อาเทสนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์. พระบรมศาสดา และเหล่าผู้พระสาวก

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 11 ตุลาคม 2014.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    พระอรหันต์ไม่ได้คิดว่าเรามี
    *************
    [๓๓๕] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร”

    ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว วันนี้ ผมเข้าจตุตถฌานไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้ว หรือออกจากจตุตถฌานแล้ว”

    อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้วหรือออกจากจตุตถฌานแล้ว”
    ............
    อุเปกขาสูตร สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๗
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=17&siri=268

    N7-dVeFqjmbLq5z1GpzQzjEdGzOQPSAOg1qlHD9LLQbSIUni7PEbmzXtDLGMOt1_h50oR2Kk&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    ไม่มีเรา คือคำกล่าวของพระอรหันต์
    ********
    ๔. พราหมณ์กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ไม่มีเรา เป็นที่กังวลของใครๆ ในที่ไหนๆ และไม่มีผู้อื่นเป็นที่กังวลของเราในที่ไหนๆ’

    พราหมณ์เมื่อพูดอย่างนี้ ชื่อว่าพูดจริง ไม่ใช่พูดเท็จ เพราะการพูดนั้น เขาจึงไม่สำคัญตนว่า ‘เป็นสมณะ’ ไม่สำคัญตนว่า ‘เป็นพราหมณ์’ ไม่สำคัญตนว่า ‘เป็นผู้ประเสริฐกว่าเขา’ ไม่สำคัญตนว่า ‘เป็นผู้เสมอเขา’ ไม่สำคัญตนว่า ‘เป็นผู้ด้อยกว่าเขา’ และเขารู้สัจจะในข้อปฏิบัตินั้น จึงปฏิบัติปฏิปทาที่ไม่ให้กังวล

    ปริพาชกทั้งหลาย สัจจะของพราหมณ์ ๔ ประการนี้แล อันเราทำให้แจ้งด้วย
    ปัญญาอันยิ่งเองแล้ว จึงประกาศให้ผู้อื่นรู้ตาม”
    …………….
    ข้อความบางตอนใน สมณสัจจสูตร อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=21&siri=135

    พึงทราบวินิจฉัยในพราหมณสัจจสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

    บทว่า พฺราหฺมณสจฺจานิ แปลว่า สัจจะของพราหมณ์ทั้งหลาย.

    บทว่า โส เตน น สมโณติ มญฺญติ ความว่า โดยสัจจะนั้น พระขีณาสพนั้นย่อมไม่สำคัญด้วยตัณหา มานะ ทิฏฐิ ว่าเราเป็นสมณะ ดังนี้.
    แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

    บทว่า ยเทว ตตฺถ สจฺจํ ตทภิญฺญาย ความว่า สัจจะใดเป็นความจริงแท้ ไม่แปรผันในการปฏิบัตินั้นว่า สัตว์ทั้งปวงไม่ควรฆ่า ดังนี้.
    ด้วยบทนี้ ทรงทำวจีสัจไว้ในภายใน แสดงนิพพานเป็นปรมัตถสัจ.

    บทว่า ตทภิญฺญาย ได้แก่ รู้สัจจะทั้งสองนั้น ด้วยปัญญาอันวิเศษยิ่ง.

    บทว่า อนุทยาย อนุกมฺปาย ปฏิปนฺโน โหติ ความว่า เป็นผู้ปฏิบัติปฏิปทาเพื่อความเอ็นดูและเพื่อความอนุเคราะห์.

    อธิบายว่า เป็นผู้บำเพ็ญเต็มที่.

    บทว่า สพฺเพ กามา ได้แก่ วัตถุกามทั้งหมด กิเลสกามทั้งหมด.
    แม้ในปฏิปทาที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

    บทว่า อิติ วทํ พฺราหฺมโณ สจฺจํ อาห ได้แก่ พราหมณ์ผู้เป็นขีณาสพ แม้กล่าวอยู่อย่างนี้ ก็ชื่อว่ากล่าวจริงทั้งนั้น.
    บทว่า สพฺเพ ภวา ได้แก่ ภพ ๓ มีกามภพเป็นต้น.

    ก็ในบทว่า นาหํ กวฺจินิ นี้ ตรัสสุญญตาความสูญไว้ ๔ เงื่อน.
    จริงอยู่ พระขีณาสพนี้ไม่เห็นตนในที่ไหนๆ ว่า เราย่อมไม่มีในอะไรๆ.

    บทว่า กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมึ ความว่า ไม่เห็นตนของตนที่พึงนำเข้าไปในความกังวลสำหรับใครอื่น. อธิบายว่า ไม่เห็นว่าพี่ชายควรสำคัญนำเข้าไปในฐานะพี่ชาย สหายในฐานะสหายหรือบริขารในฐานะบริขาร ดังนี้.

    ในบทว่า น จ มม กวฺจินิ นี้ เว้นมมศัพท์ไว้ก่อน มีความดังนี้ว่า
    พระขีณาสพไม่เห็นตนว่ามีกังวลอยู่ในสิ่งไหนๆ ของใคร และความกังวลในสิ่งไหนๆ ในใคร บัดนี้ นำมมศัพท์มามีความว่า ความกังวลในสิ่งไรๆ ไม่มีแก่เรา เพราะเหตุนั้น ผู้ใดไม่เห็นว่า ตนของคนอื่นย่อมมีแก่เราในความกังวลในสิ่งไหนๆ ผู้นั้นชื่อว่าไม่เห็นตนของคนอื่นควรนำเข้ามาด้วยความกังวลนี้ ไม่ว่าในฐานะไรๆ คือ พี่ชายในฐานะเป็นพี่ชายของตน สหายในฐานะเป็นสหาย บริขารในฐานะเป็นบริขารดังนี้. เพราะเหตุที่พราหมณ์นี้เป็นอย่างนี้ ฉะนั้นจึงไม่เห็นตนในที่ไหนๆ ไม่เห็นตน ที่ควรนำไปในความกังวลของตน. ไม่เห็นตนของคนอื่นที่ควรนำเข้าไปในความกังวลของตน.

    บทว่า อิติ วทํ พฺรหฺมโณ พึงทราบความว่า พราหมณ์ผู้เป็นขีณาสพ แม้กล่าวสุญญตาความสูญทั้ง ๔ เงื่อน ชื่อว่ากล่าวความจริงทั้งนั้น เพราะรู้แจ้งโดยชอบปฏิปทานั้นแล้ว มิได้กล่าวเท็จเลย ทั้งไม่สำคัญ เพราะตนละความสำคัญทั้งหลายในทุกวาระได้แล้ว.

    บทว่า อากิญฺจญฺญํเยว ปฏิปทํ ได้แก่ ปฏิปทาอันเว้นจากความกังวล ไม่มีห่วงใย ไม่ยึดถือนั้นเอง.

    บทว่า ปฏิปนฺโน โหติ ได้แก่ บำเพ็ญเต็มที่.

    บทว่า อิมานิ โข ปริพฺพาชกา ฯเปฯ ปเวทิตานิ ความว่า เรารู้สัจจะ ๔ เหล่านี้ของพราหมณ์ผู้มีบาปอันลอยแล้ว นอกไปจากสัจจะของท่านพราหมณ์ที่ท่านกล่าวด้วยมรรค ๔ กิจ ๑๖ อย่างแล้วจึงประกาศแสดงอย่างชัดแจ้ง.

    ในสูตรนี้ตรัสวจีสัจอย่างเดียวสำหรับพระขีณาสพในฐานะแม้ ๔ แล.
    ………….
    อรรถกถาพราหมณสัจจสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=21&i=181
    #ไม่มีเรา #พระอรหันต์

    jIbHPt58Gi3vQs9nQqK85DJckG225RVaBiFNgV0ZAImJEUlK5ldPxcHspuFj2mSyriItl19A&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    NG-XLwVysl-D2Q5DHDSMe4vaKIs5z6dHHRQU21WlN53c087SYVjTjwjL6VyZimTsye5MemcQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    สัตว์ผู้จะตรัสรู้ด้วยปรมัตถกถาได้ พระองค์ก็ไม่ตรัสสมมติกถาก่อน เพราะว่าการตรัสรู้ของสัตว์ทั้งหลายอาศัยปรมัตถกถาได้ พระองค์จึงทรงตรัสสมมติกถาในภายหลัง.
    ************
    อนึ่ง กถา คือถ้อยคำของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมี ๒ คือสมมติกถาและปรมัตถกถา.
    ในกถาทั้ง ๒ นั้น คำว่า สัตว์ บุคคล เทวดา พรหม เป็นต้น ชื่อว่าสมมติกถา คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขันธ์ ธาตุ อายตนะ สติปัฏฐานและสัมมัปธานเป็นต้น ชื่อปรมัตถกถา.
    บรรดากถาทั้ง ๒ เหล่านั้น บุคคลใดครั้นเมื่อคำว่า สัตว์ ฯลฯ หรือ พรหมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงตรัสแล้วด้วยเทศนาอันเป็นของสมมติ ย่อมอาจเพื่อรู้ธรรม เพื่อแทงตลอด เพื่อออกไปจากสังสารวัฏ เพื่อถือเอาชัย คือพระอรหัตต์ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมกล่าวถึงคำว่า สัตว์ หรือบุคคล หรือบุรุษ หรือพรหม จำเดิมแต่ต้นทีเดียวสำหรับผู้นั้น.
    ส่วนผู้ใดสดับฟังคำว่า อนิจจัง ทุกขังเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งด้วยปรมัตถเทศนาแล้วก็อาจเพื่อรู้ เพื่อแทงตลอด เพื่อออกไปจากสงสาร เพื่อถือเอาชัยคือพระอรหัตต์ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสคำอย่างใดอย่างหนึ่งในคำว่า อนิจจัง เป็นต้น เพื่อผู้นั้น ดังนี้. โดยทำนองเดียวกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่ตรัสปรมัตถกถาก่อน สำหรับสัตว์ผู้จะตรัสรู้ด้วยสมมติกถา ก็เพราะการตรัสรู้แห่งสัตว์ด้วยสมมติกถา พระองค์จึงทรงตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง. เมื่อสัตว์ผู้จะตรัสรู้ด้วยปรมัตถกถาได้ พระองค์ก็ไม่ตรัสสมมติกถาก่อน เพราะว่าการตรัสรู้ของสัตว์ทั้งหลายอาศัยปรมัตถกถาได้ พระองค์จึงทรงตรัสสมมติกถาในภายหลัง.
    อนึ่ง โดยปกติพระองค์ย่อมตรัสสมมติกถาก่อนทีเดียว แล้วจึงตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง ซึ่งเป็นการเทศนาที่ทำได้โดยง่าย เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงทรงแสดงสมมติกถาก่อน แล้วก็ตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง. พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น แม้ตรัสอยู่ซึ่งสมมติกถา ชื่อว่าย่อมกล่าวซึ่งสัจจะนั่นแหละ ซึ่งสภาวะนั่นแหละจะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวเท็จก็หาไม่ แม้เมื่อตรัสปรมัตถกา ก็ชื่อว่าย่อมกล่าวซึ่งสัจจะซึ่งสภาวะนั่นแหละ จะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวคำเท็จก็หาไม่.
    จริงอยู่ บัณฑิตพึงทราบความนี้ว่า :-
    ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ สมฺพุโธ วทตํ วโร
    สมฺมตึ ปรมตฺถญฺจ ตติยํ นูปลพฺภติ ฯ

    บรรดาผู้กล่าวกถาทั้งหลาย พระสัมพุทธะผู้ประเสริฐได้ตรัสบอกแล้วซึ่งสัจจะ ๒ คือสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ไม่ตรัสบอกสัจจะที่ ๓ ว่าเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้.
    บรรดาสัจจะทั้ง ๒ เหล่านั้น สมมติสัจจะเป็นคำสำหรับกำหนดและเป็นเหตุแห่งการสมมติของชาวโลก ส่วนปรมัตถสัจจะเป็นคำปรมัตถะเป็นลักษณะแห่งธรรมทั้งหลาย.
    อีกนัยหนึ่ง เทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้ามี ๒ คือเป็นปรมัตถเทศนาด้วยสามารถแห่งคำว่า ขันธ์ เป็นต้น และเป็นสมมติเทศนาด้วยคำว่า หม้อเนยใสเป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงชำระคำบัญญัติออกไปเหตุใด เพราะเหตุนั้นบัณฑิตไม่พึงทำความยึดถือคำเพียงสักว่า บุคคลมีอยู่.
    จริงอยู่ พระบรมศาสดามิได้ทรงละบัญญัติแล้วประกาศปรมัตถะ และมิได้ทรงชำระคำบัญญัติ เพราะฉะนั้น บัณฑิตแม้อื่นๆ เมื่อประกาศปรมัตถะก็ไม่พึงชำระคำบัญญัติ ฉันนั้น.
    คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้น แล.
    ………..
    ข้อความบางตอนใน อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ปกิณณกะ อรรถกถาภวังนิสสาย ปัญหาทิ
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php…
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    a7OnqSJyx_3J9ikV1mAgKvBjNVEcUpJtk0RD867KSKH6S_wW6L3dB5GoVLrTNrhIJJ6lcfJp&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    ผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสคำอย่างใดอย่างหนึ่งในคำว่า อนิจจัง เป็นต้น เพื่อผู้นั้น
    ************
    อนึ่ง กถา คือถ้อยคำของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมี ๒ คือสมมติกถาและปรมัตถกถา.
    ในกถาทั้ง ๒ นั้น คำว่า สัตว์ บุคคล เทวดา พรหม เป็นต้น ชื่อว่าสมมติกถา คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขันธ์ ธาตุ อายตนะ สติปัฏฐานและสัมมัปธานเป็นต้น ชื่อปรมัตถกถา.
    บรรดากถาทั้ง ๒ เหล่านั้น บุคคลใดครั้นเมื่อคำว่า สัตว์ ฯลฯ หรือ พรหมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงตรัสแล้วด้วยเทศนาอันเป็นของสมมติ ย่อมอาจเพื่อรู้ธรรม เพื่อแทงตลอด เพื่อออกไปจากสังสารวัฏ เพื่อถือเอาชัย คือพระอรหัตต์ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมกล่าวถึงคำว่า สัตว์ หรือบุคคล หรือบุรุษ หรือพรหม จำเดิมแต่ต้นทีเดียวสำหรับผู้นั้น.
    ส่วนผู้ใดสดับฟังคำว่า อนิจจัง ทุกขังเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งด้วยปรมัตถเทศนาแล้วก็อาจเพื่อรู้ เพื่อแทงตลอด เพื่อออกไปจากสงสาร เพื่อถือเอาชัยคือพระอรหัตต์ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสคำอย่างใดอย่างหนึ่งในคำว่า อนิจจัง เป็นต้น เพื่อผู้นั้น ดังนี้. โดยทำนองเดียวกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่ตรัสปรมัตถกถาก่อน สำหรับสัตว์ผู้จะตรัสรู้ด้วยสมมติกถา ก็เพราะการตรัสรู้แห่งสัตว์ด้วยสมมติกถา พระองค์จึงทรงตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง. เมื่อสัตว์ผู้จะตรัสรู้ด้วยปรมัตถกถาได้ พระองค์ก็ไม่ตรัสสมมติกถาก่อน เพราะว่าการตรัสรู้ของสัตว์ทั้งหลายอาศัยปรมัตถกถาได้ พระองค์จึงทรงตรัสสมมติกถาในภายหลัง.
    อนึ่ง โดยปกติพระองค์ย่อมตรัสสมมติกถาก่อนทีเดียว แล้วจึงตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง ซึ่งเป็นการเทศนาที่ทำได้โดยง่าย เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงทรงแสดงสมมติกถาก่อน แล้วก็ตรัสปรมัตถกถาในภายหลัง. พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น แม้ตรัสอยู่ซึ่งสมมติกถา ชื่อว่าย่อมกล่าวซึ่งสัจจะนั่นแหละ ซึ่งสภาวะนั่นแหละจะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวเท็จก็หาไม่ แม้เมื่อตรัสปรมัตถกา ก็ชื่อว่าย่อมกล่าวซึ่งสัจจะซึ่งสภาวะนั่นแหละ จะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวคำเท็จก็หาไม่.
    จริงอยู่ บัณฑิตพึงทราบความนี้ว่า :-
    ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ สมฺพุโธ วทตํ วโร
    สมฺมตึ ปรมตฺถญฺจ ตติยํ นูปลพฺภติ ฯ
    บรรดาผู้กล่าวกถาทั้งหลาย พระสัมพุทธะผู้ประเสริฐได้ตรัสบอกแล้วซึ่งสัจจะ ๒ คือสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ไม่ตรัสบอกสัจจะที่ ๓ ว่าเป็นสภาวะที่หยั่งเห็นได้.
    บรรดาสัจจะทั้ง ๒ เหล่านั้น สมมติสัจจะเป็นคำสำหรับกำหนดและเป็นเหตุแห่งการสมมติของชาวโลก ส่วนปรมัตถสัจจะเป็นคำปรมัตถะเป็นลักษณะแห่งธรรมทั้งหลาย.
    อีกนัยหนึ่ง เทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้ามี ๒ คือเป็นปรมัตถเทศนาด้วยสามารถแห่งคำว่า ขันธ์ เป็นต้น และเป็นสมมติเทศนาด้วยคำว่า หม้อเนยใสเป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงชำระคำบัญญัติออกไปเหตุใด เพราะเหตุนั้นบัณฑิตไม่พึงทำความยึดถือคำเพียงสักว่า บุคคลมีอยู่.
    จริงอยู่ พระบรมศาสดามิได้ทรงละบัญญัติแล้วประกาศปรมัตถะ และมิได้ทรงชำระคำบัญญัติ เพราะฉะนั้น บัณฑิตแม้อื่นๆ เมื่อประกาศปรมัตถะก็ไม่พึงชำระคำบัญญัติ ฉันนั้น.
    คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้น แล.
    ………..
    ข้อความบางตอนใน อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ปกิณณกะ อรรถกถาภวังนิสสาย ปัญหาทิ
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php…
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    มีความร้อนใจ ไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง จึงเกิดในหมู่เทพชั้นประณีต’
    ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท อย่าเป็นผู้มีวิปปฏิสาร(ความร้อนใจ) ในภายหลังเหมือนเทวดาพวกแรกๆ เหล่านั้นเลย
    ………….
    ข้อความบางตอนใน เทวตาสูตร ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับของเทวดา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=23&siri=182
    m_q_Wtr0Wqoyg1swztJPGEdoLWX5bbdxCPgtmxeLee1arGG3s46QCuzEcnX4OQbPm-knUYud&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    J6bMg5WPIRtavL_KQqMIouzF4iIJEkUkJ2EDECXC693FKHIP1gpGcaqxNCXF8o-aOM1A4mKG&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    FzFGcvz2IDBNkSdOAcaXNJh861uApknl9Su1V0Anu_jLZ1g7FgoZxXXE95tDVHrRaCvlqDiB&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    QUARnwz6_oXzeoSuK2pFdpnGzOsuTIUAvH1DueQs9YN4XBdgjN109bmMszf9_wEI5c2_kaz9&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    VR9PHLg1SP5mLzxLvDsuO53R2JrQRmYl2j62LjMaJIhh07dQQhmAm1u8K_ABwBbvn-QtCGOp&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    53349982_152870469057168_5542060339438288896_n-jpg-_nc_cat-108-_nc_ht-scontent-fcnx3-1-jpg.jpg
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    พระธรรมเทศนาหลวงปู่จันทร์

    หากคนรู้ว่าใต้ดินนั้นมีทองคำฝังอยู่ตรงไหน เขาจะต้องขุดเอาทองคำนั้นขึ้นมาทันที หากคนทั้งหลายรู้ว่านิพพานเป็นอย่างไรจริงๆแล้ว เขาจะไม่ทำตัวกันอยู่อย่างเก่าเลย


    พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)


    ?temp_hash=b0a5b7896a13bb0d5d00b18982abd93b.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    BR1wU-AbXl58CzbK-CkBzpOV-NXHeLUn_6aRwINTdVTk_XlFqDCoc7DNuOo1tMD0g_WbKqg2&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    LdKJrBdewsLrWR2RAHn4La_Zy6FSnqD1YsY-mHnn9PqrEn3dH8xeD71WrMGWIqx5UBp2DnM3&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปอย่างนั้น เป็นอย่างนี้
    ******************
    อีกนัยหนึ่ง เหมือนอย่างพระผู้มีพระภาคพระวีปัสสีเสด็จไปแล้ว ฯลฯ พระผู้มีพระภาคพระกัสสปะเสด็จไปแล้วฉันใด แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้ก็เหมือนฉันนั้นทีเดียว

    ทรงละกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ เสด็จไปแล้ว ทรงละพยาบาทด้วยความไม่พยาบาท ทรงละถีนมิทธะด้วยอาโลกสัญญา ทรงละอุทธัจจกุกกุจจะด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ทรงละวิจิกิจฉาด้วยการกำหนดธรรม เสด็จไปแล้ว

    ทรงทำลายอวิชชาด้วยพระปรีชาญาณ ทรงบรรเทาอรติด้วยความปราโมทย์ ทรงเปิดบานประตูคือนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ทรงยังวิตกและวิจารณ์ให้สงบด้วยทุติยฌาน ทรงหน่ายปีติด้วยตติยฌาน ทรงละสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน ทรงก้าวล่วงรูปสัญญา ปฏิฆสัญญาและนานัตตสัญญาด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ ทรงก้าวล่วงอากาสานัญจายตนสัญญาด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ทรงก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนสัญญาด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ ทรงก้าวล่วงอากิญจัญญายตนสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เสด็จไปแล้ว

    ทรงละนิจจสัญญาด้วยอนิจจานุปัสสนา ทรงละสุขสัญญาด้วยทุกขานุปัสสนา ทรงละอัตตสัญญาด้วยอนัตตานุปัสสนา ทรงละความเพลิดเพลินด้วยนิพพิทานุปัสสนา ทรงละความกำหนัดด้วยวิราคานุปัสสนา ทรงละสมุทัยด้วยนิโรธานุปัสสนา ทรงละความยึดมั่นด้วยปฏินิสสัคคานุปัสสนา ทรงละฆนสัญญาด้วยขยานุปัสสนา ทรงละความเพิ่มพูนด้วยวยานุปัสสนา ทรงละความยั่งยืนด้วยวิปริณามานุปัสสนา

    ทรงละนิมิตตสัญญาด้วยอนิมิตตานุปัสสนา ทรงละการตั้งมั่นแห่งกิเลสด้วยอัปปณิหิตานุปัสสนา ทรงละการยึดมั่นด้วยสุญญตานุปัสสนา ทรงละความยึดมั่นด้วยการยึดถือว่าเป็นสาระด้วยอธิปัญญาธรรมวิปัสสนา ทรงละความยึดมั่นโดยความลุ่มหลงด้วยยถาภูตญาณทัสสนะ ทรงละความยึดมั่นในธรรมเป็นที่อาลัยด้วยอาทีนวานุปัสสนา ทรงละการไม่พิจารณาสังขารด้วยปฏิสังขานุปัสสนา ทรงละความยึดมั่นในการประกอบกิเลสด้วยวิวัฏฏานุปัสสนา

    ทรงหักกิเลสอันตั้งอยู่ร่วมกับทิฏฐิด้วยโสดาปัตติมรรค ทรงละกิเลสหยาบด้วยสกทาคามิมรรค ทรงเพิกกิเลสอย่างละเอียดด้วยอนาคามิมรรค ทรงตัดกิเลสทั้งหมดได้ด้วยอรหัตตมรรค เสด็จไปแล้ว.

    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปอย่างนั้น เป็นอย่างนี้.
    ..............
    ข้อความบางตอนใน อรรถกถาพรหมชาลสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php…

    หมายเหตุ : ในอรรถกถาพรหมชาลสูตรข้างต้นนั้น พระอรรถกถาจารย์ ได้จำแนกเป็นธรรมฝ่ายอุปจารฌาน ๗, สมาบัติ ๘, มหาวิปัสสนา ๑๘ และโลกุตตรธรรม ๔

    พึงเปรียบเทียบกับ ธรรมที่ควรรู้ยิ่งในธรรมหมวดกัมมัฏฐาน ที่พระสารีบุตร ได้จำแนกธรรมไว้คือ ธรรมฝ่ายอุปจารฌาน ๗, สมาบัติ ๘, มหาวิปัสสนา ๑๘ และโลกุตตรธรรม ๘ ดังนี้

    ธรรมฝ่ายอุปจารฌาน ๗ ประการ คือ เนกขัมมะ อพยาบาท อาโลกสัญญา อวิกเขปะ ธัมมววัตถาน ญาณ ปามุชชะ

    สมาบัติ ๘ ประการ คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน
    อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ
    อากิญจัญญายตนสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ

    มหาวิปัสสนา ๑๘ ประการ คือ อนิจจานุปัสสนา
    ทุกขานุปัสสนา อนัตตานุปัสสนา
    นิพพิทานุปัสสนา วิราคานุปัสสนา นิโรธานุปัสสนา
    ปฏินิสสัคคานุปัสสนา
    ขยานุปัสสนา วยานุปัสสนา วิปริณามานุปัสสนา
    อนิมิตตานุปัสสนา อัปปณิหิตานุปัสสนา
    สุญญตานุปัสสนา อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา
    ยถาภูตญาณทัสสนะ อาทีนวานุปัสสนา
    ปฏิสังขานุปัสสนา วิวัฏฏนานุปัสสนา

    โลกุตตรธรรม ๘ ประการ คือ
    โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลสมาบัติ
    สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลสมาบัติ
    อนาคามิมรรค อนาคามิผลสมาบัติ
    อรหัตตมรรค อรหัตตผลสมาบัติ
    ....................
    สุตมยญาณนิทเทส ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑
    ขุ.ป.(ไทย)๓๑/๑๘-๑๙/๒๖ มจร. http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=5
    ขุ.ป.(บาลี) ๓๑/๔๗-๔๙/๒๙-๓๐ สยามรัฐ http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php…

    x0yVlJljMJXWFYuDxBcSy1iTVXS4uxl1CFZCZdfkQsYMsGDhKpASSOCPPKZwIjy8vIVCvqWX&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    jsb4JUT_HyQ_85Z1Xs34-smHGcSPine40JllecOyaAVXQ7cdVBbkwKv8v_w9lW21R60S0Ex3&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    พระไตรปิฎกศึกษา

    [๓๗๒] ฌาน ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา
    ปัญญาก็ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน
    ผู้มีทั้งฌานและปัญญานั่นแล
    จึงนับว่าอยู่ใกล้นิพพาน
    .............
    ข้อความบางตอนใน ๗. สัมพหุลภิกขุวัตถุ ภิกขุวรรค ขุททกนิกาย ธรรมบท พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=34

    สองบทว่า นตฺถิ ฌานํ ความว่า ชื่อว่า ฌาน ย่อมไม่มีแก่ผู้หาปัญญามิได้ ด้วยปัญญาเป็นเหตุพยายามอันยังฌานให้เกิดขึ้น.

    สองบทว่า นตฺถิ ปญฺญา ความว่า ก็ปัญญาซึ่งมีลักษณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า "ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ ย่อมเห็นตามความเป็นจริง" ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่เพ่ง.

    บาทพระคาถาว่า ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ ความว่า ฌานและปัญญาแม้ทั้งสองนี้มีอยู่ในบุคคลใด, บุคคลนั้นชื่อว่าตั้งอยู่แล้วในที่ใกล้แห่งพระนิพพานโดยแท้ทีเดียว.
    ...............
    ข้อความบางตอนใน เรื่องสัมพหุลภิกษุ ภิกขุวรรควรรณนา ขุททกนิกาย อรรถกถาธรรมบท
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=35&p=7

    zULAf3efVCZfFLTxkiLIs5af8o2Str3HOUG-CbSPqPuWZ2BeIP_wc0bKO2QX8AyD9fVRdjkc&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    cV_YsgqwXvboORIEuOiEwvhQtO3PKLnq2vz2H5GZ8hHC7ACPCXVEtIZkRfuGgk3UdItdM8EH&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    OfYjlk7YekCax1UuqzdwX2NtJRf3kJt3I-47uGeqr0acOVz1oHgeddH9dRXACLh-WNX4UL3f&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,876
    กระทู้เรื่องเด่น:
    371
    ค่าพลัง:
    +60,460
    ?temp_hash=2be691a73e38ed47729575ab13145f57.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...