อาการจมแช่ หมกมุ่นในปฏิบัติ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ธรรมแท้ว่าง, 22 ตุลาคม 2020.

  1. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    10,918
    ค่าพลัง:
    +11,785
    ทางเดินในสายมรรค ผล นิพพาน ย่อมไม่ใข่อาการหมกมุ่น จม แช่ แน่นอน
    แต่จะมีทางป้องกันอย่างไร ไม่ให้หลง
    ไปหมกมุ่น จมแช่ จนแก้ไม่ไหวครับ
     
  2. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    4,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,189
    เรียนวิธีให้เข้าใจก่อนครับ นี่คือปัญหาหลัก

    ถ้าเข้าใจวิธีแล้ว
    มรรค ไม่มีข้ออ้างในการปฏิบัติ

    ท่ารุกกับรับ ท่าเดียวกัน

    พูดอีกอย่างง่ายๆ
    จิตมีสภาพอย่างไร กำหนดรู้ไปตรงๆ

    จมรู้ว่าจม แช่รู้ว่าแช่
     
  3. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    1,376
    ค่าพลัง:
    +624
    พระอานนท์ปฏิบัติหมกมุ่นเพื่อจะเอาจะให้บรรลุธรรม
    แต่ตอนบรรลุธรรมกลับบรรลุตอนสละปล่อยวางละทิ้งความหมกมุ่น
    หากหมกมุ่นกับการปฏิบัติแบบเก่าแล้วจมแช่ไม่ก้าวหน้า
    ก็ต้องปฏิบัติแบบใหม่เพื่อให้เข้าใจในแบบเก่า
    การเข้าถึงธรรมแบบเก่าปฏิบัติแล้วจมแช่
    ก็ต้องเข้าถึงธรรมแบบใหม่โดยมีเป้าหมายระงับดับกิเลสเหมือนเดิม
    ที่แตกต่างกันเป็นวิธีการในการเข้าถึงคับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 ตุลาคม 2020
  4. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    มันกะดีนะลุงถ้าแช่ร(ืืืืืืืออนเซน
     
  5. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    4,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,189
    upload_2020-10-22_9-21-17.png

    ร่อน เอาโซดาไปขวด ไปกรอกผสม หงษ์กระพือปีก เมื่อวาน
     
  6. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ของมักเลย55
     
  7. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ที่จริงกะหาชิมไปหมดละผม55
     
  8. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    10,918
    ค่าพลัง:
    +11,785
    การปฏิบัติเพื่อจะเอาอะไร ให้มี ให้เป็น
    ให้เกิดขึ้นกับตนเอง
    นั่นแหล่ะจะนำไปสู่การหมกมุ่น
    การปฏิบัติเพื่อปล่อย เพื่อวางหรือ
    เพื่อให้ถึงความสิ้นยึดกายสังขาร กับจิตสังขาร
    ต่างหากที่ไม่หลงทาง คับ
    แต่การยึดความไ่ม่ยึดก็ยังเป็นการยึด
    และหลงอยู่เช่นเดิม
     
  9. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    หล่อมากลุง55
     
  10. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,047
    ค่าพลัง:
    +1,074
    มีเยอะ เต็มไปหมดครับ หมกมุ่น เมาปริ้น แต่ทำตัวมุมิ
     
  11. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    10,918
    ค่าพลัง:
    +11,785
    ใช่ใช่เมาแล้วเป็นมหามุณีดีเจ 555
     
  12. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ผมร็อกเด้อครับ
     
  13. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ผมว่าจริงๆกะไม่มีอะไรหลอกทุกข์เป็นสภาพที่ทนได้ยากใครทนได้กะสะบาย
     
  14. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,338
    ค่าพลัง:
    +34,678
    ผลักให้เป็น และ ต้องทิ้งก่อน ให้เฉยๆไม่อะไรกับมันไปก่อนครับ
    ไม่ว่าตอนนี้จะปฏิบัติมาระดับไหน มีความสามารถแค่ไหนก็ตาม
    แต่ส่วนมากไม่ค่อยทิ้งกัน เพราะเข้าใจว่า ทิ้งแล้วตนจะไม่มีสิ่งนั้น
    คือสิ่งที่คิดว่า ตนเองมี
    ด้วยไปยึดติดว่า กิริยาการทิ้งเป็นเหมือนรูปธรรม เป็นเหมือนสิ่งของ
    คือทิ้งแล้วจะไม่มี

    แต่ทางนามธรรม หากทิ้ง แล้ว ก็เพื่อป้องกัน
    มันดึงเราไปตาม จริต อนุสัย วิบาก อย่างใดอย่างหนึ่ง
    ที่ทำให้เราไปยึด ไปติด กิริยาต่างๆ
    ไปทำโน้น ทำนี่ เป็นโน้นนี่นั่น นั่นหละครับ


    ทิ้งเปรียบง่ายๆ เหมือนนักวิ่ง
    ที่ทิ้งเลิกสนใจการวิ่ง แล้วมาทำการพักผ่อนร่างกาย
    แต่ความสามารถในการวิ่งก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ
    พอร่างกายแข๊งแรงดี จะมาเสริมการออกกำลังอวัยวะส่วนไหน
    จะมาทานอะไร เพื่อเตรียมเอาไว้สำหรับ เวลาวิ่งก็สุดแล้วแต่

    การไม่ทิ้ง เหมือนการที่สนใจจะวิ่งอย่างเดียว
    ตั้งท่า เอะอะ ก็จะวิ่ง กายจะเหนื่อย จิตก็ล้า
    สมองก็ล้าคิดอะไรไม่ออก

    ความสามารถ ความเข้าใจทางนามธรรม
    มันเป็นนามธรรม ที่กายแสดงเป็นแค่ผล
    ดังนั้นมันไม่ได้หายไปไหนครับ

    ปล. นัยยะ ''ยิ่งทิ้งยิ่งอัตโนมัติ''
    ทิ้งได้มากเท่าไหร่ ก็กลับคืนสู่ธรรมชาติ
    เดิมแท้ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

    จิตจะบริสุทธิ์ได้ มันทำเอาไม่ได้
    เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติของจิต
    มันต้องทิ้งเอา......

    ทิ้งเป็นนัยยะ นะครับ




     
  15. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    540
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +398
    สมาธิครับ ทิ้งอารมปล่อยวาง เหลือเพียงแต่รู้ สิ่งที่รับรุ้ผ่านอายตนะ 6
    ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ลองหลับตาลง รับรู้อายตนะ ใจ มโนวิญญาน รับรู้ สภาวะอย่างไร สัญญา สังขาร เวทนา วิญญานรับรู้ในสามสิ่งนี้ ปล่อยวาง นามขันธ์ จะมีแต่รู้ ไม่ไปเป็นตัวนามขันธ์ จะมีสภาวะ ที่ข้องเกี่ยวด้วยแต่ไม่ยึด
     
  16. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    540
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +398
    [๕๕] กายปัสสัทธิ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    การสงบ การสงบระงับ กิริยาที่สงบระงับ ความสงบระงับแห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายปัสสัทธิ มีในสมัยนั้น.

    [๕๖] จิตตปัสสัทธิ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    การสงบ การสงบระงับ กิริยาที่สงบ กิริยาที่สงบระงับ ความสงบระงับแห่ง
    วิญญาณขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตปัสสัทธิ มีในสมัยนั้น.

    [๕๗] กายลหุตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่กระด้าง แห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายลหุตา มีในสมัยนั้น.

    [๕๘] จิตตลหุตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่กระด้าง แห่งวิญญาณขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตลหุตา มีในสมัยนั้น.

    [๕๙] กายมุทุตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่กักขฬะ ความไม่แข็ง แห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายมุทุตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๐] จิตตมุทุตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่กักขฬะ ความไม่แข็ง แห่งวิญญาณขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตมุทุตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๑] กายกัมมัญญตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายกัมมัญญตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๒] จิตตกัมมัญญตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งวิญญาณขันธ์ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตกัมมัญญตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๓] กายปาคุญญตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    กิริยาที่คล่องแคล่ว ความคล่องแคล่ว ภาวะที่คล่องแคล่ว แห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายปาคุญญตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๔] จิตตปาคุญญตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    กิริยาที่คล่องแคล่ว ความคล่องแคล่ว ภาวะที่คล่องแคล่ว แห่งวิญญาณขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตปาคุญญตา มีในสมัยนั้น

    [๖๕] กายุชุกตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความตรง กิริยาที่ตรง ความไม่คด ความไม่โค้ง ความไม่งอ แห่งเวทนาขันธ์
    สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า กายุชุกตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๖] จิตตุชุกตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความตรง กิริยาที่ตรง ความไม่คด ความไม่โค้ง ความไม่งอ แห่งวิญญาณขันธ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิตตุชุกตา มีในสมัยนั้น.

    [๖๗] สติ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    สติ ความตามระลึก ความหวนระลึก สติ กิริยาที่ระลึก ความทรงจำ ความไม่
    เลื่อนลอย ความไม่ลืม สติ สตินทรีย์ สติพละ สัมมาสติ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า
    สติ มีในสมัยนั้น.

    [๖๘] สัมปชัญญะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรม ความกำหนดหมายความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ภาวะที่รู้ ภาวะที่ฉลาด ภาวะที่รู้ละเอียดความรู้แจ่มแจ้ง ความค้นคิด ความใคร่ครวญ ปัญญาเหมือนแผ่นดิน ปัญญาเครื่องทำลายกิเลสปัญญาเครื่องนำทาง ความเห็นแจ้ง ความรู้ชัด ปัญญาเหมือนปฏัก ปัญญา ปัญญินทรีย์ปัญญพละ ปัญญาเหมือนศาตรา ปัญญาเหมือนปราสาท ความสว่างคือปัญญา แสงสว่างคือปัญญา ปัญญาเหมือนประทีป ปัญญาเหมือนดวงแก้ว ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า สัมปชัญญะ มีในสมัยนั้น.

    [๖๙] สมถะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความตั้งอยู่แห่งจิต ความดำรงอยู่แห่งจิต ความมั่นอยู่แห่งจิต ความไม่ส่ายไปแห่งจิตความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ภาวะที่จิตไม่ส่ายไป ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ สัมมาสมาธิในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า สมถะ มีในสมัยนั้น.

    [๗๐] วิปัสสนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรม ความกำหนดหมายความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ภาวะที่รู้ ภาวะที่ฉลาด ภาวะที่รู้ละเอียดความรู้แจ่มแจ้ง ความค้นคิด ความใคร่ครวญ ปัญญาเหมือนแผ่นดิน ปัญญาเครื่องทำลายกิเลสปัญญาเครื่องนำทาง ความเห็นแจ้ง ความรู้ชัด ปัญญาเหมือนปฏัก ปัญญา ปัญญินทรีย์ปัญญาพละ ปัญญาเหมือนศาตรา ปัญญาเหมือนปราสาท ความสว่างคือปัญญา แสงสว่างคือปัญญา ปัญญาเหมือนประทีป ปัญญาเหมือนดวงแก้ว ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า วิปัสสนา มีในสมัยนั้น.

    [๗๑] ปัคคาหะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    การปรารภความเพียรทางใจ ความขะมักเขม้น ความบากบั่น ความตั้งหน้า ความพยายามความอุตสาหะ ความทนทาน ความเข้มแข็ง ความหมั่น ความก้าวไปอย่างไม่ท้อถอย ความไม่ทอดทิ้งฉันทะ ความไม่ทอดทิ้งธุระ ความประคับประคองธุระ วิริยะ วิริยินทรีย์ วิริยพละสัมมาวายามะ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า ปัคคาหะ มีในสมัยนั้น.

    [๗๒] อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
    ความตั้งอยู่แห่งจิต ความดำรงอยู่แห่งจิต ความมั่นอยู่แห่งจิต ความไม่ส่ายไปแห่งจิตความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ภาวะที่จิตไม่ส่ายไป ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ สัมมาสมาธิในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น.
     
  17. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    1,376
    ค่าพลัง:
    +624
    อดีตคือเส้นทางที่เราเดินทางขับรถผ่านมาแล้ว
    อนาคตคือเส้นทางที่เรากำลังเลือกจะเดินทางขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
    จะขับไปในทิศทางใดตัดสินใจในปัจจุบันคับ
     
  18. ลูซี่

    ลูซี่ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2016
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +25
    ไม่อยากจมแช่ก็ต้องแบ่งเวลาค่ะ

    ตอนเช้า ตั้งสติ สมาธินึกดูว่าจะทำอะไรบ้าง ก่อนนอนก็ปฏิบัติอีกรอบ เพื่อสะสมกำลังสมาธิและพลังจิต สวดมนต์แผ่เมตตาด้วยตามสะดวก

    แต่ถ้ากลางวันอารมณ์ไม่ดี หรือหมดแรง เมื่อยล้า ให้สมาธิเสริมอีกรอบ เพื่อขจัดอารมณ์ขุ่นมัว จะดีขึ้น

    ระหว่างวันก็ทำงานปกติ(สายสนับสนุนแบบฆราวาส) ถ้าเป็นสายนักบวชระหว่างวันท่านคงรับกิจนิมนต์เผยแพร่ธรรมะ หรือพัฒนาวัดค่ะ
     
  19. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ดีจังคนที่มีสติระลึกอนาคตวันหนึ่งๆจะความดีอะไรบ้างเป็นกรรมดี
     

แชร์หน้านี้

Loading...