เรื่องเด่น เครื่องสังฆทานที่ขาดไม่ได้ควรจะมีอะไรบ้างคะ ?

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 9 ธันวาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,780
    กระทู้เรื่องเด่น:
    185
    ค่าพลัง:
    +3,545
    lp008.jpg

    ถาม : เครื่องสังฆทานที่ขาดไม่ได้ควรจะมีอะไรบ้างคะ ?
    ตอบ : ตามแบบของหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านเอาประสบการณ์จากที่ผีมาขอ ผีแทบทั้งหมดที่มาขอจะระบุว่า ขอพระพุทธรูปหน้าตักอย่างน้อย ๔ นิ้ว ๑ องค์ ขอผ้าสบง จีวร หรือว่าสังฆาฏิ หรือถ้าได้ผ้าไตรทั้งชุดยิ่งดี ๑ ชุด และอาหารสดหรือแห้งก็ได้

    พระพุทธรูปจะทำให้เขามีรัศมีกายสว่างมาก มีศักดานุภาพมาก ผ้าไตรจีวรจะทำให้เขามีเครื่องประดับเป็นทิพย์ อาหารจะเป็นอาหารสดหรือแห้งก็ตามจะทำให้เขาอิ่มทิพย์ เพราะฉะนั้น..เมื่อมีครบเท่านี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว

    แต่ว่าหลวงปู่มหาอำพันท่านเพิ่มรองเท้ากับร่มเข้าไปด้วย เพราะท่านอ่านในพระธรรมบทที่พระโพธิสัตว์ไปปราบยักษ์ ยักษ์นั้นได้พรจากท้าวเวสสุวรรณว่า ให้ไปอาศัยอยู่ต้นไทรใหญ่นอกเมือง คนหรือสัตว์เข้ามาในร่มเงาของต้นไทรอนุญาตให้จับกินได้ คราวนี้ยักษ์กินคนไปเยอะ พระราชาส่งทหารไปปราบก็โดนกินเสียเรียบ จึงประกาศว่าถ้าใครสามารถปราบยักษ์นี้ได้จะยกสมบัติให้กึ่งหนึ่ง

    พระโพธิสัตว์ท่านอยู่กับแม่ มีฐานะยากจนมาก เมื่อได้ยินดังนั้นก็อาสาจะไปปราบยักษ์ ท่านใส่รองเท้าและถือร่มไป พอเข้าไปเขตนั้นยักษ์ก็จะมาจับกิน พระโพธิสัตว์กล่าวกับยักษ์ว่า "เจ้าเอาสิทธิ์อะไรมากินข้า ถ้าเจ้าบอกว่าข้าอยู่ใต้ร่มเงาต้นไทรนี้ เจ้ามีสิทธิ์กิน แต่ข้าอยู่ใต้ร่มของตัวเอง ไม่ได้อยู่ใต้ร่มเงาไม้เสียหน่อย และข้ายืนอยู่บนรองเท้า ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นที่ของเจ้าสักหน่อย”

    หลวงปู่มหาอำพันท่านอ่านตรงนี้แล้วท่านประทับใจมาก ท่านก็จึงใส่รองเท้ากับร่มลงไปด้วย เพราะฉะนั้น..สังฆทานของหลวงปู่มหาอำพันจะมีรองเท้ากับร่มเพิ่มขึ้นมา ถือเคล็ดว่าไปไหนจะได้ปลอดภัย

    ถาม : ถ้าถวายสังฆทานเสร็จแล้วจะอุทิศส่วนกุศล ต้องกรวดน้ำไหมคะ ?
    ตอบ : การกรวดน้ำแค่เราตั้งใจเขาก็ได้แล้ว ตั้งใจว่ากุศลตรงนี้จะอุทิศให้แก่ใคร ถ้าหากว่ารู้จักชื่อรู้จักนามสกุล ให้ออกชื่อออกนามสกุลเจาะจงไปเลย ถ้าไม่รู้จักก็นึกให้ท่านผู้นั้นผู้นี้ ถ้าได้ยินแต่เสียงก็นึกว่าให้เจ้าของเสียงนั้น ถ้าได้กลิ่นก็นึกว่าให้เจ้าของกลิ่นนั้น เขาจะได้รับเลย

    การกรวดน้ำแต่เดิมไม่มีมาในพระพุทธศาสนา พระเจ้าพิมพิสารทำบุญครั้งแรกจะอุทิศให้แก่ญาติที่เป็นเปรต พอพระพุทธเจ้าบอกให้อุทิศส่วนกุศล ด้วยความเคยชินของพราหมณ์ ถ้าจะให้อะไรใครก็เอาน้ำรดมือคนนั้น เป็นสัญลักษณ์ว่าฉันให้เธอแล้ว แต่คราวนี้ผีก็ไม่ยื่นมือมาให้เห็น ท่านก็เลยรดมือตัวเอง คนรุ่นหลัง ๆ จึงถือเป็นธรรมเนียมต่อ ๆ กันมา คือเอาน้ำรดมือบ้างเรียกว่ากรวดน้ำ แต่ความจริงเราตั้งใจให้ใครเขาก็ได้แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าที่ไหนเขานิยมมือเปียกเราก็ไปเปียกกับเขา อย่าไปค้าน ถ้าอธิบายไม่ชัดเจนเดี๋ยวเขาจะหาว่าเราแหกคอกอีก
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...