เบื้องหลังฟาร์มเลี้ยงวัว

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย MBNY, 3 ตุลาคม 2005.

  1. MBNY

    MBNY Administrator ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2003
    โพสต์:
    6,802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +22,296
    http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=460

    <TABLE class=tborder id=post1234 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 width=175>บัวชมพู<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1234", true); </SCRIPT>
    เข้าที่เข้าทาง

    [​IMG]

    วันที่เป็นสมาชิก: Aug 2005
    โพส: 35
    Rep Power: 0[​IMG]


    </TD><TD class=alt1 id=td_post_1234><!-- icon and title -->[​IMG] เบื้องหลังฟาร์มเลี้ยงวัว !!!
    <HR style="COLOR: #6bc7c7" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
    [​IMG]

    เบื้องหลังฟาร์มเลี้ยงวัว


    [​IMG]

    วัวนมจะถูกทำให้ท้องทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลิตน้ำนมออกมาก วัวเหล่านี้อายุสั้นแค่เพียง 4-5 ปีเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากอีตที่มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 15-20 ปี สำหรับวัวตัวผู้จะถูกบำรุงด้วยอาหารชนิดพิเศษ และจะถูกส่งไปฆ่าเมื่อได้น้ำหนักตามต้องการ

    [​IMG]

    ตามธรรมชาติลูกวัวจะกินนมแม่ อยู่จนอายุ 1 ปี แต่ในฟาร์มฯ ลูกวัวนมจะไม่ได้กินนมแม่ มันจะถูกแยกจากแม่ตั้งแต่อายุได้วันเดียว หรือ 2-3 วัน นำไปเลี้ยงในคอกที่อับแสงและไม่มีทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค มันจะถูกป้อนยาและฮอร์โมนตั้งแต่เล็กๆ

    [​IMG]

    ลูกวัวจะถูกเลี้ยงอยู่ในกรงไม้ 5x2 ฟุต โดยไม่มีฟางปู มันจะเกิดอาการเครียดและขาดอาหาร มันอาจเป็นโรคปอดบวม โรคผิวหนัง หรือติดเชื้อในเลือด หลังจาก 14 สัปดาห์ มันเกือบจะเดินไม่ได้ ก็จะถูกส่งไปโรงฆ่า
    <!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2>[​IMG] </TD><TD class=alt1 align=right><!-- controls -->[​IMG] <!-- / controls --></TD></TR></TBODY></TABLE><!-- post 1234 popup menu -->
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=thead>บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option controlkey="postmenu_1234">View Public Profile</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option controlkey="postmenu_1234">ส่งข้อความส่วนตัวไปที่ บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option controlkey="postmenu_1234">Find More Posts by บัวชมพู</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <!-- / post 1234 popup menu --><!-- / close content container --><!-- / post #1234 --><!-- post #1235 --><!-- open content container -->
    <!-- this is not the last post shown on the page --><TABLE class=tborder id=post1235 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal"><!-- status icon and date -->[​IMG] 09-04-2005, 11:52 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal" align=right> #2 </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 width=175>บัวชมพู<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1235", true); </SCRIPT>
    เข้าที่เข้าทาง

    [​IMG]

    วันที่เป็นสมาชิก: Aug 2005
    โพส: 35
    Rep Power: 0[​IMG]


    </TD><TD class=alt1 id=td_post_1235><!-- icon and title -->[​IMG]
    <HR style="COLOR: #6bc7c7" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
    [​IMG]

    ลูกวัวจะถูกป้อนให้กินนมเทียม ที่มีไขมันสูง แต่ไม่มีธาตุเหล็ก มันจะพยายามแทะตะปู กรงไม้ และดื่มปัสสาวะของตัวเองเพื่อชดเชยธาตุเหล็ก วัวเหล่านี้จึงอ่อนแอและเป็นโรคจนตาย แต่คนเดี๋ยวนี้กลับหันมานิยมกินเนื้อลูกวัวแทนสเต๊กเนื้อ หารู้ไม่ว่ามีแต่โรคทั้งนั้น

    [​IMG]

    อาหารชนิดนี้ไม่มีกากและเส้นใยที่มีประโยชน์ มันจะเกิดภาวะเลือดจาง เนื้อที่ได้จึงมีสีซีด ราคาตก ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติให้ดื่ม แต่มันจะถูกบำรุงด้วยน้ำที่เจือสารเคมี ดังนั้น เนื้อวัวเหล่านี้จึงอุดมไปด้วยสารเคมีมากมาย

    [​IMG]

    ก่อนวัวเหล่านี้จะถูกฆ่า ขาทั้งสองจะถูกผูกด้วยสายรัด และนำมันไปแขวนห้วยหัวลง เนื่องจากวัวมีน้ำหนักตัวมาก มันจะดิ้นจนสุดชีวิตด้วยความกลัว จนกระดูกที่ขาแตกและหัก สร้างความเจ็บปวดอย่างทุกข์ทรมาน เป็นการกระทำของมนุษย์ที่ทารุณโหดร้ายที่สุด

    [​IMG]

    จากนั้นขาของมันจะถูกตรึงไว้ทั้ง 4 ด้าน คอของมันจะถูกแทงด้วยมีดที่คมกริบ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นไปทั้งโรงฆ่า ตาทั้งสองเบิกกว้าง สีหน้าของในแสดงออกถึงความอาฆาตและผูกใจเจ็บ นี่หากไม่ใช่ความโหดร้ายทารุณแล้วจะเรียกว่าอะไร
    <!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2>[​IMG] </TD><TD class=alt1 align=right><!-- controls -->[​IMG] <!-- / controls --></TD></TR></TBODY></TABLE><!-- post 1235 popup menu --><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=thead>บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>View Public Profile</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>ส่งข้อความส่วนตัวไปที่ บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>Find More Posts by บัวชมพู</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <!-- / post 1235 popup menu -->

    <!-- / close content container --><!-- / post #1235 --><!-- post #1236 --><!-- open content container -->
    <!-- this is not the last post shown on the page --><TABLE class=tborder id=post1236 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal"><!-- status icon and date -->[​IMG] 09-04-2005, 11:56 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal" align=right> #3 </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 width=175>บัวชมพู<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1236", true); </SCRIPT>
    เข้าที่เข้าทาง

    [​IMG]

    วันที่เป็นสมาชิก: Aug 2005
    โพส: 35
    Rep Power: 0[​IMG]


    </TD><TD class=alt1 id=td_post_1236><!-- icon and title -->[​IMG]
    <HR style="COLOR: #6bc7c7" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
    [​IMG]

    วัวที่เป็นโรคตายจะขายไม่ได้ราคา และไม่ควรบริโภค แต่พ่อค้าที่หวังกำไรฉวยโอกาสเอาซากวัวเหล่านี้มาชำแหละ ตกแต่งด้วยสารเคมีเพื่อให้ดูสด และส่งไปขายได้อีกในราคาที่สูงขึ้น


    บันทึกโรคแทรกซ้อน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.วิจิตร บุณยะโหตระ

    นับตั้งแต่สัตว์ถูกฆ่า ตัดชำแหละเป็นชิ้นๆ ยกประเภทนำบรรจุเข้าตู้แช่ แล้วขนส่งไปยังตลาดจำหน่ายกว่าจะผ่านแต่ละกระบวนการจนถึงผู้บริโภค เนื้อสัตว์ต้องตกค้างอยู่เป็นเวลาหลายวัน เพื่อรอผู้บริโภคมาซื้อไป กว่าจะถูกปรุงเสร็จเป็นอาหาร ก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

    ตามธรรมดา เนื้อสัตว์จะคงความสดอยู่ได้ไม่นานก็จะแปรสภาพ สีจะกลายเป็นสีเทาอมเขียว ดังนั้น ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์จึงมีการใช้สารเคมีช่วยยืดอายุการเน่าเสีย และเจือสารรักษาสีให้เนื้อมีสีแดงดูสดนาน สารเคมีเหล่านี้ทางการแพทย์พบว่า.. เป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้

    ปัจจุบันในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้สารเคมีและฮอร์โมนผสมลงในอาหารสัตว์เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ทำให้สัตว์อ้วนท้วนโตเร็ว เนื้อสัตว์ที่ได้จะมีสีสรรน่าซื้อ แต่การกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคได้รับสารพิษต่างๆ มากมาย เมื่อบริโภคเนื้อนั้นเข้าไปเป็นประจำ มีการฉีดเซรุ่มและยาปฏิชีวนะต่างๆ เพื่อป้องกันโรคระบาด ผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ ร่างกายมักมีการด้านยา เมื่อเจ็บป่วย ยาที่กินจึงไม่ค่อยได้ผล

    เช่นเดียวกับการใช้ยาฆ่าแมลงศัตรูพืชมากๆ แมลงเหล่านี้ก็จะมีความต้านทานยามากขึ้นเรื่อยๆ ยาที่มีความรุนแรงในขนาดเดิมจะใช้ไม่ได้ผล แมลงกลับจะทวีจำนวนมากขึ้นๆ

    [​IMG]

    ผู้ทีนิยมรับประทานเนื้อวัวเป็นประจำ คุณทราบไหมว่าเนื้อวัวที่คุณกินเข้าไปนั้น ไม่ได้ผ่านการรับรองใดๆ จากกรมอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคมาสู่คนเลย

    [​IMG]

    ปี 1997 มีรายงานจาก หน่วยบริการสุขลักษณะเนื้อสัตว์ว่า การรักษาความสะอาดในโรงฆ่าสัตว์ไม่ได้มาตรฐาน เนื้อที่ชำแหละแยกลำไส้จะปนเปื้อนและติดเชื้อมาจากโรงฆ่า อาจมีเชื้อ อี.โค.ไล ซึ่งทำให้ท้องเสีย เป็นตะคริวอย่างแรง อาเจียนและอาจถึงตายได้ เชื้อนี้อยู่ในมูลสัตว์ได้นานเป็นเดือนๆ

    [​IMG]

    ที่อเมริกาตรวจพบว่า วัวที่ติดเชื้อมะเร็งในเลือด (BLV) มากถึง 20 % ในปี 1991 กระทรวงเกษตรฯ ของอเมริการายงานว่า เชื้อโรคเอดส์ได้แพร่กระจายไปสู่ฝูงวัวแต่ก็ยังไม่มีการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
    <!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2>[​IMG] </TD><TD class=alt1 align=right><!-- controls -->[​IMG] <!-- / controls --></TD></TR></TBODY></TABLE><!-- post 1236 popup menu --><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=thead>บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>View Public Profile</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>ส่งข้อความส่วนตัวไปที่ บัวชมพู</TD></TR><TR><TD class=vbmenu_option>Find More Posts by บัวชมพู</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <!-- / post 1236 popup menu -->

    <!-- / close content container --><!-- / post #1236 --><!-- post #1237 --><!-- open content container -->
    <!-- this is not the last post shown on the page --><TABLE class=tborder id=post1237 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal"><!-- status icon and date -->[​IMG] 09-05-2005, 12:01 AM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="FONT-WEIGHT: normal" align=right> #4 </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 width=175>บัวชมพู<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1237", true); </SCRIPT>
    เข้าที่เข้าทาง

    [​IMG]

    วันที่เป็นสมาชิก: Aug 2005
    โพส: 35
    Rep Power: 0[​IMG]


    </TD><TD class=alt1 id=td_post_1237><!-- icon and title -->[​IMG]
    <HR style="COLOR: #6bc7c7" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
    [​IMG]

    นักวิชาการชาวอังกฤษ กล่าวอย่างมั่นใจว่า..​
     
  2. NUI

    NUI เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    389
    ค่าพลัง:
    +974
    ขอบคุณค่ะคุณMBNY ที่ได้นำความรู้เกี่ยวกับไก่,หมู,วัวมาให้ทราบกัน
     

แชร์หน้านี้

Loading...