เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ขอคนใจดีบารมีล้นปิดยอดงานบุญปิดทองสมเด็จองค์ปฐมสูง2.09เมตรอีก1,990บาทครบ40,000บาท
    1f607.png ขออนุญาตลงบอกบุญนะคะ
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพปิดทองคำแท้สมเด็จองค์ปฐมบรมจักรพรรดิปางห้ามสมุทรสูง 2.09 เมตร ประดิษฐานที่สวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่สุพรรณบุรีค่ะ..
    ☀งบประมาณ 40,000 บาท
    ☀ท่านใดร่วมบุญปิดทอง 1,000 บาทจะได้รับหลวงพ่อโสธรหน้าตัก 7 นิ้ว 1 องค์(มีค่าจัดส่งองค์ละ 200 บาท)หรือขอเชิญร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    โอนร่วมบุญได้ที่ธกสิกรไทย 004-3-88112-4
    น้ำฝน บุญสิงห์(บัญชีนี้ไม่มีพร้อมเพย์)
    เปิดรับจนกว่าจะมีเจ้าภาพครบค่ะ

    39100985_1590395634405507_1334944464879222784_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ตอนนี้มีเจ้าภาพแล้ว18ซองต้องการเจ้าภาพอีก32ซอง
    ขออนุญาตลงบอกบุญค่ะ
    1f607.png วันนี้มีบุญกฐินมาให้ร่วมบุญกันค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญกฐินบูรณะกุฏิสงฆ์ที่ทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลาของวัดหนองสร้อยทอง อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์งานนี้ฝนรับมา50ซองค่ะ
    1f607.png ท่านใดร่วมบุญ100บาทจะได้รับเหรียญหลวงปู่เอี้ยงอายุ85ปีค่ะ(มีค่าจัดส่ง50บาท)หรือร่วมบุญได้ตามกำลังนะคะ..
    1f449.png หรือท่านใดใจดีจะรับซองไปช่วยฝนบอกบุญติดต่อเข้ามานะคะจัดส่งให้ฟรีค่ะ..
    1f607.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย025-1-92179-2
    น้ำฝน บุญสิงห์
    ส่งชื่อมานะคะฝนจะเขียนชื่อเจ้าภาพหน้าซองให้ค่ะ

    39149923_1594215250690212_8943949869828014080_n.jpg
    39121638_1594215317356872_7370876290456354816_n.jpg
    39142019_1594215387356865_7374228486661079040_n.jpg
    39221354_1594215447356859_1750732105546989568_n.jpg
    39136604_1594215490690188_928666852467408896_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    พระอินทร์ มีจริงไหม

    ถ้าจะถามว่า พระอินทร์ มีจริงไหม อาตมาขอยืนยันว่า พระอินทร์ มีจริง เทวดาทั้งหลายก็มีจริง พรหมมีจริง ท้าวมหาราช ทั้ง ๔ ก็มีจริง

    ถ้าใครไม่มั่นใจว่ามีจริงหรือไม่จริง เอาคำแนะนำขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปลองปฏิบัติดูบ้าง ทำให้ได้ ๒ใน วิชชาสาม
    ๕ ใน อภิญญาหก ก็จะปรากฏผลตามที่พระพุทธเจ้าตรัสทุกอย่าง อย่ามานั่งวิพากษ์วิจารณ์กันแต่แค่ตำรา อันนี้มันไม่ถูกไม่ต้อง
    คนที่เรียนวิชาทำอาหาร ดูแต่หนังสือดูแค่ตำรา เขาว่ามาอย่างไรก็ว่าตามเขาแต่ก็ไม่เคยปรุงอาหารบริโภคเลย ดีไม่ดีก็ไปนั่งติตำราว่า
    ทำไม่ถูก มันไม่อร่อยทั้งนี้เพราะอะไร เพราะตัวไม่เคยกินอาหาร
    อ่านมาอ่านไปศึกษามาศึกษาไป หนักเข้าก็สงสัยว่า เอ๊ะ นี่มันจะกิน
    ได้หรือไม่ได้ ดีไม่ดีเขาบอกว่า ไอ้หน่อไม้ในป่านี่มันกินอร่อย
    ไปยืนมอง ๆ ว่า อพิโธ่เอ๋ย ไอ้หน่อไม้ประเภทนี้ กินเข้าแล้วมันไม่มีประโยชน์ รสชาติมันไม่อร่อย ทั้งนี้เพราะอะไร
    เพราะความโง่เขลาเบาปัญญา ไม่ลองเอาหน่อไม้มาทำอย่างที่ชาวบ้านเขาสอน อย่างที่ชาวบ้านเขากินกัน

    ข้อนี้มีอุปมาฉันใด เรื่อง สวรรค์ พรหม นิพพาน นรก เปรต อสุรกาย ก็เช่นเดียวกัน ถ้ามานั่งอ่านแต่หนังสือก็มานั่งวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่ต่างอะไรกับกัณฑหาลพราหมณ์ นี่แหละ

    โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 3 หน้า 20

    39169611_1594720603973010_1517132077017858048_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f339.png 1f33b.png .หลวงพ่อพระราชพรหมยานแนะนำบทสวดมนต์ที่สำคัญและบทแผ่เมตตาเป็นมิตรต่อเทวดาและพรหมตลอดทั้งบริวารและสัตว์มีพิษทั้งหลาย. 1f33b.png 1f339.png

    1f339.png 1f334.png 1f337.png ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในที่ใด จะเข้าป่าก็ดี บ้านร้างก็ดี ในถ้ำก็ดี ในหุบเขาก็ดี ก่อนที่จะเข้าไปถึงที่นั่น ให้แผ่บทเมตตาจิตด้วยบท “เมตตัญจะ” (อยู่ตอนท้ายขอบทกรณียเมตตสูตร) แล้วตั้งใจไว้ว่า

    1f337.png 1f33f.png .ขอท่านที่อยู่ที่นี้ทั้งหมด บรรดาอมนุษย์ทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย เทวดาหรือพรหมก็ดีที่รักษาที่นี้ เราขออาศัยสถานที่ท่านอยู่ เราขอยอมรับนับถือในท่าน ว่าท่านเป็นผู้มีสิทธิ์ ขอท่านได้โปรดคุ้มครองให้เรามีความสุขปลอดภัยจากอันตราย แล้วก็ช่วยส่งเสริมในการเจริญสมณธรรมด้วย..”

    1f339.png 1f33f.png .เมื่อเข้าไปอยู่แล้วให้สวดเป็นปกติ แต่ถ้าเป็นจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน อันนี้ต้องว่าอีกบทหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเมตตาเหมือนกัน คือบท “วิรูปักเข” สำหรับบรรดาสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ที่ไม่มีเท้า สัตว์มีเท้าน้อย สัตว์มีเท้ามาก..รวมหมด!

    . 1f339.png 1f33f.png .ส่วนบท “วิปัสสิส” ( ที่เขาสวดเวลาทำพิธีภาณยักษ์กัน ) อันนี้ไปที่ไหนไม่ควรใช้นะ ถ้าเผลอเมื่อไหร่ เทวดาเขาตีพังเมื่อนั้นแหละ เอาไปเป็นบทขับผีขับเทวดาไม่ควรอย่างยิ่ง บทที่เป็นศัตรูกับเขาอย่าใช้ ใช้แต่บทที่เป็นมิตร

    . 1f339.png .ทีนี้การปักกลดของพระธุดงค์ จงอย่าให้ใกล้บ้านเข้ามาน้อยกว่า ๑ กิโลเมตร อันนี้ต้องถือเป็นปกติ เพราะว่าเวลากลางคืน ชาวบ้านเขาคุยกัน เราไม่ได้ยินเสียงเด็กเล็กมันร้อง เราไม่ได้เสียง เสียงจะได้ไม่รบกวนเราจะปฏิบัติสมณธรรมได้แบบสงัด..แบบสบาย แล้วก็ไม่ห่างเกินไป เวลาเข้ามาบิณฑบาตก็ไม่ไกลเกินไป

    . 1f339.png .แล้วการปักกลดก็ต้องดูสถานที่เสียก่อน ว่าเราควรจะปักตรงไหน มันเป็นที่เขาหวงห้ามหรือเปล่า ถ้าที่เขาหวงห้ามก็อย่าปัก เพราะว่าถ้าปักแล้วมันถอนไม่ได้ ปักกลดลงไปแล้ว ฝนจะตก สัตว์ร้ายจะพึงมี นี่ถอนไม่ได้เด็ดขาด ตายให้มันตายไปเลย ต้องตัดสินใจตามนั้น คือ แทนที่เราไม่ชอบใจตรงนี้ เราจะหนีไปตรงโน้น..อันนี้ไม่ได้!

    . 1f339.png .เวลาจะปักกลดนี่ ท่านให้นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน เขาให้ว่า คาถาบารมี ๓๐ ทัศ ไปเรื่อย ๆ กี่จบก็ได้ จนกว่าจะปักเสร็จ พระคาถาว่าดังนี้…

    “…อิติ ปาระมิตตา ติงสา อิติ สัพพัญญู มาคะตา
    อิติ โพธิมะนุปปัตโต อิติปิ โส จะ เต นะโม…”

    …ถ้าปักเสร็จแล้ว เวลาจะตอกหลักขึงสายอัพโภกาส(สายเชือกที่ขึงกลด) ท่านให้ว่าคาถาบทนี้

    1f33b.png 1f337.png .ภะสัมสัม วิสะเทภะ. 1f337.png 1f33b.png

    . 1f339.png .ว่าไปเรื่อย ตอกไปเรื่อยจนกว่าจะแน่น เวลาผูกก็เหมือนกัน ให้ว่าคาถาบทนี้จนกว่าจะผูกเสร็จ คาถาบทนี้เขาเรียก “คาถาตวาดป่าหิมพานต์” เขาตวาดช้างหนีนะ เป็นคาถามหาอำนาจไล่ช้างหนีได้ สัตว์ไม่กล้าเข้า สัตว์จะมาวนได้แค่หลักนะ เข้ามาในหลักไม่ได้..”

    * 1f33a.png 1f340.png 1f337.png * บทเมตตัญจะ * 1f337.png 1f340.png 1f33a.png

    1f33f.png 1f339.png ..เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ

    เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสะ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ…”

    1f339.png 1f334.png 1f33b.png * บทวิรูปักเข * 1f33b.png 1f334.png 1f339.png

    ”. 1f339.png .รูปักเขหิ เม เมตตัง เมตตัง เอราปะเถหิ เม

    ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ

    อะปาทะเกหิ เม เมตตัง เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม
    จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม

    มา มัง อะปาทะโก หิงสิ มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก
    มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท..

    สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ มา กิญจิ ปาปะมาคะมา.

    1f339.png อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ

    ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะระพุ มูสิกา กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ

    ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานังฯ…”

    (หมายเหตุ : ก่อนที่จะสวด ๒ บทนี้ ควรตั้งนะโม ๓ จบ แล้วสวด “อิติปิ โส” ก่อน) 1f33f.png 1f339.png 1f33b.png
    .
    .
    1f339.png หลวงพ่อพระราชพรหมยาน 1f339.png
    1f339.png วัดจันทาราม(ท่าซุง)อุทัยธานี 1f339.png
    ⚜⚜⚜⚜⚜⚜⚜⚜⚜⚜⚜
    1f337.png กราบขอบพระคุณที่มาจาก…หนังสือ หลักการปฏิบัติธุดงค์ หน้า ๗๘ – ๘๑.,โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม(ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี. 1f33b.png
    1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png 1f334.png

    39396420_1599295563515514_5304527456600850432_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    หลวงพ่อฤๅษีลิงดำเล่าถึงหลวงพ่อจงเดินไปวัดบางนมโค

    ในสมัยที่หลวงพ่อปานมีชีวิตอยู่ วันนั้นท่านจะทำงานอะไรอาตมาจำไม่ได้ ดูเหมือนว่าจะฉลองศาลา เป็นงานใหญ่มาก งานที่หลวงพ่อปานจัดไม่มีมหรสพ ปี่พาทย์ก็ไม่มี ท่านบอกว่า ท่านหนวกหู แล้วพระอื่นก็มาหมดแล้ว ถึงเวลาบ่าย 3 โมงเย็น พระมาหมด เวลาที่จะลงมือสวดมนต์เย็นก็ประมาณบ่ายสี่โมง หลวงพ่อจงยังไม่มา ท่านก็ให้อาตมาไปตาม

    นายปั๋งเป็นคนญวน เข้ามารับอาสาเอาเรือเร็วให้นั่งไป เขาเป็นคนขับ

    เมื่อไปถึงหลวงพ่อจง ปรากฏว่าหลวงพ่อจงกำลังจะรดน้ำมนต์ผู้ชาย 5 คน อยู่ที่วัดก็ขึ้นไป เรียนท่านว่า

    เวลานี้พระที่สวดมนต์เย็นมาครบแล้วครับ หลวงพ่อปานให้มาตาม

    ท่านก็บอกว่า ประเดี๋ยวก่อน ฉันรดน้ำมนต์ก่อน เดี๋ยวฉันไปทัน

    ก็เลยกราบเรียนถามว่า หลวงพ่อไปเรือจ้างน่ะ ช้าครับ กระผมเอาเรือเร็วมารับ

    ท่านก็บอก ไม่ต้องหรอก ฉันจะเดินไป เรือมันช้ากว่าเดิน

    แหม แต่ความจริงไปทางเรือไกลกว่าทางเดินประมาณครึ่งเท่า แต่ว่าถ้าจะเดินจริงๆ จากวัดบางนมโคไปวัดหน้าต่างนี้ประมาณ 4 กิโล แล้วเรือวิ่งประมาณ 10 นาทีเศษๆ เดิน ถ้าเดินจริงๆ ก็ถึงชั่วโมง หรือเกือบชั่วโมง เพราะไม่ใช่มีทาง ต้องเดินลัดทุ่ง เดินไม่ถนัดนัก

    ท่านก็บอกว่า ไม่ไปเรือมันช้า ฉันจะเดิน

    ก็บอกว่า เรือเร็วขอรับ

    ท่านบอกว่าเร็วก็สู้ฉันเดินไม่ได้ ไปก่อน

    ในที่สุดท่านก็ขับให้มา เมื่อท่านขับให้มา ก็ต้องกลับ

    เมื่อกลับมาถึงวัดบางนมโค แล้วก็ขึ้นไปกราบเรียนหลวงพ่อปานบอกว่า

    หลวงพ่อจงท่านกำลังจะรดน้ำมนต์คนอยู่ นิมนต์ให้ท่านมาเรือท่านก็ไม่มา ท่านจะเดินมา อีกสักครู่ท่านคงจะมาถึง หรืออาจจะเย็นหน่อย เพราะต้องเดินลัดทุ่งมา

    พอหลวงพ่อปานฟังก็ยิ้ม หัวเราะชอบใจ บอกว่า นี่ เจ้าลิงดำ หลวงพ่อจงเล่นตลกกับแกเสียแล้วละ แกไปดูบนศาลาซิ

    ก็เลยกราบท่านแล้วขึ้นไปดูบนศาลา ปรากฏว่าหลวงพ่อจงนั่งอยู่หน้าอาสนสงฆ์ นั่งอยู่หน้าพระองค์อื่นทั้งหมด เพราะท่านมีอาวุโสมาก พวกพระครูพระราชาคณะที่ไปในที่นั้น ไม่มีใครนั่งหน้าหลวงพ่อจง เพราะถืออาวุโสเป็นสำคัญ เว้นไว้แต่เข้าวัง เขาถือพัด พัดยศ ถือยศเป็นสำคัญ แต่ข้างนอกนี่เขาไม่ถือยศเป็นสำคัญ เขาถืออาวุโสเป็นสำคัญ ไปถึงก็กราบๆ

    ท่านถามว่า มาถึงนานแล้วรึ

    ก็กราบเรียนท่านว่า พึ่งมาถึงขอรับ ไปหาหลวงพ่อปานสักสองนาทีก็มานี่

    ท่านก็เลยบอกว่า ฉันบอกแล้วไงล่ะ ว่าไอ้เรือน่ะ มันช้ากว่าฉันเดิน

    เลยมานั่งสงสัยว่าหลวงพ่อจงนี่เดินยังไง คนหนุ่มๆ ยังเดินตั้งชั่วโมง หลวงพ่อจงเดินแบบไหน นั่งเรือไม่ถึง 15 นาที แล้วหลวงพ่อจงก็กำลังจะรดน้ำมนต์เขา ยังไม่ทันจะรดเลย ขณะที่มากำลังทำน้ำมนต์อยู่ กำลังจะรด แต่ว่านั่งเรือเร็วมา ท่านมาถึงก่อน นี่แปลกใจ กำลังนั่งคิดอยู่ ท่านถามว่าแปลกใจรึ

    ก็บอกว่า แปลกใจขอรับ

    ท่านบอกว่า มีอะไรแปลก พระในพระพุทธศาสนาถ้าปฏิบัติไปถึงขั้นเดินเก่งละมันเดินเก่งทุกคนแหละ ถ้าปฏิบัติไม่ถึงมันก็ยังเดินไม่เก่ง

    เรื่องนี้ขอผ่านไป เรื่องของหลวงพ่อจงที่รู้ๆ มามีมาก แต่เอาแค่หอมปากหอมคอ เอาอีกเรื่องเดียวจบกัน

    39606972_1604010566377347_80963432064483328_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ขออนุญาตลงบอกบุญให้สายบุญลูกหลานหลวงพ่อร่วมบุญกันค่ะ
    1f490.png 1f338.png #สวัสดีเพื่อนในเฟสหากขึ้นหน้าเฟสท่านใดฝาก1ไลค์1แชร์เพื่อเป็นสะพานบุญ 1f64f.png 1f3fb.png

    1f490.png ขณะนี้ ทางสำนักวิปัสสนาสวนป่าสุญญะตาธรรม #ยังขาดปัจจัยอยู่มาก ที่ใช้ในการสร้างฐานพระ เพื่อที่จะรองรับ การสร้างพระพุทธรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ 1 หน้าตัก 4 ศอก เพื่อที่จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

    1f490.png ตอนนี้ยังขาดปัจจัยอีกจำนวนมาก ขอบอกบุญด่วนมายัง ญาติธรรมทั้งหลาย เพื่อร่วมสร้างฐานพระให้สำเร็จ ช่วยหลวงตาด้วยนะครับ ขออนุโมทนาสาธุครับ

    1f490.png ขอเรียนเชิญร่วมทำบุญสร้างฐานพระ รายการที่ยังขาดและตามจำนวน
    #ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา
    1.เหล็ก 16 ม.ม จำนวน 100 เส้น เส้นละ 420 บาท 2.เหล็ก 9 ม.ม จำนวน 30 เส้น เส้นละ 100 บาท
    3.ทำบุญอิฐบล็อก จำนวน 200 ก้อน ก้อนละ 6 บาท
    4.ทำบุญปูนซีเมนต์ตรานกอินทรีเพรชจำนวน 100 ลูก ลูกละ 130 บาท 4.1 ปูนก่อ 10 ลูกละ 110 บาท
    5.ทำบุญซื้อทราย คิวละ 550 บาท
    6.ทำบุญซื้อหิน ตันละ 550 บาท 6.1 หิน+ ทราย ยังขาดอยู่อย่างละ 25 คิว
    7. ทำบุญเทพื้นปูนคอนกรีตซีแพค
    SCG จำนวน10 คิว คิวละ 1,750 บาท เพื่อใช้เทพื้นปูนรองรับฐานพระ สมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก 4 ศอก

    1f490.png เป็นเจ้าภาพทำบุญสร้างฐานพระ
    ฐานรองรับสมเด็จองค์ปฐม
    หน้าตัก 4 ศอก มีจำนวน 1 ฐาน
    รวมพื้นคอนกรีตรองรับฐานพระด้วยครับ

    1f490.png #โอนปัจจัยทำบุญได้ที่
    ธนาคาร กรุงไทย สาขาภูเวียง
    บัญชีเลขที่ 670-1-05941-4
    ชื่อบัญชี พระสง่า ถิรจิตโต(นุชชำนาญ)
    ท่านสามารถโทรสอบถาม ได้กับกระผม นายวิเชียร ศรีวงษ์รักษ์ โดยตรงครับ
    ((โทร 0878524095 หลวงตาท่านเล่นไลน์เล่นเฟสไม่เป็น เพราะท่านอายุมาก ผมเห็นปฏิปทาและการปฏิบัติของท่าน ก็เลยช่วยท่านบอกบุญ หากท่านอยากทำบุญด้วยตนเอง สามารถมาที่สำนักวิปัสสนาแห่งนี้ได้ ทุกวัน อนุโมทนาบุญด้วยครับสาธุสาธุสาธุ))
    โทรได้ตั้งแต่ เวลา 07.00 น. ถึง 18.30 น.เป็นต้นไปครับผม

    1f490.png #เริ่มสร้างฐาน 30 ก.ค. 2561
    สำนักวิปัสสนาสวนป่าสุญญะตาธรรม
    บ้านหนองแวง ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

    1f490.png #อานิสงส์การหล่อฐานพระ
    สร้างแท่นก็เหมือนกับการ สร้างพระพุทธรูป อานิสงส์ไม่ใช่เล็กน้อยนะ อานิสงส์ใหญ่มาก คนจะรวยแล้วนะ วาสนาบารมีจะสูง สร้างแท่นพระ หนุนพระให้สูงน่ะ แล้วพระพุทธเจ้า ด้วยนะ เราฐานะจะดีขึ้น
    (โอวาทธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง)

    1f338.png #อานิสงส์การสร้างพื้นให้วัด
    “ทรัพย์ไม่ทรุด รวยตลอด รวยขึ้นไม่มีลง ชึ้นชื่อว่าความทรุดต่ำ ทรุดตัวลง จะไม่มีสำหรับคนสร้างพื้น เพราะพื้นมันหนักใช่ไหม บุญใหญ่จริงๆ”
    (โอวาทธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง)
    จากหนังสือธัมมวิโมกข์ฉบับที่๑๐๙

    1f338.png #อานิสงส์การสร้างสมเด็จองค์ปฐม
    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    หลวงพ่อ : ช่างมาถามเกี่ยวกับลักษณะองค์ปฐม อาจมาบอก สร้างแบบพระพุทธรูปธรรมดา แต่ต้องอ้วนหน่อยนะ คือ มีเนื้อมากหน่อย ไม่ใช่อ้วนพุงพลุ้ยนะ และก็เวลาลงไปสอนกรรมฐาน เมื่อเสร็จแล้วเขาก็คุยกัน เขาก็ถามปัญหา ถามไปถามมา เขาถามถึงพระพุทธเจ้าองค์ปฐมว่า ถ้าจะสร้าง จะมีอานิสงส์ยังไง ลุงสองลุง นายบัญชี กับ ลุงพุฒิ ท่านมายืนอยู่นานแล้ว ท่านไม่มีโอกาสคุย เพราะอาตมาขึ้นไปคุยกับพระซะ
    ท่านบอกว่า การสร้างองค์ปฐมนี่ ท่านเปลี่ยนบัญชีใหม่ เอาบัญชีมาให้ดู บอก นี่……บัญชีเล่มนี้(คือว่าเป็นอีกเล่มหนึ่งจากที่ที่จดธรรมดา)” #บัญชีสีทอง” #เป็นทองคำล้วนทั้งเล่มเลย ฉันอยากได้บัญชีเอามาขาย ท่านบอก ถ้าสร้างองค์ปฐม ลงบัญชีเล่มนี้โดยเฉพาะ ก็แสดงว่า คนที่จะสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐมได้นี่ ต้องเป็นคนมีบุญมาก…..หรือไง?
    แต่ก็ไม่ได้หมายความต้องเงินมากนะ คือว่าโดยมากเราจะนึกไม่ถึงกันใช่ไหม เรานึกกันถึง พระกกุสันโธ พระโกนาคม พระพุทธกัสสป แต่ยังไม่เคยนึกถึงองค์ปฐม ส่วนใหญ่ไปนึกถึง พระศรีอาริย์ ยังไม่เป็นพระพุทธเจ้าใช่ไหม นี่องค์นี้เป็นองค์แรก ก็คุยกันแล้ว
    ท่านบอกว่า การสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐมทำได้ยาก คือว่าเป็นพระพุทธเจ้าต้นพระพุทธเจ้าทั้งหมด ใช่ไหม และการทำบุญเนื่องในการสร้างวิหารก็ดี สถานที่ก็ดี เอาของไปประดับก็ตาม ทีนี้อย่างคนมีเงินน้อยๆใช่ไหม ก็มีสตางค์ไม่มาก เอาสตางค์ 9 สตางค์ 10 สตางค์ไปใส่แท่น อย่างนี้ลงบัญชีสีทองหมด
    คือไม่หมายความต้องมีเงินมากเสมอไปนะ ที่เขามีน้อยๆบาทสองบาท 10 สตางค์ 20 สตางค์ พวกนี้เอาไปใส่แท่น อย่างนี้ลงบัญชีสีทองหมด ก็ถามว่า บัญชีสีทองหมายถึงอะไร ท่านบอก มันหมายถึงกลับไม่ได้ เพราะว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องโมทนาหมด “
    ผู้ถาม : “หลวงพ่อครับ การหล่อองค์ปฐมด้วยทองคำนี่ อานิสงส์จะเหมือนกับหล่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน หรือว่าจะแตกต่างกันอย่างไรครับ ถ้าเป็นทองคำเหมือนกัน?”
    หลวงพ่อ : “ก็มีอานิสงส์เหมือนกัน แต่ว่าต่างกันอยู่นิดหนึ่ง ที่ไปนิพพานเร็ว ไปนิพพานเร็วมาก เพราะเขาเข้า บัญชีสีทอง ไม่ใช่ตัวทอง บัญชีทั้งเล่มเป็นทอง ลงบัญชีเล่มนั้น”
    ผู้ถาม : “หมายถึงเป็นเจ้าภาพหล่อองค์ปฐมนี่หรือครับ?”
    หลวงพ่อ : “ใช่ ๆ ๆ จะทองคำก็ดี จะเป็นเงินก็ตาม…..เหมือนกัน ลงบัญชีเล่มเดียวกัน”

    1f338.png#อานิสงส์สร้างพระพุทธรูป”
    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ การสร้างพระพุทธรูป กับ การถวายปัจจัย อย่างไหนมีอานิสงส์ดีกว่าคะ…?”
    หลวงพ่อ :- “การสร้างพระพุทธรูป จัดว่าเป็น พุทธบูชา ถ้าในเรื่องกรรมฐานจัดเป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน ถ้าตายจากคนไปเกิดเป็นเทวดา มีรัศมีกายสว่างไสวมาก
    ถ้า ถวายปัจจัย ถวายเป็นของสงฆ์ จัดว่าเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา จัดเป็น จาคานุสสติกรรมฐาน เกิดมาชาติหน้าก็รวย
    การสร้างพระถวาย ด้วยอำนาจพุทธบูชา ทำให้มีรัศมีกายมาก เป็นคนสวยตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า พุทธบูชา มหาเตชะวัณโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดชอำนาจมาก
    แต่ถ้ามีอำนาจแต่ขาดสตางค์ก็อดตายนะ ใช่ไหม…แต่งตัวเป็นจอมพลแต่ไม่มีสตางค์ในกระเป๋า แย่นะ… อีกแบบหนึ่ง มีสตางค์มากๆ แต่ขาดอำนาจราชศักดิ์ ก็โดนโจรปล้นอีก ฉะนั้นทำมันเสีย ๒ อย่างเลยดีไหม…?”
    ผู้ถาม :- “ดีค่ะ…แต่ได้ยินเขาว่า ถ้าสร้างพระพุทธรูปนี่ควรสร้างพระประธานจึงมีบุญมาก”
    หลวงพ่อ :- “ก็เขียนไว้ซิ สร้างพระประธาน องค์เล็กองค์ใหญ่ก็เขียนไว้ ก็เป็นพระพุทธรูปเหมือนกัน เราสร้างก็ได้บุญแล้ว ใครไปโยนทิ้งก็ซวยเอง”

    โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    จาก หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
    ฉบับพิเศษ เล่ม 1 หน้า 1-2

    39622216_1604068806371523_4488286406807912448_n.jpg
    39871926_1604068843038186_3305768381348577280_n.jpg
    39753216_1604068923038178_2149730942392991744_n.jpg
    39734948_1604068976371506_7571663988614758400_n.jpg
    39589395_1604069033038167_1680590908736667648_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    วันหนึ่งหลวงพ่อจงท่านเดินอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด แล้วก็มีกระทาชายนายหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร เอาเรือไปจอด แกไปด้วยกัน 2 คน แกไปธุระหาเพื่อนใกล้ๆ วัด พอแกไปถึงแกก็ยกมือไหว้ บอกว่า

    หลวงพ่อขอรับ นี่ผมจะไปธุระบ้านโน้นสักครู่หนึ่ง เรือจะต้องจอดที่นี่ เพราะบ้านนั้นเขาอยู่หลังวัดออกไปอยู่กลางทุ่ง กระผมขอฝากเรือหลวงพ่อด้วยนะ ขอรับ

    ท่านก็รับคำ รับเฝ้าเรือให้เขา แต่ว่าพ่อกระทาชาย 2 นายนั้นแกไปเวลาเท่าไรก็ไม่ทราบ แกจะคิดหรือเปล่าก็ไม่ทราบว่าเวลานี้แกใช้พระอริยเจ้าเฝ้าเรือ ก็ดีเหมือนกัน ที่พูดอย่างนี้นะ อาตมาแปลกใจหลวงพ่อจงมานานว่าเป็นพระประเภทไม่ค่อยจะเหมือนพระอื่นเขา เรื่องลาภสักการะอะไรต่ออะไร ท่านไม่ค่อยสนใจ ได้มาเท่าไรก็ส่งให้น้องชายสร้างวัด ใช้บ้างกินบ้าง เป็นของธรรมดา ที่เหลือก็สร้างวัดสร้างวาทำเป็นสาธารณประโยชน์หมด

    ขณะที่เฝ้าเรืออยู่นั้นปรากฏว่าฝนตกพรำๆ หลวงพ่อจงก็เลยนั่งตากฝนอยู่ที่ม้า ไอ้ม้าไม้กระดานเขาต่อไว้ นั่งตากฝนอยู่อย่างนั้น ก็พอดีชาวบ้านเขาไปพบเข้า เขาถามว่า

    หลวงพ่อขอรับ ทำไมไม่เข้าไปในร่มในกุฏิ ฝนมันตก

    ท่านก็บอกว่า ไปไม่ได้หรอก ใครก็ไม่รู้ 2 คน เขาวานเฝ้าเรือไว้ ถ้าหากว่าฉันขึ้นไป เรือเขาหายจะต้องใช้หนี้เขา ไม่ได้หรอกต้องเฝ้าอยู่แบบนี้

    คนที่มาพบท่านเข้า จะไปธุระ ก็เลยไปไม่ได้ เลยรับอาสาว่า เอายังงี้ก็แล้วกันขอรับ นิมนต์หลวงพ่อขึ้นไปบนกุฏิ กระผมขออาสาเฝ้าแทน ถ้าเรือนี้เขาหายไปกระผมขอรับใช้ขอรับ ผมรับภาระเอง

    เมื่อเป็นอย่างนั้นท่านจึงได้ขึ้นไปบนกุฏิ

    อีตาคนที่เฝ้าเรือบอกว่านั่งเฝ้าอีกพักใหญ่ เจ้าสองคนถึงได้มา จึงได้ถามว่า

    นี่ทำไมถึงได้ใช้หลวงพ่อเฝ้าเรือฮึ นี่หลวงพ่อนั่งเฝ้าเรืออยู่ ฝนตกก็ไมกล้าขึ้นไปเพราะกลัวเรือของแกหาย

    ตาสองคนบอก เอ ไม่รู้จักว่าเป็นหลวงพ่อ นึกว่าเป็นพระหลวงตา

    คนนั้นก็บอกว่า พระหลวงตากับหลวงพ่อก็มีลักษณะเหมือนกันแหละ แก่เหมือนกัน ทีหน้าทีหลังละอย่าทำอย่างนี้นะ จะไปธุระปะปังที่ไหนก็เอาเรือไปฝากชาวบ้านชาวช่องเขาไว้ซี นี่มาใช้พระเฝ้าเรือแบบนี้มันไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอย่างหลวงพ่อนี่เป็นพระไม่มีอะไรแล้วนา แกใช้พระที่ไม่มีอะไร หมายความว่ายังไง

    คนที่พูดก็บอกว่า เห็นหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ท่านพูดนะ ฉันไม่ได้รู้เองหรอก หลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านบอกว่าหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกน่ะ เป็นพระทองคำแล้ว ก็เป็นพระประเภทที่เข้าไปแตะต้องไม่ได้ กิเลสหายาก หลวงพ่อปานท่านว่ายังงั้น

    ตาคนนั้น ตกใจ ต้องขึ้นไปขมาโทษหลวงพ่อจง

    พอเวลาขึ้นไปขมาหลวงพ่อจงท่านว่ายังไง ท่านว่า

    เอ๊ะ ก็ไม่มีโทษอะไรนี่ แกวานฉันเฝ้าเรือ มันจะมีโทษอะไร

    เขาก็บอกว่า การวานพระเฝ้าเรือเป็นโทษขอรับ เพราะว่าพระเป็นสรณะ เป็นที่เคารพ

    ท่านก็เลยถามว่า ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วใช้ฉันเฝ้าเรือทำไมล่ะ ถ้ารู้แล้วก็ไม่น่าใช้

    เขาบอกว่า เขาเผลอไป

    ท่านบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ถ้าแกเผลอได้ ไอ้โทษมันก็เผลอได้เหมือนกัน ก็เป็นอโหสิกรรมกันไปก็แล้วกัน ไม่มีโทษนะเลิกกัน

    เอาละท่านผู้ฟัง ถึงเวลาชั่วโมงหนึ่งพอดี เห็นจะต้องขอลาท่านไปก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่ท่านทุกคนที่นั่งรับฟัง สวัสดี

    39869106_1604079146370489_1885704635394555904_n.jpg
    39748465_1604079239703813_3988988646102401024_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    #ทำบุญวันเกิด
    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ การทำบุญวันเกิด เราจะทำหลังวันเกิดดี หรือก่อนวันเกิดดีคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ตอนไหนก็ได้ การทำบุญวันเกิด เราถือว่าปีหนึ่งเรามีโอกาสทำบุญครั้งหนึ่ง ที่เราทำบุญวันเกิดนี่เป็นนโยบายของพระ ท่านให้เรามีจิตเป็นกุศลไว้ ถ้าถึงวันเกิดเราตั้งใจจะทำบุญ เราจะทำอะไรบ้าง มีการเตรียมการไว้ในใจ ถ้าจิตมันนึกอย่างนี้ เวลาจะตาย อานิสงส์ได้ทันที

    อย่างสาตกีเทพธิดา เธอจะเอาดอกบวบขมไปบูชาเจดีย์ที่เขาบรรจุกระดูกของพระอรหันต์แต่พอจัดดอกไม้ยังไม่ทันพ้นบ้าน ถูกวัวขวิดตาย อาศัยที่เธอจะตั้งใจบูชาพระด้วยดอกไม้ดอกนั้น ยังไปไม่ถึง พอตายแล้วก็เกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีวิมานทองคำเป็นที่อยู่ มีนางฟ้า ๑, ๐๐๐ เป็นบริวาร

    อย่างนี้เขาถือว่าเป็นอนุสสติ ถ้าเรานึกจะถวายเป็นสิ่งของก็เป็นจาคานุสสติ คิดว่าเราจะทำบุญกับพระองค์นั้นองค์นี้ นึกถึงพระสงฆ์ ก็เป็นสังฆานุสสติ ถ้าเราคิดจะทำบุญกับพระสงฆ์ แต่ให้มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ด้วย นึกถึงพระพุทธก็เป็นพุทธานุสสติ ถือว่าเป็นการเจริญพระกรรมฐานไปในตัว แต่พระท่านไม่ได้บอกตรงๆ เท่านั้นเอง”

    #วิธีต่ออายุอย่างง่ายๆ
    การต่ออายุก็ต้องทำให้มันถูก ถ้าทำไม่ถูกแล้วก็เสียเงินเปล่า ถ้าบังเอิญเป็น อายุขัยต่อเท่าไรไม่สำเร็จผล เพราะเชื้อไฟเดิมดับ หมดบุญบารมีที่ทำมา การหมดบุญบารมีนั้นแม้อายุขัยก็ไม่แน่ บางคนเป็นเด็กก็หมดอายุขัย บางคนก็เป็นหนุ่ม เป็นสาว บางคนวัยกลางคน บางคนก็ถึงวัยแก่ อายุขัยนี่ไม่แน่นอนนัก

    คำว่า อายุขัย นี่หมายความว่าก่อนที่จะเกิด กฎของกรรมดีหรือกรรมชั่วกำหนดชีวิตให้มาเท่าไรถ้ากำหนดชีวิตมา ๒๐ ปี ก็ต้องแค่ ๒๐ ปี ๑๐ ปีก็ต้อง ๑๐ ปี ๓ วัน ก็ต้องแค่ ๓ วัน นี่เป็นอายุขัยต่อไม่ได้ ถ้าตายก่อนนั้นเขาเรียกว่า “อุปฆาตกกรรม” หรือว่า “อกาลมรณะ” อย่างนี้ต่อได้ และถ้าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายจะต่ออายุแบบนี้ ก็ต่อเสียทุกวันก็หมดเรื่องกัน

    วิธีต่อทุกวัน ก็หมายความว่า ให้ทุกท่านมีความเคารพในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ อย่างจริงจัง และก็ต้องเว้นจากกรรมที่ เป็น ปาณาติบาต และถ้ามีเวลาเดินผ่านไป มีใครเขาหาปลาหาเต่า ที่เขาจะฆ่ามันให้ตายก็ออกสตางค์ซื้อ พอกำลังที่เราจะซื้อได้ แล้วก็นำไปปล่อยในที่ปลอดภัย ไม่ใช่ปล่อยในหม้อข้าวหม้อแกงของเรานะไปปล่อยในสถานที่ ๆ เธอจะมีความสุขในแม่น้ำก็ได้ หนอง คลอง บึงก็ได้ปล่อยให้เธอรอดชีวิต

    ตามวิธีโบราณาจารย์ท่านสอนไว้อย่างนี้นะว่า

    วิธีต่ออายุใหญ่ คือถึงปีหนึ่งถ้าเป็นวันเกิด หรือเป็นวันสำคัญของเรา วันไหนก็ได้ทำกับข้าว ทำอาหารพิเศษตามที่เราพอใจ เท่าที่ทุนจะพึงมี จัดการใส่บาตรแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา แล้วก็ถ้าหากว่ามีสตางค์ก็สร้างพระพุทธรูปสัก ๑ องค์

    พระพุทธรูปนี่จะเป็นพระดินเหนียวก็ได้ เป็นพระปูนซีเมนต์ก็ได้ เป็นปูนปลาสเตอร์ก็ได้ หรือพระโลหะก็ได้ไม่จำกัด เพราะเป็นรูปพระแล้ว มีอานิสงส์เสมอกัน แต่ต้องมีหน้าตักไม่น้อยกว่า ๔ นิ้ว ถวายไว้เป็นสมบัติของสงฆ์

    หลังจากนั้นก็เอาสัตว์ที่จพึงถูกฆ่าตาย อย่างที่เขานำเอามาขายเพื่อแกงหรือที่เขาทอดแหสุ่มปลาได้ ถ้ามีสตางค์ก็ไปซื้อเขาสักตัว ๒ ตัว ตามกำลัง แล้วปล่อยไป และก็อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และเทวดาผู้รักษาชีวิต ท่านบอกว่าถ้าทำอย่างนี้เป็นนิจ คำว่า อุปฆาตกกรรม คือกรรมที่เข้ามาริดรอนก่อนอายุขัยก็ดี และ อกาลมรณะ การที่จะตายก่อนอายุขัยก็ดี จะไม่มีสำหรับผู้ที่ทำแบบนี้ แต่ทว่าถ้ากรรมอย่างนี้เข้ามาถึงแค่ป่วยไม่มากก็เป็นของธรรมดา

    เรื่องการต่ออายุนี่ มีในพระพุทธศาสนา

    แต่ว่าวิธีการต่ออายุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเดี๋ยวนี้ที่ทำกันก็จ่ายหนักอยู่เหมือนกันนะ เอาพระไปสวดตั้ง ๗ วันนี่ เสียทั้งข้าว ทั้งน้ำ นี่บางทีก็ต้องจ่ายสตางค์ด้วย แย่เหมือนกันนะพระเองก็จะทนไม่ไหว ก็เลยใช้สายสิญจน์ก็แล้วกัน แต่ว่าสายสิญจน์ที่ทำกันนั้น ก็อย่าลืมพระรัตนตรัย แต่ทางที่ดีญาติโยมพุทธบริษัทถ้าจะทำอย่างนั้นนะ ถ้าคนป่วยจริง ๆ อย่าปล่อยให้ไม่มีความรู้สึกตอนที่สติยังอยู่ดี ๆ อยู่ ให้นิมนต์พระไปสวดสักครั้งหนึ่ง แต่ไม่ใช่สวด อภิธรรม หากเป็นสวด พระปริตร วงสายสิญจน์ล้อมรอบ ถ้าผู้ป่วยจะต้องตายเพราะสิ้นอายุขัยก็ต้องตายแน่ สายสิญจน์ป้องกันไม่ได้

    แต่ว่าถ้าท่านผู้นั้นจะตาย อย่าลืมว่าคนป่วยก็เหมือนกับคนที่ตกน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็นเราส่งอะไรให้เกาะเขาก็จะเกาะ ส่งไม้ให้เกาะเธอก็เกาะ ส่งสุนัขเน่าให้เกาะ เธอก็เกาะ เพราะต้องการทรงชีวิตอยู่ ก็เช่นกันถ้าคนป่วย เห็นพระสวด พระปริตร จิตของคนป่วยในตอนนั้น ได้รับสมาทานศีลก่อน เวลานั้นก็จะรับการสมาทานศีลอยู่ด้วย สติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ทำให้เป็นคนที่มีศีลเวลาที่มีการสวด พระปริตร จิตก็จะฟังพระสวดด้วยความเคารพ จิตจะยึดอยู่กับพระหลังจากพระกลับแล้ว จิตจะจับอารมณ์นั้นตลอด เพราะในขณะป่วยไม่มีโอกาสทำลายศีลต่อไปอีกเพราะกำลังป่วยอยู่ก็ไม่สามารถที่จะไปฆ่าใคร หรือลักขโมยใคร ถือว่าเป็นคนป่วยที่มีศีลบริสุทธิ์

    ถ้ามีการถวายทานด้วย ไม่ว่าทานนั้นจะเป็น ธูป เทียน ดอกไม้ หรือปัจจัยโภชนาหารก็ตามถือว่าเป็นการถวายทานแก่พระสงฆ์ กำลังของทานจะช่วยคนป่วยได้อีกแรงหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ด้านอนุสสติ ถ้ามีพระพุทธรูปด้วย จิตของเธอจะจับพระพุทธรูปเป็นพุทธานุสสติ จำเสียงสวดเป็น ธัมมานุสสติ การนึกถึงพระสงฆ์ ไปสวดก็เป็น สังฆานุสสติ ถ้าเป็นอายุขัยที่จะพึงตายบาปกรรมใด ๆ ที่ทำมาแล้วในกาลก่อนจะไม่มีโอกาสให้ผลในเวลานั้น เหลือแต่บุญอย่างเดียวที่จะประคับประคองคนนั้นไปสวรรค์ ไปพรหมโลกหรือไปนิพพาน

    หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    39736419_1605396252905445_3247499577950994432_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม 4 หน้า 4
    กัปนี้ มีพระพุทธเจ้า ๑๐ องค์

    การปฏิบัติพระกรรมฐานนี่มีความสำคัญมาก เพราะว่าคนเราทุกคนถ้าก่อนจะตาย
    ถ้าจิตจับอารมณ์ที่เป็นบาปอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะนั้นแล้วก็ตาย อย่างนี้ตายไปอบายภูมิแน่
    ถึงแม้จะทำบุญไว้มากสักเพียงไรก็ตาม ต้องไปนรกก่อน
    แต่หากว่าถ้าเราทำบาปไว้มากบังเอิญขณะเราจะตายจิตนึกถึง
    บุญก่อนเราจะไปสวรรค์ก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามีความฉลาดถึงแม้ว่าเราจะบาปมาก
    จะมีบุญน้อยก็ควบคุมอารมณ์ที่เป็นบุญไว้
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าทุกคนตั้งใจไว้เฉพาะพระนิพพาน ถึงแม้เราจะมีบุญน้อย เราก็สามารถไปพระนิพพานได้
    ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าในกัปนี้ยังมี พระพุทธเจ้ามาอีก ๖ องค์
    ชุดแรกมี พระศรีอาริย์ เป็นที่สุดองค์ที่ ๕
    ชุดที่ ๒ มี พระรามเป็นที่หนึ่ง มีช้างปาริไลยกะ เป็นที่ห้าเพราะว่า กัปนี้จริง ๆ มีพระพุทธเจ้า ๑๐ องค์
    แต่กัปบางกัปก็ไม่มีพระพุทธเจ้าเลย

    40225466_1615120155266388_9122996722706939904_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f607.png ยอดล่าสุดวันนี้ 3,932 บาทค่ะ
    1f607.png บุญสองเด้งค่ะ
    1f64f.png บอกบุญนะคะ
    1f607.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญถวายหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าซุง หน้าตัก 9 นิ้ว เพื่อประดิษฐานที่สวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่สุพรรณบุรีและเป็นต้นแบบในการเททองหล่อองค์ใหญ่ขนาดหน้าตัก 30 นิ้วในปีหน้า ของสวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่ สุพรรณบุรีค่ะ
    งบประมาณ 7,500 บาท ปิดทองคำแท้ 2,000 บาท
    รวมเป็น 9,500 บาท
    ขอแบ่งเป็น 95 กองบุญๆละ 100 บาทหรือร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    1f4f2.png โอนที่ธ.กสิกรไทย011-1-98323-2
    1f33a.png น้ำฝน บุญสิงห์
    1f64f.png ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับผู้ที่ร่วมบุญทุกท่านค่ะ

    40287632_1615180611927009_6588717227791351808_n.jpg
    40051395_1615180675260336_5864806640443719680_n.jpg
    40213609_1615180725260331_6803859917833764864_n.jpg
    40253743_1615180775260326_66531461481627648_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ประวัติหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์

    หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่เก่าแก่ อยู่ในวิหารหลวงปู่ใหญ่มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (หลวงปู่ใหญ่มาบูรณะวัดนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ครองราชย์ได้ปีที่ ๙ หลวงปู่ใหญ่ท่านมาถึงวัดท่าซุงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๓๒)

    ในวิหารนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลายองค์ส่วนมากจะปั้นเป็นพระพุทธรูปทรงสมัยอยุธยาเป็นเกศหนามขนุนทั้งสิ้น

    ต่อมาพระพุทธรูปบางองค์รวมทั้งหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ถูกพวกมิจฉาชีพตัดเอาเศียรพระไป และมีคนมาปั้นเศียรพระต่อให้แต่ก็ไม่สวยงามเท่าไรนัก โดยปั้นเป็นหน้าคนฟันเหยิน ตาโปน หมุ่นมวยผม

    ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ผู้บูรณะได้กราบขออนุญาตจากพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อมหาวีระ ถาวโร หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เจ้าอาวาสวัดท่าซุงในสมัยนั้น) ซ่อมแซมพระพุทธรูปทั้งหมดที่ชำรุด รวมทั้งขอปั้นปูนทับอค์หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ด้วย

    หลวงพ่อท่านอนุญาต และได้กล่าวอีกว่า พระพุทธรูปองค์นี้ เมื่อปั้นเสร็จให้ทำป้ายชื่อติดเอาไว้ พ่อให้ชื่อท่านว่า “หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์”ต่อไปในภายภาคหน้าจะมีคนขึ้นกับท่านมาก และนี่ก็คือประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ตามที่ได้กล่าวมาจนถึงทุกวันนี้…

    สิ่งที่ผู้คนนิยมมาทำบุญแลขอพระกับหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์มากทีเห็นก็คงจะเป็นการถวายผ้าสไบห่มองค์พระ โดยจะมีหลวงพี่องค์หนึ่งท่านนำสวดถวายและขอพรให้ เรียกว่าแบบละเอียดเลยก็ว่าได้

    แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนเยอะขนาดไหน ถ้าคนเยอะเกินไปท่านจะไม่อธิบายมาก แนะนำให้ไปวันธรรมดาคนน้อยๆ ท่านจะเล่าสาระดีๆ ให้เกี่ยวกับหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ให้ฟังอย่างละเอียด

    โดยทั่วไปที่วิหารหลวงพ่อใหญ่แห่งนี้ คนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ ในช่วงงานฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง… เพราะเป็นช่วงที่บุคคลทั้งหลายต้องการกำลังใจกันสุดๆ

    เรียกว่าช่วงก่อนงานมโนยิทธิภายในวิหารนี้ แทบไม่มีที่จะให้นั่งเลยก็ว่าได้ ที่แน่นไม่ใช่เพราะอะไร ส่วนใหญ่คนจะมาขอพรให้สำเร็จ ในการได้มโนมิยทธเต็มกำลังกันทั้งนั้น และส่วนใหญ่ก็สัมฤทธิ์ผลซะด้วย…

    ฉะนั้นถ้าใครได้อ่านและปรารถนาที่จะได้ชมบารมีของท่าน ก็ขอเชิญสักการะได้ที่วิหารหลวงปู่ใหญ่ อยู่คู่กับโบสถ์เก่า วัดท่าซุง

    ท่านเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก บางท่านได้อธิษฐานจิตขอพรจากท่าน และได้สมความปรารถนาก็มีหลายราย

    ดังนั้นท่านใดที่สนใจจะเข้าชมบารมีหรืออธิษฐานจิตขอพรจากท่านก็เชิญได้ตามที่ปรารถนา ถ้าไม่เกินวิสัยก็ขอให้โชคดี สมความปรารถนาทุกผู้คน

    คาถาบูชาหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์

    ตั้ง นะโม 3 จบ

    อิติ สุคะโต นะโมพุทธายะ พุทธบูชา วันทามิ

    ให้ว่าคาถานี้วันละ 9 จบ เป็นอย่างน้อย บูชาทุกวัน จัดเป็น “พุทธานุสสติ” และเป็นการเสริมบุญบารมี ความเป็นศิริมงคลแก่ตัวผู้สวดได้เป็นอย่างดี..

    ที่มา http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=417
    1f607.png ยอดล่าสุดวันนี้ 3,932 บาทค่ะ
    1f607.png 1f607.png 1f607.png บุญสองเด้งวันนี้..
    1f64f.png บอกบุญนะคะ
    1f607.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญถวายหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าซุง หน้าตัก 9 นิ้ว เพื่อประดิษฐานที่สวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่สุพรรณบุรีและเป็นต้นแบบในการเททองหล่อองค์ใหญ่ขนาดหน้าตัก 30 นิ้วในปีหน้า ของสวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่ สุพรรณบุรีค่ะ
    งบประมาณ 7,500 บาท ปิดทองคำแท้ 2,000 บาท
    รวมเป็น 9,500 บาท
    ขอแบ่งเป็น 95 กองบุญๆละ 100 บาทหรือร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    1f4f2.png โอนที่ธ.กสิกรไทย011-1-98323-2
    1f33a.png น้ำฝน บุญสิงห์
    1f64f.png ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับผู้ที่ร่วมบุญทุกท่านค่ะ

    40279297_1615226198589117_7341773059482714112_n.jpg
    40318664_1615226245255779_7687081068507168768_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ธรรมะก่อนนอน..๒๗-๐๘-๒๕๖๑
    จากหนังสือ ตายแล้วไม่สูญ

    ตายจากคนอาชีพจับปูทะเลขายแล้วไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก

    “..ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ก่อนจะตายถ้าจิตใจผ่องใส นึกถึงบุญกุศลนิดหน่อยตายแล้วก็ไปสวรรค์ทันที เรื่องนี้ให้ชื่อเรื่องว่า “เทพธิดาปูทะเล” เรื่องมีอยู่ว่า
    วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ ขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกนั่งอยู่กับ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเหมือนเลขาของท่านพระอินทร์ เห็นนางฟ้า ๘ องค์ รูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามมาก ผิวพรรณผ่องใส เครื่องประดับก็สวย แต่มีองค์หนึ่งนั่งใกล้มากที่สุด ท่านมองหน้าไม่ละสายตา เบื้องหลังนางฟ้า ๘ องค์ไกลออกไปประมาณ ๒ เส้น เป็นภาพผู้หญิงอ้วนใหญ่ ผิวเนื้อดำแดงค่อนข้างดำ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ในความรู้สึกของอาตมาเป็นภาพนางยักษิณี จึงหันไปถามท่านปัญจสิกขเทพบุตรว่า “บนสวรรค์มีภาพประเภทไม่สวยอย่างนี้เหมือนกันรึ” ท่านตอบว่า “ปกติไม่มี แต่นางฟ้า ๘ องค์นี้เป็นคนมีบาปอยู่เบื้องหลัง” หมายความว่าในระยะต้นสร้างบาปไว้มากแต่ว่าไม่ถึงอนันตริยกรรม อนันตริยกรรมได้แก่ ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต ยุยงให้สงฆ์แตกกัน ตอนช่วงหลังของชีวิตและตอนใกล้จะตายได้ทำกำลังใจเป็น สัมมาทิฐิ รู้จักการให้ทาน รู้จักการรักษาศีล รู้จักการเจริญภาวนา เวลาจะตายจิตใจก็เกาะความดี เมื่อตายแล้วก็มาเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกก่อน แต่ทว่าบาปยังติดตามอยู่ ถ้าไม่สร้างความดีต่อเป็นการป้องกัน เมื่อจุติไปจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อไรบาปจะดึงเธอทั้งหมดลงอบายภูมิทันที
    ท่านพุทธบริษัทเมื่ออ่านหรือฟังแล้ว จงคิดตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
    “จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา” เวลาก่อนจะตาย จิตใจเป็นอกุศลหรือเศร้าหมองนิดหน่อย ก็จะไปอบายภูมิทันที
    “จิตเต ปาริสุทเธ สุคติ ปาฏิกังขา” ก่อนจะตาย แม้แต่จิตใจผ่องใสในด้านของบุญกุศลนิดหน่อย ก็จะไปสวรรค์ทันที
    อาตมาหันไปถามนางฟ้าที่อยู่ใกล้มากที่สุด และมองหน้าไม่ยอมละ ถามเธอว่า “สมัยเป็นมนุษย์อยู่ที่ไหน” เธอตอบทันทีว่า “จำฉันไม่ได้รึ” อาตมาบอก “ถ้าอย่างนั้นขอดูภาพเดิม” ให้เห็นภาพเธอเป็นคนแก่อายุประมาณใกล้ ๖๐ ปี รูปร่างใหญ่เทอะทะ ผิวเนื้อดำแดงค่อนข้างดำ ถามเธอว่า “รูปร่างของเธอเป็นอย่างนี้ เธอมีสามีหรือเปล่า” เธอตอบว่า “มี” เธอแสดงภาพให้เห็นตั้งแต่สมัยเป็นเด็กแล้วก็เป็นสาววัยรุ่นถึงสาวใหญ่ ตอนสาวรุ่นรูปร่างทรวดทรงดี หน้าตาดี ผิวพรรณไม่ดำ ผิวเนื้อดำแดงและเกลี้ยง ร่างกายมาเปลี่ยนแปลงตอนอายุใกล้ ๔๐ เธอเป็นคนจน
    เวลานั้นอาชีพจริงๆ ก็คือ จับปูทะเลมาขาย ปูทะเลจับมาได้ก็ต้องมัด จับปั๊บมัดปุ๊บ ทำมาแต่เด็กก็ทำได้คล่องรวดเร็วแล้วก็เอามาขาย พอเป็นสาวขึ้นมาก็จับปูทะเลขายเหมือนเดิม แต่งงานแล้วก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม มาเปลี่ยนแปลงเอาจริงๆ เมื่อตอนอายุ ๓๐ ปีเศษ ขายปูได้กำไรพอสมควรมีทุนอยู่บ้าง ไม่จับปูเองแล้วแต่เป็นคนซื้อปูมาขายและคุมการขาย
    ให้นึกดูว่า สภาพปูถูกมัดกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แบบนั้น มันทรมานขนาดไหน มีการเจ็บปวด มีการเมื่อยขนาดไหน สรุปแล้วเธอทำบาปมาอย่างหนัก เป็นบาปที่ติดตามมา ที่เห็นเป็นภาพนางยักษิณีอยู่ข้างหลังตอนที่มาเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว
    ความจริงในตอนระยะต้นๆ ตั้งแต่เด็กมาจนถึงสาวใหญ่ แต่งงานแล้วก็ตาม บุญเธอก็ทำบ้างแต่ก็ทำบุญแบบผิวเผิน หมายความว่าใส่บาตรบ้างแต่ก็นานๆ ใส่ครั้ง นานๆ ก็ไปฟังเทศน์บ้างแต่ก็ไม่ตั้งใจนัก เขาทำบุญเรี่ยไรก็ทำบ้างแต่ไม่ได้ตั้งใจมาก ทำประเภทปัดสวะให้ผ่านพ้นไป ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่แจกฎีกาพึงทราบว่า คนที่เขาทำบุญตามฎีกาเขาจำใจทำกันมา แต่ก็ได้บุญถึงแม้จะได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตาม เปรียบเหมือนชาวบ้านเขามีข้าว ๑ กะละมังได้บุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เราได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีข้าวแค่ ๑ จาน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
    ต่อมาเมื่อเธอมีอายุ ๔๐ ปีเศษๆ ก็มีความรู้สึกว่าอาชีพเดิมมันบาปทั้งหมด ก็เพราะบังเอิญมีพระหลวงตาที่น่าเคารพท่านหนึ่ง ท่านเป็นพระอยู่ใกล้บ้านไปรับบาตรเป็นประจำ ผ่านอยู่เสมอ ท่านอธิบายให้ฟังว่า “การทำแบบนี้มันบาป” ในที่สุดเธอก็ละจากอาชีพขายปูทะเลมาเป็นอาชีพรับจ้างอย่างอื่นที่ไม่เป็นบาป ความจริงน่าขอบคุณหลวงตาองค์นั้นที่ท่านแนะนำ ตอนหลังเธอตั้งหน้าตั้งตาทำบุญ บุญใหญ่เธอทำมาเป็นปกติ ใส่บาตร ฟังเทศน์ ใครไปเรี่ยไรก็ให้ ทำบุญมาเรื่อยๆ จิตใจเป็นบุญกุศล
    ต่อมาระยะใกล้จะตาย ๔ เดือน เธอก็มีโอกาสมาที่วัดท่าซุง ในงานเป่ายันต์เกราะเพชร เห็นวัดเข้าก็ชอบใจ คิดในใจว่าวัดสวยๆ แบบนี้หายาก เธอสนใจมณฑปแก้วที่ปิดกระจกทั้งข้างนอกและข้างใน ก็ชอบใจมากเข้าไปนั่งไหว้พระดูภาพพระก็ชอบใจ มีจิตใจสดชื่น ไปนั่งนานจนกว่าจะถึงเวลาเป่ายันต์เกราะเพชร ก็ไปรับยันต์เกราะเพชรตอน ๔ โมงเช้า ปรากฏว่าเขาประกาศว่ารถจะออก ๔ โมงเย็น จึงไปนั่งป๋ออยู่ที่มณฑปแก้วใหม่ สดชื่นมากจิตใจจับอยู่ที่นั่น
    ต่อมาได้ทราบข่าวว่า ที่ซอยสายลมมีพระวัดท่าซุงไปสอนพระกรรมฐานที่นั่น เธอก็ไปกับเขาด้วย ไปเจริญพระกรรมฐานวันแรกเธอบอกว่า “ภาพพระที่มองเห็นเวลาลืมตา แต่เวลาหลับตาแล้วพระองค์นั้นไม่เห็น เห็นแต่ปูที่คลานยั้วเยี้ยที่เธอจับมาก็ดี ภาพที่เธอกำลังมัดปูก็ดี นั่งขายปูก็ดี”
    รวมความว่า ภาพปูปรากฏเต็มไปหมด จะมองเท่าไรก็ไม่เห็นภาพพระเห็นแต่ปูแทน ในที่สุดลืมตาดูพระใหม่ ทิ้งภาพปู พอเห็นภาพพระแจ่มใสดี สดชื่น นานๆ เข้าจึงหลับตาใหม่ ก็ปรากฏเห็นภาพปูอีก เป็นอันว่าวันแรกของการเจริญพระกรรมฐานคือวันเสาร์ ไม่มีผลเห็นพระแต่มีผลเห็นปูทะเลแทน เธอก็เศร้าสลดใจ พอถึงเวลาอุทิศส่วนกุศล พระท่านแนะนำว่า “ให้ขอท่านพระยายมราชและเทพเจ้าเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศล”
    เผอิญท่านพระยายมราชท่านมาบอกกับอาตมาในวันนั้นว่า “ถ้าใครทำบุญไว้ เวลาอุทิศส่วนกุศลให้บอกท่านให้เป็นพยาน ถ้าบังเอิญต้องผ่านสำนักท่าน การสอบสวนเรื่องบาปก็ไม่มี ท่านจะเป็นพยานให้เพราะบุญมีอยู่แล้ว จะส่งไปสวรรค์ก่อน” เธอบอกว่า “ดีใจในถ้อยคำนี้” เวลาพระท่านนำอุทิศส่วนกุศลสดชื่นมาก ตั้งใจจริงๆ เพราะว่าปูเป็นเหตุ ถึงอย่างไรก็ไม่ขอลงนรกแน่ เธอคิดในใจว่า “ถ้าขืนลงนรกเสียท่าปูแน่ ปูนับเป็นพันเป็นหมื่นมันตามเล่นงานแน่นอน เธอไม่ได้คิดถึงไฟนรกคิดถึงแต่ปูอย่างเดียว พออุทิศส่วนกุศลเสร็จเธอก็รีบไปที่จุดสังฆทาน จะเอาชุดใหญ่ ๕๐๐, ๑,๐๐๐, ๒,๐๐๐ เงินก็ไม่มี ผสมผเสได้ ๑๐๐ บาท ก็ถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาททันที
    วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สองไปใหม่ตอนกลางวัน ตั้งใจไปถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาททันทีและก็ฟังพระท่านคุยไป นั่งดูพระพุทธรูปไป ตัดสินใจว่าวันนี้จะไม่ยอมให้ภาพปูเข้ามากวนใจ จะขออยู่กับพระพุทธรูป หลับตาบ้างลืมตาบ้าง ใครจะคุยอย่างไรก็ช่าง สนใจพระพุทธรูปอย่างเดียว พอตอนกลางคืนเจริญพระกรรมฐาน เวลาหลับตาปรากฏว่า ภาพปูกับภาพพระแย่งกัน ภาพพระเกิดขึ้นบ้าง เห็นภาพปูบ้างสลับกัน เธอก็ดีใจว่าวันนี้พระสู้กับปูแล้วปูแพ้ เพราะภาพปูเกิดขึ้นมาน้อย เห็นภาพพระมากกว่า พอเจริญพระกรรมฐานเสร็จก็ถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาทอีก
    ต่อมาวันที่สาม ก็ทำอย่างนั้นอีก พอไปถึงปุ๊บไม่ต้องการอะไรทั้งหมด ตั้งหน้าตั้งตาจ้องพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ที่พูด มองลีลาพระสงฆ์ที่นั่งพูดบ้างและจำภาพพระพุทธรูปบ้าง ดูสองอย่าง อย่างไหนเลือนก็จับอีกอย่างหนึ่งเข้ามาแทน ตั้งใจจับพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ช่วยกันขับปู วันนี้ชนะเด็ดขาดภาพปูไม่ปรากฏเห็นแต่ภาพพระอย่างเดียว เห็นชัดทั้งภาพพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ ภาพปูไม่เกิด เธอดีใจมาก
    ก็รวมความว่าเธอทำอย่างนี้มาได้ ๓ ครั้ง วาระที่สุดของชีวิตของเธอก็มาถึง เวลาที่จะตายจริงๆ เธอมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายวัน ปวดศีรษะบ้าง แน่นหน้าอกบ้าง เสียดท้องบ้างเป็นปกติ แต่ในเวลานั้นก็ตั้งใจภาวนาว่า “พุทโธ” นึกถึงภาพพระกับพระสงฆ์ที่เคยเห็น ภาพก็ชัดเจนแจ่มใสเป็นบางครั้ง บางทีมันปวดมากภาพก็หายไป พอคลายหน่อยจิตก็เห็นภาพ แต่ใจไม่ยอมปลด มันจะปวดอย่างไรก็ตาม ก็ตั้งใจภาวนา “พุทโธ” บ้าง “นะมะพะธะ” บ้าง จับภาพพระพุทธเจ้าบ้าง จับภาพพระสงฆ์บ้างสลับกันไปในที่สุดก็ตาย
    เวลาจะตายเธอบอกว่าไม่มีความรู้สึกว่ามันจะตาย มันเป็นแต่มีความรู้สึกวูบไป อาการปรากฏทีแรกมันอืดเสียดมาก เมื่ออาการอืดเสียดหายไป มีนงงหายไป จิตมีอารมณ์เป็นสุขมาก มีความเยือกเย็น มีความสบาย จิตก็จับภาพพระพุทธรูปภาวนาว่า “พุทโธ” เดี๋ยวก็ “นะมะพะธะ” สลับกับทั้ง ๒ อย่าง ภาพพระก็เกิดมีสภาพแจ่มใส สดใสขึ้น สวยขึ้นๆ ตามลำดับ เป็นทองอร่ามขึ้น ในที่สุดพระท่านยิ้ม เมื่อเห็นภาพพระพุทธรูปยิ้ม เธอก็มีอาการสดชื่น ตอนนี้เองเธอบอกว่า “มีความรู้สึกว่าวูบเหมือนกับตกจากที่สูง และมีความรู้สึกอีกทีหนึ่งก็มาอยู่ที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก วิมานสวยสดงดงามมากแพรวพราวเป็นระยับ เป็นเพชรสีน้ำมันก๊าด จะขาวก็ไม่ใช่แต่ใส
    ถามเธอว่า “ที่ได้วิมานสวยอย่างนี้เพราะอะไร” เธอตอบทันทีว่า “เพราะสนใจในมณฑปแก้วและพระพุทธรูปในมณฑปแก้ว” ถามว่า “ไปในมณฑปแก้วนั้นกี่ครั้ง” เธอตอบว่า “ไป ๓ ครั้งติดใจ เวลามีงานก็ไป ยามปกติก็ไป เวลาไปต้องเข้าไปในมณฑปแก้วก่อน ไปนั่งหน้าพระพุทธรูป ภาวนาให้สบาย ตัดภาพปูทิ้งไปเห็นพระแทน ดูภาพมณฑปแก้วก็ชอบใจ อันนี้เป็นปัจจัยให้วิมานแก้วใสมาก สว่างมาก” ถามว่า “เธอมีเทพบุตรหรือนางฟ้าเป็นบริวารเท่าไร” เธอยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่มีเทวดาเป็นบริวาร มีแต่นางฟ้าเป็นบริวาร ๔,๐๐๐ องค์ เครื่องประดับประดาก็มีมาก” บอกเธอว่า “อยากจะเห็นวิมาน”
    ก็ปรากฏว่าเวลานั้นวิมานก็ลอยมา บ้านเราในเมืองมนุษย์ยกไปไหนไม่ได้ แต่ในเมืองสวรรค์วิมานลอยมาทันที นางฟ้าทั้งหมดหน้าตาแจ่มใสมาก วิมานของเธอใหญ่มากและมีความสว่างไสวมาก ถามเธอว่า “เธอมีความรู้สึกอย่างไรกับเรื่องบาปเก่า” เวลานี้ภาพนางยักษิณียังปรากฏอยู่ เธอบอกว่า “ภาพนางยักษิณีนี่ความจริงไม่ใช่นางยักษิณีจริง เป็นภาพที่แสดงออกเมื่อท่านปรากฏนี่เอง ตามปกติฉันไม่เห็น แต่ว่าภาพนั้นคงเป็นพยานให้ท่านทราบว่า ฉันยังเป็นคนมีบาป” ถามเธอว่า “เธอทราบไหม ถ้าหมดบุญจากสวรรค์ที่ดาวดึงส์เธอจะไปไหน” เธอก็ตอบว่า “ทราบ เขาจะนำฉันไปไว้นรกขุมที่ ๕”
    ถามเธอว่า “จะไปไหม” เธอก็ตอบว่า “ที่ไปซอยสายลมพระท่านสอนว่า ให้หนีไปพระนิพพาน เวลานี้ฉันตั้งใจไปพระนิพพาน ฉันไปฟังเทศน์ที่พระจุฬามณีเจดียสถานเสมอ ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์และที่ประชุมเทวสภา ก็มีหลายวาระที่บรรดาพระโพธิสัตว์ท่านมาเทศน์ วันไหนพระโพธิสัตว์ท่านไม่ว่างมา ท่านพระอินทร์ก็เทศน์แทน ท่านเทศน์สงเคราะห์ให้เทวดาทุกองค์บำเพ็ญกุศลต่อ ให้ทุกคนมองดูกรรมดั้งเดิมของตัวเองก่อนที่จะตาย ว่ามีกรรมที่เป็นอกุศลไหมและกรรมที่เป็นอกุศลนั้นทิ้งเราหรือยัง เทวดาและนางฟ้าทุกองค์ก็ปฏิบัติตามท่าน รวมความว่าไม่มีเทวดา ไม่มีนางฟ้าองค์ไหนที่ไม่มีบาปกรรมต่อท้ายอยู่เบื้องหลัง ฉะนั้นเทวดาและนางฟ้าทุกองค์ก็ตั้งใจบำเพ็ญกุศลหวังไปพระนิพพาน
    เมื่ออาตมาคุยกับเธอจบก็ถามเธอว่า “มีอะไรสั่งไปถึงทางบ้านบ้างไหม” เธอก็ตอบว่า “ฉันขอสั่งเมื่อท่านเขียนหนังสือแล้วก็บอกเขาด้วยว่า ฉันคนชื่อ ป อยู่หน้า ตายเมื่ออายุ ๕๗ ปี อาชีพเดิมจับปูทะเลและก็ขายปู ต่อมาเมื่ออายุ ๔๐ ปีเศษก็กลายเป็นนักบุญ เวลานี้มีความสุขมาก ขอบรรดาลูกหลานทุกคนที่อยู่ในเมืองมนุษย์ที่คิดว่า การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นปัจจัยให้เกิดความสุขแก่ตัวเองนั้น ความจริงไม่จริงมันจะลากไปสู่อบายภูมิ จะมีความทุกข์หนัก มันไม่คุ้มกันกับความสุขนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอิ่ม ฉะนั้นขอบรรดาลูกหลานและพี่น้องทุกคนจงละบาปอกุศล ทำงานรับจ้างเขาที่ไม่เป็นบาปดีกว่า..”

    40326748_1615765585201845_8151959622727499776_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ … ทำบุญสร้างเจดีย์มีอานิสงส์เท่า ๆ กับสร้างพระพุทธรูป!!
    เมื่อครั้งที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำท่านคิดจะสร้างเจดีย์พุดตานที่วัดท่าซุงมีลูกศิษย์ท่านหนึ่งได้ถามหลวงพ่อว่า “ได้ทราบข่าวว่าหลวงพ่อจะสร้างเจดีย์พุดตานที่วัดท่าซุงเพื่อจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุลูกได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่อไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ อยากทราบว่าการบริจาคเพื่อสร้างเจดีย์นี้มีอานิสงส์เป็นประการใดบ้างเจ้าคะ…?”
    หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า”เหมือนกับสร้างพระ”

    ลูกศิษย์ว่า”เจดีย์นี่หรือครับ”
    หลวงพ่อ”ใช่… เขาเรียกพระเจดีย์ สร้างพระบรรจุของไม่ได้ แต่สร้างพระเจดีย์บรรจุของได้ มีทั้งพระพุทธรูป มีทั้งพระบรมธาตุ ได้หมด ที่ใส่เขาสวยมาก คือว่าคุณอภิชาติเขาสั่งมาจากฝรั่งเศส”
    ที่มา :ตอบปัญหาธรรมโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง (ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๓๑ หน้า ๗๗)
    1f607.png บอกบุญกฐินวัดที่5ของปีนี้ค่ะ..
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญกฐินสร้างพระธาตุหนุนดวง
    “พระมหาเจดีย์ุทธาคมรตนญาณมุนีศรีนครลำดวน”ณ วัดนาโนน ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ในวันเสาร์ที่17พฤศจิกายน 2561 ค่ะ
    1f607.png ร่วมบุญซองละ100บาทรับพระผงท้าวเวสสุวรรณ1องค์(ท่านใดรับมีค่าจัดส่ง50บาทหรือร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ)งานนี้ฝนรับมา30ซอง
    โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย023-3-52102-7
    น้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ

    40493971_1617959091649161_5051514622570397696_n.jpg
    40474626_1617961091648961_5202159406476689408_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...