เตรียมตัวให้พร้อม...มันกำลังมา! แจ้งข่าวสารการชำระโลก

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย jityim, 23 เมษายน 2018.

  1. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ตอนอยู่ระยอง เราก็ฟังอันนี้แหละ ทำให้จิตรวม ข้ามไปฝั่งโลกุตระได้

    "ช้างลอดรูเข็มภายใน"
     
  2. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    อย่าหิวอารมณ์ มากนัก..

    การเสวยอารมณ์เป็นโทษ ควร งด เว้น..
     
  3. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    จิตเสวยอารมณ์เป็นอาหาร อาหารของจิตก็คืออารมณ์

    อารมณ์นี้ คือ ธรรมารมณ์ หรือเปล่าคะ

    ธรรม+พอใจ/ไม่พอใจ รวมเรียกว่า "ธรรมารมณ์"

    เมื่อจะไม่ให้หิวอารมณ์ ต้องรู้เท่าทันความพอใจและไม่พอใจ

    นั่นนะซิคะ
     
  4. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    ดาวน์โหลด (1).jpg

    วงกลม เป็นสัญลักษณ์ของ ความสมดุล

    เมื่อ 1 - 2 วันที่ผ่านมาได้รับรู้แรงเคลื่อนที่พลังงานของโลกอีกแล้วค่ะ มันเป็นการเคลื่อนไหลไปมา มีสองประเด็น คือ
    1.เกิดการกระเพื่อมเคลื่อนเลื่อนไหวใต้ภิภพ
    2.เกิดแรงสัดส่าย หรือ กวัดแกว่งของโลก

    ที่จริงแล้ว 2 - 3 เดือนที่ผ่านมาจะไม่สามารถรับรู้แรงเคลื่อนไหวนี้ได้เลย เป็นเพราะอะไร? แต่วันนี้...พออยู่กับความรู้สึกตัวเองและรับรู้ได้อย่างเด่นชัดมาก ก็เลยสันนิษฐานว่า ต้องเกิดอะไรบางอย่างระหว่างการเคลื่อนตัวของพลังงาน หรือไม่ ก็โลกขาดความสมดุลพลังงานของโลกลดลงกว่าเดิมค่ะ

    ลองนึกภาพการกลิ้งหรือก้อยล้อรถยนต์ดูนะคะ ขณะที่กำลังผลักให้มันหมุุนไปข้างหน้า มันจะเกิดการวิ่งที่ทรงตัวมีความนิ่งในการหมุน เมื่อหมุนไปได้สักระยะกำลังการหมุนลดลง วงของล้อจะเกิดการสัดส่ายและแกว่งเอียงไปมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานวงล้อนั้นก็ล้มลง

    เช่นเดียวกันค่ะ พลังงานของโลกลดลง จึงมีการกวัดแกว่งและการสัดส่ายนั่นเอง

    แต่ไม่รู้ว่าแรงเคลื่อนไหวของพลังงานที่รับรู้ได้อย่างเด่นชัดในวันนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้รับรู้ได้เหมือน ณ ขณะนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร
     
  5. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ธรรมารมณ์ เกิดที่ไหน..

    อะไร รับรู้ ธรรมารมณ์..

    หยุดตัว รับรู้ แยกตัวรับรู้ ออกจากกัน..


    รับรู้ (วิญญาณขันธ์)
    รับ รู้ แยกรับออกจากรู้ ก็จะเหลือ รู้ เพรียวเพรียว เป็น "หนึ่ง"
     
  6. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ผัสสาหาร..

    อาหาร คือ ผัสสะ


    ผัสสะเกิด ธรรมารมณ์เกิด

    วิญญาณ รับรู้ ธรรมารมณ์ เกิดปรุงแต่งเป็น พอใจ ไม่พอใจ

    พอใจ ไม่พอใจ เกิด ภพชาติก็เกิด..

    อารมณ์เกิดเมื่อไหร่ ภพ ชาติ เกิดเมื่อนั้น..

    ปล. อธิบายคร่าวๆ สั้นๆ ไม่เวิ่นเว้อ ไม่เฝือ สายเกิด เป็นอย่างนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 มกราคม 2020
  7. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    ธรรมารมณ์เกิดที่ขึ้นที่อายตนะ
    จิตเป็นตัวรับรู้ธรรมารมณ์
    ตัวสติที่เป็นตัวรู้ หรือสติรู้ เป็นผู้เห็น

    จิตหรือวิญญาณขันธ์ ที่เป็นผู้รู้ หลงไปตามอายตนะที่รับรู้ จึงเกิดเป็นธรรมารมณ์

    ตรงที่แยกออกจากกันนี่แหละ มันไม่ได้ตลอดไป เพราะส่วนใหญ่จะหลงไปซะมากกว่าค่ะ

    ก็ต้องฝึกนะค่ะ
     
  8. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ขออนุญาต อธิบาย แจกแจง สั้นๆ พอเข้าใจ

    อาจไม่ตรงตามพระสูตร แต่ เจตนา เพียง ให้เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย เท่านั้น..

    ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย นักธรรม ทุกท่าน ไว้ ณ. ที่นี้
     
  9. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ท่านแยกรูปนาม ยังไม่เป็นเลย..

    ต้องฝึก แยก รูป นาม ให้ชำนาญ ก่อน..
     
  10. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    รู้ซื่อๆ..
     
  11. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ถ้าชอบเรื่อง ไม่ใช่ทางหลุดพ้น ก็เอา!!! จะบอกให้รู้..

    เมื่อไหร่ที่จิตจักรวาลดวงใหญ่ กระเพื่อม รุนแรง เมื่อนั้นแหละ โลก เกิดการสั่นไหวใต้พิภพ

    โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างเร่งด่วน รุนแรง ด้วย อำนาจ แห่ง จิตจักรวาล ดวงใหญ่..



    ปล.1 คงเป็นที่พอใจ ท่านนะ

    ปล.2 สอนไม่จำ ทางหลุดพ้น ไม่ต้องการ สอนมาเป็นปีละ..
     
  12. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    มัวมา งมโข่ง อยู่กับโลก เดี๋ยวจะปล่อยให้เป็นผีเฝ้าโลก สักร้อยชาติ ถึงจะเห็น "ทุกขสัจจ"..

    คนมาแนะนำ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ มัวไปวิ่งตามโลกอยู่ได้ ไร้ประโยชน์..
     
  13. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    ค่ะ ถ้างั้นลองฟังคำเหล่านี้ดูนะคะ

    การหมุนธรรมจักรที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เป็นเช่นไร

    เมื่อมนุษย์สัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งใดก็ตาม ด้วยกลไกอายตนะทั้ง 5 มันจะถ่ายทอดข้อมูลการสัมผัสรู้ดูเห็นนั้นไปยัง "ตาที่สาม" ซึ่งเป็นดวงตาที่ทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณที่เร้นอยู่ข้างในอีกทอดหนึ่ง

    ตรงตาที่สามนี้เอง เมื่อได้รับข้อมูลผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น หรือสัมผัสกายจะเกิดการสั่นสะเทือนเป็น การรับรู้ ขึ้น เพื่อให้ได้คำตอบว่า....

    สิ่งที่รับรู้อยู่นั้น คือ อะไร

    ลำพังแค่เพียงเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้กลิ่นด้วยจมูก รับรสด้วยลิ้น หรือสัมผัสผิวกาย มนุษย์ไม่สามารถบอกได้เลยว่าอะไรเป็นอะไร แต่ที่สามารถบอกได้เพราะอาศัยคุณสมบัติของตาที่สามตรงต่อมไพนีล ซึ่งมนุษย์เรียกว่า "จิตหยาบ" นี่เอง

    และจิตหยาบ นั่นก็คือ วิญญาณขันธ์ ของพระพุทธศาสนาค่ะ

    มนุษย์จะต้องรู้ว่า ตนเองก็คือ จิตหยาบ หรือ จิตมนุษย์ ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการแทนจิตวิญญาณ ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้มาเกิดเป็นคนสองมิติ

    ตนจึงมิใช่มีหน้าที่มาเกิดเป็นมนุษย์ แต่ตนเองจะต้องเป็นได้แค่เพียง "ตัวแทนของแก่นแท้" จะแสดงบทบาทใด ๆ ไปตามความต้องการทางอารมณ์รู้สึกนึกคิดของจิตมนุษย์ เสมือนหนึ่งกระทำตนเป็นเจ้าของบ้านเสียเองโดยไม่ใส่ใจความต้องการทางจิตวิญญาณผู้เป็นเจ้าของนั้นไม่ได้

    หน้าที่ของมนุษย์ทุกคนก็คือ ต้องไม่คิดรู้สึกด้วย จิต และสติปัญญาของมนุษย์

    แต่มนุษย์จะต้องคิดรู้สึกด้วย จิต และ ปัญญาญาณ อันเป็นสติปัญญาของจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ให้จงได้ (ปัญญาญาณ) มิเช่นนั้นจะทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณไม่สำเร็จและจะนิพพานไม่ได้

    การหมุนอายตนะทั้ง 6 ซึ่งรวมการนึกคิดของจิตหยาบ หรือ "จิตมนุษย์" (ผู้รู้/วิญญาณขันธ์) ให้เป็นธรรมจักร ก็คือ

    เมื่อจิตหยาบสั่นสะเทือนเป็นการรับรู้ขึ้นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร จิตหยาบจะต้องไม่นำเอาสิ่งที่รับรู้มาปรุงแต่ง หรือจะต้องไม่นำเอาสิ่งรับรู้นั้นมาเป็นเงื่อนไข ในอันที่จะนำจิตตนเองไปสู่การสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ทางอารมณ์รู้สึกต่ำ ๆ ที่เป็นความอยาก - ไม่อยาก ซึ่งมนุษย์เรียกว่ากิเลสตัณหา นั่นเอง

    มนุษย์จะต้องรู้ว่า ในสภาวะที่จิตสั่นสะเทือนเป็นปกติในยามปกติ คือ จิตมีความสุขและสงบ นั้น เป็นคลื่นความถี่ทางอารมณ์รู้สึกด้านบวกสูงสุดกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

    เมื่อมนุษย์ต้องวางเฉยต่อสิ่งใดเรื่องใดที่ตนรับรู้มันอยู่ในขณะนั้นให้จงได้ ซึ่งหมายถึง การวางจิตเป็นอุเบกขา คือ รับรู้แต่ไม่รับเอาแต่อย่างใด ก็เพื่อค้ำจุนคลื่นความถี่ทางอารมณ์รู้สึกด้านบวกสูงสุดอันเป็นภาวะปกติในการสั่นสะเทือนตามธรรมชาติของจิตตนเอาไว้มิให้ลดทอนลงเพราะถูกรบกวนให้จงได้

    มนุษย์ต้องใช้เครื่องมือชิ้นหนึ่ง เพื่อค้ำจุนสภาวะจิตตนเองมิให้ถูกรบกวนด้วยเงื่อนไขสิ่งเร้าทั้งหลาย จนทำให้สภาวะจิตเสียสมดุลไปจากเดิมได้โดยง่าย นั้นคือ การเป็นผู้มีสติ ที่มั่นคง

    เพราะ "สติ" คือ เครื่องค้ำจุนสภาวะจิตของมนุษย์ที่แท้จริง

    มนุษย์จะต้องรู้ว่า การวางจิตตนเองเป็นอุเบกขาเช่นนี้ ก็เพื่อที่จะหมุนกงล้อธรรมชาติ หรือ ธรรมจักรของตนให้หมุนวนรุดหน้าเข้าสู่จุดศูนย์กลางกันต่อไปโดยมิให้เกิดการสะดุดหรือหยุดลงเสียกลางคันนั่นเอง

    นั่นแหละค่ะความแตกต่างระหว่างผู้รู้ (วิญญาณขันธ์) กับ ตัวรู้ (สติรู้)

    ผู้รับรู้/วิญญาณขันธ์ ก็คือสติปัญญาของมนุษย์ ที่มีการนึกคิดของจิตโดยอัตโนมัติ นะค่ะ

    สติ ที่เป็นตัวรู้ จึงเป็นตัวค้ำจุนจิตให้อยู่สภาวะอุเบกขา เพื่อที่จะเข้าถึงปัญญาญาณ

    การหมุนธรรมจักร ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ก็เป็นแนวทางแบบนี้นะค่ะ มรรคแปด สัมมาทิฐิ กับสัมมาดำริ จะเกิดขึ้นได้ก็สติและสมาธิ เพื่อให้เกิดความสุขสงบ เพื่อที่จะเกิดปัญญา และนำพาให้เกิดการกระทำที่ถูกต้องดีงาม โดยมีสัมมาวายาโม (ความเพียรชอบ) เป็นผู้ตรวจสอบขัดเกลาการใช้มรรคค่ะ

    ดังนั้นผู้รับรู้ และตัวรู้ จึงมีลักษณะเป็นอย่างนี้นะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มกราคม 2020
  14. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    หาผู้สอนอยู่ค่ะ เล็งท่านธรรม-ชาติ ไว้ แต่ท่านคงไม่รับ สอนยากค่ะ
     
  15. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ขออนุญาต สนทนาธรรม กับท่าน จขกท. แต่เพียง เท่านี้..

    ต่อไปก็คุยเรื่องภัยพิบัติ ตามเดิมนั้นแหละ..
     
  16. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    นั่นนะซิคะ และก็เป็นเวลาที่จิตยิ้มต้องเดินทางไปอยู่ ใกล้ทะเลสมุทรปราการด้วย จะถึงเวลาแล้วหรือคะ ไม่ค่อยเป็นเป็นค่อยไปหรือคะ
     
  17. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    ถ้าจะค่อยๆปรับเปลี่ยน..

    อย่าทำให้จิตจักรวาลดวงใหญ่ ยั๊ว!!! เป็นใช้ได้..
     
  18. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,149
    ค่าพลัง:
    +3,026
    เมื่อสงครามโลกไม่มาตามนัด แถมซ้ำ ทรัมป์ถามหาสันติภาพ

    https://www.posttoday.com/world/611591

    อาจเป็นไปดั่งที่ท่านคนเมืองน้ำดำกล่าวไว้ก็ได้ค่ะ

    ช่วงที่เกิดการโจมตี และการรวมกลุ่มของประชาชนที่แสดงท่าทีโกรธแค้นโต้ตอบเอาคืน ทำให้พลังลบเพิ่มขึ้นทำให้หนักโลก และพลังงานของโลกลดลง โลกจึงสัดส่ายหรือกวัดแกว่ง อาจมีผลจากพลังงานที่ส่งเข้ามา หรือโลกมีการตอบรับและปรับระดับพลังงานก็ได้นะค่ะ

    ผลจากที่โลกกวัดแกว่ง หรือเสียสมดุลมาก มนุษย์จะมีความทุกข์ยากจากภัยธรรมชาติ อยู่ย่างลำบากเดือดร้อน โดยเฉพาะปีนี้ภัยแล้ง เรื่องการขาดแคลนน้ำจะรุนแรงมาก

    ส่วนเรื่องกรณี...ไม่มีภัยสงครามใหญ่เกิดขึ้น หายนะครั้งใหญ่ก็คงยังไม่เกิด แต่มนุษย์จะได้รับทุกข์ภัยยากลำบากแทน ทั้งการดำรงชีพ และภัยจากจิตใจคน พร้อมทั้งมีการยกระดับจิตใจ และปรับสมดุลพลังงานโลกไปพร้อมกันด้วย

    มนุษย์จะเผชิญภัยวิบากกรรม คือ เจ้ากรรม-นายเวร และภัยจากการตายก่อนวัยจากเหตุต่าง ๆ

    และถ้าไม่อยากจะทุกข์ยากเข็ญ ถ้ามนุษย์พร้อมใจกันยกระดับพลังงานจากจิตใจมนุษย์ร่วมกัน กายภาพของโลกก็จะเปลี่ยนไปตามพลังงานที่สูงขึ้น โลกจะสวยงามมากขึ้นตามพลังงานของโลกไปเองค่ะ
     
  19. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162
    เสร็จงาน เสร็จหน้าที่ ไม่รู้ ท่านจะได้อยู่ เจอ ธรรมิกราช หรือเปล่านะ

    สอนไม่จำ ขนาดนี้ ไม่รู้จะไปต่อไหวรึเปล่า..
     
  20. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +162

แชร์หน้านี้

Loading...