อานิสงส์การฟังเทศน์มหาชาติ

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย toya, 1 พฤศจิกายน 2006.

  1. toya

    toya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    186
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,010
    [​IMG]

    โบราณจารย์กล่าวไว้ว่า บุคคลใดฟังเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือที่เรียกว่า เทศน์มหาชาติ ซึ่งมีจำนวน 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถาจบภายใน 1 วัน ฟังด้วยจิตใจที่เลื่อมใสและเป็นกุศล จะได้ถือกำเนิดเป็นมนุษย์ในศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยในภายภาคหน้า แต่ถ้าไม่สามารถฟังได้จนจบ แต่ฟังและบูชากัณฑ์ใดกัณฑ์หนึ่งในจำนวน 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถาก็จะมีอานิสงส์ดังนี้

    [​IMG]


    1. ผู้ใดบูชากัณฑ์ทศพร จะได้ทรัพย์สมบัติดังปราถนา ถ้าเป็นอิสตรีจะได้สามีที่ประเสริฐ ถ้าเป็นบุรุษจะได้ภรรยาที่ต้องประสงค์เช่นกัน
    2. ผู้ใดบูชากัณฑ์หิมพานต์ เมื่อตายไปแล้วจะเกิดในสวรรค์ ครั้นเคลื่อนจากสวรรค์ จะมาเกิดในชาติกษัตริย์
    3. ผู้ใดบูชาทานกัณฑเมื่อตายไปแล้วจะเกิดในสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นตามลำดับ เสวยราชสมบัติในเทวโลก
    4. ผู้ใดบูชากัณฑ์วนปเวศน์ จะมีความสุขในโลกนี้และโลกหน้า เกิดชาติหน้าจะเกิดในชาติกษัตริย์ สมบูรณ์ด้วยสติปัญญา
    5. ผู้ใดบูชากัณฑ์ชูชก ในชาติหน้าจะเกิดในชาติกษัตริย์ มีสิริโฉมและรูปร่างที่งดงาม จะเจรจาปราศัยก็ไพเราะเสนาะโสต ถ้าไก้กำเนิดบุตรธิดาก็จะเป็นผู้มีสิริโฉมงดงามเช่นกัน อีกทั้งมีนิสัยที่ว่านอนสอนง่าย
    6. ผู้ใดบูชากัณฑ์จุลพล จะเกิดในภพชาติใด ๆ จะบริบูรณ์ด้วยบริวารและสมบัติ เมื่อตายไปก็จะเกิดในสวรรค์
    7. ผู้ใดบูชากัณฑ์มหาพล เมื่อตายไปจะเกิดในสวรรค์ เมื่อเคลื่อนจากสวรรค์นั้นจะเกิดในชาติกษัตริย์
    8. ผู้ใดบูชากัณฑ์กุมาร เมื่อตายไปจะมาเกิดในสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นตามลำดับ จะมาเกิดในชาติกษัตริย์ในสมัยของพระศรีอริยเมตไตรย และจะได้ออกบวชบรรลุเป็นพระอรหันต์ในโลก
    9. ผู้ใดบูชากัณฑ์มัทรี เกิดในชาติหน้าจะมีอายุยืน และจะมีสิริโฉมงดงามยิ่งนัก
    10. ผู้ใดบูชากัณฑ์มหาราช จะได้สมบัติทั้ง 3 อย่าง คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ และเมื่อเกิดในชาติหน้าจะได้เกิดในชาติกษัตริย์
    11. ผู้ใดบูชากัณฑ์กษัตริย์ ในภายภาคหน้าจะเจริญด้วยจตุรพรชัยทั้ง 4 วรรณะ คือ อายุ วรรณะ สุขะและพละ
    12. ผู้ใดบูชากัณฑ์นคร จะบริบูรณ์ด้วยวงศาคณาญาติ จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข จะทำกิจกรรมการงานใดก็ประสบความสำเร็จ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 4 กันยายน 2008
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,551
    กระทู้เรื่องเด่น:
    151
    ค่าพลัง:
    +147,859
    เพิ่มเติมข้อมูลและไฟล์เสียงเทศน์กัณฑ์ต่าง ๆ ครับ

    การเทศน์มหาชาติ เทศน์มหาชาติ คือ เทศนาเวสสันดรชาดก เป็นบุญพิธีที่นิยมจัดให้มีกันมาแต่โบราณ ส่วนมากจัดให้มีในวัดเป็นหน้าที่ของชาวบ้านและวัดนั้น ๆ จะตกลงร่วมกันจัด ปกตินิยมให้มีหลังฤดูทอดกฐิน ผ่านไปแล้วจนตลอดฤดูเหมันต์ นิยมจัดเป็นงานสองวัน คือ วันเทศน์เวสสันดรชาดกทั้ง ๑๓ กัณฑ์วันหนึ่ง และวันเทศน์จตุราริยสัจจกถา ท้ายเวสสันดรชาดกอีกวันหนึ่ง
    วันแรกเริ่มงานด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระทั้งวัด หรือเลี้ยงพระตามจำนวนที่เห็นสมควร แล้วเริ่มเทศน์เวสสันดรชาดก ตามแบบเทศน์ต่อกันไปจนสุด ๑๓ กัณฑ์ ถึงเวลากลางคืนบางแห่งจัดปีพาทย์ประโคมระหว่างกัณฑ์หนึ่ง ๆ ตลอดทั้ง ๑๓ กัณฑ์ด้วย
    วันรุ่งขึ้น ทำบุญเลี้ยงพระอีกแล้วมีเทศน์ จตุราริยสัจจกถาในระหว่างเพลจบแล้วเลี้ยงพระเพลเป็นอันเสร็จพิธี
    ระเบียบพิธีในการเทศน์มหาชาติ ที่นิยมกันเป็นหลักใหญ่ ๆ ดังนี้
    [​IMG]
    ๑) ตกแต่งบริเวณพิธีให้มีบรรยากาศคล้ายอยู่ในบริเวณป่า ตามท้องเรื่องเวสสันดรชาดก โดยนำเอา ต้นกล้วย ต้นอ้อย และกิ่งไม้มาผูกตามเสา และบริเวณรอบ ๆ ธรรมาสน์ ประดับธงทิว และ ราวัติ ฉัตร ตามสมควร
    [​IMG]
    ๒) ตั้งขันสาครใหญ่ หรือจะใช้อ่างใหญ่ที่สมควรก็ได้ใส่น้ำสะอาดเต็ม สำหรับปักเทียนบูชาประจำกัณฑ์ ในระหว่างที่พระเทศน์ น้ำในภาชนะที่ตั้งนี้เสร็จพิธีแล้ว ถือว่าเป็นน้ำพระพุทธมนต์ที่สำคัญ ภาชนะใส่น้ำนี้ตั้งหน้าธรรมาสน์ กลางบริเวณพิธี
    [​IMG]
    ๓) เตรียมเทียนเล็ก ๆ จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม แล้วนับแยกจำนวนเป็นมัด มัดหนึ่งมีจำนวนเท่าคาถาของกัณฑ์หนึ่ง แล้วทำเครื่องหมายไว้ให้ทราบ ว่ามัดไหนสำหรับบูชาคาถากัณฑ์ใด เมื่อถึงคราวเทศน์กัณฑ์นั้นก็จะเอาเทียนมัดนั้นออกจุดบูชาติดรอบ ๆ ภาชนะน้ำ ต่อกันไปจนจบกัณฑ์ให้หมดมัดพอดี ครบ ๑๓ กัณฑ์ถ้วน จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม เท่าจำนวนคาถา บางแห่งนิยมทำธงเล็ก ๆ ๑,๐๐๐ คัน แบ่งจำนวนเท่าคาถาประจำกัณฑ์เช่นอย่างเทียน แล้วปักธงบูชาระหว่างกัณฑ์บนหยวกกล้วย แต่การใช้ธงไม่เป็นที่นิยม เช่น เทียน การจุดเทียนหรือปักธงบูชากัณฑ์ดังกล่าวเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพผู้รับกัณฑ์นั้น ๆ
    การเทศน์เวสสันดร มีวิธีเทศน์เป็นทำนองโดยเฉพาะ จะต้องได้รับการฝึกอบรมศึกษาต่อท่านผู้ทรงคุณวุฒิทางนี้เป็นพิเศษ ส่วนการเทศน์จตุราริยสัจจกถา มีระเบียบพิธีอย่างเทศน์ในงานดังกล่าวแล้วข้างต้น

    ประเพณีงานเทศน์มหาชาติ
    งานเทศน์มหาชาตินี้ นิยมทำกันหลังออกพรรษาพ้นหน้ากฐินไปแล้ว อาจทำในวันขี้น ๘ ค่ำกลางเดือน ๑๒ หรือในวันแรม ๘ ค่ำก็ได้ ซึ่งในช่วงนี้น้ำเริ่มลดและข้าวปลาอาหารกำลังอุดมสมบูรณ์ จึงพร้อมใจกันทำบุญทำทานและเล่นสนุกสนานรื่นเริง แต่ในภาคอีสานนั้นนิยมทำกันในเดือน ๔ เรียกว่า "งานบุญผะเหวด" ซึ่งเป็นช่วงที่เสร็จจากการทำบุญลานเอาข้าวเข้ายุ้ง ในภาคกลาง บางท้องถิ่นทำกันในเดือน ๕ ต่อเดือน ๖ ก็มี งานเทศน์มหาชาตินั้นจะทำในกาลพิเศษจะทำในเดือนไหนก็ได้ไม่จำกัดฤดูกาล โดยมากเพื่อเป็นการหาเงินเข้าวัด บางแห่งนิยมทำในเดือน ๑๐
    การเทศน์มหาชาตินั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวสสันดรอันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระบรมโพธิสัตว์ ก่อนที่จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและออกบวชจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังตำนานต่อไปนี้
    ตำนานเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์
    การเทศน์มหาชาติ คือการมหากุศลที่เตือนบุคคลให้น้อมรำลึกถึงการบำเพ็ญบุญ คือความดีที่ยิ่งยวด อันมีการสละความเห็นแก่ตัว เพื่อผลประโยชน์สูงอันไพศาลของมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญเป็นเทศกาลที่คงความหมายอย่างแท้จริง
    การเทศน์ทุกกัณฑ์จะมีผู้เป็นเจ้าภาพจัดกัณฑ์เทศน์ถวาย เมื่อพระที่ตนรับกัณฑ์เทศน์ขึ้นเทศน์เจ้าภาพจะจุดเทียนบูชาคาถาหว่านข้าวตอกข้าวสาร การเทศน์ในสมัยก่อนพระเจ้าของกัณฑ์จะอ่านจากอักษรธรรม(อักษรลาว) ซึ่งจารลงบนใบลานเป็นแผ่นยาว คำว่า "จาร" มาจากภาษาเขมรแปลว่า การเขียนด้วยเหล็กแหลมบนใบลาน แต่ปัจจุบันจะนิยมพิมพ์ลงบนใบลานเป็นตัวหนังสือไทยปัจจุบัน เป็นเรื่องราวในแต่ละกัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสำหรับพระรุ่นใหม่ เมื่อจบกัณฑ์จะตีฆ้องเป็นสัญญาณ การเป็นเจ้าของกัณฑ์ในหมู่บ้านในชนบทอาจแบ่งเจ้าภาพเป็นคุ้ม เรื่องราวและประวัติความเป็นมาแต่ละกัณฑ์มีดังนี้
    [​IMG] : ฟังเสียงสวดมนต์ - คาถาพัน [​IMG]
    กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่พระนางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมาเป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร ภาคสวรรค์ พระนางผุสดีเทพอัปสรสิ้นบุญท้าวสักกะเทวราช สวามีทรงทราบจึงพาไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก พร้อมให้พร ๑๐ ประการ คือให้ได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสิริราชแห่งนครสีพี ขอให้มีจักษุดำดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ ขอให้มีคิ้วดำสนิท ขอให้พระนามว่าผุสดี ขอให้มีโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทังหลายและมีใจบุญ ขอให้มีครรภ์ที่ผิดไปจากสตรีสามัญคือแบนราบในเวลาทรงครรภ์ ขอให้มีถันงามอย่ารู้ดำและหย่อนยาน ขอให้มีเกศาดำสนิท ขอให้มีผิวงาม และข้อสุดท้ายขอให้มีอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๑ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชาชนสีพีโกรธแค้นจึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต พระนางเทพผุสดีได้จุติลงมาเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช เมื่อเจริญชนม์ได้ ๑๖ ชันษา จึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมี ให้นามว่า "ปัจจัยนาค" เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา ราชบิดาก็ยกราชสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชบิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดาชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ ชาวกรุงสัญชัย จึงเนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๒ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกมหาสัตสดกทาน คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลีและกัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาสบำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี ทาสา สรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบานอย่างละ ๗๐๐

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๓ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๔ วนประเวศ เป็นกัณฑ์ที่สี่กษัตริย์เดินดงบ่ายพระพักตร์สู่เขาวงกต เมื่อเดินทางถึงนครเจตราชทั้งสี่กษัตริย์จึงแวะเข้าประทับพักหน้าศาลาพระนคร กษัตริย์ผู้ครองนครเจตราชจึงทูลเสด็จครองเมือง แต่พระเวสสันดรทรงปฎิเสธ และเมื่อเสด็จถึงเขาวงกตได้พบศาลาอาศรมซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิตตามพระบัญชาของท้าวสักกะเทวราช กษัตริย์ทั้งสี่จึงทรงผนวชเป็นฤๅษีพำนักในอาศรมสืบมา

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๔ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตดามาเป็นภรรยา และหมายจะได้โอรสและธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาส ในแคว้นกาลิงคะมีพราหมณ์แก่ชื่อชูชก พำนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยวขอทานตามเมืองต่างๆ เมื่อได้เงินถึง ๑๐๐ กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับพราหมณ์ผัวเมีย แต่ได้นำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัว เมื่อชูชกมาทวงเงินคืนจึงยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชก นางอมิตดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชก ได้ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี ทำให้ชายในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับภรรยาตน หญิงในหมู่บ้านจึงเกลียดชังและรุมทำร้ายทุบตี นางอมิตดา ชูชกจึงเดินทางไปทูลขอกัณหาชาลีเพื่อเป็นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงเขาวงกตก็ถูกขัดขวางจากพรามเจตบุตรผู้รักษาประตูป่า

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๕ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงกลชูชก และชี้ทางสู่อาศรมจุตดาบส ชูชกได้ชูกลักพริกขิงแก่พรานเจตบุตรอ้างว่าเป็นพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงสญชัย จึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤๅษี

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๖ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไปหา เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและบอกเส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๗ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชูชก พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการพลัดพราก รุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้ว ชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากันลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระ พระเวสสันดรจึงลงเสด็จติดตามสองกุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๘ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่าลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอนขวางทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระเวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรงกันแสง เมื่อพระนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบ นางจึงได้ทรงอนุโมทนา

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๙ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ
    ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๑๐ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี
    เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้ ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดาจึงแปลงร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพี พระเจ้ากรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสององค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๑๑ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์ เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า ณ อาศรมดาบสที่เขาวงกต
    พระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑ เดือน กับ ๒๓ วันจึงเดินทางถึงเขาวงกต เสียงโห่ร้องของทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมารบนครสีพี จึงชวนพระนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา พระนางมัทรีทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดรและเมื่อหกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุดประมาณ รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืนท้าวสักกะเทวราชจึงได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์และทวยหาญได้หายเศร้าโศก

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๑๒ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา
    พระเจ้ากรุงสญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรี และเสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ประชาชน ท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าพระคลังหลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ

    [​IMG] : ฟังเสียงเทศน์กัณฑ์ที่ ๑๓ คลิก [​IMG]
    <HR width="80%" SIZE=3> ประเพณีงานบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ อันเป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่มีเรื่องราวเล่าขาน และปฏิบัติสืบทอดมาแต่โบราณ ยังธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมและประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน อย่างเช่น จังหวัดร้อยเอ็ดหรือสาเกตนครอันยิ่งใหญ่ในอดีต ได้จัดงานบุญผะเหวดให้เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดทุกๆ ปี

    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD background=../pic_rec/m11.gif></TD><TD width=12>[​IMG]</TD></TR><TR><TD width=12 background=../pic_rec/m44.gif>[​IMG]</TD><TD><TABLE cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD></TR><TR><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD></TR><TR><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD></TR><TR><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD></TR><TR><TD width="33%"></TD><TD width="33%"></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>


    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
    http://www.dhammathai.org/newspr/thesanachadok.php
     
  3. - เงาะป่า -

    - เงาะป่า - เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    521
    ค่าพลัง:
    +564
    อนุโมทนาสาธุครับ
    -------------------------------------------------------------------------------------------------------
    "จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
    -------------------------------------------------------------------------------------------------------
    ขอความเมตตา สร้างชีวิตใหม่ ช่วยน้องผ่าตัดใบหน้า ให้สดใสเหมือนเดิม
    --> http://palungjit.org/showthread.php?p=1440317#post1440317
    ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
    --> http://palungjit.org/showthread.php?t=140433
    มาลองทำสังฆทานอย่างง่ายๆ ด้วยตนเองกันครับ
    --> http://palungjit.org/showthread.php?p=1435870#post1435870
    มาเที่ยวศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน จ.ตากกันครับ
    --> http://palungjit.org//showthread.php?t=144889
    มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
    --> http://palungjit.org/showthread.php?t=136821
     
  4. หมั่นเพียร

    หมั่นเพียร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    254
    ค่าพลัง:
    +708
    อนุโมทนา สาธุค่ะ

    เป็นคนอีสาณ ที่ชอบฟังเทศน์มหาชาติมาก ถ้าเป็นประเพณีตามหมู่บ้าน จะต้องมีการจับฉลาก เลือกกัณฑ์ หรือเรียก กัณฑ์เทศน์ ซึ่งเราจะต้องจัดของถวายพระสงฆ์ที่เทศน์กัณฑ์นั้น ๆ เราเคยจับได้กัณฑ์มหาราช ดีใจมากๆ เพราะเขาจะมีการทำนายดวงชะตาในปีนั้น ๆ ด้วยค่ะ ซึ่งชีวิตก็พบแต่สิ่งดี ๆ ตลอดเลยค่ะ
     
  5. ktc210722

    ktc210722 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    139
    ค่าพลัง:
    +94
    สาธุค่ะเราก็ไปฟังมาแล้วค่ะที่วัดระฆังตอนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาค่ะ
     
  6. ปิยวาจา

    ปิยวาจา สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +22
    ดีจังเลย...ดาวน์โหลดไว้ฟังตอนว่างๆแล้วค่ะ...ขอบพระคุณมากๆค่ะที่นำมาเผยแพร่..โมทนาสาธุนะคะ....ขอให้ท่านเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา ทุกภพทุกชาติไปนะคะ...สาธุ
     
  7. apple_meppo

    apple_meppo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    259
    ค่าพลัง:
    +135
    เคยจับฉลากเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ นครกัณฑ์ ..

    พ่อกับแม่เคยได้ .. มาลัยหมื่น มาลัยแสน ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม

    เพราะจับฉลากของงานบุญเทศน์มหาชาตินะคะ

    -------------
    ถ้าเราจับฉลากได้กัณฑ์อะไร ก็นำของมาถวานกัณฑ์นั้น ๆ

    แต่ละกัณฑ์มีความหมายต่างกันไปค่ะ [ตามที่คุณ หมั่นเพียร ได้กล่าวไว้แล้ว]

    อย่างเช่น ใครได้กัณฑ์กุมาร ทายว่า จะได้ลูก / หลาน

    ใครได้กัณฑ์มัทรี ทายว่า มีเรื่องโสกเศร้าทั้งปี ประมาณนี้ ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นด้วยค่ะ

    เป็นงานบุญที่มีคนเยอะมาก ๆ ...
     
  8. TUK2800

    TUK2800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,766
    ค่าพลัง:
    +1,160
    [​IMG] อนุโมทนา สาธุ [​IMG]<O:p</O:p<!-- / message -->
     
  9. Nutuk

    Nutuk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    805
    ค่าพลัง:
    +347
    [​IMG] ขอกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ
     
  10. พรตเรือนญาณเมตไตรย

    พรตเรือนญาณเมตไตรย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    97
    ค่าพลัง:
    +111
    ผมจับฉลากได้กัณฑ์มัทรี จะได้อานิสงค์ก้อชาติหน้าโน่นแน่ะ หุหุ แต่ถ้าไม่ได้เกิดล่ะ ทำไงดี
     
  11. ปูเปรี้ยว

    ปูเปรี้ยว สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +0
    พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ความกตัญญูเป็นคุณสมบัติของผู้ดีที่จะต้องมีติดตัวคนทุกๆคน แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นมันอยู่ที่ส่วนใหญ่คนเราหลงลืมสำนึกที่ดีที่ควรจะปฏิบัติหลงระเริงไปในทางผิดจนลืมสำนึกถึงความผิดชอบชั่วดีจนลืมไปว่าคนเรานั้นเกิดมาเพื่ออะไร บางคนเคยเกิดมาแล้วหลายชาติทำความดีและไม่ดีไว้ก็เยอะส่วนมากจะเป็นความไม่ดีเสียมากกว่า ถ้าแต่ละคนระลึกชาติได้เฉพาะในสิ่งไม่ดีที่ได้กระทำไว้เพื่อที่ชาตินี้เกิดมาจะได้เต็มใจเกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่าให้หมดไปและสร้างกรรมดีไว้ชดเชยในสิ่งผิดคนเราก็คงไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารดั่งคำพระพุทธองค์ทรงตรัสไว้แต่ในทางปฏิบัติมันเป็นไปได้น้อยมาก 100 % อาจมีแค่ 1% เท่านั้นหรืออาจน้อยกว่านั้นเพราะคนส่วนไหญ่มักจะละแล้วซึ่งความเพียร.............
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มิถุนายน 2010

แชร์หน้านี้

Loading...