เตรียมตัวให้พร้อม...มันกำลังมา! แจ้งข่าวสารการชำระโลก

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย jityim, 23 เมษายน 2018.

  1. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    หากติดตามสถานะการณ์โลก นอกจากโลกจะร้อนระอุไปด้วยสภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ และสถานการณ์ที่ร้อนระอุจากสถานการณ์สู้รบระหว่างประเทศ และการแบ่งแยกเผ่าพันธ์ในชนชาติเดียวกัน

    หลายคนที่เคยขลาดกลัวและสั่นไหวไปกับ คำพยากรณ์ต่าง ๆ ในเรื่องสงครามโลกครั้งที่สามและวันโลกาพินาศจากการกระทำด้วยน้ำมือมนุษย์ กลุ่มที่มีจิตสำนึกผิดพลาดหรือบางรายที่หวั่นไหวไปกับเรื่องภัยธรรมชาติ ถึงขนาดทำให้โลกใบนี้ขาดความะหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยคาดเดากันว่าน่าจะเกิดขึ้นในปีต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น มนุษย์สามารถได้รับคำตอบด้วยตนเองแล้วว่า ภัยจากสงครามโลกครั้งที่สามอย่างที่ขลาดกลัวนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นตามคำทำนายใด ๆ และแน่นอนว่าวิกฤตรุนแรงจากภัยธรรมชาติ ที่เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งยังมาไม่ถึงนั้น มันจะไม่มีวันทำให้โลกแตกดับได้เช่นเดียวกัน

    มนุษย์ต้องรู้ว่าโลกยังมีความเหมาะสม และอายุขัยของดาวเคราะห์โลกแท้จริง ก็ยังไม่สิ้นสุด จักรวาลโดยรูปธรรมชั้นสูงผู้ดูแลห้องเรียนนี้อย่างดี ไม่มีวันปล่อยให้ดาวเคราะห์โลกขาดความเหมาะสมหรือดับสลายไปง่าย ๆ แน่นอน ไม่ว่าจะเกิดจากฝือมือมนุษย์ที่มีจิตใจชั่วร้าย หรือเกิดจากการกระทำใด ๆ ของจักรวาลเองก็ตาม การกระทำทางเทคนิคเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมจึงเกิดขึ้น ดังที่สื่อมาให้รู้อย่างต่อเนื่อง

    จักรวาลยืนยันว่า สงครามอันเลวร้ายที่จะล้างเผ่าพันธ์มนุษย์และทำลายโลก มันจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกต่อไปแล้ว

    ภัยธรรมชาติที่จะทำให้โลกแตกดับ มันไม่มีโอกาสเกิดขึ้นดั่งคำทำนายของใครอีกเช่นกัน


    เมื่อแทบทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยกลไกทางเทคนิคระดับสูงแล้ว ภารกิจเพื่อการชำระระบบโลก จึงเกิดขึ้นซึ่งทุกอย่างมันเริ่มแสดงตัวออกมาผ่านปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ทั้งที่เป็นเคราะห์ภัยและไม่ใช่ และผ่านการกระทำทางจิตสำนึกมนุษย์ที่บกพร่องทั่วโลก มนุษย์สามารถสัมผัสรับรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านข่าวสารทางสื่อต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์ตรงมาแล้วทั้งสิ้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญและไม่ใช่เรื่องธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นในระบบโลกอย่างเป็นปกติอย่างการคิดแบบจิตมนุษย์เลย

    เวลาเพื่อนับการถอยหลัง ในการชำระโลกอย่างขึงขังและจริงจัง ความถี่และความรุนแรงในสถานที่เป้าหมายในแต่ละทวีป มันจะสร้างปรากฎการณ์ที่เป็นเงื่อนไขแห่งความกลัวสำหรับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้แน่นอน การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศที่มนุษย์จะรับรู้ได้ด้วยตนเอง

    รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานที่สูงขึ้นของดาวเคราะห์โลก ที่มนุษย์ไม่อาจรับรู้ได้ คือ ปรากฎการณ์หรือมายาซึ่งผลลัพธ์จากการกระทำทางเทคนิคของจักรวาลทั้งสิ้น และแน่นอนว่าจิตวิญญาณที่เร้นอยู่ในรูปธรรมมนุษย์จำนวนหนึ่งซึ่งขาดความเหมาะสมในการดำรงอยู่จากผลกรรมที่รุนแรงที่พวกเขาก่อไว้ ย่อมต้องถูกชำระไปพร้อมกับจิตวิญญาณอีกกลุ่มหนึ่งที่บังเอิญเข้าไปอยู่อาศัยในผืนแผ่นดินตรงจุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนพอดี โดยที่จิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ของพวกเขาไม่อาจล่วงรู้ได้

    พวกเขาคือผู้นำในการทำลายกฎเกณฑ์ทางกายภาพของสากลจักรวาลอันเป็นกรรมอันร้ายแรงยิ่ง พวกเขาพากันพยายามเอาชนะธรรมชาติทำลายระบบนิเวศน์ของโลก ทำลายความสมดุลและความเป็นหนึ่งเดียวกันในสังคมมนุษย์โลก แสวงหาความมีอำนาจเหนือมากกว่าแสวงหาพลังในอำนาจในการรู้แจ้ง ขาดจิตสำนึกที่ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความรัก ที่จะยึดเหนี่ยวเป็นสิ่งเดียวกันไว้ อันเป็นคุณสมบัติหลักของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ภายในจิตใจมีเพียงวัตถุกับอำนาจเหนือเพื่อคอยบงการจิตวิญญาณของมนุษย์ส่วนใหญ่ให้หลงไหลไปกับมัน จนพากันละทิ้งแก่นสัจธรรมของพระศาสดา
    พาเผ่าพันธ์มนุษย์เข้าสู่กลียุค เข้าไปเรื่อย ๆ จนมองหาข้อยุติไม่ได้ ด้วยการพยายามที่จะสร้างตนเองสู่ความยิ่งใหญ่ ด้วยสิ่งใหม่ที่ตนสร้างขึ้นมาแลกกับการทำลายสรรพสิ่งอื่น ๆ ที่มีอยู่ในระบบโลกให้เสียสมดุลไป ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติหรือทรัพยากรมนุษย์ก็ตาม ซึ่งเป็นการทำลายความสมดุลของจักรวาลไปพร้อมกันด้วย

    จิตวิญญาณของผู้สร้างจึงต้องได้รับโทษสถานหนัก ขณะที่จิตวิญญาณของผู้ตามที่มัวเมาก็ย่อมได้รับผลกรรมตามสัดส่วนพลังกรรมที่กระทำขึ้น ซึ่งไม่มีรายใดที่จะรอดพ้นไปจากกฎแห่งกรรมเพื่อการชำระระบบโลกครั้งสำคัญนี้ไปได้


    ข่าวสารนี้เป็นการแจ้งให้รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น! กับมนุษย์และโลก มนุษย์ต้องเผชิญกับอะไร? และมนุษย์ต้องทำอย่างไร? เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องสนใจและตรงกับสถานการณ์โลกขณะนี้ค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2018
  2. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ข่าวสารที่แจ้งให้รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับโลกและมนุษย์ และต้องเผชิญกับอะไร ข้อมูลข่าวสารทั้งภาคแรก และภาคต่อนี้พอที่จะทำให้มองภาพออกได้เมื่อเราเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้น

    การสั่นสะเทือนจิตสำนึกด้านบวก ค่าการสั่นสะเทือนที่แต่ละคนปลดปล่อยออกมาสู่สนามแม่เหล็กโลกภายนอกร่างกาย มันจะมีพลังอำนาจมหาศาลที่มนุษย์คาดไม่ถึงเลยทีเดียว อาจเกิดขึ้นดั่งกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้

    ๑.ปฏิบัติสมาธิด้วยสมองซีกขวา เพื่อสร้างปัญญาในการคิดรู้(พิจารณา) โดยสามารถหยุดยั้งกระบวนการทางอารมณ์ใด ๆ ในกระบวนการสมองซีกซ้ายเอาไว้ได้อย่างยาวนาน การปฏิบัติที่สำคัญคือ

    หยุดยั้งกระบวนการทางอารมณ์และการนึกคิดขาดสติละวางจากตัวตนจากการรับรู้ใด ๆ ที่เกิดขึ้น ปล่อยวางมายาต่าง ๆ เหล่านั้น โดยไม่นำมันมาเป็นอุบายเพียงเพื่อทำให้จิตนิ่งอย่างที่มนุษย์มากรายหลงผิด หรือนำมันมาเป็นตัวตนสำหรับจิตใช้ยึดเหนี่ยว ซึ่งในที่สุดของตนมันจะปรุงแต่งมายานั้นให้มนุษย์หลงใหลเลยเถิดไปกับมัน จนทำให้สมองซีกซ้ายเข้ามามีอำนาจเหนือในสภาวะสมาธิแตกโดยไม่รู้ตัว อารมณ์รายวันใด ๆ ที่มนุษย์คุ้นเคยล้วนเกิดจากกระทำสมองซีกซ้ายทั้งสิ้น ส่วนใหญ่มนุษย์เรียกว่า กรรมด้านลบ ที่ไม่เกื้อกูลต่อการสนับสนุนพลังงานแก่โลกเลย

    ๒.การแผ่เมตตา การปลดปล่อยพลังงานความรัก ความอดทน อดกลั้น ต่อผู้อื่นที่กระทำไม่ถูกต้องต่อตนเอง ต่อผู้อื่นที่กำลังได้รับทุกข์เข็ญลำเค็ญ ต่อผู้ด้อยกว่าในทันทีที่เผชิญ เป็นความรู้สึกจากจิตสำนึกจริง ๆ ไม่ใช่แสแสร้ง

    ๓.การบรรลุถึงความจริงด้วยการสำเหนียกรู้ถึงการกระทำไม่ถูกต้องของตนเองต่อสรรพสิ่งใด ๆ จนแม้แต่ตัวเองพร้อมต่อการขออภัยและยอมรับมันด้วยจิตสำนึก ในทันทีที่สำเหนียกรู้ให้ได้ โดยไม่ดื้อรั้น ถือทิฐิ และโดยไม่ต้องมีใครชี้นำ แต่เป็นการเกิดสติด้วยตนเอง ด้วยอำนาจการหยั่งรู้ระดับต้น แล้วพร้อมที่จะแก้ไขปรับเปลียนทัศนคติและความรู้สึกนึกคิดของตนทันทีนั้น

    ๔.การค้นพบความปิติสุขภายในจิตใจตน แล้วรักษามันไว้ให้ยาวนานโดยไม่ยอมให้สิ่งเร้าใด ๆ มายื้อแย่งมันไปได้ ไมว่าจะเกิดการมองโลกในแง่บวกเชิงสร้างสรรค์ หรือวิธีเลียนแบบเด็ก ๆ ด้วยการนำความเอาเป็นเด็กในตนเองออกมาก็ตาม

    ๕.รู้สึกเพลิดเพลินกับผลการกระทำที่ดีงามของตนเองต่อมนุษย์คนอื่น ๆ และทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปโดยไม่หวังอะไรตอบแทนจากพวกเขา มีเพียงความพอใจที่ได้กระทำมันเท่านั้น พลังอำนาจสูงสุดของกระบวนการนี้ ตามนัยก็คือ การแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทั้งพ่อแม่ และบุคคลอื่น ๆ

    ๖.การรักษาศีลเพื่อเพาะบ่มจิตใจให้สงบงัน ด้วยการละเว้นการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อผู้อื่นและสรรพสิ่ง ในอันที่จะก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนทางกายและจิตใจด้านลบ ก่ออารมณ์ด้านลบให้เกิดขึ้นมา แล้วปฏิบัติธรรมอันดีงามต่อผู้อื่นที่ทำให้ร่างกายและจิตใจสั่นสะเทือนด้านบวกขึ้นมาให้ได้

    ๗.การปฏิบัติสมาธิเพื่อการคิดรู้ จนเกิดการหยั่งรู้ในระดับใดระดับหนึ่ง จนเกิดการหยั่งรู้สูงสุดที่เรียกว่า การหลุดพ้นทางกายและจิตใจ ทำตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมดุลอย่างแท้จริงให้ได้

    ๘.เข้าถึงความดีงามทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ภายในจิตใจตนเอง ด้วยการนำเอาออกมาแสดงให้ปรากฎต่อเพื่อนมนุษย์และทุกสรรพสิ่ง

    ถ้ามนุษย์สามารถเข้าถึง 8 ประการนั้นได้ พลังอำนาจจากแรงสั่นสะเทือนทางจิตสำนึก จะเป็นประโยชน์ทางด้านพลังงานต่อดาวเคราะห์โลกอย่างยิ่ง ซึ่งสนามแม่เหล็กโลกได้เชื่อมโยงโครงข่ายไว้คอยรองรับเอาจากจิตสำนึกมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว

    สิ่งที่เราได้จากแปดประการนี้ทำให้เราพอมองภาพออกมา อย่างน้อยที่เราได้คือ การมอบความสุขให้กับตัวเราเอง เมื่อใดความสุขเกิดขึ้นจากเรา เราก็พร้อมจะมอบความสุขให้คนอื่นได้เสมอ เพราะจิตที่ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะรู้ตัวทุกท่วงท่าทุกอริยาบถเคลื่อนไหว ด้วยใจนิ่งสงบเราจะรู้ได้ว่าความสุขเกิดขึ้นแล้วแก่เรา เราสุขโดยไม่ต้องมีอามิสใดเป็นเครื่อล่อ และเราพร้อมจะมอบให้คนอื่นได้เสมอ พลังงานที่ดี ๆ ในตัวเราก็อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกดีไปกับเราด้วยโดยทีเราไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่อยู่เฉย ๆ เราก็สามารถมอบความสุขให้คนอื่นได้ ด้วยความสุขสงบนิ่งของเราพลอยอยากให้คนอื่นรู้สึกสุขสงบตาม ทั้ง ๆ ที่เขากำลังฟุ้งซ่านอยู่แท้ ๆ เลยอยากทำให้คนอื่นรู้สึกอยู่ใกล้แล้วสบายตา สบายใจ และเป็นการลดการเกี่ยวคล้องกรรมกับผู้อื่นได้ในปัจจุบันที่มีผลในอนาคตค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2018
  3. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ตรงใจกลางดาวเคราะห์โลก จะมีธาตุออกซิเจนเหลวเข้มข้นคล้ายตังเมที่มีความเขียวใสบริสุทธิ์ 100 % ติดตั้งเอาไว้ภายใน โดยที่อะตอมของธาตุออกซิเจนดังกล่าวนี้จะมีอนุภาคประจุไฟฟ้าลบเป็นคุณสมบัติ ซึ่งจะมีความว่องไวในการปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคประจุไฟฟ้าบวกเป็นอย่างยิ่ง

    ดังนั้น เมื่อคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าด้านแม่เหล็กด้านบวก อันเป็นผลผลิตทางพลังงานรวมของจิตสำนึกมนุษย์ แทรกซึมส่งผ่านลึกลงไปยังใจกลางโลกได้แล้วอนุภาคประจุไฟฟ้าบวกจากคลื่นพลังงานของจิตมนุษย์ก็จะทำปฏิกิริยาทางไฟฟ้านิวเคลียร์กับอะตอมออกซิเจนที่มีคุณสมบัติด้านลบทันที

    มนุษย์ควรเรียกปฏิกิริยาทางไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ว่า

    นิวเคลียร์ฟิชชั่น (Nuclear Fission)

    ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น คือ ปฏิกริยาที่ก่อให้เกิดการระเบิดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ของอะตอมธาตุออกซิเจนภายในใจกลางโลก จากการกระทำของอนุภาคประจุบวกจากพลังงานของจิตมวลมนุษย์ จนก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ

    ๑.เกิดการบิดตัวของก้อนออกซิเจนเหลวที่เข้มข้นที่เหนียวหนืดคล้ายตังเมในใจกลางโลก อันเป็นที่มาของ การเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องของดาวเคราะห์โลก จนถึงทุกวันนี้

    ๒.เกิดก๊าซออกซิเจน อันเกิดจากการแตกตัวของอะตอมออกซิเจนหลังเกิดปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น แล้วแทรกซึมขึ้นมาสู่ผิวโลก ให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ใช้เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต

    ๓.เกิดคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็ก ที่เหวี่ยงหมุนออกมาจากใจกลางโลกอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลผลิตจากการระเบิดใหญ่เช่นเดียวกัน จนก่อให้เกิด ระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็ก ห่อหุ้มดาวเคราะห์โลกทั้งระบบเอาไว้ และจากการเหวี่ยงหมุนของคลื่นแม่เหล็กโลกดังกล่าวนั้นยังก่อให้เกิด แนวแกนแม่เหล็กโลก ขึ้นอีกต่างหากด้วย

    ๔.เกิดความร้อนขึ้นภายในใจกลางโลก ซึ่งช่วยให้ทุกสรรพสิ่งบนพื้นโลกในยามราตรีที่ไร้ความร้อนและแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ มีความอบอุ่นขึ้น ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข


    ให้นึกถึงพระแก้วมรกตค่ะ สีเขียวมรกตที่เป็นสัญญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าพระสมณโคดมองค์ที่ 4 แห่งภัทรกัปล์นี้ค่เปรียบเหมือนเป็นสัญญลักษณ์อันบริสุทธิ์และสีเดียวกันเลย น่าจะมีนัยยะบ่งบอกอะไรได้ด้วยค่ะ

    และ เคยได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติกระทู้หนึ่งในห้องนี้แหละค่ะ ที่เคยกล่าวถึงตำนานเกี่ยวกับภัยพิบัติมีความเกี่ยวข้องพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาล กับตำนานแก้วกลางเตาเผาด้วย ก็เลยเชื่อมโยงไปเกี่ยวกับธาตุออกซิเจนใจกลางโลกได้พอดีเลยค่ะ


    ใครเคยเห็นภาพนี้ไหมค่ะ ทายซิว่าคืออะไร?


    ocu7mno4ezfn74USAvi-o.jpg

    นี่แหละค่ะ สถานที่หนึ่งในเอธิโอเปีย ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "นรกบนดิน" และสถานที่นี้คือ เป็นมรดกโลก UNESCO หนึ่งในสถานที่นั้น คือ ภูเขาไฟ Erta Ale

    ติดตามอ่านได้ที่ link ด้านล่างค่ะ น่าสนใจมากกก

    https://pantip.com/topic/35555611
     
  4. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    วันนี้อยากมีสิ่งดีดีมาฝากกันค่ะเกี่ยวกับเรื่องการสนทนา ขณะที่ทำการสนทนาอยู่ ถ้าเรากำหนดรู้เราจะเห็นอะไรบางอย่างในการสนทนา จะเรียกว่า "กำหนดรู้" ก็ไม่เชิงถูกต้องนักค่ะ เพราะ...

    ๑.ขณะที่เราสนทนาเราสักแต่อยากพูดออกไป โดยที่เราไม่ได้กลับมารู้ตัวเลย การพูดของเราจะไหลลื่นค่ะ แต่ถ้าย้อนระลึกกลับมาดูเป็นการไหลลื่นแบบไร้สาระเสียมากกว่า เพราะเราจะพูดด้วยความอยาก หากอยากดีก็พอดูได้หน่อยค่ะ แต่ถ้าอยากแบบไม่ดี คำแต่ละคำที่ออกมาช่างเป็นคำพูดที่ไร้สาระและไร้พลังมาก ๆ เลย

    ๒.ขณะที่เราพูดอยู่กลับมาเพ่งตนเอง เราและคู่สนทนาจะรู้สึกอึดอัดค่ะ คือ มารู้สึกตัวแต่เป็นแบบเพ่ง มันจะเกิดอาการแข็งค่ะ และมีลักษณะการสนทนาแบบปิด จะมีอาการฝืน สนทนาจะสะดุดและไม่ราบรื่น

    ๓.ขณะที่เราสนทนาแล้วไร้สติ พลังคำพูดของเราจะอ่อนแรง เหมือนสายลมที่พัดกระจัดกระจาย ไร้พลังคำพูดที่ออกมาไม่สามารถเข้าถึงใจคู่สนทนาได้ ทำให้คำพูดไม่จับจิตจับใจ คู่สนทนาไม่อยากฟังหรือไม่อยากสนทนาด้วย

    ๔.ขณะที่เราพูดสนทนาหากมีพลังแห่งความสุขร่วมด้วย ในขณะที่กำลังสนทนา หรือ เรารับได้ว่าคู่สนทนามีสุขจนการพูดหรือรับฟังในสิ่งที่เราพูด พลังความสุขที่เราส่งออกไปและรับได้จากคู่สนทนา ทำให้เราอยากอยู่ตรงนั้นนาน ๆ อยากพูดสนทนาด้วย หรือแม้ไม่สนทนาก็อยากอยู่ เพราะเรารับรู้ได้ถึงพลังงานนั้น ใคร ๆ ก็ปราถนา

    ๕.ขณะที่เราสนทนาด้วยสติสัมปชัญญะ คำพูดในการสนทนาจะไหลลื่นมาอย่างไม่ขาดสาย และเป็นคำพูดที่เป็นคำพูดที่คู่สนทนาทั้งคู่ฟังแล้วเกิดปัญญาร่วมกัน พร้อมเป็นคำพูดพร้อมด้วยสติรู้ในความหมายของแต่ละคำ

    ภาษาจิตของมนุษย์ คือ ภาษาพูดค่ะ การสื่อสารที่ทรงพลังจะมีประสิทธิภาพทำให้เราประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องการงาน แม้แต่ในสังคมก็สามารถทำให้เป็นหนึ่งเดียวกันเกิดความรักและความสามัคคีกันก็ล้วนด้วยภาษาแห่งจิตนี้ ถ้าเคยทำผิดศีลสัจจะ ศีลข้อ 4 ไว้มากจะเป็นตัวทำลายในเรื่องนี้เป็นอย่างดี หากใครปราถนาจะประสบความสำเร็จในเรื่องแบบนี้ การพูดให้เกิดความสามัคคีปรองดอง และการทำให้ผู้อื่นเกิดเห็นตามความเป็นจริงช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จในสิ่งนี้ได้อย่างสวยงาม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2018
  5. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    161
    ค่าพลัง:
    +2,274
    คุณจิตยิ้มมาคุยกับ ไร้กรอบได้นะ แต่สาระหามีไม่ :D:D:D
     
  6. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ถ้าคุยกับท่านไร้กรอบคงต้องเป็นเรื่องมนุษย์ต่างดาวน่าจะดีเหมือนกันนะค่ะ

    สิ่งศักดิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าอยากรู้ว่าดาวดวงใดก็ตามในจักรวาลอันไพศาลนี้ ถ้ารูปธรรมของสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ ดาวดวงนั้นจะต้องมีระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กห่อหุ้มดวงดาวนั้นเสมอ

    ดาวแต่ละดวงที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ จึงถูกกำหนดให้มีค่าความเข้มข้นสนามแม่เหล็ก (หน่วยเป็นเก้าส์) ไม่เท่ากัน เพื่อแบ่งแยกความต่างเผ่าต่างดาวแต่ละดวงเอาไว้ และจะได้ป้องกันการรุกรานระหว่างเผ่าดาวได้อีกด้วย ถ้าหากจิตสำนึกของเผ่าใดเผ่าหนึ่งบกพร่อง

    ถ้าดาวดวงใดมีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มเอาไว้เป็นระบบโครงข่ายที่แข็งแกร่ง สมบูรณ์ และสมดุล โดยมีระดับค่าความสูงของระบบโครงข่ายคงที่แล้ว ตอบได้เลยว่า ดาวดวงนั้นจะต้องมีสิ่งชีวิตชั้นสูงดำรงอยู่จำนวนมาก หรือถ้าไม่มาก สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต้องมีจิตสำนึกที่สูงส่งอย่างแน่นอน แต่ถ้าดาวดวงใด มีค่าความเข้มสนามแม่เหล็กของดาวต่ำ ๆ แสดงว่า ดาวดวงนั้นเป็นดาวที่กำลังมีสิ่งชีวิตอุบัติขึ้น หรือ กำลังจะถูกยกเลิกการมีสิ่งมีชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน

    เพราะรูปธรรมที่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแบบใด ถ้าดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องอาศัยอำนาจแม่เหล็กดาวดวงนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก เนื่องจากเซลล์อวัยวะทุก ๆ รูปธรรมสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งจักรวาลล้วนถูกกำหนดไปตามพลังงานอำนาจแม่เหล็กของดาวดวงนั้น ให้มันทำหน้าที่ของมันได้ด้วยอาศัยพลังอำนาจแม่เหล็กของดาวที่ตนดำรงอยู่ในระบบเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้มนุษย์ต่างดาวอื่นจึงไม่สามารถมาอาศัยอยู่ได้อย่างถาวร จะมาเฉพาะแค่ชั่วคราวเท่านั้นก็ต้องไป ตอนเด็ก ๆ สงสัยเหมือนกันค่ะว่าทำไม? ในหนังเพื่อนมนุษย์ต่างดาวทำไมต้องจากไปอยู่ร่วมกับมนุษย์ไม่ได้ก็เพราะเหตุนี้ นี่เองค่ะ

    ถ้ามนุษย์ต่างดาวจะเข้ามายังดาวเคราะห์โลกของเราได้ จะต้องหาเส้นสมมุติเส้นแรงสนามแม่เหล็กโลกเส้นใดเส้นหนึ่งให้เจอ

    อย่างกรณีปลายุคพลังงานเก่า คลื่นสนามแม่เหล็กโลก เต้นตัวยกตัวสูงขึ้นจากโลกต่ำมาก นอกจากจิตวิญญาณชั้นสูงจะเข้ามาปฏิสนธิทางวิญญาณเป็นมนุษย์ๆไม่ได้แล้ว รูปธรรมมีชีวิตจากต่างมิติ ทั้งผู้ที่มีพลังงานด้านบวกและลบจะเข้ามาสู่โลกง่ายดายมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

    สิ่งนี้ค่ะ ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กล่าวไว้ในข้อหนึ่งว่า ก่อนจะเข้ายุคพลังงานใหม่ มนุษย์จะพบเห็นมนุษย์ต่างดาวกันมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากว่าสนามแม่เหล็กโลกตกต่ำนั่นเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2018
  7. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    การหยิบยื่นบทเรียนแห่งการกลัวตายให้แก่มวลมนุษย์โลก ด้วยการสร้างเงื่อนไขให้ในรูปของภัยธรรมชาติที่รุนแรง และน่าสะพรึงกลัว ที่จะเกิดขึ้นทั่วทั้งโลก เดี๋ยวเกิดที่นั่น เดี๋ยวเกิดที่นี่ บางทีก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน นานวันภัยธรรมชาติทั้งหลายก็จะเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งนับวันก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนคร่าชีวิตผู้คนแบบตายหมู่ครั้งละมาก ๆ และจะเกิดใกล้ตัวมนุษย์แต่ละคนเข้ามาเรื่อย ๆ โดยมนุษย์เองไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ที่ตรงไหนบนโลกใบนี้บ้าง?

    เป้าหมายคือ จะต้องสั่นสะเทือนจิตสำนึกมนุษย์ให้เกิดความกลัวตายอย่างรุนแรงให้จงได้

    มหันตภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นบทเรียนสุดท้ายของมนุษย์โลก อาจมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

    - อุทกภัยแบบฉับพลัน
    - พายุหมุนรุนแรง
    - แผ่นดินถล่ม ภูเขาทลาย
    - คลื่นยักษ์บริเวณชายฝั่ง
    - แผ่นดินไหวรุนแรง
    - ภูเขาไฟทั้งเก่าและใหม่ระเบิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

    - แผ่นดินหาย เกาะน้อยใหญ่ในทะเลถูกกลบกลืน
    - โรคระบาดพันธ์ใหม่ที่ร้ายแรง ชนิดรักษาไม่ได้ ต้องตายสถานเดียว

    - ภัยร้าย ๆ จากการกระทด้วยจิตไร้สำนึกของนุษย์ด้วยกันเอง


    ความน่ากลัวที่เพิ่มขึ้น

    ๑.ไม่รู้ตัวล่วงหน้า
    ๒.รุนแรงยิ่งกว่าอดีต
    ๓.คิดจะหนีก็หนีไม่พ้น
    ๔.สัตว์โลกและมนุษย์ต้องเผชิญ
    ๕.มหันตภันจะเกิดแม้แผ่นดินที่ไม่เคยเกิด
    ๖.ที่ใดเกิดแล้วมหันตภันก็ยังจะเกิดซ้ำอีก


    บทเรียนแห่งความกลัวตายนี้ จึงเป็นบทเรียนสุดท้ายที่จะช่วยมวลมนุษย์โลกทั้งหลายสมดุลขึ้นมาได้อย่างแท้จริง

    เพราะว่าระบบโครงข่ายทางพลังงานของโลก ถ้ายกตัวขึ้นได้ต่ำกว่าพิกัดสมดุลแล้ว มนุษย์จะใช้ภาษาจิตติดต่อกับรูปธรรมอื่นในจักรวาลได้ยากมากหรือไม่ได้เลย และดาวเคราะห์โลกจะไม่มีสิ่งใดเป็น "รั้ว" หรือ "กำแพง" ที่จะคอยกีดขวางกั้นสิ่งแปลกปลอมจากอวกาศภายนอก ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาพุ่งชนโลกได้เลย เพราะไม่มีรั้วพลังงานที่แข็งแกร่งคอยกีดกั้นทำลาย สรรพสิ่งที่ไม่พึงประสงค์หรือแขกไม่ได้รับเชิญ เช่น อุกาบาต หรือเศษดาวตก ให้มันบุกไหม้หรือแตกระเบิดเป็นชิ้นน้อย ๆ ก่อนที่จะพุ่งชนโลกนั่นเอง

    นี้ก็อาจเป็นหนี่งในเหตุผลหนึ่งของการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ที่มนุษย์ไม่สามารถช่วยเหลือโลกได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือค่ะ เป็นเหตุผลให้พิจารณาว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อนะค่ะ
     
  8. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    161
    ค่าพลัง:
    +2,274

    อยากพบเห็นมนุษย์ต่างดาวเหรอ??? คุณจิตยิ้ม
     
  9. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    นั่งคิดอยู่นานว่าอยากเจอไหม? ไม่รู้ซิค่ะบอกไม่ถูก ถ้าเจอกันได้คงได้แต่นั่งยิ้มอย่างเดียว เพราะยังสื่อภาษาที่สาม ภาษาสากลจักรวาลเป็นปกติเหมือนภาษามนุษย์ยังไม่ได้เลยค่ะ

    ท่านไร้กรอบรู้ไหมค่ะว่า มนุษย์ต่างดาว แตกต่างกับมนุษย์เราอย่างไร?

    มนุษย์ต่างดาวแก่นแท้รูปธรรมทางพล้งงานไม่แตกต่างกันกับมนุษย์เลยค่ะ และมีหน้าที่ต้องยกระดับจิตสำนีก ผ่านบททดสอบชะตากรรมและชะตาชีวิตเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างกันก็ตรง รูปร่างลักษณะ จิตสำนึก และสติปัญญาเท่านั้น ทุกสรรพสิ่งที่มีแก่นแท้รูปธรรมทางพลังงานที่เป็นจิตวิญญาณล้วนต้องนำพาตนเองหลุดพ้นเหมือน ๆ กันค่ะ เราเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธเจ้ามิได้มีพระองค์เดียว ในหนึ่งโลกธาตุจะมีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นหนึ่งองค์ต่อหนึ่งโลกธาตุ เคยอ่านมาค่ะ และเพิ่งรู้ว่าทำไมสิ่งที่เราอาศัยอยู่จึงเรียกว่า "จักรวาล" ตาม link ด้านล่างค่ะ

    https://th.m.wikipedia.org/wiki/โลกธาตุ

    ทีนี้เรามาดูความหมายของสุริยะจักรวาลกันก่อนค่ะ

    คำว่า ระบบสุริยะจักรวาล จะใช้เฉพาะกับระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควรเรียกว่า ระบบสุริยะจักรวาล อย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับคำว่าจักรวาล ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบันระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และดาวบริวาร โลกเป็น ...12 ก.ค. 2559

    อย่างกรณีระบบสุริยะของเรา ถือว่าเป็นจักรวาลขนาดเล็ก และก็คือโลกธาตุขนาดเล็ก จะต้องมีสุริยะแบบที่เราหนึ่งพันระบบสุริยะ จึงถือว่าเป็นหนึ่งกาแล๊กซี่ หรือ หนึ่งจักรวาลขนาดกลาง หรือ เป็นหนึ่งโลกธาตุขนาดกลางนั่นเอง

    ซึ่งอยู่ในกาแล๊กซี่ทางช้างเผือก เปรียบเป็นจักรวาลขนาดกลาง และคือโลกธาตุขนาดกลาง

    และ จะต้องมีกาแล๊กซี่อย่างทางช้างเผือกของเรา หนึ่งพันกาแล๊กซี่ จึงเป็นหนึ่งจักรวาลขนาดใหญ่ หรือ หนึ่งโลกธาตุขนาดใหญ่

    ระบบเอกภพ ก็คือ หนึ่งจักรวาลขนาดใหญ่ (โลกธาตุขนาดใหญ่) นั่นเอง เอกภพจึงเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "จักรวาล" นั่นเอง

    ลองคิดดูซิค่ะว่า เอกภพ/จักรวาล ที่เป็นศูนย์กลางของทั้งหมด จะต้องมีระบบสุริยะแบบเรา แสนโกฎิจักรวาล(1000000000000) คือล้านล้านระบบสุริยะ

    พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้เรื่องจักรวาลพระไตรปิฎกค่ะ

    ทีนี้ ระบบเอกภพ/จักรวาล ที่มีหนึ่งพันโลกธาตุ ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาเกิดนี่เป็นโลกธาตุขนาดไหนค่ะ หนึ่งคือศูนย์รวมทั้งหมดคงไม่ใช่ น่าจะเป็นโลกธาตุที่เป็นหนึ่งพันมากกว่า แต่ถ้าแสนโกฎิจักรวาลคงเป็นไปไม่ได้แน่เลย!! หรืออย่างไรค่ะ

    ลองประมาณดูเล่น ๆ ก็ได้ค่ะ เฉพาะส่วนโลกธาตุที่เราอยู่จะมีรูปธรรมมนุษย์ต่างดาวมากแค่ไหนนะค่ะ

    ในอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ดวงใดก็ตามในระบบสุริยะ ถ้าดาวเคราะห์เหล่านั้น ไม่มีสนามแม่เหล็กที่เกิดจากตัวมันเอง ปกคลุมห่อหุ้มเอาไว้เหมือนดาวเคราะห์โลกของเรา กรดอมิโนเหล่านั้นจะไม่มีวันรวมกันเป็นโปรตีน แล้วพัฒนาตัวเองเป็นรูปธรรมสิ่งมีขีวิตได้เลย พลังอำนาจเหนี่ยวนำของแม่เหล็ก คือพลังงานผู้สร้างโอกาสให้แก่ กรดอมิโนในการจับตัวกันเป็นโปรตีน เพื่อเริ่มต้นสู่การมีชีวิตของรูปธรรมต่าง ๆ ในจักรวาล ถาไม่มีสนามแม่เหล็ก สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต้องตาย ไม่อาจเจริญเติบโตหรือวิวัฒนาการใด ๆ ได้เลย

    ในยุคนิวเอจแห่งทศวรรษนี้ เราจะได้ยินข่าวจากการสื่อสารของพวกเขาบ่อยและถี่ขึ้น ซึ่งยานพาหนะของพวกเขาเรียกว่า จานบิน หรือ ยูเอฟโอ

    จานบินที่มนุษย์เห็นในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ซึ่งมากจากต่างกาแล๊กซี่ และมาจากกาแล๊กซี่ทางช้างเผือกอันเป็นกาแล๊กซี่เดียวกับโลกเรา ถ้ามาจากกาแล๊กซี่เดียวกับโลกเรา มนุษย์จะสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนและถ่ายรูปได้ เพราะลักษณะตัวยานจะมีเหลี่ยมมุมทำให้เกิดเงา และทำจากวัสดุที่เป็นโลหะชนิดหนึ่ง และจานบินของผู้มาเยือนเหล่านี้มี 2 พวกคือ พวกแรกมาจากดาวเคราะห์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง นากรูปธรรมที่มีคุณธรรมสูง ซึ่งเป็นมิตรกับมนุษย์ ส่วนอีกพวก มีจิตสำนึกขั้นต่ำไม่เป็นมิตรกับมนุษย์ หรือมีพลังงานด้านลบต่อโลกและมนุษย์

    images (1).jpeg
    จากภาพ: ฮือฮา!! ภาพจานบินมาปรากฎที่เชียงใหม่


    จานบินอีกชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเปล่งแต่แสงสุกสว่างให้เห็น และอาจมีเสียงให้ได้ยินบ้างในบางโอกาสที่ปรากฎตัว การเคลื่อนที่ไปมาของยานชนิดนี้ไม่อาจบอกทิศทางที่แน่นอนได้ เนื่องจากมนุษย์จะมองเห็นเหมือนแสงสว่างที่อยู่บนท้องฟ้า เพราะจานบินชนิดนี้มิได้อยู่ในกรอบของกาลเวลาในมิติที่ 2 เหมือนโลกมนุษย์ แต่มันอยู่ในกรอบเวลาของจักรวาลที่เป็นเวลาอันแท้จริงของสรรพสิ่ง

    การเห็นจานบินชนิดนี้ ถอยหลัง หรือเดินหน้า ตามความรู้สึกของมนุษย์นั้น ล้วนเป็นภาพลวงตา เป็นภาพหลอนทั้งสิ้น ตามความเป็นจริงแล้ว การเคลื่อนไหวของจานบินเหล่านี้ มิได้เป็นเช่นนั้นเลย ด้วยความแตกต่าวของเวลาทำให้เกิดภาพมายาหรือภาพลวงตา มากมายตลอดทั่วทั้งจักรวาลที่มนุษย์พยายามศึกษาเรียนรู้มันอยู่ บางครั้งมันอาจไม่ใช่จานบินจากดาวเคราะห์เพื่อนบ้านเสมอไป แต่อาจเป็นรูปธรรมที่เล็กละเอียดลงไปกว่าเป็นมนุษย์แบบอื่น ๆ ที่เราไม่รู้จักก็ได้ บางทีสิ่งที่เราเห็นนั้น อาจเป็นกล่องพลังงานซึ่งห่อหุ้มรูปธรรมอย่างหนึ่งไว้ ที่ถูกพกพามาด้วยก็ได้ นั่นเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่สูงกว่ายานแบบอื่น ที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว

    images (2).jpeg


    จากภาพ: แตกตื่นวัตถุลึกลับ! ภาพถ่าย "นาซ่า" ทิ้งปริศนา "จานบิน" หรือ "อุกาบาต"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤษภาคม 2018
  10. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    161
    ค่าพลัง:
    +2,274
    เรียกว่า... จิตยิ้ม... นั่งยิ้มสินะ:rolleyes:
     
  11. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ท่านไร้กรอบ ถ้าเป็นท่านจะหัวเราะหรือว่าร้องให้ดีค่ะสถานะการณ์โลกในวันนี้หล่อแหลมจริง ๆ ในตะวันออกกลาง คือ สงครามกลางเมืองประเทศอิสราเอล ระหว่างชาวยิวและปาเลสไตน์ที่ดูเหมือนเป็นชนวนใหญ่ นี้ยังจะรวมถึงกรณีอิหร่าน ซาอุ และซีเรียอีก ช่างตรงกับคำพุทธทำนายจริง ๆ ค่ะ

    จักรวาลย่อมรู้จริง และมอบความจริงให้แก่มนุษย์เสมอ ด้วยความรัก

    แต่ทว่าสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า "สงครามโลกครั้งที่สาม" จะไม่มีวันเกิดขึ้นในลักษณะของการต่อสู้ทำลายล้างระหว่างประเทศหรือข้ามทวีปเหมือนอดีตอีกต่อไป แต่สงครามที่เกิดขึ้นจะมีสองลักษณะ คือ การทำลายล้างกันภายในชนชาติเดียวกัน หรือไม่ก็สงครามเศรษฐกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วแต่คลั่งวัตถุนิยมเพลิดเพลินเทคโนโลยีชั้นสูง และสงครามแบบที่สองก็คือ สงครามที่เกิดจากการผจญภัยธรรมขาติที่ร้ายแรงของมนุษย์ทั่วทั้งโลก นั่นต่างหาก

    ดั่งคำพุทธทำนาย : ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก

    ถ้าจะดีก็คงจะเป็นการที่โลกก้าวไปสู่ยุคพลังงานใหม่ เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์เปลี่ยนแปลงจิตสำนึกและการมีโอกาสในการบรรลุสัจธรรมมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การจบชีวิตลงของคนส่วนใหญ่แต่อย่างใด เมื่อความเขัมข้นสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนไป จิตสำนึกแบบใหม่และวิถีชีวิตใหม่ของมนุษย์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

    ดั่งคำพุทธทำนาย : พระธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่งก็ต่อเมื่อ มีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ทั้งสองพระองค์สถิตย์ ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตถาคต ให้รุ่งเรืองสืบไปถึง ๕,๐๐๐ พระวัสสา

    ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นแน่ แต่ไม่ใช่วันสิ้นโลก

    ส่วนภาวะภัยธรรมชาตินั้น มนุษย์ทุกคนบนโลกจงเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้จงหนัก การฝึกจิตเพิ่มพลังทางวิญญาณ ด้วยการสวดมนต์ภาวนา และการทำสมาธิเท่านั้น จึงเป็นทางอยู่รอด แม้จักรวาลจะมอบความรักมาให้มวลมนุษย์ล่วงหน้าแล้ว เพื่อลดความรุนแรงลงบ้าง แต่ภาวะทางกายภาพของโลกที่สั่นสะเทือนจนเกิดคลื่นยักษ์มหึมา น้ำท่วมใหญ่แม้ไม่เคยท่วมถึงกลืนเกาะบางเกาะจมหายไป บางประเทศจมหายไป แผ่นดินบางส่วนงอกออกมา ภูเขาไฟระเบิดในประเทศบนทวีปเขตร้อนทั้ง ๆ ที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง ไม่เคยมีวี่แววของภูเขาไฟที่คุกกรุ่นมาก่อนเลย แผ่นดินในโลกตะวันตกจะเคลื่อนตัวแยกออกจากกันเป็นสองซีก เหตุการณ์เหล่านี้จะทะยอยเกิดขึ้นเป็นระยะ เดี๋ยวทวีปโน้น เดี๋ยวทวีปนี้ และบางทีต่างก็เผชิญชะตากรรมพร้อมกัน โรคระบาดน้ำเสีย ขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาดบริโภค ขาดอากาศบริสุทธิ์ ที่ใช้หายใจติตต่อกันหลายวัน ฟ้ามืดเพราะแสงอาทิตย์ส่องลงมาไม่ถีง หลายชีวิตจะต้องพากันสละชีพกับเหตุการณ์วันสุดท้ายในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

    ดั่งคำพุทธทำนาย : ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ จะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ

    ทางออกของมนุษย์ ที่ลดความรุนแรงนี้ได้ ทุกคนจะต้องร่วมมือกันสร้างแรงสั่นสะเทือนที่มีอำนาจด้านบวกแบบรวมหมู่ ตั้งแต่วันที่ได้รับข่าวสารนี้ ยกระดับจิตสำนึกตนเองให้สูงขึ้น ด้วยการส่งผ่านพลังงานความรักที่มีอยู่พร้อมในตนเองของแต่ละคนออกมา เลิกมีจิตใจที่ใฝ่ต่ำ ไกลจากธรรมะ หันมามอบความรักให้แก่เพื่อนร่วมโลก เร่งแสวงหาความสงบสุขในจิตใจตนเองให้โดยเร็ว การปลอดภัยของทุกคนย่อมมีหนทาง ทั้งหมดนั้นคืออาวุธ ที่จะปกป้องตนเองจากสงครามกับภัยธรรมชาติของมนุษย์ครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว ดินแดนที่อุดมด้วยรสพระธรรม ดาษดื่นด้วยผู้มีความสมดุลทางจิตวิญญาณ ดินแดนนั้นย่อมยู่รอด

    ดั่งคำพุทธทำนาย: คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศิล ๕ ประการ เจริญเมตตาภาวนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษรู้จักพอ ไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล


    ภัยธรรมชาติบางอย่าง นับแต่ปี 1992 เป็นต้นมา เช่น การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิตเป็นหมู่คณะ อุบัติเหตุเภทภัยคนจะตายหมู่มากกว่าเดิม การเกิดแผ่นดินไหว การระเบิดของภูเขาไฟ ปรากฎการณ์พื้นผิวโลกเคลื่อนตัว ปรากฏการณ์เอลนินโญ และการทดลองระเบิดปรมาณูที่เกิดขึ้นในบางประเทศเร็ว ๆนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยทั้งสิ้น

    ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือ สถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของผู้นำที่บ้าคลั่งเทคโนโลยี บุคคลเหล่านี้จะพาประเทศตนเองดิ่งลงเหวสู่ความหายนะ มันอาจจะมาเร็วกว่าที่เราคิดก็ไปล้วค่ะ อาจจะเป็น 2 ถึง 3 ปีนี้ก็ได้ คงอาจไม่ใช่ 10หรือ20 หรือ 100หรือ200 ปีข้างหน้าแน่ ก็คงไม่ยากเกินที่จะคาดเดาได้ถ้าตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤษภาคม 2018
  12. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    สาเหตุอันเป็นชนวนเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโลกค่ะ



    นอกจากคำพุทธทำนายแล้ว ยังมีคำพยากรณ์ของนอสตราดามุส ที่จักรวาลฉายให้เห็นภาพเงาของเหตุการณ์ในอนาคตบนผิวน้ำ เพื่อบรรยายเหตุการณ์ในอนาคตโลกเอาไว้มากมาย คำพยากรณ์ในอดีตใด ๆของเขาคือความแม่นยำอย่างแท้จริง เนื่องจากจากจักรวาลได้คัดเลือกเขารับหน้าที่อ่านภาพเงาแห่งอนาคตแล้วถอดความหมายเพื่อเผยแพร่ให้มนุษย์โลกรับรู้ เพื่อช่วยเตือนสติให้เปลี่ยนแปลงความคิดและการตัดสินใจเสียใหม่ เนื่องจากอนาคตของมนุษย์ มันขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์เสมอ ถ้ามนุษย์ต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคต มนุษย์ก็สามารถกระทำได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงการกระทำในปัจจุบันที่ไม่ถูกต้องเสียให้ได้ เหตุการณ์อนาคตที่เลวร้าย มันจะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยตัวมนุษย์เอง

    การทำนายใด ๆ ในอดีตของนอสตราดามุสจึงมีความแม่นยำ แต่เนื่องจากมนุษย์โลกไม่ใส่ใจรับฟังและเกิดสติทางวิญญาณ เพื่อการปรับเปลี่ยนจิตสำนึกของตนเองเลย การกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อกันบนพื้นฐานของอำนาจเหนือมีแต่ความก้าวร้าว ขาดความเป็นหนึ่งเดียวกันในสังคมมนุษย์ กลับดำเนินต่อไปนับวันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การรบราฆ่าฟันกัน การทำลายล้างกัน การกดขี่ข่มเหงกัน จนเกิดศึกสงครามผลาญชีวิตทหารและคนดี ๆ ไปมากมาย

    แต่ทว่านับจากโลกเปลี่ยนสู่เข้ายุคพลังงานใหม่แล้ว คำทำนายของนอสตราดามุสจะไม่เป็นจริง และจะไม่แม่นยำอีกต่อไป เนื่องจากมนุษย์ยุคพลังงานใหม่ทุกคนจะเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกแตกต่างไปจากเดิม มนุษย์ที่มีจิตสำนึกบกพร่องและเป็นภัยต่อผู้อื่นอย่างร้ายแรง จะถูกชำระออกไปจากมิติกายภาพโลก

    แต่มันยังมีบางบทสำคัญ โดยเฉพาะบทสุดท้ายที่พยากรณ์อนาคตโลกกับมนุษย์ไว้ล่วงหน้า ซึ่งวันและเวลาที่ได้ระบุไว้มันได้มาถึงแล้ว คือปลายของยุคโลกพลังงานเก่านี่เอง

    นอสตราดามุส เขียนคำพยากรณ์จากการอ่านโลกของเขาไว้ตอนหนึ่งว่า

    "วิชาดวงอาทิตย์กับวิชาดาวศุกร์ จะแข่งขันกันเพื่อแสดงแก่นแท้คำพยากรณ์มาเป็นของตน ทั้งสองฝ่ายจะไม่ฟังซึ่งกันและกัน แต่วิชาของพระกู้โลก จะได้รับการรักษาโดยดวงอาทิตย์หรือไม่?"

    สัจธรรมศาสนาอันเป็นวิชาดวงอาทิตย์ ถ้ามนุษย์ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสดา พากันเดินสวนทางของสัจธรรม เท่ากับมนุษย์กำลังฝืนกฎเกณฑ์กายภาพของจักรวาล ความหายนะและความวิบัติของโลกทั้งระบบต้องเกิดขึ้น

    แต่มนุษย์โลกจงรับรู้ไว้ด้วยว่า ดาวเคราะห์โลกหรือที่ใดในสากลจักรวาล ล้วนอยู่ในความดูแลและเฝ้ามองของรูปธรรมชั้นสูง จิตจักรวาลทั้งหลายและดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ตลอดเวลา รูปธรรมเหล่านี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล้วนมีอยู่จริงจะไม่มีวันให้เกิดความหายนะอย่างแน่นอน ถ้ามนุษย์โลกสร้างกระบวนการเพื่อความสมดุล และรักษาความเป็นหนึ่งเดียวของระบบไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จักรวาลจะเข้ามาจัดการชำระระบบสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยการสร้างใหม่เพื่อการรักษาความสมดุลของระบบเอาไว้ต่อไป ซึ่งในอดีตนั้นมันได้เกิดขึ้นมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อ 12,000 ปีเศษมานี้ ที่แผ่นดินแอตแลนติคล่มสลายพร้อมกับจิตวิญญาณผู้สร้างลัทธิใหม่ที่ไร้จิตสำนึกอีกนับล้าน ที่ถูกกลบฝังไว้พร้อมกับกองเทคโนโลยีที่ชั่วร้าย อันเกิดจากภูมิปัญญาของจิตหยาบที่ไร้สำนึก ซึ่งนอสตราดามุสเรียกว่า "วิชาดาวศุกร์" นั่นเอง

    ขณะที่กลุ่มผู้สร้างลัทธิทางวิทยาศาสตร์พากันลุ่มหลงในพลังอำนาจทางสติปัญญาของตนมากขึ้น พวกเขาพอใจที่เห็นคนส่วนใหญ่เลิกนับถือศาสนา ยุดการค้นหาพระเจ้าในตนเอง โดยหันมาตกหลุมพรางทางวัตถุอันเป็นผลผลิตของตน เสมือนยอมตนเป็นทาสของพวกเขาอย่างง่ายดายและแสนเชื่อง ความเหิมเกริมของพวกเขานับวันยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ก่อให้เกิดความเสียสมดุลของระบบ ก่อให้เกิดความเลวร้ายในการใช้อำนาจข่มขู่ การใช้อาวุธเหนือกว่าพร่าผลาญชีวิตกันจนเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว

    มนุษย์จำนวนมากถูกครอบงำทางความคิด ทางการเมือง ทางสังคมความเป็นอยู่ ทางอารยธรรมที่หยาบกระด้าง ทางเศรษฐกิจที่พวกเขายึดกุมไว้ในมือ ทำตนเป็นผู้ชี้นำและบงการจิตวิญญาณของผู้ที่ด้อยกว่าอย่างเหิมเกริม ในบทบาทของผู้ดีที่เคลือบแฝงความคิดชั่วร้ายเอาไว้ภายในจิตใจ สภาพความเป็นไปของมนุษย์ย่ำแย่ลงทุกวัน นับวันยิ่งทำให้คำพยากรณ์ใกล้เคียงความเป็นจริงเข้าไปทุกทีที่ทั่วโลกต้องเกิดกุลียุค จนจักรวาลจะต้องเข้ามาปรับความสมดุลของระบบโลกใหม่ ก่อนความเลวร้ายใด ๆ ของพวเขาจะทำให้โลกหายนะ ซึ่งพุทธทำนายคือสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า เพื่อให้มนุษย์ที่มีจิตใจชั่วร้าย ไม่มีความรักแท้จริงต่อมนุษย์คนอื่น ๆ ได้แก้ไขเปลี่ยนจิตสำนึกของตนเองกันเสียใหม่ แต่ทั้งผู้สร้างและผู้ตกเป็นทาสกลับไม่รับฟัง ไม่รับรู้ความปราถนาดีเหล่านั้นเลย ต่างปฏิบัติตนเหลวไลกันต่อไปเหมือนท้าทายแก่นแท้ของคำพยากรณ์ว่า พวกตนมีอำนาจเหนือสิ่งใด สามารถจะบงการทุกสิ่งได้ด้วยอำนาจเหนือธรรมชาติที่ตนมีอยู่

    ขณะนี้คำพยากรณ์ที่เป็นพุทธทำนาย ถูกมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณชั่วร้ายเพราะไร้สำนึก พากันท้าทายสัจธรรมอย่างรุนแรง ครอบงำจิตวิญญาณผู้อื่นด้วยกลไกอำนาจทางภูมิปัญญา เศรษฐกิจการเมือง และการทหาร พวกเขากลัวอุกาบาตจะพุ่งชนโลก กลัวการโจมตีของชนชาติอื่นด้วยอาวุธที่ทันสมัยกว่า และพวกเขาพากันกลัวมนุษย์ต่างดาว แต่พวกเขากลับมองข้ามภัยอันตรายจากอาวุธที่พวกเขาสร้างขึ้น และหายนะที่จะเป็นไปตามคำพยากรณ์ของศาสดาในเวลาที่จักรวาลจะลงมือกระทำ ซึ่งประเด็นแรกจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพวกเขารีบเปลี่ยนจิตสำนึกของตนให้ถูกต้องเสียได้ และแน่นอนว่าประเด็นต่อมามันก็จะไม่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน หากไม่กระทำการท้าทายอยู่อีกต่อไป

    คำพยากรณ์ของนอสตราดามุสในตอนที่หนึ่งจึงกำลังเป็นความจริงแล้ว เนื่องจากจักรวาลไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะรอรับฟังการตัดสินใจใหม่ เพื่อเปลี่ยนจิตสำนึกของพวกเขาได้อีกแล้ว มนุษย์โลกจะรับรู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจักรวาลล้วนมีจริง และไม่มีผู้ใดมีอำนาจเหนือธรรมชาติได้

    สถานการณ์โลกวันนี้ที่น่าติดตามอย่างยิ่ง....

    https://www.bbc.com/thai/international-44102168
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤษภาคม 2018
  13. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    การเตรียมพร้อมสำหรับมนุษย์ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ที่เหลืออยู่นี้ สามารถกระทำได้ดังนี้

    1.หมั่นทำความดี ละความชั่วทั้งปวง และแก้ไขพฤติกรรมขยะของตนให้สิ้น

    2.มอบความรักให้แก่เพื่อนมนุษย์และโลก ผ่านการกระทำที่ถูกต้องต่อกันและกัน

    3.ฝึกความมีสติให้เกิดแก่ตนตลอดเวลา ด้วยการอยู่เหนืออารมณ์ทุกสิ่งของตนให้จงได้ ไม่ปล่อยให้มันสั่นไหวไปกับสิ่งเร้าภายนอกและภายใน โดยรักษาความสุขสงบในจิตใจตนไว้เสมอแม้ยามเมื่อภัยมา

    4.ปฏิบัติสมาธิเพื่อมอบพลังงานความรักอันเป็นคลื่นพลังงานด้านบวกเมื่อมอบให้กับโลกและทุกสรรพสิ่ง ใช้สมาธิคิดรู้เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับจักรวาลคอยรับฟังข่าวสารจากจักรวาลที่จิตจักรวาลตนใดตนหนึ่งจะเมตตา ส่งคลื่นความคิดรู้มาให้จากแดนไกลด้วยภาษาโดยไม่ต้องพูด บางรายจะได้รับการติดต่อเป็นสัญญาณที่กังวานในสมาธิ บางรายจะเป็นภาษาที่สามภาษาสากล ที่ต้องฟังด้วยจิตไม่ได้ฟังด้วยหูแล้วจะรู้และเข้าในความหมายได้ แค่มนุษย์รู้จักปฏิบัติสมาธิให้ถูกต้องเท่านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤษภาคม 2018
  14. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ข่าวสารจากจักรวาลนี้ ถูกไต่ถามอยู่เสมอว่า จะเกิดเหตุร้ายที่เป็นภัยพิบัติตรงไหนบ้าง ประเทศไทยจะปลอดภัยหรือไม่ ถ้าเกิดช่วยระบุด้วยว่า วันไหนบ้าง?

    ภัยพิบัติท้งหลายที่จะเกิดขึ้นและเกิดขึ้นแล้ว จักรวาลไม่อาจเปิดมิติให้รู้ล่วงหน้าได้ เพราะมันเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคน

    นั่นคือ การมอบความรักให้แก่ผู้อื่น ผ่านเมตตา เวทนา สงสาร และการกลัวตาย ที่ต่างจะมอบให้แก่กันและกันได้ โดยมีภัยร้ายแรงบนโลกเป็นเงื่อนไข หันมาสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ด้วยพลังงานความรักบริสุทธิ์ซึ่งถูกละเลยเหลวไหลกันมาคนละหลายภพชาติ การเปิดเผยความเป็นจริงมากเกินความจำเป็น จึงมีความไม่เหมาะสมสำหรับมนุษย์ก็เพราะเงื่อนไขนี้

    หากมนุษย์รู้แจ้งได้ว่า

    จิตจักรวาล ล้วนเป็นผู้สร้างกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล อันเป็นสากล เป็นส่วนหนึ่งในแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่ในสนามพลังงานจักรวาล และเป็นรูปธรรมทางพลังงานเหนือมิติกาลเวลา ผู้รอบรู้จากการคิดรู้ได้เองในทุกสรรพสิ่ง

    ถ้าเข้าใจความหมายข้างต้น จะเข้าใจได้ว่า เรื่องราวใด ๆ เหตุการณ์ใด หรือสถานการณ์ใด ที่มันจะเกิดขึ้นตรงบริเวณไหนหลืบไหนภายในมหจักรวาล หรือเอกภพ ต่อให้มันลึกเร้นอยู่ในสรรพสิ่งนั้น หรือหลบเร้นอยู่ตรงซอกมุมใด จิตจักรวาลต่าง ๆ ล้วนรับรู้ได้ทั้งสิ้น และรู้ล่วงหน้าด้วยว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง แม้กระทั่งสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งมนุษย์เองไม่ล่วงรู้ หรือที่มันเกิดขึ้นผ่านมาแล้วในอดีตในวัฏจักรชีวิตอันเป็นภพชาติอดีตของมนุษย์เองก็ตาม จะไม่มีจิตจักรวาลรอบรู้ในเรื่องนั้น ๆ ทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตของมนุษย์ได้อย่างไร เมื่อรูปธรรมจิตจักรวาลทั้งหลาย ล้วนเป็นแก่นแท้ของสรรพสิ่งที่เกี่ยวของกัน และยังเป็นผู้กระทำและผู้ช่วยเหลือให้เกิดกระบวนการนั้น ๆ อีกต่างหากด้วย
     
  15. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    ข่าวสารจากจักรวาลมาสู่มวลมนุษยชาติในส่วนที่พอจะเปิดเผยมิติของจักรวาลได้บ้าง แต่มันก็เป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่จิตวิญญาณมนุษย์แต่ละคน ซึ่งรับข่าวสารเหล่านั้นจะต้องมีความยินดีอย่างแน่นอน แม้จิตหยาบของมนุษย์คนนั้นจะยังปฏิเสธมัน จะยังหลงระเริงกับความรู้เก่า นิสัยเก่า หรือยังสับสนกับข่าสารต่าง ๆ อยู่ก็ตาม

    แม่จิตหยาบของมนุษย์จะไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ยินดี แต่แก่นแท้ของมนุษย์คนนั้น ๆ ก็หยั่งรู้ได้ด้วยสติปัญญาของตนเองเสมอ หากใครสามารถยกระดับสติปัญญาเข้าถึงสติปัญญาของวิญญาณของตนสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันได้ด้วยสัญชาตญาณและการหยั่งรู้แล้ว คำถามข้างต้นทั้งหมดล้วนมีคำตอบที่ถูกต้องเป็นรางวัลให้ตนเองกันอยู่แล้ว

    สำหรับมนุษย์ที่ยังไม่อาจเข้าถีงการหยั่งรู้ด้วยตนเองได้ การเปิดใจรับฟังความรู้ใหม่ที่สื่อมาให้อย่างมีสติเท่านั้น จึงจะสามารถรับของขวัญชิ้นสำคัญจากจักรวาลได้
     
  16. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    และแน่นอนว่าจิตสำนึกนับวันจะดิ่งลงสู่ความเป็นเดรัจฉานเข้าไปทุกที จะต้องถูกยกระดับในครั้งนี้ด้วย

    หลักการยกระดับจิตใจมนุษย์ให้สูงส่งขึ้น คือการกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์ให้รู้จักปลดปล่อยพลังงานความรักให้คนอื่น ต่อเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ

    ให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีงามต่อกัน มีจิตใจที่เมตตา จริงใจ อดทน อดกลั้นต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อกัน รักกันดุจญาติพี่น้องให้จงได้

    จักรวาลได้เลือกใช้ บทเรียนแห่งความกลัว เป็นเงื่อนไขในการสอนให้มนุษย์เกิดทักษะในการปลดปล่อยพลังงานความรักให้แก่เพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งอื่น จักรวาลทราบดีว่า ถ้ามนุษย์ที่กลัวตายและรอดชีวิตได้ มันจะเป็นสะพานทอดนำมนุษย์นั้นรักตนเองและบุคคลอื่นได้ตามลำดับ จิตสำนึกแบบรวมหมู่ หรือพลังงานรวมของเผ่ามนุษย์โลกจะเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล

    พลังงานความรักอันบริสุทธิ์ที่เกิดจากจุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนภายในจิตใจของมนุษย์ เป็นพลังงานบวกที่บริสุทธิ์และละเอียดอ่อนแต่มีพลังอำนาจมหาศาล สามารถทำให้พลังงานด้านลบอย่างอื่นเป็นกลางได้ เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นแล้วสั่นสะเทือนไปได้ทั่วจักรวาล หากเกิดพลังงานชนิดนี้ขึ้นที่ใดในจักรวาล รูปธรรมต่าง ๆ แม้อยู่ห่างไกลในต่างจักรวาลและต่างกาแล๊กซี่ จะสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนนี้ได้อย่างชัดเจน
     
  17. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    นอกจาก พลังอำนาจแม่เหล็กที่เพิ่มขึ้น จะช่วยค้ำจุนจิตสำนึกและยกระดับจิตสำนึกพร้อมสติปัญญาของมนุษย์

    มนุษย์จะเข้าในนัยของปรัชญาทางศาสนาอภิปรัชญาเหนือวิทยาศาสตร์โลกในยุคพลังงานเก่าได้อย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น ความมีจิตใจคับแคบ การติดยึดกับรูปแบบเห็นแก่ตัว รวมทั้งการกระทำไม่ถูกต้องต่อกันจะลดน้อยลง แต่ในทางกลับกัน มนุษย์ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงนี้กลับมีอายุขัยที่สั้นลง บางรายก็จะเป็นอุปสรรคต่อการรู้แจ้งของมนุษย์คนอื่นมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงอำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้น จึงมีผลโดยตรงต่อพลังงานชีวิตและจิตวิญญาณมนุษย์ทุกคน
     
  18. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    แม่เจ้า!! ธัญญ่า-พิงกี้ กอดกันกลม เผยคำพูดที่ชาตินี้ไม่คิดจะได้ฟัง (คลิป)

    4DQpjUtzLUwmJZZPEanXr3aFnIeKLBvTh66uIgP5AxZx.jpg

    โดยภายในงานได้เชิญ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล และสาวพิงกี้ สาวิกา ไชยเดช งานนี้ทำเอาทุกคนฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่จะกลับมาร่วมงาน

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1283462#cxrecs_s

    กลายเป็นที่จับจ้องของผู้คนหลังมีหมายเชิญสื่อมวลชนไปร่วมงานแถลงข่าวโครงการ เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้ ที่จัดโดย เป๊ก สัณชัย เองตระกูล หน้าประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อาร์ พี เอ็ม มีเดีย จำกัด

    ธัญญ่า "ไม่ได้ตกใจนะ เพราะเรื่องราวมันผ่านมานานแล้ว เราไม่ได้ติดใจอะไร มันเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมานานแล้ว ต่างคนก็ดำเนินชีวิตของตัวเอง 6 ปีที่ผ่านมาไม่รู้สึกอะไรเลย

    ถามพี่เป๊กมั้ยทำไมเลือกพิงกี้?

    ธัญญ่า "อย่างที่เรารู้ว่าสามชายแดนใต้มันเกิดขึ้นนาน เค้าเลยอยากให้เราเป็นตัวแทนว่า ถึงแม้เราจะเคยขัดแย้งกัน แต่เราก็สามารถกลับมาคืนดีกันได้


    พิงกี้ "ครั้งแรกที่เจอกัน เราก็เข้าไปกอดกันเลยค่ะ มันมีพลังงานที่รู้สึกว่าเราเจอเค้าแล้วอบอุ่นอ่ะ"

    ทัศนคติที่ไม่ดีหายไปหมด?

    พิงกี้ "ใช่ค่ะ คือตอนนี้เรามีพี่สาวอีกคนที่เราคุยแล้วรู้สึกสบายใจ ขอบคุณพี่ธัญญ่าด้วยค่ะ ที่เสียงสั่นเพราะเราเป็นคนแบบนี้อยู่


    หลังเคยเกิดข่าวฉาวดังสะท้านวงการเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งช่วงท้ายของงานบนเวที สาวธัญญ่าก็พูดปิดท้ายว่า "ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ มันก็จบลงได้เช่นกัน" และหลังจากนั้น ธัญญ่าและพิงกี้ ก็ได้ตั้งโต๊ะเพื่อเคลียร์ถึงเรื่องในอดีต และเผยที่มาของการร่วมงานกันว่า

    ที่มาของโปรเจกต์นี้?

    ธัญญ่า "ก็พี่เป๊กได้มาร่วมงานกับ ททท. และได้ทำโครงการเที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้ พี่เป๊กก็มาถามกับธัญญ่าว่า สามารถร่วมงานกับพิงกี้ได้มั้ย เราก็คิดแเราก็คิดแป๊บนึง มันก็ไม่มีอะไรแล้ว ก็เลยรับทำงานนี้ เราก็อยากให้คนรุ่นใหม่เห็นถึงความสวยงามของสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วย"

    ได้อ่านข่าวนี้ และได้ฟังคลิปของคุณพิ้งกี้และคุณธัญญ่าแล้ว ทำให้มองเห็นว่า "การให้อภัย คือการให้ที่ยิ่งใหญ่" จริง ๆ ผู้ที่รู้สึกว่าเขาได้รับการให้อภัย เขาจะรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งอย่างสุดใจต่อบุคคลที่ให้อภัยแก่เขา

    ซึ่งให้หมายถึงซึ่ง "ผู้ให้อภัย คือ เป็นผู้ให้ความอบอุ่น" ทำให้คนอื่นรู้สึกถึงหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้ให้ว่า ได้เป็นผู้ให้โอกาสแก้ตัวได้เรียนรู้ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ใหม่ การให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นความดีงามขั้นสูงสุดของมนุษย์โลก

    การให้อภัยเป็นความดีงามขั้นสูงสุดที่มนุษย์โลก พึงจะมอบให้กันและกันได้ไม่ยากนักหากตั้งใจปฏิบัติกัน ผู้ที่จะเข้าถึงพลังงานความรักสูงสุดนี้ได้ จะต้องมีคุณสมบัติของจิตสำนึกทางด้านบวกต่อผู้อื่นดังนี้

    ๑.ต้องยอมรับให้ได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าทั้งสิ้น
    ๒.ต้องยอมรับในความแตกต่างกันของมนุษย์
    ๓.ต้องรู้จักมองบุคคลอื่นในแง่ดี
    ๔.ต้องไม่มีจิตใจคับแคบ
    ๕.ต้องไม่มีจิตใจผูกพยาบาท
    ๖.ต้องรู้สึกจดจำความดีงามของผู้อื่น


    มนุษย์ต้องรู้ว่า การกระทำใด ๆ ในภพชาติปัจจุบัน เท่ากับว่าได้วางแผนเอาไว้สำหรับตนเองต้องเผชิญในภพชาติต่อไปเสมอ

    ถ้ามนุษย์ได้ทราบความจริงเบื้องหลังมิติโลก เกี่ยวกับตนเองและบุคคลอื่น ๆ แล้ว ย่อมยอมรับในความแตกต่างกันได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นพันธกรรมที่แต่ละคนต่างต้องรับผิดชอบของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครอื่นจะสามารถช่วยเหลือหรือรับผิดชอบแทนได้

    กรรมของผู้ใดต้องเป็นของบุคคลนั้นที่ต้องสอบมันให้ผ่าน เพื่อจัดการกับพลังงานกรรมในมิติคู่ขนานให้มันเป็นกลางด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น

    ถ้ามนุษย์อยากช่วยเหลือ เพื่อทำให้เขาเปลี่ยนแปลง มนุษย์สามารถทำแค่เพียงใช้ตัวเองเป็นเงื่อนไขด้านบวก เพื่อให้เขากระทำตอบทางด้านบวกต่อเราเท่านั้น

    ถ้าเขากระทำไม่ดีต่อตัวเรา จงกระทำดีตอบต่อตัวเขาให้มากขึ้น พลังอำนาจจาการทำดีต่อตัวเขาด้วยพลังงานความรักบริสุทธิ์ มันจะสามารถทำให้พลังงานด้านลบของเขาเป็นกลางได้

    แล้วในที่สุดเขาจะเปลี่ยนมาทำดีต่อเราได้ หากเรายังทำดีเขาอยู่ต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2018
  19. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +1,375
    นิยามของการให้อภัย คือ

    "การยอมรับในความแตกต่างกันของบุคคลอื่นกับตัวเรา โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเขาด้วยพลังอำนาจที่เรามีอยู่ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเขา เราต้องหันมากระทำกับตนเองแทน เพื่อช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงไปตามเราเท่านั้น"
     
  20. คะนึง

    คะนึง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    172
    ค่าพลัง:
    +379
    ในท่าทีที่อ่อนหวาน แต่เธอยังไม่อ่อนโยนอย่างแท้จริง เธอยังเด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดได้เสมอ พยายามมีสติสัมปชัญญะอันนุ่มนวลและอ่อนโยนในหัวใจไว้นะ ความสุขมิได้เป็นของใคร แต่เป็นของเธอเอง รักนะ
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - เตรียมตัวให้พร้อม มันกำลังมา แจ้งข่าวสารการชำระโลก
  1. >_<.ST.>_<
    ตอบ:
    569
    เปิดดู:
    45,143

แชร์หน้านี้

Loading...