เป็นบุญหรือกรรม ที่ต้องมาเกิดเป็นหมอ??? ใครรู้บอกที

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย koymoo, 9 กันยายน 2006.

  1. koymoo

    koymoo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2004
    โพสต์:
    2,068
    ค่าพลัง:
    +7,064
    อยากทราบว่า คนเกิดเป็นแพทย์เนี่ย ทำบุญหรือทำกรรมมากกว่ากันคะ
    คิดไปคิดมาแล้ว คือตอนแรกที่เข้าเรียนคณะนี้ก็ดีใจมากเลย
    แต่ไปๆมาๆ มันเหนื่อยมากเลย เป็นอาชีพที่ต้องเหมือนเป็นคนรับใช้ให้คนอื่น
    เรียนก็เหนื่อย ทำงานก็เหนื่อยอีก
    เวลาสนุกๆเหมือนอย่างวัยรุ่นทั่วไปก็ไม่ค่อยจะมี
    ตอนนี้เลยสงสัยแล้วว่า คนเกิดเป็นหมอนี่ ท่าทางจะทำกรรมมากกว่าทำบุญมาใช่หรือเปล่าคะ ... หรือก้อยคิดผิดยังไง ก็ขออภัยด้วยนะคะ (แต่ตอนนี้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) -_-!
     
  2. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,790
    คิดให้ได้บุญก็ได้บุญ คิดให้มันเป็นบาปก็เป็นบาป
     
  3. rattikorn

    rattikorn สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2006
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +5
    คิดกับคุณหมอ

    ตอนนี้คงรู้สึกเหนื่อยและท้ออยู่นะคะ เมื่อเปรียบกับวัยรุ่นคนอื่นและเพื่อนคณะอื่น แต่ขอให้กำลังใจนะคะว่า อาชีพคุณหมอสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างมาก และได้บุญอย่างมากด้วย การได้ช่วยเหลือต่อชีวิตนี่เป็นกุศลอย่างมากเลยนะคะ ผู้คนก็ยกย่องนับถือด้วยนะคะเหมือนกับจะเป็นอีกฐานันดรหนึ่งเลยนะคะ อยากให้ภูมิใจกับอาชีพนี้นะคะ เพราะต้องเก่งจริงๆถึงจะเข้าเรียนได้ และต้องเก่งมากขึ้นไปอีกถึงจะเรียนจบได้ ขอยกย่องและเป็นกำลังใจให้ว่าที่คุณหมอคนเก่งในอนาคตนะคะ(bb-flower
     
  4. ณัฐสิทธิ์

    ณัฐสิทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +1,916
    อยากรู้เหมือนกันครับ
    ลงไปโพสต์ให้คุณดังตฤณ ตอบคำถามในดังตฤณวิสัชนา http://www.dungtrin.com
    ซึ่งรับตอบข้อซักถามทุกๆสัปดาห์ ดูนะครับ จะตามไปอ่านคำเฉลยครับ
     
  5. น้ำทะเล

    น้ำทะเล สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +2
    น่าจะเป็นบุญนะครับ ลองคิดดี ๆ สิครับ ใครเก่งเท่าคุณบ้างที่สอบติดแพทย์ ใครมีโอกาสเท่าคุณบ้างที่ได้ช่วยชีวิตผู้คน ประสบการ์ณในการเป็นแพทย์ ถ้านำไปเป็นหลักในการปฏิบัติน่าจะเร็วกว่าคนอื่นเค้านะครับ อยากให้ดูในหลวงเป็นตัวอย่างนะครับ ลำบากตอนนี้ สบายในภาคหน้าครับ คงให้กำลังใจได้เท่านี้แหละครับ ที่เหลือคิดเองครับ พระคุ้มครองครับ
     
  6. Forest_Sa

    Forest_Sa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    723
    ค่าพลัง:
    +1,444
    ผิดแล้วท่าน

    ผมว่าดีออก เป็นหมอ ได้บุญนะนี่ ช่วยเหลือบรรเทาความเจ็บปวดให้คนไข้

    ผมว่าคุณเหนื่อยมากกว่ามั้งตอนนี้ พัก ๆๆๆหน่อยก็ดี

    เพราะในอนาคตคุณก็คือความหวังของคนไข้ นะ
     
  7. singkaew_k

    singkaew_k เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +159
    ท่านเอ๋ย ดีแล้วที่ท่านได้เป็นแพทย์ เราได้มีอัตภาพเกิดมาเป็นมนุษย์ เป็น
    ภูมิเดียวเท่านั้นที่สร้างบารมีได้ดีที่สุด ท่านได้เป็นแพทย์นับว่ามีบารมีอยู่มาก งานทุกๆสิ่งที่ท่านทำเป็นบุญทั้งนั้น มีอาชีพอะไรบ้างที่จะได้บุญเท่านี้ ได้ทั้งเงินเดือนและบุญ ได้สองต่อ ขอให้เต็มใจทำและอดทน สิ่งดีๆทุกอย่างที่เราจะได้มา เราต้องให้สิ่งดีๆแก่ผู้อื่นก่อน อย่าคิดว่าคนไข้คือตัวรบกวนความสุข จงรักษาคนไข้เหมือนรักษาพ่อแม่ของตัวเอง ดูตัวอย่างพระพุทธองค์ พระองค์ท่านเสียสละมามากนับไม่ถ้วน ในพระชาติสุดท้ายที่พระองค์ตรัสรู้ความดีทุกอย่างจึงมีแก่พระองค์ท่านไม่มีใครในไตรโลกธาตุจะเทียบได้ อาจมีบางครั้งที่ท่านอาจจะอารมณ์เสีย พูดไม่ดีกับคนไข้ แต่เมื่อท่านกลับถึงบ้านมีสติระลึกได้รีบขออโสกรรมในใจของท่านและระวังไม่ให้ทำอีกในกาลต่อไป ที่เราพูดได้ก็เพราะเราทำงานรักษาพยาบาลคนไข้ในสายงานเดียวกับท่านเหมือนกันแม้เราไม่ไช่แพทย์แต่เราก็ภูมิใจในวิชาชีพของเรา ท่านจงภูมิใจในวิชาชีพท่านเถิด เราเข้าใจท่านดี จงรักษาความดีไว้ จงรักษาพยาบาลผู้อื่นเหมือนรักษาพยาบาลพ่อแม่ตัวเอง ผู้ที่ต้องการสร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ยิ่งสูงเท่าไหร่ ต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมเท่านั้น เป็นกฏธรรมชาติ ถ้าในอดีตท่านไม่เคยสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมเลย ท่านจะไม่มีวันมาถึงจุดนี้ได้ จงก้าวเดินต่อไป ผมขอเป็นกำลังใจให้ครับ
     
  8. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,746
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,866
    อ่านแล้วตกกะใจนึกว่า"พี่หมอ"ของโตท้อซะแล้ว 55555555....ตอนนี้เป็นนักศึกษาเพทย์ว่าเหนื่อยแล้ว ถ้าเป็นหมอแล้วยึ่งเหนื่อยกว่านี้อีก100เท่า1000ทวี ยึ่งถ้าเป็น ศ.น.พ.เหมือนพี่หมอยึ่งเหนื่อยใหญ่ แต่รวยจริงๆหิหิหิหิหิ เอาน่าสบายตอนแก่
     
  9. hybridss

    hybridss เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +237
    คนที่เป็นหมอได้เกิดจากุศลกรรมในอดีตทำให้มีปัญญาดี เป็นกุศลกรรมที่ทำให้มีโอกาสสร้างทานบารมีโดยการใช้วิชาชีพช่วยทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ บรรเทาทุกขเวทนาทางกายได้ครับ นอกจากนี้แล้วการคลุกคลีกับการเกิด การเจ็บการตายน่าจะเป็นกุศลที่ทำให้มีโอกาสพิจารณา มรณานุสติหรือเข้าใจและพิจารณาเรื่องไตรลักษณ์ได้ดีกว่าหลายๆอาชีพ จะเป็นอกุศลวิบากก็ต่อเมื่อเอาโอกาสที่มีไปหาประโยชน์หรือไปเอาเปรียบคนที่กำลังเดือดร้อนหรือเป็นทุกข์อยู่ หรือเอาไปประกอบการที่เป็นบาปหนักเช่นทำแท๊งหรือไปซื้อขายอวัยวะโดยที่ไม่ได้เป็นการบริจาค แต่รวมรวมแล้วโอกาสดีกว่าอาชีพอื่นๆครับ หนูน้อยอย่าเพิ่งท้อใจ ความเหนื่อยหรือไม่มีเวลาอยู่ที่การบริหารการใช้ชีวิตของเราเองให้ได้ครับ เอาใจช่วยนะครับ ลองคิดถึงรอยยิ้มของคนไข้และญาติพี่น้องที่เราช่วยให้เขาหายป่วยสิครับ ยิ่งถ้ามีโอกาศช่วยเหลือพระภิกษุยิ่งดีใหญ่ มีไม่กี่อาชีพนะครับที่สามารถช่วยเหลือคนจำนวนมากได้แล้วเห็นผลของการช่วยนั้นได้ทันทีทุกๆวัน เป็นบุญใหญ่เลยทีเดียวครับ
     
  10. ท่าข้าม

    ท่าข้าม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2006
    โพสต์:
    466
    ค่าพลัง:
    +2,513
    เห็นด้วยกับคุณ hybridssเป็นอย่างยิ่ง สู้ๆนะนู๋
     
  11. wong3210

    wong3210 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    553
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,392
    การได้ช่วยคนเจ็บป่วยให้หายเป็นบุญอย่างยิ่งใหญ่ ไฉนรึท่านหาว่าเป็นบาปกรรม

    พระโพธิสัตว์เจ้าเป็นเหมือนดั่งอาชีพหมอ ที่ต้องช่วยสรรสัตว์เหลือคณานับโดยที่ไม่คิดถึงความทุกข์ยากตนเอง

    ท่านเปรียบดั่ง "ทารกโพธิสัตว์" แล้ว อย่าเสียกำลังใจไปเลย นึกถึงพระพุทธองค์ไว้เมื่อท่านท้อใจ

    อนุโมทนา
     
  12. pattarawat

    pattarawat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    1,671
    ค่าพลัง:
    +7,981
    คุณก้อยคงเหนื่อยมากและมองออกไปข้างนอกแล้วเห็นคนสนุกสนาน ดูมีความสุข แต่จริงๆ แล้วมันอาจเป็นความสนุกที่นำพาไปสู่การรักสนุก รักสบาย และยิ่งทำให้จิตใจเราตกลงไปเรื่อยๆ เพราะเราคิดแต่ว่าจะสนุก

    ผมก็เคยคิดเหมือนคุณก้อยนะครับ ทำไมต้องเรียนถึงปริญญาเอก หาเรื่องแท้ๆ เสียเวลาไปก็มาก ไม่เคยมีกิจกรรมสนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆ บ้างเลย แต่พอนึกถึงนิสิตที่มหาวิทยาลัยขึ้นมาก็พลันตระหนักว่า ถ้าเราไม่เรียนถึงปริญญาเอกเพื่อนำสิ่งที่ได้มาสอนเขาให้มีความรู้ มีปัญญา แล้วใครไหนเล่าจะมารับผิดชอบตรงนี้ พอเปลี่ยนความคิดก็รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นบุญไปหมดเลยครับคุณก้อย

    อีกอย่าง พอคุณก้อยได้เป็นหมอ เงินเดือนเยอะ ก็มีโอกาสสนับสนุนกิจกรรมของพุทธศาสนาได้เต็มที่ คือมีกำลังทรัพย์มากกว่าคนในอาชีพอื่นๆ (ส่วนใหญ่) คุณก้อยคิดอย่างไรครับ? ผมว่า "บุญ" ล้วนๆ เลยนะครับเนี่ย
     
  13. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +20,858
    ได้บุญซิครับ มีบุญมากกว่าแน่นอน เพราะช่วยคนพ้นทุกข์จากความป่วยไข้
    แต่อย่าเอาวิชาชีพไปหากินหลอกลวงคนไข้นะครับ โดนหนักทีเดียว

    อย่าลืมแผ่ส่วนกุศลให้กับเชื้อโรคและเจ้ากรรมนายเวรของคนไข้ด้วยนะครับ
    เราจะได้ไม่ถูกจองเวรอีก บอกไปเลยว่าอุทิศให้ จำใจฆ่าเชื้อโรคเพราะเป็นหน้าที่ เจ้ากรรมนายเวรก็อย่าได้ถือโทษเพราะเราเจตนาบริสุทธิ์
     
  14. ต้นไทร

    ต้นไทร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    916
    ค่าพลัง:
    +666
    สู้ต่อไปนะครับ .........
     
  15. CharnK

    CharnK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    444
    ค่าพลัง:
    +1,452
    ผมเป็นหมอมาหลายปีแล้ว ระหว่างเรียนก็หนัก ทำงานก็หนัก สังคมส่วนใหญ่ยังคิดผิดว่าหมอเงินเดือนมาก ซึ่งไม่จริง (นอกจากจะทำงานเอกชนเต็มตัว) คิดดูว่าการตรวจโรคแต่ละครั้งได้ค่าตรวจประมาณ 200 - 500 บาทต่อคน ขณะที่ค่า "เปิดคอมพ์" ที่เสียอยู่ที่ 500 - 700 บาทแล้ว แต่เงินไม่ใช่ทุกอย่าง อยู่ที่ความสุขใจในการที่ได้เห็นผู้ป่วยหายหรือกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข เวลาเหนื่อยก็ขอให้ระลึกเสมอว่าเราเรียนหมอไปเพื่ออะไร และชีวิตนี้สั้นนักเมื่อเทียบกับสังสารวัฏฏ์ ดังนั้น ขอให้กำลังใจให้คุณหมอประสบความสำเร็จต่อไป
     
  16. โมเย

    โมเย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    877
    ค่าพลัง:
    +3,210
    เวลาคนป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต..รอด..กลับมาได้.เพราะหมอ
    รู้สึกดีใจไหมคะ..มีความสุขไหม............................ที่ได้ให้ชีวิตคน
    ..เหนื่อยหน่อยนะ..สู้ต่อไปค่ะ..เป็นกำลังใจให้
    ...............................โมเย..............................................
     
  17. QuaOs

    QuaOs เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    139
    ค่าพลัง:
    +480
    เห็นใจ และขออนุโมทนากับการสร้างบารมีของผู้อยู่ในวิชาชีพแพทย์ทุกท่านเลยนะครับ

    ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ถูกข่มเหงจากฝ่ายการเมือง ผู้มีอำนาจแบบนี้...
     
  18. yeen

    yeen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    679
    ค่าพลัง:
    +3,656
    เขาว่าคนเป็นแพทย์ เพราะชาติก่อนๆได้ทำกรรมประเภทปานาติบาตไว้เยอะ ชาตินี้เลยอธิษฐานขอมาทำความดีชดใช้กรรมเก่า และถือเป็นการบำเพ็ญบารมีไปในตัว.............เชื่อว่าทุกคนคงเคยเกิดเป็นหมอไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่งมาแล้ว
     
  19. Forest_Sa

    Forest_Sa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    723
    ค่าพลัง:
    +1,444
    แต่ผมเคยอ่านเจอในหนังสือโลกทิพย์
    หลวงพ่อท่านนึง(จำชื่อท่านไม่ได้จริง ๆ)เคยบอกว่า
    คนที่ทำกรรมปานาติบาตไว้เยอะ
    มากสุดแล้วถ้าได้มาเกิดในภูมิมนุษย์ก็จะอายุสั้น
    และไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าคน ๆ นั้นต้องเป็นแพทย์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กันยายน 2006
  20. โยโย่

    โยโย่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +834
    ลองอ่านดูครับ

    ลองดูประวัติบรมครูแห่งการแพทย์แล้วคิดใหม่ครับ

    http://mahathep.exteen.com/20051004/entry-2
     

แชร์หน้านี้

Loading...