อาเทสนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์. พระบรมศาสดา และเหล่าผู้พระสาวก

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 11 ตุลาคม 2014.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    49947230_1886796044776875_9092724912736436224_n.jpg?_nc_cat=110&_nc_ht=scontent.fbkk5-4.jpg



    [๔๕] ภิกษุทั้งหลาย กรรม ๓ ประการนี้บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้
    กรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
    ๑. ทาน(การให้)
    ๒. ปัพพัชชา(การถือบวช)
    ๓. มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา)
    กรรม ๓ ประการนี้แลบัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้

    ทาน อหิงสา(ความไม่เบียดเบียน) สัญญมะ(ความสำรวม) ทมะ(การฝึกฝน) มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา)
    เป็นสิ่งที่สัตบุรุษบัญญัติไว้
    คุณธรรมเหล่านี้เป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบ
    เป็นพรหมจารีบุคคลซึ่งบัณฑิตควรเสพ
    บัณฑิตนั้นเป็นอริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์
    เข้าถึงโลกอันเกษมได้
    ********
    ปัณฑิตสูตร อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=89
    ดูเพิ่มในอรรถกถา http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=484

    *************************************************************************



     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มกราคม 2019
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    49759011_1889285071194639_8554742106717945856_n.jpg?_nc_cat=110&_nc_ht=scontent.fbkk5-4.jpg

    49864861_1889288424527637_4725129758415781888_n.jpg?_nc_cat=107&_nc_ht=scontent.fbkk5-7.jpg

    ละกามได้โดยเหตุ ๒ อย่าง คือ (๑) โดยการข่มไว้ (๒) โดยการตัดขาด
    *************
    [๓] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
    ผู้ใดละกามได้ เหมือนคนเดินเลี่ยงหัวงู
    ผู้นั้นมีสติ ล่วงพ้นตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกานี้ในโลก
    ว่าด้วยการละกามโดยเหตุ ๒ อย่าง
    คำว่า ผู้ใด ในคำว่า ผู้ใดละกามได้ ได้แก่ ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ผู้ขวนขวายอย่างใด ผู้ตั้งใจอย่างใด ผู้มีประการอย่างใด ผู้ถึงฐานะใด ผู้ประกอบด้วยธรรมใด จะเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา หรือมนุษย์ก็ตาม

    คำว่า ละกามได้ อธิบายว่า คำว่า กาม ได้แก่ กาม ๒ อย่าง แบ่งตามหมวด คือ (๑) วัตถุกาม (๒) กิเลสกาม ... เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม ... เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม

    คำว่า ละกามได้ ได้แก่ ละกามได้โดยเหตุ ๒ อย่าง คือ (๑) โดยการข่มไว้ (๒) โดยการตัดขาด

    บุคคลละกามได้โดยการข่มไว้ เป็นอย่างไร คือ บุคคลเมื่อพิจารณาเห็นว่า กามทั้งหลายเปรียบเหมือนร่างโครงกระดูกเพราะให้ความยินดีเล็กน้อย จึงละกามได้โดยการข่มไว้
    …ฯลฯ...
    เมื่อพิจารณาเห็นว่า กามทั้งหลายเปรียบเหมือนกองไฟ เพราะเผาผลาญ จึงละกามได้โดยการข่มไว้

    ว่าด้วยบุคคลที่ละกามได้โดยการข่มไว้ ๑๐ จำพวก
    ๑. บุคคลกำลังเจริญพุทธานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๒. บุคคลกำลังเจริญธัมมานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๓. บุคคลกำลังเจริญสังฆานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๔. บุคคลกำลังเจริญสีลานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๕. บุคคลกำลังเจริญจาคานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๖. บุคคลกำลังเจริญเทวตานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๗. บุคคลกำลังเจริญอานาปานัสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๘. บุคคลกำลังเจริญมรณานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๙. บุคคลกำลังเจริญกายคตาสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๑๐. บุคคลกำลังเจริญอุปสมานุสสติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้

    ว่าด้วยบุคคลที่ละกามได้โดยการข่มไว้ ๘ จำพวก
    ๑. บุคคลกำลังเจริญปฐมฌาน ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๒. บุคคลกำลังเจริญทุติยฌาน ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๓. บุคคลกำลังเจริญตติยฌาน ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๔. บุคคลกำลังเจริญจตุตถฌาน ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๕. บุคคลกำลังเจริญอากาสานัญจายตนสมาบัติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๖. บุคคลกำลังเจริญวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๗. บุคคลกำลังเจริญอากิญจัญญายตนสมาบัติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    ๘. บุคคลกำลังเจริญเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ย่อมละกามได้โดยการข่มไว้
    บุคคลชื่อว่าละกามได้โดยการข่มไว้ เป็นอย่างนี้

    ว่าด้วยบุคคลที่ละกามได้โดยการตัดขาด ๔ จำพวก
    บุคคลละกามได้โดยการตัดขาด เป็นอย่างไร คือ
    ๑. บุคคลกำลังเจริญโสดาปัตติมรรค ย่อมละกามอันเป็นเหตุไปสู่อบายได้โดยการตัดขาด
    ๒. บุคคลกำลังเจริญสกทาคามิมรรค ย่อมละกามอย่างหยาบได้โดยการตัดขาด
    ๓. บุคคลกำลังเจริญอนาคามิมรรค ย่อมละกามอย่างละเอียดได้โดยการตัดขาด
    ๔. บุคคลกำลังเจริญอรหัตตมรรค ย่อมละกามได้หมดสิ้น ไม่เหลือทุกสิ่งทุกประการ โดยการตัดขาด
    บุคคลชื่อว่าละกามได้โดยการตัดขาด เป็นอย่างนี้ รวมความว่า ผู้ใดละกามได้
    …….
    ข้อความบางตอนใน กามสุตตนิทเทส ขุททกนิกาย มหานิทเทส พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๙
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=29&siri=1
    ……..
    ข้อความบางตอนใน อรรถกถากามสุตตนิทเทส http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php…
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    49376839_377468882987041_8065035939992305664_n.jpg?_nc_cat=106&_nc_ht=scontent.fbkk5-8.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    ?temp_hash=f98b6df56dabc3be78ec02c134d3c9c1.jpg





    "ตัดมานะการถือตัวถือตน "


    .. ผมบอกแล้วว่า "ฌาน" คือ "ชิน"
    ผมไม่นิยมคนที่เก่งฌานในการเข้านั่ง
    หลับตาขัดสมาธิ ถ้าได้เพียงเท่านั้น
    ลืมตาฌานเคลื่อน อย่างนี้ผมยังถือว่า
    "ยังเป็นผู้เข้าไม่ถึงฌาน"
    ผู้มีอารมณ์ฌานจะต้องทรงอยู่ทุก
    อิริยาบถ "อารมณ์จิตจะเป็นกุศลในตัวละ
    อยู่เสมอ" อย่างนี้เรียกว่า "ผู้ทรงฌาน"
    ทรงฌานได้อย่างนี้ พระพุทธเจ้ายังไม่
    ถือว่าดี คือถือว่าเป็นตัวหน่วงเหนี่ยว
    เหนี่ยวรั้งหรือดึงเข้าไว้ ได้แก่สังโยชน์
    ฉะนั้นเราจะไม่เห็นว่า รูปฌานและ
    อรูปฌาน เป็นจุดจบแห่งกิจที่เราจะพึง
    ปฏิบัติ เราจะก้าวต่อไป ทรงกำลังใจไว้
    ในฌาน และก็หันไปจับมานะ เพราะ
    รูปฌานและอรูปฌานนี่เป็นของไม่ยาก
    "มานะ ความถือตัวถือตน" ถือเขา
    ถือเรา ถือพวกถือพ้องถือพี่ถือน้อง ถือว่า
    เราดีกว่าเขา เราเลวกว่าเขา เราเสมอเขา
    เราเป็นลูกศิษย์สำนักโน้น เราเป็นลูกศิษย์
    สำนักนี้ เรามีความรู้ชั้นนี้ เรามีความรู้
    ชั้นนั้น "นี่มันเป็นความเลวของจิต"
    จะมีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะอะไรจึง
    ว่าอย่างนั้น ถือตัวถือตน คืออะไรกันล่ะ
    ความรู้สึกที่เรามีอยู่ พาเราไปนิพพานได้
    ไหม ครูบาอาจารย์ผู้สอนพาเราไปพระ
    นิพพานได้ไหม ถ้าพาไปได้ละก็
    พระพุทธเจ้าพาไปแล้วทุกคน
    สมเด็จพระทศพลทรงตรัสว่า "อักขา
    ตาโร ตถาคตา ตถาคตน่ะเป็นแต่เพียง
    ผู้บอกเท่านั้น" ท่านจะไปไหน นั่นมันเรื่อง
    ของท่าน ไม่ใช่เรื่องของตถาคต จะดีจะชั่ว
    มันเป็นเรื่องของท่าน

    "จำข้อนี้ไว้ให้ดีนะและก็จงวางเสีย
    ให้หมด การถือตัวถือตนจงอย่ามี" ถ้า
    ท่านทั้งหลายมีความรู้สึกว่า สัตว์เดรัจฉาน
    กับเราไม่เป็นที่รังเกียจกัน เราไม่รังเกียจ
    สัตว์เดรัจฉานเพราะมีสภาวะความเกิด
    ขึ้นเป็นเบื้องต้น มีความแปรปรวนไป
    ในท่ามกลาง มีการสลายตัวไปในที่สุด
    เขามีขันธ์ ๕ เรามีขันธ์ ๕ เขามีธาตุ ๔
    เรามีธาตุ ๔ ร่างกายเขาสกปรกฉันใด ของ
    เราก็สกปรกฉันนั้น ร่างกายเขากับร่างกาย
    เรามันก็ไม่ใช่ใครเป็นเจ้าของ "จิตผู้ครอง
    ร่างไม่ได้มีอำนาจเป็นเจ้าของร่างกาย"
    ร่างกายมีสภาวะของมันไปตามกฎของ
    ธรรมดา ใครจะยึดเหนี่ยวรั้งมันไม่ได้ ทำใจ
    ให้เป็นสุข คนดี คนชั่ว คนเลว เรื่องของเขา
    เราถือเฉพาะเพียงอย่างเดียวว่า "เราทำจิต
    ของเราให้บริสุทธิ์"
    เมื่อถึงเวลาจะคบหาสมาคม ก็ถือว่า
    การคบหาสมาคมในฐานะเป็นมิตร ไม่คิด
    รังเกียจคนและสัตว์ และมีความรู้สึกอยู่
    เสมอว่า ขันธ์ ๕ เรา ขันธ์ ๕ เขา ไม่ช้า
    มันก็พัง ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน
    ฐานะไม่มีความหมาย วิชาความรู้ที่
    ศึกษามาไม่มีความหมาย เราตายแล้วมัน
    ไม่ตายไปด้วย เราจะไม่ยอมถือตัวถือตน ..

    (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

    ที่มาจาก.. โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม ๔
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    . ?temp_hash=f9de701cfebf189b88b9eda699a5ef71.jpg ..................................
    ปกิณกะธรรม 25
    ....................................

    ▪️ความละอายเกรงกลัวต่อบาปเป็นเครื่องส่อแสดงให้เห็นถึงความสะอาดของศีล ท่านใช้คำว่า หิริโอตตัปปะ

    ▪️กรรมที่ใครทำลงไปแล้วจึงเป็นสิ่งที่เปิดเผยตลอด มันเปิดเผยอยู่ในใจของเจ้าของนั่นแหละ ระลึกได้ก็ตามระลึกไม่ได้ก็ตาม มันก็ฝังไว้ในใจแล้ว

    ▪️การที่คนเราได้มาพบกัน และร่วมเดินทางไปด้วยกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง หรือร่วมเดินทางกันแล้วต้องแยกกันไปในที่สุดนั้น มาจากความเห็น ๒ อย่างเท่านั้น คือ ความศรัทธา และความคิดเห็น (ทิฐิมานะ) ถ้าได้มาพบ และร่วมเดินทางกันแล้วก็จากกันไป ก็เพราะตัวใดตัวหนึ่งนี้ไม่เท่ากัน ไม่ปรับความเห็นให้ตรงกัน เห็นต่างและไม่ยอมลงให้กัน การมีเพื่อนร่วมเดินทาง ร่วมพูดคุยกันได้ก็น่าจะดี แต่เพราะความเห็นตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวนี้ไม่ตรงกัน จึงมักทำให้ร่วมเดินทางกันไม่ได้ตลอด เพราะฉะนั้นสัมมาทิฐิจึงสำคัญมาก

    ▪️สามีภรรยาและลูก ต่างก็มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อนทั้งนั้น เพราะเราต่างเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เราจะช่วยเขาได้เพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือนั้นเขาติดมากับดวงจิต ซึ่งเราทำอะไรไม่ได้

    พระอาจารย์บัณฑิต สุปณฺฑิโต
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    49797565_2336719669937873_7874597055727927296_n.jpg?_nc_cat=111&_nc_ht=scontent.fbkk5-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    30727215_230611430826708_8412971385461380160_n.jpg?_nc_cat=106&_nc_ht=scontent.fbkk5-8.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    IWinUP7tqQHQkLDL5Kzby9Co40nl5GfxjTlVq53JFtA3tSdTtot1UgCV0IN5_x4GYjYmlaIA&_nc_ht=scontent.fbkk5-6.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    eiG--aChw8_euyBZNOMTDpzuic_ilPf3182QvKNN3v5y4d4hvMomvkxZiVNe7Eot4fBjWUMw&_nc_ht=scontent.fbkk5-5.jpg




    #อยากได้ธรรมก็ต้องลงมือทำ

    "คนสมัยใหม่นี่เป็นคนสุขสบาย คือไม่อยากทำแต่อยากได้ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะธรรมก็ชื่อว่าทำอยู่แล้ว คือจะต้องลงมือทำ จะต้องใช้ร่างกายทำ ไม่ใช่ว่าเราพูดทำได้ คือเราพูดให้เป็นวัตถุเป็นสมบัติเป็นอะไร ให้มันเป็นขึ้นมา มันเป็นไม่ได้หรอก มันเป็นได้ก็เพราะการทำ เราจึงพูดว่าธรรม

    เราทำมันน้อยไปมันก็ไม่เห็นเพราะว่าพระพุทธเจ้าเราทำมามาก ทำมาจนเกินหล่ะทีนี้ จนว่าสละชีวิต เลือดเนื้อร่างกายทุกอย่าง พระองค์สละหมดแล้วไม่ห่วงคือไม่ห่วงร่างกายไม่ห่วงชีวิต..."

    โอวาทธรรม
    หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร
    วัดป่าหมู่ใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    ?temp_hash=63b377da93202b1f6e6470927babc63a.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    51669962_1930486217074524_5751034717709271040_n.jpg?_nc_cat=101&_nc_ht=scontent.fbkk5-6.jpg




    เมื่อจะทรงถามถึงสิ่งที่อยู่เหนือโลก จะไม่ทรงถามว่า "ภิกษุ เธอมีสิ่งที่ทำหน้าที่กระทบอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร มีความรู้จำอย่างไร มีความจงใจอย่างไร"
    ****************
    “เวทนา สัญญา และวิญญาณ ๓ ประการนี้ รวมกัน ไม่แยกกัน และไม่สามารถแยกแยะบัญญัติหน้าที่ต่างกันได้

    เพราะเวทนาเสวยอารมณ์สิ่งใด สัญญาก็กำหนดหมายสิ่งนั้น
    สัญญากำหนดหมายสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้งสิ่งนั้น

    เหตุนั้นธรรม ๓ ประการนี้ จึงรวมกัน ไม่แยกกัน และไม่สามารถแยกแยะบัญญัติหน้าที่ต่างกันได้”

    ข้อความบางตอนใน มหาเวทัลลสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=43

    คำว่า "จำแนกแยกแยะ" หมายความว่า ไม่มีใครสามารถเพื่อจะแยกเป็นแผนกและพลิกแพลงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันโดยอารมณ์ โดยที่ตั้ง โดยการเกิดขึ้น หรือโดยการดับไปได้.

    ก็ธรรมดาว่าอารมณ์ของสิ่งนั้นๆ มีอยู่.

    จริงอยู่ เมื่อบรรลุสิ่งที่เป็นของแบบโลกๆ จิตย่อมเป็นใหญ่เป็นหัวหน้า เมื่อบรรลุสิ่งที่อยู่เหนือโลก [โลกุตตร] ความรู้ชัดย่อมเป็นใหญ่เป็นหัวหน้า.

    จริงอย่างนั้น แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อตรัสถามถึงสิ่งที่เป็นของแบบโลกๆ ก็ไม่ตรัสถามอย่างนี้ว่า "ภิกษุ เธอบรรลุความรู้ชัดชนิดไหน เป็นความรู้ชัดในทางชั้นต้น หรือเป็นความรู้ชัดในทางชั้นที่สอง ที่สามและที่สี่" แต่จะตรัสถามด้วยอำนาจจิตว่า "ภิกษุ เธอมีจิตอย่างไร" และไม่ตรัสถามว่า "ภิกษุเธอมีผัสสะอย่างไร? มีเวทนาอย่างไร มีสัญญาอย่างไร มีเจตนาอย่างไร"

    แม้เมื่อจะทรงบัญญัติกุศลและอกุศล ก็ทรงบัญญัติด้วยอำนาจจิตอย่างนี้ว่า "สิ่งทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จด้วยใจ" และว่า "สิ่งที่เป็นกุศลเป็นไฉน ในสมัยใด จิตเป็นกุศลที่ท่องเที่ยวอยู่ในชั้นกาม ย่อมเป็นของเกิดขึ้นแล้ว"

    แต่เมื่อจะทรงถามถึงสิ่งที่อยู่เหนือโลก จะไม่ทรงถามว่า "ภิกษุ เธอมีสิ่งที่ทำหน้าที่กระทบอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร มีความรู้จำอย่างไร มีความจงใจอย่างไร"

    จะทรงถามด้วยอำนาจความรู้ชัดอย่างนี้ว่า "ภิกษุ ความรู้ชัดที่เธอบรรลุแล้วเป็นไฉน เป็นความรู้ชัดในหนทางชั้นต้น หรือเป็นความรู้ชัดในหนทางชั้นที่สอง ชั้นที่สามและชั้นที่สี่"
    ……….
    ข้อความบางตอนในอรรถกถามหาเวทัลลสูตร
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=12&i=493
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    51745007_1931698016953344_8284244456530509824_n.jpg?_nc_cat=101&_nc_ht=scontent.fbkk5-6.jpg


    การกล่าวทุ่มเถียงแก่งแย่งกันไม่มีประโยชน์
    *************
    [๑๐๗๙] “ภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายก็อย่ากล่าวทุ่มเถียงแก่งแย่งกันว่า

    ‘ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ แต่ผมรู้ทั่วถึง ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ได้อย่างไร ท่านปฏิบัติผิด แต่ผมปฏิบัติถูก คำพูดของผมมีประโยชน์ แต่คำพูดของท่านไม่มีประโยชน์ คำที่ควรพูดก่อน ท่านกลับพูดภายหลัง คำที่ควรพูดภายหลัง ท่านกลับพูดก่อน เรื่องที่ท่านเคยชินได้ผันแปรไปแล้ว ผมจับผิดคำพูดของท่านได้แล้ว ผมข่มท่านได้แล้ว ถ้าท่านมีความสามารถ ก็จงหาทางแก้คำพูดหรือเปลื้องตนให้พ้นผิดเถิด

    ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะการกล่าวเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อ
    สงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน

    เธอทั้งหลายเมื่อจะกล่าวพึงกล่าวว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ
    นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ฯลฯ

    เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรว่า ...”
    ...........
    วิคคาหิกกถาสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=19&siri=389
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    สาเหตุของการกล่าวร้ายผู้อื่น
    ***************^
    (พระพุทธเนรมิตทูลถามดังนี้)
    [๘๙๒] เพราะเหตุไรหนอ สมณพราหมณ์จึงพูดสัจจะไปต่างๆ อ้างตนว่า เป็นคนฉลาดพูดพร่ำกันไป สัจจะที่สมณพราหมณ์เหล่านั้นเล่าเรียนมา มีหลายอย่างต่างๆ กันหรือ หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นพากันนึกตรึกเอาเอง

    (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)
    [๘๙๓] มิได้มีสัจจะหลายอย่างต่างๆ กันเลย
    เว้นแต่สัจจะที่แน่นอนด้วยสัญญาในโลก
    แต่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย
    พากันกำหนดความตรึกในทิฏฐิทั้งหลายไปเอง
    แล้วกล่าวธรรมเป็น ๒ อย่างว่า
    คำของเราจริง คำของท่านเท็จ
    [๘๙๔] เจ้าลัทธิอาศัยธรรมเหล่านี้ คือ
    รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน ศีล วัตร และอารมณ์ที่รับรู้
    แล้วแสดงอาการดูหมิ่น และดำรงอยู่ในทิฏฐิที่ตกลงใจ
    แล้วก็ร่าเริงกล่าวว่า คนอื่นเป็นคนพาล ไม่ฉลาด
    [๘๙๕] เจ้าลัทธิใส่ไฟบุคคลอื่นว่า เป็นคนพาล เพราะเหตุใด
    ก็กล่าวถึงตนเองว่า เป็นคนฉลาด เพราะเหตุนั้น
    เจ้าลัทธินั้นอวดอ้างตนเองว่า เป็นคนฉลาด
    ย่อมดูหมิ่นบุคคลอื่นและกล่าวเช่นนั้นเหมือนกัน
    [๘๙๖] เจ้าลัทธินั้นเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยอติสารทิฏฐิ
    เมาด้วยความถือตัว มีความถือตัวจัด อภิเษกตนเองด้วยใจ
    เพราะทิฏฐินั้นเจ้าลัทธิถือกันมาอย่างนั้น
    [๘๙๗] อนึ่ง หากบุคคลเป็นผู้เลวทรามเพราะวาจาของผู้อื่นไซร้
    เขาก็เป็นผู้มีปัญญาทรามพร้อมกับผู้นั้น
    และถ้าผู้เรียนจบพระเวทเอง๑- เป็นนักปราชญ์ได้ไซร้
    บรรดาสมณะ ก็ไม่มีใครเป็นคนพาล
    [๘๙๘] ชนเหล่าใดกล่าวสรรเสริญธรรมอื่นนอกจากธรรมนี้
    ชนเหล่านั้นเป็นผู้พลาดทางแห่งความหมดจด เป็นผู้ไม่บริบูรณ์
    เดียรถีย์พากันกล่าวทิฏฐิมากแม้อย่างนี้
    เพราะพวกเขาเป็นผู้ยินดียิ่งด้วยความยินดีในทิฏฐิของตน
    [๘๙๙] พวกเดียรถีย์พากันกล่าวความหมดจดว่ามีอยู่ในธรรมนี้เท่านั้น
    ไม่กล่าวความหมดจดในธรรมเหล่าอื่น
    พวกเดียรถีย์ตั้งอยู่ในทิฏฐิมากแม้อย่างนี้
    ต่างกล่าวยืนยันในธรรมอันเป็นแนวทางของตนนั้น
    [๙๐๐] อนึ่ง เจ้าลัทธิกล่าวยืนยันในแนวทางของตน
    ใส่ไฟใครอื่นว่า เป็นคนพาล เพราะทิฏฐินี้
    เจ้าลัทธินั้น กล่าวถึงผู้อื่นว่า เป็นคนพาล
    มีความไม่หมดจดเป็นธรรมดา
    พึงนำความมุ่งร้ายมาเองทีเดียว
    [๙๐๑] เจ้าลัทธินั้นตั้งอยู่ในทิฏฐิที่ตกลงใจและนับถือเองแล้ว
    ก็ถึงการวิวาทในกาลข้างหน้าในโลก
    คนที่เกิดมาละทิฏฐิที่ตกลงใจทั้งมวลได้
    ย่อมไม่ก่อการมุ่งร้ายในโลก
    ..............
    ข้อความบางตอนใน จูฬวิยูหสูตร ขุททกนิกาย สุตตนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=277

    อรรถกถาจูฬวิยูหสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=419



    ********************************************************
    51515974_1931370046986141_5271523214206435328_n.jpg?_nc_cat=106&_nc_ht=scontent.fbkk5-8.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    GQyY7NyKV-1XqSW38pn1QkMl6qtkNc6DVinQVSL0CDcBwoeanJJ5hZOi1eRkKV95yg7UZWjA&_nc_ht=scontent.fbkk5-7.jpg





    พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"


    อย่าหงุดหงิดกับความเลวของบุคคลอื่น
    ให้เห็นเป็นปกติธรรมให้มาก ปล่อยวาง
    อย่าให้มีความเกาะติดความชั่วของบุคคลอื่น
    เรื่องรับรู้อย่างไรก็ต้องรับรู้ เพราะยังมีอายตนะ
    คืออายตนะไม่เสีย เพียงแต่ว่ารับรู้แล้ว
    ให้พิจารณาลงตัวธรรมดา จึงจักปล่อยวางได้
    อย่าไปมีหุ้นกับความเลวของบุคคลอื่น

    ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
    รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กุมภาพันธ์ 2019 at 14:44
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    aUc5oLlFuOVHhGZB_yigCRs3ereNS1Zexgw7tT8P_gegiPV8t-lVyNTfS7vU8PDPUpLW5GsQ&_nc_ht=scontent.fbkk5-7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    52585192_130264181356969_2297293412954537984_n.jpg?_nc_cat=111&_nc_ht=scontent.fbkk5-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    52033885_248261896050029_8782753790089494528_n.jpg?_nc_cat=105&_nc_ht=scontent.fbkk5-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,156
    กระทู้เรื่องเด่น:
    298
    ค่าพลัง:
    +57,933
    52188039_2221423661430554_670653856165658624_n.jpg?_nc_cat=111&_nc_ht=scontent.fbkk5-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...