เรื่องเด่น "เจ้าพ่อเขาใหญ่"ผู้กล้าหาญแห่งพงไพร ปกป้องผืนป่ามาทั้งชีวิต! แม้ร่างจะสิ้นแต่วิญญาณยังคงอยู่ !!

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 10 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,477
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,082
    ค่าพลัง:
    +30,682
    นี่ซิคนจริง !!! "ปลัดจ่าง" สู่ตำนาน "เจ้าพ่อเขาใหญ่" นักรบผู้กล้าหาญแห่งพงไพร ปกป้องผืนป่ามาทั้งชีวิต !! แม้ร่างจะสิ้น แต่วิญญาณยังคงอยู่ !!
    8434.jpg

    ขอย้อนไปในอดีต เมื่อราษฎรบ้านท่าชัย และบ้านท่าด่าน จังหวัดนครนายก ได้พากันขึ้นไปถากถางป่าปลูกข้าว ปลูกพริก ไม้ผล และปลูกบ้านเรือนอยู่บนยอดเขา ประมาณ ๓๐ หลังคาเรือน จนเกิดเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นมา และต่อมาทางการได้ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลเขาใหญ่ ขึ้นกับอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นั้น


    ในสมัยนั้น ปลัดจ่าง นิสัยสัตย์ ชาวอำเภอเขานางบวช จังหวัดนครนายก มาดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกองทัพ ดูแลหัวเมืองด้านทิศบูรพา ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก เป็นต้น ท่านเคยผ่านสมรภูมิศึกสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างโชกโชน ท่านมีบุคลิกที่สง่างาม สมชายชาตินักรบ เมื่อเสร็จศึกสงคราม ท่านมักออกเยี่ยมเยือนนักรบไทย ลูกหลานของท่านเสมอ


    _3(1).jpg


    ครั้งหนึ่ง ท่านได้ทราบข่าวว่า ลูกน้องของท่านไปตั้งตัวเป็นโจรอยู่บนเขาใหญ่ และเห็นลูกน้องถากถางป่าบนเขาใหญ่จนเตียนโล่ง ท่านก็เกิดความเสียใจ ท่านมีความสามารถในการปราบปรามโจรผู้ร้าย และรู้จักภูมิประเทศในแถบนี้เป็นอย่างดี มีความชำนาญในการใช้ปืนบนหลังม้า


    เมื่อท่านเกษียณอายุราชการ ทางการจึงขอความร่วมมือให้ท่านช่วยเหลือราชการบ้านเมืองอีกครั้ง ในการทลายซ่องโจรบนเขาใหญ่ ซึ่งมีอยู่ ๕ ก๊กสำคัญด้วยกัน ได้แก่ เสือจัน เสือไทร เสือบุญมี เสือสำอาง และเสือสองพี่น้อง คือเสือเย็น กับเสือหล้า แต่ก็มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเชื่อ ท่านจึงนัดกลุ่มโจรเพื่อเจรจา ณ ป่าหญ้าคา ใกล้หนองขิง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่าหัวหน้าโจรกลุ่มนั้นถูกจับตาย และท่านได้ชักชวนชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ลงจากเขาใหญ่


    ท่านปลัดจ่าง เป็นผู้มีวิธีการที่แยบยล จนทำให้เสือก๊กต่าง ๆ ยอมรับนับถือและปฏิบัติตาม เลิกราเป็นโจร กลับลงมายังพื้นราบ มีอยู่ครั้งหนึ่ง โจรสองพี่น้อง เพียงพอพบหน้าท่านครั้งแรกเท่านั้น ก็ลงจากหลังม้ามากราบ แล้วพูดคุยกับท่าน ถึงกับยอมบวชเรียน และต่อมามีอาชีพเป็นครู


    4_1225614172(2).jpg


    นับว่าท่านปลัดจ่าง เป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง ในช่วง กรุงรัตนโกสินทร์ ท่านได้รับแต่งตั้งจากทางราชการให้เป็นผู้เก็บค่ารัชชูปกรณ์(ส่วย) ในพื้นที่นครนายก เนื่องจากขณะนั้นเมืองนครนายก เก็บค่าส่วยส่งหลวงน้อยลงทุกปี เพื่อให้เก็บส่วยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทางราชการจึงสรรหาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่นี้


    ด้วยเหตุนี้ท่านปลัดจ่าง จึงได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะท่านเป็นผู้มีฝีมือ มีความซื่อสัตย์ มีจิตใจโอบอ้อมอารี กอร์ปกับท่านเชี่ยวชาญในการรบ เคยออกปฏิบัติหน้าที่เก็บส่วยกับทางราชการ ท่านจึงมีม้าเป็นพาหนะ แต่งกายด้วยชุดสีแดง มีปืนและดาบเป็นอาวุธประจำกาย


    ต่อมา ท่านได้สิ้นชีวิตลงด้วยพิษไข้ป่า ด้วยวัย ๗๕ ปี ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งศาลเพียงตาไว้ที่ใต้ต้นกระบกใหญ่บนเขา ใกล้โรงเรียนวัดหนองเคี่ยม จังหวัดนครนายก โดยเรียกศาลนั้นว่า "ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง"


    hqdefault(140)(1).jpg


    ต่อมา หลังรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการจัดตั้งป่าเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ ได้เกิดนิมิต ถึงเจ้าผู้คุ้มครองสรรพสัตว์ และผืนป่า จึงได้มีการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อขึ้นบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๓ ถนนธนะรัชต์ และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่านมาสิงสถิตไว้ และขนานนามว่า "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" ถือว่าท่านเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ทุกปี ในวันที่ ๒๖ มกราคม จะมีการบวงสรวง ระลึกถึงพระคุณท่าน โดยเลือกเอาวันที่อัญเชิญดวงวิญญาณท่าน มาอยู่ที่ศาลใหม่


    f1bbf669-ff7e-a5fe-52de-527cc09c40ee(1).jpg


    นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ มักจะแวะกราบไหว้อธิษฐาน ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยและขอโชคลาภจากท่านอยู่เสมอ และมักจะสมความปรารถนา หรือใครเดินทางผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก็มักจะบีบแตร ทำความเคารพท่านทุกครั้ง ถิ่นสถิตของเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก็มีอยู่ทั่วไปในบริเวณป่าเขาใหญ่ทั้งหมด และเจ้าหน้าที่รักษาป่า ตลอดจนผู้ที่ปฏิบัติงานในบริเวณนั้น ก็มักจะมากราบบูชา บนบานศาลกล่าวต่อเจ้าพ่อเขาใหญ่องค์นี้เสมอ


    IMG_6108_Cover(1).jpg


    อ้างอิงข้อมูลจาก - th.wikipedia.org


    เรียบเรียงโดย
    ปิยะนัย เกตุทอง
    http://www.tnews.co.th/contents/412737

     

แชร์หน้านี้

Loading...