เรื่องเด่น เคราะห์กรรมของคนช่างนินทา

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 17 สิงหาคม 2010.

  1. SiTa

    SiTa ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,225
    ค่าพลัง:
    +33,303
    เคราะห์กรรมของคนช่างนินทา

    เรื่องโดย วารี


    images-3.jpg



    คุณเคยได้ยินกลอนบทนี้ของท่านสุนทรภู่บ้างไหม

    “อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แค่องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา”

    แม้คำนินทาจะอยู่คู่โลกทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ดิฉันก็ไม่คิดว่าการพูดนินทาคนอื่นจะเป็น “กรรม” หนักหนาสาหัสอะไร เพราะใครๆก็คงเคยพูดนินทาทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจกันมาบ้าง

    ครั้งหนึ่งดิฉันเคยไปฟังพระเทศน์เกี่ยวกับการนินทา พระท่านเป็นผู้มีความรู้ จึงคิดบัญญัติศัพท์เกี่ยวกับการนินทาด้วยคำชวนหัวว่า นินทาวิทยา ( Gossipology ) ตามความหมายและคำแปลจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานให้ความหมายว่า นินทาคือ “คำติเตียนลับหลัง”


    w644.jpg


    แต่พระท่านว่า หากพิจารณาจากที่ไปที่มาและสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในสังคมอาจหมายรวมไปถึงการตำหนิ เพราะผู้พูดไม่ชอบใจ ผู้พูดไม่สบอารมณ์ และไม่ตำหนิต่อหน้าหรือไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนต่อหน้า แต่กลับนำเรื่องของเขาไปตำหนิลับหลัง ทั้งๆที่เขาเป็นคนดี ทั้งๆ ที่เขาทำดีอยู่แล้ว เพราะการนินทาหมายถึง การเล่าเรื่องในทางที่ไม่ดี เล่าเรื่องในแง่ที่ไม่ดีของคนอื่นลับหลัง หรือนำเรื่องที่ไม่ดีของบุคคลที่สองไปเล่าต่อบุคคลที่สาม เพื่อให้ผู้ถูกเล่านั้นได้รับความเสียหายอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เสียเกียรติ เสียความเคารพนับถือ แม้เรื่องที่เล่านั้นอาจไม่เป็นจริง และรวมถึงเรื่องนั้นเป็นจริง แต่เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำไปเล่าต่อที่สาธารณะหรือกับบุคคลอื่น เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องเฉพาะส่วนบุคคล เป็นเรื่องภายในครอบครัว

    เพราะท่านยังว่า พฤติกรรมของคนช่างนินทานั้น ทุกคนโปรดเข้าใจไว้ด้วยว่า มิใช่เป็นพฤติกรรมของคนที่มีความสุข เพราะไม่ได้เกิดจากจิตที่มีคุณธรรมเป็นเครื่องปรุงเครื่องผสม หากแต่เป็นเชื่อของกิเลสชนิดหนึ่งเป็นตัวกระตุ้น แล้วทำใจให้เศร้าหมอง ขุ่นมัว ทุรนทุรายอยากว่าร้าย ใส่ร้ายคนอื่น จนแสดงอาการออกมา


    fate-liar-3.jpg


    นอกจากนั้น การนินทาถือเป็นการทำผิดศีลอีกด้วย ดิฉันรับรู้รับฟังเรื่องการนินทาว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ไม่เคยคิดว่าจะนำพาเคราะห์กรรมหนักหนามาให้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ดิฉันก็ได้ประสบกับเหตุการณ์นั้นแบบต่อหน้าต่อตาด้วยตัวเอง

    เพื่อนบ้านของดิฉันชื่อคุณมารศรี อายุ ราว 50 ปลายๆ เธอเปิดร้านของของชำอยู่ใกล้บ้านของดิฉัน ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าคุณมารศรีเป็นคนช่างคุย ช่างเมาท์และช่างนินทาเป็นที่หนึ่งของหมู่บ้าน หากใครอยากรู้เรื่องอะไรของใครก็จะเข้าไปกระแซะถามจากคุณมารศรี เธอก็จะเล่าได้เป็นคุ้งเป็นแคว หลายครั้งเรื่องราวที่เธอเล่าไม่ได้เป็นความจริงเลยสักนิด แต่เมื่อเธอใส่สีตีไข่เข้าไป คนที่ได้ฟังก็นำไปเล่าต่อๆกัน นำความเดือดร้อนมาสู่คนที่เธอนินทาอยู่เนืองๆ

    iStock_000016150760_Small.jpg


    แม้เธอจะทำตัวเป็นกรมกระจายข่าวที่ช่วยให้คนอื่น “ทันเหตุการณ์” แต่กลับไม่มีใครรัก นับถือ ชื่นชมเธอเลย มิหนำซ้ำ คนช่างนินทาอย่างเธอก็ถูกคนอื่นนินทาเอาเหมือนกัน


    คุณมารศรีแต่งงานอยู่กินกับสามีมาหลายปี แต่ก็ยังไม่มีลูกเมื่ออายุเข้าใกล้วัยกลางคน สามีของคุณมารศรีจึงขออนุญาตภรรยาเพื่อไปบวชเป็นพระตลอดชีวิต บวชอยู่หลายปี ในที่สุดก็ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของวัดซึ่งมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

    เพื่อนบ้านบอกว่า พระรูปนี้นำเอาข้าวของที่ผู้มีศรัทธานำมาถวายท่านมาให้คุณมารศรีผู้เป็นภรรยาขายที่ร้านขายของชำ สังเกตได้จากข้าวของที่นำมาขายนั้นมักเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ผู้คนนิยมนำไปถวายพระนอกจากนี้ บางครั้งคุณมารดศรียังเผลอเล่าในเชิงอวดว่า ตัวเองมีกินมีใช้ ไม่ลำบากอะไร เพราะมีบุญเก่า มีคนช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่

    แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการนำข้าวของที่คนอื่นถวายพระมาขายเพื่อนำเงินมาใช้ส่วนตัวเป็นสิ่งที่ผิด แต่คุณมารศรีก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระยะหลังๆ ถ้าหากใครถามเรื่องนี้ เธอมักจะบอกว่า ที่วัดไหนเขาก็ทำกัน ขายของได้เธอก็นำเงินไปถวายวัดนั่นแหละ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถมีใครรู้ได้ว่าเธอนำเงินไปถวายวัดอย่างที่พูดจริงหรือไม่

    แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นกับคุณมารศรีโดยไม่ทันตั้งตัว
    หนึ่งเดือนหลังจากที่คุณมารศรีเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหัวใจอยู่ดีๆระหว่างที่เธอกำลังยืนคุยอยู่กับดิฉัน เธอก็เป็นลมล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา เมื่อดิฉันพาไปหาหมอจึงพบว่า เธอมีอาการหลอดเลือดในสมองตีบ คุณหมอบอกว่า คนที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันทีทันใด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น กล้ามเนื้อของคุณมารศรีก็ยังยึด ทำให้ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูปผิดร่าง



    ปากที่เคยค่อนแคะ นินทาคนอื่นมานักต่อนักของคุณมารศรีบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ดูแล้วน่าเกลียดน่ากลัว คล้ายคนกำลังร้องไห้โหยหวนไม่มีผิด แม้คุณมารศรีจะพยายามรักษาด้วยการไปหาทั้งหมอพื้นบ้าน หมอแผนปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่สามารถรักษาอาการแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซึก พูดไม่ชัด และปากเบี้ยวให้หายขาดได้

    เพื่อนบ้านได้แต่มองคุณมารศรีอย่างสังเวช ต่างพูดกันว่า นี่คงเป็นผลกรรมจากการที่ชอบนินทาคนอื่น มิหนำซ้ำยังนำข้าวของที่คนอื่นถวายวัดมาขาย นำเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีกด้วย ผลกรรมที่ทำไว้จึงรุนแรง ทำให้ได้รับผลอย่างรวดเร็ว


    ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันได้ประสบมากับตัว จึงสามารถบอกได้ว่าคำพูดของคนเรามีอานุภาพมาก ดังนั้นจะคิด พูด ทำสิ่งใด เราต้องมีความระมัดระวัง อย่าประมาทว่า “เป็นแค่เพียงคำพูด”

    เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจประสบกับเคราะห์กรรมอย่างคุณมารศรีก็เป็นได้


    ---------------
    ที่มา: ชมรมกัลยาณธรรม
    ภาพประกอบกระทู้ จากอินเตอร์เน็ต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 9 มิถุนายน 2019
  2. pk010209

    pk010209 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    973
    ค่าพลัง:
    +2,631
    เฮ้อ! มีมากนักในสังคม เราเองก็พยายามเตือนสติตัวเองเสมอ ถ้าวันไหนหลุดเม้าท์ไปด้วย ก็เซ็งเหมือนกัน แต่บางทีถ้าเราไม่ไหลตามน้ำมันก็ไม่ได้ทั้งๆทีไม่อยาก คนอื่นเค้ามองเราประหลาด แต่ใครเค้าจะนินทา หรือเกลียดอะไรเรา เราไม่สน เพราะเค้าไม่ได้รู้จักเราดีพอ
     
  3. บูชาพุทธ

    บูชาพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +855
    พยายามเตือนตัวเองมาตลอดค่ะเรื่องนี้ ไม่ว่าจะแค่คิดนินทาคนอื่นในใจ หรือพูดออกมา บางที่ก็เผลอหลุดบ้างเหมือนกัน แต่ก็ระวังตัวเองเต็มที่เลยค่ะ
     
  4. no-ne

    no-ne เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    1,197
    ค่าพลัง:
    +3,370
    เป็นคนนิสัยเสีย ชอบนินทาคนเหมือนกันค่ะ เมื่อก่อนไม่ชอบใคร ก็จะใส่ไฟเขาแบบเต็มที่เลย สารพัดที่จะพูดเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ลด ละ เลิก แล้วค่ะ มันเป็นอกุศลกรรม แต่บางครั้งก็มีบ้าง ทำไปด้วยความโมโห เลยอดกลั้นใจไว้ไม่อยู่ ไม่อยากเป็นคนพูดมากเลยค่ะ อยากพูดแค่น้อยๆ พูดในเรื่องที่ดีมีสาระ เท่านั้นเป็นพอ

    ขออนุโมทนา กับเจ้าของกระทู้ด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจได้เป็นอย่างดีเลย
     
  5. ไห่เฉากุหลาบไฟ

    ไห่เฉากุหลาบไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    895
    ค่าพลัง:
    +2,168
    วจีกรรมมันก็ให้ผลอย่างนี้แล...เฮ้ออ...:mad:
     
  6. คนวิเชียร

    คนวิเชียร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    263
    ค่าพลัง:
    +1,381
    อนุโมทนา สาธุ ครับ น่ากลัวจริงๆ นะครับ ต้องระวัง การคิด และ การพูด อาจจะเป็นการสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัว สาธุ
     
  7. Sun smile

    Sun smile เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2009
    โพสต์:
    213
    ค่าพลัง:
    +363
    ในสังคมที่มีแต่ความเห็นแก่ตัวเองกันมากขึ้นทุกวันๆ
    ย่อมหลีกหนีการถูกใส่ร้ายการนินทา ไม่ได้เป็นแน่แท้
    การพึงสงบ..สำรวม..ระงับ ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด
    พึงอย่ามีเวรและกรรมแก่กันและกันต่อไปอีกเลย...
    ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม สาธุ สาธุ สาธุ
     
  8. เดือนยี่

    เดือนยี่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    783
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ทุกวันนี้ก็พยายามแก้ไข แต่ก็มีเผลอเหมือนกันค่ะ มาคิดได้ก็รู้สึกเสียใจ หดหู่ใจ แต่ตอนนี้พยามยามอย่างหนัก ยิ่งได้มาอ่านกระทู้นี้ทำให้สำนึกได้เลยค่ะ ต้องขอบคุณเจ้ากระทู้มากเลยนะค่ะ
     
  9. สังสารวัฏ

    สังสารวัฏ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +5,379
    เป็นเรื่องเตือนสติได้ดีค่ะ .. อนุโมทนากับเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะสาธุ (^_^)
    บางครั้งตัวเองก็เป็นเหมือนกันค่ะ ผสมโรงไปกับเขา .. แต่พอรู้ตัวก็หยุด
    พยายามเตือนตัวเองเต็มที่ค่ะ .. กุศลกรรมบท 10 ..ต้องทำให้ได้
    เป็นกำลังใจให้ทุกๆ ท่านนะคะ .. พูดให้น้อย ฟังให้มาก
     
  10. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    14,268
    ค่าพลัง:
    +43,599
    คนนินทาคนอื่นสุดท้ายตัวเองก็จะได้รับผลกรรมในสิ่งที่ได้ทำไว้
     
  11. ying_tuy

    ying_tuy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    278
    ค่าพลัง:
    +1,126
    ตัวเองบ้างครั้งก็เผลอเหมือนคะ แต่พยายามมีสติเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
    นินทาเค้าไปก็เท่านั้นไม่มีผลดี ถ้าเป็นตัวเองโดนนินทาเองก็จะรู้สึกไม่ดีทั้งๆที่มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงที่เติมแต่ง สรุปก็คืออไม่ดีแหละคะ
     
  12. เนตรนที

    เนตรนที เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    457
    ค่าพลัง:
    +4,122
    อดไม่ได้เลยค่ะ บางทีหลุดก็ไปยาวกว่าจะกู่กลับ
    โดยเฉพาะนินทาคนที่เราไม่ค่อยชอบนี่ได้เป็นวรรคเป็นเวรหยุดไม่ค่อยอยู่
    ต่อไปต้องพยายามมากกว่านี้เสียแล้ว
    ประมาณว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง
     
  13. @^น้ำใส^@

    @^น้ำใส^@ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    2,331
    ค่าพลัง:
    +4,668
    พูดมากเสียมาก พูดน้อยเสียน้อย ไม่พูดไม่เสีย นิ่งเสียโพธิสัตว์

    หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

    อนุโมทนากับเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะ ^^
     
  14. นายดอกบัว

    นายดอกบัว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    1,700
    ค่าพลัง:
    +5,690


    เมื่อก่อนเป็นคนเลวนะเนี่ย
     
  15. นายดอกบัว

    นายดอกบัว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    1,700
    ค่าพลัง:
    +5,690
    ส่วนใหญ่เป็นนิสัยของผู้หญิง ไม่รู้จะใส่ความกันไปทำไม ก็ว่าทำไมพวกผู้หญิงพูดอะไรก็ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ค่อยมีใครอยากฟัง คำพูดไม่มีอำนาจ สั่งใครก็ยาก
     
  16. no-ne

    no-ne เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    1,197
    ค่าพลัง:
    +3,370
    ใช่จ๊ะ เลวจริงๆ ล่ะ ยอมรับ แต่เดี๋ยวนี้กลับเนื้อกลับตัวแล้วนะ
     
  17. afun

    afun Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +84
    โดนอย่างจัง มันเป็นนิสัยของผู้หญิงจริงๆค่ะ
    เหมือนว่า โดนไฟริษยา ครอบงำเลยนินทาว่ากล่าวเขาลับหลัง
     
  18. applegreen

    applegreen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    233
    ค่าพลัง:
    +554
    พูดมากไปมันก็ฟุ้งซ่าน แถมเผลอไปนินทาเขาอีก
    พอพูดน้อยก็หาว่าเราหยิ่ง โอ๊ยเวรกรรม!
     
  19. lionking2512

    lionking2512 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,527
    ค่าพลัง:
    +7,659
    เคยเป็นเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ถ้าใครมานินทากาเลจะฟังอย่างเดียวครับ ไม่กล่าววาจาใดๆผสมโรงไปกับเขาทั้งสิ้น เขาถามความเห็นเราก็เพียงแต่แค่ยิ้มๆครับ บางครั้งถ้าคนเล่าเค้าอินมากๆ ก็แค่พยักหน้าครับ ปากก็อืม อืม ไปงั้นแหละครับ ( ไม่อยากขัดความสุข อิอิ )

    เคยมาคิดดูนะครับ ถ้าเขานินทากันอย่างเมามัน แล้วเราพลอยมีอารมณ์ร่วมไปกับเขาด้วย แป้บเดียวครับเหมือนสาดเบนซิน 95 ไร้สารตะกั่วเข้ากองไฟเล็กๆครับ ที่นี้ละครับ ไฟโหมมาติดเราด้วยเลย กลายเป็นการถวายพระเพลิงไปเลย ดูที่ใจเรานะครับจากที่ตอนแรกเรียบๆนิ่งๆ พอเผลอตัวเข้าร่วมด้วยเมื่อไหร่ละ ใจขุ่นมัว หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อแตกซิกๆ ทีนี้อีกนานเลยครับ กว่าจะเข้าสภาวะปกติ ผมเลยเข็ดตั้งแต่นั้นมาละครับ
     
  20. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,939
    ค่าพลัง:
    +8,513
    บางทีเราตังใจนินทาแต่เค้าบังเอิญได้ยินเพราะเค้าแค่ก้มเก็บของไต้โต๊ะล่ะ สรุปว่าไม่บาปหรอกเนอะกลายเป็นซึ่งหน้าพอดี

    บางทีเราตั้งใจไปสั่งสอนซึ่งหน้าแต่เค้าดันหนีหลุดรอดไปก่อนได้ทำให้เราต้องพูดลับหลัง ฝากไว้ก่อนนะ กลายเป็นนินทาไปเลย

    แต่เวลาโมโห(แบบมีเหตุนะ) แล้วไปอาละวาดทีไรกลับมาเป็นร้อนในมั่งลิ้นเป็นแผลมั่ง บาปทันตาเลย มาไวมาก

    เพราะตอนเด็กเป็นคนดีเกิน รู้ตัวว่าโตขึ้นมาเราอาจเป็นคนขี้อิจฉาแบบโทรทัศน์เลยอธิษฐานหน้าพระไว้ถ้าลูกช้างทำไม่ดีเมื่อใดขอให้โปรดเมตตามาตักเตือนสั่งสอนให้รู้ตัว ได้ผลดีมาก

    เรื่องผู้หญิงขี้อิจฉานินทานี้เรื่องจริงแน่นอน
    แต่จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ห้องเรียนที่ประกอบด้วยชาย ๔๐ คน หญิง ๗ คน
    ผู้ชายมันก็นินทาสยองขวัญสั่นประสาทเหมือนกันนะ

    หญิงหรือชาย ก็มีโอกาสชั่วได้ไม่ต่างกันมากหรอกนะคุณผู้ชายทั้งหลาย
    ในแวดวงสื่อสารมวลชน ต่างๆนาๆ มีผู้ชายมาสาธยายเรื่องชาวบ้านให้ท่านผู้ชมรับฟังเป็นจำนวนมากนะเคอะ เมื่อเชื่อดูข่าวเช้าเย็นดูสิเคอะ

    ถ้าเราพูดลับหลังแล้วเป็นเรื่องจริงที่ควรอึงคนึงไว้ให้เป็นประโยชน์แก่มวลชนไว้ก็ดีนะคะ จะได้ระวังตัว
    เช่น มีไอ้บ้าที่เป็นนักฆ่าข่มขืนชิงทรัพย์หั่นศพ ถ้าเรานิ่งไม่บอกเล่าใคร เผลอดีร้ายเป็นอันตรายกับลูกหลานเข้าไปล่ะ


    แต่ถ้าเรื่องใครจะได้เสียเป็นเมียผัวใคร ก็ช่างเหอะ เราไม่ต้องเกี่ยวข้องสอดรู้ดูเห็นก็น่าจะได้ ยกเว้นบังอาจเข้าบ้านเราก็อีกเรื่องหนึ่งนะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...