เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “ดูปัจจุบันอย่างเดียวไม่ได้”..

    .. คนเราจะไปดูกรรมปัจจุบัน
    ถามความประพฤติปัจจุบัน จะถือว่า
    เขาดีไม่ดีไม่ได้ ไอ้คนนี้เลวแบบนั้น
    เลวแบบนี้ เราจะรู้จิตเวลาที่เขาตาย
    ได้อย่างไร จุดนี้สำคัญที่สุด

    เวลาจะตายนี่เราไปดูอดีตไม่ได้
    ไปดูอดีตที่เขาปฏิบัติมา ไอ้จะทำชั่ว
    นั่นทำชั่วนี่ ไอ้นี่มันช่วงชีวิตที่ทรงอยู่
    แต่นี่พอเวลาจะตายก็เห็นโทษเห็น
    ทุกข์ของการเกิด แก่ เจ็บ ตายขึ้นมา

    จิตมันตัดตรงนั้น เพราะว่าเขาตาย
    ไปแล้วเราไปนั่งถามเขาได้เหรอ
    เราจะเฮ้ย..เฮ้ย! กลับมาคุยกับกูก่อน
    อีตอนมึงตายมึงนึกอย่างไรวะ นี่เรารู้เขา
    ไม่ได้หรอก ไอ้จิตตอนที่จะตายเขาคิด
    อย่างไรนะ อย่างคนที่เรามองเห็นชัดๆ

    อย่างตอนที่โจรฆ่าคนเป็นหมื่น
    องคุลีมาล ฆ่าคนเกินพันก็เป็นอรหันต์ได้
    นั่นเป็นกฎของอกุศลกรรมมาสนองจิต
    ชั่วคราว อย่างท่าน สันตติมหาอำมาตย์
    ไปรบทัพกลับมา ไปรบทัพชนะนี่ฆ่าคน
    ไปแล้วเท่าไร

    พอกลับมาแล้วพระเจ้าปเสนทิโกศล
    ไม่ตำหนิ เลื่อนตำแหน่งให้อีก เลยเมา
    พับไปพับมา พระพุทธเจ้าเดินหลีกไป
    ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ถามว่า
    ทรงแย้มพระโอษฐ์เพราะอะไร บอก
    อีก ๗ วัน สันตติมหาอำมาตย์จะ
    บรรลุอรหันต์

    ขี้เมา ฆ่าคนไปแล้วจากกองทัพตอน
    ไปรบศึก กลับมาให้เป็นกษัตริย์ ๗ วัน
    ไม่ต้องทำอะไรหรอก มีหน้าที่จะเมา
    จะเมา จะแจกข้าวแจกของ ของในคลัง
    อยากจะให้ใครก็ให้ๆ ไปเหอะ สบาย
    มาก ได้เป็นแค่ ๗ วันนี่

    แกก็เมา ๘ วัน นี่ทำหอกอะไรได้
    เมาไปเหอะ ดูฟ้อนรำขับร้อง ก็ไอ้คน
    ขี้เมาไปฆ่าคนมา พอกลับมาพระพุทธเจ้า
    บอกจะเป็นอรหันต์นี่มันต้องคิดเหมือนกัน
    นะ คนในสมัยนั้นเขาต้องแบ่งกันเป็น
    ๒ พวก

    ไอ้พวกมิจฉาทิฏฐิก็ถือว่าอีก ๗ วัน
    เราจะจับโกหกพระสมณโคดม ไอ้พวก
    ที่เขาเป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นลูกศิษย์
    พระพุทธเจ้า อีก ๗ วันเราจะดูลีลา
    พระพุทธเจ้าทำให้สันตติมหาอำมาตย์
    เป็นพระอรหันต์

    พออีก ๗ วัน เด็กฟ้อนรำที่อยู่ข้าง
    หน้าก็ตาย ตาแกก็เลยสร่างเมา บอก
    ไอ้นี่เด็กรุ่นหลัง เรายังอยู่แต่แกตาย
    ไอ้เราแก่ขนาดนี้ขืนเมาอย่างนี้ท่า
    ไม่ค่อยดีแล้ว นี่ตัดตรงนี้เอง

    รู้สึกตัวก็เลยลาพระเจ้าปเสนทิโกศล
    บวช พอบวชพระพุทธเจ้าเทศน์จบก็ได้
    อรหันต์เดี๋ยวนั้น ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
    นี่ห้ามดูอดีตเขา หมายความว่าอดีต
    ที่เขาผ่านมาแล้วนี่ เราจะไปพยากรณ์
    ไม่ได้

    อีช่วงที่เขาจะตายจิตเขาเป็น
    อย่างไรเรารู้ไม่ได้ ใช่ไหม บางคนดี
    แสนดีตายแล้วลงนรก ตอนที่จะตาย
    จิตมัวหมองหน่อยเดียวก็ลงนรกไปก่อน
    นี่มันเอาแน่ไม่ได้ ..

    (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
    ที่มาจาก.. หนังสือทางสายเอก
    (ลิขสิทธิ์เป็นของ “ทีมงานเว็บวัดท่าซุง”)

    29186809_1416029951842077_7437999083035295744_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    “คำเตือนสำหรับท่านผู้อ่าน”

    การนำคาถาและพิธีกรรมต่างๆมาประมวลไว้ณที่นี่ ก็เพื่อประโยชน์ของบรรดาศิษย์ยานุศิษย์ และสาธุชนทั้งหลายที่มีศรัทธาเลื่อมใส ในพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านเจ้าคุณพระราชพรหมญาณ ( พระมหาวีระ ถาวโร ) โดยเฉพาะถ้าท่านไม่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้ และบังเอิญมาอ่านพบเข้า ขอให้ทำใจเป็นอุเบกขา หรือให้ข้ามไปเสียอย่าอ่าน ถ้าท่านอยากอ่านและ เมื่อได้อ่านแล้วก็ไม่เชื่อไม่เลื่อมใส ก็ขอให้วางใจเป็นกลาง อย่าได้ประมาทปรามาสล่วงเกินเข้าจะเป็นโทษ
    ……..พระพุทธคาถา……
    “สัมมาสัมพุทธัสสะ พระอะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ” ท่านให้บูชาพระคือสวดมนต์ทุกคืน คืนละ 7 จบ หลวงพ่อบันทึกไว้ในสมุดบันทึกของท่านว่าดังนี้ ท้าวมหาราชทั้ง 4 นำมามอบให้วันที่ 21 สิงหาคม 2509 เวลา 9 น. ณ สำนักพญายม ท่านพระยายมบอกให้ทราบว่าท้าวมหาราชทั้ง 4 จะมาคุยด้วย แล้วท้าวมหาราชทั้ง 4 ก็มา ท่านท้าวธตรฐมาก่อนแล้วท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ และท้าวเวสสุวรรณมาตามลำดับ ท่านเอาคาถามาให้ดูบอกว่า พระอินทร์ให้นำมาถวาย โดยกล่าวว่าพระอินทร์ รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เอามาให้ ท่านว่าคณะท่านทั้ง 4 และเทวดาจะตามรักษาคาถานี้ ให้เป็นไปตามนั้น
    อานุภาพคาถามีดังนี้
    1 ศัตรูจะพินาศไปเองเมื่อคิดประทุษร้าย
    2 จะเกิดผลในด้านมงคลทุกประการตามที่ปรารถนา
    3 จะสามารถเห็นได้แจ่มแจ้งด้วยญาณ เห็นได้ชัดเจนทุกประการ
    และทุกขณะที่ประสงค์จะเห็น
    4 เปล่าให้สิทธิ์ผู้เรียนทิพจักขุญาณและเรียนไปปรโลกได้มีญาณเครื่องเห็นแจ่มใส
    จากหนังสือ.. คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง 48 หน้าที่ 2

    29196754_1416108421834230_7806725637464391680_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    ลำดับขั้นของทานบารมี
    ทานบารมีจะเต็มจะมีความรู้สึกอยู่ว่า เราหมดการทะเยอทะยานในทรัพย์สิน ถ้าจะพึงแสวงหากินอยู่บ้าง ก็ถือว่ารับมาตามหน้าที่หรือตามหน้าที่ที่ต้องบริหารร่างกาย จิตใจที่ละโมบโลภมากเพื่อหวังในความร่ำรวยไม่มีในจิต แต่ก็ต้องทำมาหากินเพราะเป็นฆราวาส หากินตามหน้าที่ เพราะไม่หากินร่างกายมันจะเกิดความลำบาก ทำไปเพื่อเป็นการบริหารร่างกายให้มันทรงอยู่เท่านั้น ใจมันเหี่ยวแห้งที่จะตะเกียกตะกายในการแสวงหาทรัพย์สินเพื่อความร่ำรวย แต่ทว่าหาแค่พอกินพอใช้ อันนี้ก็ต้องใช้ปัญญาพิจารณาถึงอารมณ์ใจด้วยว่า ใจของเราเวลานี้มันตะเกียกตะกายอยากจะโกรธเขา อยากจะลักเขา อยากจะขโมยเขาไหม ถ้ามีอาการอย่างนี้เกิดขึ้นอยู่ ชื่อว่าทานบารมียังไม่ให้ผล เพราะว่าอารมณ์จิตยังไม่เข้าถึงจุดขั้นต้นของทานบารมี หากแต่ว่าอารมณ์อย่างนี้มันไม่เกิดขึ้น เราทำงานแต่เพียงหน้าที่ แต่ก็ยังอยากรวยอยู่ อย่างนี้ชื่อว่าทานบารมีเริ่มให้ผล แต่ก็ยังเป็นผลขั้นกามาวจรถ้ากำลังจิตใจของเราคิดว่า เมื่อมีเท่าไรเราก็ทำเท่านั้น เพราะว่าทำมาหากิน ทำไปไม่ตะเกียกตะกายจนกระทั่งเป็นหนี้เป็นสินเขาเกินไป คิดว่าไม่เกินวิสัย อาจจะเป็นหนี้เขาบ้างก็ได้ในการลงทุน แต่เห็นว่ามันจะพอใช้เขาก็โดยไม่ยากนัก ในเมื่อผลมันเกิดขึ้น และอารมณ์จิตก็ไม่มีการหมกมุ่นอยู่ในการอยากจะมีความโลภ ตะเกียกตะกายอยากจะร่ำรวยเกินไป อย่างนี้ชื่อว่ากำลังใจที่จัดว่าเป็นทานบารมีเข้าถึงอุปบารมี

    ถ้าท้ายที่สุดจริง ๆ ก็มีความคิดอยู่อย่างเดียวว่า หากินตามหน้าที่ที่ต้องพึงบริหารร่างกายและครอบครัว ไม่เคยคิดว่าทรัพย์สินทั้งหลายทั้งหมดนี้ เราตายแล้วเราจะแบกไปได้ ที่เราทำไปก็เพราะว่าร่างกายมันยังต้องกิน ครอบครัวยังต้องกินต้องใช้ ทำไปตามหน้าที่ ถ้าอย่างนี้ชื่อว่าทานบารมีสมบูรณ์ จัดว่าตัดความโลภได้อย่างจริงจังนี่ต้องใช้ปัญญานะ ใช้ปัญญาคิดและก็น้อมเข้ามาถึงจิตของเรา ว่าอารมณ์จิตของเราเข้ามาถึงจุดนี้หรือยัง

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    29216676_1417153318396407_4253016095562137600_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    ไม่มีเวลาทำสมาธิ

    ผู้ถาม :: หลวงพ่อคะหนูไม่ค่อยจะมีเวลาทำสมาธิคะ

    หลวงพ่อ :: คนที่ไม่มีเวลาไม่มีนอกจากขี้เกียจ

    ผู้ถาม :: ถ้ากลางวันทำงานและเวลากลางคืนก็ติดธุระ บางทีจะนั่งสมาธิลูกก็กวน

    หลวงพ่อ :: จะไปนั่งทำไม ให้ลูกมันหลับเวลาเรานอนน่ะ สมาธิทำทั้งนั่ง นอน ยืนเดิน เขาไม่ได้ห้ามต้องนั่งเสมอไปใช่ไหม จริงๆแล้วถ้าเรามีสมาธิก่อนหลับสัก 2 นาทีก็พอใจแล้ว สมาธิไม่ต้องการมาก ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรว่า “สารีปุตตะ ดูก่อนสารีบุตร บุคคลใดที่มีจิตว่างจากกิเลสวันหนึ่ง ชั่วขณะจิตหนึ่งเราขอกล่าวว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีจิตไม่ว่างจากฌาน” เห็นไหม ก็มัวเอาแต่เรื่องนั่งที่เขาว่า อีตอนนอนนั่นแหละ นอนสบายหัวถึงหมอนปั๊บ นึกถึง “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต” นึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และภาวนาพุทโธ หายใจเข้านึกว่าพุท หายใจออกนึกว่าโธ หายใจ 2 ฟี๊ด หลับไปเลยใช้ได้เลย อย่าลืมนะตอนที่ภาวนา หลับเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะ ว่าถ้าจิตไม่ถึงฌานนี้มันจะไม่หลับ ถ้าจิตถึงฌานปั๊บมันจะตัดหลับทันที ทีนี้ว่า ถ้าภาวนาหรือว่านะโมอยู่ ถ้ามันหลับเวลานั้นมันจิตถึงฌาน ขณะที่หลับอยู่กี่ชั่วโมงเขาก็ถือว่าทรงฌาน นั้นอยู่ระหว่างหลับ ถ้าตายระหว่างนั้นจะไปตามกำลังของฌานทันที เห็นไหม ที่ว่าไม่มีเวลา คนขี้เกียจนะ เวลามันมีใช่ไหม ถ้าให้ดีเวลาตื่นเอาอีกนิด ไม่ต้องลุกถ้าไม่ปวดอุจจาระปัสสาวะนะ พอตื่นปั๊บเอาอีกหน่อย จับลมหายใจเข้าออกหายใจเข้านึกว่าพุท หายใจออกนึกว่าโทร 2 – 3 ครั้งก็พอแล้ว จิตไม่นึกถึงใคร แค่นี้ใช้ได้ทุกวัน ขอยืนยันว่าลงนรกไม่ได้

    จากหนังสือ คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง 50 หน้าที่ 15

    29249696_1417475498364189_9108329233297440768_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    1f607.png อัพเดตยอดล่าสุดวันนี้ 27,736 บาทค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญด้วยกันนะคะ
    1f607.png 1f607.png 1f607.png บุญใหญ่สำหรับปีนี้อีกงานหนึ่งที่ฝนรับมานะคะ..
    1f64f.png 1f64f.png 1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพผาติกรรม สมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก4ศอกในซุ้มเรือนแก้วปิดทองคำแท้ประดับเพชรทั้งองค์ในงานกฐินของวัดท่าซุงปีนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ตุลาคม 2561) งบประมาณ 100,000 บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน)คณะของเราอยู่ลำดับที่52ค่ะ ในนาม”เพจคำสอนหลวงพ่อฤๅษีลิงดำวัดท่าซุง น้ำฝน บุญสิงห์พร้อมคณะญาติธรรม”..
    เปิดรับตั้งแต่วันนี้จนครบยอด100,000บาทค่ะ
    โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย011-1-98323-2(บัญชีนี้ไม่มีพร้อมเพย์ค่ะ)
    น้ำฝน บุญสิงห์
    1f343.png 1f33a.png 1f343.png การบอกบุญนี้เป็นความศรัทธาของฝนและคณะไม่เกี่ยวข้องกับวัดท่าซุงแต่อย่างใด

    29258466_1418089204969485_6533031026883559424_n.jpg
    29315143_1418089264969479_2507222944707510272_n.jpg
    29315224_1418089314969474_3724592314786512896_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    1f607.png แจ้งบัญชีงานบุญทองคำนะคะ..
    เบิกออกครั้งแรก19,000บาทและครั้งที่2จำนวน350บาท รวมยอดเงินทั้งหมด 19,350 บาท..ซื้อทองคำ1บาทเมื่อวานราคา 19,700 บาท..
    1f64f.png 1f64f.png 1f64f.png ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยค่ะ..
    1f607.png ขอแจ้งปิดงานบุญทองคำแท้เพื่อใส่ในเบ้าเอกวันนี้เลยนะคะ..สาธุค่ะ

    29314081_1418527181592354_7930456584335917056_n.jpg
    29356591_1418527244925681_6026353034894770176_n.jpg
    29313952_1418527274925678_2206578992083894272_n.jpg
    29342288_1418527304925675_2653766717745922048_n.jpg
    29342208_1418527348259004_5695213998425767936_n.jpg
    29261933_1418527381592334_4044657718680616960_n.jpg
    29261897_1418527411592331_3381647547092172800_n.jpg
    29313172_1418527438258995_6115446998964371456_n.jpg
    29313817_1418527474925658_2472058372417912832_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    หลวงพ่อพระะราชพรหมยานตอบปัญหาธรรม
    วิธีกำหนดจิตเข้าไปดูอวัยวะภายในร่างกาย

    ผู้ถาม :: “หลวงพ่อครับ แล้วมโนมยิทธิ ล่ะครับไปดูนรก สวรรค์ พรหม นิพพานได้ไหม?” ข้าพเจ้ารีบถามเพราะเคยได้ยินบางท่านพูดถึงกัน

    หลวงพ่อ :: “คุณจะต้องเข้าใจก่อนนะว่ามโนมยิทธินั้น หมายถึงอะไร มโนมยิทธิแปลว่าฤทธิ์ทางใจ ถ้ามโนมยิทธิแบบเต็มกำลังแล้ว ท่านหมายถึงการถอดจิตออกกจากร่างแล้วท่องเที่ยวไปในภพต่างๆ และผู้ที่จะสามารถทำได้ จะต้องทรงวิชชาสาม หรือ ทรงอภิญญา 6 คุณไม่เข้าใจอีกละซิ เห็นนั่งทำหน้างงๆ ไม่เป็นไรถ้าอยากจะรู้ว่าวิชชาสาม หรืออภิญญา 6 มีอะไรบ้าง ฉันจะเขียนไว้ในคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐานแล้วคุณไปอ่านเอาเองก็แล้วกัน เอาเป็นว่าถ้าหากคุณทางฌาน 4 ได้ในกสิณอย่างใดอย่างหนึ่งกสิณ 3 อย่างที่ฉันว่าแต่ขอแนะนำให้เอาอาโลกกสิณ คือเพ่งแสงสว่าง จะเป็นการดีเพราะเป็นกสิณที่สร้างทิพยจักษุญาณโดยตรง เมื่อได้ทิพยจักษุญาณแล้วก็ทำจิตให้โปร่งสว่างไสว แล้วกำหนดจิตว่าของร่างกายนี้จงเป็นโพรงก็จะเห็นว่าร่างกายเป็นโพรงใหญ่ต่อจากนี้ก็กำหนดจิตว่า ขอร่างอีกร่างหนึ่งจงปรากฏขึ้นภายในกายนี้ กายอีกกายหนึ่งก็จะปรากฏขึ้นต่อจากนี้ก็ค่อยบังคับกายนั้นให้เคลื่อนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอาทิเช่น ตับไตไส้ปอด เส้นเลือดทุกเส้น ลำไส้ทุกส่วน ประสาททุกส่วนบังคับให้กายนั้นเดินไปตรวจให้ถ้วนทั่วทั้งร่างกาย จะเห็นว่าแม้เส้นเลือดฝอยเล็กๆ ร่างนั้นก็เดินไปได้อย่างสบาย เสมือนเดินอยู่บนถนนสายใหญ่ เห็นร่างกายเรานี้เป็นโพรงใหญ่คล้ายเรือหรือถ้ำขนาดใหญ่เมื่อท่องเที่ยวในรางกายจนชำนาญแล้ว ก็ควรหาความรู้ในสภาพของอวัยวะต่างๆ ตลอดจนสภาพความสกปรกโสมมในร่างกายของเราไปด้วยเมื่อมีความชำนาญในการเที่ยวและการตรวจสอบสภาพร่างกายของเราดีแล้วก็กำหนดจิตว่าเราจะไปนรกขุมใด สวรรค์ชั้นใด พรหมชั้นใด หรือ พระนิพพาน หรือบ้านใด เมืองใด ดาวดวงใด ก็พุ่งกายออกไปก็จะถึงถิ่นที่ประสงค์ทันที ให้เวลาไม่ถึงครึ่งวินาที เมื่อถึงแล้วจิตจะบอกเองว่าสถานที่นั้นเป็นภพภูมิใด บ้านเมืองใด ใครบ้างที่พบโดยไม่ต้องมีคนบอกเพราะสภาพของจิตเป็นทิพย์ กิเลสไม่ได้หุ้มห่อไปด้วย จึงรู้อะไรได้ตามความเป็นจริงเสมอ เป็นยังไงล่ะ นั่งฟังเพลินเลย น่าสนุกนะ หากฝึกได้ละก็คุณได้เที่ยวสนุกแน่ ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นใดเลยนะ ไม่ต้องไปเที่ยวยืมใครหายใจ ไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของบ้านเจ้าของสถานที่ สามารถเข้าไปตรวจสอบอะไรต่ออะไรได้หมดเลยนะ”

    จากหนังสือ สู่แสงธรรม

    29313660_1418788261566246_2606851870848712704_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    ขณะนี้ ตุ๊พ่อสิงห์วิสุทฺโธ วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน ขอแจ้งข่าวมหากุศลเพื่อท่านสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบุญสร้างแท่นแก้วที่องค์พระประธานในพระอุโบสถ
    จะติดลวดลายด้วยงานเรซิ่นเพื่อความงดงามอ่อนช้อย เฉพาะงานนี้จะต้องใช้งบในการจ่ายประมาณ 250,000 บาท
    บริจาคร่วมบุญสร้างแท่นแก้วที่องค์พระประธานในพระอุโบสถตามกำลังทรัพย์

    ขอเจริญกุศล ทุก ๆ พระองค์ทุกรูปทุกนาม ร่วมด้วยช่วยกันเน้อ ผู้ที่มีจิตศรัทธาจะร่วมบุญติดต่อกับทางวัด ผู้ควบคุมงานวิหารทานของวัด ชื่อพระขุนเดช โทร 0836508239 ฯ เน้อ

    เบอร์บัญชี 347-2-50645-4 ธนาคารกสิกร ส่วนของสร้างพระอุโบสถ โดยหลวงพ่อสิงห์ วิสุทฺโธ
    ขอเจริญพร

    #ทางเพจคำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงของเป็นสะพานบุญในครั้งนี้ นิพพานัง ปรมัง สุขัง

    29356813_1419223374856068_2620777005225869312_n.jpg
    29343030_1419223424856063_2551811955144785920_o.jpg
    29357085_1419223474856058_9048016785676173312_o.jpg
    29315114_1419223884856017_4281188778921426944_o.jpg
    29340557_1419223878189351_7279564804707057664_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    พระตายไปดาวดึงส์

    ต่อไปก็ของดเรื่องเทวดาประจำชั้นดาวดึงส์ชั่วคราวเอาเป็นเทวดาจร นั่นคือ เทวดาที่ไปเกิดใหม่ เพราะว่าอาตมาเองก็มีท่านผู้มีคุณ มีพระที่มีคุณอยู่ท่านหนึ่ง ความจริง พระที่มีคุณกับอาตมาก็ดี กับวัดท่าซุงก็ดี นี่มีมาก เพราะว่าการมาอยู่วัดท่าซุงใหม่ ๆ อยู่ทีแรกก็ดี ยังไม่มีคนทำบุญทำกุศลมาก ไม่เป็นไร พอมีคนทำบุญทำกุศลมากเข้าเกิดกับพุทธศาสนา อาตมาเป็นคนไม่ดี ไม่รู้จักตามใจคนในทางที่ผิด ที่นี้มีบุคคลคณะหนึ่งเป็นเจ้าของถิ่น เขาอยากจะได้ทรัพย์สินประเภทนั้นมาเป็นสมบัติของตน
    ตัวอย่างของวัดท่าซุงมีอยู่ว่า วัดโทรมเพราะการขายวัดกิน พระพุทธรูปมาก็ขายพระพุทธรูปกิน และต่อมาวัดโทรม มีการเรี่ยไรทุกปีแต่ไม่ทำ แบ่งกันใช้แบ่งกันกิน คนประเภทนี้จะเป็นใครบ้าง อาตมาก็ไม่ทราบ ไม่รู้จักหน้า เพียงแต่ว่าก่อนที่จะมาทราบข่าวการเรี่ยไร พอมาเข้าจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างโทรมเป็นปกติ ไม่มีการทำอะไรขึ้น
    ต่อมาคนประเภทนี้ก็เกิดขัดใจ หาทางกลั่นแกล้งทุกอย่าง เพื่อให้อาตมาไปจากวัดนี้ อาตมาสร้างแล้วหลายชิ้นหลายอย่างลงทุนไปล้านบาทเศษ เพื่อพระพุทธศาสนา ก็เป็นเงินของบรรดาท่านพุทธบริษัทถ้วนหน้าให้มา ก็คิดว่า เราทำเพื่อพระพุทธศาสนา วัดนี้เป็นวัดของพุทธศาสนา ไม่ใช่วัดของโจร แต่เมื่อโจรมาใช้อำนาจอย่างนี้ เราก็ยอมไม่ได้ มีความจำเป็นต้องอยู่ ความจริงไม่อยากอยู่ เขาก็หาทางกลั่นแกล้งต่าง ๆ ฟ้องร้องบ้าง หาทางโจษจันบ้าง เปิดขยายเสียงด่าบ้าง ขยายเสียงเขาเปิดที่ศาลาการเปรียญเก่า พวกเขามาก
    ก็มีพระกลุ่มหนึ่ง คณะหนึ่งมี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา เป็นประธาน แล้วก็มี ท่านเจ้าคุณราชรัตนโมลี วัดแก้วแจ่มฟ้า เจ้าคุณราชรัตนกวี วัดอนงคาราม (เป็นเจ้าคุณเทพฯ เวลานี้) และก็ เจ้าคุณวิสุทธาธิบดี (ไสว) วัดไตรมิตร และสมเด็จพุฆษจารย์ วัดสุทัศน์ และก็มี เจ้าคณะเจ้าคุณราชรัตนโสภณ รองเจ้าคณะตรวจการภาค อีกองค์หนึ่ง ทั้งหมดนี้รู้สึกว่ามีคุณหนัก ท่านช่วยเต็มกำลัง นอกจากนั้นก็ช่วยเหมือนกัน แต่ไม่ประจัญหน้านัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเจ้าคุณวัดไตรมิตร คือว่าเจ้าคุณ…. นึกชื่อไม่ออกเสียอีกแล้ว เจ้าคุณไสว วัดไตรมิตรน่ะนะที่มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม กับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสุทัศน์ เป็นตัวตั้งตัวตี เจรจากับพระในจังหวัดอุทัยธานี ตรง เรียกว่าเป็นนักชนตรงในอันดับแรก ต่อมาก็เจ้าคุณราชรัตนกวี วัดอนงคาราม (เจ้าคุณเทพฯ ปัจจุบัน) และเจ้าคุณราชรัตนโมลี วัดแก้วแจ่มฟ้า ก็เข้ามาเป็นตัวแทนของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา ในที่สุดงานทุกอย่างก็เป็นไปเรียบร้อยปกติ ทุกอย่างเรียบ และก็อันธพาลก็เรียบที่สุด
    ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๑ อาตมากำลังป่วยมาก ทราบข่าวทางโทรศัพท์ว่า เจ้าคุณวัดไตรมิตร พูดไปก็นึกชื่อไม่ออก พระวิสุทธาธิบดี ท่านมรณภาพ ก็คิดว่า พระองค์นี้มีคุณมาก วัดท่าซุงจะตั้งขึ้นมาได้และเจริญรุ่งเรืองเวลานี้ ก็มีท่านส่วนหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญมาก ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ชื่อว่าเป็นลูกมือของสมเด็จวัดสามพระยา ก็คิดในใจว่า อยากจะไปรดน้ำศพ แต่ก็นอนลุกไม่ขึ้น จะไปจัดงานสวดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ยังไปไม่ไหว ถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคม แล้ว ยังลุกจากที่นอนไม่ไหว
    วันที่ ๑๘ มีอาการคลายนิดหนึ่ง เวลา ๔ โมงเช้า นอนภาวนาอยู่ ก็คิดถึงท่านว่า ท่านผู้มีคุณของเรา เวลานี้ท่านตายแล้วท่านไปอยู่ที่ไหน อันดับแรกเราก็ต้องไปดูที่สำนักพระยายมก่อน เพราะยังไม่กี่วันนัก อย่างน้อยที่สุดถ้าบังเอิญผ่านสำนักนั้น ก็ยังไม่มีการสอบสวน เพราะว่าสำนักพระยายามนี้ก็ไม่ได้ไปนาน ตอนป่วย ๑๐ วันกว่าไม่ได้ไป
    พอไปถึงท่านลุงผู้ใหญ่ นายบัญชี ท่านก็ถามว่า “คุณมาถามถึงเจ้าคุณไสวใช่ไหม” ท่านไม่เรียกราชทินนาม ท่านเรียกชื่อเดิม ก็บอกว่า “ใช่” ท่านบอกว่า “คนชื่อ ไสว ที่เป็นพระ เวลานี้ไม่มีบัญชีในเมืองนรก พอฟังเท่านั้นดีใจมาก ขนลุกซู่ ชื่นบาน ก็นึกว่าพระคุณใหญ่ของท่านผู้มีคุณของเรา เวลานี้ท่านไม่ต้องตกนรก ไม่ต้องทรมาน แต่ความดีของท่าน จะมีเป็นประการใดบ้างกับคนอื่น อาตมาไม่ทราบ ความไม่ดีของท่านจะมีที่ไหนบ้าง อาตมาไม่ทราบ ทราบแต่ความดีที่ท่านลงทุนลงแรงทุ่มเทมาก ช่วยอาตมาให้ทรงตัวอยู่ได้ และก็ช่วยให้วัดท่าซุงให้เจริญรุ่งเรืองขั้นมาได้ ไม่ได้คณะท่านทั้งหลายเหล่านี้ วัดท่าซุงไม่ปรากฏภาพ
    สิ่งที่ปรากฏไปแล้วก็ปรากฏว่าจะต้องถูกขาย เพราะพวกนั้นเขามีอาชีพขาย เขามุ่งเลย อย่างนั้นจะขายเท่านั้น อย่างนี้จะขายเท่านี้ แต่คนพวกนี้ตายไปหมดแล้ว ไม่เหลือ เวลานี้ไม่เห็นหน้า ตายไปแล้ว เมื่อทราบว่าท่านไม่มีชื่อในบัญชีก็ดีใจ ก็ถามท่านนายบัญชีใหม่ว่า ท่านอยู่ที่ไหน ท่านนายบัญชีใหม่ก็บอกว่า “ผมบอกก็ได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของผม ท่านต้องไปถาม ปัญจสิกขเทพบุตร เป็นเลขานุการบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก” ก็ลาท่านไป
    ไปหาท่านปัญจสิกขเทพบุตร ถามท่านว่า “พระองค์หนึ่งที่ชื่อว่า ไสว อยู่วัดไตรมิตร เวลานี้ท่านอยู่ที่ไหน” ท่านก็ยิ้ม ท่านบอก “นี่ยังไง นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณ นี่ยังไงล่ะ คนนุ่งผ้าเขียวเป็นมันระยับ แพรวพราว แล้วก็ใส่เสื้อสีขาวแพรวพราวเป็นระยับ หน้าตาสวยสดงดงามผ่องใสมาก คนนี้นะคือ “ไสว วัดไตรมิตร” ก็หันไปถามท่าน ท่านยิ้ม และต่างคนต่างก็ยกมือไหว้กัน แต่เวลานี้ท่านไม่ใช่พระเสียแล้ว เป็นเทวดาไปแล้ว
    ถามท่านว่า “ท่านมาอยู่ชั้นดาวดึงส์รึ” ท่านตอบว่า “ใช่” ท่านบอกว่า “ขอบใจนะที่ช่วยผมอยู่มาก” ถามว่า “ช่วยอะไรท่าน” ท่านบอกว่า “การที่นิมนต์ไปที่วัดน่ะผมไม่ได้หมายความว่าถวายเงิน ถวายผ้าไตร แต่ช่วยกำลังใจผมให้มีความชื่นบานในบุญกุศลของท่าน กำลังใจของผมก็มีปีติ ที่พระที่ผมช่วยไว้เป็นผู้ชนะความชั่ว คือ ชนะความทรุดโทรม มีแต่ความรุ่งโรจน์ทำให้วัดวาอารามรุ่งโรจน์ ทำให้พระพุทธศาสนาเด่นขึ้น”
    ก็ถามท่านว่า “ท่านตายในขณะที่ไปดูงาน ท่านมีกำลังใจเป็นกุศลส่วนไหน จึงมาสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้”
    ท่านก็ตอบว่า “จงอย่าลืมว่า ผมไปในงานของพระศาสนา เขาจะตรวจสอบวิชาความรู้ของนักธรรม ผมไปนั้นจิตเป็นธรรมจริง ๆ ไม่มีกังวลอื่นช่วย ไม่ใช่ไปคิดอยากได้เงินอยากได้ทอง มันอยากได้ที่ไหนมันก็ไม่ได้ เพราะงานนั้นไม่มีค่าแป๊ะเจี๊ยะ ไม่มีเงินไม่มีทอง มีอย่างเดียว คือ จ่าย ผมไป ค่าพาหนะผมก็จ่ายจากทุนของผมเอง ผมไปเพื่อพระศาสนาจริง ๆ กำลังใจของผมไปเพื่อบุญเพื่อกุศล เพื่อให้ความเป็นธรรม เวลาที่ป่วยลงมาปั๊บ รู้สึกว่ามีอาการวูบลง หน้ามือ พอหน้ามือ ไม่เห็นสิ่งภายนอก ก็ปรากฏสิ่งภายในปรากฏขึ้น นั่นคือ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ พระทองคำ ภาพท่านปรากฏชัด เห็นแสงสว่างมาก ยิ่งดูยิ่งชัด ๆ หนักเข้าใกล้จะถึงวาระจริง ๆ เห็นท่านยิ้ม พอท่านยิ้ม ผมก็หมดความรู้สึกอีกที ตอนนี้ปรากฏมีร่างกายมาอยู่ สวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีวิมานแก้ว ๓ ประการเป็นที่อยู่ มีนางฟ้า ๕,000 คน เป็นบริวาร” ก็เลยบอกว่า “ท่านเจ้าคุณ ได้เปรียบนะ เป็นพระไม่มีเมีย แต่เป็นเทวดามีเมียตั้ง ๕,๐๐๐ คน”

    เอาละ บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน เวลาเหลือ ๒๐ วินาที จะหมดเวลา ก็ขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล จงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังและผู้อ่านทุกท่าน สวัสดี
    จากหนังสืออ่านเล่น เล่มที่ ๔

    29468114_1420162241428848_1220455076447911936_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    1f607.png วันนี้ฝนได้เขียนชื่อเจ้าภาพแท่งทองเหลืองให้ทุกท่านที่ร่วมบุญมาแล้วนะคะ..
    1f64f.png 1f64f.png 1f64f.png ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านเจ้าภาพด้วยนะคะ
    .ตอนนี้ยังเปิดรับอยู่จนถึงวันที่24มีนาคม2561ค่ะ..
    1f607.png 1f607.png 1f607.png บอกบุญนะคะ
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพแท่งทองเหลืองเพื่อเททองหล่อสมเด็จองค์ปฐม2องค์หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร1องค์ ที่สวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่ สุพรรณบุรี ในวันที่25มีนาคมนี้ค่ะ..
    ☀แท่งทองเหลืองขนาดเล็ก300บาท
    ☀แท่งทองเหลืองขนาดกลาง500บาท
    ☀แท่งทองเหลืองขนาดใหญ่1,000บาท
    1f308.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย037-8-31796-7
    น้ำฝน บุญสิงห์
    1f308.png พร้อมเพย์0615592704(ต่างธนาคารโอนฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียมค่ะ)
    1f607.png โอนเงินแล้วแจ้งรายชื่อเข้ามานะคะฝนจะเขียนลงบนแท่งทองเหลืองให้ค่ะ..อนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับทุกๆท่านด้วยนะคะ

    29432946_1421797031265369_523619297214332928_n.jpg
    29472898_1421797071265365_4396755181941817344_n.jpg
    29496195_1421797147932024_843630867988348928_n.jpg
    29472348_1421797194598686_2290480366462435328_n.jpg
    29468165_1421797247932014_6446610181739511808_n.jpg
    29472880_1421797277932011_2861271667445858304_n.jpg
    29512725_1421797307932008_2852422067721076736_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    #อดีตรำลึก#

    “พระร่วงโรจน์ฤทธิ์”

    เวลาผ่านไป ๘๐๐ ปี จากการตายของพระเจ้าพรหมมหาราช ในเวลานั้นขอมมีอำนาจอีกแล้ว มีพระราชาของไทยองค์หนึ่งชื่อ พระยาอภัย หนีขอมจากลำพูน มาถือศีลภาวนาอยู่ในป่าที่เขาหลวงอันเป็นเขตกึ่งกลางระหว่างเชียงใหม่กับศรีสัชนาลัย ท่านมาถือศีลภาวนาทำตายิบ ๆ ยิบ ๆ ที่เขาหลวง เจอสาวชาวป่าสวยผิวขาวสะโอดสะองชื่อ นางนาด หน้าตาดีทรวดทรงน่ารัก เจอเข้าในป่าก็เลยชอบพอกัน สมสู่อยู่ด้วยกัน ๗ วัน ที่เขาหลวงนั่น หลังจากนั้นพระยาอภัยก็กลับไปหวังจะครองอำนาจตามเดิม ก่อนจะไปก็ให้ผ้ากำพลกับพระธำมรงค์ไว้เป็นที่ระลึก ท่านบอกว่า เวลานี้กำลังลำบากจะต้องกลับไปแสวงหาอำนาจ ถ้าได้ครองราชย์เมื่อไรจะกลับมารับ
    ต่อมานางนาดเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา คลอดออกมาแล้วเป็นผู้ชายไม่รู้จะเก็บลูกไว้ที่ไหน ก็เอาไปเก็บไว้ที่เขาหลวงนั่น เอาผ้ากำพลกับพระธำมรงค์แขวนไว้ด้วย นี่แหละคนดีของเชียงแสนมาเกิด (คือพระเจ้าพรหมมหาราช จุติจากพรหมมาเกิดเป็นลูกชายของนางนาคกับพระยาอภัยในป่าถูกแม่ทิ้งไว้ที่เขาหลวง แต่ก็มีงูใหญ่แผ่แม่เบี้ยรองรับเด็กน้อยไว้ ท่านบอกเป็นงูพระโพธิสัตว์ ท่านบอกว่ากรรมที่ตีขอมฆ่าขอมระเนระนาด ทำให้เขาพลัดพรากจากกันตายแล้วหนีบาปไปเป็นพรหมด้วยกำลังฌานสมาบัติ กฎของกรรมที่ทำให้เขาพลัดพ่อพลัดแม่ พลัดบ้าน พลัดเมือง พอมาเกิดชาตินี้ที่ไหนได้กลายเป็นถูกแม่ทิ้งไปเสียได้ เอาแล้วอยู่เป็นพรหมสบาย ๆ ไม่พอเสด็จลงมาเกิดอีก ก็จะนอนให้มันสบาย ๆ ไม่เอา นอนไม่ได้ซิ เพราะเวลานั้นไทยป่นปี้อีก หลังจากพระเจ้าพรหมมหาราชตายไปแล้ว ลูก ๆ ดีไม่พอ ไทยก็กลับเป็นทาสของขอมต่อไป เจ้าขอมมันก็ย่ำยีต่อไป
    ต่อมาท่านบอกว่า มีนายพรานป่าไปพบเด็กชายที่เขาหลวงเข้า เกิดชอบใจก็เก็บเอาไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเพราะท่านไม่มีลูกท่านก็รักเด็กมาก ต่อมาพระอภัยได้อำนาจกลับมาแล้วก็เกณฑ์ชาวบ้านไปสร้างปราสาท พรานคนนี้ก็ถูกเกณฑ์ไปด้วย จึงเอาเด็กน้อยไปด้วย ขณะทำงานก็เอาเด็กไปนอนไว้ในที่ร่มที่ปราสาทยังสร้างไม่เสร็จมีร่มเงา ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ปราสาทโอนไปเอียงมาเหมือนมีลมแรงพัดหวั้นไหวไปทั้งหลัง พระยาอภัยจึงรีบสั่งให้เอาตัวนายพรานเข้ามาถามว่า เอาเด็กนี้มาจากไหน พรานตอบว่า ได้มาจากเขาหลวง ท่านถามว่าเด็กชายคนนี้มีอะไรเป็นสัญลักษณ์ พรานก็ตอบว่า มีผ้ากำพลกับแหวน
    พระยาอภัยเห็นก็จำแหวนกับผ้ากำผลได้ก็ทราบว่าเป็นพระราชโอรส จึงขอนายพรานว่า ขอเด็กชายคนนี้เถิดฉันจะเลี้ยงไว้เป็นลูกบุญธรรมของฉัน นายพรานแกรักเกือบตาย พระราชาขอแกก็ต้องให้ พระราชาก็ประทานบ้านส่วยให้นายพรานร่ำรวยขึ้น ต่อมาพระยาอภัยก็ให้นามเด็กชายว่า “อรุณกุมาร” และมเหสีองค์ใหม่ก็ประสูติราชโอรสมาอีกองค์หนึ่งให้นามว่า “ฤทธิกุมาร” พี่น้อง ๒ คนนี่รักกันมาก ต่อมาอรุณกุมารก็มีนามว่า “พระร่วงโรจน์ฤทธิ์” ฤทธิกุมารมีนามว่า “พระลือ” พระร่วงกับพระลือ ๒ พี่น้อง
    ต่อมา พระลือได้มาครองเมืองนครสวรรค์ และพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ได้อภิเษกกับราชธิดาเจ้าเมืองศรีสัชนาลัย ก็ครองเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเมืองเดิม แสดงว่าตั้งแต่เหนือจรดใต้มีคนไทยอยู่เต็ม เป็นเมืองย่อย ๆ เขาก็เรียก ละว้าบ้าง ละโว้บ้าง ละเว้บ้าง ตามเรื่องตามราว
    เป็นอันว่ามาปกครองเมืองศรีสัชนาลัยได้นามว่า พระร่วง ไม่ช้าคงเป็นพระหล่น พระองค์ทรงสร้างมหาวิหาร ๕ ทิศ สร้างพระพุทธรูปหน้าพระมหาธาตุ (พระมหาธาตุคือเจดีย์ใหญ่) คือสร้างพระพุทธรูปไว้หน้าเจดีย์องค์ใหญ่ สร้างพระระเบียง ๒ ชั้น ไปดูที่ศรีสัชนาลัยเวลานี้ แถวใกล้ ๆ วัดเจดีย์ ๗ แถวน่ะ เอาศิลาแลงมาทำเป็นกำแพง มีเสาโคมรอบมหาวิหาร เอาทองแดงมาทำพระขรรค์ยาว ๘ ศอกครึ่ง เอาแก้วประดับที่ยอด ๑๕ ใบ มีบังลังก์แท่นรองด้วยยอดใหญ่ ๙ กำ ทองคำอย่างดี ๑๐ ชั้น หุ้มทองแดงขลิบขนุน ลงมาถึงตีนคูหาสร้างพระอุโบสถ สร้างวิหาร เจดีย์ ที่ต้นรังให้ชื่อว่า “วัดเขารังแร้ง”
    พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ทรงอานุภาพยิ่งใหญ่ เขาว่ายังงั้น ประเทศน้อยประเทศใหญ่พากันมาสวามิภักดิ์ เกิดทีไรขยายอาณาเขตทุกทีนะ พออายุได้ ๔๐ ปี ได้ช้างเผือกงาดำ และเขี้ยวงูใหญ่เท่าผลกล้วยเป็นคู่บารมี ช้างเผือกงาดำนี่ ท่านผกาพรหมบอกว่า ส่งมาจากพรหม นี่ใครอย่าเอาไปเป็นประวัติศาสตร์นะ เขาเล่าให้ลูกให้หลานฟัง คนอื่นอย่าเสือกนะ อย่าเสือกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าตามโบราณท่านว่ามายังไงก็ว่าไปตามโบราณ สมัยพระร่วงโรจน์ฤทธิ์มีหนังสือไทยใช้ เพราะพระองค์มีหนังสือส่งไปยังมอญ พม่า ขอม เชิญเขามาร่วมงาน ลบศักราช คือศักราชเขาตั้งผิดน่ะ การลงศักราชนี่ก็นิมนต์พระมา ๕๐๐ รูป มีพระพุฒโฆษาจารย์แห่งวัดเขารังแร้งเป็นประธาน
    ต่อมาพระร่วงกับพระลือได้เสด็จไปเมืองจีนเป็นวาระแรก โดยไปเรือยาว ๘ วา กว้าง ๔ ศอก ใช้เวลา ๑ เดือนถึงเมืองจีน ทำสัมพันธไมตรีกันดีมาก พระเจ้ากรุงจีนได้ถวายราชธิดามีนามว่า พระสุทธิเทวีราชธิดา ให้เป็นเอกอัครมเหสีของพระร่วงด้วย (นี่แหละนาเกิดคราวไรไม่ค่อยพ้นลูกสาวเจ๊กเสียที ก็เพราะมีเชื้ออยู่นี่เอง) ก่อนกลับเมืองไทยพระเจ้ากรุงจีนได้ผ่าตรามังกร (ตราประจำพระราชสำนักจีน) เอาส่วนหางให้ราชธิดามาด้วย เวลาส่งสาสน์ก็ประทับตราส่วนที่ผ่ามานั้นไปจะได้รู้กัน และให้ชาวจีน ๕๐๐ คนมาด้วย มาตั้งเตาทำถ้วยชามที่ศรีสัชนาลัยนั่นเอง เขาเรียกว่า “เตาทุเรียง” (ไม่ใช่เตาทุเรียนนะ) เป็นอันว่าชาวจีนได้เข้ามาอยู่เมืองไทยคราวนั้นเป็นครั้งแรก
    ต่อจากนั้นพระร่วงก็ให้เอาตะปูทองแดงยาว ๓ วา จำนวน ๓ กำไปตอกปักเขตที่เขาใหญ่อันเป็นเขตกึ่งกลางระหว่างเมืองเชียงใหม่กับเมืองศรีสัชนาลัย ตะปูทองแดงนั่นป่านนี้พวกเอาไปทำอะไรแล้วก็ไม่รู้
    ท่านบอกว่า พระร่วงโรจน์ฤทธิ์เวลานั้น คะนองมาก ชอบเล่นกับชาวบ้านไม่ถือพระองค์ ไปทางไหนเด็กผู้ใหญ่ล้อมกันเป็นกลุ่มคุยกัน นี่เขาเรียกว่าเป็นการชนะใจกัน การชนะใจกันถือว่าชนะเด็ดขาด แต่ถึงเวลาจะใช้อำนาจก็เด็ดขาดเหมือนกันถึงเวลาตัดหัวก็ตัดกันใครจะมาทูลขอไม่ได้ เวลาไปไหนพระองค์ชอบไปคนเดียว ไม่มีขุนนางติดตามชอบไปคนเดียว ท่านรู้วิชาหายตัว กำบังตน (ภาษาไทยโบราณเรียกว่า บังเหลื่อม คือหายตัวได้) รู้จบไตรเพท เวลานั้นนับถือพราหมณ์ด้วย มีวาจาศักดิ์สิทธิ์เป็นไปตามวาจามีเจ้าขอมโผล่จากดินจะมาจับท่าน ท่านบอกขอมจงเป็นหิน ก็เป็นหินอยู่อย่างนั้นนี่เรื่องของขอมกลายเป็นหินน่ะพระร่วงโรจน์ฤทธิ์นะ
    เวลานั้นก่อนสุโขทัยตั้งไปประมาณ ๗๐๐ ปีเศษ คือก่อนหน้าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ไปประมาณ ๗๐๐ ปีเศษ ในที่สุด พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ก็สวรรคต ด้วยกำลังของฌานสมาบัติกลับไปเป็นพรหมตามเดิมมีความสุขด้วยอำนาจธรรมปีติ เพราะมีการเจริญพระกรรมฐานได้ฌานสมาบัติ
    เป็นอันว่าบุคคลคนเดียวกันคือ พระเจ้ามังรายมหาราช มาเกิดอีกทีเป็นสามเณรน้อยถูกขอมย่ำยี แม้แต่ข้าวในบาตรที่คนอื่นเขาใส่ให้แล้วด้วยดี พญาขอมก็ให้คนของมันจับบาตรเทข้าวของเณรน้อยทิ้งไปไม่ให้กิน เณรไม่ว่าอะไรคิดสงสารคนไทยว่าเป็นทุกข์ถึงเพียงนี้ จึงอธิษฐานแผ่เมตตาจิตให้คนไทยมีความสุขเข้าฌาน ๗ วันก็ตายไปเกิดเป็นพรหม กลับมาเกิดเป็นพระเจ้าพรหมมหาราชขับไล่ขอม ไทยเป็นอิสรภาพมีความสุข แล้วต่อมาพระเจ้าพรหมมหาราชขับไล่ขอม ไทยเป็นอิสรภาพมีความสุข แล้วต่อมาพระเจ้าพรหมมหาราชก็ตายในระหว่างฌานสมาบัติไปเกิดเป็นพรหมตามเดิม ตอนนี้คนไทยถูกขอมย่ำยีอีก จึงลงมาเกิดเป็นวาระที่ ๔ พระร่วงโรจน์ฤทธิ์สร้างความเจริญมั่นคงขยายอาณาเขตออกไปครอง มอญ พม่า ขอมไว้ได้หมด อาณาจักรยาวเหยียด ในที่สุดก็สวรรคต คือตายในระหว่างฌาน กลับไปเป็นพรหมตามเดิมอีก
    เห็นไหมลูกรักของพ่อ ถ้าตัณหามันยังไม่หมดเพียงใดก็ต้องเกิดอีก ตัณหาคือความรักติดอยู่ในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ ความโลภอยากจะรวย อยากจะเป็นใหญ่ ความบ้าอยากจะมีอำนาจเหนือคน ความหลงคิดว่ามันจะไม่แก่ไม่ตาย นี่เป็นปัจจัยให้เกิดความทุกข์ ฉะนั้นขอบรรดาลูกรักทั้งหมดจงอย่ามีความปรารถนาตามนั้น ลืมมันเสียเรื่องขันธ์ ๕ มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราลูกรัก ถ้ามันเป็นเราเป็นของเราจริงก็ดูตัวอย่างพระเจ้ามังรายระยะเวลาเพียง ๒,๐๐๐ ปี ก็เกิดถึง ๔ วาระแล้ว นี่แค่สมัยความเป็นคนไทย สมัยอื่นท่านจะไปเกิดที่ไหนอีกก็ไม่ทราบ
    เวลาในเมืองมนุษย์ผ่านไป ๖๐๐–๗๐๐ ปี พรหมพระเจ้ามังรายที่มาเกิดเป็นพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ก็มีความสุขสบายมาก มองมาดูประเทศไทย ทนไม่ไหวเพราะพวกลูก ๆ หลาน ๆ ไม่สามารถจะรักษาความเป็นไทยไว้ได้ ตกอยู่ในอำนาจขอมอีก (ขอมนี้ไม่ใช่เขมร พวกเขมรเป็นแขกอินเดีย
    พวกหนึ่งที่ไม่เคยมีความเป็นตัวของตัวเองเลยจนปัจจุบัน) ท่านมองดูคนไทยเวลานั้นแล้วทนไม่ไหวคิดว่า “เราเหนื่อยเพื่อคนไทยมามากแต่วางมือไม่ได้ วางมือทีไรยุ่งทุกที”

    29497974_1423058987805840_4656207679482494976_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    ขออนุญาติลงรูปให้ผู้ร่วมบุญอนุโมทนากันนะคะ..
    เมื่อวันที่25มีนาคม2561ที่ผ่านมา น้ำฝนได้นำเงินที่ญาติธรรมร่วมบุญมาถวายในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ปฐม2องค์หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร1องค์และท้าวเวสสุวรรณ1องค์ถวายพระเดชพระคุณหลวงปู่องค์น้อยจำนวน196,099บาทค่ะ.ถวายทองคำแท้หนัก1บาทเพื่อใส่ในเบ้าเอกทั้ง4เบ้า
    1f64f.png 1f64f.png 1f64f.png ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยนะคะ
    1f607.png รายละเอียดงานบุญเชิญชมได้ที่เฟสส่วนตัว
    น้ำฝน เจี๊ยบ บุญสิงห์ค่ะ

    29695520_1427463070698765_5817628251022961147_n.jpg
    29573294_1427463150698757_1409367956078603805_n.jpg
    29513190_1427463200698752_5688510293378212389_n.jpg
    29571131_1427463257365413_1772139380358002611_n.jpg
    29572297_1427463324032073_5456846594589375547_n.jpg
    29512252_1427463390698733_653953097544798251_n.jpg
    29597219_1427463434032062_7384612939745829143_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    ท่านที่จะไปสวรรค์ก็ดี ไปพรหมโลกก็ดี ไปนิพพานก็ดี
    (สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงตรัสกับหลวงพ่อ)

    1f449.png ท่านที่ต้องการจะไปสวรรค์
    สัมพเกษี เตือนบริษัทและลูกหลานของเธออย่างนี้นะ ว่าให้ทุกคนรู้ตัวว่ามีวิมานอยู่บนสวรรค์ชั้นกามาวจรแล้ว เมื่อเวลาเขาทำความชั่วมาก็ช่างเถิด เวลาก่อนจะนอนให้นึกถึงความดีที่ทำไว้ ขึ้นชื่อว่าความชั่วทั้งหลายปล่อยมันไป คิดนึกถึงแต่ความดี แล้วเอาใจนี่จับไว้ว่า นี่เรามีวิมานแก้ว ๗ ประการไว้บนสวรรค์ชั้นกามาวจรแล้ว เวลาเราจะตายเราจะไปอยู่วิมานนั้น ถ้าเวลาป่วยไข้ไม่สบายไม่ต้องเอาอะไร นึกถึงคุณพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จะนึกถึงพระพุทธก็ได้ พระธรรมก็ได้ พระสงฆ์ก็ได้ สิ่งก่อสร้างก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในใจ แล้วตั้งใจว่า เราจะไปอยู่วิมานของเราที่มีอยู่แล้ว ตั้งใจเพียงเท่านี้นะ ถ้าตายเขาจะถึงสวรรค์ชั้นกามาวจรทันที

    1f449.png ท่านที่จะไปพรหมโลก
    พวกที่จะไปพรหมโลก ก็เป็นของไม่ยากนะ สัมพเกษี บอกเขานะว่าคนที่ต้องการไปพรหมโลกน่ะ คืนหนึ่งให้สร้างความดี ๑๐ นาที ตอนกลางวันมันอาจจะเลว เอาดีกันตอนกลางคืน นั่งนับลมหายใจเข้าออกก็ตาม นั่งก็ได้ นอนก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ นับลมหายใจเข้าก็ได้หรือจะนึกถึงพระกรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ได้ เพียง ๑๐ นาที ให้รู้ลมหายใจเข้าออกเท่านี้ก็พอ เวลาตายแล้วเป็นพรหมแน่

    1f449.png ท่านที่ต้องการไปพระนิพพาน
    ที่นี้คนไหนต้องการไปพระนิพพาน ก็เป็นของไม่ยากสัมพเกษี ให้เขาคิดเห็นว่าโลกนี้ทั้งโลกไม่มีอะไรที่เราชอบ ไม่มีอะไรที่เรารัก เราไม่รักอะไร เราไม่ชอบอะไรในโลกนี้ แม้ร่างกายของเราเอง เราก็ไม่ชอบ ไม่รัก เพราะมันเต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยความทรมาน แล้วให้ใคร่ครวญหาความจริงในโลก จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม มันมีสภาพทรงตัวได้ตลอดกาลหรือเปล่าถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลง มีการสลายตัว ก็ถือว่าโลกนี้ทั้งโลกหาความดีไม่ได้ แล้วก็หันมาคิดถึงกายของตัวว่า กายของเราเองนี่มันยังจะตายยังจะพัง เรายังจะปรารถนาอะไรภายนอกอีก เราไม่ต้องการเราจะไปนิพพาน เขาคิดเท่านั้นเพียงคืนละ ๑๐ นาทีนะ สัมพเกษีนะลูกหลานของเธอทุกคนจะพ้นนรกหมด พ้นอบายภูมิ อย่างน้อยก็ไป กามาพจรสวรรค์ อย่างกลางก็ไป พรหมโลก อย่างดีก็ไป พระนิพพาน”

    นี่ท่านว่าไว้อย่างนี้นะ ลูกหลานที่รักทุกคน ได้ยินหรือยัง ถ้าได้ยินละก็จำไว้นะ ท่านสั่งสอนแบบนี้ สวัสดี

    สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงตรัสกับหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง

    29570922_1428439423934463_2101293503533714622_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    พิสูจน์คำสอน
    พิสูจน์คำสอนของท่าน คำว่าพิสูจน์คำสอนก็หมายถึงว่า ปฏิบัติตามใช่ไหม ถ้าปฏิบัติตามแบบสุขวิปัสโก ก็รู้ยากใช่ไหมหนอ พอท่านเทศน์ ใส่บาตรก็ไปสวรรค์ สร้างโบสถ์ก็ไปสวรรค์ สร้างศาลาก็ไปสวรรค์ ไม่รู้เรื่องเลย ดีไม่ดีก็ไปเจออีกพวกหนึ่ง โอ๊ย ไม่จริงหรอก ตายแล้วศูนย์ อ่า่วชักเป๋แล้วเรา ใช่ไหม ถ้าเราพิสูจน์ด้วยวิชชา3หรืออภิญญานี่เราแน่นอน ด้านวิชชา3เราเห็นได้แต่ไปไม่ได้ นั่นไม่เป็นไร นรกมีจริง คนนี่ตายแล้วไปไหน ฟังข่าวคนตายปั๊บตามไปดูเลย อ่อ ลงนรกไปแล้ว ลงนรกเพราะกรรมอะไรขอทวนดู คนนี้ตายแล้วไปสวรรค์ ไปเพราะอะไร ใช่ไหม แล้วก็ตามดู ก็เอาอย่างเขา ถ้าเราเคยทำบาปอย่างเขา เขาลงนรกเราก็เลิกใช่ไหม เราเกาะบุญก็ต้องไปดูตัวอย่างเทวดานางฟ้า หรือพรหมต้องไปถามท่านว่า ที่ท่านอยู่บนสวรรค์น่ะ ยังมีบาปไหม ขอดูภาพหลังของท่าน ทุกองค์ท่านมีบาปหมด แล้วทำไมท่านไม่ลงนรก อีตอนหลังท่านดีหนีบาป ต้องซ้อมกำลังไว้นะ ระวังถอยนะ ถ้าหมดแรงเมื่อไหร่คือเมื่อนั้น..
    จากหนังสือ ธรรมมปฏิบัต 29 หน้า20-21

    29571017_1429749253803480_4465851900420305990_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,807
    ค่าพลัง:
    +15
    1f607.png อัพเดตยอดล่าสุดวันนี้ 29,788 บาทค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญด้วยกันนะคะ
    1f607.png 1f607.png 1f607.png บุญใหญ่สำหรับปีนี้อีกงานหนึ่งที่ฝนรับมานะคะ..
    1f64f.png 1f64f.png 1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพผาติกรรม สมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก4ศอกในซุ้มเรือนแก้วปิดทองคำแท้ประดับเพชรทั้งองค์ในงานกฐินของวัดท่าซุงปีนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ตุลาคม 2561) งบประมาณ 100,000 บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน)คณะของเราอยู่ลำดับที่52ค่ะ ในนาม”เพจคำสอนหลวงพ่อฤๅษีลิงดำวัดท่าซุง น้ำฝน บุญสิงห์พร้อมคณะญาติธรรม”..
    เปิดรับตั้งแต่วันนี้จนครบยอด100,000บาทค่ะ
    โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย011-1-98323-2(บัญชีนี้ไม่มีพร้อมเพย์ค่ะ)
    น้ำฝน บุญสิงห์
    1f343.png 1f33a.png 1f343.png การบอกบุญนี้เป็นความศรัทธาของฝนและคณะไม่เกี่ยวข้องกับวัดท่าซุงแต่อย่างใด

    21685932_1429764367135302_5642896070773047731_n.jpg
    29570543_1429764410468631_45614993646940096_n.jpg
    29595284_1429764467135292_697379992801868219_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
  1. supatorn
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    375
  2. แม็ค ดอกกระเจียว
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    1,135
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    261
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    560
  5. ธิญาดา
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    795
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...