**อำนาจกรรม**

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย @^น้ำใส^@, 6 มกราคม 2011.

  1. @^น้ำใส^@

    @^น้ำใส^@ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    2,329
    ค่าพลัง:
    +4,673
    คัดลอกจากหนังสือ อำนาจกรรม
    บทพระนิพนธ์ ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


    ให้อภัยไม่ผูกเวร เป็นวิธีตัดกรรม

    พระสำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นพระดีพระสำคัญยิ่งคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม

    มีเรื่องเล่าถึงท่านว่า ครั้งหนึ่งพระในวัดของท่านตีเพื่อนพระด้วยกันจนหัวแตก ท่านชำระความด้วยการบอกพระที่เป็นเจ้าทุกข์ว่าเป็นฝ่ายผิด เพราะเป็นผู้ทำเขาก่อน

    เมื่อเป็นที่พิศวงสงสัยที่ท่านตัดสินเช่นนี้ ท่านก็อธิบายว่า พระองค์ที่ถูกตีหัวแตกในชาตินี้ ต้องตีพระอีกองค์มาก่อน ไม่ในชาติใดก็ชาติหนึ่ง ถ้าจะให้รับโทษที่ทำในชาตินี้ก็จะไม่สิ้นสุดเวรกรรม ไม่ถือโทษความผิดในชาตินี้ ก็จะเป็นอันเลิกแล้วต่อกัน

    ท่านได้ถามความสมัครใจของพระองค์ที่ถูกตีหัวแตก ว่าต้องการอย่างไร พระองค์นั้นก็ยินดียกโทษ ไม่เอาความ เป็นอันเลิกแล้วต่อกัน ท่านว่าจะได้ไม่มีการจองเวรกันต่อไป เรื่องนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านสอนเรื่องกรรม และการให้ผลของกรรม ให้เห็นว่า เมื่อทำกรรมใดแล้ว จักต้องได้รับผลตอบแทนแน่ แม้ข้ามภพข้ามชาติ

    ทำกรรมใด จักได้รับผลนั้น
    ผู้ใดทำ ผู้นั้นจักได้รับ ไม่ช้าก็เร็ว
    ต้องได้รับ และจะไม่จบสิ้นถ้าไม่มี
    การเลิกผูกเวร แต่ถ้าเลิกผูกเวร
    ก็จะจบสิ้นเพียงนั้น
    การให้อภัยด้วยใจจริง
    ในความผิดของผู้อื่นที่ทำต่อตน
    จึงเป็นความสำคัญ
    เป็นสิ่งที่ควรอบรวมให้ยิ่ง


    -------------------
     
  2. @^น้ำใส^@

    @^น้ำใส^@ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    2,329
    ค่าพลัง:
    +4,673
    อำนาจกรรม ทำให้คนมีอำนาจดีหรือชั่ว


    คำว่ากรรม ในพระพุทธศาสนา เป็นคำที่มีความหมายเป็นกลาง หมายถึง การกระทำ ไม่เจาะจงบ่งบอกเป็นการกระทำที่ไม่ดี อันเป็นกรรมที่ไม่ดี เป็นบาปกรรม หรือเป็นอกุศลกรรม และไม่เจาะจงบ่งเป็นการกระทำที่ดี อันเป็นกรรมดี เป็นบุญกรรม หรือเป็นกุศลกรรม

    แต่คำว่า "กรรม" นั้น โดยทั่วไปใช้ในความหมายว่า ความไม่ดี เช่นเดียวกับบาปกรรมและอกุศลกรรม จึงเท่ากับทั่วไปใช้คำว่า"กรรม" เป็นคำย่อของกรรมไม่ดี คือบาปกรรมหรืออกุศลกรรม

    พุทธศาสนสุภาษิตมีว่า "วโส อิสฺสริยํ โลเก อำนาจเป็นใหญ่ในโลก"

    ในบรรดาอำนาจทั้งปวงในโลก อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุด และไม่มีอำนาจใดเสมออำนาจกรรม กรรมดี มีอำนาจในทางดี กรรมไม่ดี มีอำนาจในทางไม่ดี

    คนดี มีอำนาจในทางดี ผู้ทำกรรมดี จึงมีอำนาจในทางดี ย่อมใช้อำนานนั้นก่อความร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดทั้งแก่ตนเอง ให้เกิดทั้งแก่ผู้อื่น

    คนไม่ดี มีอำนาจในทางไม่ดี ผู้ทำกรรมไม่ดีจึงมีอำนาจในทางไม่ดี ย่อมใช้อำนาจนั้นก่อความทุกข์ความร้อนให้เกิดทั้งแก่ตนเอง ให้เกิดทั้งแก่ผู้อื่น


    ---------
     
  3. deejaimark

    deejaimark เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,844
    ค่าพลัง:
    +16,511
    ทำบุญกับพระอรหันต์ พร้อมแผ่เมตตา ช่วยรักษากรรมได้ ^_^

    สวัสดีคะ

    วันนี้แวะมาเล่าความมหัศจรรย์จากการที่ได้ทำบุญกับพระอรหันต์ให้ฟัง

    เมื่อวานแนนได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่บุญฤทธิ์ และได้ทำบุญกับหลวงปู่

    หลังจากนั้นก็ได้น้อมจิตทำสมาธิ พร้อมแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร

    เจ้าบุญนายคุณ ครูบาอาจารย์ บิดามารดา เทพยาดา ดวงจิต ดวงวิญญาณ

    ทั้งหมดทั้งหลายที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี และผู้ร่วมอนุโมทนาด้วยทุกท่าน

    ให้ทุกท่านได้รับผลบุญที่แนนได้กระทำดีนี้แล้วกับหลวงปู่....

    ตอนที่ทำบุญ ปิติมาก มีความสุขตลอด ตัวเบาโหวงเลยคะ

    ผลจากการทำบุญเมื่อวาน จากการแผ่เมตตาด้วยมั๊งคะ

    วันนี้ ทำให้แนน หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง ทั้งๆๆ เมื่อวานยังไอแบบสาหัส

    ปวดหัวมากเวลาที่ไอ ซึ่งอาการไอแบบสาหัสนี้เป็นมาประมาณ5วันแล้วคะ

    และไม่มีทีท่าว่าจะหายง่ายๆๆ เมื่อวานยังบอกคุณชาเลยว่า
    วันนี้คงต้องไปหาหมอแล้วละ ไม่ไหวแล้ว ไอที ไอแบบน่ากลัว เป็นชุด
    แล้วก็ปวดบริเวณหน้าผากมากด้วย...

    แต่วันนี้ หายไอแล้วคะ แปลกไหมละคะ สาธุจริงๆๆ

    ตอนที่เเนนทำบุญ แนนไม่ได้หวังอะไร มากไปกว่าให้ได้บุญ

    ไม่ได้คิดถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ทำบุญด้วยความปรารถนาที่อยากจะทำอย่างแรงกล้า...

    พูดถึงเรื่องทำบุญกับพระอรหันต์ นึกขึ้นได้อีกเรื่อง
    ปีที่แล้วที่เราร่วมกันถวายพระไตรปิฎก พร้อมตู้กับหลวงปู่ (คงจำกันได้นะคะ)

    ปีที่แล้วแนนก็มีปัญหา มีซีส(ก้อนเนื้อ)ที่ข้อพับเข่าข้างซ้าย
    ก้อนแข็งใหญ่เท่าไข่ไก่เบอร์เล็กสุด ยังงัยๆๆ ต้องได้ผ่าตัดเอาออกแน่นอน..

    ตอนนั้นกลัวมาก....

    แต่ความหมัศจรรย์ได้เกิดขึ้น หลังจากที่ถวายพระไตรปิฎกเสร็จ 10 เมย.53 ...
    ตอนนั่งรถกลับบ้านวันนั้น ซีส ได้หายไปเองอย่างเป็นปริศนา หายจริงๆๆ คะ ไม่ทิ้งร่องรอยเลย.............

    นี่ล่ะ เหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงได้เชื่ออย่างสุดใจ ว่า ทำบุญกับพระอรหันต์ อานิสงค์มากมายจริงๆๆ คะ<!-- google_ad_section_end -->

    สาธุจริงๆๆ<!-- google_ad_section_end -->

    ที่มา http://palungjit.org/threads/บันทึกบาปและกรรมของข้าพเจ้า.89898/page-109
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 มกราคม 2011

แชร์หน้านี้

Loading...