เฉียดตาย ๒๕ ครั้ง!เสรีย์ รุ่งสว่าง-ศิลปินเพลงลูกทุ่ง

ในห้อง 'พุทธศาสนากับคนดัง' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 5 สิงหาคม 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    'เฉียดตาย ๒๕ ครั้ง!'เสรีย์ รุ่งสว่าง-ศิลปินเพลงลูกทุ่ง

    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top></TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG][/IMG] -->
    [​IMG]


    หากย้อนกลับไปสู่ยุคที่เพลงลูกทุ่งในบ้านเรารุ่งเรือง มีศิลปินโด่งดังมากมาย อาทิ สายัณห์ สัญญา พุ่มพวง ดวงจันทร์ ยอดรัก สลักใจ สุนารี ราชสีมา เย็นจิตร พรเทวี



    หนึ่งในนั้นที่โด่งดังเป็นพลุแตกอย่างมาก คือ เสรีย์ รุ่งสว่าง มีผลงานสร้างชื่อเสียงอย่างมาคือเพลง จดหมายจากแม่ ในปี ๒๕๒๓ แล้วโด่งดังอีกครั้งกับบทเพลง เทพธิดาผ้าซิ่น จากนั้นกลับมาโด่งดังล่าสุดกับบทเพลง เรียกพี่ได้ไหม
    ตลอดระยะเวลาที่เดินสายออกร้องเพลงแลกเงิน ซึ่งอาจจะพูดได้ว่า ชีวิตนี้ได้เดินทางไปร้องเพลงเกือบทุกอำเภอแล้ว
    และจากเหตุที่ต้องเดินทางเกือบตลอดชีวิตนี่เอง ผลที่ตามมาคือ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เฉียดตายทั้งหมด ๒๕ ครั้ง!
    เสรีย์ เล่าว่า การเฉียดตายที่ผ่านมาทั้งหมดตลอดชีวิต มีทั้งรถคว่ำ รถชนกันอย่างรุนแรง แต่เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดมีอยู่ ๒ เหตุการณ์ โดยครั้กแรกเกิดขึ้นประมาณปี ๒๕๒๗ ระหว่างขับรถไปโชว์ตัวที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับเพื่อนที่นั่งไปด้วยทั้งหมด ๓ คน
    เมื่อรถขับไปถึงสะพานมหาชัย จ.สมุทรสาคร มีความรู้สึกว่า ถนนลื่นพอสมควร ทำให้รถที่ขับมาเสียหลักหมุนอยู่หลายตลบ เชื่อไหมว่า ไม่มีใครเป็นอะไรเลย ส่วนพระเครื่องที่แขวนติดตัวช่วงนั้น เป็นพระของ หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
    เหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นประมาณปี ๒๕๓๐ เดินทางด้วยรถกระบะ มีคนนั่งไปทั้งหมด ๑๗ คน จังหวะที่รถวิ่งไปถึงเขาพระวอ ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก รถได้เสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำสามตลบ เชื่อไหมว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่มีใครเป็นอะไรเลย ซึ่งมันน่าจะมีคนตาย เพราะรถมันคว่ำไม่ธรรมดา คนที่นั่งข้างหลังทั้งหมด ๑๕ คน แต่ไม่มีใครเป็นอะไรเลย โดยจำได้ว่า พระที่แขวนติดตัวครั้งนั้นเป็น พระผงของขวัญหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
    "ผมเป็นคนเชื่อว่า ปาฏิหาริย์มีจริง เพราะสิ่งลี้ลับ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วที่เราเห็นกับตาว่า เพื่อนเกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ แล้วไม่ตายเนี่ย น่าจะมาจากพุทธคุณของพระที่แขวนติดตัว พี่เขยตกตึก ๖ ชั้นครึ่งถึงพื้นดิน เขาก็ไม่เป็นอะไรเลย แล้วก็ตกอีกครั้งกับตึก ๔ ชั้น ผมจำได้ว่าเขาแขวน พระหลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ เพื่อนบางคนถูกยิงแบบประชิดตัว กลับไม่เข้า มันก็ทำให้เราเชื่อว่า พุทธคุณของพระมีจริง" เขาเชื่อในพุทธคุณของพระเครื่อง
    ปัจจุบันพระเครื่องที่แขวนติดตัวประจำ พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์นี้ได้มาจากคุณพยัพ คำพันธุ์ พระปิดตา หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย บางปลาม้า และพระมเหศวร เนื้อชินเงิน พิมพ์ใหญ่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
    ส่วนวัตถุประสงค์ของการแขวนพระเป็นไปตามการนับถือ เรานับถือศาสนาพุทธ แขวนเพื่อให้เกิดความมั่นใจ เป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ ไปไหนมาไหนมีพระช่วยคุ้มครอง จริงๆ คนมีพระแขวนก็ไม่ได้เป็นความงมงาย แต่มีพระไว้คอยยึดเหนี่ยวจิตใจไว้บ้าง ก็น่าจะดีกว่าไม่มีอะไรให้เราได้ยึดเหนี่ยว
    นอกจากสนใจพุทธคุณของพระเครื่อง เสรีย์ ยังเป็นคนชอบอ่าน หนังสือพระเครื่อง เป็นชีวิตจิตใจ เนื่องจากหนังสือพระเหล่านี้จะบอกเล่าถึงประวัติพระอาจารย์ชื่อดัง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยิ่งประวัติ หลวงพ่อครื้น เป็นพระที่สร้างวัดขึ้นเอาไว้หลายๆ วัด ส่วนการสร้างพระเครื่องออกมาก็ทำให้คนที่นำเอาไว้แขวนติดตัวก็มีประสบการณ์เฉียดตายกันมากมาย
    ทั้งนี้ เสรีย์ เล่าถึง ประวัติหลวงพ่อครื้น ให้ฟังว่า หลวงพ่อท่านฝักใฝ่อยู่กับการเป็นพระมากกว่าเป็นฆราวาส จึงอุปสมบทอีกครั้งเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๖๘ ณ พัทธสีมา วัดบางใหญ่ อ.บางปลาม้า โดยมีพระอธิการสั้น เจ้าคณะตำบลบางใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการฉัตร วัดสุขเกษม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ จำพรรษาอยู่ที่วัดสังโฆสิตาราม
    เริ่มฝึกวิชากรรมฐานกับหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ในสมัยนั้นหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ก็เป็นศิษย์หลวงพ่อโหน่งเช่นกัน และหลวงพ่อครื้นก็ได้ศึกษาวิชาใน การทำนายทายทัก หรือท่านสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ได้อย่างแม่นยำกับหลวงพ่อฉัตร และศึกษาวิชาวาดเขียนกับการแกะสลักลวดลายต่างๆ แบบยุคสมัยไทยโบราณในสมัยนั้น
    เมื่อถามถึงความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เสรีย์ บอกว่า เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมโดยไม่ต้องรอให้เสียชีวิต ทุกวันนี้เราจะเห็นคนชดใช้กรรมกันมากมาย เช่น คนกระทำอะไรไม่ดีก็ต้องติดคุกก็เหมือนกับตกนรกกันแล้ว เราจะเห็นว่า คนเราจะอยู่นรกหรือสวรรค์ ดูได้จากการกระทำในปัจจุบัน อยู่ที่ว่าคนเราจะเลือกทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว สิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของเรา ยิ่งใครทำชั่วไปฆ่าเขาตรงนี้ต้องรับกรรมนั้นหนักตามไปด้วย
    "ผมคิดว่า เราเป็นชาวพุทธแล้ว ต้องเป็นคนดี ไม่เป็นคนเกเร แล้วอีกอย่างต้องเป็นผู้นำที่ดี อย่าไปเอาเปรียบผู้อื่น เพียงเท่านี้ผมก็คิดว่า คนเราก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแล้ว สิ่งสำคัญคนเราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตัวเอง ผมเองก็ยอมรับว่า ยังมีกิเลสอยู่ ยังมีความอยากอยู่ ถ้าผมตัดกิเลสได้ไม่หมด ยังไม่ถึงขั้นปลงขนาดนั้น ถ้าปลงได้หมดก็คงไปบวชแล้ว แต่ว่าเรามีกิเลสด้วยการประมาณตัวเองด้วย" เสรีย์ กล่าวทิ้งท้าย

    0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ นัทพล ทิพย์วาทีอมร 0


    ที่มา : คมชัดลึก

    http://www.komchadluek.net/2006/08/05/j001_34468.php?news_id=34468

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     

แชร์หน้านี้

Loading...