เป็นคนธรรมะธรรมโม.....จริงหรือ?

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Nangkabee, 20 มิถุนายน 2013.

  1. Nangkabee

    Nangkabee สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +1
    ผมพักอาศัยอยู่หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เป็นอาคารพาณิชย์แต่มีเพื่อนบ้านข้างๆ ที่เขาอาศัยอยู่ก่อน เขาทำร้านขายข้าวแกงและขายของชำอยู่ข้างๆ
    แรกๆ เขาก็ดูมีน้ำใจดี ถามไถ่สารทุกข์กันตลอด แต่พอนานวันเข้า ดูท่าทางเขาจะชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนโน้นคนนี้อยู่เป็นนิจ พอเวลาก่อนวันหวยออก กลับเป็นเจ้ามือรับแทงหวยส่งเจ้ามือใหญ่ ขายของอบายมุขพวกเหล้าเบียร์บุหรี่ ทั้งที่รอบผนังบ้านเขาก็ติดรูปพระรอบบ้านเลย
    พอตัวเองถูกหวยก็จะเห็นเขาทำบุญกรวดน้ำซะทีนึงครับ
    อีกอย่างนึง...ท่าทาง 2สามีภรรยาที่อยู่ที่นี่เขาจะเห็นแก่ตัวมากอยู่ทีเดียว เขาชอบเอารถของเขาไปจอดตามหน้าบ้านคนอื่นโดยที่หน้าบ้านตนเองจะปล่อยว่างไม่ให้มีใครมาจอดเกะกะเลย
    บางทีเขาเห็นทางบ้านผมทำอะไรอยู่หน้าบ้าน เขาจะแอบมองจากระเบียงชั้น 3 ลงมา
    อย่างนี้ ผมจึงสงสัยว่าพวกเขาน่ะธรรมะธรรมโมจริงหรือ แล้วเราควรทำตัวอย่างไรแก้ไขกันอย่างไรดีครับ
    ขอบคุณครับ
     
  2. firstini

    firstini เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    1,213
    ค่าพลัง:
    +3,771
    เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะสงสัยนะ
    ที่เราสงสัยส่วนใหญ่เพราะเราไม่ธรรมะธรรมโม
    เพราะคนที่พยายามจะธรรมะธรรมโมจริงๆเขาจะไม่สงสัย
    เขาจะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา

    สมมติว่าให้คุณไปฝึกเป็นทหาร ให้เวลาสักเดือน
    ผมให้คุณไปออกรบเลยไหวมั้ย
    ก็อาจจะไหว แต่คงกลับมาเป็นศพ
    โชคดีก็คงจะพิการ
    เพราะเอาแค่ถอดประกอบปืนก็อาจจะผิดๆถูกๆแล้วใช่มั้ยครับ
    เพิ่งจะเข้าแถวตรง รู้จักคำสั่งไม่กี่อย่างเอง
    แล้วถ้ายิ่งไม่ตั้งใจฝึก คือเขาไม่บังคับ อยากจะมาเมื่อไหร่ก็เชิญ
    อย่างนี้ให้ฝึกเป็นปีๆ อาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ได้
    (มีร.ด.เยอะแยะครับ ที่จบมาแล้วยังอ่านแผนที่ไม่เป็นเลย)

    ปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน มันไม่มีใครบังคับ ใครจะทำอะไรตรงไหนอย่างไรก็ได้
    แรกเริ่มสุดส่วนใหญ่ก็คือ การให้ทาน เป็นการสละออก
    แรกๆก็จะหวงแหนๆ ดึงๆ ไม่ปล่อยง่ายๆ พอทำจนจิตชินก็ให้ได้คล่อง
    แต่ที่ฉันรักฉันชอบก็ยังไม่ให้เหมือนกัน
    มันเป็นอย่างนี้ธรรมดาใช่มั้ยครับ

    โบราณาจารย์ท่านถึงให้ระวังใจของเราว่าอย่าไปเทียบคนอื่นว่าเป็นยังไง
    เพราะคนทุกคนไม่เสมอกัน กำลังใจสูงบ้าง ต่ำบ้าง
    บางคนให้ทานยังตืด รักษาศีลก็ฝันไปเหอะ
    แต่บางคนกำลังใจดีมาก เรื่องทานทุ่มสุดตัว รักษาศีลสุดใจ
    มีพระรัตนตรัยเต็มหัวใจไปหมด

    มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญเท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไรแปลก
    เขาก็ธรรมะธรรมโม ทำบ้าง ทำนี่นิด ทำโน่นหน่อย
    อาชีพจะให้เขาเปลี่ยนเลยมันก็ยาก เขายังมีกรรมต้องทำอาชีพนี้อยู่
    เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาก็ปล่อยไป

    ดูใจของเราดีกว่า ว่ามันดีหรือมันชั่ว ถ้าใจเราดีนะ
    ไปคุยกับใครก็ดี ไปมองใครก็ดี
    มันดีกันทุกคน
     

แชร์หน้านี้

Loading...