เรื่องเด่น อัศจรรย์! อานุภาพเสียงสวดมนต์ สวดอย่างไรแผ่ไกลถึงภพสาม เรื่องเล่าจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 9 มีนาคม 2018.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,759
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,199
    ค่าพลัง:
    +32,379
    อัศจรรย์! อานุภาพเสียงสวดมนต์ สวดอย่างไรแผ่ไกลถึงภพสาม
    เรื่องเล่าจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

    สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง

    1391350803_11.jpg

    การสวดมนต์เป็นการกล่าวสรรเสริญคุณอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย และบทสวดก็เป็นพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งศักดิ์สิทธิ์มากอยู่แล้ว ดังนั้น คนสวดมนต์เองเลยพลอยศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยเพราะกล่าวแต่คำที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

    การสวดมนต์ถ้าสวดด้วยความซาบซึ้งและเสื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยเปล่งเสียงออกมาเพื่อสรรเสริญพระคุณกล่าวถ้อยคำอันเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกไป เสียงที่เปล่งออกจากใจให้ดังกังวาลนั้นจะมีอานุภาพแผ่ไพศาลไปยังสวรรค์และพรหมโลก บนโลกมนุษย์ก็ครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณหรือทำใจแผ่ให้ครอบคลุมทั้งโลกส่วนในพื้นล่างก็แผ่ไกลถึงอเวจีมหานรก การสวดเสียงดังต้องออกจากจิตที่เลื่อมใสและกอรปด้วยท่วงทำนอง วรรคตอนที่ถูกต้องไพเราะ

    มาฟังพระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรมคุณวิเศษหลวงปู่มั่นท่านได้เทศน์สอนและเล่าเรื่องราวประสบการณ์ตรงให้ฟังเกี่ยวกับเสียงสาธุการและอานุภาพเสียงสวดมนต์ว่าสวดแบบไหน มีอานุภาพแผ่ไปไกลถึงภพทั้งสาม

    o997fi2v7zbm3l4k4h0-o.jpg

    อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ สมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น..พักอยู่บนดอยปะหร่อง (เชียงใหม่) กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวสาธุพร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่าน (พระอาจารย์มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้นวันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า “เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตาม ๆ กัน” ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง

    พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า “เขาก็สาธุการด้วย” แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำอย่างนั้น ท่านพระอาจารย์มั่น เลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์เช้า เย็น หรือชาวพุทธทุกคน สวดมนต์ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล สวดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล

    สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง ดีกว่า หาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล นี้คืออานิสงส์ของพระพุทธมนต์ ท่านพระอาจารย์มั่นว่าอย่างนี้



    e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8a1e0b8b1e0b988e0b899-1.jpg

    หลวงพ่อคะ สวดมนต์แบบในใจ กับ สวดมนต์แบบออกเสียง อานิสงส์เท่ากันไหมคะ.?”หลวงพ่อ : “ไม่เท่าหรอก เพราะมันเหนื่อยไม่เท่ากัน… อานิสงส์ ถ้าแปลตามความหมายแปลว่า ผลที่พึงจะได้รับ ลีลาการสวดมนต์ในใจก็ไม่แน่ สุดแท้แต่คน บางคนนึกในใจ จิตเขาฟุ้งซ่านใช่ไหม..บางคนออกเสียงเหนื่อยเกินไป สวดในใจดีกว่าก็รวมความว่า สุดแล้วแต่ทำอย่างไหนจิตจะมีสมาธิดีกว่ากัน บางคนนึกในใจไม่ได้หรอก จิตฟุ้งซ่าน ต้องว่าออกเสียงดัง ๆ

    ถ้าอย่างหลวงพ่อออกเสียงดังไม่ดี นึกในใจดีกว่า ก็สุดแล้วแต่คน นี่ผลก็ต้องอยู่ที่ว่าคนใดจิตมีสมาธิดีกว่า และสวดมนต์ได้ดีกว่ากัน ต้องถือตามนั้นนะ การสวดมนต์มีอานิสงส์ใหญ่ สวดน้อยก็มีอานิสงส์ใหญ่ อานิสงส์ใหญ่จริง ๆ อยู่ที่เจตนา จิตมีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์จริง และเวลาสวดมนต์ด้วยความเคารพจริง ถึงสวดน้อยก็มีอานิสงส์ใหญ่

    ถ้าสวดมนต์ว่าเรื่อยเปื่อยไปไม่ได้ตั้งใจ ว่าส่งเดช อย่างนี้ว่ามาก ก็ยังมีอานิสงส์น้อย

    ทีนี้ถ้าจะถามว่าสวดมนต์กับภาวนา อย่างไหนจะมีอานิสงส์มากกว่า ถ้าสวดมนต์ก็อยู่แค่อุปจารสมาธิ ถ้าภาวนาสั้น ๆ จิตเป็นฌานได้ต่างกัน ทีนี้ถ้าคนภาวนาส่งเดชก็ไม่เป็นเรื่องเหมือนกัน แต่ภาวนาส่งเดชก็ดีกว่าไม่ภาวนาเลย ใช่ไหม..”

    e0b89fe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8a1e0b8b1e0b988e0b899.jpg

    การทำกรรมมี ๓ ทาง คือ มโนกรรม(ทางใจ) , วจีกรรม(ทางวาจา) , กายกรรม(ทางกาย)

    การสวดมนต์ คือการทำกรรมทางวาจา ที่เรียกว่า วจีกรรม จึงต้องมีการเปล่งเสียง ออกอักขระทางวาจา การสวดมนต์ในใจ ไม่เรียกว่าการสวดมนต์ แต่เรียกว่า การบริกรรมภาวนา ก็หุบปากอยู่เงียบกริบ แล้วจะเรียกว่า “สวด” ได้ไงกัน ? ดังนั้น ในภาวะปกติ บุญของการสวดแบบบริกรรมย่อมน้อยกว่าการเปล่งเสียงแน่นอน

    ยกเว้น คุณบริกรรมบทสวดมนต์ไปเรื่อย ๆ จนได้จิตรวมเป็นสมาธิขึ้นมา แบบนั้นจึงจะได้บุญมากกว่าการสวดออกเสียง อยู่ที่เจตนา ความตั้งใจในการสวด การนึกความคิดขณะสวดที่จะบูชาคุณพระรัตนตรัย ควรเข้าใจความหมายด้วยจะดีที่สุด ใจที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิยิ่งนิ่งยิ่งได้บุญมาก





    ขอขอบคุณที่มาจาก

    : https://pantip.com/topic/3459130

    เพจ เรื่องดี ๆ มีข้อคิด

    ภาพจาก www.google.co.th


    --------------------------------------------

    ขอบคุณที่มา
    https://thekiller994.wordpress.com/2017/12/28/อัศจรรย์อานุภาพเสียงสว/
     
  2. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +450
    อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ สมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น..พักอยู่บนดอยปะหร่อง (เชียงใหม่) กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวสาธุพร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่าน (พระอาจารย์มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้นวันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า “เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตาม ๆ กัน” ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง

    พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า “เขาก็สาธุการด้วย” แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำอย่างนั้น ท่านพระอาจารย์มั่น เลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์เช้า เย็น หรือชาวพุทธทุกคน สวดมนต์ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล สวดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล

    สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง ดีกว่า หาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล นี้คืออานิสงส์ของพระพุทธมนต์ ท่านพระอาจารย์มั่นว่าอย่างนี้


    ( บทนี้เฉพาะ ที่หลวงปู่มั่น ท่านกล่าว )
     

แชร์หน้านี้

Loading...