เจ้ากรรมนายเวรในรูปของบุพการี

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย ทิพย์วิมาณ, 28 พฤษภาคม 2020.

  1. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ขอเล่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง เพื่อเป็นวิทยาทาน

    ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน พ่อมาจากครอบครัวข้าราชการที่มีฐานะดี(พ่อเป็นลูกคนโตของครอบครัว โดยมีน้องอีก 4คน) ส่วนแม่มาจากครอบครัวชาวบ้านที่ยากจน(แม่ลูกคนที่4 โดยมีพี่น้องอีก 6คน)

    พ่อของข้าพเจ้าเคยรับราชการทหาร เป็นทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนามและได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางด้านสมอง หลังจากนั้นจึงได้ลาออกจากราชการ มาค้าขาย และแต่งงานกับแม่ของข้าพเจ้า

    ช่วงวัยที่ข้าพเจ้าเริ่มจำความได้ จนถึงอายุ 5-6ขวบ ชีวิตค่อนข้างสดใสร่าเริงเหมือนเด็กทั่วไป จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อกับแม่ได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกตกใจมากที่เห็นแม่ตบตีทำร้ายพ่อต่อหน้าต่อหน้า ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยเห็นแม่แสดงพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนเลย
    วันรุ่งขึ้นแม่ก็ได้เก็บข้าวของออกจากบ้าน ข้าพเจ้าได้แต่นั่งอยู่ริมหน้าต่างมองแม่หอบกระเป๋าเดินออกจากบ้าน ตามประสาเด็กข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร (มารู้ทีหลัง พ่อเล่าให้ฟังว่า พ่อเอาเงินให้ญาติยืม โดยที่แม่ไม่รู้ บวกกับพ่อไม่ค่อยจะทันคน คิดตัดสินใจช้า เนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองจากสงคราม)
    ต่อมาพ่อได้ออกไปตามหาแม่ โดยฝากข้าพเจ้าไว้ให้ปู่กับย่าเลี้ยง ชีวิตช่วงนั้นเริ่มกลับมาสดใสเหมือนเมื่อก่อน ปู่กับย่าเลี้ยงข้าพเจ้าด้วยความรักความเข้าใจและตามใจในบางเรื่อง
    พ่อตามหาแม่จนเจอและได้อยู่ช่วยงานฟาร์มหมูของลุง(พี่ชายของแม่) เป็นเวลาเกือบ 2ปี

    ช่วงข้าพเจ้าอายุประมาณ 8ขวบ พ่อได้พาแม่กลับมาอยู่ที่บ้านเดิม โดยพ่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวด้วยการทอดแคบหมูขาย หน้าที่ของพ่อคือ ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ออกไปซื้อหนังหมูและกับข้าวที่ตลาดเช้า (คนเดียว) ไปจนถึงลอกมันหมูออกจากหนัง สับหนังให้เป็นเส้นๆ ก่อไฟตั้งเตาทอด หลังจากนั้นก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์เอาแคบหมูไปส่งตามร้านค้าหมู่บ้านต่างๆในเขตอำเภอ ส่วนแม่ทำหน้าที่เอาแคบหมูบรรจุใส่ถุง และเป็นแม่บ้าน
    ในขั้นตอนบรรจุแคบหมูใส่ถุง เนื่องจากปริมาณแคบหมูที่เยอะมาก แม่ทำคนเดียวไม่ไหว เลยต้องจ้างคนแถวบ้าน 3-4 คนมาช่วยงาน ซึ่งคนที่มาช่วยงานทั้งหมดเป็นสาวโสด แม่คุยถูกคอและเกิดความสนิทสนมกับพวกเขา จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
    ทุกเย็นหลังจากมื้อเย็น แม่มักจะออกจากบ้านไปเที่ยวกับพวกเขาจนดึกดื่น บางทีกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน พอพ่อว่ากล่าวหรือห้ามปราม แม่มักจะอาละวาดด่าทอพ่อด้วยคำหยาบคายสารพัด จนปู่กับย่าจนไม่ไหว มาตักเตือนสั่งสอนแม่ๆกลับโกรธพวกท่านอย่างพยาบาทอาฆาตแค้น ข้าพเจ้าจำได้ว่า หลังปู่กับย่ากลับไปแล้ว แม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่พ่อจนบ้านแทบแตก และเที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำประชดพ่อ ประชดปู่กับย่า คำพูดที่ข้าพได้ยินแม่ตะคอกใส่พ่อ ข้าพเจ้าจำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม "กูจะเที่ยวเตร่ จะคบชู้จะพาชู้มาอยู่ที่บ้านนี้ด้วย" มันค่อนข้างสะเทือนใจสำหรับเด็กในวัยนั้นมาก
    วันไหนที่แม่ระเบิดอารมณ์ใส่พ่อ และข้าพเจ้าทำอะไรไม่ถูกใจ แม่ก็มักจะทุบตีข้าพเจ้าปางตาย ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าช็อคเป็นอย่างมาก มีครั้งหนึ่งที่แม่พูดว่า "มึงไม่น่าจะเกิดมาเลย เกิดมาก็เป็นมารชีวิต เป็นตัวขัดขวางความเจริญของกู" สภาพจิตใจช่วงนั้นบอบช้ำจนไม่น่าเชื่อว่าข้าพเจ้าผ่านชีวิตช่วงนั้นไปได้อย่างไร
    ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกโศกเศร้าเสียใจ ยังมีปู่กับย่าเป็นที่พึ่งได้บ้าง แต่อย่าให้แม่รู้เด็ดขาด เพราะแม่คอยพูดกรอกหูข้าพเจ้าตลอดเวลาว่า ห้ามไปหาปู่กับย่าเด็ดขาด พวกเขาเป็นคนไม่ดี ด่าแม่ ไล่แม่ออกไปจากบ้าน เวลาปู่กับย่าให้เงินหรือขนม อย่ารับเด็ดขาด ถ้าแม่รู้แม่จะตีปางตาย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอยากกินขนม พ่อไม่อยู่บ้าน แม่ก็ออกไปเที่ยวข้างนอก ข้าพเจ้าไม่รู้ทำอย่างไรก็เลยไปหาปู่กับย่า พอได้เงินจากพวกท่าน ข้าพเจ้าก็รีบวิ่งไปที่ร้านชำในหมู่บ้านทันที ระหว่างทางบังเอิญเจอแม่ข้าพเจ้า พอแม่รู้เรื่องเข้าก็เลยตีข้าพเจ้าอย่างไม่ยั้งมือ และบอกให้รีบเขาเงินไปคืนปู่กับย่าทันที พอปู่กับย่ารู้เรื่องเข้าก็มาต่อว่าแม่ทันที ทำให้แม่ยิ่งตีข้าพเจ้าหนักไปอีกเพื่อประชด
    ผลจากการโดนทุบตีบ่อยๆ ทำให้ข้าพเจ้าเป็นเด็กที่ค่อนข้างเซื่องซึม หวาดระแวงกลัวคน เวลาไปโรงเรียนก็มักโดนพวกเด็กเกเรรังแกอยู่เสมอ พอข้าพเจ้าไม่สู้ พวกเขาก็ยิ่งรังแกข้าพเจ้ามากขึ้นกว่าเดิม (ข้าพเจ้าเพิ่งมาสู้คนตอนอายุ 20ปลายๆ ประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้ายมันบีบบังคับให้ข้าพเจ้าเป็นต้องสู้คนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง)

    ช่วงอายุ 10-12 ปี แม่เริ่มเที่ยวเตร่น้อยลง เพราะท้องลูกคนที่ 2 (ข้าพเจ้ากับน้องสาวห่างกัน 11ปี) ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับครอบครัวพ่อเริ่มดีขึ้นบ้าง หลังจากคลอดแล้ว แม่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมและหนักกว่าเดิมอีก หลังจากเลิกเรียนแล้ว ข้าพเจ้าต้องรีบกลับบ้านมาเลี้ยงน้อง ส่วนวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ห้ามออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนเด็ดขาด ต้องอยู่บ้านเลี้ยงน้องทั้งวัน ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกเก็ดกดกดดันมากที่สุดในชีวิต เพราะรู้สึกเหมือนโดนกักขัง เวลาเห็นเด็กวัยเดียวกันเล่นด้วยกัน หรือออกไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกัน ข้าพเจ้ารู้สึกอยากมีชีวิตแบบนั้นบ้าง
    พอข้าพเจ้าขออนุญาตออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนฝูงบ้าง ก็มักจะโดนด่าว่าโดนตบตีเสมอ บางครั้งถึงขนาดโดนไล่ออกจากบ้าน โยนเสื้อผ้าข้าวของใส่หน้าก็มี

    ช่วงอายุ 13-14 ปี แม่เที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำเกือบทุกวัน วันไหนที่พ่อขายแคบหมูทำกำไรไม่ถึงเป้าหรือเก็บเงินร้านค้าที่ค้างชำระค่าแคบหมูไม่ได้ แม่มักจะอาละวาดด่าทอพ่อต่างๆนานา ส่วนพ่อก็ไม่สู้ไม่เถียงอะไรเลย มัวแต่นิ่งเงียบ(ผลกระทบจากสงครามเวียตนาม) กลัวแม่ บ้านนี้แม่ใหญ่สุด
    พอปู่กับย่าเข้ามาห้ามปราม แม่ก็ระเบิดอารมณ์ใส่พวกท่านสารพัด แถมยังประชดด้วยการเชิญเพื่อนฝูงมากินเหล้าสังสรรค์ที่บ้านทุกวันจนเงินไม่เหลือติดบ้าน พ่อต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบมาหมุนจนเงินทบต้นทบดอก ข้าพเจ้าจำได้ดี วันนั้นทั้งบ้านมีเงินเหลืออยู่แค่ 2บาท ข้าพเจ้าต้องมาพาน้องมากินข้าวที่บ้านปู่กับย่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  2. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ช่วงอายุ 15-16 ปี ด้วยหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น และความกดดันจากแม่ ทำให้พ่อตัดสินไปทำงานที่ญี่ปุ่น ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารพ่อจับใจที่ต้องมาแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ส่วนแม่ก็หาเรื่องทะเลาะกับพ่อทุกวัน เพราะพ่อหาเงินมาให้ใช้จ่ายไม่ได้ ข้าพเจ้ายังจำประโยคที่แม่พูดกับพ่ออย่างไม่มีวันลืม "กูจะไปจากชีวิตมึง เพราะมึงให้ความสุขกูไม่ได้"
    ระหว่างที่รอนายหน้าจัดการทำเรื่องไปญี่ปุ่น ซึ่งค่อนข้างนานพอสมควรประมาณเกือบปี แม่พยายามกดดันพ่อสารพัดทุกวัน จนพ่อแอบไปยืมเงินนอกระบบมาอีก 2เจ้า เพื่อให้แม่สบายใจ
    ข้าพเจ้าเกือบจะไม่ได้เรียน แต่โชคดีที่ยังมีปู่กับย่าให้พึ่งพาได้
    ทุกๆปีเงินที่ปู่กับย่าขายข้าวขายผลผลิตจากสวนได้ ก็จะแบ่งให้หลานๆทุกคนเสมอ ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของข้าพเจ้าทุกคน พ่อแม่พวกเขาเอาเงินนี้ฝากธนาคารไว้ให้พวกเขาเป็นประจำ ส่วนของข้าพเจ้ากับน้องสาวนั้น แน่นอนว่าคนมีอำนาจเด็ดขาดในการจัดการเงินที่ว่านี้คือ แม่ นั่นเอง

    ช่วงอายุ 17 ปี พ่อหางานทำเป็นหลักแหล่งได้แล้ว และเริ่มส่งเงินมาให้ทุกเดือน โดยส่งเข้าบัญชีแม่ พอได้รับเงินแล้ว แม่ต้องแบ่งเอาเงินจำนวนหนึ่งมาใช้หนี้ปู่กับย่า ซึ่งก่อนพ่อไปญี่ปุ่น ได้เอาที่ดินของปู่กับย่าไปจำนำไว้ เพื่อเอาเงินมาให้นายหน้าส่งไปญี่ปุ่น อีกจำนวนหนึ่งทยอยจ่ายให้เจ้าหนี้ต่างๆที่พ่อเคยไปยืมเงินไว้ ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปในบ้าน
    พ่อไปทำงานที่ญี่ปุ่น แม่ก็ยังไม่หยุดเที่ยวเตร่ แถมยังหนักขึ้นกว่าเดิมอีก ส่วนชีวิตข้าพเจ้านั้น วนเวียนแค่ ไปโรงเรียนกับอยู่บ้านเลี้ยงน้องเท่านั้น ไม่มีสิทธิได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันเหมือนเด็กวัยเดียวกัน (น้องเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว แต่หลังจากเลิกเรียนและวันหยุด ข้าพเจ้าต้องอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนน้อง ส่วนแม่ก็ออกไปเที่ยวทั้งวันทั้งคืน)
    มีอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อส่งจดหมายมาหาแม่และมาหาปู่กับย่าด้วย ไปรษณีย์ซึ่งรู้จักกันทั้ง 2บ้าน เลยเอาจดหมายทั้ง 2ฉบับส่งให้พร้อมกันทีเดียว ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังจะเอาจดหมายไปให้ปู่กับย่า แม่มาเห็นเข้าเลยรีบแย่งจดหมายไปแกะอ่าน และฉีกทิ้งทันที แถมยังขู่ข้าพเจ้าว่า ห้ามบอกปู่กับย่าเด็ดขาด ถ้าบอกจะโดนตีปางตาย และตัดแม่ตัดลูกทันที ด้วยความกลัวไร้เดียงสา ทำให้ข้าพเจ้าปิดปากแต่โดยดี (ข้าพเจ้าเพิ่งจะบอกเรื่องนี้กับพ่อเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พอรู้เรื่องพ่อถึงกับซึมไม่พูดไม่จา)

    ช่วงอายุ 18ปี ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนมหาลัยปีแรก เป็นช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขมากที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะมีความสุขที่ได้สัมผัสคำว่า "อิสระภาพ" เพราะระยะทางจากบ้านมามหาลัยไกลมาก ต้องมาอยู่หอพักในมหาลัย
    ฐานะทางบ้านเริ่มดีขึ้นตามลำดับ พ่อขยันทำงานและส่งเงินมาให้ทุกเดือน ส่วนแม่ก็ยังเที่ยวเตร่เหมือนเดิม สงสารและเป็นห่วงน้องสาวที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังบ้าง แม่เอาไปฝากไว้บ้านเพื่อนบ้าน
    ทุกครั้งเวลากลับไปบ้าน ข้าพเจ้ามักจะได้ยินปู่กับย่าบ่นเรื่องของแม่ให้ฟังตลอดเวลาจนข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนถูกกดดัน ข้าพเจ้าไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของแม่ได้ ไม่มีใครสามารถหยุดพฤติกรรมของแม่ได้เลย ยิ่งพูดแม่ก็ยิ่งทำประชดประชันมากขึ้นกว่าเดิม
     
  3. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    ต่อเลยครับ กำลัง อิน คุณพี่เกิดปี พ.ศ อะไร หรอกครับ
     
  4. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ช่วงอายุ 19-21 ปี ฐานะทางบ้านดีขึ้นมาก แม่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิม ปู่กับย่าก็เอือมระอากับพฤติกรรมของแม่เหมือนเดิม ข้าพเจ้าเริ่มได้ข่าวว่า แม่ไปติดผู้ชายคนอื่น และทำตัวเป็นแม่ยกทุ่มไม่อั้นอีกด้วย ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกสงสารพ่อมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากถูกล้างสมองด้วยค่านิยมที่ถูกสั่งสอนกันมารุ่นต่อรุ่นว่า เป็นลูกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ ห้ามเถียงพ่อแม่ ห้ามด่าพ่อแม่ ห้ามทำร้ายพ่อแม่เด็ดขาด ไม่ว่าพวกท่านจะเป็นอย่างไรก็ตาม พ่อแม่ย่อมถูกต้องเสมอ ที่สำคัญคือ ข้าพเจ้าไม่อยากเผชิญหน้าตอนที่แม่ระเบิดอารมณ์ใส่
    พอเรียนจบมหาลัย (หลังจากสอบวันสุดท้าย) ข้าพเจ้าตัดสินใจเดินทางไปทำงาน(เอาดาบหน้า)ที่ต่างประเทศ(ขอข้ามรายละเอียดตรงจุดนี้) โดยส่วนตัวนอกจากเป็นคนที่หลงไหลการเดินทางท่องเที่ยวอย่างบ้าคลั่งแล้ว(เก็ดกดจากตอนเด็ก) ข้าพเจ้าต้องการหนีไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมสังคมเดิมๆไปหาสังคมใหม่ๆที่ดีกว่า อีกอย่างช่วงนั้นกำลังเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง คนว่างงานเยอะแยะเต็มท้องถนนไปหมด
    ก่อนเดินทางข้าพเจ้าได้ขออนุญาตแม่ และขอเงินค่าตั๋วเครื่องบิน+ค่าใช้จ่ายระหว่างหางานทำ แต่กลับโดนด่าสารพัด หาว่าเป็นลูกล้างลูกผลาญ ขัดขวางความเจริญรุ่งเรือง หาแต่ปัญหามาให้ จนปู่กับย่าต้องมาจัดการพูดกับแม่
    ข้าพเจ้าได้เงินค่าตั๋ว(ไม่รวมเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ) และเงินติดกระเป๋าจากแม่ 10,000 บาท (ไม่รวมเงินที่ปู่กับย่าให้)
    ข้าพเจ้ามารู้จากปากของพ่อเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่า ช่วงนั้นแม่ได้โทรมาขอเงินพ่อเพิ่มอีกหลายหมื่นบาท เพื่อเอามาให้ข้าพเจ้าไปใช้จ่ายต่างประเทศ พ่อก็เลยทำโอทีเพิ่มทั้งวันทั้งคืน (แต่แม่กลับให้ข้าพเจ้าแค่ 10,000บาทเท่านั้น) ข้าพเจ้ารู้ความจริงถึงกับช็อค มันเสียใจจนจุกเข้าไปในอก
     
  5. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
  6. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ช่วงอายุ 22-31 ปี ข้าพเจ้าใช้ชีวิตที่ต่างประเทศอย่างมีความสุข มันเป็นความสุขที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มาสัมผัสในชีวิตนี้ แม้ว่าจะต้องทำงานหนักและเหนื่อย แต่มันก็มีความสุขที่ได้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อยากทำอะไร อยากได้อะไรก็สามารถทำได้เลย ซื้อได้เลยโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร
    ข้าพเจ้าโทรศัพท์ติดต่อทางบ้านไม่บ่อยนัก ประมาณเดือนละครั้งหรือ 2-3เดือนครั้ง และติดต่อส่งข่าวไปหาปู่กับย่าด้วย
    ข้าพเจ้าส่งเงินกลับบ้านบางครั้ง แล้วแต่สะดวก (จากค่านิยมที่เคยปลุกฝังหัวมา) ส่วนใหญ่ตั้งใจส่งไปให้น้องเป็นค่าขนมเท่านั้น
    มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าจำเป็นต้องใช้เงินโอนเข้าบัญชีในการขอวีซ่าอยู่ต่อ ข้าพเจ้าไม่รู้จะไปหามาจากไหน หรือหยิบยืมใครเพราะเกรงใจไม่กล้ายืมเงินคนอื่น เลยโทรไปบอกแม่ให้ช่วยโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อโชว์ตัวเลขและเงินไหลเข้าออกบัญชี ตอนแรกแม่ทั้งบ่นทั้งด่า แต่ก็ยอมโอนมาให้ ข้าพเจ้าได้รับปากว่าอาทิตย์ต่อมาจะโอนกลับมาให้ (การส่งเงินในสมัยเกือบ 20ปีที่แล้ว ต้องใช้ระยะเวลากว่าเงินจะถึงปลายทางประมาณ 4-5วัน)
    เมื่อถึงวันที่โอนกลับ ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์ด่วนจากที่ทำงานให้ไปทำงานเพราะคนขาดอย่างกระทันหัน โดยนายจ้างจะจ่ายเงินพิเศษให้ ข้าพเจ้าเลยตอบตกลง และรีบโทรไปบอกแม่ทันทีว่าจะรีบโอนเงินไปให้วันถัดไป แต่แม่ไม่ยอมเข้าใจเลย กลับด่าทอระเบิดอารมณ์ใส่ข้าพเจ้าทางโทรศัพท์ ข้าพเจ้าไม่รู้จะทำยังไงเลยรีบปิดโทรศัพท์และไปทำงานทันที ระหว่างทำงานข้าพเจ้าไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย มันรู้สึกเสียใจน้อยใจ ที่แม่ไม่เคยห่วงว่าข้าพเจ้าจะเป็นอย่างไร กลับห่วงเงินมากกว่า พอวันรุ่งขึ้นข้าพเจ้ารีบโอนเงินส่งกลับไปให้แม่ทันที
    ข้าพเจ้าอยู่ที่ต่างประเทศจนกระทั่งได้เป็นพลเมืองที่นี่ ข้าพเจ้าไม่ได้กลับเมืองไทยเป็นเวลาเกือบ 8ปี พอกลับไปครั้งแรก ปรากฏว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก โดยเฉพาะน้องสาว ตลอดเวลา แม่พยายามปิดบังเรื่องของน้องสาวมาโดยตลอดในช่วงที่ข้าพเจ้าอยู่ต่างประเทศ แม่ทอดทิ้งน้องสาวไว้กับเพื่อน ส่วนแม่ก็ยังคงเที่ยวเตร่เหมือนเดิม จนน้องสาวเสียคนท้องในขณะที่ยังเรียนมัธยม แม่ได้แอบพาน้องสาวไปทำแท้ง แต่น้องสาวก็ยังเกเรเหมือนเดิมจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน
    ข้าพเจ้าพูดเรื่องนี้กับแม่ทีไร ก็ไม่พ้นต้องเถียงกันตลอด แม่สร้างเรื่องโกหกข้าพเจ้าตลอดเวลา พอข้าพเจ้าพูดแทงใจดำหน่อย ก็ร้องให้และพูดถึงบุญคุญ ใช้เรื่องบาปบุญคุณโทษข่มขู่ข้าพเจ้าว่า พูดกับแม่ ทำกับแม่แบบนี้ไม่ได้เป็นบาป
    ส่วนพ่อก็ยังคงทำงานอยู่ญี่ปุ่น(พ่อทำงานอยู่ญี่ปุ่น 17ปี) ข้าพเจ้าเคยบอกแม่ว่าจะพาพ่อกลับมาอยู่เมืองไทย แม่ตะคอกใส่ข้าพเจ้า ไม่ยอมให้พาพ่อกลับมาอยู่เมืองไทย โดยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นว่า พอพ่อกลับเมืองไทยแล้วจะมาทำมาหากินอะไร? ถ้าหาเงินไม่ได้ เดี๋ยวแม่ก็อารมณ์เสียหงุดหงิดอีก
     
  7. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ช่วงอายุ 33-34 ปี แม่โทรมาโกหกข้าพเจ้า เรื่องพ่อแอบกลับมาเมืองไทยโดยที่ไม่บอกให้แม่รู้เลย ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่รู้เรื่องนี้เลย แุม่บอกอีกว่า ปู่กับย่าแอบจัดการเรื่องนี้ และเป่าหูพ่อว่าแม่เป็นคนไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ แถมยังจะพรากน้องสาวจากแม่ไปอยู่ฝั่งตัวเองอีกด้วย บรรดาน้องๆของพ่อ ตามมาหาเรื่องแม่ถึงที่บ้าน มาไล่แม่ให้ออกไปจากครอบครัว และพาแม่ไปหาผู้ใหญ่บ้านเพราะไม่ยอมความกัน ตอนนี้แม่ไม่มีเงินติดตัวเลย พ่อไม่ได้ส่งเงินมาให้ตั้งหลายเดือนแล้ว
    ข้าพเจ้าได้ยินเลยตกใจจนช็อค อยู่ห่างกันคนละทวีปจะทำอะไรก็ไม่ได้ พอข้าพเจ้าติดต่อไปหาปู่กับย่า ก็ได้รับคำตอบที่ไม่ค่อยถูกใจข้าพเจ้านัก ส่วนเรื่องแม่ ปู่กับย่าบอกว่า ไม่รู้ว่าแม่พูดกับข้าพเจ้าอย่างไร แม่เป็นคนยังไง ข้าพเจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ
    ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกเคว้งขว้างสับสนไป ปัญหาทั้งหมด ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นมา แต่ทำไมถึงต้องมารับภาระแบกมันไว้ มันไม่ยุติธรรมเลย ข้าพเจ้าเลยขอเวลาไปทำจิตใจให้สงบ ด้วยการไม่ติดต่อกับทางเมืองไทยเป็นเวลาปีกว่าๆ แม้แต่งานศพย่า ข้าพเจ้าก็พลาดไม่มีโอกาสได้เคารพศพย่า ได้เพียงแค่พนมมือตั้งจิตอธิษฐานขออโหสิกรรมอยู่ในใจ
    ข้าพเจ้ามารู้จากปากพ่อว่า ที่พ่อต้องกลับเมืองไทยในคราวนั้น เพราะคนหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไปทำงานญี่ปุ่นเหมือนกัน เขากลับมาเยี่ยมบ้าน(คนนั้นเขามาทำงานอย่างถูกต้อง ส่วนพ่อเข้ามาทำงานอย่างผิดกฏหมาย) และรู้ข่าวว่าแม่คบชู้ ใช้เงินที่พ่อส่งมาให้ทั้งหมดซื้อบ้านซื้อที่ดินให้ชู้ ส่งเสียลูกของชู้เรียนจนจบมหาลัย และใช้พ่อเป็นคนทำงานหาเงินเลี้ยง ซึ่งพ่อเสียใจมาก จากเดิมที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองจากสงครามฯแล้ว พอรู้เรื่องนี้พ่อถึงกับเสียศูนย์ กลายเป็นคนนิ่งเงียบซึมๆเบลอๆ(เวลาอยู่คนเดียว) ส่วนเวลาเข้าสังคมกับคนเยอะๆก็พูดชนิดเบรกไม่อยู่ จนผู้คนเริ่มหนีออกจากวงสนทนา
     
  8. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    ยิ่งอ่าน ยิ่งสะเทือนใจ ผู้หญิงคนนี้ จิตใจทำด้วยอะไร
     
  9. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    พ่อกับแม่หย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ แม่ไปอยู่กับชู้คนนั้น ส่วนพ่อแต่งงานใหม่กับผู้หญิงในหมู่บ้านเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ม่าย สามีและลูกชายเสียไปนานแล้ว วันแต่งงานใหม่ของพ่อ แม่ได้โทรมาด่าว่าพ่อต่างนานา แม่บอกว่า ทำไมพ่อถึงทำแบบนี้ ทำไมต้องแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนนี้ด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารพ่อมาก
    ต่อมา แม่ได้บอกให้น้องสาวมารบเร้าพ่อซื้อรถยนต์คันใหม่ ซึ่งพ่อไม่มีเงินเหลือในบัญชีเลย เงินเก็บทั้งหมดที่อุตส่าห์ทำงานอาบเหงื่อแลกเงินที่ญี่ปุ่น กลับถูกแม่เอาไปใช้จนเกลี้ยง(ขนาดเงินสร้างบ้านหลังใหม่ ปู่กับย่ายังเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้) ผู้หญิงที่แต่งงานกับพ่อข้าพเจ้า รักและเมตตาน้องสาวของข้าพเจ้าเหมือนลูกแท้ๆของตัวเอง เธอเลยตัดสินใจเอาเงินมรดกที่อดีตสามีทิ้งไว้ให้ มาดาวน์รถยนต์+ จ่ายค่าล่วงหน้าอีก 3เดือน ให้น้องสาวของข้าพเจ้า
    เท่านั้นยังไม่พอ น้องสาวของข้าพเจ้าอยากไปเที่ยวเกาหลีตามกระแสช่วงนั้น แต่ไม่มีเงิน แม่เลยให้ไปขอกับภรรยาคนใหม่ของพ่อ ซึ่งแน่นอนภรรยาใหม่ของพ่อก็ควักเงินให้น้องสาวไปเที่ยวเกาหลี
    แม่มักจะถามข้าพเจ้าเสมอว่า พ่อทำพินัยกรรมไว้หรือยัง? ถ้าพ่อ..... แล้ว ใครจะได้อะไรไปบ้าง? ถ้าคนนั้นคนนี้ในครอบครัวของพ่อเป็นอะไรไป มรดกที่เหลือจะตกถึงใครต่อใครบ้าง?
    พอข้าพเจ้าแย้งว่า แม่เลิกกับพ่อไปแล้ว หย่าขาดจากความเป็นสามีภรรยากัน กลายเป็นคนอื่น ทำไมต้องมาสนใจมรดกทรัพย์สินของพ่อด้วย? แม่ต้องร้องให้ทุกครั้ง เพื่อให้ข้าพเจ้ารู้สึกบาปที่ทำให้ผู้บังเกิดเกล้าต้องเสียน้ำตา พร้อมกับพูดว่า สงสารน้องสาวของข้าพเจ้า ไม่มีใครรักน้องสาวของข้าพเจ้าเลย ตัวข้าพเจ้าสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว แต่น้องสาวเป็นผู้หญิง อยากให้กินหรูอยู่สบาย ไม่อยากให้ออกไปทำงานหนักเหนื่อย ชาวบ้านจะดูถูกและเอาไปนินทาได้ มรดกของปู่กับย่าเยอะแยะ อย่างน้อยพ่อก็ต้องได้ส่วนแบ่งเยอะเหมือนกัน
    แม่คอยพูดกรอกหูข้าพเจ้าเสมอว่า ไม่ให้ไปสนิทสนมใกล้ชิดกับบรรดาญาติฝั่งพ่อมากนัก พวกเขาเป็นคนไม่ดี คอยจ้องจะแย่งจะโกงทรัพย์สินมรดกส่วนแบ่งของพ่อ ดีไม่ดีพวกเขาจะให้ร้ายและฆ่าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าฟังแล้วรู้สึกปลง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ความคิดของคนมันเปลี่ยนยากเหลือเกิน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  10. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    อย่า ลืมเอาไปลงใน พันทิปด้วยนะครับ
     
  11. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    คุณเเม่เกิดปีอะไรครับ
     
  12. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    อายุ 39 - ปัจจุบัน แม่บอกน้องสาวให้มาขอเงินภรรยาใหม่ของพ่อ เวลาน้องสาวอยากกลับไปเที่ยวเกาหลีอีก ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อก็เต็มใจให้ทุกครั้งด้วยความรักความสงสาร
    ส่วนเรื่องมรดกของพ่อ แม่ยังคงพูดกรอกหูข้าพเจ้าเสมอว่า ถ้าพ่อยกอะไรให้ๆใส่ชื่อน้องสาวลงไปด้วย เผื่อข้าพเจ้าเป็นอะไร ทรัพย์สินส่วนของข้าพเจ้าจะได้ตกเป็นของน้องสาว
    มีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่เคยบอกให้ข้าพเจ้าหาผู้ชายฝรั่งรวยๆมาแต่งงานกับน้องสาว เพื่อจะให้น้องสาวมีชีวิตที่สุขสบาย ฝรั่งคนไหนก็ได้ที่โสดและข้าพเจ้ารู้จัก พอข้าพเจ้าปฏิเสธ แม่ก็ระเบิดอารมณ์ใส่ข้าพเจ้าทันที บอกว่าข้าพเจ้าไม่รักน้องไม่ห่วงน้อง ข้าพเจ้าเลยบอกว่าปัญหาใครก็ให้คนนั้นจัดการเองละกัน ถ้าแม่จะโกรธข้าพเจ้าก็สุดแต่ใจ ข้าพเจ้าทำดีที่สุดได้แค่นี้ ถ้ากดดันข้าพเจ้ามากๆ ข้าพเจ้าอาจจะคิดสั้นขึ้นมาก็ได้ พูดถึงตรงนี้ทำให้แม่หยุดความคิดนี้ทันที
    น้องสาวของข้าพเจ้าถูกแม่เลี้ยงมาอย่างผิดวิธีทำให้กลายเป็นคนหนักไม่เอาเบาไม่สู้รักสบาย โกหกเก่งเพื่อสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ข้าพเจ้าพยายามช่วยเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง ถือซะว่ากรรมใครกรรมมัน ขนาดตัวข้าพเจ้าเองยังหนีไม่พ้นบ่วงกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นเลย
    เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากแม่ๆบอกว่า ให้พาน้องมาอยู่ด้วยที่ต่างประเทศได้ไหม? หางานทำให้น้องด้วย โดยข้าพเจ้าเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แม่เห็นหลายคนที่เขาอยู่ต่างประเทศ เขายังพาพี่น้องไปอยู่ด้วยตั้งเยอะ ข้าพเจ้าพยายามอธิบายให้แม่เข้าใจว่า ประเทศที่ข้าพเจ้าอาศัพอยู่นั้น กฏระเบียบการเข้าเมืองอนุญาตให้แค่พา พ่อ แม่ หรือ คู่สมรส บุตรธิดา มาได้เท่านั้น นอกนั้นหมดสิทธิ ซึ่งแม่ไม่ยอมเข้าใจเลย บอกว่าต้องพามาวันนี้พรุ่งนี้ให้ได้ ข้าพเจ้าก็บอกว่า มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องขอวีซ่า จะให้ซื้อตั๋วแล้วบินมาวันนี้พรุ่งนี้ มันไม่ง่ายเหมือนไปกรุงเทพ เชียงใหม่
    เท่านั้นแหละ แม่ก็ระเบิดอารมณ์ใส่ข้าพเจ้าตามเคย แถมยังบอกอีกว่า ทุกวันนี้เหมือนมีลูกอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นคือ น้องสาวของข้าพเจ้า ส่วนข้าพเจ้านั้นได้ตัดแม่ตัดลูกไปแล้ว ข้าพเจ้าเลยวางสายโทรศัพท์ทันที และไม่ติดต่อกลับไปอีกเลย
    เมื่อข้าพเจ้ากลับเมืองไทย จึงได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อกับภรรยาใหม่ของพ่อทราบ ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของข้าพเจ้า และปกป้องข้าพเจ้า
     
  13. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    2498 ครับ
     
  14. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    ขอเฟสพี่ได้ไหมครับ
     
  15. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ไม่กล้าเอาไปลงครับ คนในนั้นน่ากลัวมาก ขนาดโพสถามข้อมูลเล็กๆน้อยๆ ยังเจอทั้งดราม่า ทั้งข้อความประชดประชัน ไม่อยากอ่านคอมเม้นต์ให้เสียสุขภาพจิตเปล่าๆครับ ทุกวันนี้ปัญหาชีวิตตัวเองก็สาหัสแล้ว ยังจะมาอ่านอะไรด้านลบอีก มันไม่ส่งผลดีเลยครับ
    หากมีคนอยากเอาไปลง ผมอนุญาตและเต็มใจอย่างยิ่งครับ ไม่หวงข้อมูล ถือว่าเป็นวิทยาทานบอกต่อกันไป
     
  16. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    คุณต้องกตัญญูเเม่ของคุณ โดย ที่ไม่ให้ เเม่ของคุณไปทำบาป ทำกรรม กับ ฝ่ายทางพ่ออีก
    (คุณเเม่ของคุณ หลงผิด) คุณต้องช่วยเเม่ของคุณให้เป็นคนดีให้ได้นะครับ เขาจะด่าเราด่าเลย
    เเต่เราต้อง อธิบาย หรือ ให้เขาเห็นโทษ ของการทำบาปกรรมในครั้งนี้
     
  17. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    การกตัญญูของคุณคือไม่ให้เเม่หลงผิดไปมากกว่านี้

    สวดมนต์ บทจักรพรรติ เเผ่เมตตา นั่งสมาธิ ให้คุณเเม่ของคุณ
     
  18. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
  19. ทิพย์วิมาณ

    ทิพย์วิมาณ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2020
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +11
    ทุกวันนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับแม่อีกเลย นับตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้โกรธเคืองท่านเลย แต่ความทรงจำอันโหดร้าย มันไม่มีวันลบเลือนไปจากในใจข้าพเจ้าได้เลย บางครั้งมันยังมาหลอกหลอนให้ข้าพเจ้าระลึกถึงอยู่เสมอ
    ปัญหายังไม่จบลงแค่นี้ แม่ยังใช้น้องสาวมาเป็นอาวุธคอยขัดขวางความสุขของพ่อกับภรรยาคนใหม่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  20. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +172
    อธิบาย คุณพ่อกับเเม่เลื้อง ในการเลื้องดู น้องสาว เถอะครับ ให้เธอไปทำงาน น้องสาวน่าจะ 30 เเล้วใช้มั้ยครับ บอก พ่อกับเเม่เลื้องว่าจะให้เงิน น้องสาว อย่างเดียวไม่ได้ ต้องไปทำงานด้วย
     

แชร์หน้านี้

Loading...