เผย “อีก 30 ปี” น้ำทะเลเพิ่มสูง กลืนหลายเมืองดังทั่วโลก “กรุงเทพฯ” จมบาดาลแน่!

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ เตือนภัย, 30 ตุลาคม 2019.

  1. โพธิสัตว์ เตือนภัย

    โพธิสัตว์ เตือนภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    360
    ค่าพลัง:
    +503
    1-30-e0b89be0b8b5-e0b899e0b989e0b8b3e0b897e0b8b0e0b980e0b8a5e0b980e0b89ee0b8b4e0b988e0b8a1e0b8aa.jpg

    เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ “นิวยอร์กไทมส์” ของสหรัฐฯ รายงานว่า ปัญหาโลกร้อนนับเป็นภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุณหภูมิโลก รวมถึงระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง ซึ่งงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ไม่นานนี้ ค้นพบความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเล จนคาดการณ์ว่าพื้นชายฝั่งรวมถึงเมืองติดชายฝั่งจะต้องจมน้ำ ภายในอีก 30 ปีข้างหน้า

    โดยเว็บไซต์ เนเจอร์ รีเสิร์จ วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติได้เผยแพร่งานวิจัยในชื่อ New elevation data triple estimates of global vulnerability to sea-level rise and coastal flooding ซึ่งผู้วิจัยได้พัฒนาวิธีคำนวณที่แม่นยำมากขึ้นทั้งจากข้อมูลดาวเทียม การประเมินแบบมาตรฐานในผลกระทบของระดับน้ำทะเลในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้พบว่า มีประชากรราว 150 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าแนวคลื่นสูง

    โดยแผนที่แรกแสดงโอกาสที่มีพื้นที่จมใต้น้ำภายในปี 2050 (พ.ศ.2593) ส่วนแผนที่ที่สอง ซึ่งเป็นส่วนประเมินใหม่ แสดงถึงส่วนต่ำสุดของพื้นที่ในประเทศที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ประชากรมากกว่า 20 ล้านคนในเวียตนาม อยู่ในพื้นที่ที่จะมีน้ำท่วม จากข้อมูลวิจัย หลายพื้นที่ในโฮจิมินต์ซิตี้ เมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียตนามจะหายไปกับน้ำ

    ด้านนายสก๊อต เอ. คัลฟ์ นักวิจัยของ Climate Central และหนึ่งในผู้เขียนรายงานกล่าวว่า ได้วัดระดับความสูงมาตรฐานโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อแยกความแตกต่างระดับพื้นดินที่แท้จริงจากยอดของต้นไม้หรืออาคาร ดังนั้นเขาและเบนจามิน สเตราส์ หัวหน้าผู้บริหารระดับสูงของ Climate Central จึงใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อกำหนดอัตราความผิดพลาดและแก้ไขให้ถูกต้อง


    ส่วนประเทศไทย ประชากรมากกว่าร้อยละ 10% อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะเกิดจมน้ำภายในปี 2050 เมื่อเทียบกับ 1% ตามการศึกษาก่อนหน้า โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร อยู่ในสถานะอันตรายอย่างยิ่ง

    [​IMG] [​IMG]

    ขณะที่ ลอเล็ตต้า ฮีเบอร์ กิราเด เจ้าหน้าที่ด้านบรรเทาความเสี่ยงทางภัยพิบัติของยูเอ็นและอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯกล่าวว่า ปัญหาสภาพอากาศจะกดดันให้หลายเมืองหาทางออกมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน น้ำท่วมในหลายพื้นที่จากภาวะโลกร้อน ได้บีบให้เกษตรกรยากจนจำนวนมากต้องทิ้งผืนนามาหางานในเมืองแทน นับเป็นสมการอันโหดร้าย เช่นเดียวกับ เซียงไฮ้ เมืองเศรษฐกิจใหญ่ของจีน ระดับน้ำจะกลืนกินใจกลางเมืองใหญ่นี้ รวมถึงหลายเมืองรอบเซียงไฮ้

    ทั้งนี้ ยังมีหลายเมืองติดชายฝั่งที่เสี่ยงจมใต้น้ำทั้งมุมไบในอินเดีย เมือง อเล็กซานเดรีย ในอิยีปต์ และบาสราในอิรัก โดยข้อมูลจากดีน่า โลเนสโก้ เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานกล่าวว่า การวิจัยนี้จะทำให้หลายประเทศต้องเริ่มเตรียมการย้ายให้ประชากรจำนวนมากเสียแต่ตอนนี้


    “เราพยายามส่งสัญญาณเตือนแล้ว เรารู้ว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น แต่ยังมีตัวแบบสมัยใหม่อยู่บ้างสำหรับการเคลื่อนไหวประชากรในระดับนี้” ดีน่า กล่าว

    ขอบคุณ : New York Times , NatureResearch


    ขอบคุณที่มา
    https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3016717
     
  2. โพธิสัตว์ เตือนภัย

    โพธิสัตว์ เตือนภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    360
    ค่าพลัง:
    +503
    องค์กร Climate Central เผยผลวิจัยใหม่ เมืองใหญ่ที่เสี่ยงจะจมน้ำแน่นอนในปี 2593 เผยมีทั้งเซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ รวมทั้งกรุงเทพ ที่จะหายไปใต้ทะเล

    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 เดอะนิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า ประชาชนกว่า 150 ล้านคน ในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากเมืองเหล่านั้นเจอปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าจะกลายเป็นเมืองใต้บาดาลในที่สุด ภายในปี 2593 หรือในอีก 31 ปี ข้างหน้า

    หนึ่งในเมืองใหญ่ที่กำลังจะจมน้ำคือ กรุงเทพมหานคร ที่เป็นทั้งเมืองหลวง เมืองใหญ่ และเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย

    องค์กร Climate Central ของสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินการโครงการวิจัยและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่กำลังจะจมน้ำ แล้วได้เผยแพร่บทความลงในวารสาร Nature Communications โดยทางโครงการได้ทำแผนที่จำลองภาพที่จะน่าเกิดขึ้นในปี 2593 เปรียบเทียบกับปัจจุบัน

    ในประเทศเวียดนามนั้น ภาพจำลองในปี 2593 เผยให้เห็นว่า เวียดนามใต้เกือบจะทั้งหมดจะจมหายลงไปใต้ทะเล นครโฮจิมินห์ซิตีทั้งเมืองจะหายไป ประชากรกว่า 20 ล้านคน เกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดในเวียดนาม จะต้องอพยพออกไปตั้งหลักแหล่งที่อื่น

    ในขณะเดียวกับ สถานการณ์ที่อ่าวไทยก็น่ากังวล รายงานระบุว่า มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรในประเทศไทย อาศัยกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจมน้ำในปี 2593 ซึ่งจุดที่กำลังจะจมน้ำอย่างแน่นอนที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร

    ลอเรตต้า เฮียเบิร์ต กีราร์เดต เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ ประจำองค์กรสหประชาชาติ ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศสร้างความกดดันต่อกรุงเทพฯ ในหลาย ๆ ด้าน ปัญหาน้ำท่วมจากภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น เหล่าชาวไร่ชาวนาก็จำจะต้องทิ้งไร่นามาเพื่อหางานทำในเมือง และก็จะต้องมารับผลกระทบ ซึ่งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

    ในขณะเดียวกัน เมืองศูนย์กลางแห่งความเจริญของจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ก็อาจจะจมน้ำลงไปด้วยเช่นกัน เมืองอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงก็จะหายลงใต้ทะเลไปด้วย โดยในปัจจุบัน ประชากรจีนกว่า 110 ล้านคนกำลังอาศัยอยู่ในจุดที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

    แม้เมืองเซี่ยงไฮ้จะมีการสร้างแนวผนังกันน้ำทะเล และแนวป้องกันน้ำอื่น ๆ แล้ว แต่ เบนจามิน สเตราส์ ผู้อำนวยการองค์กร Climate Central กล่าวว่า การจัดการแค่นี้มันยังไม่เพียงพอ ทางการควรเร่งหาทางแก้ไขอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย และควรทำให้เร็วที่สุด

    นอกจากนี้แล้ว เมืองใหญ่อื่น ๆ ที่กำลังจะจมน้ำในปี 2593 คือ นครมุมไบ ในประเทศอินเดีย เมืองอเล็กซานเดรีย ในประเทศอียิปต์ และเมืองบาสรา ในประเทศอิรัก

    ทั้งนี้ ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารัฐบาลในแต่ละประเทศ จะหาทางแก้ไขปัญหาที่น่ากังวลนี่อย่างไร

    ทางด้านประเทศอินโดนีเซีย ก็ได้วางแผนย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตา ไปยังกาลิมันตันตะวันออก แม้ว่าเหตุหลักที่ย้ายคือการลดปัญหาความแออัดและกระจายความเจริญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการย้ายหนีน้ำก็เป็นเหตุผลหลักด้วย โดยรายงานจากบีบีซี ระบุว่า จาการ์ตาเป็นเมืองที่จะจมน้ำเร็วที่สุดในโลก

    อ่านข่าว – อินโดฯ เตรียมย้ายเมืองหลวงใหม่ บ๊ายบายจาการ์ตา เจอกันที่เกาะบอร์เนียว



    ขอบคุณที่มา
    https://hilight.kapook.com/view/195582
     
  3. โพธิสัตว์ เตือนภัย

    โพธิสัตว์ เตือนภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    360
    ค่าพลัง:
    +503
    แชร์

    ประเด็นน่าสนใจ

    • สื่อดังชี้ประชาชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก เสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมบ้าน เนื่องจากในอีก 30 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น
    • หากไม่มีการป้องกันทางทะเลที่ดีพอ ใน 8 ประเทศในแถบเอเชีย ก็เสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมและน้ำท่วมอย่างถาวรได้
    • ตามรายงานดังกล่าวไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศที่เสี่ยงจะถูกน้ำท่วมถาวร

    ซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ รายงาน โดยอ้างผลการศึกษาวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal Nature Communications ระบุว่าประชาชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียที่อยู่อาศัย เนื่องจากเมืองทั้งเมืองอาจจมอยู่ใต้บาดาล โดยมีการระบุว่า ใน 30 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 2-7 ฟุต หรือประมาณ 0.6 -2.1 เมตร และบางทีอาจสูงขึ้นมากกว่านี้ ภายในศตวรรษที่ 21 ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

    0b8b5e0b988e0b8a2e0b887e0b888e0b8a1e0b89ae0b8b2e0b894e0b8b2e0b8a5-e0b89ce0b8a5e0b8a7e0b8b4e0b888.jpg

    ทั้งนี้จากจำนวนประชากรที่ตกอยู่ใต้ความเสี่ยงจากปัญหาระดับน้ำทะเลสูงขึ้นที่เป็นข้อมูลใหม่และปัญญาประดิษฐ์ ประมาณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและมากกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ถึงเกือบ 3 เท่า

    การคาดการณ์ยังระบุด้วยว่า ในอีก 31 ปีข้างหน้า ผืนดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนประชาชนราว 300 ล้านคน จะอยู่ต่ำกว่าระดับความสูงของน้ำที่เข้าท่วมชายฝั่ง ซึ่งนั่นหมายความว่าคนจำนวนมากจะตกอยู่ในความเสี่ยง และอาจมีผู้คนกว่า 300 ล้านคนเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งในปี 2100 นอกจากนี้บ้านเรือนของผู้คนกว่า 200 ล้านคนอาจอยู่ต่ำกว่าแนวคลื่นอย่างถาวร

    นายเบนจามิน สเตราส์ส หนึ่งในผู้เขียนรายงานการศึกษานี้ และยังเป็น CEO ขององค์กรที่ทำงานโดยไม่แสวงกำไร ‘Climate Central’ ได้ชี้ว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ทำให้ธารน้ำแข็งละลายและเกิดน้ำท่วมสูง ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภัยพิบัติต่อเศรษฐกิจและมนุษยชาติ

    8b5e0b988e0b8a2e0b887e0b888e0b8a1e0b89ae0b8b2e0b894e0b8b2e0b8a5-e0b89ce0b8a5e0b8a7e0b8b4e0b888-1.jpg

    อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ยังระบุด้วยว่า หากไม่มีการสร้างเขื่อนป้องกันทางทะเลที่เพียงพออาจทำให้ประชาชนราว 70% ได้รับความเสี่ยงจากการประสบอุทกภัยและถูกน้ำท่วมอย่างถาวร โดยผู้คนที่อาศัยอยู่ในเอเชีย 8 ประเทศ ได้แก่ จีน บังกลาเทศ อินเดีย เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่นเป็นพื้นที่เสี่ยงตามที่รายงานระบุ

    นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่า เมืองในประเทศจีนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเปราะบางเป็นพิเศษ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และฮ่องกง ส่วนเมืองอื่นๆ ในเอเชีย ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม กรุงธากา เมืองหลวงบังกลาเทศ และเมืองโกลกาต้า ทางตะวันออกของอินเดีย นอกจากนี้บริเวณปลายแหลมญวนทางตอนใต้ของเวียดนามอาจจมอยู่ใต้บาดาลทั้งหมด

    8b5e0b988e0b8a2e0b887e0b888e0b8a1e0b89ae0b8b2e0b894e0b8b2e0b8a5-e0b89ce0b8a5e0b8a7e0b8b4e0b888-2.jpg

    ที่มากไปกว่านั้นคือในอีก 19 ประเทศ รวมถึงบราซิลและสหราชอาณาจักร อาจมีพื้นที่ที่เป็นผืนดินลดลงอย่างถาวร และอาจตกอยู่ใต้แนวน้ำท่วมในปี 2100 นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกา ก็อาจเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่การอพยพประชาชนออกจากแนวชายฝั่งครั้งใหญ่ หากไม่มีการป้องกันที่ดีพอ หรือขาดการกระจายความหนาแน่นของประชากรทั่วประเทศ

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นนั้น ส่งผลให้อุณหภูมิโลกอุ่น และทำให้พืชผลที่เกษตรกรเปลี่ยนแปลงไป เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของพืช และนั่นหมายถึงผู้คนหลายล้านคนอาจเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม รวมไปถึงอาจต้องเผชิญกับวิกฤตสุขภาพและเศรษฐกิจโลกที่ชะงักงัน

    ที่มา cnn.com

    ข่าวสดวันนี้ทะเลสูงขึ้นน้ำท่วมประเทศไทย
    8b5e0b988e0b8a2e0b887e0b888e0b8a1e0b89ae0b8b2e0b894e0b8b2e0b8a5-e0b89ce0b8a5e0b8a7e0b8b4e0b888-3.jpg


    ขอบคุณที่มา
    https://news.mthai.com/general-news/771627.html
     

แชร์หน้านี้

Loading...