อายุน้อย แต่อารมณ์รุนแรง - พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย MBNY, 11 กันยายน 2005.

  1. MBNY

    MBNY Administrator ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2003
    โพสต์:
    6,844
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +22,431
    [​IMG]



    อายุน้อย แต่อารมณ์รุนแรง



    ช่วงนี้มีแต่ข่าววัยรุ่นอายุน้อย แต่อารมณ์รุนแรง ก่อเหตุสลดใจหลายคดี ตั้งแต่ข่าวเด็กนักเรียนไปดูคอนเสิร์ตแล้วตีกัน... มีเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ล่าสุดหนักหน่วงลุกลามจนมีคนตายหนึ่งคน ตำรวจตามจับคนยิงมาได้ หมอได้อ่านคำสารภาพและเรื่องราวของเขาแล้วก็ให้นึกสงสารวัยรุ่นว่า จะป้องกันไม่ให้เด็กๆ กระโจนลงไปในเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร

    นักเรียนที่ยิงคนตายเล่าเรื่องราว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ที่จบลงด้วยชีวิตคนๆ หนึ่ง โดยอ้างว่าเขาเองก็ไม่เคยยิงปืนและไม่เคยคิดจะฆ่าคน ฟังแล้วหดหู่ใจ

    หมอยิ่งหดหู่ใจหนักขึ้น เมื่อได้ฟังคนในรัฐบาลท่านหนึ่งให้ความเห็นเปรียบเปรยว่าวัยรุ่นเป็นสัตว์มีเขา ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิธีคิดของผู้ใหญ่ว่ามองปัญหาโดยเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ผู้ใหญ่ชอบคิดแบบนี้ ปัญหาต่างๆ ก็เลยไม่ถูกแก้ไข บางทีก็กลับกลายหนักขึ้นซะด้วย

    สมัยหมอเด็กๆ เคยมีอารมณ์คล้ายๆ กันนี้ไหมหนอ น่าจะมีนะ เพียงแต่ผู้หญิงน่ะไม่หนักเท่าผู้ชาย ถ้าจะแยกแยะเหตุการณ์ก็ต้องแบ่งเป็นเรื่องการฟังเพลง การดูคอนเสิร์ตและอารมณ์วัยรุ่น ซึ่งเรื่องการฟังเพลงนั้นเป็นเรื่องของศิลปะ เพียงแต่ทุกวันนี้วัยรุ่นมองว่าเป็นเรื่องของแฟชั่น วัยรุ่นต้องฟังเพลงก็เลยแห่ตามกัน หมอน่ะชอบเพลงเพราะเพลงแท้ๆ ไม่ใช่เพราะชอบนักร้อง เวลาฟังทำนองเพลงหรือเสียงนักร้องรวมทั้งเนื้อเพลง ก็มักจะสะดุดหู แล้วค่อยพยายามเสาะหาว่าเพลงชื่ออะไร ใครร้อง ไม่ใช่เพราะถ้าเป็นนักร้องคนนี้ เพลงอะไรก็ฟังได้หมด เหมือนๆ กับสไตล์การแต่งตัว ที่ไม่ได้ชอบเพราะยี่ห้อ แต่เป็นเพราะแบบเสื้อถูกใจมากกว่า

    คิดแบบนี้ถึงจะเรียกว่าศิลปะอย่างแท้จริง ซึ่งต่างจากเด็กๆ สมัยนี้ที่คลั่งไคล้ในรูปลักษณ์ของนักร้องก่อนที่จะชอบเพลงทั้งทำนองและเสียง อารมณ์คลั่งไคล้ในรูปลักษณ์มักก่อให้เกิดความลุ่มหลงตามมา ซึ่งอารมณ์ชนิดนี้แตกลูกได้มาก ที่สำคัญคือมันร้อนรุ่ม วูบวาบ ควบคุมได้ยาก ดูคล้ายๆ ว่าจะลืมตัวง่าย

    วัยรุ่นตั้งใจมาฟังเพลงแท้ๆ กลับกลายเป็นการทะเลาะวิวาท ซึ่งวัยรุ่นใจร้อนยิงคนตาย โดยอ้างว่าป้องกันตัว ดูจะฟังไม่ขึ้น เพราะทำไมต้องพกปืนมาฟังเพลงด้วย

    พอมาถึงช่วงปีใหม่ มีข่าวนักเรียนอาชีวะฯ ยกพวกตีกันที่ป้ายรถเมล์ หนักหน่อยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในหมู่คนบนรถเมล์ ลูกหลงเลยพลาดไปโดนเด็กนักเรียนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย

    พร้อมๆ กันก็มีข่าวจับแก๊งวัยรุ่นขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ซิ่งตามถนนหนทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย

    แต่ละเรื่องราวของวัยรุ่นบอกถึงอารมณ์รุนแรงของวัยนี้ ซึ่งต้นตอของปัญหามีหลายส่วน หลายคนคิดว่าจะพยายามเอาตัวบทกฎหมายเข้ามาจับ เพื่อขัดเกลาพฤติกรรม

    ก่อนจะคุยกันถึงวิธีแก้ไข หมออยากนำข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกับวัยรุ่นบางกลุ่มมาถ่ายทอดให้ได้รับทราบสภาพปัญหาอย่างแท้จริง เพราะได้มีโอกาสพูดคุยกับเยาวชนเองบ้าง ซึ่งผู้ใหญ่คงต้องทราบก่อนว่าเด็กเขามีความคิดอย่างไร

    เด็กผู้หญิงในสถานพินิจสองสามคนเล่าว่า เขาต้องเข้ามาอยู่ในสถานพินิจเพราะขายยาบ้า หน้าตาก็น่ารักดี ดูไม่แก่นแก้วเลย เมื่อถามว่าอะไรนำให้เขามาขายยาบ้าได้ เขาเล่าว่าเขาเบื่อที่บ้าน แม่ชอบดุด่าก็เลยหนีไปพักอาศัยกับเพื่อน เมื่อถามว่าเพื่อนเป็นคนแบบไหน เขาก็เล่าว่ามีปัญหากับแม่เหมือนกัน เลยชวนให้ลองเสพยา

    เดิมทีหมอเข้าใจว่ายาที่เขาขายเป็นยาบ้าธรรมดา ซึ่งฤทธิ์ของยาไม่ได้ทำให้เคลิบเคลิ้ม แต่เมื่อถามเด็กๆ ที่เสพยาว่า เสพแล้วเป็นยังไง เขาบอกว่ามันสบายดี แบบนี้คงไม่ใช่ยาบ้าธรรมดาแน่ๆ แต่คงมียาเสพติดปนอยู่บ้าง

    เด็กๆ เล่าว่าเสพแล้วสบาย เพื่อนก็เลยชวนให้ขายเพราะรายได้ดี ซึ่งหมอมองว่าทั้งสองคนคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ถูกหลอกให้ขาย ในที่สุดก็ถูกตำรวจจับได้ เลยถูกส่งเข้าสถานพินิจแต่ตัวการใหญ่ยังลอยนวลอยู่

    นี่เป็นกรณีค้ายา ซึ่งหมอเชื่อว่าเยาวชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงมากมาย ถูกจับเข้ามาอยู่ในสถานพินิจแล้วก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขวิธีคิดได้ไหม เพราะเวลากระทำผิดดูจะง่ายกว่าการทำดี



    อีกกรณีเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่แข่งมอเตอร์ไซค์ซิ่ง ซึ่งเขาเล่าธรรมเนียมปฏิบัติแล้วก็ให้สะท้อนใจในความไม่รักดีในตัวเองเลย โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นแฟนนักซิ่ง

    พวกวัยรุ่นผู้ชายที่ชอบซิ่งเป็นพวกที่ถูกเลี้ยงดูให้ไม่มีสาระ แก่นสาร ครอบครัวและโรงเรียนก็ไม่ใส่ใจ เลยชอบจับกลุ่มอยู่ในหมู่เพื่อน อารมณ์คึกคะนองของวัยรุ่นทำให้เขาสนุกที่จะอยู่ในคนที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน กิจกรรมทั้งหลายก็คือ คิดเพียงว่าเท่ สนุก ตื่นเต้นดี

    ส่วนใหญ่เขาเอามอเตอร์ไซค์ของที่บ้านมาขี่ ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร ลำพังแค่การแข่งความเร็วเอามันก็เป็นความเสี่ยงสำหรับวัยรุ่นอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าเขาสร้างค่านิยมอีกเรื่องเข้ามาคือการมีแฟนแล้วพามาอวด ในการแข่งรถด้วย เด็กผู้หญิงก็ชอบ เพราะอยู่ในวัยเดียวกัน

    เดิมทีบรรดาแฟนก็แค่มาดูเท่านั้น แต่พอแข่งขันกันนานเข้าก็เกิดธรรมเนียมใหม่ ใครขี่ชนะสามารถเอาแฟนของคนแพ้ไปนอนด้วยกันได้ ซึ่งบรรดาวัยรุ่นผู้หญิงก็ยอมเสียด้วย

    แบบนี้แหละที่หมอว่าแสดงถึงความขาดสติปัญญาอย่างยิ่ง

    พฤติกรรมแบบนี้ล้วนเพาะบ่มนิสัยของความไม่รับผิดชอบ ความหมกมุ่นกิเลสตัณหา โดยเฉพาะฝ่ายหญิงนั้นถือเป็นการทำลายตัวเองอย่างน่าสมเพชทีเดียว ส่วนฝ่ายชายนั้นธรรมชาติสร้างมาให้ได้เปรียบอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรที่สูญเสีย นอกจากการรับรู้แต่สิ่งที่ไม่ดี เติบโตขึ้นมาก็คงประสบความสำเร็จในชีวิตได้ยาก

    ส่วนกรณีนักเรียนตีกัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เขาเล่าว่าเริ่มต้นด้วยการทักทายเบาๆ ก่อน ก็คือพนันกันว่าใครจะแอบไปเอาเสื้อฝึกงานของอีกโรงเรียนมาได้ ใหม่ๆ ก็เอามาอวดเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร แต่พอนานๆ ไปความซ่าส์ก็เริ่มมีการเย้ยหยันโดยการเหยียบกระทืบทำลายเสื้อผ้า

    เจอเข้าแบบนี้ ฝ่ายที่ถูกขโมยไปก็เกิดปฏิกิริยาแน่นอน ลูกผู้ชายหยามไม่ได้อยู่แล้ว เลยเกิดการตอบโต้กันไปมา ลุกลามจนถึงชีวิต

    เมื่อถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร หลายคนเริ่มคิดได้ว่าเขาคึกคะนองมากไป แต่หมอในฐานะคนนอกลองพยายามมองดูว่าจะมีหนทางเยียวยาได้บ้างไหม สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องของการศึกษา ที่จะทำให้เยาวชนถูกพัฒนาให้คิดเป็น

    สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แนวคิดที่เกิดขึ้นใหม่ หรือเป็นโรคระบาดชนิดใหม่ แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สมัยก่อนมีเรื่องราวแบบนี้ไม่มาก เพราะถูกฉีดวัคซีนมาดี บวกกับไม่ค่อยมีการแพร่ระบาดของโรคมากนัก

    เหมือนโรคหวัดนก โรคอหิวาต์ไก่ที่กำลังระบาดในช่วงที่เขียนบทความนี้ การระบาดอาจเกิดจากการควบคุมการกระจายโรคไม่ดี พอเริ่มเกิดขึ้นก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นสถานการณ์ที่อาจลุกลาม

    เปรียบกับระบบการศึกษาของไทยปัจจุบัน ไม่เน้นการสอนให้คิดเป็น หรือคิดเป็นระบบ หลักสูตรการเรียนการสอนทุกวันนี้เน้นที่ผลการสอนเอาเป็นคะแนนมากกว่ากระบวนการการคิดเป็นอย่างไร ไม่เคยมีใครสนใจ

    ดูได้จากข้อสอบทุกวันนี้เป็นปรนัยหมด ไม่มีอัตนัยเลย ที่ตอบได้ก็ไม่รู้ว่าได้คิดไหม อาจจะจำได้ว่าเห็นคำตอบ บางทีก็เดาเอา สมองของวัยรุ่นสมัยนี้จึงเปรียบเหมือนส้มน้ำน้อยหรือที่เรียกว่า "ฟ่าม"

    วันนี้เขียนถ่ายทอดความคิดของเยาวชนที่กระทำผิดในรูปแบบต่างๆ ให้ได้อ่านกันเผื่อว่าผู้ใหญ่จะเข้าใจและข่วยกันหาหนทางป้องกันแก้ไข ตอนนี้หมอยังนึกไม่ค่อยออก...

    รู้แต่พยายามใกล้ชิดใจของลูกให้มากๆ ไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้

    From ที่มา..life&family (kids&family)



    <HR SIZE=1>Little Li's Flying Dagger, Once Released Never Misses.



    http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=ppbbz&board=3&id=66&c=1&order=numtopic
     

แชร์หน้านี้

Loading...