เตือนภัย ใกล้ตัวสำหรับคนที่ชอบดูดวงทางโทรศัพท์ ล่าสุดโยมพี่ที่เชียงใหม่โดนหลอก

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย พระจิรวัฒน์ ญาณวโร, 23 มีนาคม 2013.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    ความเชื่อ ...ในเรื่องการดูดวง ทำทายทายทัก เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หมอดูเกิดขึ้นมาเเล้วหลายฟันปี...เวลา13.00 น.อาตมารับสายทางโทรศัพท์ จากโยมพี่ ที่รู้จัก ซึ้งเป็นคนดี เเละคนใจบุญมากๆบ้านอยู่จังหวัดเชียงใหม่ โทรมาเล่าให้อาตมาฟัง รายละเอียดโดยสรุปย่อๆ สรุปได้ว่า ได้รู้จักหมอดูคนหนึ่ง ชื่อราฆพ
    (ขอสงวนนามสกุล) ในเว็บญาณทิพย์ หลอกลวงให้ โอนเงินค่าดูดวง อ้างว่าจะช่วยเเก้กรรม เเละช่วยทำพิธีเรื่องต่างๆที่กำลังมีปัญหา อยู่โดยให้โอนเงินไปที่บัญชี 5011788822
    ธ.กรุงไทย ครั้งเเรกเป็นจำนวนเงิน 1,910 บาท
    อีกไม่กีวัน โทรมาเรียกเงินอีก 2,250 บาท อ้างว่าเป็นค่าครูอีก...อาตมาเเจ้งโยมพี่ ให้หยุดโอนเงิน เเละขอให้ผู้ที่ชอบดูดวงทางโทรศัพท์ โปรดระวัง..หากคุณโยมท่านใดต้องการทราบ รายละเอียดมากกว่านี้ ให้โทร สอบถามได้ที่เบอร์ 0848062849 ..ระวังเหยื่อคนต่อไปอาจจะเป็นคุณโยมก็ได้...ร่วมด้วย ช่วยกัน ช่วยกรุณาเเชร์ เรื่องนี้ เพื่อเป็นการเตือนภัย ให้สังคมได้รู้เท่าทัน
    เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดขึ้นอีก...เพราะอาตมายังเชื่อว่าคนดี ยังมีมากกว่าคนเลว หมอดูที่ดี ยังมีมากกว่า คนที่อ้างตนว่าตัวเองเป็นหมอดู เเล้วมาหากินบนความทุกข์ ของคนอื่น อย่างเช่น บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นหมอดู จอมปลอม ที่ชื่อ ราฆพ เเละหลอกให้โอนเงิน เข้าบัญชี 501 1788 828
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 มีนาคม 2013
  2. ผงธุลี

    ผงธุลี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    476
    ค่าพลัง:
    +2,491
    กราบนมัสการพระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    ไปเจอในเวปหนึ่งที่ลงรูปและข้อมูล เลยก๊อปมาให้ดูครับ ไม่แน่ใจว่าใช่หรือปล่าว



    ผมอยากแบ่งประสบการณ์หลังจากที่ผมได้คุยกับท่านอาจารย์ราฆบและ ตัดสินใจปฎิบัติตามคำสอนของอาจารย์ท่านนี้ทุกคืนจนถึงปัจจุบัน ( เรียนครั้งแรกเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ )
    ผมมีโอกาสได้รู้จักกับท่านอาจารย์ราฆพ สุทธิจิต จะเรียกว่าโดยบังเอิญ ท่านเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแต่เกษียรแล้วจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันท่านพักอาศัยในชานเมืองเชียงใหม่ครับ ท่านไม่ใช่หมอดู หรือผู้ทำนายอนาคตให้ใครครับ
    ในเอกสารของท่านอาจารย์ฯ ทำแจกในงานญาปนกิจราชการท่านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องเอกสารเพื่อสร้างบุญกุศลให้ข้าพเจ้าและตัวท่านไปพร้อมกันเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวดังนี้
    “ เนื่องในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๗ ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นทั้งวันที่เกิด และวันเกิดประกอบอายุย่าง ๖๘ ปีด้วย จึงขอถือเป็นโอกาส สร้างบุญกุศล สร้างความดี ให้กับตนเอง โดยอาศัยทุกท่าน เป็นสื่อแห่งบุญนี้ โดย
    ขออนุญาติใช้ความสามารถส่วนตัว คือ การสามารถหยั่งรู้ ถึงสภาพจิตของคนอื่น ทราบเรื่องราวใดๆ ของผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้าในเรื่องภาวนามยปัญญา ทั้งที่เป็นสาเหตุ – ผล วิธีป้องกัน และวิธีแก้ไข สำหรับรายการนี้ ขออนุญาติหยั่งรู้เพียงหนึ่งเรื่อง คือ “ ท่านจะนำจิตของท่านเข้าสู่กิจกรรมอะไร อย่างไร เพื่อการบรรลุธรรม “
    สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงบัญชาให้พระสามรูปไปทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน คือ
    พระรูปที่หนึ่ง ไปสนทนาธรรมกับผู้รู้ แล้วได้บรรลุธรรม
    พระรูปที่สอง ไปใช้ความคิด การเปรียบเทียบเรื่องราวราวต่างๆกับตนเอง แล้วได้บรรลุธรรม
    พระรูปที่สาม ไปเฝ้าดูกายจิตของเองตามความเป็นจริง แล้วได้บรรลุธรรม
    นี้คือความแตกต่างของบุคคล หากสลับกิจกรรมก็จะไม่มีการบรรลุธรรมแม้แต่รูปเดียว
    ฉันใด ตัวท่านเองเช่นกัน หากทำกิจกรรมที่ไม่ตรงกับบุญ บารมี ความสามารถส่วนลึกของตนเอง ( ซึ่งคนส่วนใหญ่จะมองตนเองไม่ออก ) ก็จะไม่บรรลุธรรม และไม่พบความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้ “
    ท่านอาจารย์ ไม่มีเครื่องลางของขลังแจก ไม่มีการทำพิธีปลูกเสก ไม่มีคาถาอาคมใดใด อาจารย์ท่านเพียงวิเคราะห์กรรมและแนะคำสอนให้กระทำตามทางโทรศ้พท์เท่านั้น ไม่มีปฏิหารย์ใดใดเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด แต่เกิดจาก การนั่งวิปัสนาแก้กรรมด้วยตัวท่านเอง ไม่มีใครช่วยแก้ให้ท่านได้
    วิธีแก้กรรมตามแบบของท่านอาจารย์ ง่ายๆ ครับ โดยการนั่งวิปัสนา กรรมฐานประมาณ 20-25 นาทีต่อรอบ เวลาใดก็ได้ที่สะดวก หลังเที่ยง โทรหาอาจารย์ พูดคุยกับท่าน และท่องตามคำสอนที่อาจารย์แนะนำเท่านั้น ( ภาษาไทย ) วันละกี่รอบอาจารย์เป็นผู้กำหนด อาจแค่รอบเดียวก็ได้
    แปลกและงงครับ ด้วยการนั่งวิปัสนาธรรมดาจะทำให้คนเปลี่ยนได้อย่างไร ? ตอนแรกคงเหมือนหลายๆ ท่านที่ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ผมศรัทธามั่นใจและไม่ต้องการคำตอบว่าทำได้อย่างไร
    หลังจากที่โพตส์ในพลังจิต สอบถามกันเยอะถึงเรื่องค่าใช้จ่าย ผมบอก ถ้ามีกรรมก็มีค่าใช้จ่าย แต่ละท่านมีกรรมไม่เท่ากันอีก แล้วแต่บุญกรรมของแต่ละท่าน ผมบอกไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ท่านอาจารย์ยินดีสอนเพื่อช่วยเหลือแก่ผู้ขัดสนหรือตกลำบากโดยไม่ต้องผ่านพิธีกรรมหรือร่วมทำบุญใดๆ เพียงแต่ขอให้เชื่อมั่นและศรัทธาต่อพระกรรมฐานอย่างสูงเท่านั้น
    ลองโทรฯ ปรึกษาท่านอาจารย์ราฆพ ได้ที่ 081-881-2114 หลังเที่ยง รูปที่โพต ถ่ายช่วงรดน้ำดำหัวบ้านอาจารย์วันสงกรานต์ ปี ๒๕๕๕ นี้เอง
    ผมชื่อวรา เป็นผู้โพสยินดีเปิดเผยตัวตน เพราะไม่มีเจตนาหลอกลวงใคร ความรอบรู้ทางด้านพุทธศาสนาน้อย คงไม่เหมาะให้คำปรึกษาได้ ปัจจุยันผมทำงานเป็นพนักงานบริษัท อาจไม่สะดวกรับสายในเวลาทำงาน หลังห้าโมงครึ่งตอนเย็นทุกวันและวันเสาร์ อาทิตย์ยินดีครับ และผมสรุปไม่ได้ว่าจะประสบผลสำเร็จได้มากแค่ไหน ยังมีปํญหาเหมือนหลายๆ ท่าน แต่ผมเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างแรงกล้าครับ

    085-110-5541
    วรา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. buakwun

    buakwun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    2,831
    ค่าพลัง:
    +16,600
    มีทั้งชื่อ เบอร์โทร เลขที่บัญชีอย่างนี้จะได้ไม่ต้องมีใครมาหลงเป็นเหยื่ออีก ขอกราบนมัสการหลวงพี่ที่นำสิ่งดี ๆ มาบอกกล่าวไม่ให้คนสุจริตต้องตกเป็นเหยื่อของมารสังคมอีก
     
  4. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    กระทู้นี้ เขียนขึ้นมาเพื่อเตือนสติ มีเจตนาดีต่อทุกคน..ไม่ได้เเปลว่าหมอดู หรือการดูดวง เป็นสิ่งไม่ดี อาตมาเพียงมาบอกว่า ให้ระวัง...ถ้าดูดวงเเล้วมีการอ้างโน้น อ้างนี้ เพื่อเเก้กรรมหนักให้เป็นเบา ให้หูตา สว่าง ว่าคุณโยมกำลังโดนหลอกอยู่หรือเปล่า....ไม่อยากให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
     
  5. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    “อภัยทาน” การผ่อนปรน
    เท่ากุศล บุญล้นปรี่
    ใจกว้าง ต่างถ้อยที
    คือวิถี ผู้ดีงาม
     
  6. Amatayan

    Amatayan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    1,578
    ค่าพลัง:
    +6,188
    อย่าเชื่อคนที่โฆษณาตัวเองมาก เพราะของจริงต้องมีคนพูดถึง ของปลอมแหกตาคุยโว....ครับ
     
  7. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452

    พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า...
    “ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนปัญญาอ่อนที่ไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่
    ประโยชน์มันเป็นฤกษ์อยู่ในตัวแล้ว
    ดวงดาวในท้องฟ้าจะช่วยอะไรได้”.........
    .....พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรตอนหนึ่งว่า..
    “ผู้ใดประพฤติสุจริตตอนเช้า ตอนเช้าเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนสาย ตอนสายเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนกลางวัน ตอนกลางวันเป็นฤกษ์ดียามดี
    กลางคืนประพฤติสุจริต กลางคืนเป็นฤกษ์ดียามดี
    ความดีของวันเวลานั้น ไม่ได้อยู่ที่ดวงดาวในท้องฟ้า”
    ...ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าไม่ได้ยึดถืออย่างนั้น คือไม่ถือว่าเวลานั้นดี,เวลานั้นไม่ดี
    เราถือว่า ทำดีเวลาไหน มันก็ดีเวลานั้น, ทำชั่วเวลาไหน มันก็ชั่วเวลานั้น
    ดี-ชั่วมันอยู่ที่การกระทำ ไม่ได้อยู่ที่เวลา
    ......ชาวพุทธเราถือว่า ประโยชน์นั้นแหล่ะคือสิ่งที่ควรกระทำเป็นฤกษ์
    หมายความว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องกระทำอย่าไปมัวนั่งดูดาวดูเดือน ประโยชน์มันจะผ่านไปเสีย
    ประโยชน์นั้นแหล่ะเป็นฤกษ์อยู่ในตัวเรา จะทำอะไรก็รีบทำเสีย อย่าชักช้า
    พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดในเรื่องนี้..........


    ....เราต้องหัดมองอะไรๆด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยตาเนื้อหรือมังสะจักษุอย่างเดียว
    ต้องมองด้วยปัญญา คือปัญญาจักษุด้วย มองด้วย”ตาใน”ไม่ใช่”ตานอก”
    มองพิจารณาสิ่งนั้นๆให้เห็นชัดตามสภาพที่เป็นจริง

    (ที่มา: เลิกเชื่อไร้เหตุผล พึ่งตนและพึ่งธรรมะ ของหลวงพ่อปํญญานันทะ ภิกขุ)
     
  8. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
    เเละบุญกุศลที่บำเพ็ญนี้ จงบันดาลให้ท่าน
    เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาน
    ธนสารสมบัติ
    เเละประสบสิ่งอันพึงปรารถนา
    ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ สาธุ
     
  9. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    กระทู้นี้ เขียนขึ้นมาเพื่อเตือนสติ มีเจตนาดีต่อทุกคน..ไม่ได้เเปลว่าหมอดู หรือการดูดวง เป็นสิ่งไม่ดี อาตมาเพียงมาบอกว่า ให้ระวัง...ถ้าดูดวงเเล้วมีการอ้างโน้น อ้างนี้ เพื่อเเก้กรรมหนักให้เป็นเบา ให้หูตา สว่าง ว่าคุณโยมกำลังโดนหลอกอยู่หรือเปล่า....ไม่อยากให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
     
  10. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    “อภัยทาน” การผ่อนปรน
    เท่ากุศล บุญล้นปรี่
    ใจกว้าง ต่างถ้อยที
    คือวิถี ผู้ดีงาม
     
  11. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    การโอนเงินหรือเราจะต้องเสียเงิน ไม่ว่าประการใดๆ ขอให้ชั่งใจให้จงหนัก อย่าพึงวางใจเชื่อโดยง่าย ไม่ว่าหมอดูจะได้รับการยกย่องว่าดูแม่น ดูตรง ดูถูกเพียงใด อาจจะสูญเปล่าได้นะคุณโยม....
     
  12. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    “อภัยทาน” การผ่อนปรน
    เท่ากุศล บุญล้นปรี่
    ใจกว้าง ต่างถ้อยที
    คือวิถี ผู้ดีงาม
     
  13. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    การโอนเงินหรือเราจะต้องเสียเงิน ไม่ว่าประการใดๆ ขอให้ชั่งใจให้จงหนัก อย่าพึงวางใจเชื่อโดยง่าย ไม่ว่าหมอดูจะได้รับการยกย่องว่าดูแม่น ดูตรง ดูถูกเพียงใด อาจจะสูญเปล่าได้นะคุณโยม....
     
  14. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า...
    “ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนปัญญาอ่อนที่ไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่
    ประโยชน์มันเป็นฤกษ์อยู่ในตัวแล้ว
    ดวงดาวในท้องฟ้าจะช่วยอะไรได้”.........
    .....พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรตอนหนึ่งว่า..
    “ผู้ใดประพฤติสุจริตตอนเช้า ตอนเช้าเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนสาย ตอนสายเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนกลางวัน ตอนกลางวันเป็นฤกษ์ดียามดี
    กลางคืนประพฤติสุจริต กลางคืนเป็นฤกษ์ดียามดี
    ความดีของวันเวลานั้น ไม่ได้อยู่ที่ดวงดาวในท้องฟ้า”
    ...ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าไม่ได้ยึดถืออย่างนั้น คือไม่ถือว่าเวลานั้นดี,เวลานั้นไม่ดี
    เราถือว่า ทำดีเวลาไหน มันก็ดีเวลานั้น, ทำชั่วเวลาไหน มันก็ชั่วเวลานั้น
    ดี-ชั่วมันอยู่ที่การกระทำ ไม่ได้อยู่ที่เวลา
    ......ชาวพุทธเราถือว่า ประโยชน์นั้นแหล่ะคือสิ่งที่ควรกระทำเป็นฤกษ์
    หมายความว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องกระทำอย่าไปมัวนั่งดูดาวดูเดือน ประโยชน์มันจะผ่านไปเสีย
    ประโยชน์นั้นแหล่ะเป็นฤกษ์อยู่ในตัวเรา จะทำอะไรก็รีบทำเสีย อย่าชักช้า
    พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดในเรื่องนี้..........


    ....เราต้องหัดมองอะไรๆด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยตาเนื้อหรือมังสะจักษุอย่างเดียว
    ต้องมองด้วยปัญญา คือปัญญาจักษุด้วย มองด้วย”ตาใน”ไม่ใช่”ตานอก”
    มองพิจารณาสิ่งนั้นๆให้เห็นชัดตามสภาพที่เป็นจริง

    (ที่มา: เลิกเชื่อไร้เหตุผล พึ่งตนและพึ่งธรรมะ ของหลวงพ่อปํญญานันทะ ภิกขุ)
     
  15. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    “อภัยทาน” การผ่อนปรน
    เท่ากุศล บุญล้นปรี่
    ใจกว้าง ต่างถ้อยที
    คือวิถี ผู้ดีงาม
     
  16. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
    เเละบุญกุศลที่บำเพ็ญนี้ จงบันดาลให้ท่าน
    เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาน
    ธนสารสมบัติ
    เเละประสบสิ่งอันพึงปรารถนา
    ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ สาธุ
     
  17. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    พระพุทธศาสนาสอนเรื่องเหตุและผลตามความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ..ผลทั้งหลายย่อมมาจากเหตุที่สมควรสอดคล้องกัน..ดังนั้น เมื่อประสงค์จะมีทรัพย์ ก็ต้องทำเหตุ..คือกุศล...มีทานและศีลเป็นหลัก..และอย่าได้เข้าใจผิดว่า ทำทาน๑บาทแล้วจะได้ผล๑บาท ..หามิได้ ทำทาน๑บาท ผลอาจมีได้แสนล้าน...จะเป็นหน่วยกหาปนะ ดอลลาร์ ยูโร รูีปี รูเบิล จั๊ต กีบ หยวน เยนetc..etc.. ก็ได้ตามถิ่นที่ตนไปเกิด..ด้วยอำนาจปัจจัยต่างๆที่ประกอบกันให้สำเร็จในทานนั้นที่ตนทำ..เช่นผู้ให้มีศีลหรือไม่ ทรัพย์นั้นบริสุทธิหรือเปล่า ปฏิคาหกหรือผู้รับมีคุณเช่นศีลหรือเปล่า เจตนาของผู้ให้เป็นอย่างไร เจือด้วยโลภะโทสะโมหะใหม..ฯลฯ..



    แต่การร่ำรวยอย่างเดียวในชาติหนึ่ง ๆอาจหมายถึงการทำบุญหรือบาปได้มโหฬารในหลายทาง ..เอาแน่อะไรไม่ได้..เพราะเหตุที่ยังมีกิเลสหนาแน่นอยู่ .. ทั้งหากก็ไม่ได้ทำบุญเพื่อความมี"ปัญญา"เข้ากำักับหรือประกอบ..แล้วน่ากลัวว่าความรวยจะพาวิบัติได้มากกว่าจนเสียอีก...


    คงได้เห็นข่าวตามสื่อต่างๆทั่วโลกว่า คนรวยบางกลุ่ม(โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา..แต่ก็ไม่เว้นประเทศเจริญแล้วทั้งหลาย)อาศัยฐานะร่ำีรวยของตนทำทุจริตด้วยการซื้อเสียงเพื่อมีตำแหน่งมีอำนาจ สามารถcorruption ประเทศได้ตลอดชีพ หรืออาศัยอิทธิพลใช้อภิสิทธิ์เบียดเบียนชาวบ้าน เพราะไมรู้จักพอของตน เพียงเท่านี้ก็พาตน เข้าถึงหายนะมรรคไปอีกนับภพไม่ถ้วนเเล้ว ไม่จำต้องกล่าวถึงว่า เมื่อรวยแล้วจะใช้ความรวยนั้นไปเลี้ยงดูสาวรุ่นลูกเพื่อสนองกามตน จัดปาร์ตี้เลี้ยงเหล้ากลุ่มเพื่อนฝูง เพื่อแลกเปลี่ยน มิจฉาวาจากันตลอดงาน หรือสั่งใครๆไปสังหารคู่แข่งในที่ใหนๆ เป็นปรกติฯลฯว่าจะวิบัติแ่ก่ตนและบริวารได้เพียงใด..

    เอาเข้าจริง ที่จนเสียอีก จะทำบาปสักทีก็ทำได้จำกัด เช่น จับปลาตัวสองตัวมาเลี้ยงครอบครัว (คนรวยจับได้เป็นตู้containerส่งขายทั่วประเทศและโลก ) คนจนตีชิงวิ่งราวได้วันละ๒-๓ครั้งหรือน้อยกว่า เพราะไม่ฉลาดในการหลบหนีตำรวจ ส่วนคนรวยฉลาดคบตำรวจ แถมมีเพื่อนใหญ่โตคุ้มกัน ส่งยาบ้าให้ลูกค้าข้ามโลกหรือโกงกินทั้งประเทศได้ตลอดเวลา แบบชิลชิล..etc..etc.

    ที่จะนึกทำบุญบ้างก็ทำด้วยความไม่รู้ ทำเพราะเอาหน้า หาเสียง ทำเพื่อผลประโยชน์ตอบคืน ฯลฯ ยิ่งทำยิ่ง

    เขลาเพราะสั่งสมสันดานมักได้ไว้จนแน่นหนา เกิดที่ใหนต้องเอาเปรียบมักมากอยากได้ไปหมด เป็นที่มาของการล่วงศีลได้ง่ายดาย....ใครจะน่าสงสารเท่าเป็นไม่มี!!..

    ดังนั้นเมื่อคิดจะรวยในภพต่อไป ก็พึงรวยด้วยมีปัญญาด้วยจึงจะปลอดภัย..

    พระพุทธองค์ทรงตรัสสรรเสริญการแสวงหาทรัพย์ที่ไม่มีในคำสอนอื่นใดและไม่อาจได้ฟังหรือเห็นได้ตลอดกาล ยกเว้นในยุคที่พระพุทธศาสนายังไม่เสื่อมหายไป กล่าวคือการแสวงหาอริยทรัพย์ 7 ได้แก่...

    ***1. ศรัทธา (ความเชื่อที่มีเหตุผล มั่นใจในหลักที่ถือและในการดีที่ทำ — confidence)
    2. ศีล (การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย ประพฤติถูกต้องดีงาม — morality; good conduct; virtue)
    3. หิริ (ความละอายใจต่อการทำความชั่ว — moral shame; conscience)
    4. โอตตัปปะ (ความเกรงกลัวต่อความชั่ว — moral dread; fear-to-err)
    5. พาหุสัจจะ (ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก — great learning)
    6. จาคะ (ความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ — liberality)
    7. ปัญญา (ความรู้ความเข้าใจถ่องแท้ในเหตุผล ดีชั่ว ถูกผิด คุณโทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ รู้คิด รู้พิจารณา และรู้ที่จะจัดทำ — wisdom)

    อริยทรัพย์ เป็นทรัพย์อันประเสริฐอยู่ภายในจิตใจ ดีกว่าทรัพย์ภายนอกเพราะไม่มีผู้ใดแย่งชิง ไม่สูญหายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ ทำใจให้ไม่อ้างว้าง ยากจน และเป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอกได้ด้วย
    ธรรม 7 นี้ เรียกอีกอย่างว่า พหุการธรรม หรือ ธรรมมีอุปการะมาก (virtues of great assistance; D.III.282; ที.ปา. 11/433/310) เพราะเป็นกำลังหนุนช่วยส่งเสริมในการบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้สำเร็จได้อย่างกว้างขวางไพบูลย์ เปรียบเหมือนคนมีทรัพย์มาก ย่อมสามารถใช้จ่ายทรัพย์เลี้ยงตนเลี้ยงผู้อื่นให้มีความสุข และบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ได้เป็นอันมาก.***

    ***คัดลอกมาจาก..

    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
    พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
     
  18. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า...
    “ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนปัญญาอ่อนที่ไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่
    ประโยชน์มันเป็นฤกษ์อยู่ในตัวแล้ว
    ดวงดาวในท้องฟ้าจะช่วยอะไรได้”.........
    .....พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรตอนหนึ่งว่า..
    “ผู้ใดประพฤติสุจริตตอนเช้า ตอนเช้าเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนสาย ตอนสายเป็นฤกษ์ดียามดี
    ประพฤติสุจริตตอนกลางวัน ตอนกลางวันเป็นฤกษ์ดียามดี
    กลางคืนประพฤติสุจริต กลางคืนเป็นฤกษ์ดียามดี
    ความดีของวันเวลานั้น ไม่ได้อยู่ที่ดวงดาวในท้องฟ้า”
    ...ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าไม่ได้ยึดถืออย่างนั้น คือไม่ถือว่าเวลานั้นดี,เวลานั้นไม่ดี
    เราถือว่า ทำดีเวลาไหน มันก็ดีเวลานั้น, ทำชั่วเวลาไหน มันก็ชั่วเวลานั้น
    ดี-ชั่วมันอยู่ที่การกระทำ ไม่ได้อยู่ที่เวลา
    ......ชาวพุทธเราถือว่า ประโยชน์นั้นแหล่ะคือสิ่งที่ควรกระทำเป็นฤกษ์
    หมายความว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องกระทำอย่าไปมัวนั่งดูดาวดูเดือน ประโยชน์มันจะผ่านไปเสีย
    ประโยชน์นั้นแหล่ะเป็นฤกษ์อยู่ในตัวเรา จะทำอะไรก็รีบทำเสีย อย่าชักช้า
    พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดในเรื่องนี้..........


    ....เราต้องหัดมองอะไรๆด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยตาเนื้อหรือมังสะจักษุอย่างเดียว
    ต้องมองด้วยปัญญา คือปัญญาจักษุด้วย มองด้วย”ตาใน”ไม่ใช่”ตานอก”
    มองพิจารณาสิ่งนั้นๆให้เห็นชัดตามสภาพที่เป็นจริง

    (ที่มา: เลิกเชื่อไร้เหตุผล พึ่งตนและพึ่งธรรมะ ของหลวงพ่อปํญญานันทะ ภิกขุ)
     
  19. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย อันมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์ประธาน ขอจงช่วยดลบันดาลให้คณะศรัทธาทุกท่านทุกคน จงมีแต่ความสุขความเจริญ เเละเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ รวมทั้งโภคทรัพย์ อริยทรัพย์ ธนสารสมบัติ จงปรากฏมีแก่ท่านทั้งหลายทั้งปวง จงส่งผลให้ผู้ใจบุญทุกท่านได้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ ขออนุโมทนาเจริญพร
     
  20. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,029
    ค่าพลัง:
    +17,452
    อภัยทาน” การผ่อนปรน
    เท่ากุศล บุญล้นปรี่
    ใจกว้าง ต่างถ้อยที
    คือวิถี ผู้ดีงาม
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...