เจริญทางด้านวัตถุแต่ไม่เจริญทางด้านจิตใจ แล้วจะเป็นยังไงต่อ...

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Bunchasawan, 22 ตุลาคม 2020.

  1. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    : อุปสรรค = บททดสอบ คิด+

    : คิดต่างไม่ได้หมายความว่าคิดผิด เปิดใจรับฟังความเห็นต่าง คิด+

    : แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก คิด+

    :ไม่กตัญญูรู้คุญบิดามารดา เลี้ยงดู เคารพกราบไหว้ สร้างความสุขกายสบายใจให้ท่านไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปกราบไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญที่ใช้ปัจจัยมากมายยิ่งใหญ่ที่ไหนหรอก ไม่ได้อ่ะไร ในเมื่อพระในบ้านยังไม่ได้อยู่ดี กินอิ่ม นอนสบาย คิด+ (เตือนตัวเอง)

    :ถ้าเข้าใจความเป็นมนุษย์ เข้าใจตัวเองได้ ก็จะเข้าใจผู้อื่นได้ ตามหลักความเป็นจริง ทุกคนมีทั้งด้านดี-ร้าย ในตัว เคยทำผิดพลาด เคยอยากได้รับโอกาส การให้อภัย ได้แก้ไขในสิ่งผิด ถ้าเข้าใจตัวเอง ย่อมเข้าใจผู้อื่นว่าต้องการไม่ต่างกัน ถ้าเราเข้าใจผู้อื่นได้เหมือนเข้าใจตัวเราเอง บางครั้ง เราควรให้อภัย ให้โอกาส และรอเวลา เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงว่า สิ่งที่ให้ไปแล้ว เขาได้รับมันแล้ว เขาตั้งใจเปลี่ยนแปลงแก้ไขจริงอย่างที่ตั้งใจมั้ย ใจเขาใจเรา (ถึงโอกาสไม่ได้มีอยู่รอบตัวเหมือนอากาศแต่ครั้งหนึ่งเราควรให้เขาได้รับสำหรับผู้ที่ต้องการที่แท้จริง) ทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้ และดีเพราะเราจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าการคาดเดาโดยยังไม่ได้พิสูจน์เลย คิด+ (เตือนตัวเอง)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤศจิกายน 2020
  2. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ทุกครั้งที่ชวนคนให้สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ด้วยประโยคที่ว่า " ไม่ไปเข้าเฝ้าพระพุธทเจ้า เพื่อรายงานตัวฝากฝังชะตาชีวิตกันบ้างเหรอ " เมื่อนั้นจะสามารถชวนให้คนหันมาปฎิบัติได้มากขึ้นทุกครั้ง #หลอกล่อในทางที่ดี #มากน้อยอยู่ที่เจตนา คิด+
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 พฤศจิกายน 2020
  3. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    รับประโยคหนึ่งมานานแล้วว่า " ให้ฝึกที่จิตเป็นสำคัญ ฝึกให้มาก ให้เป็นจิตระดับกลางให้ได้ ดีใจเสียใจขึ้นลงให้ไวรักษาระดับให้ไว ไม่ยินดียินร้าย รักษาความว่างเปล่าในจิตใจ (แต่ใช้สติปัญญาพิจารณาร่วมด้วยตลอด) "
    ...... โดยวิธี รับรู้แล้วปล่อยวาง ปล่อยผ่าน ไม่ต้องท่องจำอยู่ตลอดว่าต้องทำอะไรยังไง เพราะจะทำให้ยึดติดโดยไม่รู้ตัว ทำได้รึไม่ได้ ได้มากได้น้อย ถูกวิธีหรือไม่ ไม่มีผิดถูก อยู่ที่เจตนาความตั้งใจที่จะทำ เมื่อไหร่ที่ไม่คาดหวัง ไม่อยากรู้ อยากมีอยากได้อยากเป็น หรือ แค่ความรู้สึกนึกคิดแค่เบื้องต้นที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่จะเกิดขึ้น แล้วหายไปจากความรู้สึกนึกคิด ก็ถือได้ว่าเริ่มปล่อย ละ วาง ได้บ้างแล้ว ** หยินหยาง ในดำมีขาว ในขาวมีดำ ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด เลวที่สุด แค่กลางๆที่ว่างเปล่า สะอาด สดใส ได้มากที่สุดที่จะทำได้ ถือว่าดีมากแล้ว *** คิดต่างไม่ได้หมายความว่าคิดผิดเสมอไป ช่วยกันคิดคนละมุมสองมุมสิเป็นเรื่องดี เพราะมันจะมีที่ถูกที่ใช่ที่เหมาะสมลงตัวที่สุดสำหรับสิ่งนั้นๆ คิด+
    อย่าเชื่อเพราะเขาเป็นครู แต่จงเชื่อในสิ่งที่ทำแล้วเป็นจริง สิ่งที่เชื่อได้ทีี่สุดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว นอกนั้นจำเป็นต้องรอเวลาหรือพิสูจน์คำตอบกันต่อไป แต่อย่าลืมที่จะั้ั้ั้งรับไว้บ้างเผื่อถึงเวลาเกิดขึ้นจริงจะได้มีสติไม่ตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไม่ทันท่วงที✌️✌️
    ## ความไม่รู้ก็ต้องเรียนเพื่อรู้ ทำความเข้าใจให้ชัดเจน ฝึกปฎิบัติด้วยตัวเองก่อน แล้วถึงจะรู้ว่าเป็นจริงตามที่เรียนรู้หรือฟังคำบอกเล่ามาหรือไม่ สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงแนะแนวทางมาย่อมไม่ฝืนความเป็นธรรมชาติถ้าทำตามลำดับขั้นตอน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 พฤษภาคม 2021
  4. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    images (1).jpeg วิธีสอนของพระพุทธเจ้า มีหลากหลายวิธี และหนึ่งในนั้นคือ..
    . อิสรภาพทางความคิด เป็นอุปกรณ์สำคัญในการสร้างปัญญา
    ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 กุมภาพันธ์ 2021
  5. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ถ้าใจกว้างกันสักนิด แล้วลองพิจารณาตามความเป็นจริง จะเข้าใจได้ว่า การเชื่อในสิ่งที่ต่างกัน มันไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร อย่างเรื่องบางเรื่องเราเจอมากับตัวเห็นมากับตา ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ไม่ปกติแบบในชีวิตประจำวัน แล้วเราน้อยคนนักจะพบเจอแบบเดียวกัน เมื่อมีการบอกเล่าออกไปย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นตามและเห็นต่าง ซึ่งคนที่เห็นต่าง(ไม่เชื่อตามกัน)ก็ไม่ผิดที่เขาจะคิดแบบนั้นด้วยเพราะเขายังไม่เห็นกับตาเจอกับตัวจะให้บอกว่าเชื่อตามที่ฟังก็ไม่ได้ แบบนี้ถือว่าน่าภูมิใจ ที่ยังมีการใช้ความคิดพิจารณาก่อน และมีเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงยังปักใจเชื่อสิ่งนั้นๆไม่ได้ แต่สิ่งที่เรียนรู้มาด้วยตัวเองจากเรื่องราวต่างๆที่ประสบพบเจอมาสารพัดเรื่องที่เหนือปกติธรรมดาในชีวิต คือ เรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันหรือมีการระลึกนึกถึงอยู่ตลอด เหมือนว่าเกิดขึ้น หาคำตอบว่าคืออะไร ได้/ไม่ได้คำตอบ ระยะเวลานึงไม่นานมากก็จางจากความรู้สึกนึกคิดไป แต่เมื่อให้ระลึกถึงเพื่อบอกเล่าท้าวความถึงเรื่องราวต่างๆที่เคยเกิดขึ้นก็ยังจำได้เสมอ ไม่ได้เอามายึดติดในชีวิตอยู่ตลอด หรือในชีวิตประจำวัน เพื่อความสบายใจคิดแค่ว่าเป็นการเรียนรู้รับรู้เพื่อเป็นข้อมูล เพื่อตั้งรับ ไม่ได้เสียหายอะไร ที่สำคัญ ใช้สติปัญญาพิจารณาเอาที่เป็นสาระสำคัญใช้ได้จริงเป็นจริงเป็นประโยชน์ไม่กระทบการดำเนินชีวิตในปัจจุบันก่อน ส่วนเรื่องของอนาคตก็พิสูจน์กันต่อไป ไม่เกิดอะไรที่เลวร้ายเป็นลบกับทุกคนทุกอย่างในโลกคือเรื่องดีที่สุดแล้ว แต่....ทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับสลาย ผุพังไป เป็นธรรมดา สิ่งที่โลกกำลังเป็นอยู่ตอนนี้บ้างบางส่วน อาจเป็นการรีเซ็ตพื้นที่หรืออะไรก็ว่ากันไป ก็เป็นได้ ยกตัวอย่าง เครื่องจักรเครื่องนึง ใช้งานมาสักระยะนึงก็ต้องชัตดาวน์เครื่องเพื่อให้เครื่องได้พักเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องเพื่อให้พร้อมใช้งานต่อในครั้งต่อไป **อย่าทะเลาะโกรธเคืองกันไปเลย ทั้งฝ่ายเห็นตามและเห็นต่าง เตือนกันก็พอว่าอย่าเชื่ออะไรแบบขาดสติปัญญา จงเมตตาต่อกันเถอะ พื้นฐานจิตใจสติปัญญาคนเราไม่เท่ากัน ให้เหตุและผลให้เห็นภาพชัดๆ เชื่อว่าความเชื่อทั้งสองด้านเจอกันตรงกลางได้ @อ่ะใครชังกระทบด้านลบมา เพราะทุกข์หรือความขุ่นในใจไม่ได้อยู่ที่เรา
     
  6. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    จากการพิจารณาแล้วขั้นต้น ไม่ว่าเทวดานางฟ้า พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ต่างดาว หรือ พลังจักรวาล ก็ไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดแต่อย่างใด ที่เห็นๆเป็นประเด็นนู่นนี่นั่นขึ้นมาก็คนทั้งนั้น เอาหลักคำสอนมามั่ง วิธีปฎิบัติมั่ง ระดับญาณมั่งไรมั่งมางัดข้อกันเองเหมือนเรียนรู้มาคนละตำราแต่บอกว่าเป็นหลักธรรมคำสอนเดียวกัน อยากได้คำตอบที่ชัดเจนต้องลงมือปฎิบัติเอง เจอเรื่องราวความเป็นจริงด้วยตัวเอง บางทีมีครูหลายคนเกินก็สับสนได้เหมือนกัน เก่งกันทุกคนแต่ละคนคำตอบก็ไม่เหมือนกัน หรือจุุุุดมุ่งหมายเดียวกันแต่วิธีที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายอาจต่างกันก็มี สรุปที่ดูแล้วขัดแย้งไม่ได้มาจากใครหรือสิ่งใดเลย คนล้วนๆ 5555 ขอโทษจากใจที่คิดแบบนี้ ด่าได้ไม่ว่าด้วย ก็เรายังด้อยความรู้อีกมาก ก็คิดได้แบบคนรู้น้อยแบบนี้แหละ ขอประทานโทษจริงๆ
     
  7. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ใดๆ เน้นย้ำว่า..ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา.. รับรู้เพื่อตั้งรับอันนี้ดี แต่ไม่วิตกกังวลจนส่งผลต่อวิถีชีวิตในปัจจุบัน ยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ แล้วปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตตามการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยในปัจจุบัน ...เริ่มที่ตัวเราก่อน +เตือนตัวเอง คิด+
    ...ศิวิไลซ์ อย่าเข้าใจความหมายกันผิดๆ +เตือนตัวเอง
     
  8. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    *** เป็นคนนึงที่เชื่อมั่นในความสามารถของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ถูกสร้างมาตามธรรมชาติพร้อมกับร่างกายมนุษย์เสมอว่าดีที่สุดและสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ (ยกเว้นโรคที่ไม่ได้มาจากพื้นฐานธรรมชาติ)

    https://www.ejan.co/general-news/มะเร็งระยะสุดท้าย-หายด้วย-วัคซีนมะเร็งเต้านม
     
  9. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11

    ฟังแล้วใจเย็นดี
     
  10. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    FB_IMG_16103571207013565~3.jpg
    http://www.najathai.net/index.php?mo=3&art=42168465
    ....เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่เคยรับรู้มาจากคำบอกเล่าลอยๆในหัว ในใจ และอยู่ๆก็ได้ข้อมูลและรูปภาพนี้มาจากน้องๆที่รู้จักทักมาถามว่าคือองค์อะไร พอเห็นปุ๊บรีบทักพี่อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในวันเดียวกันทันทีว่าใช่มั้ย คำตอบคือใช่ และเชื่อมาตลอดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มีเหตุปัจจัยในการเกิดขึ้น ให้รู้เห็นเป็นไปอย่างมีนัยสำคัญ ที่รู้ได้ด้้้วยตัวเองกันเท่านั้น #ยุคเคลียร์ทางก่อนถึงยุคที่หลายคนรอคอย(คหสต) #ต้องการพลังงานเดิมพลังงานเริ่มแรกที่ให้ไป ให้ใสสะอาดเพื่อรวมกลับที่เดิมเพื่อเป็นพลังบวกที่กำลังลดน้อยลง พลังงานลบมากขึ้นเพราะสะสางออกไม่ทันก่อนตาย(คหสต)
    ...เล่านิทานก่อนนอนให้ตัวเราเองฟัง ^_^ เรื่องนี้สนุกตรงที่มีการรอพิสูจน์คำตอบอยู่ตลอดเวลา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2021
  11. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ขออนุญาติใช้ความเชื่อ ความศรัทธา นับถือส่วนบุคคลในเรื่องนี้ พูดถึงพลังงานนี้ พลังจิตนี้ว่ามีอยู่จริง มีเพียงหนึ่งเดียว และสามารถทำให้ผู้ที่เป็นสื่อกลางเฉพาะที่กำหนดไว้แล้วรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง (รู้ได้แค่เพียงหนึ่งเดียวชัดๆ)และบุคคลรอบข้างของผู้เป็นสื่อกลางประมาณนึงเพื่อให้รู้ได้ว่ามีจริง.. จะแปลกและแตกต่างจากพลังงานอื่นๆค่อนข้างมากอย่างชัดเจน ไม่มีคำว่าเหนือมนุษย์มนาชาวบ้านชาวช่องในการใช้ชีวิตตามปกติของคน แต่อาจมีเรื่องราวเหตุการณ์ที่เหนือความเป็นปกติบ้างที่ทำให้รู้เห็นด้วยตาเนื้อ โดยไม่ต้องหลับฝันหรือครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่เจอได้แบบมีสติครบถ้วนเห็นได้ด้วยตาเนื้อ ประมาณนี้ (รู้ได้เฉพาะคน) เชื่อสนิทใจ แต่ไม่ยึดติด ไม่เอามาเป็นเรื่องติดค้างคาใจในชีวิตประจำวัน ไม่เอามาเป็นพลังวิเศษสั่งได้ใช้งานได้ของตัวเอง(เพราะมันเป็นในส่วนของครูบาอาจารย์เขา5555) เรามีหน้าที่รับรู้ว่ามันมีจริงแค่นั้น อ่ะ..ไปดำเนินชีวิตทำมาหากินทำดีตามปกติวิถีของคนต่อไป ..แค่นั้นเอง สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมหัศจรรย์อะไรทั้งนั้น แค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอีกมิติหนึ่งที่เกิดขึ้นกับอีกมิติหนึ่งในสภาวะชั่วคราวหรือแค่ช่วงเวลาที่ตรงกันพอดี (คิดแบบกลางๆ ไม่เชื่อแบบสุดโต่งจนเกินไป เป็นสีสันในชีวิต ถือว่าคุ้มค่ามากที่ได้พบเจอช่วงเวลาที่ตรงกันกับมิติอื่นจึงได้เห็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากที่เรามี #นิทานเรื่องใหม่เล่าให้ตัวเราเองฟัง Cr.ภาพจากปกยูทูปที่แคปมา
    ...ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่บรรยายรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะคน อ่านเป็นนิทานเรื่องนึงไป #เตือนตัวเอง เตือนความทรงจำ

    ...จากความคิดความเข้าใจส่วนตัว การมีเชื่อเสียงเรียงนานใน พลังงานธรรมชาติ พลังจิตจักรวาล ผู้สร้างที่ไม่ได้มีความเป็นมาในลักษณะประวัติความเป็นมาแบบคน ว่าเป็นใครเกิดที่ไหน อยู่ตระกูลอะไร แต่จำเป็นต้องมีนามหรือชื่อเสียงเรียงนานใดๆเพื่อเป็นเอกลักษณ์ที่เมื่อเอ่ยถึงจะนึกภาพออกว่าคือผู้ใด และจำเป็นต้องมีชื่อเสียงเรียงนานที่อิงนิยายหรือนิทานตามยุคสมัยเพื่ออ้างอิงที่มาที่ไปเพราะคนสมัยใหม่ถ้าไม่มีประวัติความเป็นมา มาอ้างอิงว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรก็จะทำให้เชื่อได้ยากกว่า ซึ่งแท้จริงแล้วพลังงานต้นกำเนิดทั้งหลายเป็นพลังงานธรรมชาติไม่ได้มีประวัติความเป็นมาอย่างที่เข้าใจกัน ถ้าผ่านความเป็นคนมาก่อนแน่นอนว่าย่อมมาทีหลังธรรมชาติที่มีมาก่อน จึงเป็นแค่การขอยืมใช้เพื่อให้มีตัวตนให้เห็นภาพชัดเจนกว่า คำว่าพลังงานธรรมชาติ (แยกเป็นกรณีไปนะ แต่อย่างที่รู้ว่าเขาอธิบายมาประมาณนี้) เพราะวิทยาศาสตร์จึงต้องมีที่มาที่ไปที่พิสูจน์ได้ จึงต้องมีชื่อเสียงเรียงนานและประวัติความเป็นมาโดยเอามาจากยุคสมัยนั้นๆเมื่อนานมากแล้ว
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 มิถุนายน 2021
  12. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ลองคิดเล่นๆ กับเรื่องราวที่ได้รับรู้มาข้างต้น ซึ่งไม่มีใครยืนยันได้ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าประวัติความเป็นมานั้นถูกต้องเป็นจริงที่สุดแล้ว (คนในยุคปัจจุบันคนที่มีอายุมากสุดก็ไม่เกิน200ปี) ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือหลักคำสอน วิธีปฎิบัติ ที่สามารถทำได้จริงและเป็นผลจริงตามที่หลักคำสอนและวิธีปฎิบัติที่มีอยู่ อาจไม่สามารถทำได้หรือได้คำตอบทั้งหมดเพราะแต่ละบทแต่ละวิธีเหมาะสมกับแต่ละคนแตกต่างกันไป และแต่ละวิธีเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ลองปฎิบัติในวาระเวลาที่พระพุทธองค์ได้รู้ด้วยองค์เองต่างวาระเวลา จนถึงวิธีที่เหมาะสมและไม่ยากหรือซับซ้อนมากจนเกินไปสำหรับคนในยุคสมัยที่เปลี่ยนตามกาลเวลา และเจตนาของพระพุทธองค์คงหวังให้ทุกคนได้ใช้แนวทางที่ให้ไว้เพื่อเรียนรู้และหาคำตอบด้วยตัวเองทุกคน มิทรงหวังให้เชื่อเรื่องอภินิหารเป็นแรงจูงใจในการสนใจเรียนรู้ปฎิบัติเพื่อหวังสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ของมนุษย์(ไม่ปฏิเศษว่ามีอยู่จริงในเรื่องที่เหนือปกติธรรมดา) (ถ้าหลักธรรมคำสอนและวิธีปฎิบัติสามารถนำไปใช้ได้จริงได้คำตอบจริง ก็ไม่ต้องสงสัยว่าพระพุทธองค์นั้นมีจริงหรือไม่ และไม่ต้องอยากรู้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกันแน่ แค่เอาสิ่งสำคัญที่เป็นประโยชน์แด่ตนเองและผู้อื่นไปใช้จริงๆก็พอและช่วยเผยแพร่ต่อโดยมีตัวเองเป็นตัวอย่างที่ทำได้จริงเป็นแรงจูงใจ เป็นกำลังใจ เป็นผู้แนะนำ ที่เห็นจับต้องได้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่มีเมตตาเข้าใจคนที่ยังไม่มีหลักยังไม่รู้ไม่เข้าใจ อย่าผิดหลักการให้ธรรมทานของพุทธองค์โดยตั้งตนเป็นใหญ่ ต้องการกราบไหว้สักการะนับถือ ถึงจะหยิบยื่นธรรมทานที่เคยผ่านมาด้วยตัวเองได้ เจตนาของพระพุทธองค์มิทรงให้คิดว่าท่านเป็นผู้วิเศษใดๆเพราะไม่เหมาะที่จะเป็นตัวอย่างให้มนุษย์ธรรมดา เพื่อทำตามแนวทางที่ให้ไว้แล้วจะได้เป็นผู้วิเศษซึ่งไม่ถูกต้อง (พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้แนะแนวทางและสอนจิตวิญญาณในหลายภพภูมิซึ่งความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่แนวทางของภพภูมิมนุษย์ เป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามภพตามภูมิที่เสด็จไป (ยังมีเรื่องที่ให้คิดตามหลักความเป็นจริงอีกหลายๆเรื่องที่รับฟังคำตอบมาจากความสงสัยของเราเอง แต่เป็นสิ่งที่ต้องระวังเพราะมีทั้งคิดตาม คิดต่าง และกลุ่มที่สุดโต่งมากๆชนิดที่แตะต้องไม่ได้ หลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธเน้นหลักเหตุและผล การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้รู้ว่าเข้าใจหรือไม่มากน้อยเพียงใด ถ้าไม่ถูกต้องจิตเมตตาของพระพุทธจะทรงบอกในสิ่งที่ถูกต้อง ทรงใจกว้างและยินดีในการให้แสดงความคิดเห็นร่วมเพราะมิทรงคิดว่าตนนั้นเหนือและวิเศษกว่าผู้อื่นที่สุด พระองค์ทรงเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่ต่างกันเป็นที่สุด จึงมีความเมตตาและอดทนที่จะหาวิธีและการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆไว้มากมาย ถ้าอยากจะเป็นตัวแทนหรือ เชื้อสายของพระองค์ท่านมาอุบัติอีกครั้งในโลกใบนี้ ควรมีเมตตา เสียสละ อดทน เพื่อทุกคนบนโลก ไม่ใช่เพื่อเสวยสมบัติ ความสุขสบาย ความโด่งดัง ความเหนือผู้อื่นด้วยอภินิหาร ความวิเศษทั้งหลายนานับประการ อย่างที่มีๆมาในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจผิดไปจากเจตนาพระองค์ท่าน และทำให้ถูกปรามาสโดยไม่ตั้งใจและไม่ใช่แนวทางของพระองค์ คิด+ ถูกผิดประการใด ขออโหสิขอขมาไว้นะที่นี้ แค่ต้องการแสดงความคิดในแนวทางที่เป็นจริงที่สุดเพื่อลดละเรื่องที่เกินที่มนุษย์จะเป็นได้ ได้มาสนใจตั้งใจสืบทอดหลักธรรมโดยเจตนาที่แท้จริงของผู้ให้
     
  13. ใบไม้หลายต้น

    ใบไม้หลายต้น Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    15
    ค่าพลัง:
    +58
    ใช่แล้วอายุการใช้งานกายนั้นไม่สำคัญเท่า ศาสนาสารีชาววรรณะศูทร่าแห่งแผ่นดาววานาฮาม นั้นเป็นระบบสปีชีเดียวกันแต่ไม่แต่งงานข้ามชาววัฒนธรรมกันซึ่งจะดำรงรูปแบบวิถีซึ่งเปลี่ยนจากระบบภูมิปัญญาบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งศาสนาสารีกายเกษตรไปเป็นศาสนาฤสีพุทด้วยข้อเสนอรูปแบบวิถีโรงเรียนระบบการศึกษาใหม่กระดาษซึ่งบรรพบุรุษต้นกำเนิดไม่กระทำกัน ซึ่งชาวฤสีพุทมีความเชื่อว่าถ้าได้กายของคนดีไปจะทำให้วิถีล้มเหลวของตนเองดีขึ้น ซึ่งมาถ้ามนุษย์ต่างดาวมาพบก็จะทำการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางกายภาพเท่านั้นจะไม่สนใจว่าทรงความจำอะไรธรรมะบรรยายกี่ข้อ คิดอะไร แต่สนใจว่าตัดสินใจจิตสารีขับเคลื่อนกายเป็นวิถีประจำวันอะไรแล้วบันทึกซ้ำๆแล้วค้นพบรูปแบบวิถีศาสนาสารีกายเกษตรโดยไม่พึ่งพาคำสอนอักษร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2021
  14. Bunchasawan

    Bunchasawan สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +11
    ยินดี และ ขอบคุณข้อมูลและการร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลให้ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...