เบื้องหลัง เนื้อลูกวัว อันแสนโอชะของใครบางคน

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย terryh, 11 พฤศจิกายน 2012.

  1. terryh

    terryh เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    768
    ค่าพลัง:
    +1,281
    เนื้อลูกวัว อันแสนโอชะของใครบางคน ที่มาที่ไปมาจาก ลูกวัวแรกเกิดที่ไร้เดียงสา ปกป้อง ตัวเองไม่ได้ ความสลด หดหู่ น่าเวทนา ที่มนุษย์สัตว์ ได้กระทำทารุณ อย่างโหดร้าย พรากชีวิตจาก อกแม่ ที่ได้แต่คร่ำครวญโหยหวน ถึง ลูกน้อย ต่อเพื่อน ร่วมโลก อย่างน่าสลด อดสู


    ลด ละ เลิก บริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อสุขภาพ และ เมตตาธรรม

    สรรพสัตว์ ไม่ว่า เล็ก หรือ ใหญ่ ต่างหวงแหน รักชีวิต เฉกเช่น เรา ๆ ท่าน ๆ

    โปรดเมตตา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • veel.jpg
      veel.jpg
      ขนาดไฟล์:
      139.5 KB
      เปิดดู:
      315
  2. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,285
    ค่าพลัง:
    +82,580
    ไม่เคยทานเนื้อลูกวัวค่ะ สงสารเขา
     
  3. 789654561

    789654561 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    139
    ค่าพลัง:
    +333
    พระพุทธเจ้าตรัสว่าการอยู่ที่ไม่เบียดเบียนแทบเป็นไปไม่ได้เลย สัตว์ทั้งหลายในสังสารวัฏล้วนเบียดเบียนกันทางใดก็ทางหนึ่ง ชีวิตอันอุดมที่ไม่เปื้อนฝุ่นมีแต่ของพระอริยเจ้า ด้วยเหตุนี้ท่านทั้งหลายจึงเพียรออกจากกรงขัง
     
  4. max77

    max77 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    152
    ค่าพลัง:
    +493
    รู้จักประมาณในการกิน อย่ากินด้วยความอยาก กินอย่างมีสติ
     
  5. areekit

    areekit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +184
    ไม่ทานเนื้อวัวมานานเเล้วคะกว่า10ปีแล้ว ตอนนี้ก็พยามลดเนื้อสัตว์อื่นๆด้วย
     
  6. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +20,862
    จริงๆมันเกิดจากกระบวนการผลิตนมวัว นะครับ

    เพราะการที่วัวจะมีนมออกมาให้เราดื่มได้ แม่วัวต้องผสมพันธุ์และตั้งท้องเสียก่อน
    ทีนี้เมื่อคลอดออกมาเป็นตัวเมีย ก็จะเป็นแม่วัวนมตัวต่อไป

    แต่ถ้าเป็นตัวผู้ก็จะถูกขายออกมาทำเป็นเนื้อลูกวัวและบาร์.บี.คิว.ลูกวัว
    เมื่ออายุ 6 เดือน วงจรก็เป็นเช่นนี้แหละ ครับ
     
  7. khunfongbeer

    khunfongbeer เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    578
    ค่าพลัง:
    +668
  8. khunfongbeer

    khunfongbeer เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    578
    ค่าพลัง:
    +668
    ไม่ทานเนื้อวัวค่ะ เป็นสัตว์ใหญ่ สงสารเขา
     
  9. Stabilo

    Stabilo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    357
    ค่าพลัง:
    +762
    คนไทยแต่สมัยโบราณมาก็กินต่กุ้งหอยปูปลา
    เราถึงได้เรียกว่ากับข้าวกับปลา เพราะปลาเป็นหล่งโปรตีนหลักนั่นเอง
    เมื่อก่อนปลาตัวโตกันมาก อย่างที่ฉะเชิงเทราถึงเรียกว่า แปดริ้ว
    เพราะสามารถแล่ได้ถึง8ริ้วได้

    หลายบ้านก็มียอ อย่างถนนสุขุมวิทสายเก่าริมคลองก็เห็นยอตลอดทาง
    ช่่วงตั้งแต่เมืองโบราณเป็นต้นไป
    อุปกรณ์จับปลาของคนไทยก็มีมากมายหลายชนิด
    ปลาก็หาจับกันได้ง่าย
    ก็เลยไม่ค่อยมีการเบียดเบียนสัตว์ใหญ่กันนัก

    คนไทยเพิ่งกินหมู เพราะคนจีนนำมา แล้วเลี้ยงดูเศษอาหารที่ไปเก็บมา
    จากบ้านต่างๆ แล้วก็เลี้ยงไว้หลังบ้าน ผมเคยไปแถวคลองเตย เห็นเขาเลี้ยง
    ในห้องแถว ต้นทุนก็ไม่ต้อง สมัยก่อนทุุกบ้านก็จะมีกระป๋องไว้เทอาหารที่เหลือ
    ไม่เทลงท่อ คนมารับเขาก็จะเข็นรถมามีถังในใหญ่เพื่อเทจากกระป๋องตามบ้าน

    คนจีนไม่กินเนื้อวัวเพราะวัวช่วยไถนา ถือเป็นผู้มีพระคุณ
    บ้านไหนพวกเด็กๆจะกินต้องแอบๆไม่ให้พวกผู้ใหญ่คนแก่คนเฒ่ารู้
     
  10. MonkeyAstro

    MonkeyAstro เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    225
    ค่าพลัง:
    +202
    ไม่เคยทานเลยครับ ดูแล้วน่าสงสารอ่ะ
     
  11. พนมกุเลน

    พนมกุเลน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,456
    ค่าพลัง:
    +7,625
    ไม่กินเนื้อเพื่อนร่วมโลกทุกชนิด ไม่ว่าหมู วัว ปลา ไก่ เป็ด หอย กุ้ง และอื่นๆ ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ใช่นับถือใคร รึลัทธิอะไร เพราะนับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ แต่เพราะสงสารเขา ๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนเรา เพียงแต่รูปร่างหน้าตาเขาต่างจากเรา

    [​IMG]
     
  12. พนมกุเลน

    พนมกุเลน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,456
    ค่าพลัง:
    +7,625
    ..::

    เปิดเมนูอาหารก่อมะเร็ง มหันตภัยจากการบริโภค !!

    คุณกำลังจะตาย!! หากกล่าวเช่นนี้ คุณคงไม่เชื่อ! แต่ภัยจากการบริโภค โดยเฉพาะสารพิษจากอาหาร ที่คุณกินอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะซื้อจากตลาดสด ซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าดัง ๆ การบริโภคในร้านอาหาร ภัตตาคาร รวมไปถึงการเลี้ยงสังสรรค์ในโรมแรมหรู ๆ คุณก็อาจจะไม่ปลอดภัยจากสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน

    เนื้อสัตว์ อันตราย!

    ขณะเดียวกัน อาหารประเภทเนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารทะเลสด เกือบทุกประเภท ถูกขึ้นบัญชีดำเช่นกันว่า มีสารพิษ ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างน่ากลัว

    โดยเฉพาะเนื้อหมู ซึ่งกระทรวงสาธาณสุข ประกาศเตือนว่า ขณะนี้เป็นภัยหมายเลขหนึ่งสำหรับผู้บริโภค ที่กำลังเร่งแก้ปัญหา เนื่องจาก ตรวจพบว่า เขียงหมูเกือบทุกเขียงทั่วประเทศ ขายเนื้อหมูที่มีสารอันตรายปนเปื้อน อยู่ในปริมาณสูงมาก ไม่ว่าจะเป็น เร่งเนื้อแดง เพื่อทำให้เนื้อหมูมีสีแดงน่ารับประทาน ซึ่งเกิดจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู

    ทั้งนี้ปัญหาสารเร่งเนื้แดง เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเพราะ เขียงหมูจะรับซื้อเฉพาะหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงเท่านั้น เนื่องจากผู้บริโภคชอบ เนื้อมีสีสวย และไม่ค่อยมีไขมัน แต่ความจริงแล้วสารเร่งเนื้อแดง นี้มีอันตรายมาก โดยเฉพาะอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของคนที่แพ้ยา และคนที่เป็นโรคหัวใจ ที่จะถูกกระตุ้นด้วยสารตัวนี้ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ

    นอกจากนี้ในทางสากลยังเห็นว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องในการเลี้ยงสัตว์ที่ไปเร่งสารเนื้อแดง ทำให้สัตว์หัวใจเต้นเร็ว หงุดหงิด มีพฤติกรรมทำร้ายซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะสุกรที่เลี้ยงกันแออัดที่จะมีการฆ่ากันเอง ดังนั้นเนื้อหมูที่มีสารดังกล่าวจะอันตรายมาก หากบริโภคเป็นประจำ

    นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งตรวจพบตกค้างอยู่ในเนื้อสัตว์ ประเภท คลอแรมแฟนิคอล (Chloramphenicon) และยากลุ่มไนโตรฟูแลม (Nitrofurans) ล้วนเป็นสาเหตุทำให้โรคมะเร็งทั้งสิ้น

    สถาบันโภชนาการ ระบุว่าไตของคนกินเนื้อต้องทำงานมากกว่าคนกินผักถึง 3 เท่า เพื่อขับสิ่งสกปรก และสารพิษในเนื้อที่กินเข้าไป แม้ว่าขณะอยู่ในวัยหนุ่มสาวจะไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่พออายุมากขึ้น จะเห็นผลชัด ก่อให้เกิดโรคร้าย โดยเฉพาะความเสี่ยงในเรื่องของมะเร็ง มีอัตาเสี่ยงสูงมาก หากนิยมกินเนื้อสัตว์เป็นประจำทุกวัน

    ไม่ใช่แต่เฉพาะเนื้อหมูเท่านั้น เนื้อวัว ก็พบสารอันตรายนานาชนิด โดยเฉพาะสารฟอกขาว ซึ่งนิยมใช้กันมาก ในการฟอกเครื่องในวัว ที่เรียกว่า ผ้าขี้ริ้ว

    เช่นเดียวกับอาหารทะเลสด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา มีการตรวจพบว่า ที่ขายอยู่ตามท้องตลาด มักจะใช้ฟอร์มาลิน หรือ น้ำยาอาบศพ เป็นน้ำยาแช่ เพื่อช่วยให้คงความสด ไม่เน่าเสียง่าย ซึ่งถือเป็นสารต้องห้าม ที่ผู้บริโภคอาจไม่รู้เลยว่า แฝงมากับอาหารทะเลเหล่านี้ในปริมาณที่สูงมาก

    ดังนั้นอาหารทะเลสดที่ปรุงแบบสุกๆดิบ ประเภท ปลาจ่อม ปลาร้า ก้อยปลา กุ้งแช่น้ำปลา จึงเป็นอาหารที่ไม่ปลอดภัย และจากการวิจัยพบว่า หากบริโภคเป็นประจำ นอกจากพิษภัยจากสารฟอร์มาลีนที่เข้าไปทำลายระบบทางเดินอาหาร ตับไต หัวใจ และสมองแล้ว ยังพบว่ามีพยาธิใบไม้ตับที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งบริเวณท่อน้ำดีในตับอีกด้วย

    นอกจากนี้ อาหารประเภทหมัก เช่น แหนม ไส้กรอก แฮม กุนเชียง ซึ่งมักจะใส่ดินประสิวหรือเกลือไนไตรท์ ผสมอาหาร ยืนยันแล้วมีสารก่อมะเร็งชนิดไนโตรซามีน โดยจะมีผลก่อให้เกิดโรคมะเร็งบริเวณกระเพาะอาหาร และบริเวณตับ นับภัยที่ผู้บริโภคควรรับรู้และพยายามหลีกเลี่ยง
     

แชร์หน้านี้

Loading...