เรื่องเด่น เทวดา- เธอรู้ไหม วิริยะบารมีคืออะไร

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 26 ตุลาคม 2017.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    282
    ค่าพลัง:
    +57,708
    ?temp_hash=b8808726db7f6c061ab365b4f8347cf4.jpg






    วิริยะบารมี


    เมื่อกี๊ หลังจากนั่งสวดมนต์น้อมถวายในหลวงรัชกาลที่๙ เหมือนที่เคยทำทุกวันเสร็จ ก็เผลอเคลิ้มๆฝันๆไปว่า...(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เป็นเพียงความฝัน อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ปฏิบัติและพิจารณาให้เข้าใจด้วยตนเอง)

    เดินไปเจอปราสาทแห่งหนึ่ง เป็นแก้วเป็นเพชรทั้งหลัง ใหญ่โตสวยงามมาก หน้าปราสาทนั้น มีเทวดาท่านหนึ่งยืนอยู่ ท่านยิ้มให้ และเรียกผมให้เข้าไปหา และคุยด้วยว่า...

    เทวดา- เธอปรารถนาวิริยะธิกะหรือ?

    ผม- ครับ

    เทวดา- เธอรู้ไหม วิริยะบารมีคืออะไร

    ผม- ก็หมายถึงการทำความเพียรครับ

    เทวดา- เพียรทำอะไรล่ะ

    ผม- เอ่อ... ก็เพียรทำความดี เพียรสร้างบารมี มังครับ

    เทวดา- เธอยังไม่เข้าใจ วิริยะบารมี ไม่ใช่ความเพียรทั่วไป

    ผม- แล้วต้องเพียรยังไงครับถึงเป็นวิริยะบารมี

    เทวดา- วิริยะบารมี คือการเพียรเพื่อละกิเลส โลภ โกรธ หลง ให้หมดไป ถ้าไม่ใช่เพียรละกิเลส มันเป็นวิริยะเฉยๆ ไม่ใช่วิริยะบารมี

    ผม- วิริยะ กับ วิริยะบารมี ไม่เหมือนกันเหรอครับ

    เทวดา- ไม่เหมือนสิ วิริยะเฉยๆ คือเพียรทำอะไรสักอย่างเช่น เพียรอ่านหนังสือสอบ เพียรทำงาน หรือแม้แต่เพียรในการโกงคนอื่น ก็เป็นวิริยะ มันแค่เพียรเฉยๆ เพียรแบบนั้น มันไม่เกิดบารมี เราจึงเรียกว่า วิริยะเฉยๆ ไม่ใช่วิริยะบารมี

    ผม- อ้อ แปลว่าการเพียรแบบทางโลก ไม่ใช่วิริยะบารมี

    เทวดา- ก็ไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด ต้องบอกว่า การเพียร ด้วยใจที่เป็นทางโลกต่างหาก ไม่ใช่วิริยะบารมี แต่การเพียรในโลกนี้ บางอย่างก็เป็นวิริยะบารมีได้ ถ้าใจที่ทำความเพียรนั้นเป็นธรรม

    ผม- อ้อ วัดกันที่ใจ ไม่ใช่การแสดงออกทางกายสินะครับ

    เทวดา- ใช่ เธออย่าลืมว่า บารมี แปลว่า เต็ม อะไรที่เต็ม ก็คือกำลังใจเต็ม ดังนั้น ความเพียรที่จะทำให้เกิดวิริยะบารมี จึงต้องเป็นความเพียรที่มาจากใจที่เต็มด้วยธรรม ไม่ใช่ดูแค่การแสดงออก บางคนทำท่าคร่ำเคร่งสร้างบุญ แต่ใจเต็มไปด้วยกิเลส อยากทำเพื่อข่มเพื่อโชว์คนอื่น แบบนั้นไม่ใช่วิริยะบารมี แต่บางคนเขาอยู่ง่ายๆ เห็นใครลำบากก็ช่วย เห็นอะไรเป็นประโยชน์ก็ทำ ด้วยใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ด้วยใจเสียสละ อันนั้นก็เป็นวิริยะบารมี

    ผม-อ้อ ครับ ต้องเป็นความเพียร ที่สร้างด้วยใจที่ต้องการละกิเลส โลภ โกรธ หลง ถึงจะเป็นวิริยะบารมีสินะครับ

    เทวดา- ใช่ เพราะเมื่อเราเพียรละโลภ โกรธ หลง ใจมันก็สว่าง มันก็มีกำลัง นั่นล่ะบารมีเกิดแล้ว สะสมแล้ว

    ผม-อย่างนี้ คนที่พากเพียรเรียนหนังสือ ทำงานตามหน้าที่ของตนทางโลก จะเป็นวิริยะบารมีไหมครับ

    เทวดา-อันนั้นคือวิริยะเฉยๆ ถ้าเธอเพียรเรียนหนังสือเพราะอยากรวย อยากเท่ มันก็ได้แค่วิริยะ แต่ถ้าเธอเพียรเรียนเพื่อ เอาความรู้ไปช่วยสังคม เพื่อหางานหาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ แบบนั้นก็นับเป็นวิริยะบารมีได้ เพราะเป็นความเพียรที่เป็นประโยชน์ แต่ก็ยังไม่นับเป็นวิริยะบารมีที่เต็มดีนัก เพราะเธออย่าลืมว่า บารมีคือกำลังใจเต็ม แม้เธอเพียรเรียนเพื่อหาเงินมาดูแลพ่อแม่จะเป็นเจตนาที่ดี แต่บางครั้งจิตมันยังมีความอยากความร้อนรนอยู่มาก อยากจบไวๆจะได้หาเงินมาดูแลพ่อแม่ไวๆ ร้อนใจอยากให้ข้อสอบที่ทำไป ออกผลเร็วๆ นั่นล่ะมันทำให้จิตเศร้าหมองอยู่เป็นระยะๆ แม้ทำด้วยเจตนาดี บารมีมันก็เกิดไม่เต็มที่ เพราะใจมันไม่เต็ม มันมืดๆมัวๆไปด้วยกิเลสผสมปนเปกันไป

    ผม-แปลว่าถ้าจะสร้างวิริยะบารมีให้สมบูรณ์นี่ จุดเริ่มต้นในการทำความเพียรทุกครั้ง ต้องเพื่อละกิเลสก่อน จึงจะได้บารมีเต็มที่เหรอครับ

    เทวดา- ถ้าเริ่มด้วยเจตนาเพียรเพื่อละโลภโกรธหลง จิตมันสว่าง มันเบานะ กำลังใจมันก็เต็มง่าย แถมความเพียรนั้นก็จะสำเร็จง่ายขึ้นด้วย ระหว่างเพียรไป อยากไป กับเพียรไป ละไป อันไหนมันสบายกว่าล่ะ

    ผม- ถ้าเพียรไป อยากไป มันก็ทุกข์เยอะครับ เพราะมันอยากให้ได้ไวๆ ใจมันก็จะร้อนรนไปด้วย เลยเหนื่อยกว่าเดิม แจ่ถ้าเพียรไปละไป มันก็เหมือนตั้งใจทำไปเรื่อยๆตามหน้าที่ ใจมันก็คงจะชิลล์ๆสบายๆกว่าครับ แต่ทางโลกเค้าชอบบอกว่า เราต้องเอาความอยากมาขับเคลื่อนชีวิตให้ใจสู้นี่ครับ มันถึงจะประสบความสำเร็จ

    เทวดา- อะไรคือความสำเร็จของชีวิตเหรอ เงิน อำนาจ ชื่อเสียงเหรอ ของเหล่านั้นเราสร้างมันขึ้นเพื่อจะทำให้ใจเรามีความสุขไม่ใช่เหรอ แล้วเธอจะเดินทางอ้อมทำไม ใจก็อยู่กับตัวเราอยู่แล้ว แค่เราเพียรละความอยาก ใจมันก็เบาสบาย ก็สุขแล้ว จะไปเพียรหาเงิน เพื่อมาทำให้ใจสุขทำไม ทั้งอ้อม ทั้งเหนื่อยแก่งแย่งวุ่นวายไปหมด

    ผม- ก็จริงครับ เพียรละกิเลสในใจซะ ทุกอย่างก็จบเลย แต่ เอ... ถ้าวิริยะบารมีคือเพียรละกิเลส งั้นพระโพธิสัตว์ที่ทำบารมีตัวนี้ ไม่กลายเป็นสำเร็จอรหันต์ไปหมดก่อนเหรอครับ

    เทวดา- จะพระอรหันต์หรือพระพุทธเจ้า ท่านก็มีจุดหมายเดียวกันคือการดับทุกข์ในใจ เพียงแต่พระพุทธเจ้าท่านอธิษฐานพ้นทุกข์ แล้วขอสอนคนให้พ้นทุกข์ตามท่านได้ด้วย มันต่างกันตรงอธิษบานบารมี แต่ก็ปลายทางเดียวกัน ดับทุกข์เหมือนกันหมด

    ผม-- อ้อ เข้าใจละครับ งั้นแสดงว่าต่อไปเวลาผมตั้งใจสวดมนต์ทำบุญสร้างบารมี ต้องตั้งใจให้มั่นๆไว้ก่อนเสมอว่า เราเพียรทำความดีนี้เพื่อละโลภโกรธหลงในใจ

    เทวดา- นั่นล่ะคือเคล็ดสำคัญในการสร้างบารมี จงอย่าลืมเสมอว่า บารมีคือการทำกำลังใจให้เต็ม ถ้าทำด้วยกิเลสความอยาก มันจะไม่มีทางถมความอยากนั้นให้เต็มได้ เธอต้องทำความดีเพื่อละความอยาก เมื่อไม่อยาก ใจมันก็เบา ก็สว่าง ก็เต็ม เมื่อเริ่มต้นทำความเพียรใด ด้วยใจที่เป็นวิริยะบารมีเช่นนี้ วิริยะตัวนั้น ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมก็จะสำเร็จ เต็มสมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นไปด้วย บารมีทุกตัวทั้งสิบทัศน์ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ต้องเริ่มด้วยตัวนี้ทั้งสิ้น ไปสำรวจกำลังใจตัวเองในการสร้างบารมีให้ดีว่าสร้างด้วยกำลังใจแบบไหน ถ้าสร้างเพื่อละกิเลส บารมีนั้นก็จะเต็มไว ถ้าสร้างด้วยความอยาก มันจะไม่เต็ม

    ผม- โอ้โห ยากนะครับ สร้างโดยไม่อยาก

    เทวดา- เบื้องต้นมันก็ต้องอยากก่อนล่ะ อยากสร้างบารมี แต่เมื่อขยับสูงขึ้น มันก็ต้องละอยากดีตัวนั้นไป เหมือนคนว่ายน้ำ ถ้ายังว่ายไม่แข็ง มันก็ต้องเกาะห่วงยางไปก่อน แต่พอเริ่มว่ายแข็งแล้ว มันก็ต้องโยนห่วงยางทิ้งไป ถึงจะว่ายได้เร็วขึ้น เธอต้องเลือกเอาด้วยกำลังใจของเธอเอง

    ผม- สาธุครับ แล้วยังมีเคล็ดอย่างอื่นในการสร้างบารมีอีกไหมครับ

    เทวดา- "พอ" ถ้าเธอรู้จักความพอ ใจเธอจะไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เธอจะรู้ได้เองในที่สุดว่า วิริยะบารมีนี้ เธอเพียร"พอ"หรือยัง




    *******************************************************************************

    รอบทิศ ไวยสุศรี

    https://www.facebook.com/robtis?hc_...-9cW24IHgAlyuqK7E6UH4KeKc_3xoTFm4XVM4&fref=nf
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ตุลาคม 2017
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    282
    ค่าพลัง:
    +57,708



    ถวายพระเกียรติสูงสุดแด่พระองค์
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    282
    ค่าพลัง:
    +57,708
    24852661_2050695968540246_5294052417671568022_n.jpg

    **************************************


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. ryuma9

    ryuma9 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2017
    โพสต์:
    501
    ค่าพลัง:
    +648
    สาธุกับ จขกท. ครับ
     
  5. aneka9119

    aneka9119 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    34
    ค่าพลัง:
    +44
    โมทนากับท่าน จขกท.ด้วยนะครับ
    ได้ประโยชน์มากทีเดียว
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    282
    ค่าพลัง:
    +57,708
    #นะภูเขาบุญ
    ได้มาจากวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน วันนี้เปิดเจอที่บันทึกไว้พอดี เลยเอามาลงให้เพื่อนๆลองตั้งจิตพิจารณากันก่อน ไว้มีเวลาจะมาเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกทีครับ

    https://www.facebook.com/robtis


    ?temp_hash=b8930a98370a9b7f83c09b733119bdb1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กันยายน 2018
  7. pandykub

    pandykub Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มกราคม 2013
    โพสต์:
    29
    ค่าพลัง:
    +56
    อนุโมทนาด้วยครับ
    ธรรมใดที่เป็นไปเพื่อการละ โลภะ ราคะ โทสะ โมหะ ถือว่าปฏิบัติได้ตรงแล้ว ยังสัมมาทิฏฐิให้มีแล้ว อย่าลืมตรวจทาน บารมีที่ได้กระทำแล้วด้วยนะครับ จะทำให้จิตชุ่มชื่นมีกำลังยิ่งขึ้นไป
    เจริญในธรรมทุกท่านครับ
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    282
    ค่าพลัง:
    +57,708
    ..คำสอนพ่อ..

    “...ความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้น ทำไมมันถึงน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่เด่นดัง คือ ดูมันคร่ำครึ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีไม่คร่ำครึ ต้องมีความอดทน ในเวลาข้างหน้าจะเห็นผลในความอดทนของตนเองแน่นอน...”

    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
    ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
    วันที่ 18 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2540


    ?temp_hash=7ab050f6f77c748c3405e7d66af3385e.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    124
    ค่าพลัง:
    +127
    สาธถุคับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...