เบื่อชีวิตจัง

ในห้อง 'ทุกข์และปัญหาชีวิต' ตั้งกระทู้โดย วันนา, 24 ตุลาคม 2008.

  1. วันนา

    วันนา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    0
    ค่าพลัง:
    +0
    เรารู้สึกว่าชีวิตของเรา ไม่เคยมีความสุขสมหวังเลย ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้...ไม่รู้ว่าเรามีเวรกรรมอะไรนักหนา เวลามีเพื่อนเราก็รักและจริงใจกับเพื่อนแต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมา....มันสวนทางเราเสียใจนะ ชีวิตเราทำไมมันถึงได้เจอแต่ความผิดหวังเสียใจ วาดหวังอะไรก็ไม่เคยได้เลย ชีวิตมีแต่ผิดหวังตลอด...ไม่เคยได้เจอเพื่อนหรือมิตรแท้...มีความรักก็เจอแต่คนไม่จริงใจ คนที่เข้ามาหาผลประโยชน์...คนที่คิดแต่จะเอาเปรียบ นี่มันเป็นเวรกรรมอะไรของเรา....เบื่อชีวิตจริงๆ
     
  2. ป๋าปี๋ปู้

    ป๋าปี๋ปู้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +270
    เข้าใจนะคะว่าเบื่อชีวิต

    ถ้าเวลาเราเบื่อชีวิต ก็คิดเสียว่า เราเกิดมาเป็นมนุษย์ มีหน้าที่ของเราค่ะ

    ถ้าเป็นเพื่อนก็เป็นเพื่อนที่ดี เราจะสบายใจ อย่าไป สนใจกับมันมาก ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอค่ะ

    ไม่มีอะไรสวยหรูไปหมดหรอกค่ะ ถือซะว่า เขามาทดสอบ ความอดทน เมตตา ฯลฯ
    ของเราค่ะ

    ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจค่ะ ทุกข์ตรงไหนก็ปล่อยมันไปซะ ทำใจเราให้สบายดีกว่านะ

    สู้ๆ ถึงวันนี้มันแย่ วันต่อไปต้องดีกว่า

    ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ก็พอ
     
  3. ^_HaPpY_^

    ^_HaPpY_^ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +29
    เป็นกำลังใจให้อีกแรงนะคะ

    สุขทุกข์อยู่ที่ใจ ลองเปลี่ยนมุมมองดูค่ะ คิดดี เราก็สบายใจนะคะ ไม่ว่าเรื่องราวจะเลวร้ายเพียงใด ลองแค่เปลี่ยนมุมมอง มองในแง่ดี เราก็จะพบความสุขค่ะ

    คิดซะว่า เห็นทุกข์ ทำให้...เห็นธรรมนะคะ

    อดทน สู้ต่อไปนะคะ ชีวิตต้องสู้ สู้ไปด้วยกันนะคะ^^
     
  4. อู๊ด ยม วอก

    อู๊ด ยม วอก สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +0
    อย่าเครียดไปเลยครับ ยังมีอีกหลายๆคนที่เป็นอย่างคุณ คือหาความจริงใจจากใครไม่ได้เลย แต่เราจงภูมิใจเถิดครับ เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้เอาเปรียบใคร หรือเบียดเบียนใครให้เดือดร้อน และตั้งใจทำสิ่งดีๆต่อไป ถ้ารู้สึกท้อแท้ใจลองอ่านประวัติพระพุทธเจ้า หรือพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ดูซิครับ แล้วจะมีกำลังใจขึ้น

    อย่างน้อยที่สุดคุณและผมก็เกิดมาเป็นคน คิดได้ เลือกสิ่งดีๆที่จะทำได้

    ดีกว่าสัตว์ที่เขาไม่มีทางเลือกมากมายนักครับ



    ช่วยด้วย หมา ผอมจนเหลือแต่ซี่โครง

    [​IMG]


    ภาพจริง น่าเวทนายิ่งกว่านี้ หลายเท่า
    [​IMG][​IMG]

    http://palungjit.org//showthread.php?t=147213
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2008
  5. อู๊ด ยม วอก

    อู๊ด ยม วอก สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +0
    ชีวิตหมาจรจัดตัวหนึ่ง . . . กับอารมณ์ของเดนมนุษย์

    [​IMG]

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ภาพประกอบจากพันทิป



    ที่นำเสนอบทความนี้ เพื่อให้เป็นบทเรียนของเดนมนุษย์ ที่ชอบทำร้ายสัตว์ ที่ไม่มีทางสู้ค่ะ . . .

    [​IMG]

    ทุกคนต่างก็ให้กำลังใจและช่วยเหลือนวลอย่างเต็มที่

    “นวล” เป็นหมาพันธุ์ไทยเพศเมีย น้ำหนักตัวราวๆ 30 กิโลกรัม เป็นลูกของแม่เขียว มีพี่น้อง คือ นุ๊ก นิ๊ก และดำ อาศัยอยู่ที่สระว่ายน้ำศิวนาถ เลียบทางด่วนรามอินทรา นับตั้งแต่นวลเกิด จนถึงเวลานี้ผ่านมาเกือบห้าปี ...

    แม่เขียวตายไปเนื่องจากอุบัติเหตุ นิ๊กและดำก็เช่นกัน ส่วนนุ๊กพิการ เราพาไปฝากป้าท่านหนึ่งดูแลให้จนทุกวันนี้ มีเพียงนวลที่อาศัยอยู่ที่นี่ โดยเราเป็นผู้ดูแล นวลไม่เคยสร้างปัญหาใดๆ ให้ใคร น่ารัก ร่าเริง ขี้ประจบ ที่ๆ นวลอยู่ มีสถานนวดแผนโบราณ เวลาหมอนวดกลับบ้าน นวลจะตอบแทน ค่าอาหารที่หมอนวดเหล่านั้นให้ ด้วยการเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์ทุกๆ คืน

    [​IMG]
    ไม่ใช่นวลตัวเดิม ที่อ้วนๆ กลมๆ คอยกระดิกหาง แต่นวลกำลังแน่นิ่งเพราะความเจ็บปวด

    และแล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... เมื่อนวลถูกตีด้วยไม้หน้าสามปางตาย สาเหตุเพราะ ลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยว พาหมาของเจ้าของร้านไปเดิน เป็นหมาพันธุ์ชิสุ ซึ่งไม่ถูกกับนวลอยู่แล้ว ลูกจ้างคนนี้ก็รู้ แต่ไม่ใส่ใจ พาชิสุเดินไปใกล้นวล ผลคือ ทั้ง 2 ตัวกัดกัน ชิสุก็บาดเจ็บ

    [​IMG]
    นวลถูกตีจนเลือดออกตา ออกปาก มีแต่ลมหายใจ มีการตอบสนองบ้าง

    เมื่อพาชิสุกับมาร้าน เจ้าของร้านก็ต่อว่าลูกจ้างคนนี้ ว่าคนอื่นจูงหมาไม่เคยมีปัญหา แต่ทำไมตัว"เธอ" ถึงจูงหมาให้กัดกันได้

    "ลูกจ้างคนนี้" ไม่โต้เถียงเจ้าของร้าน

    "เธอ" เดินออกจากร้าน

    แล้วหาไม้หน้าสามตามไปตีนวล...


    [​IMG]
    ปลายไม้สองอันที่เธอคนนั้นใช้ตีนวล โดยปลายไม้นั้นมี ตะปูอยู่ด้วย

    "เธอ" เรียกนวลไป นวลกระดิกหางให้ มีคนบอกว่า มันลูบหัวนวล ลูบหน้านวล แล้วจูงไป จากนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงร้อง . . งงง อันเจ็บปวดของนวล … คนแถวนั้นห้ามมันก็ไม่ฟัง มันตีนวลจนล้ม แล้วก็ตีซ้ำจนแน่นิ่ง และเข้าใจว่านวลตายแล้ว มันจึงเดินจากไป

    [​IMG]
    ฟันล่างหัก ส่วนฟันบนบางส่วนหัก ข้างปากและแก้ม เป็นรู เพราะถูกตะปูที่ติดอยู่กับไม้ ทิ่มทะลุ

    นวลถูกตีจนเลือดออกตา ออกปาก เขี้ยวหัก ฟันล่างหัก ฟันบนบางส่วนหัก ข้างปากและแก้มเป็นรู เพราะถูกตะปูที่ติดอยู่กับไม้ทิ่มทะลุ เหลือเพียงลมหายใจ เราบอกให้นวลสู้ เพราะนวลเป็นหมาที่ดี น่ารัก ไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่ความจงรักภักดีให้ เราได้แต่กระซิบบอกนวลว่า "สู้นะ"

    [​IMG]

    ที่มา
    http://hilight.kapook.com/view.php?id=4638



    นี่หรือ การกระทำ ของสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า ... คน
    อีกทั้งยังเคยมีคนเอาคลิป ... เผาแมวทั้งเป็น ... มาโพสบนเน็ต
    ไม่รู้จะนับว่าโชคดีไหม ... เปิดดูคลิปไม่ได้ .. หน้าจอมันค้างสนิท


    ปล. เคยได้รับอีเมล์ส่งต่อมา กล่าวว่า .... ตอนนี้เจ้านวลหายดีแล้ว สบายดีแล้ว

    ------------------------------------------------------------------

    วันนี้ได้นำรูปน้องหมาที่น่าสงสารที่สุด (ตั้งแต่เคยเห็นมา) มาให้เพื่อนๆ ดูกัน เค้าว่าน้องหมาตัวนี้โดนฟันเป็นแผลยาว คล้ายมีดสปาต้ายาวๆ โดยไม่มีสาเหตุ คนทำคงทำไปเพราะความสะใจ หรือนึกสนุกอะไรก็ไม่ทราบ ทั้งๆ ที่น้องหมาตัวนี้ไม่ได้ดุร้ายอะไรเลย และเค้าก็ท้องอยู่ด้วย ลูกๆ เค้าต้องตายหมด

    ปกติชีวิตประจำวันก็อดๆ อยากๆ อยู่อย่างลำบากอยู่แล้ว ทำไมต้องเจอแบบนี้อีกก็ไม่รู้ ยังไงก้อขอภาวนาให้น้องหมาปลอดภัยและขอให้ทุกๆ คนรักและเมตตาสัตว์ร่วมโลกของเราด้วย




    หมาตัวนี้โดนฟันเป็นแผลที่หลังและลำตัว อาการสาหัสมาก กระดูกสันหลังหัก และตอนที่มันโดนฟันได้ตั้งท้องอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มันแท้งลูกออกมา
    แล้ว 4 ตัว ยังไม่รู้ว่ามีลูกค้างอยู่ในท้องอีกหรือเปล่า ตอนนี้ต้องพาไปทำแผลที่โรงพยาบาลสัตว์จุฬาฯ ทุกวัน

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    http://palungjit.org//showthread.php?t=138594
     
  6. อู๊ด ยม วอก

    อู๊ด ยม วอก สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +0
    เห็นภาพเหล่านี้แล้ว ตัวผมเองก็เศร้าจริงๆครับ ย้อนมาดูตัวเราดีกว่าพวกเขามากมายนักเหลือคณานับ แม้เวลาเราเหนื่อย หรือ ท้อ กลัว ไม่สบายใจ เรายังระบายออกมาได้ และมีทางเลือก แต่พวกเขาเหล่านี้ทำไม่ได้แม้แต่จะเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ...

    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=cattitle>เปิบพิศดารแมวเหมียว Popular Menu : Cats For Food (Oh my......)

    </TD><TD class=itemsubsub></TD></TR></TBODY></TABLE>
    ท่านเป็นคนชอบเปิดพิสดาร อาหารพิเศษ หรือไม่ ...
    ถ้าใช่ .. ท่านคงจะไม่พลาดอาหารจานนี้ ...
    [​IMG]

    ท่านรู้หรือไม่ละว่า อาหารจานนี้ .. ทำจากอะไร
    ณ ประเทศจีน จะมีให้เห็นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
    และคิดว่าคงเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ทุกซอกตรอกซอย

    เรามาดูกัน ว่า อาหารโอชะมื้อนี้ ... มีสูตรวิธีอะไรบ้าง ..

    เริ่มต้นด้วยการหา "วัตถุดิบ" ทำการแร่เนื้อถอดหนัง
    [​IMG]

    อาจจะมีขัดขืนบ้าง ... ก็ใช้กำลังบังคับ !
    [​IMG]

    บ้างก็ถูกมัดคอกดน้ำให้สิ้นลม ..
    [​IMG]

    บ้างก็ถูกปาดคอให้หมดทางหายใจ .. (เห็นดวงตาคู่นั้นไหม .. )
    [​IMG]

    เมื่อหมดแรงดิ้นรนต่อสู้ .. ก็ทำการชำแหละแร่เนื้อ
    [​IMG]

    [​IMG]

    หรือใช้ไฟลนให้กรุ่น
    [​IMG]

    สุดท้ายก็ตกไปอยู่ในหม้อให้คนเขาคีบเข้าปาก
    [​IMG]

    ชีวิตน้อยๆ ....
    [​IMG]

    ไร้หนทางหลีกหนี ....
    [​IMG]

    เคยเห็นไหม ... แววตาที่ไร้ความหวัง แต่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ...
    [​IMG]

    เคยเข้าใจบ้างไหม ... จิตใจความรู้สึก ก่อนที่จะโดนเชือดมาเป็นอาหารของสัตว์ประเสริฐ

    ลิ้นของมนุษย์ กวาดได้ทั้งบนฟ้า ใต้หล้าปฐพี ในนทีกว้างใหญ่
    อะไรก็เข้าปากได้ทั้งนั้น .. เพื่อสนองความต้องการ ...


    ชีวิตน้อยๆ ที่ถูกขังอยู่ในกรง .. รอมือสังหารมาจับไปเชือด ...
    [​IMG]

    ไม่ว่าจะเกิดมาพันธ์ไหน
    [​IMG]

    ไม่ว่าจะเคยถูกตั้งค่าราคาสูงซักเท่าใด
    [​IMG]

    สุดท้ายไม่วายกลายเป็นลูกชิ้นในหม้อแกง
    [​IMG]

    คนเรา ไม่ว่าในประเทศไหน (ในที่นี้คงไม่ต้องย้ำว่ามาจากไหน) อะไรก็สรรหามากิน

    เพื่ออะไร ...

    สัตว์ร่วมโลก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนที่ดีกับมนุษย์ (หวังว่ายังคงเป็นเพื่อนที่ดี .. ในสายตาเขาเหล่านั้น)
    ความจงรักภักดีที่มีให้ ... ผลที่ได้รับ .. คือเยียวยาปากท้องสัตว์ประเสริฐ

    [​IMG]

    สัตว์น้อยๆ ที่ไร้แรงขัดขืน ... บัดนี้กลายเป็นอาหาร
    คงมีซักวัน ที่ สัตว์ใหญ่ที่ใช้กำลังบังคับเขา ... กลายเป็นอาหาร เช่นกัน

    http://palungjit.org//showthread.php?t=145018
     
  7. อู๊ด ยม วอก

    อู๊ด ยม วอก สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +0
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=cattitle>คนกินสมองลิง (ดูเป็นคติเตือนใจ) Monkey Brains For Food In China!!

    </TD><TD class=itemsubsub></TD></TR></TBODY></TABLE>
    นี่หรือคือการกระทำของมนุษย์........




    ข้อมูลและรูปประกอบโดย “โอวหยางอันยี่” แปลโดย LittleCat

    จากภาพยนต์โทรทัศน์ทางประเทศจีน เคยมีฉากที่แสดงถึงการกลืนกินสมองลิงเป็นๆ อย่างน่าอนาจ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่รายการโทรทัศน์ แต่คนที่ได้เห็นก็ยังคงไม่อาจลืมเลือนภาพเหล่านั้นไปได้ การกินสมองลิงเป็นๆ มีการลือชื่ออย่างสมจริงมากมายในประเทศจีน แต่น้อยคนนักที่จะมีความเข้าใจที่แท้จริง

    ในสถานที่ที่ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งซาฟารี” เช่น หยุนหนัน ไปชมกันจะๆ กับฉากนองเลือดในร้านอาหารที่ไร้จรรยาบรรณ ใช้คมมีดกรีดหัวลิงแสมทั้งเป็น แล้วเอาสมองลิงออกมา ที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม แต่ว่า ตามที่ได้รับรู้มา ที่ไต้หวันได้มีการเปิดให้ล่าสัตว์ได้ การหลามฆ่าสัตว์จึงนับวันยิ่งวิกฤต สัตว์ป่าในไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ

    ณ เมืองจงเตี้ยน ที่อยู่เขตชายแดนระหว่างหยุนหนันและซีจั้ง ที่แชงเกอลีร่า เป็นเพราะนิยายลือชื่อของประเทศอังกฤษเรื่อง “คัคนานต์ที่หายไป” ถูกบรรยายว่าเป็นประเทศจีนเขตตะวันตกเฉียงใต้ต่างเมือง เป็นสถานที่แห่งดนตรีแจ๊ซที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมปรีดา สงบ อมตะ และความลึกลับ และก็เลื่องชื่อด้วยเหตุนี้ ในปีหลังๆ นี้การปฏิวัติของประเทศจีนถูกเปิดตัว และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งโลกที่ได้รับความนิยมอีกด้วย



    นักกินนำทาง สัตว์มีค่ายกขึ้นโต๊ะ

    หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามา จากเดิมที่มีเสน่ห์ของเมืองชายแดน บัดนี้มีตึกสูงสี่ชั้นตั้งตระหง่าน แต่ว่า นอกจากทิวทัศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยียน “เมืองแห่งซาฟารี” ที่มณฑลหยุนหนันแล้ว แชงเกอลีร่าก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าต่างๆ

    นอกจากนี้แล้ว ในสายตาของผู้ที่ชอบกินอาหารโอชะ เช่น ลิงแสม ตัวกินมด งูเหลือม และยังเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษของจงเตี้ยนอีกด้วย นักท่องเที่ยวหลายๆ คน ที่มาหยุนหนัน ไม่ใช่เพราะทิวทัศอันสวยงาม แต่เป็นเพราะอาหารสัตว์ป่าพิสดาร ที่สามารถสนองความต้องการทางการบริโภคได้

    บนเที่ยวบินที่บินตรงจากคุนหมิงไปแชงเกอลีร่า นักข่าวได้พบกับชายคนหนึ่ง แซ่จาง ที่มาจากกวางเจา และมุ่งหน้าไปหยุนหนันเพื่อที่จะลิ้มรสอาหารสัตว์ป่าให้สมอยาก พวกเขาแสร้งทำเป็นว่า มาเพื่อชิมรสชาติอาหารเช่นกัน เขาคุยกับเราเสมือนได้พบคนรู้ใจว่า : “ก่อนที่ซารซ์จะระบาด อยู่ที่ร้านอาหารที่กวางเจาก็สามารถหากินอาหารเหล่านี้ได้ แต่หลังจากซารซ์แล้ว ตลาดสัตว์ป่าในกวางเจาทั้งเมืองก็ถูกกวาดล้าง หากว่าอยากจะกินอาหารสัตว์ป่า นอกจากจะต้องสั่งซื้อ ราคาก็แพง สัตว์ป่าจะถูกฉีดยาชา เพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง เนื้อมันก็จะแก่ อย่างนี้แล้ว ลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบิน บินตรงไปยังแหล่งผลิตกินให้หนำใจดีกว่า”

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>ในตลาดสัตว์ป่า ลิงที่อยู่ในกรงทั้งหลาย รอการเรียกค่าตัว เมื่อซื้อขายกันแล้ว ราคามันสูงขึ้นกว่าแหล่งผลิตถึง 4 เท่า</TD><TD vAlign=top>ในประเทศจีน สัตว์แทบทุกชนิดก็สามารถนำมาบูชาวัดอู๋จั้ง (ความหมายว่าวัดห้าอวัยวะ) การฆ่าสุนัขกลางถนนนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำรับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา</TD></TR></TBODY></TABLE>


    สมองลิงเป็นๆ ราถาถึงหมื่น

    นายจางเห็นนักข่าวมีท่าทีว่าอยากลิ้มรสด้วย จึงพูดด้วยความมั่นใจว่า : “ดูพวกคุณก็ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ อย่างนี้แล้วกัน ! พวกคุณตามฉันไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน” ที่แท้ นายจางมาหยุนหนันครั้งนี้ มาเพื่อลิ้มรสสมองลิงเป็นๆ เกี่ยวกับเรื่องกินสมองลิงเป็นๆ นั้นแต่ไหนแต่ไรก็ถูกกล่าวขานต่างๆ นาๆ แต่กลับไม่มีให้เห็นได้ง่ายๆ ฉะนั้นนักข่าวจึงตัดสินใจที่จะตามเขาไปสืบความ

    เมื่อออกจากสนามบิน คนขับรถแท็กซี่แซ่หลิวได้มารอรับอยู่แล้ว เห็นว่ามีคนแปลกหน้า นายหลิวก็คอยมองเราผ่านทางกระจกหลังอยู่ตลอดเวลา นายจางพูดเบาๆ ว่า : “หลายปีมานี้ ท่ามกลางความกดดันของสมาคมอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตแห่งโลก เดี๋ยวนี้อยู่ที่หยุนหนัน จะกินเนื้อสัตว์อนุรักษ์ ก็ไม่อาจทำได้ตามอำเภอใจอย่างแต่ก่อน แต่เปลี่ยนเป็นการค้าใต้ดิน”

    หลังจากที่รับรองว่าพวกเราไม่ใช่ชาวอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตแล้ว นายหลิวก็คลายความระแวง คุยกับนายจางอย่างเสียงดังว่า : “นายโชคดีมากเลย ! สองวันนี้อากาศออกจะร้อน ลิงนั้นต่างออกมาหาน้ำกินแก้กระหาย แป๊บเดียวก็โดนกับดักของพวกเราจับได้” เขายังพูดอย่างต้องการเครดิตว่า : “สมองลิงนั้นต้องกินอย่างเป็นๆ เพราะฉะนั้นกว่าจะหามาได้นั้นไม่ง่ายเลย เจ้านายฉันอุตส่าห์สั่งนายพราน 5 คนไปล่าถึงภูเขาเหมยหลี่สวีซันเชียวล่ะ”

    พูดมาตั้งนมนา นายหลิวเพียงแค่อยากจะยกราคาลิงเป็นๆ เขาเรียกราคาสูงถึง 2,800 เหรินหมินปี้ (ประมาณ 13,000 บาท) นั่นยังไม่รวมค่าเครื่องปรุงต่างๆ แต่ว่า ผู้ที่เข้าใจทุกอย่างอย่างนายจางตอบตกลงในทันที ยังกระซิบบอกพวกเราว่า : “นี่นับว่าถูกแล้ว ! ลิงตัวนี้หากว่าต้องค้นกันไปหลายภูเขา ไปถึงกวางตุ้ง ราคาจะสูงกว่านี้หลายเท่า อยู่ที่กวางเจา ราคาโดนเรียกกันไปเป็นหมื่นเหริน หมินปี้เลยหละ”

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>บนเขียงนั้น คือลิงที่ยังไม่สิ้นใจ โดนชำระล้าง ถลกหนัง รอยกขึ้นโต๊ะ</TD><TD vAlign=top>สมัยก่อนถ้าจะกินสมองลิง ต้องใช้น้ำมันเดือดๆ ราดลงไป โรยเกลือซักหน่อย ก็ยกขึ้นโต๊ะได้</TD></TR></TBODY></TABLE>

    มีรัฐบาลเป็นที่ตั้ง ตำรวจรัฐบาลไม่จับ

    พูดถึงเจ้านายของเขา นายหลิวพูดอย่างกระหยิ่มใจว่า : “เจ้านายฉันแซ่หลี่ บ้านคนอื่นเขาอย่างมากก็มีพุทธะเดินดินแค่องค์เดียว แต่บ้านเขามีถึงสององค์ อยู่ที่นี่ได้รับการบูชานักหนา ใครๆ ก็ฟังเขา เพียงแค่มีปัญหา พี่ชายเขาที่เป็นทั้งพุทธะเดินดินและเป็นนักการเมืองก็จะออกหน้าช่วยเหลือ

    ภายใต้การนำทางของนายหลิว พวกเราไปถึงร้านอาหารที่ดูธรรมดา การตกแต่งก็เรียบง่าย ชื่อว่า “เทียนเป่าจิ่วเตี้ยน” ร้านอาหารร้านนี้ก็คือร้านของนายหลี่ ที่นายหลิวพูดถึง ที่น่าแดกดันก็คือ ข้างๆ ร้านที่ฆ่าลิงกินลิงนี้ เป็นสถานีตำรวจที่คอยจับผู้ร้ายลักลอบล่าสัตว์ นายหลี่ยังพูดอย่างเย้าหยอกว่า : “สถานที่อันตรายที่สุด ก็คือที่ๆ ปลอดภัยที่สุด ต้องอยู่ใต้เปลือกตาเขา เขาจึงจะไม่เห็น จึงจะไม่เป็นไร”

    เมื่อเห็นนายจางที่ดูเหมือนเป็นคนมีความสามารถ นายหลี่ก็บอกอย่างกันเองว่า : “มาแล้วเหรอ ! ฉันเพิ่งจะต้อนรับผู้กองของหน่วยรักษาความสงบของปักกิ่ง ยังมีคนฮ่องกงวานให้ฉันช่วยหาตัวกินมดอีก”

    จากนั้น นายหลี่ก็นำเราเข้าไปด้านหลังครัวที่เหนียวเหนอะ เขามองอย่างระมัดระวัง แน่ใจว่าไม่มีใครเดินตามมา จึงเปิดห้องเก็บของอย่างลึกลับ ภายในนั้นอึมครึม ยังพอมองเห็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ ลางๆ ถูกมัดติดกับท่อน้ำด้วยเชือกไนล่อน ขยับไม้กระดานข้างๆ อย่างไม่หยุด เหมือนกับหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เพียงแค่ยกไม้กระดานขึ้นมา ก็สามารถพบทางกลับบ้านได้

    นายหลี่อธิบายให้พวกเราฟังอย่างมีประสบการณ์ว่า : “ลิงแสมตัวนี้มีอายุแล้ว นิสัยสัตว์ป่าจึงหนักหน่อย ครึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกเธอจะมาถึง นายพรานเพิ่งจะจับมาได้ คุ้มครองส่งมาถึงที่นี่ นายพราน 5 คนนั้น ขับรถเร่งมาจากสวีซันตั้งแต่เช้าตรู่ มาถึงที่นี่ แม้แต่น้ำลายก็ยังไม่ได้กลืน ก็ต้องรีบไปแล้ว” นายหลี่ว่า เดือนที่แล้วก็มีนายพรานสองคนโดนจับ เนื่องจากล่าลิงโกล์เด้น ถูกขัง 6 ปี เพราะฉะนั้นตอนนี้นายพรานทั้งหลายก็ระมัดระวังตัวกัน จะได้ไม่เป็นการหาเหาใส่หัว

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>เสี่ยวอูแต่เดิมทำงานอยู่ที่กวางเจา เขาฆ่าสัตว์อย่างเลือดเย็นมานับไม่ถ้วน</TD><TD vAlign=top>สมองลิงเพียงไม่กี่ช้อนสามารถตอบสนองความอยากทางปากของคน แต่ต้องชดเชยกันด้วยชีวิตลิง</TD></TR></TBODY></TABLE>
    กับดักลวงกล ฆ่าอย่างเลือดเย็น

    หลังจากนั้น นายหลี่เจ้าของโรงอาหารก็แนะนะกุ๊กของร้านให้เราอย่างกระหยิ่มใจ : “คนๆ นี้แซ่อู แต่ก่อนคอยจัดการลิงอยู่ที่กวางเจาเป็นประจำ เดี๋ยวนี้ทางนั้นจับกันหนักขึ้น ฉันจึงจ้างเขามาช่วยงานที่นี่เป็นพิเศษ สัตว์ป่าอย่างเช่น ตัวกินมด จางจื่อ (กวางชนิดหนึ่ง) เขาก็จัดการได้สบาย” นักข่าวแอบถามเสี่ยวอูเบาๆ ว่า เคย ”จัดการ” ลิงมาแล้วกี่ราย เสี่ยวอูยิ้มอย่างแปลกๆ แล้วส่ายหน้าตอบกว่า : “เรื่องนี้บอกไม่ได้”

    มองๆ ดูนาฬิกาข้อมือ นายหลี่ใช้สายตาส่งซิกเสี่ยวอูที่รออยู่ช้านาน เสี่ยวอูจึงถือไม้กระบองด้ามยาวที่มีห่วงผูกอยู่ เดินเข้าไปห้องเก็บของมืดๆ นั่น คล้องคอลิงไว้ ลิงตัวน้อยอาจจะรู้ว่าถึงเวลาตายแล้ว หันตัวกลับมาเกาะขากุ๊กซะแน่น พยายามปีนป่ายขึ้นที่สูง เหมือนกับจะใช้กำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อชีวิตตัวเอง อ้อนวอนให้เสี่ยวอูปล่อยชีวิตเขา ยังส่งเสียงร้องเหมือนเด็กทารกเป็นระยะๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ เพียงแต่เสี่ยวอูคุ้นเคยกับฉากนี้แล้ว เขามองห่วงในมือด้วยสายตาเย็นชา ใช้กำลังที่ไม่ได้ออมเลยซักนิด เหมือนกับเกรงว่า เพียงเสี้ยวเดียวของการละสายตา ลิงตัวนั้นก็จะหนีออกจากมือเขาไป

    เมื่อห่วงในคอลิงตัวน้อยค่อยๆ รัดแน่นขึ้น กำลัง และความถี่ที่ลิงจะดิ้นรน ก็ค่อยๆ ลดตามลงไป เมื่อเห็นว่าได้เวลาพอสมควร พ่อครัวก็ปล่อยกระบองในมือ ทิ้งเจ้าลิงลงพื้นอย่างแรง เขาหยิบกระบองสั้นขึ้นมาอีกอัน คล้องไว้ที่คอของลิงก่อน แล้วใช้ขาเหยียบกระบองไว้อย่างหนัก นายหลีที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย ยังจะพูดใส่อย่างเติมน้ำมันลงบนไฟว่า : “เอาอีก ! เอาอีกที ! “ ลิงที่น่าสงสาร ถึงแม้จะได้รับการทารุณเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่หมดลมหายใจ ถึงแม้มือทั้งสองข้างจะจับห่วงไว้แน่น แต่ก็ไม่มีแรงกำลังเหลืออยู่แล้ว

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>พ่อครัวใช้ห่วงคล้องรัดคอลิงอย่างชำนาญ แล้วก็ทุ่มตัวลิงลงบนพื้นห้องครัว</TD><TD vAlign=top>กลัวว่าลิงจะตื่นขึ้นมา พ่อครัวยังใช้กระบองดันลิงเอาไว้ แล้วเหยียบมัน นายหลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็คอยเตือนว่า : “เอาอีกครั้ง อีกซักครั้ง”</TD></TR></TBODY></TABLE>



    คมมีดลงหัวกระดก น้ำมันเดือดกลืนเป็นๆ

    คนที่ไม่ค่อยมีความอดทนอย่างเสี่ยวอู ไม่รอให้ลิงสิ้นลมหายใจ ก็นำตัวลิงที่ยังสั่นเครืออยู่ขึ้นเตา ใช้มีดปาดที่คอให้ขาด เมื่อเห็นว่าคมมีดไม่อาจตัดหัวลิงให้ขาดได้ เสี่ยวอูจึงดึงหัวลิงไว้ ให้ตัวห้อยลงมา ทั้งแกว่ง ทั้งเขย่า เพื่อให้เนื้อและกระดูกที่ยังติดกันอยู่หลุดจากกัน ได้ยินแค่เสียงของตกลงพื้น ร่างกายของลิงก็ตกลงพื้นอย่างหนักหน่วง เลือดไหลนองออกมาจากรอยแผล กระเซ็นจนทั้งพื้นเต็มไปด้วยเลือด พวกเราได้เห็นก็ถึงกับขนลุกขนพอง สมองว่างเปล่าไปหมด

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>ลิงน้อยที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ ยังคงชักกระตุก ก็โดนพ่อครัวตัดหัวทั้งเป็น !</TD><TD vAlign=top>พ่อครัวใช้มือนึงกำหัวลิง อีกมือนึงหิ้วตัวลิง ฉากอันน่าสยดสยองก็มีให้เห็นจนขนหัวลุก</TD></TR></TBODY></TABLE>
    หน้าตาและอารมณ์เสี่ยวอูไม่เปลี่ยนเลยซักนิด เหมือนกับผู้ได้ชัยชนะ มือนึ่งกำหัวลิง อีกมือนึงหิ้วตัวลิง หันกลับมาพูดกับนายจางว่า : “เหมือนเดิม ใช้น้ำมันแดง กินดิบๆ ใช่มั้ย?” หลังจากนั้น เขาตักสมองลิงที่ยังกระตุกอยู่มาใส่ในชามอย่างชำนาญ นายจางรับชามมา ใช้ช้อนแบ่งสมองออกเป็นสองชิ้น เหมือนกับกินเต้าฮวยยังไงยังงั้น กลืนสมองลิงที่ยังอุ่นๆ ลงท้อง

    นักข่าวเห็นนายจางกลืนสมองลิงลงไป ถามว่ารสชาติเป็นยังไง นายจางได้แต่ตอบเบาๆ ว่า : “อันที่จริงไม่มีรสชาติอะไรเลย หากจะบอกว่าอร่อย มันก็ไม่เชิง !”อีกด้านนึง เสี่ยวอูโยนตัวลิงที่ไม่มีหัวไปข้างนึง แล้วพูดว่า : “เนื้อลิงมีรสชาติออกเปรี้ยว ไม่ค่อยจะมีใครเอามากิน” แต่เขาย้ำว่า : “ถึงแม้พวกเราไม่กินเนื้อลิง แต่จะเอากระดูกมาโขลกละเอียดเป็นผง เห็นว่าเอามาดองเหล้ากิน จะช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ กระตุ้นทางชีพจร”

    ณ ข้างๆ ตลาดขายยาจีนกวางเจาที่ห่างออกไปประมาณพันลี้ นักข่าวเห็นมีการวางขายเขากวางอย่างเปิดเผย ที่อยู่ข้างๆ กัน ก็มีกระโหลกที่โดนเจาะรูตรงกลาง สมองถูกควักออกหมด มันเป็นซากของลิงนั่นเอง เป็นโครงกระดูกของลิงโกล์เด้น เรียกราคากันถึงสามพันเหรินหมินปี้

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>ณ ตลาดขายยาชิงผิงที่กวางเจา ประชากรนำซากลิงที่ทำเป็นยาสมุนไพรได้มาวางขาย รูใหญ่บนหัวกระโหลก แสดงให้เห็นว่า ก่อนตายลิงตัวนั้นรับทุกข์ทรมานมากเพียงใจ</TD><TD vAlign=top>คนขายตบหน้าอกตัวเองบอกด้วยความมั่นใจว่า ที่อยู่ในมือตนนั้นคือโครงกระดูกลิงโกล์เด้น ราคาสามพันเหรินหมินปี้</TD></TR></TBODY></TABLE>



    แม้แต่ลิงแสมไต้หวัน ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือ

    ที่จริงแล้ว ไม่เพียงแค่ในประเทศจีน ที่นิยมอาหารที่ไร้มโนธรรมเช่นนี้ เมื่อปีที่แล้ว เมื่อรัฐบาลเปิดให้ล่าสัตว์ได้ในสถานที่ละแวกหนึ่ง มีประชากรพื้นดินที่ราบจำนวนไม่น้อย ติดท้ายรถของคนในละแวกนั้น การล่าสัตว์อย่างหลามก็ยิ่งนับวันจะสาหัสกว่าเดิม เสี่ยวจง ผู้ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นบอกว่า : “นายพรานหนึ่งคน ส่วนใหญ่จะพาผู้ช่วยมา 3-5 คน นายพรานจะพกปืนล่าที่ดำด้วยดินเผา มีดคว้าน คันธนูกากบาท มีดเล็ก คีมดักสัตว์ เป็นต้น ค่านำทางต่อหนึ่งคืนคิด 2,500-4,000 เหรียญ”

    เสี่ยวจงกล่าวว่า : “ลิงแสมที่ไต้หวันนับว่ายังเยอะกว่าประชากรไต้หวันอีก มาขโมยผลไม้ที่เราปลูกกันไว้บ่อยๆ พวกเราใช้แค่คีมดักสัตว์มาจับ จับมาได้ก็ไม่ให้มันเสียเปล่า ปรุงมากินทันที ไม่งั้นจะโดนตำรวจจับ”

    นอกจากกินเองแล้ว เสี่ยวจงยังยอมรับว่า : “บางครั้งเจ้าของโรงอาบน้ำแร่ที่ไท่อัน จะช่วยเราสั่งซื้อลิงจากพวกเราให้คนที่พื้นที่ราบ พวกเราขายให้เขาตัวละสองพันเหรียญ แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาเอาไปขายต่อเท่าไหร่”

    คนในพื้นที่นั้นขึ้นเขาล่าสัตว์ แต่ไหนแต่ไรมา แม้ ตำรวจที่นี่จะตั้งกฏไว้ว่า สัตว์ชนิดไหนที่ล่าได้ ชนิดไหนล่าไม่ได้ คีมดักสัตว์ที่ตั้งไว้ ก็แยกไม่เป็นว่าสัตว์ชนิดไหนเป็นสัตว์อนุรักษ์ ห้ามจับ จะจับตัวกินมด ลิงแสม ที่เป็นสัตว์อนุรักษ์ ได้เสมอ อีกทั้งยังมีคนที่ชอบขึ้นเขาล่าพรานมากขึ้นทุกวัน ใช้ปืนยิงสัตว์ป่าทุกชนิดในป่านั้น แล้วก็นำมาปรุงกิน เพียงแต่ว่า เพื่อตอบสนองความต้องการทางการบริโภคของคนจำนวนน้อย ความสมดุลย์ทางสภาพแวดล้อมของไต้หวัน กำลังเผชิญหน้ากับการกวาดล้างครั้งใหญ่

    <TABLE><TBODY><TR><TD vAlign=top>[​IMG]</TD><TD vAlign=top>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>นายพรานที่เตรียมอาวุธเพียบพร้อมรอการออกเดินทาง ในไต้หวัน มีสัตว์อนุรักษ์จำนวนไม่น้อย ต้องตกสูท้องของมนุษย์</TD><TD vAlign=top>หนึ่งในสัตว์อนุรักษ์เช่น ซันเชียง กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่หนักกว่าเดิม หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดอิสระให้ล่าสัตว์</TD></TR></TBODY></TABLE>



    กินสมองลิงเพื่อบำรุง ความคิดบ้าบิ่น

    การกินสมองลิง ได้ถูกสืบทอดมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ วารสาร “เปิ่นฉาวกังมู่” ในรัชสมัยหมิง บันทึกไว้ว่า : “ใน “อี้อู้จื้อ” มีบันทึกไว้ว่า ลิงแสมนับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ ในบันทึก ”หลินไห่จื้อ” กล่าวว่า คนกวางตุ้งชื่นชอบการกินสมองลิง” บันทึกอี้อู้จื้อ ที่พูดถึง คือ บทประพันธ์ของ หยางฝู ในรัชสมัย ฮั่น จะเห็นได้ว่า การกินสมองลิงนั้น มีมาแต่ช้านาน แต่เหตุผลที่ว่า ทำไมถึงกินกัน เคยมีพูดกันว่า เป็นเพราะขันทีสมัยก่อน เชื่องมงายว่า กินสมองทารกดิบๆ สามารถช่วยให้อวัยวะทางเพศเขางอกคืนกลับมาได้ แต่สมองเด็กไม่ใช่ได้มาง่ายๆ จึงได้ใช้สมองลิงชดเชย

    ในปัจจุบันนี้ ความเชื่อเรื่องการบำรุงของคนจีนที่สืบทอดกันมา คิดว่า “ใช้ร่างบำรุงร่าง” “ใช้สมองบำรุงสมอง” บวกกับนิยายเรื่อง ซุนหงอคง ตัวเอกในเรื่องมีกำลังวัาและอภินิหารมากมาย ติดตรึงอยู่ในใจคนดู ทำให้มีคนเชื่อว่ากินสมองลิงมีผลประโยชน์มากมาย


    http://palungjit.org//showthread.php?t=145014


    โลกนี้ดูๆไปสิ่งที่คนทำไว้กับสัตว์เพื่อสนองกิเลสตัณหาตัวเอง ก็มีมากมายจริงๆ ยิ่งดูแล้วยิ่งเจ็บเข้าไปในใจ ถามหน่อยว่า ถ้าเอาเขาไปแทนสัตว์เหล่านี้ เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร
    สิ่งต่างๆที่คนทำไปเขาเคยคิดถึงจิตใจของสัตว์บ้างไหม นอกจากคิดว่ามันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารเรา เกิดมารับใช้เรา เกิดมาเพื่อเป็นของเล่นเรา และเราก็สามารถที่จะทำกับมันอย่างไรก็ได้ ...

    เห็นไหมครับคุณวันนา ชีวิตคุณดีกว่าสัตว์เหล่านี้มากมายจริงๆนะครับ เพราะอย่างน้อยคุณยังมีทางเลือกในการมีชีวิตอยู่ ขอให้คุณพ้นจากความทุกข์ และมีจิตใจที่แข่งแกร่ง และอย่าลืมกลับมามองสัตว์ที่ทุกข์ยากลำบาก เมื่อคุณท้อใจนะครับ แล้วถ้ามีโอกาสอย่าลืมช่วยเขานะ

    ขอให้เจริญในธรรมครับ
     
  8. Nexu

    Nexu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    665
    ค่าพลัง:
    +129
    ภาพมันแรงไปหน่อยป่ะครับ = =" ผมยังขนลุก

    ชีวิตคนเรามันเลือกได้ครับ.. จะเลือกสุข เลือกทุกข์ คุณเลือกเอง
    คนเราก็เบื่อชีวิตกันทุกคนครับ ไม่มีใครพบแต่ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวังหรอก

    บางทีคนที่เค้าอารมณ์ดี มีสุขมากๆ เค้าอาจจะไม่เลือกทุกข์ก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลัง
    เค้าพบเจออะไรมาบ้าง

    เลือกเอาเถอะครับ... มนุษย์เราหน่ะเลือกได้.. แต่สัตว์มันเลือกไม่ได้..
    ลองพิจารณาดูครับ ขอให้มีความสุข ^^
     
  9. ป๋าปี๋ปู้

    ป๋าปี๋ปู้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +270
    น่าสงสารจังเลย

    เห็นแล้วร้องไห้เลย

    คนเรา..นะ...คนเรา

    ไม่ว่าธรรมชาติ คน หรือ สัตว์ ทุกคนสามารถ อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ

    แต่เพราะ คน เนี่ย มีสมอง มีความคิด

    จึงเกิดการคิดค้นทำเครื่องมือต่างๆขึ้นมา จนทุกวันนี้ อะไรที่มันดีๆอยู่แล้ว ก็ไปทำลาย

    หรือ ข่มขืน ให้เป็นตามต้องการ

    เช่น น้ำปกติที่อุณหภูมิห้อง อยากได้น้ำร้อน ก็เอาไปต้ม

    ต้ม = ข่มขืน

    ทำให้น้ำอุณภูมิห้องเปลี่ยนเป็น น้ำร้อน

    ยกตัวอย่างนะ

    ถ้าคมทั้งโลกรู้จักมี เมตตา โลกคงน่าอยู่อีกเยอะเลย
     
  10. TookTig

    TookTig สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    เราก็เจอคนที่ไม่จริงใจกับเราเหมือนกัน ก็ท้อแท้ใจเหมือนกัน
    แต่เรายังมีวันข้างหน้าที่รอเราอยู่
     
  11. ภัทรวรรัฏฐ์

    ภัทรวรรัฏฐ์ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +18
    ช่วงนี้ก็เจอปัญหาเรื่องเพื่อนเหมือนกันค่ะ

    ท้ายที่สุดแล้ว ก่อนที่เราจะเปลี่ยนคนอื่น เปลี่ยนตัวเองให้วางใจไว้เฉยๆ ใจเย็นๆ ดีกว่านะคะ

    มีเรื่องราวดีๆมาให้อ่านนะคะ

    อยากให้คนอื่นปรับตัว ... แล้วเคยย้อนมองตัวเองไหม?


    อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ภาวนามากๆ ดูตัวเองมากๆ
    หลวงปู่ชา สุภัทโท พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) บอกว่า . . .
    "ธรรมดาเราดูแต่คนอื่น 90 % ดูตัวเองแค่ 10 %"
    คือ คอยดูแต่ความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น

    [​IMG]


    กลับเสียใหม่นะ . . .
    ดูคนอื่นเหลือไว้ 10 % ดูเพื่อศึกษาว่า เมื่อเขาทำอย่างนั้น คนอื่นจะรู้สึกอย่างไร
    เพื่อเอามาสอนตัวเองนั่นแหละ
    ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง 90 % จึงเรียกว่าปฏิบัติธรรมอยู่

    [​IMG]


    ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
    โบราณพูดว่า
    "เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา . . .
    ความผิดของตนเองเท่ารูเข็ม"

    มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
    เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ

    [​IMG]


    เห็นความผิดของคนอื่น ให้หารด้วย 10
    เห็นความผิดตัวเอง ให้คูณด้วย 10 จึงจะใกล้เคียงกับความจริงและยุติธรรม
    เพราะเหตุนี้เราจะต้องพยายามมองแง่ดีของคนอื่นมากๆ และตำหนิติเตียนตัวเองมากๆ
    แต่ถึงอย่างไรๆ เราก็ยังเข้าข้างตัวเองนั่นแหละ

    [​IMG]


    พยายามอย่าสนใจการกระทำ การปฏิบัติของคนอื่น
    ดูตัวเอง สนใจแก้ไขตัวเองนั่นแหละมากๆ
    เช่น เข้าครัวเห็นเด็กทำอะไรไม่ถูกใจ แล้วก็เกิดอารมณ์ร้อนใจ

    [​IMG]


    ยังไม่ต้องบอกให้เขาแก้ไขอะไรหรอก
    รีบแก้ไขระงับอารมณ์ร้อนใจของตัวเองเสียก่อน
    เห็นอะไร คิดอะไร รู้สึกอย่างไร ก็สักแต่ว่า ใจเย็นๆ ไว้ก่อน
    ความเห็น ความคิด ความรู้สึกก็ไม่แน่ . . . ไม่แน่
    อาจจะถูกก็ได้ อาจจะผิดก็ได้ เราอาจจะเปลี่ยนความเห็นก็ได้
    สักแต่ว่า . . . สักแต่ว่า . . . ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ยังไม่ต้องพูด

    [​IMG]


    ดูใจเราก่อน สอนใจเราก่อน หัดปล่อยวางก่อน
    เมื่อจิตสงบแล้ว เมื่อจิตปกติแล้ว จึงค่อยพูด จึงค่อยออกความเห็น
    พูดด้วยเหตุ ด้วยผล ประกอบด้วยจิตเมตตากรุณา
    ขณะมีอารมณ์อย่าเพิ่งพูด ทำให้เสียความรู้สึกของผู้อื่น ทำให้เสียความรู้สึกของตัวเอง
    ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร มักจะเสียประโยชน์ซ้ำไป

    [​IMG]


    เพราะฉะนั้น อยู่ที่ไหน อยู่ที่วัด อยู่ที่บ้าน ก็สงบๆ ๆ ไม่ต้องดูคนอื่นว่าเขาทำผิดๆ ๆ
    ดูแต่ตัวเรา ระวังความรู้สึก ระวังอารมณ์ของเราเองให้มากๆ
    พยายามแก้ไข พัฒนาตัวเรา . . . นั่นแหละ

    [​IMG]


    เห็นอะไรชอบ ไม่ชอบ ปล่อยไว้ก่อน
    เรื่องของคนอื่น พยายามอย่าให้เข้ามาที่จิตใจเรา
    ถ้าไม่ระวัง ก็จะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไปเรื่อยๆ
    หาเรื่องอยู่อย่างนั้น เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราหมด
    มีแต่ยินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ ทั้งวัน
    อารมณ์มาก จิตไม่ปกติ ไม่สบาย ทั้งวันๆ ก็หมดแรง

    [​IMG]


    ระวังนะ . . .
    พยายามตามดูจิตของเรา รักษาจิตของเราให้เป็นปกติให้มาก
    ใครจะเป็นอะไร ใครจะทำอะไร ดีหรือไม่ดี เรื่องของเขา
    แม้เขาจะทำกับเรา ว่าเรา . . . ก็เรื่องของเขา
    อย่าเอามาเป็นอารมณ์ . . .อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา

    [​IMG]


    ดูใจเรานั่นแหละ พัฒนาตัวเองนั่นแหละ . . .
    ทำใจเราให้ปกติ สบายๆ มากๆ
    หัด-ฝึก ปล่อยวาง นั่นเอง ไม่มีอะไรหรอก

    [​IMG]


    "ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการตามรักษาจิตของเรา
    คิดดี พูดดี ทำดี มีความสุข"

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    tamdee.org
    เรื่อง สอนคนชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น
    โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
    ภาพประกอบโดย
    kapook.com<!-- / message --><!-- sig -->

    คัดลอกจาก http://board.agalico.com/showthread.php?t=22490

    ป.ล. ขอบคุณเจ้าของลิ๊งค์นะคะ
     
  12. ผู้หญิงธรรมดา

    ผู้หญิงธรรมดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2008
    โพสต์:
    1,118
    ค่าพลัง:
    +526
    เราเป็นคน เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทำดีได้ อย่าท้อเด้อ สู้ สู้ เดี๋ยวจิ อายหมา
     
  13. เรืองรักข์

    เรืองรักข์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2008
    โพสต์:
    119
    ค่าพลัง:
    +174
    ภาพน่ากัว ไม่กล้าอ่านข้อความเลยอ่ะ....เจ็บ แทนน้องหมาเลย
    ขอให้หายเจ็บ เร็วๆ มีกิน มีเจ้าของเลี้ยงเร็วๆ นะ

    สรรพสัตว์ที่เกิดมา ย่อมต้องเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆค่ะ
    ขอให้มีสติ และจิตใจ เข็มแข็งมาก ๆ ไว้นะ
    หากต้องเผชิญกับมัน เรื่องที่ทำให้เกิดทุกข์
    ก็ต้องอดทนรอฟ้าหลังฝน ย่อมสว่างสดใสเสมอ......อิอิ ปลอบตัวเองไปในตัว

    สังเกตุไหมว่า เราจะได้ยิน หรือได้อ่านข้อความจากคนใกล้ชิด ว่า
    "ทุกข์ใจ หรือ เกิดช่วงอารมณ์เหงาจัง"
    และขณะเดียวกันนั้น เราจะเคยได้เห็นรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะจากคนข้าง ๆเรา
    ที่บางครั้งเมื่อวาน มันยังบ่นว่าอยากจะ.........
    ทุกข์ สุข คู่กันค่ะ รวมถึงทั้งเพื่อน ที่ไม่มีมิตรแท้ หรือ ศัตรูถาวร ค่ะ

    บางที เก็บเรื่องคิดคนเดียวก็ทุกข์ เขียนระบายออกมา
    แล้วโดนดุ ว่า ประสาท ก็ยังดีกว่า เซ็งกะตาย...
    เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะเข้าใจตัวเราได้ดีที่สุด ก็ไม่มีหรอก นอกจากตัวเราจิงไหม
    หนังสือธรรมะช่วยได้นะ ช่วยปรับสอน และเข้าถึงปัญหาการ "ยึดติด" ได้ดี

    กำลังใจ ไม่ว่าจะจากใครช่างมากมาย..........(",)
    สองมือเราทำได้ ทุกอย่าง แค่นี้ ก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ถ้ามีสติค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 พฤศจิกายน 2008
  14. Lukhgai

    Lukhgai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    3,001
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +8,222
    น่าสงสารพวกสัตว์ทั้งหลายที่โดนพวกเขาฆ่า ดูรูปเเล้วน้ำตาไหล//อย่าท้อเลยนะคนเราเกิดมามีทั้งทุกข์มีทั้งสุข สู้ๆต่อไปนะเป็นกำลังใจให้
     
  15. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    17,045
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +20,762
    หนังสือชีวิตเป็นอย่างนี้
    https://palungjit.org/attachments/หนังสือชีวิตเป็นอย่างนี้-pdf.3620418/

    หนังสือทําบ้านให้เป็นสุข
    https://palungjit.org/attachments/หนังสือทำบ้านให้เป็นสุข-pdf.3620419/

    อยากฝากให้คุณวันนาลองอ่าน หนังสือชีวิตเป็นอย่างนี้ และ หนังสือทําบ้านให้เป็นสุข ที่อยู่ใน link ที่ผมนํามาให้ไปอ่านดู อ่านจบแล้วจะรู้สึกดีแล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้นอย่างแน่นอน ทุกคนก็มีทุกข์กันทุกคนครับเพียงแต่คนละเรื่องราวกันเท่านั้น อยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับเจ้าความทุกข์ของเราอย่างไร การปฏิบัติด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เเผ่เมตตาก็ช่วยตรงนี้ได้ครับ อยากให้คุณวันนานลองหันมาปฏิบัติธรรมดู ตามนี้ครับ อนุโมทนาครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤษภาคม 2018
  16. Jubb

    Jubb เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,282
    ค่าพลัง:
    +2,137
    เส้นทางที่ทำให้ไม่เจอปัญหาแบบเธอน่ะมีอยู่ แต่เธอไม่ยอมเลือกเส้นทางนั้นเอง แล้วเธอจะโทษใครได้
     
  17. makigochan

    makigochan ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,154
    ค่าพลัง:
    +41,457
    อยากจะบอกว่า เคยเจอปัญหาเดียวกันกับคุณวันนาเลย แต่ตอนนี้ชิน แล้วค่ะ
    เพราะมันเป็นอย่างนี้ ก็เลยต้องชิน กับมัน ไม่คาดหวังอะไร ถ้าคาดหวังก็จะเจอแบบดิมๆ
    ตอนนี้ก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยุ่ค่ะ มีเพื่อนน้อยมากๆ มีแค่ หนึ่งคน นอกนั้นก็ แค่คุยกัน เฉยๆ กินข้าวด้วยกัน ไม่จริงจังอะไร ไม่ปรับทุกข์ ไม่สนิทมาก แต่ ยังดีว่ามีเพื่อนสนิท ตั้ง หนึ่งคนค่ะ
    แต่เหมือนมีกรรม เช่นกัน พอมีเพื่อนสนิททีไร ก็จะมีอันทำให้เพื่อนต้องจากเราไปอยุ่ที่อื่น เพื่อนคนนี้ มีแนวโน้มว่าจะลาออก จากงานค่ะ ถ้าเขาไปแล้วเราก็จะเหมือนตัวคนเดียวท่ามกลางผุ้คนอีกเช่นเดิม ทำใจแล้วค่ะ
     
  18. โคมหลวง

    โคมหลวง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    1,153
    ค่าพลัง:
    +6,386
    นับวันยิ่งเสื่อมโทรม เผ่าพันธ์มนุษย์ผู้เคยประเสิธ
    ขอให้เจ้าของกระทู้อยู่กับตัวเองให้ได้นะครับ หากทำได้แล้ว หากิจกรรมทำ หรือ เอาธรรมะมายึดเหนี่ยว พอได้ศึกษาจนสนุก ความรู้สึกไร้ค่าก็หายไปครับ เพราะผมเองเคยเป็นแบบที่คุณว่าครับ

    การอยู่เฉยๆที่เราเรียกว่าสุขอยู่แล้ว กลับทำให้ผมทนอยู่ไม่ได้เหมือนกันครับ เรียกเพื่อนที่สนิทมากกว่า10ปีก็เหมือนกัน

    ทำให้ผมนึกได้ว่า พอหมดวาระกรรมดีกรรมชั่วกันไปก็คงต้องถึงเวลา ลาจากกันตามสมควร ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรก็ตาม ปัจจุบันก็คงเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้มีเพื่อนสนิทอะไรเลยเพราะ หาคนจริงใจกับเราอยาก แต่เราก็ต้องอยู่ให้ได้ครับ สู้ๆนะครับ ทนนะครับแล้วขอให้ผ่านไปได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 มีนาคม 2010
  19. kit933

    kit933 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    44
    ค่าพลัง:
    +15
    สายด่วนคลายเครียดสุขภาพจิตใจ โดยผู้เชี่ยวชาญทางจิตแพทย์<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:eek:ffice:eek:ffice" /><o:p></o:p>
    รับปรึกษาปัญหาชีวิตทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในด้านต่างๆ พร้อมคำแนะนำดีๆในการตัดสินใจสำหรับคุณ<o:p></o:p>
    เช่น ปัญหา การงาน, ครอบครัว, ความรัก, การเรียน, เพื่อน, วัยรุ่น ฯลฯ<o:p></o:p>
    โทรมาปรึกษาเราซิครับ ที่คุณกิต มืออาชีพด้านการแก้ไขปัญหาส่วนตัวโดยเฉพาะ<o:p></o:p>
    0849433836 ช่วยสังคม 15 นาทีแรกปรึกษาฟรี!!!ไม่เสียค่าบริการใดๆทั้งสิ้น<o:p></o:p>
    หรือ http://arnus1980.plazathai.com<o:p></o:p>
    หรือ http://arnus1980.hi5.com/friend/p489373417--arnus_1980--html;jsessionid=A4D022BCCFD0A28BF5B6AA6E8187BDD2<o:p></o:p>
    hi5 : arnus1980.hi5.com <o:p></o:p>
    ปัญหาคืออะไร? จะตัดสินใจยังไง?<o:p></o:p>
    รู้ปัญหา แต่ไม่รู้จะทำยังไง?<o:p></o:p>
    ให้เราช่วยคุณซิครับ<o:p></o:p>
    โทรมาปรึกษาเราเลย เรายินดีให้บริการคุณ<o:p></o:p>
    โทร.0849433836 หรือ http://arnus1980.hi5.com/friend/p489373417--arnus_1980--html;jsessionid=A4D022BCCFD0A28BF5B6AA6E8187BDD2 hi5 : arnus1980.hi5.com
    <o:p> </o:p>
    ***หมายเหตุ การปรึกษาแล้วแต่ความสมัครใจ ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น<o:p></o:p>
    - ปัญหาการงาน เช่น วิธีสัมภาษณ์ให้ได้งาน กลเม็ดเคล็ดลับวิธีการพูดที่คนไม่ผ่านเรื่องสัมภาษณ์งานควรรู้ พูดไม่เป็น พูดไม่เก่ง ไม่มีทักษะในการพูด เรามีวิธีสอนคุณ แล้วคุณจะรู้ว่าวิธีสัมภาษณ์ให้ได้งานไม่ยากอย่างที่คุณคิด<o:p></o:p>
    - ปัญหาที่ทำงาน เช่น ปัญหาเพื่อนในที่ทำงาน ผู้ร่วมงานเกเร ผู้ร่วมงานวายร้าย ผู้ร่วมงานขี้อิจฉาริษยา จะรับมือกับพวกเหลือขอพวกนี้อย่างไรโดยเราไม่เดือดร้อน ทำอย่างไรให้ผู้ร่วมงานรัก ผู้ร่วมงานไม่คบเพราะเหตุใด คุยไม่เก่ง วิธีสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ทำให้เขาสนใจที่จะคุยกับเรา <o:p></o:p>
    - ปัญหาครอบครัว เช่น ครอบครัวแตกแยก พ่อ แม่ ลูก พี่น้อง มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ลงรอยกัน ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวทุกเรื่อง ฯลฯ<o:p></o:p>
    - ปัญหาความรัก เช่น ต้องการรู้ว่าคนที่คบอยู่คิดอย่างไรกับเรา จริงใจ จริงจังกับเราในระดับแค่ไหน การกระทำอย่างนี้ของฝ่ายตรงข้ามสื่อความหมายหรือหมายความว่าอย่างไร คนที่คบอยู่มีพฤติกรรมและนิสัยเป็นเช่นไร ทะเลาะกับแฟนหรือคนรัก จะมีวิธีการแก้ไขและรับมืออย่างไรเพื่อให้คืนดีกันหรือรับมือกับนิสัยแย่ๆของเขาได้อย่างไร ความรักไม่ลงรอย มือที่สามจะรับมือและจัดการอย่างไรกับมือที่สาม ฯลฯ<o:p></o:p>
    - ปัญหาการเรียน เช่น เรียนไม่ดี เกรดตก ปัญหาเรียนไม่เข้าใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการจำหรือการเรียนอย่างมีความสุขและจดจำได้ง่ายขึ้น เรียนแบบชิวชิวก็สอบผ่านได้ <o:p></o:p>
    - ปัญหาเพื่อน เช่น ปัญหาเพื่อนในที่เรียนและที่ทำงาน เพื่อนเกเร เพื่อนวายร้าย เพื่อนขี้อิจฉาริษยา จะรับมือกับพวกเด็กเหลือขอพวกนี้อย่างไรโดยเราไม่เดือดร้อน ทำอย่างไรให้เพื่อนรัก ทำอย่างไรให้เพื่อนคบ ไม่มีเพื่อน เพื่อนไม่คบเพราะเหตุใด คุยไม่เก่ง วิธีสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อน ทำให้เพื่อนสนใจ <o:p></o:p>
    - ปัญหาวัยรุ่น เช่น ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ ปิดกั้น วัยรุ่นวุ่นรัก ไม่ลงรอยกับเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง คนรอบข้าง วิธีการแก้ปัญหาของวัยรุ่น<o:p></o:p>
     
  20. EARTH_

    EARTH_ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2010
    โพสต์:
    0
    ค่าพลัง:
    +0
    เบื่อชีวิตที่เป็นคนไร้ค่า

    ถ้าสักวันหนึ่งโดนเขาทิ้งไปเราจะรู้สึกอย่าไร บางครั้งเราอาจทำใจได้ เเต่ทุกครั้งที่เจอหน้าเขา เหมือนเราอยากร้องไห้ เเบงครั้งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะทำให้เรามีความสุข อาจจะเป็นเพื่อน หรือคนใกล้ตัวเราที่อาจทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีคุณค่า เป็นเพราะคนพวกนี้หรือป่าวที่ทำให้เราลืมคนที่เรารักไปในเวลาชั่วขณะเเต่พอเจอหน้าเขาอีกที่ที่เดินมากับอีกคนก็ทำให้เรานำตาร่วงได้ เเต่ยังไงอยากให้รู้ไว้ชีวิตนี้ไม่ได้มีเขาเเค่คนเดียวชีวิตคนเราอาจยังมีคนต้องการอีกเยอะ อย่าร้องไห้ลุกขึ้นสู้กับวันต่อไป ชีวิตเริ่มต้นใหม่ตอนนี้ยังไม่สาย:boo::boo::boo::boo::boo::boo:
     

แชร์หน้านี้

Loading...