อานุภาพท่านขุนด่าน และปฐมเหตุพระคาถาภาณยักษ์ โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ชนะ สิริไพโรจน์, 9 พฤษภาคม 2013.

  1. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,893
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +35,176
    <img src="http://gallery.palungjit.org/data/500/4106.jpg" />

    ลูกหลานทั้งหลาย วันนี้สาระน้อยไปหน่อยนะ เพราะมัวไปทะเลาะ
    กับท่านนักปราชญ์เพลินไป มาพูดกันถึงอานุภาพท่านขุนด่านอีกหน่อย
    เพราะชักเหนื่อยแล้ว ท่านขุนด่านเป็นเทวดาของท่านท้าวเวสสุวัณ
    มีเครื่องทรงประจำสีแดง คือ นุ่งห่มสีแดง และโพกผ้าก็สีแดงเหมือนกัน
    ท่านที่ทรงเครื่องแดงนี้จัดเป็นเทวดามีอานุภาพมาก

    สมัยที่เขาวงพระจันทร์ยังมีสถานที่ยังไม่สมบูรณ์อย่างปัจจุบัน
    หลวงพ่อปานท่านกำลังสร้างมณฑปและบันไดขึ้นเขา
    มีพระองค์หนึ่งเป็นลูกศิษย์นอกสำนักของหลวงพ่อปาน
    ชื่อ ท่านสำราญ ชาวบ้านเรียกว่าอาจารย์สำราญ
    ขณะนี้สำราญอยู่เมืองผีนานแล้ว เพราะท่านแก่กว่าฉันมาก
    สมัยฉันอายุ ๒๐ ปีเศษ ท่านมีอายุเกือบ ๔๐ ปีแล้ว
    ท่านอยู่ประจำที่เขาวงพระจันทร์ เป็นเขตอารักขาของท่านขุนด่าน
    หลวงพ่อปานท่านสั่งไว้เสมอว่า อย่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับผี
    ควรทำตนเป็นมิตรกับผีจะได้อยู่เป็นสุข เพราะผีไม่ใช่คน ถ้าเป็นศัตรูกัน
    เวลาที่เขามาทำอันตรายไม่มีนิมิตปรากฏ

    ท่านก็ไม่เชื่อ ปกติท่านสวดบทวิปัสสิทธิ์เสมอเพื่อไล่ผี
    คาถาบทนี้เป็นคาถาในบทภาณยักษ์และภาณพระ
    คำว่า ภาณยักษ์แปลว่ายักษ์พูด คำว่าภาณแปลว่าพูด
    เป็นคาถาที่ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่ท่านประชุมกันร้อยกรองขึ้น
    เมื่อร้อยกรองเสร็จท่านก็ประชุมผีทั้งหมด ท่านสั่งว่า
    ใครเขาสวดคาถาบทนี้อยู่ห้ามทำอันตราย ถ้าใครไม่เชื่อ
    จะลงโทษฐานกบฏ มาตรานี้มีโทษรุนแรงมาก เมื่อประกาศแล้ว
    ท่านทั้งสี่ก็มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ท่านทั้งสามให้ท้าวเวสสุวัณ
    เป็นคนพูดกับพระพุทธเจ้า ท่านจึงเรียกภาณยักษ์
    ตอนที่ท้าวเวสสุวัณพูด แปลว่า ยักษ์พูด เมื่อท้าวเวสสุวัณ
    กราบทูลถวายกับพระพุทธเจ้า ได้กราบทูลมีใจความว่า
    พวกยักษ์ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ นาคและบริวาร ส่วนอื่นของข้าพระพุทธเจ้า
    ที่ไม่เลื่อมใสในพระองค์มีมาก เมื่อบรรดาพระ เณร อุบาสก อุบาสิกา
    ไปทำสมณธรรมคือชำระอารมณ์ให้หมดจากกิเลส พวกนี้มักจะกลั่นแกล้ง
    ให้ตกใจกลัว เป็นอันตรายแก่พรหมจรรย์มาก

    คำว่าพรหมจรรย์ไม่ใช่คนบริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านใครมาเลย
    นั่นยังไม่เรียกว่าพรหมจรรย์ ควรเรียกว่าคนยังไม่เคย
    ส่วนพรหมจรรย์แปลว่าประพฤติประเสริฐ คือ ไม่เป็นอันตรายแก่ใคร
    ได้แก่คนมีพรหมวิหาร ๔ นั่นเอง พวกที่ไม่เคยผ่านการร่วมรัก
    อาจจะเคยลักขโมย ฆ่าสัตว์ โกหกมดเท็จ กินเหล้าเมาสุราบ้างก็ได้
    เรียกว่า พรหมจรรย์จึงไม่ตรงเป้าหมาย ส่วนพรหมจรรย์แท้
    ท่านหมายเอามีความประพฤติอย่างประเสริฐ คือ มีอารมณ์เหมือนพรหม
    มีศีลบริสุทธิ์ มีเมตตาปรานี มีฌานเป็นอารมณ์
    อย่างนี้เป็นพรหมจรรย์อันดับปฐม พรหมจรรย์อย่างมัธยม
    ก็ต้องตัดกิเลสสิ้นไปเป็นพระอรหันต์ อย่างนี้เรียกว่าระดับมัธยม
    หรือเรียกดุษฎีบัณฑิต เป็นอันว่ารู้กันนะว่าพรหมจรรย์หมายความว่าอย่างไร

    เมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัทของพระองค์ไปเจริญสมณธรรมในป่า
    ในรกที่สงัด ถ้าเกรงว่าบรรดาผีอันธพาลทั้งหลายจะรบกวน
    ให้เขาสวดคาถาบทนี้ผีจะไม่ทำอันตราย เมื่อท่านอธิบายแล้ว
    ก็ถวายคาถา จึงเรียกว่าภาณยักษ์ เพราะเป็นตอนยักษ์พูด
    เมื่อพระพุทธเจ้าท่านรับไว้แล้วท่านมหาราชกลับแล้ว
    ท่านเรียกประชุมพุทธบริษัท ท่านก็ให้บริษัทเรียนและอธิบายตามนั้น
    ตอนนี้ในตำนานท่านกล่าวว่า พระพูด เรียกว่า ภาณพระ

    ท่านสำราญท่านถือคาถานี้เป็นสำคัญ ท่านไม่ได้ทำดีคือสมณธรรม
    ท่านถือว่าท่านเก่ง พ่อสวดมนต์บทนี้ไล่ผีทุกวัน ผิดระเบียบพระที่ดี
    ไม่ทำดีแต่เอาอาวุธของคนดีมาใช้ก็เลยไม่มีผล
    พอเผลอท่านขุนด่านเลยจัดการเสียตามระเบียบ
    คือ เวลาประมาณ ๑๗ น. โดยประมาณ อาจจะไม่ตรงเผง
    ฉันและเพื่อนได้ยินเสียงท่านสำราญร้องโอย ๆ เสียงดังมาก
    ก็พากันวิ่งไปดู คิดว่าใครทำอันตรายท่าน ไม่ได้คิดว่าผีทำ
    คิดว่าคน คือพวกของเจ้าลาวอันธพาล เมื่อวิ่งไปถึง
    ปรากฏแก่ตาของพระทุกองค์ เห็นคนนุ่งแดงใส่เสื้อแดง
    ผ้าโพกหัวแดง ถือหวายขนาดใหญ่ กำลังหวดซ้ายป่ายขวาท่านสำราญ
    ท่านสำราญ ลงไปนอนบิดไปบิดมาอย่างสำราญอยู่กับพื้น
    เจ้าสองลิงคือเจ้าลิงขาวกับลิงเล็กวิ่งเข้าไปร้องขอว่า
    ท่านขุนด่าน ขอทีเถอะ หยุดลงโทษเสียทีเท่านี้พอแล้ว
    แกหันมามองตาแดงก่ำ แดงเป็นสีตายักษ์ แกยิ้ม
    แต่ทว่ายิ้มของแกไม่น่ารักเลย มันน่ากลัวมากกว่า
    พระที่วิ่งไปด้วยเห็นยิ้มของแกเข้าหลบก้มหน้าลงดินเป็นแถว
    ที่ยืนปกติมีฉันกับเจ้า ๒ ลิง เมื่อแกเลิกยิ้มแกบอกว่า เจ้านี่อวดดีนัก
    เอาคาถาท่านมหาราชมาขับเทวดาขับผี เขาให้ไว้สำหรับคนดี
    ไม่ใช่ธุระของคนอันธพาลจะนำมาใช้ เลยจัดการเสียนิดหน่อย
    คราวต่อไปทำอย่างนี้อีกจะลงโทษให้หนักกว่านี้
    แล้วแกก็ก้าวขึ้นขื่อหายไป พระทุกองค์ที่ไปเห็นและได้ยินเหมือนกัน

    นับแต่นั้นมา ท่านสำราญท่านเห็นว่าที่เขาวงพระจันทร์สำราญเกินไป
    ท่านทนความสำราญไม่ไหวเลยลาไปสำราญที่อื่น พวกฉันเห็นได้ท่า
    ก็เลยหันมาสำทับพวกเดียวกัน บอกว่าที่นี่เจ้าที่ดุ ต่อไปจงระมัดระวัง
    ความประพฤติ ถ้าใครทำชั่วไม่มีใครช่วยใครได้ อาจจะต้องมีโทษมากกว่านี้
    เรื่องวัวเขาอ่อนเป็นเหตุ ถ้ายุ่งมากอาจจะถึงตาย และความประพฤติส่วนอื่น
    ก็เหมือนกัน จงระงับเสีย อย่าเอาชั่วมาใช้ เรามาทำบุญกัน
    อย่าเอาบาปกลับวัด เป็นเรื่องน่าประหลาด เมื่อฉันและเพื่อนเตือนพระ
    เย็นวันนั้น พอเช้าก็มีพระทุกองค์มารายงานว่าเมื่อคืนนี้ทุกองค์
    เห็นท่านขุนด่าน ท่านมาคาดโทษว่าถ้าท่านใดทำเลวปล่อยใจอย่างฆราวาส
    ท่านจะจัดการยิ่งกว่าท่านสำราญ

    ที่มา http://www.putthawutt.com/html/menu.html

    <font color="#ff0066">เชิญแวะอ่านธรรมะของหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ที่ </font><br /> <a href="http://www.facebook.com/BuddhaSattha" target="_blank"><font face="verdana"><font size="5"><font color="#006600"><b>เฟสบุ๊ค ศูนย์พุทธศรัทธา</b></font></font></font></a><br /><font color="#ff0066">และร่วมกันแบ่งปันธรรมะของหลวงพ่อฯ ไปยังกระดานของท่านเพื่อเป็นธรรมทาน</font>

    <font color="#006600">เว็บทางนิพพาน</font> <font color="#0000ff">เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น</font><br /><font color="#0000ff">ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน</font><br /><font color="#006600">ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่</font> www.tangnipparn.com

    <font size="5"><font face="Browallia New"><font color="darkorchid"><b>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญ</b></font></font></font> <a href="http://buddhasattha.com/" target="_blank"><font size="5"><font face="Browallia New"><font color="#0066ff"><b>เว็บศูนย์พุทธศรัทธา</b></font></font></font></a><br>
    <a href="http://buddhasattha.com/" target="_blank"><img src="http://buddhasattha.com/wp-content/uploads/2010/09/bgs.jpg" border="0" alt="" title="แวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา"/></a>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2013
  2. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,649
    เจ้าพ่อขุนด่านองค์นี้ ใช่ที่มีศาลตั้งอยู่ที่นครนายกป่าวคะ เพราะทราบมาว่าท่านเคยป้องกันเมืองนครนายกจากการที่เขมรยกกองทัพเข้ามายึดเมือง ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา

    นับว่าท่านเป็นวีรบุรุษของชาวนครนายก ชาวนครนายกมีความเชื่อว่าท่านเป็นเทพารักษ์ที่มีผู้นับถือมาก จึงตั้งศาลให้ท่านที่บริเวณเขาชะโงก
     
  3. DEN54

    DEN54 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +16
    สอบถามครับ

    สอบถามครับ คืออ่านบทความแล้วสงสัย ท่านขุนด่านในนี้ใช่ท่านเดียวกับเจ้าพ่อขุนด่านนครนายกหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ
     
  4. Chang_oncb

    Chang_oncb ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    12,361
    ค่าพลัง:
    +80,203
  5. Artorius

    Artorius เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2012
    โพสต์:
    187
    ค่าพลัง:
    +311


    ถูกต้องครับ
    ศาลของท่านตั้งอยู่ภายในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(รร.จปร.) ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ถ้าได้เข้ามาแนะนำให้เข้าไปสักการะศาลาวงกลมเป็นที่ประดิษฐานของเสด็จปู่รัชกาลที่5 ทั้ง2แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
     
  6. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +19,383
    ท่านเจ้าพ่อขุนด่าน นัยยะหนึ่งท่านคือ ทหารเอกของท่านท้าวเวสสุวัณ ที่มาเกิดเพื่อสร้างบารมีคือ เป็นทหารเอก ของท่านเจ้าพ่อศาลพระกาฬ แห่งลพบุรี เพื่อช่วยกันสร้างเมือง ละโว้ แห่งลพบุรี

    เมื่อประมาณ5ปีที่แล้วกระผมทำงานที่ลพบุรี เคยไปกราปท่านเจ้าพ่อศาลพระกาฬ

    กระผมเคยเข้าสมาธิเจอท่านเจ้าพ่อศาลพระกาฬ ท่านเป็นชายผิวขาวเป็นทหาร เป็นคนไทยเขมรผสมไทยใหญ่ ท่านเกิดในสมัยทราวดี ตอนเริ่มสร้างเมือง ละโว้ ท่านมีทหารเอกหลายพระองค์ ท่านมีพระนามว่าพระเจ้าชัยวรมัน ต้นตระกูลเป็นชาวเมืองเขมรและเมืองศรีเทพ
    ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นการสร้างเมืองละโว้ ยุ้งยากมาก เพราะทางเมืองเขมรนั้นแตกสามัคคี ส่วนหนึ่งก็หนีมาอยู่เมืองศรีเทพ ซึ่งมีกองกำลังทหารเข้มแข็งมาก แต่ตอนที่ท่านรวบรวมทหารและผู้กล้าเพื่อสร้างเมืองใหม่ ท่านก็ได้ทหารจากเมืองศรีเทพซึ่งเสด็จลุงท่านเป็นคนมอบทหารกำลังและประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางมาสร้างเมืองละโว้

    ท่านขุนด่าน ท่านเป็นทหารเอก มีความกล้าหาญมาก มีวิชาอาคมพอตัว ตามประวัติ เมื่องสร้างเมืองละโว้สำเร็จแล้ว ทางเมืองเขมรที่แตกสามัคคี กษัติย์พระองค์ใหม่ ตอนนั้นต้องการรวบรวมเมืองและขยายอำนาจจึงบุกรุกโจมตี เมืองศรีเทพ แต่ตอนแรกก็ตีไม่สำเร็จ ภายหลังจึงใช้สตรีเพศมาบรรนาการและได้มอมเหล้าและวางยาพิษ ทหารส่วนหนึ่งก็รู้ทันและเห็นว่าเมืองศรีเทพ ต้องถูกตีพ่ายแพ้และถูกทำลายอย่างแน่นอน ชาวศรีเทพบางส่วนจึงได้อพยพย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ แบ่งเป็นทางตะวันออกเฉียงเหนือ และเมืองละโว้ หลังจากนั้น เจ้าเมืองละโว้คือเจ้าพ่อพระกาฬทราบเหตุ จึงได้ส่ง ท่านขุนด่าน ท่านเจ้าพอ่ขุนเกรียง ท่านเจ้าพอ่ดำดง และอีกหลายท่าน ไปรบไล่ต้อนทหารเขมร แตกพ่ายยับกลับไป จนสำเร็จ

    เมืองละโว้ขยายอานาเขต โดยให้ท่านขุนด่านไปตีตามเมืองต่างๆทั้งเหนือ ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านขุนด่านเก่งมากในการบและต่อสู้ท่านฉลาดล้ำลึกในการรบ

    ศาลเจ้าพ่อขุนด่านจึงมีกระจายอยู่หลายพื้นที่ เช่น ที่ลพบุรี ที่เขื่อนปราการขุนด่าน ที่หลังเขื่อนลำตะคอง ที่นครราชสีมา ที่นครนายก ที่ชัยภูมิเป็นต้น

    กระผมเคยเจอท่านเจ้าพ่อขุนด่าน ในนิมิต ท่านเป็นชายผิวดำแดงออกดำกร้าน ไม่อ้วน รูปร่างผอมเล็กน้อย แข็งแรง ท่านไม่ชอบใส่เสื้อ ท่านชอบนุ่งห่ม ผ้าแดงเตียวคล้ายโจงกระเบน มีผ้าแดงพาดบ่า หรือโพกหัว ครั้งนั้นในนิมิต พบท่านเข้าจึงถามว่าท่านเป็นใคร ท่านเจ้าพ่อบอกว่า ข้าคือ นายขุนด่าน กระผมจึงถามว่า ท่านมีอะไรให้กระผมช่วยหรือไม่ ท่านบอกว่าไม่มี ท่านมาเพื่อต้องการให้รับรู้ว่าท่านยังอยู่ดูแลดินแดนและรักผืนแผ่นดินและลูกหลานของท่าน ตอนแรกกระผมไม่รู้จ้กว่าท่าน ขุนด่านคือใคร ท่านก็บอกว่า นายท่านคือเจ้าพ่อศาลพระกาฬ เป็นพ่อปู่ของกระผม คือชาติที่แล้วกระผมเกิดเป็นหลานของเจ้าเมืองละโว้ ตอนนั้นที่ผมเกิดเป็นตอนปลายของสมัยเจ้าเมืองละโว้ ตอนนั้นเจ้าพ่อพระกาฬท่านสวรรคตไปแล้ว
    กระผมจึงเข้าใจความเป็นมาเป็นไป ก่อนท่านเจ้าพ่อขุนด่านกลับ จึงถามท่านว่า อยากได้อะไรไหม้ท่าน กระผมจะทำบุญให้ ท่านบอกว่า ท่านชอบกินเหล้า โดยเฉพาะเหล้าขาวท่านชอบมาก
    ให้ตั้งเครื่องเซ่นไหว้ ให้ท่านท่านจะมารับ คือให้มีข้าวเหนียว ไก่ต้มเหล้าขาว บุหรี หมากพลู เท่านี้แหละ กระผมจึงรับปากท่านและทำให้ท่านในโอกาสถัดมา

    เรื่องท่านเจ้าพ่อขุนด่าน ก็ขอเล่าเพียงเท่านี้ครับ สาธุ


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2013
  7. พวิน

    พวิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +382
    สาธุครับ เรื่องนี้เคยอ่านในหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่า
    อยากได้หนังสือเล่มนั้นมาก แต่หาซื้อไม่ได้แล้ว
     
  8. นาย หวังดี

    นาย หวังดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 เมษายน 2013
    โพสต์:
    395
    ค่าพลัง:
    +1,268
    กราบหลวงพ่อครับ
     
  9. ooi2211

    ooi2211 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2011
    โพสต์:
    239
    ค่าพลัง:
    +2,986
    ยังหาได้ครับ ทางวัดยังพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ ซื้อได้ที่วัดท่าซุงกับซอยสายลม เล่มละ ๑๐๐ บาท ครับ
     
  10. ปู นครนายก

    ปู นครนายก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2007
    โพสต์:
    357
    ค่าพลัง:
    +530
    โมทนาครับอาจารย์ ผมขอกราบเรียนถามเป็นวิทยาทาน เนื่องจากผมเข้าใจว่า คำว่า "ขุนด่าน" อาจเป็นตำแหน่งที่รับผิดชอบตามแนวชายแดน เพราะที่หัวหินก็มีศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ซึ่งผมคาดว่ารับผิดชอบตามแนวตะวันตกของไทย จึงน่าจะมีหน้าที่คล้ายคลึงกับกำลังทหารส่วนน้อยที่เรียกว่า ยามคอยเหตุ, ส่วนระวังป้องกันเฉพาะบริเวณ, กองรักษาด่านรบ, กองรักษาด่านทั่วไป หรือเรียกว่า "ส่วนกำบัง" ซึ่งมีหน้าที่โดยสรุปคือ
    1.คอยสอดส่องดูแลการบุกรุกของข้าศึก
    2.ทำความเสียหายแก่ข้าศึกให้มากที่สุด เพื่อให้ข้าศึกเข้าใจว่ากำลังปะทะกับกำลังส่วนใหญ่
    3.ส่งม้าเร็วไปยังเมืองหลวงเพื่อแจ้งข่าว
    เนื่องจากสมัยก่อนการสื่อสารน่าจะใช้นำสารเป็นหลัก การเคลื่อนทัพก็เคลื่อนด้วยเท้า ผมจึงเข้าใจว่า "ขุนด่าน" ในแต่ละพื้นที่อาจไม่ใช่ท่านเดียวกัน ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือไม่ครับ
    ประวัติโดยย่อ เจ้าพ่อขุนด่าน ที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตามลิงค์ข้างล่างครับhttp://palungjit.org/threads/ท่องเที่ยวนครนายก-เมืองเจ้าพ่อขุนด่าน.289568/page-3#post4948087
     
  11. chuchart_11

    chuchart_11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    764
    ค่าพลัง:
    +2,932
    ขออนุโมทนาสาธุ ธรรมใดที่ท่านสำเร็จแล้ว ขอข้าพเจ้าสำเร็จด้วยเทอญ สาธุๆๆ
     
  12. o_NangKaew_o

    o_NangKaew_o Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +57
    อนุโมทนาสาธุค่ะ เคยไปกราบท่านมาเมื่อ 5-6 ปีก่อน
    มีทหารที่เฝ้าสถานที่แห่งนี้แบ่งปันเล่าให้ฟังว่า
    เคยมีนายทหารท่านหนึ่งมากราบเจ้าพ่อขุนด่านขอให้ท่านช่วยเรื่อง
    การขึ้นยศตำแหน่งแล้วนำม้าตัวใหญ่มาถวายคู่ ตอนนั้นดึกมากแล้ว เกือบเที่ยงคืน
    นายทหารท่านนี้เล่าว่ามีคนเดินลงมารับม้าคู่ที่มาถวาย พอถวายเสร็จหันหลังกลับไป
    ก็ไม่เห้นแม้แต่เงาของใครเลยสักคนค่ะ ทำเอานายทหารท่านนั้นรู้สึกตกใจและขนลุกมาก​
     
  13. wikonr

    wikonr เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    725
    ค่าพลัง:
    +386



    ลองไปหาดูที่บ้านสายลม สิครับ
     
  14. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +19,383
    ==========

    คือว่าตามที่กระผมเข้าใจและสื่อจากได้จากนิมิต จริงเท็จอย่างไรก็ไม่อาจยืนยันได้ แต่จากหลักฐาน ณ ที่ต่างๆ สอดคล้องตรงกัน ตามที่กระผมได้เล่ามา อนึ่ง ในสมัยละโว้นั้น เนื่องจากเจ้าพ่อขุนด่าน ท่านมีฝีมือเก่งฉกาจ และได้รับความไว้วางใจจากท่านเจ้าพ่อพระกาฬมาก จึงถูกมอบหมายให้ เป็นนายกอง หรือแม่ทัพ นำทหารออกตรวจสอบทั่วพื้นที่ราชอาณาจักร เมืองละโว้ ซึ่งกินพื้นที่กว้าง ตั้งแต่ภาคกลาง ตะวันออก อีสาน ตะวันตกและภาคเหนือตอนล่าง จากประวัติ จึงอุปมาตำแหน่งของท่าน เป็น พระมหาอุปราช ก็ว่าได้ ท่านเป็นทหารหาญผู้หนึ่ง และด้วยความมั่นใจ ท่านขุนด่าน มีเพียงท่านเดียว พระนามนี่ ไม่มีเป็นของใครหรือผู้ใดแน่นอนครับ

    ท่านคือหนึ่งผู้สร้างความเจริญรุ่งเรื่องและรักชาติเป็นแบบอย่างตัวอย่างที่ดีเยี่ยม อีกท่านหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองละโว้ ต้นกำเนิดแห่งสยามประเทศครับ
     
  15. ปู นครนายก

    ปู นครนายก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2007
    โพสต์:
    357
    ค่าพลัง:
    +530
    ขอบคุณครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...