เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f496.png 1f341.png #หลวงพ่อสอนไว้ 1f341.png 1f496.png
    #คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ #ที่ไม่ทำชั่วเลยน่ะ #ไม่มี #ถ้าเราจะชดใช้บาป #มันก็ชดใช้กันไม่ไหว #มีทางเดียวในกิจของพระพุทธศาสนาคือ #หนีบาป
    การภาวนาให้จิตทรงตัว
    การคิดถึงคุณพระรัตนตรัย
    พยายามรวบรวมบารมี ๑๐ ประการให้ครบถ้วน
    พยายามตัดสังโยชน์ ๑๐ ประการให้หมด
    จรณะ ๑๕ ปฏิบัติให้ครบถ้วน
    มีพรหมวิหาร ๔ ให้ครบถ้วน
    ทรงศีลให้บริสุทธิ์
    มีอิทธิบาท ๔ ทรงตัว
    เมื่อมีการทรงตัวดังกล่าวมาแล้วนี้
    #ลูกรักของพ่อจะไม่ต้องเกิดอีกต่อไป
    โอวาทพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
    พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    ที่มาจากหนังสือธรรมวิโมกข์
    ฉบับที่ ๓๔๓ หน้า

    42465010_1646304815481255_2028710012511059968_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    ธรรมะก่อนนอน..๒๕-๐๙-๒๕๖๑
    จากหนังสือ ตายแล้วไม่สูญ
    ตายจากพระสงฆ์มีเงินให้กู้ ไม่ผ่านสำนักพระยายมราชลงนรกเลย

    “..อาตมามาสอนพระกรรมฐาน เห็นคนถูกโซ่ล่ามคอ ๒ เส้นมีคนนำมา จึงถามว่า “กรรมอะไร” เขาอธิบายกรรมให้ทราบว่า “คนนี้เป็นพระสงฆ์มีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัด มีเงินให้กู้ ๔ ล้านบาทและก็มีเงินเก็บ มีซองที่ยังไม่ได้เอาเงินออก เป็นซองคนนั้นจะเป็นพระครู คนนี้จะเป็นเจ้าอาวาส คนนี้จะเป็นเจ้าคณะตำบล”
    อาตมาถามว่า “สำนักพระยายมราชสอบสวนแล้วหรือยัง”
    ท่านพระยายมราชบอกว่า “เขาไม่ผ่านผมหรอกครับ เขาลงนรกเลย”
    พวกลงนรกมี ๒ พวก พวกบาปไม่หนักนักบุญก็พอมี แต่เวลาตายไม่นึกถึงบุญก็ผ่านสำนักพระยายมราชเพื่อสอบสวน เป็นการเตือนให้นึกถึงบุญนั่นเอง กับอีกพวกเป็นพวกบาปหนักจะลงดิ่งไปเลยไม่ต้องผ่านสำนักพระยายมราช เวลาอยู่ในนรกไม่มีเสื้อไม่มีกางเกงใส่ ถูกหอก ดาบ เสียบฟันและมีไฟเผาตลอดเวลา นรกทุกขุมมีไฟแต่จะร้อนมากร้อนน้อยต่างกันเท่านั้น..”

    42559803_1648717701906633_8197186624786792448_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f607.png ปิดรับงานบุญถวายองค์ปู่พระอินทร์ค่ะ
    ยอดที่จะนำถวาย 25,670 บาทขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่ร่วมบุญมาทุกๆท่านนะคะ..
    1f64f.png อนุโมทนาสาธุค่ะ
    1f607.png เปิดรับเช้าวันที่22กันยายน2561ปิดรับวันที่27กันยายน2561ค่ะ
    วันที่นำถวายจะลงรูปให้อนุโมทนาบุญกันอีกครั้งนะคะ

    42727686_1649209331857470_2285558368300957696_o.jpg
    42562166_1649209378524132_2773886653683466240_o.jpg
    42576276_1649209425190794_1714330668575490048_o.jpg
    42625097_1649209475190789_9034550431115640832_o.jpg
    42656905_1649209528524117_5175404418807365632_o.jpg
    42634033_1649209651857438_2017888558940946432_o.jpg
    42473025_1649209691857434_3449887915931336704_o.jpg
    42656952_1649209731857430_8546443624311685120_o.jpg
    42743650_1649209771857426_8972009926259900416_o.jpg
    42540312_1649209818524088_2091797301063319552_o.jpg
    42636663_1649209871857416_6956380962498281472_o.jpg
    42761181_1649209895190747_4333708867377561600_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    #พระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (วีระ ถาวโร) เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวของชาวนาซึ่งมีฐานะค่อนข้างดี บิดาชื่อ นายควง สังข์สุวรรณ มารดาชื่อนางสมบุญ สังข์สุวรรณ ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 จากพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน ดังนี้

    นายวงษ์ สังข์สุวรรณ เกิดปี 2453 ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 ถึงแก่กรรมที่วัดท่าซุง เมื่อคราวมาช่วยหลวงพ่อที่วัดท่าซุง อายุ 60 ปี
    นางสำเภา ยาหอมทอง (สังข์สุวรรณ) เกิดปี 2457 ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2545 อายุ 88 ปี อยู่บ้านสาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) นายเวก (หวั่น) สังข์สุวรรณ ต่อมาได้อุปสมบทเป็น พระครูพิศาลวุฒิธรรม (พระมหาเวก อักกวังโส) อยู่วัดดาวดึงษาราม กทม.เกิดวันที่ 15 กรกฎาคม 2463 อุปสมบทที่วัดบางนมโคเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2492 เมื่ออายุได้ 26 ปี 59 พรรษา มรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548 รวมอายุ 85 ปี 3 เดือน 26 วัน ด.ญ. อุบล สังข์สุวรรณ ถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ

    ก่อนที่พระราชพรหมยานจะเกิดนั้น มารดาของท่านฝันว่า เห็นพระพรหมมีสีเหลืองเป็นทองคำเหมือนพระพุทธรูป นอนลอยไปในอากาศ มีเพชรประดับแพรวพราวทั้งตัว เข้าทางหัวจั่วด้านทิศเหนือ เข้ามานั่งที่ตักท่าน มารดาก็กอดไว้ แล้วก็หายเข้าไปในกาย เมื่อเกิดมาใหม่ ๆ หลวงพ่อเล็ก เกสโร ซึ่งมีฐานะเป็นลุง ได้กล่าวว่า เจ้าเด็กคนนี้มาจากพรหม ดังนั้นจึงให้ชื่อว่า “พรหม” และต่อมาภายหลัง คนที่จดสำมะโนครัวเขามาเปลี่ยนชื่อให้เป็น “สังเวียน” ท่านยายกับชาวบ้านเรียกว่า “เล็ก” ส่วนท่านมารดาและพี่ ๆ น้องๆ เรียกว่า “พ่อกลาง”

    พ.ศ. 2466 อายุ 7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 3

    พ.ศ. 2474 อายุ 15 ปี อาศัยกับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ

    พ.ศ. 2476 อายุ 17 ปี ช่วยราชการปราบกบฏบวรเดช

    พ.ศ. 2478 อายุ 19 ปี เข้าทำงานเป็นเภสัชกรทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า)

    อุปสมบท
    พ.ศ. 2479 อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เวลา 13.00 น. ที่พัทธสีมาวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ (อยู่ ติสฺโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโคเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    คำสั่งพระอุปัชฌาย์ ขณะเข้าบวช หลวงพ่อปาน ท่านบอกท่านอุปัชฌาย์ว่า เจ้านี่หัวแข็งมาก ต้องเสกด้วยตะพดหนักหน่อย ท่านอุปัชฌาย์ท่านเป็นพระทรงธรรมเหมือนหลวงพ่อ (ปาน) หลวงพ่อเล็กก็เหมือนกัน ท่านอุปัชฌาย์ท่านยิ้มแล้วท่านพูดว่า “3 องค์นี้ไม่สึก อีกองค์ต้องสึกเพราะมีลูก เมื่อจะสึกไม่ต้องเสียดายนะลูก เกษียณแล้วบวชใหม่มีผลสมบูรณ์เหมือนกัน 2 องค์นี้พอครบ 10 พรรษาต้องเข้าป่า เมื่อเข้าป่าแล้วห้ามออกมายุ่งกับชาวบ้านจนกว่าจะตาย จะพาพระและชาวบ้านที่อวดรู้ตกนรก จงไปตามทางของเธอ ท่านปานช่วยสอนวิชาเข้าป่าให้หนักหน่อย ท่านองค์นี้ (หมายถึงฉัน) จงเข้าป่าไปกับเขา แต่ห้ามอยู่ในป่าเป็นวัตร เพราะเธอมีบริวารมาก ต้องอยู่สอนบริวารจนตาย พอครบ 20 พรรษาจงออกจากสำนักเดิม เธอจะได้ดี จงไปตามทางของเธอ ฉันบวชพระมามากแล้วไม่อิ่มใจเท่าบวชพวกเธอ”

    การแสวงหาและการปฏิบัติธรรม
    พ.ศ. 2480 อายุ 21 ปี สอบได้นักธรรมชั้นตรี
    พ.ศ. 2481 อายุ 22 ปี สอบได้นักธรรมชั้นโท
    พ.ศ. 2482 อายุ 23 ปี สอบได้นักธรรมชั้นเอก
    ระหว่างพรรษาที่ 1 – 4

    – เรียนอภิญญา
    – ธุดงค์ป่าช้า, ป่าศรีประจันต์, พระพุทธบาท, พระพุทธฉาย, เขาวงพระจันทร์ , เขาชอนเดื่อ, ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์, ดงพระยาเย็น, ภูกระดึง, พระแท่นดงรัง ฯลฯ
    – ศึกษาวิปัสสนา
    ระหว่างปี พ.ศ. 2480-2483 ได้ศึกษาพระกัมมัฏฐาน จากครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโค หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก, พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค พระครูรัตนาภิรมย์ (อยู่ ติสฺโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดอัมพวัน (วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ

    พ.ศ. 2483 อายุ 24 ปี เข้ามาจำพรรษาที่วัดช่างเหล็ก อำเภอตลิ่งชัน ธนบุรี เพื่อเรียนบาลี จากนั้นย้ายมาอยู่ที่วัดอนงคารามในช่วงออกพรรษาในสมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทฺธสโร) อยู่วัดช่างเหล็กในช่วงเข้าพรรษา ระหว่างนี้ได้ศึกษาเพิ่มเติมกรรมฐานกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพบพระสุปฏิปันโนอีกมาก เช่น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) เป็นต้น

    พ.ศ. 2486 อายุ 27 ปี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เปลี่ยนชื่อจาก “พระมหาสังเวียน” เป็น “พระมหาวีระ” เพื่อไม่ให้คล้ายกับ พระมหาสำเนียง ที่อยู่วัดช่างเหล็ก ที่เดียวกัน

    พ.ศ. 2488 อายุ 29 ปี สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ย้ายมาอยู่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้เป็นรองเจ้าคณะ 4 วัดประยูรวงศาวาส และฝึกหัดการเป็นนักเทศน์

    พ.ศ. 2492 อายุ 33 ปี จำพรรษาที่วัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

    พ.ศ. 2494 อายุ 35 ปี จึงกลับไปอยู่วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค

    พ.ศ. 2500 อายุ 41 ปี อาพาธหนักเข้าโรงพยาบาลกรมแพทย์ทหารเรือ

    พ.ศ. 2502 อายุ 43 ปี พักฟื้นที่วัดชิโนรสาราม กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงได้ย้ายไปอยู่วัดโพธิ์ภาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งขณะนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์ ได้ลูกศิษย์รุ่นแรก 6 คน

    พ.ศ. 2505 อายุ 46 ปี ไปจำพรรษาที่วัดพรวน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาทเป็นเวลา 1 พรรษา

    พ.ศ. 2506 อายุ 47 ปี กลับมาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ภาวนาราม พอกลางเดือนมิถุนายน ก็ได้ลาพุทธภูมิ

    พ.ศ. 2508 อายุ 49 ปี จำพรรษาที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท แล้วเริ่มไป – กลับวัดสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เพื่อสอนพระกรรมฐาน

    พ.ศ. 2510 อายุ 51 ปี ได้สอนวิชามโนมยิทธิ แล้วจึงจำพรรษาที่วัดสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท

    เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุง
    พ.ศ. 2511 อายุ 52 ปี ในวันที่ 25 มีนาคม จึงมาอยู่วัดจันทาราม (ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ทำบูรณะ สร้างและขยายวัด จากเดิมมีพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 07 2/10 ตารางวา จนกระทั่งเป็นวัดที่มีบริเวณพื้นที่ประมาณ 289 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา มีอาคารและถาวรวัตถุต่าง ๆ จำนวน 144 รายการในวัด สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 611,949,193 บาท สิ่งก่อสร้างทั้งในวัดและนอกวัด อาทิเช่น หอสวดมนต์, พระพุทธรูป, อาคารปฏิบัติกรรมฐาน, ศาลาการเปรียญ, วิหาร 100 เมตร, โบสถ์ใหม่, บูรณะโบสถ์เก่า, ศาลา 2 ไร่, 3 ไร่, 4 ไร่ และ 12 ไร่, หอไตร, โรงพยาบาลศูนย์แม่และเด็ก ชนบทที่ 61, พระจุฬามณี, มณฑปท้าวมหาราชทั้ง 4, พระบรมราชานุสาวรีย์ 6 พระองค์, พระชำระหนี้สงฆ์, โรงไฟฟ้า, โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา, ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารตามพระราชประสงค์ เป็นต้น ทั้งยังได้ช่วยการก่อสร้างที่วัดอื่น ๆ ในประเทศไทยอีกมากมาย

    พ.ศ. 2520 อายุ 61 ปี ตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

    พ.ศ. 2526 อายุ 67 ปี สร้างโรงพยาบาลแม่และเด็กชนบทที่ 61 และมอบให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

    พ.ศ. 2528 อายุ 69 ปี สร้างโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา

    พ.ศ. 2535 อายุ 76 ปี ได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต เข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2535 เวลา 16.10 น. ปัจจุบันศพของหลวงพ่อได้บรรจุไว้ในโลงแก้วบนบุษบกทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีอันวิจิตรงดงาม ณ วัดจันทาราม ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี.

    42641606_1650842658360804_5552971257177178112_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f607.png บุญสองเด้ง
    1f64f.png ขอเชิญลูกหลานพระเพชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุง ร่วมบุญถวายสังฆทานน้อมถวายผลบุญแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราในวาระวันมรณะภาพครบรอบ26ปีในวันที่29-30กันยายนนี้ค่ะ..
    และขอเชิญร่วมบุญเป็นเจ้าภาพทองคำแท้เพื่อเททองหล่อท่านอินทกะทั้งสี่พระองค์ค่ะ(เททองหล่อวันที่29เวลา19.00น.ทองคำขนาด1กรัม1,450บาทเงินที่เหลือจะนำไปถวายสังฆทานทั้งหมดค่ะ)
    ท่านใดจะร่วมบุญโอนธ.กสิกรไทย004-3-8812-4
    น้ำฝน บุญสิงห์ค่ะปิดรับวันที่30กันยายนเวลา12.00น.
    1f449.png การบอกบุญนี้เป็นความศรัทธาของน้ำฝนและคณะญาติธรรมไม่เกี่ยวข้องกับวัดท่าซุงแต่อย่างใด

    42681400_1650867781691625_8234733284722999296_n.jpg
    42675094_1650867818358288_5237506884243554304_n.jpg
    42670166_1650867868358283_7745474335762022400_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f607.png น้ำฝนเป็นตัวแทนทุกท่านที่ร่วมบุญมา ถวายแหวนทองคำแท้ขนาด2กรัม(2,900บาท)แก่พระครูปลัดสมนึก เจ้าอาวาสวัดท่าซุงและร่วมพิธีเททองหล่อท่านอินทกะ4พระองค์
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านอนุโมทนาบุญด้วยกันค่ะ

    42540277_1652084354903301_7639029098953572352_o.jpg
    42723537_1652084458236624_1109741715889061888_o.jpg
    42745787_1652084541569949_5648942876931915776_o.jpg
    42719834_1652084641569939_6068473603072983040_o.jpg
    42758776_1652084728236597_7809679067430518784_o.jpg
    42872972_1652084791569924_2547227541412773888_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    2728.png งานบุญที่ฝนได้ลงบอกบุญชวนลูกหลานพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้สำเร็จเรียบร้อยทุกๆประการค่ะ
    1.ซื้อทองคำขนาด2กรัมจำนวน(2,900บาท)
    2.ถวายสังฆทานชุดพิเศษ4ชุด(8,000บาท)
    2728.png รายการที่ทำบุญวันที่29กันยายน2561ถวายทองคำพระครูปลัดสมนึก2กรัม,ถวายสังฆทานชุดพิเศษ1ชุด
    2728.png รายการร่วมบุญวันที่30กันยายน2561ถวายสังฆทานชุดพิเศษ3ชุดและโอนเงินที่เหลือเข้าบัญชีวัดท่าซุงจำนวน545บาทค่ะ
    2728.png ยอดเงินที่บอกบุญได้ทั้งหมด11,445บาทค่ะ
    กดออกถวายสังฆทานเมื่อวันทีา29กันยายนจำนวน2,000บาท(ค่าบริการ20บาท)ฝนได้โอนคืนค่าบริการไปแล้วนะคะ…
    1f607.png รวมที่ทำบุญทั้งหมด2,900+8,000+545บาท
    ยอดรวม11,445บาทค่ะ
    1f64f.png ขอน้อมถวายกุศลนี้แด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระขอหลวงพ่อโปรดรับและโปรดอภิบาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายอยู่ในอริยมรรค…ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

    42824048_1653157314796005_8515632714341154816_o.jpg
    42845508_1653157434795993_2010836626367840256_o.jpg
    42860163_1653157584795978_2755963287005822976_o.jpg
    42778431_1653157654795971_7734072980002570240_o.jpg
    42799980_1653157764795960_1733216709222858752_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    #อานิสงส์การสวดอิติปิโส

    ที่ลูกหลานหลวงพ่อสวดอิติปิโสกันทุกวันถวายหลวงพ่อ หลังจากสวดจบแล้ว หลวงพ่อ (พระราชพรหมยาน) ท่านพูดถึงการสวดอิติปิโส ว่ามีอานิสงส์อย่างไรต่อบรรดาลูกหลาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    หลวงพ่อ : “วันนี้เมื่อกี้พอเขาสวด ก็เริ่มจิต
    สบาย ใจก็จับอยู่ที่พระใช่ไหม เป็นธรรมดา ได้ยินเสียงสวดมนต์นี่ไม่ได้หรอกได้ยินเสียงสวดมนต์ปั๊บ จิตจะเข้าสู่ปกติของมันทันที จะเห็นอะไรทั้งหมด ได้เห็นบัญชี ๒ บัญชี มายืนอยู่ข้างหลัง”

    ผู้ถาม : “อะไรบ้างครับ..?”

    หลวงพ่อ : “บัญชีนรก และก็บัญชีสวรรค์
    บัญชีนรกน่ะ ลุง (พยายม) ใช่ไหม บัญชีสวรรค์คือ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร จดเหมือนกันว่าทุกคนที่เจริญ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติกรรมฐาน

    การสวดนี่เขาถือกันว่าเป็นสมาธิในกรรมฐานในอนุสสติ ๓ อย่าง อานิสงส์สูงมาก นี่ฉันรู้วันนี้นะ เพิ่งรู้เมื่อกี้นี้ อานิสงส์มากจริงๆ และก็ลุงก็เลยล้อว่า “ไอ้พวกนี้มันแกล้งไม่ไปนรก มันนึกว่ามันสวดให้พ่อมันความจริงมันได้” (หัวเราะ) ..”

    ผู้ถาม : “ผมนึกว่าได้หลวงพ่อองค์เดียว”

    หลวงพ่อ : “ที่ไหนได้ล่ะ เขาสวดยาวเหยียดเลย ทำมากี่ปีแล้ว เท่าไหร่แล้ว อานิสงส์เป็นยังไงแล้ว แล้วก็การสวดอิติปิโส สรรเสริญทั้งคุณพระพุทธเจ้า สรรเสริญคุณพระธรรม พระอริยสงฆ์ระดับ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์

    สุปฏิปันโน นี่ พระโสดาบัน
    อุชุปฏิปันโน นี่ พระสกิทาคามี
    ญายะปฏิปันโน นี่ พระอนาคามี
    สามีจิปฏิปันโน นี่ พระอรหันต์
    สามี ผัว (หัวเราะ) ความจริงภาษาบาลีเรียก”ปติ”
    “ปติ” นี่เขาแปลว่า ผัว “สามี” นี่แปลว่านาย คือผู้เป็นใหญ่ เราใช้ผิด

    คือว่าท่านบอกว่า ไอ้บทท้ายนี่ให้ใช้ทุกวัน อย่าลืม ที่บอกว่า ให้เข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด ท่านบอกว่า”ถ้าคนไหนถ้าตัวหนังสือที่จดไว้เป็นแก้ว คนนั้นไปนิพพานชาตินี้แน่”มันจะเปลี่ยนสีทุกวัน มันจะค่อยๆใสทุกวันๆ ขึ้นไปนะ”

    ผู้ถาม : “แสดงว่าทุกคนที่นั่งอยู่นี่ ก็ใสเป็นแก้วหมดแล้ว”

    หลวงพ่อ : “บางคนก็เป็นแก้วเหล้า บางคนก็เป็นแก้วเบียร์ แก้วน้ำชา นี่ยังดีดีกว่าแก้วปลาร้า แต่ว่าเอาส่วนใหญ่กันจริงๆ นะ มีหวัง เมื่อกี้นี้เขาบัญชีมาให้ดูตัวใสขึ้นมาก ท่านบอกตัวใสๆ แบบนี้มีหวังทุกคน ให้ดูสีตัวหนังสือที่เขียนนะ”

    ที่มาจาก ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๓๐๑ หน้า ๘๐

    42878850_1653219001456503_7276560801501020160_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f52f.png ผู้ที่จะมาบูรณะวัดท่าซุงในกาลข้างหน้า 1f52f.png

    1f6a9.png ท่านบอกว่าในจำนวน ๕ ทหารเสือนี่แหละ ในจำนวน ๒ คนนี้ซึ่งมีเชื้อสายมาจากพุทธภูมิ ในอดีตทั้ง ๒ คนนี้เคยอยู่ที่ อิตาลี และเยอรมัน คนหนึ่งจะได้มาเป็นพระอรหันต์องค์นั้น ส่วนอีกคนจะมาเกิดเป็นพระเจ้าธรรมิกราชตามพุทธพยากรณ์นั้น และสถานที่แห่งนี้หลวงพ่อได้เคยเล่าให้พระฟังหลังจากทำสังฆกรรมในพระอุโบสถเมื่อประมาณ ๒-๓ ปีก่อนว่า สถานที่บริเวณวัดท่าซุงแห่งนี้ตั้งแต่อดีตกาลนานมาแล้ว ได้มีผู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว ๗๒ องค์ โดยท่านทั้งหมดได้มาปรากฎแล้วบอกให้หลวงพ่อทราบ อีกทั้งหลวงพ่อยังได้ตั้งสัตยาธิษฐานฝากลูกหลานของท่านไว้ดังนี้

    1f4a5.png 1f4a5.png “ฉันขอตั้งสัตยาธิษฐาน อ้างคุณพระศรีรัตนตรัย มีองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข พร้อมด้วยพระอริยสงฆ์ทั้งหมด และพรหมและเทพเจ้าทั้งหมด
    1f31f.png ขอทุกท่านจงกำหนดจิตจดจำลูกหลานของฉันไว้ว่า บุคคลใดก็ตาม เมื่อเวลาจะตายขอให้สติสัมปชัญญะสมบูรณ์ มีจิตน้อมไปในกุศลกรรม และขอให้ได้รับผลที่ฉันได้ทำไปแล้วทุกประการแก่ลูกหลานของฉันทุกคน เวลานี้ฉันมองดูแล้วนะ ตรวจดูแล้ว สิ่งที่ฉันต้องการมันสมใจนึกแล้ว ฉันมีความอิ่มใจบอกไม่ถูก ปลื้มใจที่ความปรารถนาสมหวังที่ฉันตั้งใจไว้นาน ปรารถนาไว้นาน คิดว่าจะทำไม่ได้แต่เวลานี้ทำได้แล้ว
    1f506.png ลูกหลานของฉันทุกคน มีศรัทธาเป็นอจลศรัทธาแล้ว มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนาแล้ว มีความดีพอสมควรแล้ว”

    1f52f.png พุทธพยากรณ์อนาคตของวัดท่าซุง 1f52f.png

    2600.png “สถานที่นี้จะเป็นศูนย์ที่มีความสำคัญต่อไปในเบื้องหน้า วัดนี้ถ้ามันจะพังจริงๆ ก็ต้องพุทธศักราชสิ้นไป ๔,๕๐๐ ปีเศษ คือ ๔,๕๐๐ ปีเศษวัดนี้จึงจะสลายตัว นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหลังจากฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ แล้ว ท่านบอกว่า “จากนี้ไป ๓ ปี วัดนี้จะมีพระอริยเจ้าประจำตลอดไปจนถึงพระพุทธศาสนาล่วงไปถึง ๔,๕๐๐ ปี หลังจากนั้นจึงขาดพระอริยเจ้า ส่วนคำสอนของวัดท่าซุงจะอยู่เป็นหลักตลอดไปถึง ๔,๕๐๐ ปีเช่นกัน…”

    2734.png จากหนังสือ “อนุสรณ์ครบ ๑๐๐ ปีเกิด หลวงพ่อพระราชพรหมยาน”(ปกแข็งสีทอง) หน้าที่ ๑๘ – ๑๙
    1f58a.png คัดลอกโดย ธัมม สุขโข

    43049770_1654289724682764_5545519875465674752_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f603.png ช่วงนี้อาจจะบอกบุญบ่อยสักหน่อยใครพอมีกำลังก็มาร่วมบุญกันนะคะคนละเล็กละน้อยตามกำลังค่ะ..
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมร่วมบุญเครื่องขยายเสียงในงานกฐินของสวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่ สุพรรณบุรีในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 นี้ค่ะ
    1f50a.png เครื่องขยายเสียงงบประมาณ 4,500 บาทค่ะ
    ขอแบ่งเป็น45กองบุญๆละ100บาทนะคะ..
    1f64b.png หรือท่านใดจะรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมดยินดีค่ะ
    ติดต่อเข้ามาที่ฝนได้เลยนะคะ
    1f4f2.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย023-3-52102-7
    1f33a.png น้ำฝน บุญสิงห์
    1f343.png 1f33a.png 1f50a.png อานิสงส์ของการถวายเครื่องขยายเสียง
    1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png 1f50a.png
    2728.png 2b50.png 2b50.png 2728.png ส่งผลให้เกิดภพชาติใดจะมีชื่อเสียงโด่งดัง ไปทั่วทุกสารทิศ ไปไหนก็มีคนรู้จักเคารพนับถือ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็จะเจริญก้าวหน้า
    1f50a.png เป็นผู้มีวาจาดังกังวาน 2728.png และคำพูดศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่น่าเกรงขาม น่าเชื่อถือ น่าเคารพ ยังส่งผลให้ติดต่อค้าขายเจรจาดีมาก มีความจำเป็นเลิศ อายุยืนยาว

    1f50a.png แก้กรรม ให้กับผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้ชื่อเสียง หรือ เสียงอย่างนักร้อง ผู้ที่มีความบกพร่องทางเสียง พวกเสียงแหบ เสียงแห้ง ทั้งหลาย และคนที่ต้องติดต่อทำการค้า เจรจาต่อรอง
    ติดตามรายละเอียดของงานบุญทุกงานได้ที่
    https://www.facebook.com/profile.php?id=100004016811944

    43202993_1657309057714164_8400207860557938688_n.jpg
    43221156_1657309091047494_7100617616544235520_n.jpg
    43089978_1657309127714157_3831588269481525248_n.jpg
    43053179_1657309164380820_6306039990950297600_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    อานิสงส์ของทานและการชักชวนคนอื่นทำบุญ..โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง

    การให้ทานนี้อย่างลืมนะว่าถ้าใจยังไม่หนักแน่นพอ คนที่เรายังไม่ชอบใจอย่างเพิ่งให้ ให้แต่คนที่เรารักหรือคนที่เราไม่เกลียดต่อไปถ้ากำลังใจสูงขึ้น จิตสบาย มีอุเบกขาดี มีเมตตาบารมีสูง ก็ให้ไม่เลือก ให้เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ คือกิเลสของเรา

    กำลังใจในการให้ทานน่ะเป็นจาคานุสสติ ก่อนที่จะคิดให้เป็นจาคานุสสติ อันนี้อนุสสติอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ามีประจำใจแล้วมันก็ตกนรกไม่ได้ จะยกตัวอย่าง มันก็ยาวเกินไป จะขอพูดถึง อานิสงส์การให้ทาน ที่สมเด็จพระพิชิตมารทรงตรัสว่า สมัยพระพุทธกัสสปท่านเทศน์อย่างนี้ ท่านบอกว่า

    บุคคลผู้ใดให้ทานด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนคนอื่น ตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดใหม่จะมีทรัพย์สมบัติมาก จะเป็นคนร่ำรวย เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี แต่ว่าขาดเพื่อน ขาดคนเป็นที่รัก มันก็โดดเดี่ยวแย่เหมือนกัน

    บุคคลผู้ใดดีแต่ชักชวนบุคคลอื่น แต่ว่าตนเองไม่ให้ทาน ท่านบอกว่าตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดชาติใหม่ มีพรรคพวกมาก แต่ยากจน

    บุคคลใดให้ทานด้วยตนเองด้วยแล้วก็ชักชวนบุคคลอื่นด้วย ตายจากชาตินี้ไปเกิดใหม่ เป็นคนรวยด้วย มีพวกมากด้วย

    บุคคลใดไม่ให้ทานด้วยตนเองด้วย แล้วไม่ชักชวนชาวบ้านด้วย จะไม่มีทรัพย์สมบัติเป็นคนยากจนเข็ญใจ เกิดเป็นคนยากจนไม่มีคนคบหาสมาคม ขอทานก็ยาก เป็นยาจก ขอทาน แล้วขอก็ไม่ค่อยจะได้ ไม่มีใครเขาอยากจะให้ มีแต่คนรังเกียจ

    การให้ทานที่ก่อนจะถึงนิพพานน่ะ เราจะต้องมีความสุขในทรัพย์สมบัติก่อน จะไปคิดว่าการให้ทานเป็นการกำจัดโลภะความโลภ หรือมีผลอันน้อยแค่กามาวจรอันนี้ไม่ถูก ถ้าเราจะไปนิพพาน ถ้าเราลำบากมันไปยาก ใจไม่สบาย จะเล่านิทานสักเรื่องหนึ่ง เอาไหม มันจะช้าก็ช้า จะจบเมื่อไรก็ช่าง ก็เล่าสู่กันฟัง

    ในสมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่มีคนหนึ่งเขามาเกิด แต่คนคนนี้น่ะในชาติก่อนๆ เวลาบำเพ็ญบารมีตัดทานบารมีออกจากใจ แต่ความจริงเขาก็ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของใคร เขามีจาคานุสสติกรรมฐานเป็นปกติ ได้จาคานุสสติกรรมฐาน ตัวนี้เขาไม่ได้ให้ แต่จิตเขาละความโลภ คือละความอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นที่ใครไม่ให้เขาโดยชอบธรรมน่ะเขาไม่เอา เขาไม่อยากได้ แต่ว่าเขาไม่ให้ทาน ที่ว่า “ทานัง สัคคโสน ปาณัง” ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ทานเป็นบันไดให้ไปเกิดบนสวรรค์” เขาบอกว่ามันต่ำไป เอาบุญที่เป็นปรมัตถบารมีดีกว่า คือ

    ๑. มีศีลบริสุทธิ์
    ๒. สมาธิตั้งมั่นก็ระงับนิวรณ์
    ๓. มีปัญญาแจ่มใส เพื่อตัดกิเลส

    ก็เป็นการบังเอิญว่าชาตินั้นเขายังไม่ได้เป็นพระอริยเจ้าก็ต้องตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นเทวดา ก็สงสัยอาจจะเป็นเทวดาคนจนก็ได้ ทิพย์สมบัติอาจจะสู้ชาวบ้านเขาไม่ได้ ทีนี้ก็กลับมาเกิดใหม่ มาเกิดเป็นลูกหญิงแพศยา เป็นโสเภณี
    โสเภณีเวลานั้นถือว่าเป็นตระกูล เป็นอาชีพอาชีพหนึ่งสังคมหรือสมาคมหนึ่ง แต่ว่าโสเภณีน่ะเขาต้องการเฉพาะลูกผู้หญิง เขาไม่เหยียดหยามเหมือนสมัยนี้ว่าโสเภณีเลวไม่ใช่อย่างนั้น เขาถือว่าโสเภณีก็เป็นตระกูลหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี พอออกมาเป็นลูกผู้ชาย เขาไม่ต้องการ เขาก็เลยไปหมกป่าไว้ ทิ้งปล่อยให้ตาย ก็สืบตระกูลเป็นโสเภณีไม่ได้
    เวลานั้นโสเภณีผู้ชายยังไม่มี ถ้าบังเอิญมีโสเภณีผู้ชายอย่างสมัยนี้ บางประเทศก็จะหากินคล่องเหมือนกัน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของบุคคลแต่ละคน
    ก็รวมความว่าเขาเกิดมาไม่มีความสุข ถูกปล่อย แต่เขาก็ไม่ตาย เขาไม่ตายเพราะอะไร เพราะว่ามีบุญรักษา เขาจะเป็นอรหันต์ในชาตินี้ เขาถูกหมกอยู่อย่างนั้นไม่ตาย ถูกแวดล้อมไปด้วยสัตว์รักษาไว้ จนกระทั่งเป็นหนุ่มเดินไปเดินมา เดินเที่ยวไปก็ไม่มีอะไรจะกิน แต่บุญรักษาเติบโตขึ้นมาได้โดยไม่ต้องกินอาหาร
    ต่อมาวันหนึ่งเดินเข้าไปชายป่า เห็นคนเขาเอาอะไรมาฝังไว้เป็นลูกเขาออก เอารกมาฝังก็แอบดู พอเขาไปแล้วก็ย่องเข้าไปขุดเห็นรกเด็ก เลยนำรกมากิน ในชีวิตเขาได้กินเท่านั้นอย่างเดียว นี่การขาดทานบารมี หลังจากนั้นก็เดินไปเดินมาเห็นพระท่านมีความสุข เลยขอบวช พระอุปัชฌาย์ก็ให้บวช
    ในเมื่อบวชแล้วเวลาบิณฑบาตตอนเช้า พระใหม่ก็ต้องเดินข้างหลังตามระเบียบ เพราะเดินตามอาวุโส ชาวบ้านใส่บาตรจากหน้า พอจะถึงองค์หลัง ข้าวหมดพอดี นี่อานิสงส์ของการไม่ให้ทาน ท่านก็เดือดร้อน ไม่ได้กินข้าว อุปัชฌาย์ต้องแบ่งให้ ถึงอุปัชฌาย์จะแบ่งให้ หาเองไม่ได้ ใจก็ไม่สบาย
    วันที่สอง ท่านอุปัชฌาย์บอกว่า “วานนี้เขาใส่หน้าไม่ถึงหลัง วันนี้คุณเดินข้างหน้า ทุกคนใส่จะต้องถึงคุณ” แต่ความจริงพระอุปัชฌาย์เป็นพระอรหันต์ อย่างต่ำก็ต้องเป็นวิชชาสามหรืออภิญญาหกแน่ เพราะรู้เรื่องในใจดี รู้กฎของกรรมดี ท่านต้องการพิสูจน์ผลว่า คนไม่ให้ทานนั้นมันมีผลเป็นอย่างไร
    วันที่สอง ชาวบ้านว่า “วานนี้ใส่หน้าไม่ถึงหลังวันนี้รวมกันใส่จากหลังมาหาหน้า” พอจะถึงองค์หน้าข้าวหมดพอดี แต่ความจริงเขาตั้งใจจะให้ถึง แต่กฎของกรรมมันบันดาลให้ตักข้าวหมด
    วันที่สาม อุปัชฌาย์บอกว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณยืนกลาง เขาใส่ทางไหนมันพอทั้งนั้น” เป็นอันว่าท่านยืนกลาง วันที่สาม ชาวบ้านบอกว่า “วันต้นใส่หน้าไม่ถึงหลัง วันที่สอง ใส่หลังไม่ถึงหน้า วันนี้เราแบ่งเป็นสองพวก ใส่จากข้างหน้ามาหนึ่งพวก ใส่จากข้างหลังมาหนึ่งพวก” เขาก็ทำตามนั้น ปรากฏว่าทั้งสองพวกพอจะถึงองค์กลางข้าวหมดพอดี
    วันที่สี่ พระอุปัชฌาย์บอกว่า “ยืนรองฉัน มันใส่แบบไหนถึงทั้งนั้น
    ในวันต่อมาเขาใสบาตรตามระเบียบ ใส่บาตรที่ ๑ เขาไม่เห็นบาตรที่ ๒ ไปใส่บาตรที่ ๓ พอวันต่อมาอุปัชฌาย์บอกว่า “คุณยืนรองฉัน” ท่านเอามือจับบาตรไว้ เขาจึงเห็นบาตรของท่าน
    นี่การให้ทานถ้าบารมีไม่เต็มจริงๆ ถ้าไปโดนเข้าแบบนี้เราจะถูกความหิวทรมานขนาดไหน แต่นั่นบังเอิญเป็นบารมีของท่านเต็มจะได้เป็นพระอรหันต์ ยังต้องถูกทรมานจิตใจแบบนั้น เห็นโทษเห็นทุกข์แห่งการเกิด อุปัชฌาย์แนะนำไม่นานนักท่านก็เป็นอรหันต์ เมื่อเป็นอรหันต์แล้วชาวบ้านก็เห็นบาตรเพราะเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว

    43145674_1657543684357368_5292057985424556032_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    #การอุทิศส่วนกุศล
    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ ลูกทำสังฆทานให้สัมภเวสี ถ้ากลับไปแล้วจะ กรวดน้ำ ให้ได้ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “การอุทิศส่วนกุศล ในพระพุทธศาสนานี่ไม่มีน้ำ แต่ว่าที่พระเจ้าพิมพิสารทำเป็นองค์แรก เพราะว่าศาสนาพราหมณ์ เขาถือว่าถ้าจะให้อะไรกับใคร ต้องให้คนนั้นแบมือแล้วเอาน้ำราดลงไป และตอนที่พระเจ้าพิมพิสารทำ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ห้าม เพราะเป็นประเพณีนิยม

    เวลาที่พระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนกุศลต้องใช้น้ำ เพราะว่าท่านเพิ่งพบพระพุทธเจ้า ประเพณีของพราหมณ์ยังชินอยู่ แต่ว่าใจท่านตั้งตรง เวลาอุทิศส่วนกุศลจริงๆ ในพระพุทธศาสนา ไม่ต้องใช้น้ำ ผีกับเปรตต้องรีบวิ่งกลับ เพราะไม่ได้กินแน่ เพราะฉันเคยพบมาแล้ว แต่ไม่มีน้ำน่ะว่า “อิมินา” เพลินไป ยังไม่ถึงครึ่ง ก็มีคน ๒ คนถือโซ่มาคล้องคอปั๊บลากไปเลย”

    ผู้ถาม :- “มีบางคนบอกว่า “กรวดน้ำแบบแห้ง” ตายไปชาติหน้าจะแห้งแล้งเพราะไม่มีน้ำ โบราณพูดอย่างนี้จะจริงหรือเปล่าคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “เขาพูดได้ยินหรือเปล่า คนที่พูดมาได้ยินหรือเปล่า … คนโบราณพูดอย่างนี้ คนโบราณพูดหรือเปล่า … ถ้าได้ยินแสดงว่าเขาพูดจริง แต่ก็ไม่ได้แห้งแล้งจริง

    การอุทิศส่วนกุศล พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ใช้น้ำ ฉันใช้น้ำวันเดียววันบวช ว่าไม่ถูกเลย ต้องระวังน้ำหยดอีก ผีไม่ได้กินน้ำ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยใช้น้ำเลย ก็เห็นผีได้รับ แต่ชาติหน้าถ้าจะทำอย่างนั้น ถ้าฉันยังไม่ตายก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรนะ กินน้ำเกลือเผื่ออยู่แล้ว เผื่อชาติหน้าจะอด”

    ผู้ถาม :- “อ้อ… มิน่าละ หลวงพ่อถึงให้น้ำเกลือบ่อยๆ”

    หลวงพ่อ :- “ใช่ มีทั้งน้ำสะอาด น้ำเกลือ น้ำหวาน เผื่อไว้ตลอด

    รวมความว่า เวลาจะอุทิศส่วนกุศล ให้ใช้ภาษาไทยสั้นๆ อย่างทำบุญสังฆทาน เราก็ตั้งใจว่า “การบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ผลนี้จะมีแก่ข้าพเจ้าเพียงใด ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่ …(บอกชื่อ)… ขอให้มาโมทนารับผลเช่นเดียวกับข้าพเจ้า”

    และตอนที่พระสงฆ์ให้พรนี้ ก็ขอเจ้าภาพทุกท่านที่บำเพ็ญกุศลแล้ว ตั้งจิตปรารถนาเอาตามประสงค์ สมมติท่านทั้งหลายตั้งใจเพื่อ พระนิพพาน อันนี้ก็ต้องเผื่อไว้ด้วยว่าหากสมมติว่าเราตายจากชาตินี้แล้ว ยังไม่ถึงซึ่งพระนิพพานเพียงไร สมมติว่าเราตาย ถ้าเราไม่เผื่อไว้ละก็มันจะขลุกขลัก ฉะนั้นการอธิษฐานจิต คือตั้งอธิษฐาน เขาเรียกว่า อธิษฐานบารมี

    เจริญพระกรรมฐานก็ดี ถวายสังฆทานก็ดี อธิษฐานว่า “ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน แต่ทว่าถ้าหากข้าพเจ้ายังเข้าไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด จะเกิดใหม่ไปในชาติใดก็ตาม ขอคำว่าไม่มีจงอย่าปรากฎแก่ข้าพเจ้า” ถ้าเราต้องการอะไรให้มันมีทุกอย่าง จะไม่รวยมากก็ช่าง เท่านี้ก็พอแล้ว”

    ผู้ถาม :- “เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลัง จะได้ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่ง สักกี่ปีๆ บุญก็ยังมีอยู่ ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้วเดี๋ยวเดียวมันหายไป ไม่ใช่อย่างนั้นนะ”

    ผู้ถาม :- “แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศล จะได้บุญเต็มที่ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศลนี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียว ใช่ไหม … ทีนี้ถ้าเราให้เขา ของเราไม่หมด อีกส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบจากของเดิม

    อย่างเรื่องของ พระอนุรุธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคน เกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะ จะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านมารับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

    “สมมติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยม แล้วคบทุกคนก็สว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไหม…?”

    ท่านอนุรุธ ก็บอกว่า ไม่ยุบ

    แล้วท่านก็บอกว่า “การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเรา เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์”

    ผู้ถาม :- “การแผ่ส่วนกุศลไปให้แก่บิดามารดา ท่านจะได้รับผลไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “การได้รับส่วนกุศลนี่ ถ้าหากท่านมีโอกาสโมทนา ท่านก็ได้รับ ถ้าท่านไม่มีโอกาสโมทนา ก็ไม่ได้รับ เหมือนเราเอาสิ่งของไปให้ แต่ผู้รับเขาไม่รับ เขาจะได้ไหม … ถ้าพวกเขาอยู่ในนรก ไฟไหม้ทั้งวัน ถูกสรรพาวุธสับฟันทั้งวัน ถ้าเราเอาขนมไปให้กิน เขากินได้ไหม”

    ผู้ถาม :- “ไม่ได้ค่ะ”

    หลวงพ่อ :- “อยู่ในแดนเปรต ๑๑ จำพวก ไม่ได้รับ แต่ถ้าเป็นพวกที่ ๑๒ ปรทัตตูปชีวีเปรต พวกนี้มีโอกาสโมทนา”

    ผู้ถาม :- “แล้วผู้สร้างจะได้ไหมคะ”

    หลวงพ่อ :- “ไม่แน่ ถ้าสร้างดีก็ได้บุญ ถ้าสร้างไม่ดีก็ได้บาป”

    ผู้ถาม :- “เป็นไงคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “คือก่อนทำบุญ ก็กินเหล้าก่อน พอพระไปก็กินเหล้ากันแล้ว ถ้าหากมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีบาป มีแต่บุญ ผู้สร้างได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือบุญนี่จะได้แก่ผู้สร้างก่อน แล้วผู้สร้างอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่น ถ้าเขามีโอกาสโมทนา ก็ได้รับ”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อครับ คำว่า เจ้ากรรมนายเวร นี่หมายถึงใครบ้างครับ …?”

    หลวงพ่อ :- “เจ้ากรรมนายเวรนี่ตัวตนไม่มีหรอก มันเป็นเรื่องของกรรม ที่เป็น อกุศลกรรม ถ้าบอกว่า เจ้ากรรมนายเวร ก็หมายถึง บาปที่เป็นอกุศลที่เราทำไว้

    ตัวจริงที่เราเคยทำเขาไม่มายุ่งกับเราหรอก อย่างเราฆ่าปลาตาย ปลาเขาก็ไม่มายุ่งกับเรา แต่ว่ากฎของกรรมมันมาเล่นงานเรา ถ้าปลานั่งจองเวรคอยลงโทษเรา แกก็ไม่ต้องไปเกิดละ

    คำว่า เจ้ากรรมนายเวร นี่นะ ถ้าพูดตามส่วนจะว่าไม่มีก็ไม่ได้ ถ้าหากเราปฏิบัติถึงขั้น สุกขวิปัสสโก เราจะบอกว่าไม่มีตัวเพราะไม่เคยเห็น แต่ว่าตั้งแต่ เตวิชโช ขึ้นไปเขาเห็น ต้องพูดตามขั้นนะ ถ้าเราว่ากันตามหนังสือก็คิดว่าจะไม่มี”

    ผู้ถาม :- “แล้วถ้าเราอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เขาจะได้รับไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “คือว่าอุทิศไปให้เขาจะได้รับหรือไม่ได้รับก็ตาม บุญที่เราทำเป็นผลให้เกิดความสุข ไอ้กรรมต่างๆ ที่เป็นอกุศลที่เราทำไปแล้ว เราไปยั้งมันไม่ได้ แต่ทว่าถ้าเราทำกรรมดีมีกำลังเหนือมันก็กวดไม่ทันเหมือนกัน

    สำหรับคำอุทิศส่วนกุศลที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ ก็ยาวเหมือนกัน แต่ยาวตามท่านบอก บทอุทิศส่วนกุศลท่อนแรก ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร นั่นหลวงปู่โตมาบอก แล้วก็บทอุทิศส่วนกุศลอีก ๓ ท่อน พระยายมราชบอกมา

    สำหรับตอนที่สองที่ให้เทวดาโมทนา ท่านบอกว่า
    “เวลาอุทิศส่วนกุศลน่ะ ขอบอกให้ผมเป็นพยานด้วย”

    ท่านบอกว่า
    “ลูกหลานของท่านก็คือลูกหลานของผม และมันก็ไม่แน่นักหรอก บางทีไปอยู่สำนักผม มันอาจจะลืมก็ได้ เขาอาจจะนึกถึงบุญไม่ออก ถ้านึกถึงบุญไม่ออก ผมก็จะได้บอกว่า เขาสั่งให้เป็นพยาน

    มันเป็นธรรมดา ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป บางทีกรรมบางอย่างมันปกปิด เวลาถามเรื่องบุญนี่มันนึกไม่ออก ถ้านึกไม่ออกก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องปล่อยตกนรก หากว่าถาม ๓ เที่ยวนึกไม่ออก ผมจะได้ประกาศว่า นี่เขาเคยบอกฉันไว้ เวลาทำบุญเขาบอกให้ฉันเป็นพยาน แล้วก็ประกาศกุศลนั้น ก็ได้ไปสวรรค์”

    ผู้ถาม :- “ทีนี้การอุทิศส่วนกุศลแก่บุคคลต่างๆ ที่ตายไปแล้ว จำเป็นไหมครับว่าจะต้องออกชื่อ รู้สึกว่ามีมากเหลือเกิน”

    หลวงพ่อ :- “ถ้านึกได้ก็ออกชื่อเขาก็ได้ ถ้าออกชื่อน่ะดีอยู่ อย่างถ้ากรรมหนาอยู่นิด ถ้าออกชื่อเจาะจงเขาได้เลยนะ ถ้านึกไม่ออกก็ว่ารวมๆ “ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี” เอายังงี้ดีกว่า ถ้าขืนไปไล่ชื่อ น่ากลัวจะไม่จบ

    มันมีอยู่คราวหนึ่ง นานแล้ว ไปเทศน์กัน ๓ องค์ บังเอิญที่ไปก็มีอารมณ์จิตคล้ายคลึงกัน เวลาเพลเขาก็ถวายอาหาร ก็มีพระอื่นด้วยรวมแล้ว ๕ องค์

    ทีนี้ตาทายกเขานำอุทิศส่วนกุศลวันในนั้น แกก็ออกชื่อคนตาย แล้วก็บรรดาญาติทั้งหลายที่ตายไปแล้ว บอกเท่านั้นแหละ พวกผีก็เข้ามาเป็นหมื่นล้อมรอบศาลาอยู่ ไอ้คนที่เป็นญาติรับโมทนาแล้วผิวพรรณดีขึ้น ไอ้พวกที่มิใช่ญาติก็เดินร้องไห้กลับ

    พอเขานิมนต์ขึ้นไปเทศน์ ตอนลงท้ายเขาถามถึงว่าการอุทิศส่วนกุศลทำยังไง องค์ที่มีปากร้ายอยู่สักหน่อยบอกว่า

    ญาติโยมที่นำอุทิศส่วนกุศล อย่าให้ใจแคบเกินไปนักซิ อย่าลืมว่าการทำบุญแต่ละคราว พวกปรทัตตูปชีวีเปรตก็ดี พวกสัมภเวสีก็ดี จะมายืนล้อมรอบ อย่างสวดบท “อยัญจะโข” น่ะ พวกบรรดาผีทั้งหลายทั่วบริเวณจะคอยโมทนา แต่ถ้าเราให้แต่ญาติ ญาติก็จะได้ แต่บุคคลอื่นไม่ใช่ญาติจะไม่ได้ ฉะนั้นก็ควรจะให้ต่อๆกันไป คือว่าให้ทั้งหมด “ทั้งญาติและไม่ใช่ญาติ”

    ของฝากจากพระยายม

    (เรื่อง การอุทิศส่วนกุศล ท่านพระยายม (ลุงพุฒิ) ท่านมาสั่งหลวงพ่อให้บอกลูกหลาน เมื่อวันปวารณาออกพรรษาปี ๒๕๓๑ ซึ่งหลวงพ่อได้เล่าให้ฟังดังนี้)

    หลวงพ่อ :- พระยายมกับท่านลุง (นายบัญชี) มาเที่ยววันออกพรรษา บอกว่า “คนที่ผมจะช่วยได้ ต้องเฉพาะคนที่ผ่านสำนักผมเท่านั้นนะ”

    ถามท่านว่า “ลุงมีข่าวอะไร ส่งข่าวบ้างล่ะ”

    ท่านบอก “ไม่มี ผมหยุดนรกการ ๓ วัน”

    รู้จักไหม … ชาวบ้านเขาหยุดราชการ ใช่ไหม … ท่านหยุดนรกการ ๓ วัน เมื่อวานนี้ (ออกพรรษา) วันนี้ (ปวารณา) และพรุ่งนี้

    ถาม “ทำไม”

    ท่านบอกว่า “วันสำคัญนี่ วันมหาปวารณาผมไม่สอบสวน”

    เลยถามว่า “ถ้าเวลาที่ลุงไม่สอบสวน พวกที่คอยการสอบสวน เขามีอิสระใช่ไหม…”

    ท่านบอกว่า “ตามปกติเขาก็มีอิสระอยู่แล้ว ไอ้ที่ไปยืนที่นั่น เขายืนรอคนไม่ให้ลงนรกเท่านั้นเอง”

    คือว่าท่านมีหน้าที่ไม่ให้ลงนรก แต่ก็ต้องไปตามกฎของกรรม ถ้ารู้กฎของบุญนิดหนึ่ง ท่านให้ไปสวรรค์ก่อนเลย ท่านจัดอย่างนั้น

    เลยถามท่านว่า “ถ้าเขามีอิสระอย่างนี้ เขาไปได้ไหม”

    ท่านบอกว่า “เขาไปไหนก็ได้ ถึงเวลาสอบสวนเขาก็มาเอง กฎของกรรมมันบังคับ”

    หมายความว่าเขาจะต้องถูกสอบสวน ไม่งั้นเขาจะลงนรกทันที ถ้าเขามาที่นั่น ยังมีโอกาสพ้นหรือไม่พ้น ยังไม่แน่

    เลยถามว่า “ถ้าบรรดาญาติเขาอุทิศส่วนกุศลให้ เขาจะมีโอกาสได้รับไหม..?”

    ท่านบอกว่า “ถ้าญาติฉลาด ได้รับทุกคน”

    ญาติฉลาด หมายความว่า ทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ตรงให้คนเดียว อย่าให้คนอื่น แต่ต้องออกชื่อนะ เพราะเวลานั้นยังเป็นเวลาปลอดอยู่ มีสภาพคล้ายสัมภเวสี

    ก็ถามท่านว่า “ทำบุญอย่างไหน พวกนี้จึงจะไปสวรรค์ชั้นสูง มีความสุขมาก มีความสุขน้อย หรือไม่ได้รับเลย”

    ท่านบอกว่า “แดนใดที่ไม่มีบุญ ทำแล้วก็ไม่ได้รับเหมือนกัน”

    หมายความว่า พระเรานี่ละ เป็นพระแต่หัวแต่ผ้าเหลืองมีไหม … นี่แหละทำไปเท่าไรเจ๊งหมด ขาดทุน

    ท่านบอกว่า อย่างนี้ทำเท่าไรก็ไม่มีผล อุทิศส่วนกุศลให้แก่พวกนั้น เขาก็ไม่ได้รับ เพราะรับไม่ไหว ถ้าทำบุญที่เขตมีบุญน้อย เขาก็มีอานิสงส์น้อย เขาก็มีความสุขน้อย นี่เราไม่ต้องพูดกัน ทำบุญที่มีอานิสงส์ใหญ่ที่เป็นบุญมาก ก็ได้รับผลมาก

    ก็ถามถึงบุญ ท่านบอก “สังฆทาน” นี่ดีที่สุด

    แล้วท่านก็บอกว่า “ไปบอกชาวบ้านเขานะว่า คนที่ผมช่วยได้จริงๆ ต้องเฉพาะคนที่ผ่านสำนักผมเท่านั้นนะ”

    อย่างสัมภเวสี เปรต อสุรกาย ไม่ผ่านท่าน ท่านช่วยไม่ได้ แล้วคนที่ลงนรกทันทีทันใด ก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่ได้ผ่านสำนักท่าน เมื่อผ่านสำนักท่านก็ต้องไปคอยอยู่

    เลยถามท่านว่า “ทำอย่างไรถึงความแน่นอนจึงจะปรากฏ ลุงจะช่วยได้”

    ท่านก็เลยบอกว่า เอาอย่างนี้ เวลาเขาทำบุญเสร็จ อุทิศส่วนกุศลให้แก่คนตาย ถ้ายังไม่มั่นใจ ให้บอกว่า “ถ้าบุคคลนี้ยังไม่มีโอกาสโมทนาเพียงใด ขอพระยายมเป็นพยานด้วย ถ้าหากพบเธอเมื่อใด ขอให้บอกเธอโมทนาเมื่อนั้น”

    ท่านบอกว่า “เพียงแค่เท่านี้แหละ ผมก็ไม่ต้องสอบสวน มันโผล่หน้าเข้าไป ผมก็บอกว่า เฮ้ย! ข้าทำบุญอย่างโน้นมึงโมทนาเว้ย… มันก็ไปสวรรค์เลย แค่นี้ละผมก็ไม่ต้องเหนื่อย”

    (แล้วหลวงพ่อก็จบการสนทนาระหว่างท่านกับพระยายมเพียงแค่นี้ และขอนำเรื่อง พยานบาป-พยานบุญ ที่หลวงพ่อได้เล่าในหนังสืออ่านเล่น เล่ม ๑ มาเสริมเพื่อให้เรื่อง การอุทิศส่วนกุศล นี้สมบูรณ์ขึ้น)

    พยานบาป

    หลวงพ่อ :- “ท่านลุงชวนเดินต่อไป ผ่านอาคารสอบสวนไปทางทิศตะวันออก มองเห็น ไก่ เป็ด หมู วัว ควาย และสัตว์ต่างๆ ที่มนุษย์กินอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ ถามไก่ว่า มีเท่าไร ไก่บอกว่านับแสน ถามเป็ด เป็ดก็บอกว่านับแสนเหมือนกัน หมู วัว ควายก็เป็นแสนเหมือนกัน

    ถามพวกเธอว่า มารวมกันทำไมมากมายอย่างนี้ พวกเธอบอกว่า มาเป็นพยานให้พระยายม เมื่อท่านเรียกผู้ฆ่าสัตว์มาสอบสวน เธอจะเข้าไปรายงานก่อนว่า คนนี้ฆ่า เชือด จับให้เชือด หรือสั่งให้ฆ่า เป็นต้น

    เป็นอันว่า วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๑ เป็นวันสารทจีนของคนจีนพอดี เลยทำให้คิดว่า สารทจีนทั่วโลก ต้องฆ่าสัตว์นับล้าน ก็น่าคิด”

    พยานบุญ

    หลวงพ่อ :- “เมื่อเดินเลยไปอีก ก็มี คน สัตว์ อีกจำนวนมาก แต่ไม่มากเท่าพยานบาป เมื่อถามเธอ เธอบอกว่ามาเป็นพยานบุญที่เขาช่วยเหลือไว้ เมื่อพระยายมถามถึงบุญที่เขาทำ ถ้าเขานึกไม่ออก เธอจะเข้าไปรายงานพระยายมว่าเขาเคยช่วยชีวิตไว้ เมื่อพระยายมฟังแล้ว จะให้เขาไปสวรรค์ก่อน ชมมาถึงแค่นี้ใกล้เวลาจะเพล จึงกลับ”

    (จึงขอให้ท่านระลึกอยู่เสมอว่า จะทำดีหรือทำชั่ว มีพยานคอยเราอยู่แล้วที่สำนักพระยายม)

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑ หน้า ๘๐-๙๐
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

    43226043_1659248967520173_479005981557129216_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,982
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +52
    1f64f.png บุญสองเด้ง..
    1f343.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพผ้าไตรกฐินจีวรจำนวน1ไตร(ผ้ามิสลินอย่างดี1,800บาท)
    1f449.png และร่วมบุญเป็นเจ้าภาพโรงทานขนมปังไส้มะพร้าวจำนวน1,000ชิ้นในงานกฐินของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
    2728.png ตรงกับวันอาทิตย์ที่28ตุลาคม2561ค่ะ
    โรงทานชื่อว่า 2728.png เพจคำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยานโดย น้ำฝน บุญสิงห์และคณะญาติธรรมค่ะ 2728.png
    1f449.png ขนมปังไส้มะพร้าวชิ้นละ7บาท(รวมค่าขนส่ง)1,000ชิ้น7,000บาท(ถ้ามีเงินเกินมาจะนำร่วมบุญกฐินที่วัดท่าซุงทั้งหมด)
    โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย004-3-88112-4
    น้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ
    1f449.png ปิดรับวันที่25ตุลาคม2561
    2728.png เป็นความศรัทธาของน้ำฝนและคณะญาติไม่เกี่ยวข้องกับวัดท่าซุงแต่อย่างใด

    43349957_1661357917309278_2494101493200715776_n.jpg
    43248252_1661357970642606_7414943187489259520_n.jpg
    43191763_1661358003975936_5076707191331749888_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...