เครียดมากเลยครับ ช่วยผมหน่อยครับ

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย shiningsun, 26 กรกฎาคม 2019.

  1. shiningsun

    shiningsun ธรรมะสวัสดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2019
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +5
    คือว่าผมเพิ่งจะมานับถือหลวงปู่ดู่ แล้วทีนี้เวลาผมนึกถึงท่าน ก็จะนึกถึงท่านในภาพที่ไม่ดีเอามากๆถึงมากที่สุด บางทีใช้ชีวิตอยู่ปกติเฉยๆ ใจก็ไปคิดปรามาสท่านในทางที่ลบมากเช่นกัน ทีนี้ผมกลัวว่าบาปกรรมอันนี้มันจะทำให้ผมตกนรก แล้วผมก็เครียดมากๆ ผมจะแก้อาการแบบนี้อย่างไรดีครับ
     
  2. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    571
    ค่าพลัง:
    +1,147
    สวดบทพระจักรพรรดิแบบต่อเนื่อง วจีกรรม มโนกรรม มันจะถูกปรับไปเองครับ

    สติรู้ มีหน้าที่รู้อาการต่างๆของขันธ์ 5

    การทำความเข้าใจ มโนสังขาร วจีสังขาร กายสังขาร เป็นส่วนปัญญา

    ไร้ปัญญาคือแยกไม่ได้ว่าอันไหนกุศล อันไหนอกุศล

    การที่สังเกตได้ว่าช่วงเวลานี้มีการปรามาสเป็นจิตอกุศลก็แสดงว่ามีปัญญาเกิดขึ้นแล้ว

    การที่เราสวดบทพระจักรพรรดิไปต่อ ก็จะเป็นการดำเดิน สัมมัปปทาน 4

    โดยรวมก็คือ เจริญต่อในกุศล แล้วก็ละอกุศลที่เกิดการไปปรามาสโดยการไม่ไปสานต่อ
    สานต่อแต่เพียงแค่การบริกรรมอยู่ในบทสวดพระจักรพรรดิ

    การเครียดนั้น คือ เรามัวแต่ไปกังวลกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หากเราไม่สนใจรู้แล้ววาง
    แล้วก็ดำเนินการสวดต่อไปเรื่อยๆ การปรามาสต่างๆนี้มันจะหายไปเองเพราะเราไม่สานต่อด้วย

    การปรามาสที่ไม่ได้รับปัจจัยไปต่อ ก็ย่อมเหมือน ไฟธาตุที่ขาดจากธาตุลม
    เมื่อขาดจากปัจจัยมันก็ย่อมดับไปเองตามธรรมชาติครับ


    บทสวด-พร้อมภาพทำกรรมฐาน.jpg
     
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,697
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +11,715
    คิดปรามาสพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์
    ถาม :
    ยิ่งนับถือสิ่งใดมาก ๆ นับถือครูบาอาจารย์องค์ไหนมาก ๆ ใจบางทีก็จะแวบไปอคติบ้างอะไรบ้าง ?
    ตอบ : นี่..ตัวนี้ชัดเลย ให้ขอขมาพระรัตนตรัยประจำ ๆ พอกำลังใจของเราถึงตรงจุดนี้มา มารเขารู้ว่าเราจะพ้นมือเขาแล้ว เขาจะพยายามทำทุกวิถีทาง ให้เราล่วงเกินหรือปรามาสพระรัตนตรัย ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ไม่ว่าวิธีใดวิธีหนึ่ง

    บางคนภาวนาไม่ได้เลย หลับตาลงเมื่อไร นึกถึงภาพที่ตัวเองลบหลู่ครูบาอาจารย์หรือทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่คิดจะทำอย่างนั้น มาสร้างภาพให้ปรากฏขึ้นมาชัด ๆ เลยก็มี ให้คิดเสียว่านี่เป็นการชักนำจากสิ่งภายนอก ด้วยอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปาทาน และอกุศลกรรม ชักนำให้เป็นไป ไม่ใช่ความผิดของเรา

    แต่ถึงไม่ใช่ความผิดของเราก็เถอะ ในเมื่อเราเป็นคนคิด เป็นคนพูด เป็นคนทำ เราก็ตั้งใจที่จะขอขมา ให้ตั้งใจอย่างนี้อยู่บ่อย ๆ เจ้าพวกนี้ทนคนหน้าด้านไม่ได้ พอถึงเวลา เราตั้งใจขอขมาบ่อย ๆ ตั้งใจทำบ่อย ๆ เขารู้ว่าถึงเขาทำอย่างนี้ เราก็ไม่กระเทือน เขาก็จะเลิกไปเอง

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=1047
     

แชร์หน้านี้

Loading...