลวงพ่อวัดท่าซุง หลวงปู่มหาอำพัน ฯลฯ นั่งอยู่ อาตมาทนเขาเบียดไม่ไหว จึงปีนลวดหนามข้ามไปอยู่กับหลวงปู่ – หลวงพ่อ มองกลับมาไม่เห็นมีใครตามมาซักคน ทั้งที่การปีนก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย…

    อีกคราวหนึ่งอาตมาเห็นตนเองเป็นพระ แบกตาลปัตรจะไปงานมงคลบ้านใครคนหนึ่ง อาตมาห่มจีวรแต่นุ่งกางเกงอยู่ ไปถึงบ้านงานเห็นพระหนุ่ม ๆ นับร้อย นั่งเงียบน่าเลื่อมใส แต่อาตมารู้สึกว่าพวกเขา “แกล้งทำเคร่ง” เลยไม่นั่งด้วย พอดีเห็นแถวในสุดมีหลวงปู่มหาอำพันนั่งอยู่ จึงไปนั่งต่อท้ายหลวงปู่…เอาจีวรปิดกางเกงไว้…

    จากนิมิตทั้งสองครั้ง อาตมาคิดว่าคงต้องบวชแน่ แม้ว่าแม่ขอร้องให้บวชทีไร อาตมาปฏิเสธทุกทีเพราะว่ากลัวตกนรก และก็เป็นจริงเมื่อ “หลวงพ่อ” ถามว่า “ไอ้หนู…หลวงพ่อต้องการพระบวชแก้บนสามองค์ จะบวชให้พ่อได้ไหมลูก…?” อาตมาเห็นว่าเป็นการบวชแก้บน คงบวชแค่ไม่กี่วัน จึงรับปากและบวชมาจนบัดนี้ ก็เพิ่งคิดได้ว่า ๑๐๐ ปี มีแค่ ๓๖,๕๐๐ วัน เท่านั้นเอง…!

    ภาพนิมิตทั้งหลาย หากปรากฏขึ้น จงศึกษาไว้เป็นแนวทางเท่านั้น อย่ายึด-อย่าเกาะ เพราะว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ นิมิตส่วนใหญ่จะเป็นมารมาพาให้หลง ภาวนาอยู่เกิดนิมิต ก็ไปติดไปเกาะ ไม่ยอมละ ยอมวาง แบบนี้ก็เอาดียาก นิมิตที่จำเป็นต้องยึดมีประการเดียว คือนิมิตตามกองกรรมฐานเท่านั้น…!

    ๔ เมษายน ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี

    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  10. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -การที่เราอนุโมทนาบ.jpg

    ถาม : การที่เราอนุโมทนาบุญในสิ่งที่ผ่านมาสามสี่ปีก่อน จะมีผลในปัจจุบันไหมครับ ?
    ตอบ : การโมทนาบุญ คือการที่เราพลอยยินดีในความดีของคนอื่นเขา ที่เราไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น คราวนี้เราจะโมทนาบุญของเขานั้น ต้องมาดูว่า เราพลอยยินดีในผลบุญของเขา หรือเราอยากได้บุญของเขา ?

    ถ้าเราอยากได้บุญของเขา แปลว่าเราวางกำลังใจผิด โอกาสที่จะได้บุญก็น้อย เห็นเขาทำความดีแล้วเราไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น แล้วเราพลอยยินดีในความดีของเขา จิตที่พลอยยินดีนั่นแหละที่เป็นบุญกุศลขึ้นมา เพราะเราไม่มีความอิจฉาริษยา เพราะเรายินดีจากใจจริง

    ปัจจุบันนี้ที่โมทนาบุญกัน มักจะโมทนาในลักษณะวางกำลังใจผิดทั้งนั้น เขาโมทนาในลักษณะ “กูจะเอาของมึง” ต้องวางกำลังใจใหม่ ถ้าวางถูกเมื่อไร ก็รับบุญไปเต็ม ๆ

    ฉะนั้น..ปัตตานุโมทนามัยเป็นบุญที่ได้ง่ายมาก แต่ก็ทำยากมาก แต่ไม่เป็นไรหรอก ยกมือสาธุไปเรื่อย ๆ ถึงไม่ได้ร้อย ได้ทีละยี่สิบ สามสิบ เดี๋ยวนานไปก็ได้ร้อยไปเอง

    พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  11. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ถ่ายทอดสดจากบ้านเติมบุญ วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
    พระอาจารย์รับสังฆทานและตอบปัญหาธรรม เวลา ๑๘.๐๐ น.
    เริ่มเจริญกรรมฐาน เวลา ๑๘.๓๐ น.
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  12. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg

    วันศุกร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๒ พระครูวิลาศกาญจนธรรม , ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี แห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) ได้รับสังฆทานและสอนกรรมฐาน ณ บ้านเลขที่ ๒๓/๑๔ หมู่ที่ ๓ ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี มีผู้เข้าถวายสังฆทานและร่วมเจริญพระกรรมฐาน ประมาณวันละ ๕๐๐ คน

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  13. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    วันนี้มีผู้ถามปัญหาว่า การจะพิจารณาโครงกระดูกเป็นวิปัสสนาญาณทำอย่างไร ซึ่งความจริงถ้าจะพิจารณาตามแบบที่อาตมาทำอยู่ ก็จะมีการสืบเนื่องมาก่อนหน้านั้นยาวนาน คือตั้งแต่ดูร่างกายของเราเป็นธาตุ ๔ ประกอบไปด้วยเครื่องจักรกล ถึงเวลาก็ตายก็พัง ก็อืดก็พอง มีแต่ความเน่าเหม็นเป็นปกติ จนกระทั่งเนื้อหนังมังสาทั้งหลายสลายไปหมดสิ้น เหลือแต่โครงกระดูกที่ยังมีเส้นเอ็นยึดโยงอยู่

    เมื่อถึงเวลาผ่านการชะของฝน ผ่านการแผดเผาของแดด ผ่านการพัดโกรกของลม เส้นเอ็นก็เปื่อยสลายไปหมด กระดูกก็หลุดเรี่ยราดกระจายไป กะโหลกศีรษะกลิ้งไปทางหนึ่ง กระดูกกรามกลิ้งไปทางหนึ่ง กระดูกฟันกระจัดกระจายไปด้านหนึ่ง กระดูกต้นคอหลุดกระจายไป กระดูกไหปลาร้า กระดูกหัวไหล่ กระดูกต้นแขน กระดูกข้อศอก กระดูกปลายแขน กระดูกข้อมือ กระดูกฝ่ามือ กระดูกนิ้วมือเป็นข้อ ๆ แล้วก็เล็บมือ กระดูกสันหลังที่มีซี่โครงยึดโยงกับกระดูกหน้าอก แล้วก็มีกระดูกที่เป็นหมอนรองซ้อนอยู่เป็นชั้น ๆ หลุดสลายเกลือกกลิ้งเป็นวง ๆ ไป

    กระดูกบั้นเอวที่เป็นข้อ ๆ ให้เรางอพับตัวเองได้ กระดูกก้นกบที่ติดกันค่อนข้างจะแน่นหนา มีปลายแหลม ๆ อยู่ กระดูกเชิงกรานที่เป็นเบ้ากลวง ๆ สองข้างสำหรับเป็นที่ให้เราให้นั่ง กระดูกต้นขา กระดูกหัวเข่า กระดูกหน้าแข้ง กระดูกข้อเท้า กระดูกส้นเท้า กระดูกฝ่าเท้า กระดูกนิ้วเท้า แล้วก็เล็บเท้า หลุดกระจัดกระจายไป โดนแดดเผา โดนฝนชะ โดนลมโกรกก็ค่อย ๆ เก่าลง ๆ เปื่อย ผุพังจมดิน ไม่มีอะไรเหลืออยู่แม้แต่น้อยหนึ่ง

    นี่คือสภาพร่างกายของเรา ซึ่งไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร มีกระดูกเป็นโครง มีเนื้อพอกอยู่ มีอวัยวะเป็นเครื่องจักรกล ให้เราอาศัยอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว มีความไม่เที่ยงเป็นปกติ ระหว่างที่ทรงชีวิตอยู่ก็มีแต่ความทุกข์ ท้ายสุดก็เสื่อมสลายตายพังไป ไม่สามารถที่จะยึดถือเป็นตัวตนเราเขาได้

    ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ขึ้นชื่อว่าการเกิดมามีร่างกายที่หาแก่นสารไม่ได้เช่นนี้เราไม่ต้องการอีก การเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากเร่าร้อนเช่นนี้เราไม่ต้องการอีก เราปรารถนาที่เดียวคือพระนิพพาน

    ถ้าพิจารณามาถึงตรงจุดนี้ เราก็น้อมจิตน้อมใจของเรา นึกถึงภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่ง ที่เรารักเราชอบมากที่สุดก็ได้ ตั้งใจว่าพระองค์ท่านอยู่บนพระนิพพาน ถ้าเราหมดอายุขัยตายไปก็ดี หรือเกิดอุบัติเหตุอันตรายใด ๆ ตายลงไปก็ดี เราขอไปอยู่กับองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระนิพพานแห่งเดียวเท่านั้น

    หลังจากนั้นก็มาดูลมหายใจเข้าออกของเรา ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ให้กำหนดรู้ลมหายใจ ถ้ายังมีคำภาวนาอยู่ ให้กำหนดคำภาวนา ถ้าคำภาวนาเบาลงหรือว่าหายไป ลมหายใจเบาลงหรือว่าหายไป เราก็กำหนดดูกำหนดรู้เอาไว้เท่านั้น ประคับประคองรักษาอารมณ์เช่นนี้เอาไว้ จนกว่าจะได้ระยะเวลาที่เราพอใจ

    ลำดับต่อไปก็ให้ทุกท่านตั้งใจภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
    วันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗

    ที่มา www.watthakhanun.com
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  14. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -คือการทำสิ่ง.jpg

    สามีจิกรรม คือการทำสิ่งที่ดี ๆ ต่อผู้ใหญ่กว่า อาวุโสกว่า เป็นต้น เพราะการอยู่ร่วมกันของคนเรานั้น อย่างน้อย ๆ ก็มีการล่วงเกินกันด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะว่าสติของเรายังไม่สมบูรณ์ ในเมื่อเป็นดังนั้น โอกาสที่จะเกิดโทษย่อมมี ถึงเวลาพวกเราก็ควรจะหาโอกาสที่เหมาะสมเพื่อขอขมา อย่างเช่นว่า วันปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิด ไม่ว่าจะเป็นของผู้ใหญ่ ของแม่ ของพ่อ ของพระภิกษุที่เราเคารพนับถือ เป็นต้น

    ในเรื่องของกรรมนั้น ทั้ง ๓ หมวด ๑๒ ประเภท มีอยู่ตัวหนึ่ง เขาเรียกว่า อโหสิกรรม ถ้าหากว่าทั้งโจทก์และจำเลยอยู่ต่อหน้ากัน เอ่ยปากยกโทษให้กัน กรรมอันนั้นจะหมดไปเลย ส่วนการอโหสิกรรมอีกแบบหนึ่ง คือการทำความดีจนถึงที่สุด อย่างเช่นว่าเป็นพระอรหันต์ กรรมทั้งหลายเหล่านั้นจะเลิกแล้วต่อกันไป เพราะตามท่านไม่ได้อยู่แล้ว ก็จะเหลือแต่เศษกรรมที่สนองท่านได้บ้างในขณะที่ยังทรงขันธ์ ๕ อยู่

    โดยเฉพาะพวกเราทั้งหมด เป็นผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น ดังนั้น…ในเรื่องของโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวกับการปรามาสพระรัตนตรัย จะเป็นตัวขวางไม่ให้เราเข้าถึงมรรคผล เนื่องจากกติกาความเป็นพระอริยเจ้า ข้อแรกก็คือ ต้องเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างจริงใจ เมื่อเป็นดังนั้น..พวกเราก็จะได้ปลดกำลังใจของเราออก เมื่อเราปลดกำลังใจของเราออกมา รู้สึกว่าเราได้ทำสิ่งที่ดีงาม เป็นการตอบแทนสิ่งที่เราได้ทำผิดไปแล้ว ก็จะทำให้กำลังใจของเราคลายออกจากวาระกรรมอันนั้น สิ่งที่เคยทำเอาไว้ก็เท่ากับว่าหมดโทษกันไป คราวนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะทำใหม่เมื่อไร

    ในวาระปีใหม่นี้ พวกเราก็ได้มาทำในส่วนของสามีจิกรรมด้วยกัน ถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่ควร โดยเฉพาะในส่วนของอปจายนมัย การแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ หรือบุคคลที่เราให้ความเคารพนับถือ ถือว่าเราได้ทำตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สั่งสอนไว้ เราเชื่อฟังพระพุทธเจ้า ก็ถือว่าปฏิบัติในพุทธานุสติ ปฏิบัติตามคำสอนท่านก็ถือว่าทำในธัมมานุสติ ทำการขอขมาต่อตัวแทนพระภิกษุสงฆ์ ก็ถือว่าเราปฏิบัติในสังฆานุสติ ในเมื่อได้ทำบุญใหญ่ครบทั้งสามประการนี้ ก็ให้เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า การทำความดีครั้งนี้เรามีความปรารถนาในสิ่งหนึ่งสิ่งใด แล้วตั้งใจรับพรพร้อมกัน

    อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สุขะวัฑฒะโก โหตุ สัพพะทา
    ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุจุปัททะวา
    อะเนกาอันตรายาปิ วินัสสันตุ จะ เตชสา
    ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตถิ ภาคะยัง สุขัง พะลัง
    สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุฑฒี จะ ยะสะวา
    สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชีวะสิทธี ภะวันตุ เต

    ……………………………….

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  15. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .png

    กำหนดการจัดงานวันผู้สูงอายุ และงานประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๒

    “งานบุญมหาสงกรานต์ บ้านทองผาภูมิ”
    เทศบาลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    วันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒

    วันเสาร์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๒
    ๐๘.๓๐ น. ทำบุญักบาตร ณ วัดท่าขนุน
    ๑๐.๐๐ น. ลงทะเบียนผู้สูงอายุ ณ อาคารป้องกันฯ
    ๑๑.๐๐ น. การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านของผู้สูงอายุ
    ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
    ๑๓.๐๐ น. กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพรผู้สูงอายุ

    +++

    วันอาทิตย์ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
    ๐๘.๓๐ น. ทำบุญตักบาตร ณ วัดท่าขนุน
    ๑๖.๐๐ น. กิจกรรมกวนข้าวเหนียวแดง ณ เทศบาลตำบลทองผาภูมิ
    ๑๘.๐๐ น. พิธีสวดมนต์กลางบ้าน เจริญพระปริตรมงคล
    ๑๘.๔๕ น. ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย จากเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทองผาภูมิ
    ๑๙.๓๐ น. พิธีเปิดโดย นายสืบสาย ศักดิ์โสภิษฐ์ นายอำเภอทองผาภูมิ
    ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย จากเด็กนักเรียนทองผาภูมิวิทยา
    ๒๐.๐๐ น. พิธีมอบเกียรติให้กับ ครอบครัวอบอุ่น
    ๒๐.๓๐ น. ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย จากชุมชนพัฒนาทองผาภูมิ, ชุมชนริมฝั่งแควน้อย, ชุมชนวังท่าขนุน // กิจกรรมรำวงย้อนยุค
    ***นุ่งโจง ห่มสไบ / ผ้าไทย

    ++++

    วันอาทิตย์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒
    ๐๘.๓๐ น. ทำบุญตักบาตร ณ วัดท่าขนุน
    ๑๐.๐๐ น. พร้อมกันที่สำนักงานเศบาลตำบลทองผาภูมิ
    ๑๐.๓๐ น. เริ่มเคลื่อนขบวนแห่พระพุทธรูปทองคำ ไปยังวัดท่าขนุน (จากสำนักงานเทศบาลตำบทองผาภูมิ ถึงวัดท่าขนุน)
    ๑๒.๓๐ น. กิจกรรมก่อพระเจดีย์ทราย ณ วัดท่าขนุน
    ๑๓.๐๐ น. กิจกรรมทอดผ้าป่ามหาสงกรานต์ ณ วัดท่าขนุน
    ๑๔.๐๐ น. ประเพณีอุ้มพระสรงน้ำ ณ วัดท่าขนุน
    ***สวมเสื้อลายดอก ผ้าโจงกระเบน

    หมายเหตุ กำหนดการนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  16. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ถ่ายทอดสดจากบ้านเติมบุญ วันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
    พระอาจารย์รับสังฆทานและตอบปัญหาธรรม เวลา ๑๘.๐๐ น.
    เริ่มเจริญกรรมฐาน เวลา ๑๘.๓๐ น.
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  17. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg
    -๕-เมษายน-๒๕๖.jpg

    วันศุกร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม , ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รับฟังแนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุน พร้อมรายละเอียดในแต่ละส่วนงาน จากคณะของคุณประพลทัศน์ พงษ์ฤทธิพร ผู้ออกแบบพร้อมด้วยคณะทำงาน

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  18. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ถ่ายทอดสดการแสดงพระธรรมเทศนาเทศกาลสงกรานต์ วัดท่าขนุน วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
    ๐๙.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนาเทศกาลสงกรานต์ ๑ กัณฑ์
    ๐๙.๓๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ รับถวายภัตตาหารสังฆทาน
    และขอเชิญรับชมถ่ายทอดสดพิธีบังสุกุลอัฐิและสะเดาะเคราะห์ เวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  19. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    .jpg

    ถ่ายทอดสดพิธีบังสุกุลอัฐิและสะเดาะเคราะห์ วัดท่าขนุน วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  20. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน Active Member ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1,969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    20
    ค่าพลัง:
    +1,747
    พระอาจารย์เล่าให้ฟังว่า “จำไม่ได้ว่าอ่านหนังสือเล่มไหนเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนามหายาน มีคุณยายอยู่คนหนึ่ง เขาศรัทธาในพระพุทธศาสนามหายานมาก อาจารย์ก็สอนให้ภาวนาปรัชญาปารมิตาสูตรทุกวัน

    คุณยายถามว่าต้องภาวนาสักกี่จบ ? อาจารย์บอกว่าสัก ๑๐๘ จบก็ได้ คุณยายถามต่อว่าจะภาวนานับอย่างไร ? อาจารย์ก็บอกว่าให้หาลูกประคำมานับ คุณยายนั้นมีฐานะยากจน ลูกประคำก็ไม่มี นึกได้ว่าในครัวมีถั่วลิสงอยู่ ก็เลยเอาถั่วลิสงมาใส่ถาดนับให้ได้ ๑๐๘ เม็ดโดยเอาถาดเปล่าวางไว้อีกข้างหนึ่ง พอว่าจบไปหนึ่งบทก็หยิบเมล็ดถั่วลิสงไปวางไว้ในถาดนั้น

    ทำอย่างนี้ทุกวัน ๆ ปรากฏว่าวันหนึ่งอาจารย์ก็อยากรู้ว่ายายแกภาวนาจริงหรือเปล่า ก็เลยไปแอบดู จากแสงตะเกียงก็เห็นว่ายายภาวนาจบหนึ่ง ถั่วก็ลอยไปเองเม็ดหนึ่ง

    ยายแกเจ๋งจริง ๆ ภาวนาจนได้อภิญญา ก็เลยสำคัญว่าทำจริงหรือเปล่า ? ถ้ายายคิดว่าอายุมากแล้วไปเกี่ยงว่าทำไม่ไหวหรอก ก็เป็นอันว่าไม่ต้องได้อะไร คราวนี้ยายเขาไม่เกี่ยง ถึงเวลาก็ทำ เครื่องมืออะไรไม่มีก็ดัดแปลงเอา ดัดแปลงได้ดีกว่าที่คิดด้วย จากตอนแรกที่ต้องใช้มือก็ไม่ต้องใช้แล้ว”

    พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    ที่มา www.watthakhanun.com

    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...