เที่ยวสุราษฎร์ ไหว้พระธาตุไชยา-เข้าสวนโมกข์ ท่องโลกธรรม

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย vacharaphol, 8 กรกฎาคม 2009.

  1. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    ค่าพลัง:
    +27,126
    <TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=4><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%"><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระธาตุไชยา งานศิลปกรรมศรีวิชัยอันสมบูรณ์หมดจดหนึ่งเดียวในไทย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> "พระบรมธาตุคู่เมือง รุ่งเรืองพุทธศาสน์ พุทธทาสปราชญ์โลก สวนโมกขพลาราม ลือนามศรีวิชัย ผ้าไหมพุมเรียง ทะเลเคียงหาดทราย แหล่งซื้อขายไข่เค็ม"

    นั่นคือคำขวัญประจำ"เมืองไชยา" อำเภอสำคัญแห่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทริปนี้ "ตะลอนเที่ยว" ถือฤกษ์งามยามดีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ล่องใต้เดินทางไปยังอำเภอไชยา ดินแดนเก่าแก่ที่นอกจากจะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้วยังมีความสำคัญทางพุทธศาสนาอีกด้วย

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระพุทธรูปหินทราย 3 พี่น้อง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> และเพื่อเป็นการเข้าใจในไชยา เราขอพูดถึงความสำคัญของดินแดนแห่งนี้เพื่อเรียกน้ำย่อยความจำในวิชาประวัติศาสตร์กันเสียหน่อย

    "ไชยา" ชื่อนี้ ตามทัศนะของนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าหมายถึง "ชัยชนะ" น่าจะมาจาก "ศรีวิชัย" หรือ "ศรีวิชยะ" ก่อนจะกร่อนเสียงเป็น"ไชยา"ดังปัจจุบัน ด้านชาวบ้านเชื่อว่า "ไชยา" น่าจะมาจาก "ไทรหยา" หรือ "ไซหยา" อันหมายถึงต้นไทร(ไทร-ไซ)ที่ใช้กินเป็นยา(หยา) ซึ่งมีมากในภูเขากั้นเขตแดนระหว่าง อ.ไชยา กับ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง

    ในอดีตไปเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว สมัยอาณาจักรศรีวิชัย(ราวพุทธศตวรรษที่ 11-18 )เรืองอำนาจในดินแดนสุวรรณภูมิ ไชยาถือเป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรนี้

    นักวิชาการสายหนึ่งเชื่อว่าเมืองไชยาคือศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย(ส่วนอีกสายหนึ่งเชื่อว่าเมืองปาเล็มบัง(สุมาตรา-อินโดนีเซีย)คือศูนย์กลางของอาณาจักรนี้) เพราะมีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์จำนวนมากในเมืองนี้

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ลานหินโค้ง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ปัจจุบัน อ.ไชยาหลงเหลือร่องรอยความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรศรีวิชัยให้ชมกันอยู่ในบางพื้นที่ โดยจุดที่สำคัญที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ "วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรมหาวิหาร" หรือ "วัดพระธาตุไชยา" อันเป็นที่ประดิษฐาน"พระบรมธาตุไชยา"สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุราษฎร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ของวัดทรงคุณค่าแห่งไชยาที่เราไปเยือนในทริปนี้

    ยลศิลปะศรีวิชัย ไหว้พระธาตุไชยา

    พระบรมธาตุไชยาหรือพระธาตุไชยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 ตามคติมหายาน มีความสูง 24 เมตร เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรมุขซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป องค์พระธาตุมีสถูปขนาดเล็กอยู่ตามมุมสี่เหลี่ยมรวมทั้งหมด 24 องค์ ตรงกลางมีมุขหน้าบัน ลวดลายปูนปั้นสีทองรูปร่างต่างๆประดับประดา อาทิ เทพพนม ช้างเอราวัณ นกยูง สิงห์ เหรา ฯลฯ ซึ่งยามต้องแสงอ่อนยามเช้า-เย็น จะมลังเมลืองเหลืองอร่ามงดงามยิ่งนัก

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=300><TBODY><TR><TD vAlign=top width=300 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>รูปเคารพท่านพุทธทาสในสวนโมกข์ </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ภายในพระธาตุไชยาบรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นส่วนใดพระธาตุองค์นี้ถือเป็นงานศิลปกรรมศรีวิชัยต้นแบบที่สวยงาม สมบูรณ์แบบ หมดจด และสุดยอดทอดตาทั่วแผ่นดินไทยคงไม่มีที่ใดเกิน ไม่เพียงเท่านั้นในความงดงามสมส่วน องค์พระธาตุยังมีปริศนาธรรมแฝงซ่อนอยู่กับรหัส 481 อีกด้วย

    4 คือ เจดีย์ 4 องค์ 4 มุม 4 ฐาน เปรียบดัง"อริยสัจ 4" 8 คือ เจดีย์บริวารชั้นละ 8 องค์ เปรียบดัง "มรรค 8 ผล 8" ส่วน 1 คือ ยอด 1 เดียวของพระบรมธาตุที่เปรียบดัง " นิพพาน" การหลุดพ้น

    ส่วนฐานพระธาตุถือว่าแปลกไม่เบา เพราะมุมหนึ่งมีบ่อน้ำเล็กๆส่องสะท้อนเงาองค์พระธาตุอย่างสวยงาม ซึ่งตามข้อมูลของวัดได้กล่าวถึงบ่อน้ำแห่งนี้ว่า สมัยก่อนองค์พระธาตุเกิดการทับถมพื้นดินมากกว่า 1 เมตร ชาวบ้านที่นี่จึงช่วยกันขุดคูน้ำล้อมรอบเพื่อไม่ให้แผ่นดินทับถมฐานของพระธาตุ ปัจจุบันจึงเหลือไว้ให้ดู 1 จุดด้วยกัน

    ในขณะที่ตำนานของชาวบ้านเชื่อว่านี่คือ"ปาฏิหาริย์แห่งพระธาตุ" เพราะสมัยก่อนมีปีหนึ่ง เมืองไชยาประสบภัยแล้งหนักไม่มีน้ำท่าดื่มกิน แต่แล้วกลับมีเหตุเหลือเชื่อขึ้นเมื่อจู่ๆเกิดมีตาน้ำผุดขึ้นมาทั่วมุมฐานพระธาตุ จนชาวบ้านสามารถนำไปแก้ปัญหาภัยแล้งได้ ต่อมาได้มีการปิดตาน้ำลง 3 ตา เพราะเกรงว่าพระธาตุจะทรุดตัวหลงเหลือไว้ให้ดูเป็นอนุสรณ์ 1 ตาน้ำ แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งยังเชื่อว่านี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ ซึ่งปัจจุบันน้ำในนี้จะนำไปใช้ในพิธีสำคัญๆต่างๆ

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระพุทธรูป 1 ใน 180 องค์ ที่ระเบียงคด</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> นอกจากองค์พระธาตุไชยาแล้ว ในเขตพระธาตุที่ระเบียงคดยังมีพระพุทธรูปแกะสลักหินทรายสีแดงประดิษฐานอยู่ถึง 180 องค์ แต่ละองค์ล้วนต่างมีสรีระอ่อนช้อยพระพักตร์อ่อนโยนเปี่ยมเมตตา ดูแล้วให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก

    ในขณะที่ลานด้านนอกข้างๆโบสถ์ก็มีพระพุทธรูปหินทราย 3 พี่น้องประดิษฐานอยู่ด้วยสรีระสมส่วนขรึมขลังเปี่ยมศรัทธา อีกทั้งยังมีต้นโพธิ์โบราณแผ่สยายกิ่งก้านให้ความร่มเย็น ฝั่งตรงกันข้ามของต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ตั้งของ "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา"(เปิดวันพุธ-อาทิตย์) ที่มีศิลปวัตถุน่าสนใจให้ชมกันไม่น้อยเลย

    ในวันนั้นก่อนจากลาวัดพระธาตุไชยา "ตะลอนเที่ยว" มีโอกาสได้พูดคุยกับพระรูปหนึ่งในวัด ทราบว่า วัดพระธาตุไชยานั้น"ท่านพุทธทาสภิกขุ" เคยมาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเข้าทางอารมณ์ของเราพอดี เพราะวัดที่จะไปเยือนต่อไปนั้น คือ"สวนโมกข์"หนึ่งในแดนธรรมสำคัญของเมืองไทย

    เข้าสวนโมกข์ ท่องโลกพุทธธรรม

    "สวนโมกข์" หรือชื่อเต็ม "สวนโมกขพลาราม" แดนธรรมแห่งนี้ก่อตั้งโดยท่านพุทธทาสภิกขุในปี พ.ศ. 2475 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและจรรโลงพระพุทธศาสนา

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>สุดท้ายคือความว่าง(วงกลม)สีขาวที่โรงหนัง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> สวนโมกข์ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า"วัดธารน้ำไหล" เพราะในอดีตมีธารน้ำใสเย็นไหลผ่าน แต่ปัจจุบันป่าต้นน้ำถูกทำลาย ลำธารเหือดแห้งหาย ดีแต่ว่าวันนี้ยังมีสวนโมกข์ ที่เป็นดังผืนป่ากลายๆอันร่มรื่นเขียวครึ้มตั้งตระหง่านเป็นดังโอเอซิสแห่งโลกยุคใหม่ในบริเวณนี้ ที่ให้ทั้งความร่มเย็นทางกายและความชุ่มชื่นทางใจแก่ฆราวาสที่สนใจใฝ่ธรรม

    สวนโมกข์ เป็นวัดที่หยุดพัฒนาทางวัตถุ แต่หันไปพัฒนาทางจิตใจและการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เป็นไปตามปณิธาน 3 ข้อของท่านอาจารย์พุทธทาส ที่ได้ดำเนินการมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยที่มีชีวิตอยู่ นั่นก็คือ 1.ให้ทุกคนพยายามเข้าถึงหัวใจแห่งศาสนาของตน 2.ทำความเข้าใจหลักสำคัญระหว่างศาสนา 3.เปลื้องตนออกจากวัตถุนิยม

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>เงาพระธาตุไชยาในตาน้ำ</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> "ตะลอนเที่ยว"เพียงย่างก้าวเข้าสู่สวนโมกข์ก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้หลุดเข้ามาอยู่ ณ อีกดินแดนหนึ่ง เป็นดินแดนแห่งธรรมที่ห่างไกลจากความวุ่นวายใดๆ

    จากประตูวัดเราเดินผ่านต้นไทรไปตามถนนสายธรรม ความร่มเย็นจากสภาพพื้นที่ได้แผ่พลังเข้ามาในจิตใจให้สงบเย็นมากขึ้น พร้อมๆกับสมาธิอันจดจ่อแน่วแน่ที่มากขึ้น(อย่างประหลาด)

    จุดน่าสนใจแรกในสวนโมกข์เราเข้าไปยังอาคารพุทธทาส 100 ปี ที่มีเรื่องราวของท่านพุทธทาส ข้อมูลสวนโมกข์ หลักธรรมคำคม ปรากฏให้ขบคิดอยู่ทั่วไป

    จากนั้นเราจึงใช้ข้อมูลที่ได้รับ เป็นเข็มทิศเคลื่อนไปสัมผัส รับรู้ ในจุดน่าสนใจเด่นๆของวัด เริ่มด้วย ลานหินโค้ง ลานอเนกประสงค์ของวัด ที่ใช้ทำวัตรเช้า-เย็น แสดงปาฐกถา อบรมพระ ประชุมสัมนาฆราวาส ทำบุญเลี้ยงพระ ฯลฯ มีลักษณะเป็นดินทรายเสริมก้อนหินเป็นแนวลานโค้งครึ่งวงกลมดูแปลกตาไม่น้อย

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ปริศนาธรรมภาพเซนในโรงหนัง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ถัดจากลานหินโค้งไป เป็น "โรงมหรสพทางวิญญาณ" หรือ "โรงหนัง" อาคารสีขาว 2 ชั้น ภายในปราศจากซึ่งหนังฮอลลีวูด ไทย ฮ่องกง เกาหลี หากแต่มีภาพปริศนาธรรม คำคม ข้อคิด นำเสนออยู่ทั่วไปในโรงหนัง ทั้งที่ผนัง เสา ใต้บันได มีทั้งที่คิดขึ้นมาใหม่และนำมาจากของเก่า แบ่งเป็น กลุ่มภาพเซน กลุ่มภาพโลกและปรัชญา กลุ่มภาพสุภาษิต กลุ่มภาพเกี่ยวกับโทสะ โมหะ เป็นต้น ซึ่งท่านพุทธทาสเคยปรารภไว้ว่า "ดูให้ออกสักเรื่องก็คุ้มค่าที่มาที่นี่"

    ปริศนาธรรมที่นี่ บางภาพเราดูแล้วสามารถตีความเข้าใจได้ง่ายๆอย่างภาพ ต้นไม้ที่อธิบายว่า ในโลกนี้มีพุทธศาสนาเพื่อเข่นฆ่าสิ่งเหล่านี้มิให้เหลือ อาทิ เข่นฆ่าความเมาตำรา เมาอาจารย์ ความหลอกลวง เมาโชคชะตาราศีเป็นต้น หรือภาพ “นางเบ็ด”ที่ดูอีโรติกนิดๆพร้อมคำอธิบายข้างหลังภาพที่สะท้อนความจริงในสังคมยุคนี้ให้เห็น ส่วนบางภาพแม้จะดูไม่รู้เรื่อง แต่ว่ากลับเป็นภาพที่มีคุณค่าทางศิลปะไม่น้อยเลย

    ในขณะที่ภาพซึ่งถือเป็นศูนย์รวมเป็นที่สุดก็คือ ภาพวงกลมสีขาวที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่"ความว่าง"เท่านั้น แต่ในความว่างนั่นแหละคือธรรมอันสูงส่งที่ท่านพุทธทาสเน้นอยู่เสมอ

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=300><TBODY><TR><TD vAlign=top width=300 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ลวดลายปูนปั้นประดับองค์พระธาตุไชยา</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ออกจากโรงหนังแบบอิ่ม(ปริศนา)ธรรม เราก็ไปต่อยัง "สระนาฬิเกร์" ที่มีสภาพเป็นสระกว้าง ตรงกลางมีเกาะปลูกมะพร้าวไว้ต้นหนึ่ง สร้างขึ้นเป็นปริศนาธรรม เปรียบมะพร้าวต้นเดียวแทนนิพพานท่ามกลางห้วงทุกข์ โดยท่านพุทธทาสได้แนวคิดนี้มาจากเพลงกล่อมเด็กของคนใต้

    นอกเหนือจากจุดหลักๆที่กล่าวมาแล้ว สวนโมกข์ยังมีจุดสนใจและจุดศึกษาธรรมเด่นๆชวนให้ไปสัมผัส อาทิ สวนหินแบบเซน หอระฆัง ยอดเขาพุทธทองอันเป็นโบสถ์ธรรมชาติของสวนโมกข์ เป็นต้น ซึ่งแทบทุกจุดล้วนมีหลักธรรมและปริศนาธรรมแฝงซ่อนอยู่ เพียงแต่ว่าใครจะมองเห็นธรรมนั้นถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม ธรรมมะที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเฝ้าเพียรเผยแพร่เป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษนั้น ถือว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่งต่อมวลมนุษย์ชาติ

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400><TBODY><TR><TD vAlign=top width=400 align=middle>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>อาคารโรงหนัง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=5 vAlign=top align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ฉะนั้นใครที่คิดจะไปวัดเพื่อขอเลขหวยรวยเบอร์ เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล คงต้องไปหาที่วัดอื่น เพราะสวนโมกข์ไม่มีให้ มีแต่หลักธรรมคำสอนที่จะยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้น

    เมื่อจิตใจมนุษย์สูงขึ้น โลกนี้ไยมิใช่น่าอยู่มากขึ้น

    * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

    วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 3 ต.เวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ประมาณ 54 กิโลเมตร ละแวกวัดพระธาตุไชยายังมีกลุ่มโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ประกอบด้วย วัดเวียง วัดหลง และวัดแก้ว

    "สวนโมกขพลาราม"หรือ "วัดธารน้ำไหล" ตั้งอยู่บริเวณริมเขาพุทธทอง ริมทางหลวงหมายเลข 14 บริเวณหลักกม.ที่ 134 อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

    ทั้งนี้ผู้สนใจเที่ยว อ.ไชยา และ จ.สุราษฎร์ฯ สามารถสอบถามการเดินทางและรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7728- 8818-9


    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  2. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    [​IMG]

    (โรงมหรสพทางวิญญาณ..ที่สวนโมกขพลาราราม)

    ที่วัดสวนโมกข์จะมีไก่แจ้เยอะมาก เงียบ สงบ สมกับเป็นวัดป่าค่ะ..
     
  3. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

    เมืองร้อยเกาะ

    ร้อยเกาะ หรือเมืองร้อยเกาะชื่อนี้ มาจากสภาพพื้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
    ประกอบด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อยมากมาย โดยเฉพาะเกาะที่มีชื่อเสียง เช่น เกาะสมุย
    เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีชายหาดสวยงาม และมีชื่อเสียง หลายแห่งเช่น
    หาดเฉวง หาดละไม เป็นต้น ห่างออกไปทางตะวันตกประมาณ <?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com[​IMG]</st1:metricconverter>20 กิโลเมตร
    เป็นที่ตั้งของหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะเล็ก เกาะน้อย รวมแล้วประมาณ 40 เกาะ
    บางเกาะในหมู่เกาะอ่างทอง มีชายหาด และแนวปะการังที่สวยงาม ซึ่งเกาะเหล่านี้ส่วนหนึ่ง
    ได้ถูกกำหนด และประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เรียกว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
    นอกจากนี้ยังมี เกาะพะงัน ซึ่งมีบรรยากาศคล้ายเกาะสมุยมีชายหาดเกือบรอบเกาะ
    ลักษณะเด่นคือมีชายหาดเป็นอ่าวโค้งสวยงาม ถึง 11 หาด เช่นหาดริ้นใน หาดริ้นนอก
    นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังมี เกาะนางยวน ซึ่งนอกจากมีชายหาด และท้องทะเลสวยงามแล้ว
    ยังมีแนวปะการังที่สมบูรณ์

    [​IMG]

    เกาะสมุย..

    [​IMG]

    หาดเฉวง..ชายหาดที่มีชื่อเสียงว่า งดงามที่สุดบนเกาะสมุย

    [​IMG]

    หินตา หินยายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสมุย..อิ..อิ..
    แต่ให้ดูแต่หินตา ส่วนหินยายถ้าอยากเห็นให้ไปดูที่เกาะสมุยเองจ๊ะ..

    [​IMG]

    เกาะพงัน..จะมีชื่อเสียงมากในการจัด Full Moon Party ต้องลองไปดูจะได้รู้ว่า บรรยายโรแมนติกสุดยอดขนาดไหน..

    [​IMG]

    บรรยากาศยามเย็นริมชายหาด ที่เกาะพงัน..

    [​IMG]

    เกาะเต่า และเกาะนางยวน..เกาะสวรรค์กลางทะเลฝั่งอ่าวไทย<O:p<O:p
    <O:p

    [​IMG]


    [​IMG]

    หมู่เกาะต่าง ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเปรียบเสมือนเมืองร้อยเกาะ
    แห่งชายฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม
    และมีชื่อเสียงทั่วโลก นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลสู่หมู่เกาะเหล่านี้
    ปีละหลายแสนคน ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
    จังหวัดหนึ่งของประเทศไทย

    [​IMG]

    หมู่เกาะอ่างทอง..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2009
  4. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    เงาะอร่อย

    เงาะโรงเรียนมีประวัติเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2468 มีชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย
    ชื่อนายเค วอง มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองปินังประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางเข้ามา
    ทำเหมืองแร่ดีบุก ที่หมู่บ้านเหมืองแกะ ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร
    โดยสร้างบ้านพักเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ในที่ดินที่ซื้อจำนวน 18 ไร่ ใกล้ทางรถไฟ
    ด้านทิศตะวันตก ได้นำเมล็ดเงาะมาปลูกข้างบ้านพัก ปรากฏว่ามีเงาะต้นหนึ่งมี
    ผลที่มีลักษณะต่างไปจากต้นอื่น คือ รูปผลค่อนข้างกลมเนื้อกรอบ หวาน หอม
    เปลือกบาง รสชาดอร่อย

    [​IMG]

    เมื่อนายเค วอง เลิกกิจการเหมืองแร่ในปี พ.ศ.2497 ได้ขายที่ดินจำนวน 18 ไร่
    พร้อมบ้านดังกล่าว ให้แก่กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) ซึ่งได้ปรับ
    ปรุงใช้เป็นสถานที่เรียน เรียกว่า โรงเรียนนาสาร เงาะที่นายเค วอง ปลูกไว้
    ก็ได้ขยายพันธุ์ให้กับประชาชนโดยใช้ต้นพันธุ์เดิม จึงเรียกว่า เงาะโรงเรียนในปี
    พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จจังหวัด
    สุราษฎร์ธานี นายชัช อุตตมางกูร ผู้นำชาวสวนเงาะได้ทูลเกล้าฯ ถวายผล
    เงาะโรงเรียน และขอพระราชทานชื่อพันธุ์เงาะนี้เสียใหม่

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า "ชื่อเงาะโรงเรียนดีอยู่แล้ว"
    ตั้งแต่นั้นมาเงาะพันธุ์นี้จึงได้ชื่อว่า เงาะโรงเรียน อย่างเป็นทางการ

    <!--coloro:#000099--><!--/coloro-->เงาะโรงเรียน<!--colorc--><!--/colorc--> เป็นเงาะพันธุ์ดี มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรส
    ชาดอร่อย เนื้อกรอบ หวานหอม ผิวเปลือกบาง เมื่อผลสุกเปลือกเป็นสีแดงแต่
    ผม (ขน) ของเงาะโรงเรียนจะยังคงเป็นสีเขียว และมีการปลูกกันมากที่อำเภอ
    บ้านนาสาร ซึ่งถือเป็นถิ่นกำเนิดของชื่อเงาะโรงเรียน

    [​IMG]
     
  5. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    หอยใหญ่


    <!--coloro:#000099--><!--/coloro-->หอยนางรม<!--colorc--><!--/colorc--> มีชื่อสามัญ คือ Oyster หอยนางรม (วงศ์ MOLLUSCA) นั้น
    มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมเลี้ยงกันอยู่โดยทั่วไปนั้น แบ่งออกเป็น 3 ชนิด
    ด้วยกันคือ หอยนางรมพันธุ์เล็กหรือหอยนางรมปากจีบ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
    Saccostrea commercialis หอยนางรมพันธุ์นี้มีเลี้ยงมากทางภาคตะวันออก
    ส่วนหอยรมอีกสองพันธุ์ที่เหลือ เป็นหอยนางรมที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ เรียกว่า
    หอยตะโกรม (Crassostrea belcheri) และหอยตะโกรมกรามดำ
    (C.lugubris)

    แม้ว่าจะมีการเลี้ยงกันบ้างในภาคตะวันออก แต่การเลี้ยงส่วนใหญ่ จะอยู่ใน
    เขตจังหวัดในภาคใต้

    [​IMG]

    หอยนางรมที่สุราษฎร์ธานีอร่อยกว่าที่อื่น ๆ มาก ด้วยว่าเป็นสายพันธุ์ขนาดใหญ่
    ที่เรียกว่า <!--coloro:#000099--><!--/coloro-->หอยตะโกรม <!--colorc--><!--/colorc-->ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีหอยตะโกรมจำนวนมาก
    โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเล แถว ๆ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เนื่องจากพื้นที่
    ดังกล่าวอุดมสมบูรณ์ด้วยแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารของหอยทำให้เจริญเติบโต
    และขยายพันธุ์ออกลูกกันจำนวนมาก ประกอบกับศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์
    น้ำชายฝั่งสุราษฎร์ธานี ได้จับพ่อแม่พันธุ์หอยนางรมมาศึกษาการเลี้ยง
    และเพาะขยายพันธุ์จนประสบความสำเร็จ

    ซึ่งลูกพันธุ์หอยส่วนหนึ่งได้ปล่อยกลับคืนธรรมชาติด้วย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่
    ริมฝั่งทะเลจึงยึดอาชีพการเลี้ยงหอยนางรมกันจำนวนมาก ซึ่งผลผลิตส่วนหนึ่ง
    ขายตามท้องตลาด และร้านอาหารในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังส่ง
    ขายให้กับภัตตาคารในกรุงเทพฯ อีกด้วย

    การเลี้ยงหอยนางรมเป็นอาชีพนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเลี้ยงบนก้อนหิน
    ในกระบะไม้ ใช้แท่งซีเมนต์ แบบพวงอุบะแขวน และใช้หลักไม้ เป็นต้น
    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิประเทศ และดินฟ้าอากาศแต่ละท้องที่
    สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงหอยนางรมนั้น ต้องเป็นแหล่งที่มีน้ำกร่อย
    หรือน้ำทะเลท่วมถึง อย่างน้อย 7-8 เดือน สภาพเป็นดินโคลน หรือโคลนปน
    ทราย และกระแสของน้ำมีความเร็วประมาณ 3-5 ไมล์ ต่อชั่วโมง นอกจากนี้
    ควรห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรมและไม่อยู่ในอิทธิพลของน้ำจืดไหลบ่าลงท่วมในฤดูฝนด้วย

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยง
    หอยนางรมมาก ด้วยว่ามีสภาพแวดล้อมที่ดี หอยใหญ่ ๆ จากที่นี่ส่วนใหญ่
    ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคให้ความนิยมนั่นเอง

    อ้างอิง: ศุภชัย นิลวานิช, เทคโนโลยีการประมง ,
    วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 17 ฉบับที่ 347
     
  6. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    ค่าพลัง:
    +27,126
    สุดยอด ขอบคุณที่ช่วยเติมเต็มสาระความรู้ ผมก้อทำงานอยู่ที่สมุย อยู่แถวบ้านตลิ่งงาม
     
  7. walaphako

    walaphako ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,165
    ค่าพลัง:
    +1,595
    ขอบคุณ นะคะ เคยไปมาแล้ว ชอบมากๆค่ะ
     
  8. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    ยังไม่จบการนำเสนอนะคะ แต่ช่วงนี้ติดงานอยู่ ไว้ช่วงค่ำ ๆ จะเข้ามา update ต่อค่ะ
    หากท่านใดจะช่วยลงต่อให้ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง..ช่วยกันประชาสัมพันธ์บ้านเรา
    เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป..ไม่รู้..^_____^..


    [music]http://palungjit.org/attachments/a.651390/[/music]

    ;k07
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กรกฎาคม 2009
  9. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    ไข่แดง

    <!--colorc--><!--/colorc-->เป็นนามเรียกลักษณะของ <!--coloro:#990000--><!--/coloro-->ไข่เค็มไชยา<!--colorc--><!--/colorc--> ของดีขึ้นชื่อของ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
    ซึ่งเป็นไข่เค็ม ที่มีชื่อเสียงกล่าวขวัญกันทั่วไป ไข่เค็มไชยา เป็นไข่เค็มที่ทำจากไข่เป็ด
    ที่เลี้ยงในเขตอำเภอไชยา ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงเป็ดขนาดใหญ่ ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นทุ่งนา
    ทั้งยังติดกับชายฝั่งทะเล มีกุ้ง หอย ปู ปลาอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งชาวบ้านยังเลี้ยงเป็ด
    โดยให้ข้าวเปลือกเป็นอาหารเสริม ส่งผลให้ไข่เป็ดมีไข่แดงสีแดงจัด ไข่แดง
    มีมากกว่าไข่ขาว สีสันมันวาว รสมัน ไร้กลิ่นคาว ชวนรับประทานกลายเป็น
    เอกลักษณ์พิเศษของไข่เค็มไชยา เมื่อนำมาทำไข่เค็มตามสูตร ที่สั่งสมกันมา
    แต่โบราณ จึงทำให้ไข่เค็มไชยาเป็นสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของชาว
    ไชยา และชาวสุราษฎร์ธานี

    [​IMG]

    มีจำหน่ายทั่วไปในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะที่อำเภอไชยา กลายเป็น
    สินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมืองไชยาเดิมนั้น อุดม
    สมบูรณ์ มีการทำนา ปลูกข้าว หรือเรียกได้ว่า “ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” หรือ
    “มีข้าวเต็มนา มีปลาเต็มน้ำ” และประชาชนมีการเลี้ยงเป็ดกันทั่วไปตามหมู่บ้าน
    ต่าง ๆ ตำบลต่าง ๆ เพราะอาหารเลี้ยงเป็ดตามธรรมชาติมีมาก เช่น ข้าวเปลือก
    ลูกปลา หอย และอื่น ๆ

    ในนาข้าวมีอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านมีการเลี้ยงเป็ดปล่อยทุ่ง หากินในนา
    และรอบ ๆ บ้าน ไข่เป็ดเหลือจากการใช้บริโภคในครอบครัว นำไปขายในตลาด
    อำเภอไชยา ประชาชนในตลาดไชยา และที่อื่น ๆ ซื้อไข่เป็ดไปประกอบอาหาร
    ทอด ต้ม แล้วไข่เป็ดซึ่งแดง มัน อร่อย เป็นที่พอใจแก่ผู้บริโภค

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  10. boontar

    boontar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    2,718
    ค่าพลัง:
    +5,513
    ไข่เค็มไชยา ของโปรดของผมครับ มีติดบ้านบ่อยๆ แต่แป๊ปเดียวก็หมด
    เคยถามคนขาย เค้าบอกว่ามีการควบคุมคุณภาพ
    ต้องใช้ไข่เป็ดไชยาหรือสุราษฎร์ฯ เท่านั้น
    เคยมีคนมั่วเอาไข่เป็ดนครปฐมมาทำ รส-สี จะเปลี่ยนไป
    แต่ตอนนี้ใช้เฉพาะไข่เป็ดสุราษฎร์เท่านั้น
    ไม่งั้นเสียฟอร์ม
     
  11. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    แหล่งธรรมะ

    แหล่งธรรมะ สอดคล้องกับประวัติความเป็นมาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีความรุ่งเรือง
    ทางพุทธศาสนา ตั้งแต่อดีตเห็นได้จากร่องรอยความเจริญ ที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป
    เช่น<!--coloro:#FF6600--><!--/coloro-->วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร<!--colorc--><!--/colorc--> วัดแก้ว วัดหลง อำเภอไชยา วัดเวียง อำเภอเวียงสระ
    วัดถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม วัดเขาพระอานนท์ และวัดเขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน
    ที่บ่งบอกว่าในอดีตบริเวณพื้นที่อำเภอไชยา เคยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา
    และอีกหลายแหล่งธรรมที่ชาวจังหวัดสุราษฎร์ภาคภูมิใจ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ แห่งธรรม
    ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ <!--coloro:#FF6600--><!--/coloro-->สวนโมกขพลาราม<!--colorc--><!--/colorc--> และท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใส
    ของชาวพุทธทั้งไทย และต่างประเทศที่มาเยือนมากมาย

    [​IMG]


    ดังนั้น “สวนโมกข์” คือ แหล่งธรรมะ ในคำขวัญประจำจังหวัด เมื่อปี พ.ศ. 2502
    ท่านพุทธทาสได้สร้างสวนโมกข์ขึ้น เกิดจากความต้องการ หาที่สงบสำหรับศึกษาธรรมะ
    จนพบวัดตระพังจิก ซึ่งเป็นวัดร้าง มีต้นโมกข์ ต้นพลาขึ้นอยู่มาก จึงตั้งวัดร้าง
    แห่งนี้เป็นสวนโมกข์ ต่อมา เมื่อปี 2475 ได้ย้ายมายังที่แห่งใหม่ที่เขาพุทธทอง
    ริมถนนเพชรเกษม

    บริเวณสวนโมกข์ ไม่มีสิ่งก่อสร้างเป็นโบสถ์วิหาร แต่จะใช้ธรรมชาติอันร่มรื่น
    ด้วยแมกไม้นานาพันธุ์เป็นการใกล้ชิดธรรมชาติ เน้นศาสนสถาน ผสมผสานธรรมชาติ
    เหมาะแก่การวิปัสสนาธรรม มีลานหินโค้ง โรงปั้น มีศาลาโรงธรรมประมวล
    ภาพวาดบทกวี และคติธรรม ไว้จำนวนมากซึ่งเรียกว่าโรงมหรสพทางวิญญาณ
    สวนโมกข์จึงเป็นแหล่งธรรมะ ที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย
    อีกทั้งทั่วโลกก็ยอมรับ และยกย่องท่านพุทธทาสว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก

    [​IMG]

    ทุกแห่งของสวนโมกข์ สามารถศึกษาธรรมะได้ อย่างเข้าใจถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา
    ตามเจตนารมณ์ ของสวนโมกข์ ที่ตั้งไว้ 3 ข้อ คือ การค้นคว้าพระไตรปิฎก (ปริยัติ)
    การตามรอยพระอรหันต์ (ปฏิบัติ) และการเผยแพร่ความรู้ธรรมะชั้นลึก

    [​IMG]

    บริเวณลานหินโค้ง..พระอุโบสถทางธรรมชาติ

    [​IMG]


    [​IMG]


    [​IMG]


    [​IMG]

    บริเวณลานหินโค้ง (อีกมุม)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2009
  12. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    พาชมบรรยากาศรอบ ๆ วัดสวนโมกขพลารามค่ะ...

    [​IMG]

    เริ่มจากประตูวัดเลยละกัน..

    [​IMG]

    ป้ายคติธรรมมีอยู่ทั่วไป รอบ ๆ วัดค่ะ..

    [​IMG]

    บรรยากาศภายในวัด..

    [​IMG]

    มีต้นไม้อยู่เต็ม 2 ข้างทาง ร่มรื่น และมีความเป็นธรรมชาติมาก

    [​IMG]

    งานประติมากรรมลอยตัว พระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร ติดตั้งอยู่สนามหญ้ากลางแจ้ง
    งดงามทั้งในเชิงศิลปะ และสื่อสะท้อนพลังแห่งความเมตตา ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพุทธะ
    เป็นผลงานของท่านเขมานันทะ ศิษย์เอกท่านหนึ่งของท่านพุทธทาสภิกขุ
    หรือในปัจจุบันคิอ ท่านโกวิท อเนกชัย ศิลปินแห่งชาติ (2550)

    [​IMG]

    อาคารมหรสพทางวิญญาณ

    [​IMG]

    จะพาเข้าไปดูข้างในนะคะ..ตามมาเลยค่ะ..

    [​IMG]

    ภายในอาคารจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ มีภาพปรัชญาธรรมะ หลาย ๆ ภาพค่ะ

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    ลักษณะการเขียนภาพ เป็นการระดมการวาด และทำสื่อศิลปะแห่งศาสนา เพื่อ
    มุ่งให้บรรลุผลสำหรับการพูดคุย สนทนา บรรยายธรรม และให้การศึกษาอบรม
    ทางด้านพุทธิปัญญา แนวการทำงานจึงผสมผสานหลายแนวไปตามความ
    สมัครใจ และตามความศรัทธาของกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงาน

    ผู้ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

    ข้อมูลจาก ..?š҃?鹋҃ٻ??ⴂ Google ʓ˃Ѻhttp://gotoknow.org/file/wiratkmsr/InnerBloomingLotus.jpg
     
  13. โป๊ยเซียนสาว

    โป๊ยเซียนสาว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,545
    ค่าพลัง:
    +2,279
    ขอบคุณค่ะคุณเจง เด่วค่ำๆ กลับมา ค่อยมานั่งเพ่งจับผิดอีกที เอ๊ย นั่งอ่านอย่างตั้งใจอีกทีน่ะ...
    คิกๆๆ

    ว่าแต่ว่าเงาะโรงเรียนแท้ๆ หากินยากมากแระอ่ะที่กรุงเทพฯ ^ ^"




    .
     
  14. pucca2101

    pucca2101 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    5,808
    ค่าพลัง:
    +20,888
    ต้องหาโอกาสไปเที่ยวอีกครั้งนึง ยังเที่ยวมาไม่ครบเลยจ้ะ ^___^
     
  15. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512
    ถ้าไปช่วงนี้จะได้กินเงาะโรงเรียนนาสาร ฉบับ original เลยค่ะ..
    แถมทุเรียนหมอนทองด้วย ส่วนลองกองต้องรออีกนิด
    ประมาณ 2-3 เดือนก็ตัดได้แล้วค่ะ!!..

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  16. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512

    [​IMG]
    rabbit_นำเสนอ Menu ไข่เค็มดิบที่ทอดเป็นไข่ดาวอ่ะค่ะ..อร่อยมาก..rabbit_<!-- google_ad_section_end -->
     
  17. boontar

    boontar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    2,718
    ค่าพลัง:
    +5,513
     
  18. กิตติ_เจน

    กิตติ_เจน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,659
    ค่าพลัง:
    +1,281
    ต้องหาโอกาสไปเที่ยวครับ
     
  19. AddWassana

    AddWassana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    11,698
    ค่าพลัง:
    +21,111
    เคยไปสองครั้งแต่นานมากแล้ว ต้องหาโอกาสไปอีกรอบ...
     
  20. J.Sayamol

    J.Sayamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    6,192
    ค่าพลัง:
    +21,512

    [​IMG]

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี..ยินดีต้อนรับค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...