เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    “อย่าทะนงตนว่าเป็นคนดี หมั่นชำระจิตตนเองไว้เสมอ”
    ธรรมโอวาท หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    ถ้าทุกคนปรับปรุงใจตนดีแล้ว มันก็ไม่มีเรื่องยุ่งกับคนอื่น ไม่สร้างคนอื่นให้มี ความเร่าร้อน ในการที่จะเพ่งโทษคนอื่น ต้องรู้ตัวว่าเราเลวเกินไป

    นี่จงรู้สึกตัวไว้เสมอ รู้สึกตัวว่าเรามันเลว เลวมาก จนกระทั่งขังไว้ในใจไม่ได้ มันจึงอุตส่าห์ไหลออกมาทางวาจา ไหลมาทางกาย

    นี่แสดงว่าความเลวมันล้นออกมาจากจิต ในข้อนี้ต้องคิดไว้เป็นประจำ อย่าทะนงตนว่าเป็นคนดี ถ้าดีแล้ว ปากไม่เสีย กายไม่เสีย ถ้าปากเสีย กายเสีย ความเลวมันล้น มีความดีไม่ได้ เราไม่ควรนึกว่าคนอื่น เขาจะเป็นอะไร ใครเขาจะเป็นอะไร ก็ช่างเขาข้อสำคัญ เราชำระจิตใจของเราให้สะอาดนั้นเป็นการดี

    57012533_1946848235426910_8762022683031371776_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    …..บวชชีพราหมณ์ บวชชีพุทธ บวชชีเจ๊ก ก็เหมือนกันแหละ มันอยู่ที่เรารักษาศีลบริสุทธิ์ไหม.. เขาให้ชื่อว่าบวชชีพราหมณ์ ก็หมายความว่าไม่ต้องโกนหัว ศัพท์นี้ท่านวิริยังค์ท่านตั้งขึ้น ไม่ผิดอะไรหรอก คือว่าในอันดับแรก เรารักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ รักษาได้ดีขนาดไหน..ถ้ารักษาได้ดี ถือว่าเป็นผู้ทรงสีลานุสสติกรรมฐาน ได้เป็นอันดับหนึ่ง
    …..และประการที่ ๒ ขณะที่บวชชีพราหมณ์ เราสามารถระงับ “นิวรณ์” ไหวไหม..เรากังวลใจมากหรือเปล่า…บางขณะไม่กวนใจเลย ขณะนั้นเป็นปฐมฌาน และหลังจากนั้นมีปีติ มีความเอิบอิ่มก็เป็นทุติยฌาน คือ ฌาน ๒
    …..ต่อไปถ้าจิตสงัดดีมาก เวลาภาวนาอยู่ ได้ยินเสียงภายนอกเบา จิตทรงอารมณ์ดี เวลานั้นเป็นฌานที่ ๓ ต่อไปไม่รู้ลมหายใจเข้าออก จิตโพรงสว่างเป็นฌานที่ ๔ แบบนี้เป็นฌานสมาบัติ
    …..เวลาที่บวชชีพราหมณ์ บวชมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม ถ้าจิตสามารถทรงอารมณ์ได้ ๓ ประการ คือ
    ๑.เห็นว่าร่างกายจะต้องตาย
    ๒.เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์
    ๓.ทรงศีล ๕ บริสุทธิ์
    และแถมอีกนิดหนึ่ง “มีนิพพานเป็นอารมณ์” อย่างนี้เขาเรียก “พระโสดาบัน”
    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    58461772_1946144128830654_8983085620419100672_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    …เสือกเกิดมา ให้เขาเลี้ยงทำไม?…

    …”มีลูกหลายคนที่เห็นว่า บิดา มารดา
    เป็นคนไม่ดี หาว่าอคติ รักไม่เท่ากัน
    อย่างนี้เห็นมาซะมาก

    ชีวิตและเลือดเนื้อของเรานี่ เป็นของท่านให้เรามา ถ้าเราไม่ได้ท่าน
    เราจะมีชีวิตและเลือดเนื้อขึ้นมาได้อย่างไร
    ลูกอกตัญญูไม่รู้คุณคนบางพวก เขาบอกว่า บิดา มารดา ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด

    ก็ต้องขอพูดแบบภาษาชาวบ้านสักนิดว่า ถ้ารู้ว่าเขาไม่ตั้งใจให้เกิดแล้วล่ะก็
    เสือกเกิดมาให้เขาเลี้ยงทำไม…

    …โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิดา มารดา นี่ท่านทั้งหลาย อยากจะพูดต่อสักนิดหนึ่งว่า นอกจากท่านเลี้ยงมาแล้ว เราจะเลี้ยงท่านตอบ ทำกิจการของท่าน ดำรงวงศ์ตระกูล ประพฤติตนให้เป็นคน ควรแก่การรับมรดก ไม่ใช่อันธพาล กินเหล้าเมายา เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ นี่เป็นความดี…

    …ขอเตือนท่านทั้งหลายว่า ความต้องการในทรัพย์สิน ที่บิดา มารดา ให้ในภายนอก อย่าสนใจ ท่านหาให้เราได้ เพราะอาศัยความขยันหมั่นเพียร รู้จักเก็บหอมรอมริบตั้งตัวไว้ดี ทรัพย์ภายนอกเหล่านี้ เราอาจจะหามาได้มากกว่า
    บิดา มารดา ให้เราก็ได้
    ท่านไม่ให้เราก็จงอย่าสนใจ

    จงเทิดทูนความดีของท่านไว้ นั่นคือทรัพย์ที่ให้ไว้เป็นกรณีพิเศษ แล้วก็เป็นทรัพย์สำคัญกว่าทรัพย์ใดๆทั้งหมด
    คือ ชีวิต และเลือดเนื้อของเรา

    ชีวิตและเลือดเนื้อของเรานี่ เป็นของท่านให้เรามา ถ้าเราไม่ได้ท่าน เราจะมีชีวิตและเลือดเนื้อขึ้นมาได้อย่างไร
    และมีคนบางพวก เขาบอกว่า
    “บิดา มารดา ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด”

    อันนี้ไม่จริง อาตมาเป็นพระมีประสบการณ์มามาก
    มีคนอยากจะได้ลูก แต่ก็ไม่มีลูก
    ท่านถามว่า “ทำไมถึงจะมีลูก”

    มาถามพระ มันจะได้เรื่องอะไร พระไม่มีความรู้ ในการสร้างลูก อยากได้ลูกดีๆ แหม…เราก็นั่งนึกในใจว่า “อยูสบายๆ ไม่ชอบ มีลูกขึ้นมาคน มันจนไปหลายปี ดีไม่ดีเกิดทุกข์ระทม ไปจนวันตาย ถ้าลูกอกตัญญูไม่รู้คุณคน”

    ฉะนั้นขอบรรดาท่านทุกคน ถ้าหากว่า ท่านจะไม่ให้ทรัพย์สินอันใด
    ก็จงนึกถึงความดีของท่าน มองดูร่างกายของเราทั้งหมด หรือแม้แต่ชีวิตจิตใจ ที่เราได้ขึ้นมานี่
    เพราะอาศัยท่านเป็นเหตุ ท่านเป็นแดนเกิด

    ถ้าบางคนจะคิดว่า เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด ก็ต้องขอพูดแบบภาษาชาวบ้าน
    สักนิดได้ไหม ว่า

    “แล้วเสือกเกิดมาให้เขาเลี้ยงทำไม”

    นี่เป็นความเลว ของคนที่คิดอย่างนั้น บางทีท่านอาจไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราเกิดมาแล้ว ท่านก็ยังไม่เว้นความดี หากว่าท่านไม่เลี้ยงเรา ไม่ปรานีกับเรา ท่านทำให้แท้งเสียก่อนจะออกมา เราก็ตาย หรือออกมาแล้ว ท่านไม่เลี้ยงไม่ดู เราก็ตาย หรือว่าออกมาแล้ว ท่านเลี้ยง แต่ไม่ให้การศึกษา เราก็โง่

    เป็นอันว่า บิดา มารดา นี่เอง ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ถือว่าเป็นพรหมของบุตร
    คำว่า “พรหม” ก็คือผู้ประเสริฐ”…
    ————————————–

    คัดย่อจากหนังสือ ธรรมวิภาค (ภาคปฏิบัติ)
    ตอนที่ ๒๕ หน้าที่ ๒๕๕-๒๖๐
    โดย พระราชพรหมยาน
    (หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร)
    วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
    ————————————–

    น้อมบูชาธรรม โดย สุวโจ-ผาลา…

    59614066_1947745655337168_1555184121460817920_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    พบพระพุทธศาสนาควรจะไปนิพพาน
    ถ้าหากเราเป็นมนุษย์มาพบพระพุทธศาสนา ยังมีความประมาทอยู่ว่าเราควรจะเกิดต่อไป ก็ชื่อว่าเราอยู่ในภาวะของอวิชชา คำว่า อวิชชา แปลว่า ความโง่ มีอารมณ์ไม่เข้าถึงความเป็นจริง ฉะนั้น ขอให้บรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงจงมีความภูมิใจว่า เวลานี้เราเกิดมาทันพระศาสนาขององค์พระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะที่อริยมรรคอริยผลยังบริบูรณ์และสมบูรณ์
    ฉะนั้น การทำตนให้เข้าถึงพระอริยมรรคอริยผล ความจริงเป็นของไม่ยาก องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกล่าวว่า บุคคลใดเกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา แล้วมีศรัทธา ความเชื่อ ปสาทะ ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีจิตน้อมไปในกุศล แสดงว่าบุคคลนั้นมีบารมีเข้าถึงปรมัตถบารมี คำว่า บารมีนี้ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททราบชัดว่า แปลว่า กำลังใจ
    หากว่าบรรดาท่านทั้งหลายสร้างกำลังใจให้ได้ตามบารมีที่กำหนด อันนี้องค์สมเด็จพระบรมสุคตกล่าวว่า ท่านจะเข้าถึงพระนิพพานได้ในชาติปัจจุบัน
    จากหนังสือคำสอน โดย..หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    59471286_1949976655114068_5558362042429079552_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    #กรรมฐานก่อนนอนมีความสำคัญ

    แต่ทว่านักปฏิบัติที่มีความฉลาดต้องการผลหรือหลักในการปฏิบัติจริงๆ ยามปกติเราจะนั่งก็ได้ จะยืนก็ได้ จะเดินก็ได้ แต่เวลาสุดท้ายภายหลังเวลาที่นอนจริงๆ ก่อนจะหลับ

    เวลานั้นขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกคนอย่าทิ้งกรรมฐาน ขณะที่นอนศีรษะถึงหมอนแล้วให้ใช้คำภาวนาหรือพิจารณาก็ได้ตามชอบใจ

    ถ้าเรารู้ลมหายใจเข้าออกก็พยายามรู้ลมหายใจเข้าออกโดยเฉพาะ อย่าส่งจิตไปที่อื่น

    คำว่าอย่าส่งจิตไปที่อื่นนี้เราคุมกันได้นะ แต่ว่าการทำจริงมันไม่ได้ อารมณ์ฟุ้งซ่านเป็นของธรรมดา

    ทีนี้บังเอิญอารมณ์ฟุ้งซ่านออกนอกลู่นอกทาง ในเมื่อเราระลึกได้ก็หันไปจับลมเข้าออกใหม่ หายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า หายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก

    “ภาวนาพุทโธ”
    ถ้าจะภาวนาด้วย คำภาวนานี้ไม่จำกัด ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัทคล่องในคำภาวนาแบบไหน เห็นว่าสบายใจก็ภาวนาแบบนั้น แต่ว่าคนที่ไม่เคยภาวนามาก่อนเลยก็ขอแนะนำให้ภาวนาว่า “พุทโธ”
    เพราะการภาวนาพุทโธเป็นพุทธานุสสติมีอานุภาพมาก เป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้า เวลาหายใจเข้านึกว่า “พุท”
    เวลาหายใจออกนึกว่า “โธ”

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่บรรดาท่านพุทธบริษัทนอนอันนี้อย่าลืมพยายามภาวนาให้หลับไป ถ้าภาวนาจริงๆ ถ้าภาวนาไปมากๆ จิตฟุ้ง คือเกิดเป็นความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นก็ปล่อยอารมณ์เสีย เลิกภาวนาไป

    ถ้าบังเอิญภาวนาจนหลับ ขอได้โปรดทราบว่าขณะที่จิตจะหลับเวลานั้นสงบถึงฌานสมาบัติ ถ้าจิตสงบเข้าไม่ถึงฌานมันจะไม่หลับ

    ถ้าภาวนาไปสองสามคำ รู้ลมหายใจเข้าออกไปนิดหน่อยแล้วหลับก็อย่าฝืน จงอย่าคิดว่าเราภาวนาน้อยไปหรือรู้ลมหายใจเข้าออกน้อยไปจะไม่มีบุญมาก อย่าคิดอย่างนั้น ขอให้มีความเข้าใจว่าการทำกรรมฐานเราต้องการจิตเป็นสมาธิเป็นสำคัญ

    คำว่าสมาธิก็มีหลายชั้นด้วยกัน เช่น
    ขณิกสมาธิ สมาธิเล็กน้อย
    อุปจารสมาธิ สมาธิเฉียดฌาน
    อัปปนาสมาธิ สมาธิเข้าถึงฌาน
    และสมาธิที่เข้าถึงฌานก็แบ่งเป็น ๔ ชั้นคือ
    ฌานที่ ๑ ฌานที่ ๒ ฌานที่ ๓ ฌานที่ ๔

    “จิตเข้าฌานจะตัดหลับ”
    เวลาที่ท่านนอนภาวนา หลังจากนอนหลับภาวนาไป เวลานั้นถ้าบังเอิญจิตเข้าถึงฌานใดฌานหนึ่ง
    ฌานนี่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าฌาน ๑ เสมอไป ไม่แน่นอนนัก บางครั้งก็เข้าถึงฌาน ๑ มันก็หลับ บางครั้งฌาน ๑
    มันไม่เข้า มันเข้าถึงฌาน ๒ ฌาน ๓ เลยก็มี บางครั้งพอจิตสงบปั๊บเข้าถึงฌาน ๔ เลยก็มี

    ก็รวมความว่าขณะที่หลับจิตเข้าถึงฌานไหน เวลานั้นกว่าจะตื่นเขาถือว่าทรงฌานนั้นอยู่ จนกว่าจะตื่นนะ

    เราภาวนาไป รู้ลมหายใจเข้าออกไปด้วย ภาวนาไปด้วย แล้วก็หลับ สมมุติถ้าหลับเวลานั้นจิตเข้าถึงฌาน และที่หลับอยู่กี่ชั่วโมงท่านถือว่าทรงฌานนั้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าตายเวลาหลับจะมีผลไปตามฌานทันที

    ถ้าภาวนาจนถึงหลับก็ถือว่าเป็นการทรงจิตให้เป็นสมาธิทรงฌานได้นาน

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    _____
    จาก “ธัมมวิโมกข์” ฉบับที่ ๔๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ หน้า ๒๘ – ๓๐ คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์

    59734116_1951319348313132_4737160468618018816_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    “อานุภาพของทรัพยากรทั้งหลาย #จะปรากฎขึ้นในตอนกลางสมัยรัชกาลที่๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยนั้นจะปรากฎว่า #ประเทศจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษ #ทุกสิ่งทุกอย่างจะพร้อมมูลบริบูรณ์

    #จะกลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีเขตหนึ่ง อย่าว่าแต่เฉพาะในเอเซียเลย แม้แต่ยุโรปก็ต้องเอาใจ”

    …เพราะว่าอำนาจบุญบารมีของกษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์ คือกษัตริย์รัชกาลที่ ๙ เป็นผู้มีบุญบารมีใหญ่ ได้ปูพื้นฐานเอาไว้

    #แล้วก็พระโอรสาธิราชที่จะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป #ก็เป็นพระราชาที่มีบุญบารมีใหญ่

    #คนทั้งหลายที่คิดว่า #จะทำลายประเทศไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์ #มีจิตหยาบ ปรารถนาจะให้คนไทยทั้งชาติที่มีความเคารพในพระพุทธศาสนา #เป็นทาสของบุคคลกลุ่มเดียว #ไม่มีความหมาย!

    #เพราะความหวังตั้งใจของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ #มันจะพาตัวเขาให้พินาศไปเอง

    #เพราะอำนาจบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ #ที่มีสมรรถภาพเป็นพิเศษ”…

    #วิสุทธิธรรมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
    1f64f.png ทรงพระเจริญ

    57247069_1951730411605359_5226363385435652096_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    #การปรามาสในพระไตรสรณคมน

    สำหรับบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน ให้ถือศีล ๕ เป็นแก่นสำคัญ แต่บางท่านถือว่ารักษาศีล ๘ และฉันไม่ต้องการรักษาศีล ๕ อันนี้ลงนรก และก็มีหลายท่านที่สมาทานอุโบสถศีลแล้วแต่เผอิญในกาลนอกเวลา

    สมมุติว่าเขามาถวายผ้าป่ากฐินสังฆทานนอกเวลาไป พระต้องให้ศีล ๕

    พอพระว่าไตรสรณคมน์เสร็จ

    พอจะให้ศีล ๕ วางมือไม่แสดงความเคารพ อันนี้ลงนรกเหมือนกัน เป็นการปรามาสในพระไตรสรณคมน์ คือปรามาสในพระพุทธเจ้า

    การว่าตามเขามันไม่ใช่ของแปลก

    การสมาทานศีลนี่มันก็ไอ้แค่ศึกษายังไม่ใช่ตัวปฏิบัติ เรามีอุโบสถศีล เขาให้ศีล ๕ เราก็ว่าตามได้

    การว่าตามให้ว่าด้วยการยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า คือว่าศีลนี่พระพุทธเจ้าว่า ศีล ๕ เราได้มาจากพระพุทธเจ้า เป็นพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระอริยสงฆ์นำมาให้เรา จิตใจเราเคารพในพระไตรสรณคมน์ และเวลาปฏิบัติจริงๆ เราปฏิบัติในสิกขาบทมันไม่เสียหายอะไร

    มีญาติโยม เมืองน่าน มาบอกว่า
    เวลาเขารักษาอุโบสถศีล เวลาให้ศีล ๕ เขาเอามือลง

    อันนี้เป็น “มานะทิฏฐิถือตัวถือตน”. เป็นกิเลสที่หยาบหนัก และก็เป็น “การปรามาสในพระไตรสรณคมน์” อันนี้เงลาเจริญกรรมฐานไปดูคนพวกนี้นะ ครูนำไปดูคนพวกนี้ว่าในนรกเกลื่อน เข้าใจว่าตนดี

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    ______________
    จากหนังสือ “ธัมมวิโมกข์” ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๑๗ หน้า ๙๔ คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์

    59490420_1953011804810553_2478344215969398784_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    .. จิตอย่าลืมนิพพาน ต้องยึดไว้ทุกวันนิพพานนี้ นึกให้เป็นอารมณ์ไปจนชินตัว นึกว่าถ้าตายจากโลกนี้เมื่อไหร่ขอไปนิพพานเมื่อนั้น ให้จิตเป็นฌานที่เรียกว่า “อุปสมานุสสติกรรมฐาน” อย่างนี้ทุกคนจะไม่พลาดนิพพาน ..

    (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

    59499263_1952990614812672_3042219537274503168_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    1f449.png อัพเดตยอดงานบุญเจ้าภาพถมดินล่าสุดวันนี้ 35,188 บาทค่ะ
    1f607.png บอกบุญนะคะ
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพถมดินด้านหน้าหลวงปู่เทพโลกอุดรองค์ใหญ่(ตอนนี้เป็นทุ่งนา)จำนวน150เที่ยวค่ะ(เที่ยวใหญ่)
    ณ สวนพุทธธรรมหลวงปู่ใหญ่ สุพรรณบุรี
    1f64f.png ร่วมบุญดังนี้ค่ะ
    2728.png เจ้าภาพถมดินเที่ยวใหญ่1,500บาทจะได้รับหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์เนื้อแร่มหาเศรษฐีหน้าตัก4นิ้ว1องค์(มีค่าจัดส่งองค์ละ150บาท)
    2728.png ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพถมดินเที่ยวเล็ก750บาทจะได้รับหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์หน้าตัก2.5นิ้ว(มีค่าจัดส่งองค์ละ100บาท)
    หรือเชิญร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    1f4f2.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.กสิกรไทย044-3-59496-5
    น้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ
    2728.png อานิสงส์การถมดิน
    1f33a.png 1. จักได้เกิดในถิ่นที่เป็นปฎิรูปเทส เหมาะแก่การทำความดี สร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป
    2. ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีตกต่ำ
    3. มีความรื่นรมย์ทั้งในโลกมนุษย์และเทวโลก
    4. ปรารถนาสิ่งใดที่เป็นบุญกุศล ย่อมสำเร็จได้โดยง่าย เป็นอัศจรรย์
    5. ได้รูปกายที่สวยงาม เพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ
    6. ได้เป็นเทวดาที่มีศักดิ์ยิ่งใหญ่ มีทิพยสมบัติที่รุ่งเรือง ตลอดจนมีทิพยวิมานอันใหญ่โต และมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล
    7. มีความสง่างามเป็นที่เคารพนับถือศัรทธาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
    8. มีพร้อมด้วยสุข 3 ประการ เข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้โดยง่ายและมีพระนิพพานเป็นที่ตั้งโดยไม่เนิ่นช้า
    9. จะได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองแผ่นดินหรือผู้บริหารประเทศ เกิดในภายภาคหน้าจะมีที่ดินเป็นของตนเอง และเป็นที่ดินที่มีทำเลดี เป็นที่ต้องการของคนทั้งหลาย เราจะไม่ต้องเร่ร่อน ไม่อดอยาก
    10. ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนแผ่นดินนั้นก็จะเจริญงอกงาม เหมาะแก่การประกอบสัมมาชีพตามปรารถนา เป็นทำเลดีค้าขายก้าวหน้า ปลูกพืชให้ดอกให้ผลงอกงามกว่าที่ใดๆ
    11. เป็นกุศลหนุนนำทำให้เกิดการบรรเทากรรม ให้กับผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องเช่าเขา ถูกเขาโกงที่ หรือเกิดมาชาตินี้ต้องมาอยู่ที่แออัดคับแคบ แย่งกันอยู่ แย่งกันใช้

    59436828_1954981007946966_3800820708615913472_n.jpg
    59790969_1954981054613628_9184035694111096832_n.jpg
    59305766_1954981107946956_1575982092569804800_n.jpg
    59759562_1954981151280285_1622613458740576256_n.jpg
    59476247_1954981187946948_627431981063340032_n.jpg
    59295290_1954981227946944_5963700770695020544_n.jpg
    59900330_1954981301280270_4890050901944827904_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    ความสกปรก
    …..ร่างกายเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี เต็มไปด้วยความสกปรกแบบนี้
    …..เราจะเอาจิตเข้าไปพัวพันร่างกายของบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์อะไร
    …..แม้แต่ร่างกายของเราก็เหมือนกัน มันเพียงแต่ว่าเป็นแดนสำหรับที่เราอาศัยเท่านั้น เราจะไม่หลงใหลใฝ่ฝันในรูปกายจนเกินสมควร และก็รู้อยู่เสมอว่าร่างกายของเรานี้มันสกปรก ร่างกายของคนอื่นก็สกปรก มันสกปรกไม่สกปรกเปล่า ในที่สุดมันก็พังทลายเหมือนผีตายทั้งหลายนั้นแหละ
    …..ความจริงเราต้องการความสะอาด เราไม่ต้องการความสกปรก
    เมื่อจิตของเราเห็นว่า อัตภาพร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดีสกปรก ความรัก ความปรารถนา ความใคร่มันก็หมดไป
    เพราะว่าไม่มีใครต้องการความสกปรก
    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (วัดท่าซุง)

    59682616_1957657611012639_5794298614771613696_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    #ตายแล้วเกิดเป็นเปรต

    ภรรยาตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเปรต มาขอส่วนบุญขณะสามีเจริญพระกรรมฐาน

    “..เวลาทำบุญให้คนตาย เคยพบเห็นบ่อยเวลาพระจะสวดมนต์ ลูกหลานหรือเจ้าภาพก็จะไปเคาะโลงบอก
    “ฟังสวดมนต์นะ”
    เวลาพระจะให้ศีลก็ไปเคาะโลงบอก
    “รับศีลนะ”
    พอเอาอาหารไปวางก็เคาะโลงบอก
    “กินข้าวนะ”

    ความจริงคนตายแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะกินของที่เอาไปวางให้กิน ผีมีสิทธิ์โมทนาในผลบุญที่มีผู้ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลไปให้เท่านั้น เราจะทำอย่างไรผู้ตายจึงได้รับ ในชาดกมีเรื่องหนึ่งเป็นตัวอย่างคือ

    มีอุบาสกคนหนึ่งนั่งเจริญพระกรรมฐานในที่สงัด ปรากฎว่าภรรยาที่ตายไปแล้วมาแสดงตัว มีแต่ซี่โครงขึ้นเป็นแถวผ้าผ่อนท่อนสไบไม่มีนุ่ง ท่านผู้นี้จึงถามว่า
    “เธอเป็นใคร”

    ตอบว่า
    “ฉันเป็นภรรยาของท่านเมื่อตายไปแล้ว อาศัยที่จิตเป็นอกุศล ขณะมีชีวิตอยู่เป็นคนไม่ทำบุญทำทานและก็เป็นคนใจร้าย จึงเป็นเหตุให้ไปเกิดเป็นเปรต เวลานี้มีความหิวโหยมาก หนาวก็หนาว ร้อนก็ร้อน มีทั้งหนาวและร้อนเพราะไม่มีผ้าปิดกาย และหิวอาหารมาก เพราะไม่มีอะไรจะกิน”

    ท่านสามีก็บอกว่า
    “ไปบ้านสิมีของกินมากมาย เลือกกินเอาตามชอบใจเหมือนกับสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่”

    ผีเปรตจึงบอกว่า
    “สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าท่านจะเอามาวางไว้ในมือของเรา มันก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะกินที่จะใช้ในวัตถุ”

    ท่านสามีจึงถามว่า
    “ถ้าฉันต้องการจะสงเคราะห์เธอ ทำอย่างไรเธอจึงจะได้ล่ะ”

    เธอก็บอกว่า
    “ขอให้ท่านนำเอาของไปถวายแก่สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านใดท่านหนึ่ง คือต้องการให้มีผ้าก็ขอให้นำผ้าไปถวาย ต้องการให้มีร่างกายสมบูรณ์ ร่างกายเป็นทิพย์ก็นำอาหารไปถวาย และก็อุทิศส่วนกุศลไปให้ฉัน ฉันจึงจะได้”

    ท่านสามีจึงนำของไปถวายแด่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา และก็อุทิศส่วนกุศลไปให้เธอ
    พอรุ่งขึ้นอีกคืนหนึ่งเธอก็มาแสดงตนใหม่ตอนที่ท่านสามีนั่งเจริญพระกรรทฐาน มาคราวนี้เป็นนางฟ้าสวยแจ๋ว ใสสว่าง มีวิมานทองคำมาปรากฎชัด
    ท่านสามีจำไม่ได้จึงถามว่า
    “เธอเป็นนางฟ้าเพราะบำเพ็ญบารมีอะไร ร่างกายจึงประดับประดาไปด้วยเครื่องอาภรณ์อันเป็นทิพย์ สวยสดงดงามมีแสงสว่างไปทั่วทิศ และก็มีวิมานทองคำ”

    นางฟ้าองค์นั้นก็ตอบว่า
    “ท่านจำไม้ได้หรือ เมื่อคืนที่แล้วที่ผ่านมาน่ะ”

    ก็เป็นอันว่าผลที่ผู้ตายจะพึงได้รับ ต้องได้รับจากการโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศไปให้ ไม่ใช่ได้รับจากการไปเคาะโลงหรือได้จากการเอาของไปให้เฉยๆ..”

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    _______
    จากหนังสือ “ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน” หน้า ๓๒๖ – ๓๒๗ คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์

    60197204_1957584371019963_8375073497193381888_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “โลกธรรม ๘”..

    .. โลกธรรม ๘ ประการมีอะไรบ้าง ลูกและหลานที่รัก จงอย่าเมาในโลกธรรม ๘ ประการ คือ

    ๑.”ลาภ” ยังไม่เกิดขึ้น อย่าตะเกียกตะกายเกินไป อย่าเมาเกินไป อย่าลืมว่า “คนตายแล้วน่ะแบกอะไรไปไม่ได้ แม้แต่ผมสักเส้นเดียวก็นำไปไม่ได้” แต่ลาภสักการะจำเป็นจะต้องหา เพราะร่างกายต้องกินต้องใช้ แต่ก็หาด้วยความขยันหมั่นเพียร หาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คิดว่าภารกิจที่เรารับผิดชอบ มีอะไรบ้าง เราต้องทำตามนั้น เรียกว่า “ทำตามหน้าที่ของเรา”

    ลาภถ้าหามาได้ ควรทำลาภที่ได้มาด้วยความเหนื่อยยาก ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและบุคคลอื่น ตามสมควรที่พึงแบ่งสรรปันส่วนได้ เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคี เป็นการสร้างความรัก เพื่อความสุขใจของเรา

    ๒.”ลาภหมดไป” ชื่อว่า เสื่อมลาภ เมื่อลาภมันต้องสลายตัวไปก็ต้องรู้ตัวว่า สิ่งเหล่านี้มันเป็นของธรรมดา เพราะเราหามาเพื่อใช้ ถ้ามันจำจะต้องเสียไปด้วยเหตุใดก็ตาม เป็นกฎของกรรม เราต้องยอมรับ ทำใจให้สบายว่า นี่มันเป็นของธรรมดา เมื่อมันหมดไปเราก็ต้องหามาใหม่ตามหน้าที่ อย่าสร้างความเสียใจให้เกิดขึ้นในลาภ “ถ้าเราเมาในลาภเมื่อได้มาแล้ว แล้วก็เสียใจเมื่อลาภหมดไป เราก็เป็นคนเลว”

    ๓.”ยศ” เราทำความดี ย่อมมียศ ยศเขาแปลว่าอะไร พ่อไม่ทราบ พ่อก็ขอพูดตามภาษาของพ่อว่า “ยศ” คือการแต่งตั้ง ยกย่อง ส่งเสริม ที่บุคคลเขาเห็นว่าดี ถ้าเราดีเขาชอบใจ เขาก็ยกย่องสงเสริมว่าเราเป็นคนดี แต่ว่า ถ้าบังเอิญเขาเกิดไม่ชอบใจขึ้นมาเมื่อไร เขาก็ทำลายยศเสียได้เหมือนกัน

    ๔.”การถอดถอนยศฐาบรรดาศักดิ์” ถอดการยกย่องสรรเสริญเชิดชูว่าเป็นคนมีศักดิ์ศรีดี นี่เรื่องของชาวโลกมันต้องมียศ ฉะนั้นเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ บรรดาลูกหลานที่รัก จงอย่าตะเกียกตะกายเข้ามาเพื่อตน แต่ความดีเราทำ ทำให้มันดีที่สุดตามธรรม ตามประเพณีนิยม

    หมายความว่า ประเพณีที่เขาใช้กันเป็นปกติ ที่ไหนก็ตาม อย่าฝืนประเพณีนิยมของถิ่นนั้น อีกประการหนึ่งอย่าฝืนศีลฝืนธรรม ฝืนกฎข้อบังคับ ฝืนกฎหมาย มันจะเป็นเหตุภัยให้เรามีความทุกข์ “เขาจะยกย่องแต่งตั้งสรรเสริญเยินยอ ให้เรามียศชั้นไหน อย่าสนใจ”

    คำว่า ไม่สนใจ หมายความว่า เขาให้แล้วก็รับ เป็นการสนองความดี แต่ว่าจงอย่าเมาในยศที่พึงได้ คิดว่าเราได้มาจากความดี ผลความดีที่เราต้องการช่วยตัวเรา ให้ผลตามนี้เราก็รับ ผลที่เราต้องการคือ วัตถุที่เราพึงได้มาในการครองชีพ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต “ความสุขจริงๆ ก็คือ ใจที่มีความสงบ” ถ้าบังเอิญยศฐาบรรดาศักดิ์ เราทำดีทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่พอใจของผู้ให้ “เขาถอดถอนไป ก็โยนทิ้งให้เขาไป”

    การตะเกียกตะกายอยากได้ลาภ มันเป็นความเลวของใจ การทะเยอทะยานอยากได้ยศฐาบรรดาศักดิ์มันก็เป็นความเลวของใจเหมือนกัน ”ถ้าลาภหมดไป ยศหมดไป เสียใจ ก็เป็นความเลวของใจ” จงจำไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเป็นโลกธรรม วางมันเสีย “ทำงานตามหน้าที่ของตน”

    ๕ และ ๖ “นินทากับสรรเสริญ” ก็เหมือนกัน อย่ามีในวงการของเรา คือ ใครเขานินทาอย่าสะเทือนใจ อย่าสนใจ “แม้แต่พระพุทธเจ้าถูกนินทาถูกด่ายิ่งกว่าเราเยอะ” ท่านก็เป็นพระพุทธเจ้าอยู่ได้ “แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เหมือนกัน” พระองค์ทรงเมตตาอย่างยิ่งไปทุกแห่งหน ต้องการให้ประชาชนมีความสุข แต่ข่าวนินทาว่าร้ายก็ยังมีเป็นปกติ “ใครจะว่าท่านอย่างไร จะนินทา จะด่าว่าท่านอย่างไรก็ตาม ท่านก็เฉย ท่านทรงวางพระทัยได้ดีมาก” และท่านก็ทำทุกอย่างเพื่อความดี เพื่อความอยู่เป็นสุขของประชาชน

    เราพยายามมองตัวของเราเองอยู่เสมอ ว่าเรามันดีหรือมันชั่ว การนินทาสรรเสริญ มันเป็นความเลวของปาก “เขานินทาเรามา เรานินทาเขาไป ก็เหมือนกับสุนัขมันเห่าเรา เราก็เห่าสุนัขตอบ สุนัขมันกัดเรา เราก็กัดสุนัข ก็เสร็จ อุจจาระมันเปื้อนเรา เรากัดอุจจาระ มันก็พัง”

    ๗ กับ ๘ “ความสุขและความทุกข์” ในโลกนี้อย่าสนใจ จงสนใจอย่างเดียว “ธรรมมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ที่ทรงสอนให้เรามีความสุข เราทำทุกอย่าง “โลกนี้มันจะสุขหรือจะทุกข์ก็เป็นเรื่องของมัน ร่างกายของเราจะอยู่ในโลกนี้ไม่กี่วันมันก็พัง” ฉะนั้นในเมื่อพระพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปแล้ว ร่างกายของท่านพัง ท่านบอกว่า ท่านมีความสุข พระอรหันต์ทั้งหลาย ร่างกายของท่านพัง ท่านก็บอกว่า ท่านมีความสุข เราก็พยายามสุขอย่างท่านบ้าง ท่านทำอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น ค่อยๆ ทำไป

    ขอสรุปว่า ข่าวคราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ถือว่าเป็นธรรมดาของโลก เราจงโทษกฎของกรรมว่า กรรมที่เรามีความโง่เกิดมาในโลกนี้แล้ว มันจะทำความโง่ไม่ได้อย่างไร ผลของความโง่ ก็คือ ความชั่วของจิต เราเกิดมาในโลกนี้ โลกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ความร้อนมันก็ถูกเรา แต่ว่าให้มันถูกแต่กาย

    “ข่าวมีมาให้มันกระทบแต่เฉพาะหู อย่าให้มันเข้าไปถึงใจ” ใจของเราทำอย่างไร “อุเบกขา วางเฉยเข้าไว้” เรามีเมตตาในคนให้ข่าว ว่าคนที่ออกข่าวไป น่าสงสารไม่กี่วันท่านก็ตายแล้ว ทำไมท่านสร้างความชั่วให้เป็นความเดือดร้อนของท่าน

    ข้อนี้สำคัญ จงจำไว้ว่า “จงอย่าคิดว่าเราดีไว้เสมอ อัตตนา โจทยัตตานัง” จงกล่าวโทษโจทความผิด มองดูความบกพร่องของจิต ว่าจิตเราบกพร่องตรงไหน พยายามแก้ไขไปสู่ระดับความดี “ความดีอย่างนี้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องการ” ..

    (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
    ที่มาจาก.. พ่อสอนลูก เล่ม ๒ หน้าที่ ๒๖๕-๒๖๘

    60529316_1964755173636216_4390495151143780352_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    อัพเดพยอดล่าสุดวันนี้5,661บาทค่ะ
    2728.png ขออนุญาตบอกบุญค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญถวายมุ้งครอบหลังละ250บาทต้องการจำนวน5โหล(60หลัง)หรือเชิญร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    1f449.png ฝนไปบ้านพ่อที่จ.อุทัยธานีครั้งล่าสุด มุ้งที่มีก็เก่าแม่ที่ดูแลต้องซ่อมแล้วแล้วอีก ฝนเลยอยากทำถวายใหม่ค่ะ(เคยไปถวายเมื่อ4ปีที่แล้ว) ปีนี้ไปก็ยังเห็นใช้ได้แต่เก่ามากและซ่อมมามากแล้ว จึงขอเชิญลูกหลานพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาร่วมบุญกันนะคะ
    2728.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.ไทยพาณิชย์ 712-244171-0
    ชื่อบัญชีน้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ
    1f449.png การบอกบุญนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวัดแต่อย่างใดเป็นความศรัทธาของน้ำฝนและคณะญาติธรรมค่ะ
    1f607.png ปิดบุญได้วันไหนจะลงรายละเอียดยอดเงินทุกยอดให้อนุโมทนาบุญกันค่ะ
    1f607.png อานิสงส์ถวายอัฏฐะบริขาร

    1f449.png อัฎฐมีทั้งหมด๘ อย่างคือ ผ้าไตร, บาตร ,เครื่องกรองน้ำ ,มีดเล็ก, ผ้าปูนั่ง ,ประคตเอว, เข็มและด้าย ,กรด ในพระวินัยมุขเล่ม๑
    ผู้ใดได้ถวายอัฏฐะบริขาร จะอุดมไปด้วยทรัพย์ พานพบที่สิ่งที่เป็นมงคล นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ
    และความเจริญทั้งปวง
    ถวายอาสนะ, ที่นอน, หมอน, มุ้ง
    จะได้ไปเกิดในตระกูลขัตติยมหาศาลบริบูรณ์ ได้ทรัพย์สมบัติ และบริวารที่ดีเป็นอันมาก อีกทั้งยังถือเป็นการ
    ต่ออายุให้บิดา มารดา
    ถวายผ้าอาบน้ำฝน ผ้านุ่งห่มต่างๆ
    ได้ผลบุญตอบแทนทันทีในปัจจุบันจากแรงอธิษฐาน นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และความเจริญทั้งปวง
    ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จะเป็นผู้มีผิวพรรณ งดงาม สุ้มเสียงไพเราะ มีลาภยศ และบริวารแวดล้อมถึงซึ่งความ
    สำเร็จเสมอไป อีกทั้งยังเป็นการสะสมปัจจัยอันยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางสู่ภพต่อไป เมื่อดับชีพวายชนม์
    ก็ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติสืบไป

    เรื่องเล่าอานิสงส์ในสมัยพุทธกาล
    ในกาลครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จอาศัยกรุงสาวัตถี อันเป็นที่โคจรบิณฑบาต
    เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหาร ณ ป่าเชตวัน มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งอยู่ในบ้านสถาน ชื่อว่า หะโตสะเศรษฐี
    ปลูกโรงมณฑปไว้หน้าเรือนของตน และทำสร้างแปลงอัฏฐะบริหาร ๘ ประการเป็นต้นว่า ผ้าจีวร
    สบง สังฆาฏิ บาตรและผ้ากรองน้ำ คิลานเภสัช และขวานสิ่ว เสื่อสาดอาสนะ ครบเครื่องอัฏฐะ แล้วทำการ
    มหรสพอันยิ่งใหญ่ประจบครบ ๗ วัน แล้วจึงนำกองอัฏฐะ เข้าไปสู่ป่าเชตวัน ณ บุพพรามวิหารอันเป็นที่ประทับ
    แห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ถวายบิณฑบาต และอัฏฐะ แก่พระพุทธองค์กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป เสร็จจาก
    การภัตตากิจแล้ว ก็กราบทูลถามถึงองค์ผู้เจริญ อันบุคคลที่มีจิตศรัทธา ประสันนาการ มาสร้างอัฏฐะ บริขาร
    ๘ ประการให้เป็นทาน จะได้อานิสงส์ อย่างไรพระเจ้าข้า

    องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสเทศนาว่า ดูกรเศรษฐีบุคคลใด ที่มีใจศรัทธาเลื่อมใส มาก่อสร้างบริการ
    ๘ ประการ ถวายเป็นทานก็จะได้อานิสงส์ ๓๖ กัล์ป บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิได้ ๑๐๐ ชาติ จะได้เสวยสมบัติ
    ในชั้นสวรรค์ภายหลัง จะได้พระนิพพานสมบัติ อันสิ้นภพ สิ้นชาติสิ้นทุกข์สิ้นภัย ไม่เวียนว่ายตายเกิด
    ในวัฏฏสงสาร การถวายทานด้วยเครื่องอัฏฐะบริขารนี้ เป็นเยี่ยงอย่างประเพณี แห่งพระบรมโพธิสัตว์
    สืบ ๆ กันมา พระพุทธองค์จึงนำอดีตนิทานมาเทศนาว่า

    ดูกรเศรษฐีในอดีตกาลล่วงมาแล้ว ในครั้งพระบรมโพธิสัตว์ บำเพ็ญพระบารมีบริบูรณ์
    ได้ตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ ทรงพระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณา
    โปรดเวไนยบรรพสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในทางสวรรค์และทางนิพพาน ครั้งนั้นยังมีบุรุษเข็ญใจ
    เลี้ยงชีวิตด้วยความลำบากไปเที่ยว เก็บผักหักฟืน มาขายเลี้ยงชีวิตอยู่มาวันหนึ่งไปเห็น
    พระปัจเจกโพธิองค์หนึ่ง อยู่ในป่า ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระปัจเจกโพธิ เข้าไปถวายอภิวาท
    แล้วแบกเอามัดฟืน และผักกับมาขายได้เงินพอสมควร แล้วจึงนำไปซื้อผ้าแพรมาทำเป็นผ้าสบง
    จีวรสังฆาฏิบาตรครบเครื่องอัฎฐะ แล้วจึงนำเข้าไปถวายแก่ พระปัจเจกโพธิเจ้า แล้วจึงตั้งปฏิธาน
    ด้วยเดชะบุญแห่งข้าพเจ้าได้ทำทานในครั้งนี้
    ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความเข็ญใจได้ยาก เหมือนดั่งชาตินี้ และเมื่อข้าพเจ้าได้ท่องเที่ยว
    อยู่ในวัฏฏสงสารตราบใด ขอให้ข้าพเจ้า บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ให้ได้จำแนกแจกทานแก่ท่านผู้มีศีล
    และคนยาจกวณิพกคนขอทุกทั่วหน้า และขอให้ข้าพเจ้า ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ
    ครั้นปรารถนาแล้วก็กลับไปสู่บ้านเรือนของตนขวนขวายหาเลี้ยงมารดา ตราบเท่าสิ้นอายุ ก็ไป
    บังเกิดสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสูง ๒๘ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสร ๕๐๐
    เป็นบริวาร ครั้นจุติจากตุสิตพิภพแล้ว มาถือกำเนิดในตระกูล สากยะเสตะราชกรุงสาวัตถี
    บริบูรณ์ด้วย โภคสมบัติ ครั้นเจริญวัยขึ้นก็ได้เสวยราชสมบัติแทนบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จ
    พระยาปัสเสนทิโกศล ในกาลบัดนี้ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว หะโตสะเศรษฐีได้ทูลลาไป
    สู่เรือนของตน ครั้นเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ไปบังเกิดในดุสิตเสวยทิพย์สมบัติ มีวิมานทองสูง
    ๒๐ โยชน์ มีเทพอัปสร ๓ หมื่น เป็นบริวาร

    60401882_1966296990148701_3931151641536888832_n.jpg
    60385584_1966297030148697_6062981757240606720_n.jpg
    60042929_1966297096815357_6777436772222631936_n.jpg
    60413157_1966297130148687_3162089742338621440_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    #ตายจากคนมาบอกลูกสาวว่าข้าวของที่เผาไปไม่ได้รับ #ให้ถวายสังฆทานแล้วอุทิศส่วนกุศลเจาะจงให้เฉพาะ

    #เรื่องเผาตามประเพณีจีน (กงเต็ก) ผู้ที่ตายไปแล้ว เขาจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง ตึกราม รถยนต์ เรือสำเภา ที่ทำด้วยกระดาษไปให้ #มีหมอผู้หญิงอยู่จังหวัดพิจิตร เคยมาเจริญพระกรรมฐานที่วัดท่าซุง มีพ่อเป็นคนจีน พอเตี่ยตาย ก็ทำบุญเต็มที่ทั้งประเพณีไทยและประเพณีจีนให้เตี่ยหมดไปหลายหมื่น ปรากฎว่าวันหนึ่งเธอนั่งเจริญพระกรรมฐานเห็นเตี่ยมาบอกว่า

    “อีหนู ตึก รถยนต์ แบงก์ และข้าวของที่เผาไป เอาขี้เถ้าไปให้เตี่ยไม่ได้รับหรอก ตอนนี้ลำบากมาก”
    ลูกสงสัยถามว่า
    “ทำบุญกับพระก็มี ไม่ได้บุญบ้างหรือ”

    เตี่ยบอกว่า
    “เอ็งทำบุญวันนั้นมันไม่ได้บุญนี่”

    ลูกสาวก็แปลกใจถามว่า
    “เป็นเพราะอะไรจึงไม่ได้บุญ”

    เตี่ยบอกว่า
    “เอ็งเชือดไก่นี่ จ้างเขาฆ่าหมู เวลาทำบุญก็ห่วงแขก พระจะให้ศีลก็ห่วงแขกไม่ได้รับศีล เวลาถวายทานก็ห่วงแขก วันนั้นแขกมามากเพราะเป็นคนกว้างขวาง มีคนรู้จักมาก เป็นห่วงแต่แขกก็เลยไม่ได้ตั้งใจทำบุญ และฆ่าไก่ ฆ่าหมู เลี้ยงเหล้า #ไม่มีอะไรเป็นบุญเลย กงเต็กที่ทำให้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ ไอ้ของที่เผาไปให้ก็ไม่มีความหมาย การทำบุญวันนั้นเลยไม่มีผล เตี่ยไม่ได้รับเลย และเอ็งก็ไม่ได้บุญด้วย แต่ที่เตี่ยไม่ตกนรก ก็เพราะเตี่ยนึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่”

    ลูกสาวถามว่า
    “เตี่ยต้องการอะไร”

    เตี่ยบอกว่า
    “ถวายสังฆทานให้ก็แล้วกัน”

    #ต้องการพระพุทธรูปหน้าตักกว้างห้านิ้วขึ้นไป เตี่ยจะมีรัศมีกายสว่างมาก เพราะเทวดา หรือพรหม ถือความสว่างของร่างกาย ไม่ได้ดูที่เครื่องแต่งตัว
    #ต้องการผ้าไตรจีวร เครื่องประดับของเตี่ยจะสวยขึ้นกว่าเดิม
    #ถ้ามีอาหารด้วย ความเป็นทิพย์ของร่างกายจะดีกว่าเก่า

    และเวลาอุทิศส่วนกุศล ให้ออกชื่อเตี่ยโดยเฉพาะคนเดียว ไม่ต้องให้บุคคลอื่น”

    ลูกสาวจึงได้มาที่วัดท่าซุงขอถวายสังฆทาน อาตมาบอกว่า
    ถวายสังฆทานที่ไหนก็ได้ มีอานิสงส์ได้บุญทั้งนั้น เพราะการถวายสังฆทานนี้ไม่ได้ถวายเป็นส่วนบุคคล #ของสังฆทานนี้ถ้าพระนำไปใช้ผิดประเภท_พระก็ลงอเวจีมหานรก จะเอาไปใช้คนเดียวไม่ได้ ต้องเอาไปเข้าหมู่สงฆ์ เข้าเป็นของส่วนกลาง

    พอถวายสังฆทานเสร็จแล้วก็ถามว่า
    “เตี่ยจะสบายไหม”

    ตอบว่า
    “เป็นเรื่องของหมอ สบายหรือไม่สบายต้องสัมผัสกันเอง คืนนี้ก็มา เวลาทำสมาธิให้ทำใจปกติ อย่าไปนึกถึงเตี่ย ถ้านึกถึงเป็นนิวรณ์ จิตฟุ้งซ่านมันจะไม่เห็น”

    ลูกสาวกลับไปบ้านก็พยายามทำใจแบบนั้น พอใจสบายจิตปลอดจากอารมณ์นึกถึงเตี่ย จิตก็เป็นสุข เห็นเตี่ยมายืนแต่งเต็มยศใส่ชฎาแพรวพราวสวยระยับ และเห็นตัวเองออกไปคุยกับเตี่ยก็สวยคล้ายเตี่ย เพราะว่าการถวายสังฆทานให้คนตายนั้น เราเองเป็นผู้ถวายก็ต้องได้เต็ม ๑๐๐ % และผีต้องโมทนาจึงจะได้ แต่บุญก็ยังอยู่ที่เราเต็มที่

    ลูกสาวถามว่า
    “มาทำไม”

    เตี่ยบอกว่า
    “บุญที่เอ็งทำให้วันนี้ได้รับแล้วเป็นอย่างนี้”

    เป็นเรื่องยืนยันของผีนะ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ลูกสาวคงไม่ยอมเสียเงินเป็นครั้งที่ ๒
    #การถวายสังฆทานมีอานิสงส์มาก และไม่ต้องยุ่งไม่ต้องวุ่นวายเหมือนตอนทำครั้งแรก
    เพราะกังวลน้อยบุญมาก กังวลมากบุญน้อย ถ้างานยุ่งมากเท่าไหร่อานิสงส์น้อยมากเท่านั้นเพราะจิตที่จะพึงทำมันไม่ปกติ บุญที่จะได้อานิสงส์จริงๆ จะต้องมีจิตปกติอารมณ์เป็นสุข

    ีถ้าจัดงานเป็นพิเศษจะไม่ได้บุญเลย งานยิ่งใหญ่เท่าไร บุญยิ่งหดมากเท่านั้น พอเริ่มงานก็ฆ่าปลา ฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ บาปเข้ามาก่อน บุญเข้าไม่ได้ #บุญเหมือนแสงสว่าง_บาปเหมือนกับความมืด ที่ไหนมืด ที่นั่นไม่มีแสงสว่าง ถ้ามีสว่างก็จะไม่มีมืด ที่เขาฆ่าไว้แล้วมีมากมาย ถ้าเราไม่ได้สั่งก็ไม่มีอะไร และจำเป็นนักหรือเวลาทำบุญต้องเลี้ยงเหล้ากันด้วย จะต้องฆ่าสัตว์ พระองค์ไหนเขาสั่ง ลงทุนทำบุญงานศพหมดไป ๕-๖ หมื่น พระได้ไปกี่สตางค์ ค่าอาหารพระฉันไปสักกี่ช้อน มันเป็นหมื่นหรือเปล่า เงินหมื่นจ่ายอะไรกันแน่ หมดค่าเหล้า หมดค่าเชือดไก่เชือดปลาไปเท่าไร #อันนี้ตัวบาปทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบุญ

    #การถวายสังฆทานนี้ดีที่สุด เป็นบุญใหญ่ด้วย กังวลน้อยด้วย ไปเช่าพระพุทธรูปมาองค์หนึ่ง เวลาซื้อไม่ต้องโมโห อย่าไปขอลดเขามากนักก็แล้วกัน และก็มีข้าวถ้วย แกงถ้วย ขนมถ้วย น้ำสักแก้ว เขาไม่จำกัด เราคนเดียวทำได้เลยเรียบร้อย บาปนิดเดียวก็ไม่มี ตัวกังวลก็ไม่มี #บุญก็บริสุทธิ์

    #บุญสังฆทานนี้พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    ทำบุญกับท่าน ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายสังฆทาน ๑ ครั้ง และลงทุนก็ไม่มาก กังวลก็ไม่มี
    การทำบุญ ถ้าตั้งใจจะอุทิศส่วนกุศลให้ใคร ถ้าทำถูก ทำดี และถ้าเขามีโอกาสโมทนาเขาก็ได้บุญเต็มที่ เราเองก็พลอยได้รับความสุขด้วย..

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    _______________
    จากหนังสือ “ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน” หน้า ๒๐๕-๒๐๗ คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์

    60334801_1966308996814167_5619070133847719936_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    2728.png ขออนุญาตบอกบุญค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญถวายมุ้งครอบหลังละ250บาทต้องการจำนวน5โหล(60หลัง)หรือเชิญร่วมบุญได้ตามกำลังค่ะ
    1f449.png ฝนไปบ้านพ่อที่จ.อุทัยธานีครั้งล่าสุด มุ้งที่มีก็เก่าแม่ที่ดูแลต้องซ่อมแล้วแล้วอีก ฝนเลยอยากทำถวายใหม่ค่ะ(เคยไปถวายเมื่อ4ปีที่แล้ว) ปีนี้ไปก็ยังเห็นใช้ได้แต่เก่ามากและซ่อมมามากแล้ว จึงขอเชิญลูกหลานพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาร่วมบุญกันนะคะ
    2728.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.ไทยพาณิชย์ 712-244171-0
    ชื่อบัญชีน้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ
    1f449.png การบอกบุญนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวัดแต่อย่างใดเป็นความศรัทธาของน้ำฝนและคณะญาติธรรมค่ะ
    1f607.png ปิดบุญได้วันไหนจะลงรายละเอียดยอดเงินทุกยอดให้อนุโมทนาบุญกันค่ะ
    1f607.png อานิสงส์ถวายอัฏฐะบริขาร

    1f449.png อัฎฐมีทั้งหมด๘ อย่างคือ ผ้าไตร, บาตร ,เครื่องกรองน้ำ ,มีดเล็ก, ผ้าปูนั่ง ,ประคตเอว, เข็มและด้าย ,กรด ในพระวินัยมุขเล่ม๑
    ผู้ใดได้ถวายอัฏฐะบริขาร จะอุดมไปด้วยทรัพย์ พานพบที่สิ่งที่เป็นมงคล นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ
    และความเจริญทั้งปวง
    ถวายอาสนะ, ที่นอน, หมอน, มุ้ง
    จะได้ไปเกิดในตระกูลขัตติยมหาศาลบริบูรณ์ ได้ทรัพย์สมบัติ และบริวารที่ดีเป็นอันมาก อีกทั้งยังถือเป็นการ
    ต่ออายุให้บิดา มารดา
    ถวายผ้าอาบน้ำฝน ผ้านุ่งห่มต่างๆ
    ได้ผลบุญตอบแทนทันทีในปัจจุบันจากแรงอธิษฐาน นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และความเจริญทั้งปวง
    ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จะเป็นผู้มีผิวพรรณ งดงาม สุ้มเสียงไพเราะ มีลาภยศ และบริวารแวดล้อมถึงซึ่งความ
    สำเร็จเสมอไป อีกทั้งยังเป็นการสะสมปัจจัยอันยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางสู่ภพต่อไป เมื่อดับชีพวายชนม์
    ก็ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติสืบไป

    เรื่องเล่าอานิสงส์ในสมัยพุทธกาล
    ในกาลครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จอาศัยกรุงสาวัตถี อันเป็นที่โคจรบิณฑบาต
    เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหาร ณ ป่าเชตวัน มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งอยู่ในบ้านสถาน ชื่อว่า หะโตสะเศรษฐี
    ปลูกโรงมณฑปไว้หน้าเรือนของตน และทำสร้างแปลงอัฏฐะบริหาร ๘ ประการเป็นต้นว่า ผ้าจีวร
    สบง สังฆาฏิ บาตรและผ้ากรองน้ำ คิลานเภสัช และขวานสิ่ว เสื่อสาดอาสนะ ครบเครื่องอัฏฐะ แล้วทำการ
    มหรสพอันยิ่งใหญ่ประจบครบ ๗ วัน แล้วจึงนำกองอัฏฐะ เข้าไปสู่ป่าเชตวัน ณ บุพพรามวิหารอันเป็นที่ประทับ
    แห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ถวายบิณฑบาต และอัฏฐะ แก่พระพุทธองค์กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป เสร็จจาก
    การภัตตากิจแล้ว ก็กราบทูลถามถึงองค์ผู้เจริญ อันบุคคลที่มีจิตศรัทธา ประสันนาการ มาสร้างอัฏฐะ บริขาร
    ๘ ประการให้เป็นทาน จะได้อานิสงส์ อย่างไรพระเจ้าข้า

    องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสเทศนาว่า ดูกรเศรษฐีบุคคลใด ที่มีใจศรัทธาเลื่อมใส มาก่อสร้างบริการ
    ๘ ประการ ถวายเป็นทานก็จะได้อานิสงส์ ๓๖ กัล์ป บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิได้ ๑๐๐ ชาติ จะได้เสวยสมบัติ
    ในชั้นสวรรค์ภายหลัง จะได้พระนิพพานสมบัติ อันสิ้นภพ สิ้นชาติสิ้นทุกข์สิ้นภัย ไม่เวียนว่ายตายเกิด
    ในวัฏฏสงสาร การถวายทานด้วยเครื่องอัฏฐะบริขารนี้ เป็นเยี่ยงอย่างประเพณี แห่งพระบรมโพธิสัตว์
    สืบ ๆ กันมา พระพุทธองค์จึงนำอดีตนิทานมาเทศนาว่า

    ดูกรเศรษฐีในอดีตกาลล่วงมาแล้ว ในครั้งพระบรมโพธิสัตว์ บำเพ็ญพระบารมีบริบูรณ์
    ได้ตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ ทรงพระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณา
    โปรดเวไนยบรรพสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในทางสวรรค์และทางนิพพาน ครั้งนั้นยังมีบุรุษเข็ญใจ
    เลี้ยงชีวิตด้วยความลำบากไปเที่ยว เก็บผักหักฟืน มาขายเลี้ยงชีวิตอยู่มาวันหนึ่งไปเห็น
    พระปัจเจกโพธิองค์หนึ่ง อยู่ในป่า ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระปัจเจกโพธิ เข้าไปถวายอภิวาท
    แล้วแบกเอามัดฟืน และผักกับมาขายได้เงินพอสมควร แล้วจึงนำไปซื้อผ้าแพรมาทำเป็นผ้าสบง
    จีวรสังฆาฏิบาตรครบเครื่องอัฎฐะ แล้วจึงนำเข้าไปถวายแก่ พระปัจเจกโพธิเจ้า แล้วจึงตั้งปฏิธาน
    ด้วยเดชะบุญแห่งข้าพเจ้าได้ทำทานในครั้งนี้
    ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความเข็ญใจได้ยาก เหมือนดั่งชาตินี้ และเมื่อข้าพเจ้าได้ท่องเที่ยว
    อยู่ในวัฏฏสงสารตราบใด ขอให้ข้าพเจ้า บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ให้ได้จำแนกแจกทานแก่ท่านผู้มีศีล
    และคนยาจกวณิพกคนขอทุกทั่วหน้า และขอให้ข้าพเจ้า ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ
    ครั้นปรารถนาแล้วก็กลับไปสู่บ้านเรือนของตนขวนขวายหาเลี้ยงมารดา ตราบเท่าสิ้นอายุ ก็ไป
    บังเกิดสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสูง ๒๘ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสร ๕๐๐
    เป็นบริวาร ครั้นจุติจากตุสิตพิภพแล้ว มาถือกำเนิดในตระกูล สากยะเสตะราชกรุงสาวัตถี
    บริบูรณ์ด้วย โภคสมบัติ ครั้นเจริญวัยขึ้นก็ได้เสวยราชสมบัติแทนบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จ
    พระยาปัสเสนทิโกศล ในกาลบัดนี้ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว หะโตสะเศรษฐีได้ทูลลาไป
    สู่เรือนของตน ครั้นเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ไปบังเกิดในดุสิตเสวยทิพย์สมบัติ มีวิมานทองสูง
    ๒๐ โยชน์ มีเทพอัปสร ๓ หมื่น เป็นบริวาร

    60207175_1965143200264080_4527701033920495616_n.jpg
    60138994_1965143220264078_4464825998357037056_n.jpg
    60114905_1965143270264073_7663073953669185536_n.jpg
    60600416_1965143313597402_8082380319308644352_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    อานิสงส์ถวายอัฏฐะบริขาร

    อัฎฐมีทั้งหมด๘ อย่างคือ ผ้าไตร, บาตร ,เครื่องกรองน้ำ ,มีดเล็ก, ผ้าปูนั่ง ,ประคตเอว, เข็มและด้าย ,กรด ในพระวินัยมุขเล่ม๑
    ผู้ใดได้ถวายอัฏฐะบริขาร จะอุดมไปด้วยทรัพย์ พานพบที่สิ่งที่เป็นมงคล นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ
    และความเจริญทั้งปวง
    ถวายอาสนะ, ที่นอน, หมอน, มุ้ง
    จะได้ไปเกิดในตระกูลขัตติยมหาศาลบริบูรณ์ ได้ทรัพย์สมบัติ และบริวารที่ดีเป็นอันมาก อีกทั้งยังถือเป็นการ
    ต่ออายุให้บิดา มารดา
    ถวายผ้าอาบน้ำฝน ผ้านุ่งห่มต่างๆ
    ได้ผลบุญตอบแทนทันทีในปัจจุบันจากแรงอธิษฐาน นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และความเจริญทั้งปวง
    ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จะเป็นผู้มีผิวพรรณ งดงาม สุ้มเสียงไพเราะ มีลาภยศ และบริวารแวดล้อมถึงซึ่งความ
    สำเร็จเสมอไป อีกทั้งยังเป็นการสะสมปัจจัยอันยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางสู่ภพต่อไป เมื่อดับชีพวายชนม์
    ก็ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติสืบไป

    เรื่องเล่าอานิสงส์ในสมัยพุทธกาล
    ในกาลครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จอาศัยกรุงสาวัตถี อันเป็นที่โคจรบิณฑบาต
    เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหาร ณ ป่าเชตวัน มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งอยู่ในบ้านสถาน ชื่อว่า หะโตสะเศรษฐี
    ปลูกโรงมณฑปไว้หน้าเรือนของตน และทำสร้างแปลงอัฏฐะบริหาร ๘ ประการเป็นต้นว่า ผ้าจีวร
    สบง สังฆาฏิ บาตรและผ้ากรองน้ำ คิลานเภสัช และขวานสิ่ว เสื่อสาดอาสนะ ครบเครื่องอัฏฐะ แล้วทำการ
    มหรสพอันยิ่งใหญ่ประจบครบ ๗ วัน แล้วจึงนำกองอัฏฐะ เข้าไปสู่ป่าเชตวัน ณ บุพพรามวิหารอันเป็นที่ประทับ
    แห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ถวายบิณฑบาต และอัฏฐะ แก่พระพุทธองค์กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป เสร็จจาก
    การภัตตากิจแล้ว ก็กราบทูลถามถึงองค์ผู้เจริญ อันบุคคลที่มีจิตศรัทธา ประสันนาการ มาสร้างอัฏฐะ บริขาร
    ๘ ประการให้เป็นทาน จะได้อานิสงส์ อย่างไรพระเจ้าข้า

    องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสเทศนาว่า ดูกรเศรษฐีบุคคลใด ที่มีใจศรัทธาเลื่อมใส มาก่อสร้างบริการ
    ๘ ประการ ถวายเป็นทานก็จะได้อานิสงส์ ๓๖ กัล์ป บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิได้ ๑๐๐ ชาติ จะได้เสวยสมบัติ
    ในชั้นสวรรค์ภายหลัง จะได้พระนิพพานสมบัติ อันสิ้นภพ สิ้นชาติสิ้นทุกข์สิ้นภัย ไม่เวียนว่ายตายเกิด
    ในวัฏฏสงสาร การถวายทานด้วยเครื่องอัฏฐะบริขารนี้ เป็นเยี่ยงอย่างประเพณี แห่งพระบรมโพธิสัตว์
    สืบ ๆ กันมา พระพุทธองค์จึงนำอดีตนิทานมาเทศนาว่า

    ดูกรเศรษฐีในอดีตกาลล่วงมาแล้ว ในครั้งพระบรมโพธิสัตว์ บำเพ็ญพระบารมีบริบูรณ์
    ได้ตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ ทรงพระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณา
    โปรดเวไนยบรรพสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในทางสวรรค์และทางนิพพาน ครั้งนั้นยังมีบุรุษเข็ญใจ
    เลี้ยงชีวิตด้วยความลำบากไปเที่ยว เก็บผักหักฟืน มาขายเลี้ยงชีวิตอยู่มาวันหนึ่งไปเห็น
    พระปัจเจกโพธิองค์หนึ่ง อยู่ในป่า ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระปัจเจกโพธิ เข้าไปถวายอภิวาท
    แล้วแบกเอามัดฟืน และผักกับมาขายได้เงินพอสมควร แล้วจึงนำไปซื้อผ้าแพรมาทำเป็นผ้าสบง
    จีวรสังฆาฏิบาตรครบเครื่องอัฎฐะ แล้วจึงนำเข้าไปถวายแก่ พระปัจเจกโพธิเจ้า แล้วจึงตั้งปฏิธาน
    ด้วยเดชะบุญแห่งข้าพเจ้าได้ทำทานในครั้งนี้
    ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความเข็ญใจได้ยาก เหมือนดั่งชาตินี้ และเมื่อข้าพเจ้าได้ท่องเที่ยว
    อยู่ในวัฏฏสงสารตราบใด ขอให้ข้าพเจ้า บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ให้ได้จำแนกแจกทานแก่ท่านผู้มีศีล
    และคนยาจกวณิพกคนขอทุกทั่วหน้า และขอให้ข้าพเจ้า ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ
    ครั้นปรารถนาแล้วก็กลับไปสู่บ้านเรือนของตนขวนขวายหาเลี้ยงมารดา ตราบเท่าสิ้นอายุ ก็ไป
    บังเกิดสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสูง ๒๘ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสร ๕๐๐
    เป็นบริวาร ครั้นจุติจากตุสิตพิภพแล้ว มาถือกำเนิดในตระกูล สากยะเสตะราชกรุงสาวัตถี
    บริบูรณ์ด้วย โภคสมบัติ ครั้นเจริญวัยขึ้นก็ได้เสวยราชสมบัติแทนบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จ
    พระยาปัสเสนทิโกศล ในกาลบัดนี้ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว หะโตสะเศรษฐีได้ทูลลาไป
    สู่เรือนของตน ครั้นเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ไปบังเกิดในดุสิตเสวยทิพย์สมบัติ มีวิมานทองสูง
    ๒๐ โยชน์ มีเทพอัปสร ๓ หมื่น เป็นบริวาร

    60341518_1965444643567269_287295078303531008_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    อานิสงส์บรรเลงดนตรีตามวัด
    …..หลวงพ่อ ทีนี้มาเรื่องของฉันบ้าง เวลาไปธุดงค์เมื่อก่อนฉันธุดงค์อย่างต่ำ ๖ เดือน อย่างดีก็ถึง ๘ เดือน คือไม่เดินแบบเขา เข้าป่าเลย ธุดงค์มี ๒ แบบ คือแบบปกติกับแบบอุกฤษฏ์
    ถ้าแบบปกติ เขาเดินไปก็ปักกลดให้ชาวบ้านใส่บาตร
    …..ถ้าแบบอุกฤษฏ์ ก็ต้องถือว่า ๓ วันต้นพ้นเขตคน แล้งก็มีความเป็นอยู่กับเทวดา กินข้าวกับเทวดา ถ้าเทวดาไม่ให้ก็ยอมอดตาย แต่ว่าประเภทนี้ก่อนจะออกไปได้ก็ฝึกกันหนักหน่อยนะ ต้องซ้อมจนกว่าเทวดาจะให้ข้าวกิน ทำแบบไหนเทวดาจะเอาข้าวให้กิน ทำแบบไหนเทวดาไม่ให้กิน ต้องจำไว้
    …..แต่ ว่าทุกวันมีดนตรีฟังทุกวันนะ ไม่ใช่แว่วนะ บรรเลงข้าง ๆ เลย เห็นถนัด ทีแรกไม่เห็นตัวหนักเข้า ๆ พอจิตเราสู้ได้เห็นตัวแดง เวลานั้นฉันก็รำคาญไม่ได้ รำคาญเมื่อใดเสือกินเมื่อนั้นแล้วฟังแต่เสียงดนตรีมันก็ไม่หนัก ถ้าจิตติดเสียงดนตรีมันก็เป็นกามฉันทะ และไอ้คนบรรเลงมันก็ไม่มีผู้ชาย มันเสือกมีแต่ผู้หญิง
    …..แต่ผู้หญิงไม่สวยเขาก็ไม่มา แจ๋ว ๆ ไอ้แบบไหนที่เราชอบ
    …..ปรากฏแบบนั้น ไอ้ทรงที่เราเคยชอบสมัยก่อนมาแบบนั้นเลยแต่สวยกว่าพวกนี้พวกนางฟ้านางไขว่ ในที่สุดหนักเข้า ๆ อารมณ์ชิน จับเสียงดนตรีเป็นวิปัสสนาญาณ พอกลับมาวัดก็ถามหลวงพ่อปานว่า “มันเป็นยังไงครับ.?”
    …..หลวงพ่อปานบอกว่า “แกใช้อตีตังสญาณดูซิ ทำอะไรในชาติก่อน”
    …..ปรากฏว่าชอบบรรเลงดนตรีตามวัด

    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (วัดท่าซุง)

    60262387_1966984073413326_2414517166545043456_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    1f449.png อัพเดตยอดงานบุญมุ้งครอบถวายวัดให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ใช้กันนะคะยอดวันนี้15,530บาท(ได้มา62หลัง)ครบยอดที่บอกบุญไปเรียบร้อยค่ะ
    1f69b.png ทางร้านมีบริการส่งตรงนี้ดีมากเราไม่ต้องจ้างรถเพื่อที่จะขนไปที่วัดและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการจะร่วมบุญนี้ไปจนถึงวันที่16พฤษภาคมนี้เวลา12.00นช่วงเย็นวันที่16ฝนจะได้สั่งเพิ่มให้อีกนะคะ.
    274c.png ปิดรับ16พฤษภาคมเวลา12.00น.
    2728.png เช้าวันที่18พฤษภาคมทางร้านจะไปส่งถึงที่วัดยังไงจะอัพเดตยอดให้ดูอีกครั้งหลังปิดบุญนะคะ
    1f64f.png ขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่ร่วมบุญมาทุกท่านค่ะ
    อนุโมทนาสาธุค่ะ

    60179291_1967751280003272_596686251516493824_n.jpg
    60300315_1967751323336601_3961408633870221312_n.jpg
    60364009_1967751366669930_8471935077121523712_n.jpg
    60215429_1967751396669927_7976064425440313344_n.jpg
    60141846_1967751436669923_1728917829211652096_n.jpg
    60276164_1967751480003252_2462918359889477632_n.jpg
    60335760_1967751533336580_2814072515188490240_n.jpg
    60426574_1967751580003242_24453168666509312_n.jpg
    60277444_1967751620003238_4048686887630536704_n.jpg
    60345165_1967751646669902_307413555521519616_n.jpg
    60187753_1967751680003232_7779738193280106496_n.jpg
    60492322_1967751726669894_279321200935567360_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    สรรเสริญ กับนินทา

    ….. สรรเสริญ กับนินทา พ่อบอกแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “นัตถิโลเก อนินทิโต” คนไม่ถูกนินทาเลยไม่มีในโลก
    และคนไม่ถูกสรรเสริญเลยก็ไม่มีในโลก

    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    จาก หนังสือ เรื่องจริงอิงนิทาน (พิเศษ)

    60621008_1969551266489940_5271406395390951424_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...