เพจ บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, 19 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ผู้ถาม : “กราบเท้านมัสการหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกอยากเรียนถามหลวงพ่อว่า การที่เราฝึกมโนมยิทธิแล้ว โดยใช้ภาพพระพุทธรูปแก้วใสของหลวงพ่อจับเป็นกสิณกับใช้ภาพองค์สมเด็จพระพุทธชินราชจะได้ผลเหมือนกันหรือไม่ เพราะผมตั้งใจแล้วว่าอนาคตผมเอาอภิญญาหกให้ได้ขอรับ”

    หลวงพ่อ : “เอาแน่หรือ? เอาแน่นะ…”

    ผู้ถาม : “อ้อ! มโนมยิทธินี่ถ้าพูดถึงว่าจับพระพุทธรูปใส…”

    หลวงพ่อ : “ได้ ๒ อย่าง อะไรก็ได้ อภิญญานี่ต้องได้กสิณทั้ง ๑๐ นะ อย่าทำเตาะแตะส่งเดชไป กสิณทั้ง ๑๐ นี่ต้องคล่องทั้งหมด แล้วก็เดินหน้าถอยหลังได้ เข้าฌานสลับฌานได้ ทำสลับฌานได้ ยากแล้วนะ เอางี้สิ! ถ้าฝึกต้องการอภิญญาหก ฝึกไปนิพพานง่ายกว่าเยอะ! ดีกว่าเยอะ! ไม่ได้เกิดประโยชน์”

    ผู้ถาม : “ความจริงมโนมยิทธิก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว..”

    หลวงพ่อ : “ก็แค่นั้นแหละ! ได้อภิญญาหกก็แค่นั้นแหละ ไปได้เท่ากัน ”

    ผู้ถาม : “แต่ฆราวาสได้แค่ ๕ หรือ ๖ ก็ได้ครับ…”

    หลวงพ่อ : “ถ้า ๖ ต้องเป็นพระอริยเจ้านะ อันที่ ๖ อาสวขยญาณไงล่ะ! ความจริงเอาแค่เป็นพระอริยะดีกว่า อภิญญาเฉย ๆ จะทำอะไรกัน ได้มโนมยิทธิก็ถมเถไปแล้ว.. ”

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “….มีคนทั้งหลายเป็นส่วนมากเคยมาหาอาตมา บอกว่า กฐินก็ทอดผ้าป่าก็ทอด อุโบสถศีลก็รักษาบุญกิริยาใด ๆ ทั้งหมด ปรากฏว่าทำทุกอย่าง แต่ทว่าบุญกุศลของตนนี้ไซร้ ไม่สามารถจะช่วยตนให้พ้นจากความทุกข์ ความรู้สึกอย่างนี้เป็นความรู้สึกที่ผิดที่สุด คนทำบุญก็ได้บุญไปแล้ว ทั้งนี้เพราะอะไร คำว่าบุญ ก็คือความดี แต่สำหรับว่าทุกขเวทนาที่จะเกิดแก่ตนนี้ นั้นมันเป็นผลของความชั่ว

    ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทจงจำไว้ว่า ความดีความชั่วใดๆ
    ที่มันเกิดขึ้นแก่เราในปัจจุบัน ถ้ากรรมประเภทนั้นเราทำให้ถือว่ามันเป็นกรรมปัจจุบัน ถ้าในปัจจุบันเราทำแต่ความดี แต่ความทุกขเวทนาทั้งหลายเหล่านี้มันมาเกิดขึ้นแก่ตน ก็คิดว่ากรรมที่มันเป็นอกุศลความชั่วในชาติก่อนมันสนองเรา เราจะได้ใจสบาย ตั้งหน้าตั้งตาคิดว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่เราจะใช้หนี้มัน เลยจากชาตินี้แล้วไซร้ เราไม่ใช้มันต่อไป…”

    จาก โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 2 หน้า 19 โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1522854602_253_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “…เมื่อท่านเห็นสัตว์เดียรัจฉานแล้ว ขอได้โปรดให้ความเมตตาปรานี ถ้าเราจะให้ขนมสักนิด อาหารสักหน่อย เศษอาหารสักนิดก็ตาม ก็ให้ด้วยความปรานี อย่าให้ด้วยความจำใจ เพราะว่าการให้ทานแก่สัตว์เดียรัจฉาน ย่อมมีผลประโยชน์ เป็นความดีแก่ท่านพุทธบริษัทมากเพราะว่าจะได้เป็นเกราะป้องกันนรก ด่านแรกของเรา ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะทานการบริจาค เป็นการกำจัดโลภะ ความโลภของจิต แล้วคนที่จะให้ทานได้ ก็ต้องประกอบไปด้วยความเมตตากรุณา ตกอยู่ในอำนาจของพรหมวิหาร ๔ ถ้าคนใดจิตจับอยู่ในอำนาจของพรหมวิหาร ๔วันนั้นสักชั่วขณะจิตเดียว พระพุทธเจ้าตรัสว่า เรากล่าวว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้ไม่ว่างจากฌานแล้วคนใดที่มีเมตตาจิตอยู่แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาประทีปแก้วตรัสว่า เขาผู้นั้นเป็นผู้มีอภัยทาน
    มีอานิสงส์มาก ตกนรกไม่เป็น…”

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1522854365_353_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    หลวงปู่โลกอุดร

    ฉันฟังมาตั้งนาน โลกอุดร โลกอุดรใครหนอ มีวันหนึ่งก็เลยนั่งอยู่ ใครกันหนอ…? อ้อ…พอเจอหน้าก็ร้องอ้อเลย แต่ว่าท่านพวกนี้ทั้งหมด เดิมทีต้องมาจากพุทธภูมิก่อน พอใกล้จะเต็มก็ลา ลาจากพุทธภูมิเป็นสาวก ก็เลยต้องทำงานพุทธภูมิ

    ถ้าสาวกจริง เขาไม่เอาด้วยหรอก เขาทำงานเฉพาะเรื่องของเขา ที่เห็นว่ามีเยอะๆ ทำได้ก็เงียบฉี่ คืองานของเขาไม่มี พวกนี้ถ้าถึงจุดเขาเว้นงาน คือต้องทำงานตามหน้าที่

    มันมีเรื่องหนึ่งที่เราพูดกันแล้วเหมือนคนบ้า…

    ไอ้ก่อนที่จะลงมานี่มันมีสัญญาใจ ว่าจะมาทำงานอะไร เวลาลงมาเกิดใหม่ๆ ไม่รู้เรื่องหรอก จิตไม่ถึงที่สุด ถ้าจิตถึงที่สุดกระเทาะเปลือกสัญญา อีตอนนี้แหละงานอื่นที่เคยทำมาแล้วก็โยนทิ้งหมด เอาเฉพาะงานของตน

    ไปๆ มาๆ ก็ไปเจอะท่าน ไปเจอะกับท่าน ฉันอยากนึกจะเจอก็ชนปั้งเลย เมื่อชนปั๊บ ถามว่า

    “เป็นพุทธภูมิมาก่อนใช่ไหม”

    คือว่าพวกนี้ถ้าไม่สงสัยแกก็ไม่รู้เรื่องฉัน ถ้าสงสัยก็ชนกันเมื่อนั้นแหละ ต่างคนต่างขี้เกียจด้วยกัน มันไม่เก่งแล้ว มันต้องเก่งมาตอนต้นๆ ตอนต้นก็อยากเก่ง

    ไอ้นักมวยตอนที่หัดใหม่ๆ ไปไหนกำหมัดยิกๆๆ ฉันเป็นนักมวย เอาเข้าเป็นแชมป์แล้ว เขาก็เลิก พระก็เหมือนกัน แก่แล้วก็เลิก แก่ก็มีเรื่องเด็ก ขี้เกียจ จะรู้อะไรไปทางไหนก็ตายแหงๆๆ อย่างพวกนี้ ตายแล้วจะไปไหน หาทางให้มันให้ไปแล้วไม่มาใช่ไหม

    อะไรบ้างที่เราจะเปลื้องความทุกข์ไอ้การเวียนว่ายตายเกิด ก็ภาวะจิตมุ่งตรงสู่นิพพาน คือไอ้การอยากรู้ อยากเห็นก็เลิกกัน แต่ว่าเหตุใหญ่มันชนกันเข้าก็ต้องรู้ สงสัยเขาก็พูดกันเรื่อยเลย โลกอุดรๆๆ คือใคร

    ก็มีคนหนึ่งบังเอิญเข้าไปพบ และก็ขอถ่ายภาพ ภาพแรกเป็นพระ กล้องเดียวกันถ่ายทีเดียว ขอถ่ายอีกทีกันเสีย มีภาพนุ่งโสร่ง ผ้าขาวม้าคาดพุงมีดเหน็บข้างหลัง

    ถามมึงถ่ายอะไร

    ฟิลม์เดียวกันครับ

    ขอถ่ายครั้งที่ ๒ แกร็ก…กันเสีย ก็ไม่เสีย ได้อีกภาพหนึ่ง ถ้าได้ซ้ำก็เสียฟิลม์เปล่าใช่ไหม

    พวกตกใจใหญ่ เป็นไปได้รึ เขาเป็นจะถามทำเกลืออะไร ก็เพราะมันเอง มันเห็นเอง ถามเป็นไปได้หรือ เป็นไปได้แล้ว ไม่น่าจะมาถามเลย

    โลกอุดร ชื่อจริงๆ ก็ อุตตระ พระที่นำพระไตรปิฎกเข้ามาสุวรรณภูมิ อุตตระกับโสณะ หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว…ถ้าถามว่าอยู่ได้ยังไง อย่าลืมคำหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า

    “ผู้ใดถ้าคล่องอิทธิบาท ๔ สามารถจะอธิษฐานร่างกายอยู่ถึงกัปหนึ่ง”

    อย่าลืมนะผู้ที่คล่องอิทธิบาท ๔ คือ พระอรหันต์ พระอนาคามีนี่ถือว่ายังไม่คล่อง เพราะอะไร ยังตัดสังโยชน์อีก ๕ ไม่ได้ ถ้าพระอรหันต็ก็ถือว่าคล่อง ไอ้คล่องไม่ใช่ว่าเฉยๆ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อั๊วะก็ว่าได้นี่ นี่ไม่ได้นะ”

    จากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๕๖ หน้า ๔๗-๔๘

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    คนที่มีกายชั่ว

    “…รวมความว่า คนที่มีกายชั่ว มีวาจาชั่ว มีสติชั่ว อย่างนี้มีค่าไม่เท่าสัตว์เลี้ยง เพราะอะไร เพราะสัตว์เลี้ยงมันเป็นสัตว์ มันอยู่ในอบายภูมิ มันไม่มีอารมณ์รู้พิเศษ มันต้องโทษอยู่ แต่เราเป็นคนรู้ดี รู้ชั่ว รู้ตัวว่าใครทำความดีความชอบ ใครพูดดีเราชอบ แต่ว่าเรากลับทำชั่วเพื่อเขา เราพูดชั่วเพื่อเขา อย่างนี้เรามีค่าไม่เท่าสัตว์เลี้ยง หรือจะกล่าวไปอีกทีก็มีค่าไม่เท่ากับสัตว์ทั่วไปในโลก เลวกว่าสัตว์ เพราะอะไร เพราะว่าสัตว์ตายแล้วเกิดเป็นสัตว์ใหม่ หรือมิฉะนั้นก็เกิดเป็นคน มิฉะนั้นก็เกิดเป็นเทวดา แต่คนที่มีกายชั่ว วาจาชั่ว คติชั่ว ตายแล้วลงนรก ถ้าชั่วมากลงถึงอเวจีมหานรก…”

    จาก ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน หน้า 16
    โดย: หลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

    -รวมความ.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “อัตตนา โจทยัตตานัง”..

    .. จงอย่าคิดว่าคนอื่นจะต้องมาลงโทษ
    เรา ก่อนที่คนอื่นจะลงโทษ กรรมที่เรา
    ทำความชั่วมันก็ทำความเร่าร้อนให้เกิดขึ้น
    แก่เรา “ใครเขาพูดความชั่วคราวใด เราก็
    สะดุ้งเพราะเรามันเลว”

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อัตตนา โจทยัต
    ตานัง” จงเตือนตนไว้เสมอ และจงโจทย์ตน
    กล่าวโทษตนไว้เป็นปกติ หาความชั่วของ
    ตัว อย่าไปหาความชั่วของบุคคลอื่น
    “ถ้าเลวมากเมื่อไหร่ เราก็เพ่งเล็งความเลว
    ของบุคคลอื่นมากเท่านั้น”

    ถ้าเราดีมากเท่าไหร่ เราก็มองไม่เห็น
    ความเลวของบุคคลอื่น “เพราะยอมรับ
    นับถือกฎของกรรม” ที่เรายังไปแส่หา
    ความเลวของบุคคลอื่น เสียดสีเขาบ้าง
    พูดกระทบกระเทียบเขาบ้าง

    ทำลายความสุขใจเขาบ้าง นั่นแสดงว่า
    เรามันเลวที่สุดของความเลว คือ ความเลว
    มันไม่ได้ขังอยู่เฉพาะในใจ มันไหลออกมา
    ทางกาย ไหลออกมาทางวาจา “เพราะมัน
    ล้น เลวจนล้น”

    นี่ขอทุกท่านจงจำไว้ อย่าไปมองดู
    ความเลวของคนอื่น มองดูความเลวของตน
    ไม่ต้องไปปรับปรุงบุคคลอื่น ปรับปรุงเรา
    เองให้มันดีที่สุด ..

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1524045302_423_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    นั่งคิดอยู่เหมือนกัน
    ทำไมหลวงพ่อถึงไม่ใช้อภินิหาร แล้วมาดูคนตอนหลังนี่เป็นอย่างไร วิเคราะห์แล้ว
    เออ… หลวงพ่อท่านทำถูกแล้ว

    “เป็นอย่างไรครับ ไหนลองเล่าที่ว่า”

    คือมานึกถึงหลวงพ่อว่า ทำไมไม่ใช้อภินิหาร จะให้ดังคับประเทศ หลวงพ่อนี่ก็ทำได้

    “ได้แน่นอนครับ”

    ทำได้แน่นอน แต่ว่าท่านเลือกทางสายนี้เพราะว่าอะไร
    เพราะตั้งแต่หล่อพระศรีอาริยเมตไตรยปุ๊ป พอมองดูคน คิดว่าทำไมคนยังมามากอย่างนี้ คนมาอย่างไร มาอย่างนี้เพราะอะไร
    ทำไมเราคิดว่า หลวงพ่อท่านเลือกเอาสายธรรมะ ปูพื้นฐานธรรมะของท่าน
    ลูกศิษย์ของท่านนี่เปอร์เซ็นต์สูงด้านคุณธรรมแล้ว เรื่องทาน วิหารทานอะไรนี่ คือหนึ่งธรรมะเข้าถึงใจ

    เมื่อหลวงพ่อมรณภาพไปแล้วนี่ คนของท่านผูกพันกับท่านแล้ว ผูกพันกับธรรมะที่ท่านสอน ไม่ใช่ผูกพันตรงที่มีฤทธิ์มีเดชของท่าน คือ ทางธรรมะของท่านนี่ เมื่อเวลาทำบุญก็ดี อะไรก็ดี ทำด้วยศรัทธาแท้ เพราะว่าเข้าถึงใจแล้ว ถ้าท่านดังเฉพาะฤทธิ์นะ ดังเฉพาะวัตถุมงคลเฉยๆ นะ
    พอหลวงพ่อมรณภาพแล้ว คนก็ไม่ไปหาฤทธิ์แล้ว ไม่มีฤทธิ์แล้วนี่ ก็จะเงียบหายไป
    อย่างวัดดอยแม่ปั๋ง เขาว่าวัดหลวงปู่แหวนเดี๋ยวนี้มีอาจารย์หนูกวาดวัดอยู่องค์เดียวแล้ว เขาว่านะ เราไม่ได้ไปเห็น

    “เอ้อ…จริงๆ ครับ ออกทีวีครับ มีอาจารย์หนูเฝ้าวัดอยู่องค์เดียวจริงๆ”

    แล้วมาดูของหลวงพ่อสิ คนของท่านนี่ หนึ่ง นึกถึงคุณหลวงพ่อ หลวงพ่อให้ธรรมะ ให้เรามีชีวิตใหม่ ให้เราเป็นผู้ถึงซึ่งพระนิพพานนี่ ความกตัญญูรู้คุณมันอยู่ในจิต ไอ้การดูแลวัดหรือการไปวัดนี่มันเหมือนไปบ้านของตัวเอง

    พระราชภาวนาโกศล

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมนาน

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
    เรื่องสมาธิ

    ผู้ถาม :: กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กระผมเป็นโรคประสาทประหลาดนิดหนึ่ง คือว่าโดยปรกติแล้ว ร่างกายสมบูรณ์แบบทุกอย่างทุกประการ แต่เวลาจะนั่งสมาธิเป็นเวลา ๑๐ ปีมาแล้ว มีอาการดังต่อไปนี้คือ พอนั่งปุ๊บ พอจิตสบายจะมีความรู้สึกทางที่ศีรษะ แล้วเหมือนมีอะไรเลื่อนไป เลื่อนมาอยู่บนศีรษะรอบ ๆ แต่พอเลิกนั่งแล้ว หายเหมือนปลิดทิ้ง นั่งทีไรก็เป็นอย่างนี้เป็นประจำ จึงขอคำแนะนำจากหลวงพ่อว่า อาการเช่นนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ประการใดหรือไม่ขอรับ?

    หลวงพ่อ :: แก้อิริยาบถดีกว่า ถ้านั่งไม่ดีแบบนั้นใช้นอน คือใช้ยืนหรือใช้เดินก็ได้ ถนัดนอนก็นอน ดีกว่า สบายกว่า

    ผู้ถาม :: กรรมฐานนอนได้หรือครับ…หลวงพ่อ?

    หลวงพ่อ :: นั่ง นอน ยืน เดิน มีผลเสมอกันจ้ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน อย่างฉันนี้นอนมา ๙๐ เปอร์เซ็นต์

    ผู้ถาม :: นอนกรรมฐานหรือครับ?

    หลวงพ่อ :: ใช่ สบายมาก เข้าทั้งตัวเลย

    ผู้ถาม :: อ้อ นี่รับสารภาพเลย

    หลวงพ่อ :: ทำไม โกหกทำไม พระ? อีตอนที่ฉันลาพุทธภูมินะ และพระท่านมาบอกว่า ถ้าคุณจะลาพุทธภูมิให้ลาได้ แต่ต้องมีเงื่อนไข ภายใน ๑๒ ปีนี่ตายไม่ได้ นักเรียนทุน ๑๒ ปีผ่านมาแล้ว ก็มาอีก ๑๐ ปียังไม่ตายไม่ได้ ผ่านไปแล้วตอนนี้กำหนด ฉันขี้เกียจกำหนด ถึงเวลาก็ไม่ตาย เตรียมตั้งท่าทุกทีก็ไม่ตายสักที

    ผู้ถาม :: อ้อ ได้ทุนถาวร

    หลวงพ่อ :: ได้ทุนถาวร ก็เป็นอันว่าตอนนั้นท่านบอกว่า เมื่อสัญญาตกลงนั้นน่ะ เราคิดว่ามีชีวิตช่วงนี้อยู่กี่ปีก็ช่างมัน ก็ดีกว่าเกิดอีก ๑ ชาติ มันมีทุกข์ไม่เท่ากับเกิดอีก ๑ ชาติ ใช่ไหม… ก็ตกลงกับท่าน เป็นอันว่าขอลาพุทธภูมิ ท่านก็อนุมัติพอท่านอนุมัติ ท่านก็สั่งว่านับตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เวลา ๔ ทุ่มตรง ฉันจะมาสอนเธอ เวลา ๒-๓ ทุ่มครึ่งให้เลิกรับแขก
    ทีนี้พอถึงเวลา ๓ ทุ่มครึ่ง ฉันก็บอกแขก ตอนนั้นคุยกับแขกกลางคืนด้วยนะ ทีนี้มันเคยคุยถึง ๕ ทุ่ม ๖ ทุ่ม ใช่ไหม… ก็มีบางคนบอกว่า ยังไม่ถึงเวลาครับ ก็เลยบอกยังไม่ถึงเวลาของแกก็ช่าง เวลาของฉันมันถึงแล้ว ฉันเข้าห้อง แกนั่งอยู่ยามก็แล้วกัน ฉันก็เข้าห้องฉันซิ เรื่องอะไรงานต้องเป็นงาน งานเรามีใช่ไหม พอเข้าไปในห้องก็เตรียมตัวบูชาพระ ล้างหน้าล้างตาบูชาพระพอ ๔ ทุ่มเป๋ง ท่านมาทันทีตามเวลาเลย เป๋ง…ถึงเลย ในห้องมีแสงสว่างคล้ายกับไฟหลายแสนแรงเทียน…สวยมาก มาถึงปั๊บแทนที่ท่านจะบอกนั่ง ท่านบอกเธอเหนื่อยมาตั้งแต่เช้า…เพลียนอนฟังและจงคิดตามฉันพูด ท่านสอนตั้งแต่ ๔ ทุ่ม ถึง ตี ๒ ถึง ๑ เดือน สอนวิชาอะไรรู้ไหม “ทุกข์” ทุกข์ตัวเดียว ฉันมีความรู้อริยสัจแค่ “ทุกข์” ตัวเดียวนะ

    ผู้ถาม :: หนึ่งเดือนหรือครับ?

    หลวงพ่อ :: ใช่ ๑ เดือนเต็ม ค่อย ๆ พูดไปทีละข้อ ท่านพูดละเอียดมาก พูดช้า ๆ ให้คิดตาม พอถึงตี ๒ ก็กลับ อย่างนี้ทุกคืน ๑ เดือน เป็นอันว่านอนดี ถ้านอนภาวนาทุกขเวทนามันไม่เครียดใช่ไหม ถ้ามันจะหลับให้ปล่อยหลับไปเลย อย่าฝืนไว้เพราะจิตถ้าเริ่มเป็นสมาธิ กำลังใจจะรวมตัว พอถึงฌานปั๊บ จะตัดหลับ เมื่อหลับแล้วหลับกี่ชั่วโมง ก็ถือว่าทรงฌานอยู่เท่าเวลานั้น เวลาหลับเขาถือว่า “ทรงฌาน” อันนี้ได้กำไรมาก
    ถ้าจิตเริ่มเป็นสมาธิกำลังใจจะรวมตัวมาทีละน้อย พอสมาธิมั่นคงพอถึงฌานปั๊บ มันตัดหลับทันที ตัดหลับแบบนี้สังเกตเวลาตื่น ถ้าจิตทรงฌานก่อนหลับจริงเวลาตื่น พอรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น มันจะภาวนามาเลย ไม่ต้องบังคับ เขาภาวนาเลย ภาวนาด้วยกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกด้วย เวลานั้นจะเป็นไปตามนั้น

    ผู้ถาม :: ถ้าปุ๊บปั๊บตายขณะนั้น ก็…

    หลวงพ่อ :: ไปตามกำลังฌาน เขาถือว่าก่อนจะหลับอยู่ฌานไหน เวลาหลับก็ทรงฌานนั้น ถ้าหากว่าตายขณะหลับก็ไปตามกำลังของฌาน ถ้าเป็นฌานโลกีย์ธรรมดา ก็ไปเป็นพรหม แน่นอน ถ้าบังเอิญเวลาก่อนจะหลับ มันใช้วิปัสสนาญาณควบคิดว่าการเกิดเป็นมนุษย์มันเป็นทุกข์ เราไม่ต้องการมันอีก ร่างกายเต็มไปด้วยความสกปรกโสโครก เป็นทุกข์อย่างนี้เราไม่ต้องการอีก คำว่า “ไม่ต้องการร่างกาย” นี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ ถ้าตายเวลานั้น จะไปนิพพานทันที

    ผู้ถาม :: อย่างนี้ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยนะครับ?

    หลวงพ่อ :: ก็ต้องลงทุนนอนหน่อย (หัวเราะ) นั่ง นอน ยืน เดิน มีผลเสมอกัน

    ผู้ถาม :: ขอถามอีกนิดหนึ่งครับ ตอนที่สมเด็จท่านสอนทุกข์นี่ใช้ภาษาอินเดียหรือภาษาอะไรครับ?

    หลวงพ่อ :: ภาษาไทยชัดมาก เพราะมาก เสียงเพราะจริง ๆ เสียงกังวาล อย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าคนภาษาไหน เวลาเทศน์จะเป็นภาษานั้นหมด เวลาฟัง ๑๐ ภาษาก็ต่างคนต่างรู้เป็นภาษาของตนเอง เป็นอัจฉริยะไง อัศจรรย์ยังไงล่ะ เทศนาปาฏิหาริย์ เทศน์เป็นปาฏิหาริย์ แต่ใครนั่งด้านไหนก็ตาม จะถือว่าพระพุทธเจ้าหันหน้าไปหาเสมอ ไม่มีคำว่า “หลัง” ไม่มีคำว่า “ข้าง” ดีไหม

    ผู้ถาม :: เสียดายนะ เกิดทันตอนนั้นป่านี้ก็

    หลวงพ่อ :: ป่านนี้ก็ลงอเวจีไปแล้ว (หัวเราะ)

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ทำบุญอย่างคนโง่
    แล้ววิธีที่เราหนีเวลานี้ก็ง่าย เราก็ทำบุญอย่างคนโง่ เราทำบุญอย่างคนโง่ซิ พระพุทธเจ้าว่าอย่างไรเราเชื่อตามท่านซะใช่ไหม พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า กัปนี้ยังมีพระุพทธเจ้าอีกองค์นึง คือพระศรีอาริย์จะมา นี่การทำบุญทุกครั้งเราก็ไม่ตั้งเขตไปไหน เราตั้งเขตไปนิพพานจุดเดียวเราตั้งจุดไว้ให้สูง อย่างหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อสด เคยไปอบรมกับท่าน เคยไปอยู่กับท่านมาเดือนหนึ่ง ท่านบอกว่าถ้าเราปฏิบัติกรรมฐานเราต้องหวังนิพพาน เคยถามหลวงพ่อครับ ถ้ามันไปไม่ถึงนิพพาน เห้ย ไปไม่ถึงนิพพานก็ค้างพรหมซิโว้ย กำลังอ่อนหน่อยก็ค้างสวรรค์ อ่อนมากเกินไปค้างมนุษย์ยังไม่ลงนรก ท่านพูดของท่านถูกนะ ท่านบอกว่าเราต้องหวังนิพพาน ทีนี้มานั่งใคร่ครวญดูก็จริงของท่าน ให้ตั้งใจไปนิพพานตรง ไม่ไปไหนล่ะ ที่นี้ถ้าบังเอิญบุญวาสนาบารมีของเรายังไม่ถึงนิพพาน มันก็ไปค้างสวรรค์บ้าง พรหมบ้างใช่ไหม ถ้าไปค้างสวรรค์ค้างพรหม ก็ทันพระศรีอาริย์แหงๆ ทันกันแน่นอนพระศรีอาริย์เทศน์จบเพียวไปนิพพาน ที่นี้การตั้งเขตต้องตั้งยันนิพพานสุดไว้ก่อน อย่าถอยหลัง ถ้าหากว่าบังเอิญมันยังไม่ถึงนิพพาน ไปค้างที่สวรรค์ก็กี ที่พรหมก็ดี ไอ้จิตดวงเดิมมันไปที่เราไปจิตมันไป จิตมันก็อยากไปนิพพานต่อไป ถ้าฟังเทศน์จากพระศรีอาริย์จบ พระพุทธเจ้าเทศน์ท่านจะจี้จุดบุญแก่เรา บุญเก่าเรามีความเข้มข้นตรงไหน ท่านจะจี้จุดนั้นก็ถึงนิพพานทันที ก็เท่านี้ไม่ยาก ก็รวมว่า เราทำบุญอย่างคนโง่ ยอมโง่กว่าพระุพุทธเจ้า ฮึหมอ อาจจะไม่ยอมโง่กว่าคนอื่นก็ได้นะ (หัวเราะ) ใช่ไหม เรายอมโง่กับพระพุทธเจ้าองค์เดียว พระพุทธเจ้าก็ดี พระอรหันต์ก็ดี เรายอมโง่กับท่าน แต่คนอื่นไม่แน่ใช่ไหม เดี๋ยวบอกตายแล้วสูญ ข้าไม่เอากับแกหรอกโว้ย ไอ้พวกตายแล้วสูญพวกนี้สูญหมด ลงโลกันต์หมด

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1524461240_954_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงทรงมีรับสั่งให้หลวงพ่อฤาษีเตือนลูกหลานเรื่องการปฏิบัติแบบง่ายๆ เพียงวันละ ๑๐ นาที

    “….สัมพเกษี วิธีป้องกันนะ การยึดเหนี่ยวสถานที่หรือบุญกุศลที่ได้แล้วมันเป็นของไม่ยาก พวกเธอจะเรียนกันมากไปนะ เวลาที่เธอเทศน์เธอก็เทศน์มากไป สอนชาวบ้านก็สอนมากไป แต่การสอนมากก็ให้เป็นไปตามอัธยาศัยของตน ก็เป็นของธรรมดานะสัมพเกษี แม้แต่ตถาคตเองก็เหมือนกัน ต้องสอนถึงแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ทั้งนี้ก็เพราะว่าอัธยาศัยของคนไม่เหมือนกัน คนกลุ่มนี้พูดอย่างนี้รู้เรื่อง คนกลุ่มโน้นพูดอย่างนี้ไม่รู้เรื่องต้องพูดกันใหม่ เธอกลับลงไปบันทึกเสียงเข้าไว้นะ
    …บอกว่าตถาคตบอกว่าอย่างนี้ ให้ลูกหลานของเธอทุกคน หรือบริษัทของเธอทุกคนเขาตั้งใจไว้อย่างฉันพูดนะ การจะไปสวรรค์ก็ดี ไปพรหมโลกก็ดี ไปนิพพานก็ดี เป็นของง่าย ไม่ใช่ของยาก ไม่ใช่ยากอย่างที่นักปราชญ์ในโลกเขาพูดกันเวลานี้ เวลานี้บรรดานักปราชญ์ทั้งหลายนิยมความยาก สิ่งไหนก็ตามที่มันยากเขาถือว่ามันดี เป็นแบบฉบับที่ถูกต้อง แต่ว่าฉัน (ตถาคต) เห็นว่านั่นไม่ถูก
    ..สัมพเกษี เตือนบริษัทและลูกหลานของเธออย่างนี้นะว่า ให้ทุกคนรู้ตัวแล้วว่ามีวิมานอยู่บนสวรรค์ชั้นกามาวจร เมื่อเวลาเขาจะทำความชั่วอะไรก็ชั่งเถิด เวลาก่อนจะนอนให้นึกถึงความดีที่ทำไว้ ขึ้นชื่อว่าความชั่วทั้งหลายปล่อยมันไป คิดนึกถึงแต่ความดีแล้วเอาใจนี่จับไว้ว่านี่เรามีวิมานแก้ว ๗ ประการ ไว้บนสวรรค์ชั้นกามาวจรแล้ว เวลาเราจะตายเราจะไปอยู่วิมานนั้น ถ้าเวลาป่วยไข้ไม่สบายไม่ต้องเอาอะไร นึกถึงคุณพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะนึกถึงพระพุทธก็ได้ พระธรรมก็ได้ พระสงฆ์ก็ได้ สิ่งก่อสร้างก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในใจ แล้วก็ตั้งใจว่า เราจะไปอยู่วิมานของเราที่มีอยู่แล้ว ตั้งใจเพียงเท่านี้นะ ถ้าตายเขาจะถึงสวรรค์ชั้นกามาวจรทันที..
    …พวกที่จะไปเป็นพรหมโลกก็เป็นของไม่ยากนะ สัมพเกษี บอกเขานะว่าคนที่ต้องการไปพรหมโลกน่ะ คืนหนึ่งให้สร้างความดี ๑๐ นาที ตอนกลางวันมันอาจจะเลว เอาดีกันตอนกลางคืน นั่งนับลมหายใจเข้าออกก็ตาม นั่งก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ นับลมหายใจเข้าออกก็ได้ หรือจะนึกถึงพระกรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ได้ เพียง ๑๐ นาที ให้รู้ลมหายใจเข้าหายใจออก เท่านี้ก็พอ เวลาตายแล้วเป็นพรหมแน่..
    …ทีนี้คนไหนต้องการจะไปพระนิพพานก็เป็นของไม่ยาก สัมพเกษี ให้เขาคิดเห็นว่าโลกนี้ทั้งโลก ไม่มีอะไรที่เราชอบ ไม่มีอะไรที่เรารัก เราไม่รักอะไร เราไม่ชอบอะไรในโลกนี้ แม้แต่ร่างกายของเราเองเราก็ไม่ชอบไม่รัก เพราะมันเต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยความทรมาน แล้วให้ใคร่ครวญหาความจริงในโลก จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม มันมีสภาพคงตัวได้ตลอดกาลหรือเปล่า ถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลง มีการสลายตัว ก็ถือว่านี่โลกทั้งโลกหาความดีไม่ได้ แล้วก็หันเข้ามาคิดถึงกายของตัวว่า กายของเราเองนี่มันยังจะตายยังจะพัง เรายังจะปรารถนาอะไรภายนอกอีก เราไม่ต้องการ เราจะไปพระนิพพาน เขาคิดเท่านั้นเพียงคืนละ ๑๐ นาทีนะสัมพเกษีนะ ลูกหลานของเธอทุกคนพ้นนรกหมด พ้นอบายภูมิ อย่างน้อยก็ไปกามาวจรสวรรค์ อย่างกลางก็ไปพรหมโลก อย่างดีก็ไปพระนิพพาน…”
    …นี่ท่านว่าไว้อย่างนี้นะ…ลูกหลานที่รักทุกคน ได้ยินหรือยัง ถ้าได้ยินละก็จำไว้นะ ท่านสั่งสอนแบบนี้ เป็นการสั่งสอนแบบง่ายๆ นี่เป็นความดีของพระ ของเทวดา ของพรหมท่านนะ ลูกหลานจงจำไว้ ถ้าใครเขาว่าฉันดี ใครเขาว่าฉันเป็นผู้วิเศษหละก็ อย่าไปคล้อยตามเขานะ ตัวฉันไม่มีอะไรจริงๆนะ ฉันต้องพึ่งพระ พึ่งเทวดา พึ่งพรหม ทุกอย่าง…”

    บันทึกเสียงไว้เมื่อ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕..

    1524979444_793_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “…วันนี้ขอปรารภเรื่องมโนมยิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์ทางใจ..บรรดาท่านพุทธบริษัทและญาติโยม..ที่นั่งอยุ่นี่ทุกคน ทำได้แล้ว..ทั้งหมด..และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..พระที่เข้ามาบวชในวัดนี้..ต้องทำได้ก่อน..เมิ่อทำได้แล้วก็พยายามอย่าให้เสื่อมเสีย.ถ้าปล่อยให้เสื่อมจะถิอว่าเป็นการปรามาสพระพุทธเจ้า. เพราะว่าความรูนี้เป็นของพระพุทธเจ้า…”

    “…หากว่าจะมีใครถามว่าทำไมจะต้องสอนมโนมยิทธิ ซึ่งก็มีคนหลายกลุ่มหลายคน หลายคนนี้ความจริงเขาไม่ได้พูดที่อื่น บางคนก็มาพูดใส่หน้าผมเองว่า สอนคนนอกรีตนอกรอย..ไม่เป็นเรื่อง..ไอ้คำสอนนอกรีตนอกรอยนี่บางทีเขาจะคิดว่าผมเป็นแบบ.พระกปิลภิกขุ..ที่ในพระวินัยท่านบอกว่า.ตายจากความเป็นคนไปเกิดในอเวจีนรก และก็พาโยมแม่กับน้องสาวลงอเวจีมหานรกด้วย.เพราะท่านกปิละเมื่อลงอเวจีพ้นขึ้นมาเป็นปลามีเกล็ดสีทอง..พอพระพุทธเจ้าถามตามความเป็นจริงก็เสียใจ เอาหัวตีข้างเรือตายแล้วไปเกิดในอเวจีมหานรกใหม่…”

    “…ความจริงผมไม่ได้หนักใจแบบท่านกปิละ เพราะว่าความรู้นี้ เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า ทีให้ไว้ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่เป็นเรื่องเป็นราวก็จงคิดว่าพระพุทธเจ้าไม่เป็นเรื่องด้วยก็แล้วกัน ที่กล่าวนี่ผมไม่ได้ประนามพระพุทธเจ้า แต่เมื่อท่านทั้งหลายเห็นว่า ความรู้พระพุทธเจ้าใช้ไม่ได้ก็แสดงว่าท่านผู้นั้นไม่ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องของท่านผู้นั้น ผมปฏิบัติตามไม่ได้…”

    “…และมีบางท่านเห็นว่าเป็นการสะกดจิตบ้าง ความจริงการสะกดจิตต้องเหมือนกันหมด ทำอะไรเหมือนกันหมด รู้อะไรเหมือนกันหมด ต้องทำได้เหมือนกันทุกอย่างเพราะถูกบังคับจิต..แต่ทว่าการมาฝึกนี่ทุกคนไม่ใช่จะได้เหมือนกันหมด บางคน2วันได้ บางคน3วันได้ แต่ก็มีบางวัน 4วันได้…”

    “…และมีบางท่านบอกว่า.เป็นโอภาส(แสงสว่าง) อันนี้ก็ไม่ถูก คำว่าโอภาสเป็นแสงสว่างเฉยๆ เป็นผลจากการเจริญสมถภาวนาบวกวิปัสสนาภาวนาถ้าหลับตาไปแล้ว..จะเห็นแสงสว่างทั้งข้างหน้าข้างหลัง..ข้างบนข้างล่าง..อันนี้ผมเคยผ่านมาแล้ว ก็ไม่ใช่มโนมยิทธิ บางท่านบอกว่า.อุปทาน คำว่าอุปทานแปลว่ายึดมั่นถือมั่น จะต้องรู้อยุ่ก่อน คิดไว้ก่อนว่าภาพนั้นภาพนี้เป็นอย่างไร แล้วก็เจอแบบนั้น อย่างนี้เรียกว่าอุปทาน..คือยึดภาพไม่ยอมปล่อย จะต้องเป็นเหมือนที่ฉันเห็นมาก่อนจึงจะถูกต้องอันนี้ก็ไม่ใช่อีก…”

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1524984845_730_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ความตายเป็นของเที่ยง ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง

    ความตายเป็นของเที่ยง ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง จงจำไว้ให้ถึงที่สุด เมื่อจำไว้ทุกวัน ลืมตาขึ้นมาเช้ามีความรู้สึกไว้เสมอว่า

    เราอาจจะไม่ได้กินข้าวเช้า อาจจะตายก่อนก็ได้ ความตายไม่มีนิมิต ความตายไม่มีเครื่องหมาย ถ้าเราตายเลว ก็ดูตัวอย่างสัตว์ในอบายภูมิ มีนรกและเปรตเป็นต้น ก่อนจะตายถ้าเราทำความดี นั่นก็เป็นเรื่องที่เราจะฟังต่อไปข้างหน้าในเรื่องวิมานวัตถุ จะเห็นผลมีความสุข

    ถ้าเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยทรัพย์มีความสุข ถ้าเป็นเทวดาก็เป็นเทวดาที่มีความสุขสมบูรณ์ ไม่ต้องเป็นเปรตไปก่อนแล้วจึงเป็นเทวดา

    จาก หนังสือ พ่อรักลูก (พิเศษ) โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1525501982_732_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “พ่อ” ขอแนะว่า ตัดสักกายทิฏฐิ ตัวเดียวลูกรัก คืออย่าสนใจในรูป รูปเราก็ดี รูปเขาก็ดี รูปวัตถุธาตุก็ดี ตัดกันเสียที เรื่องการเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหม เลิกกัน เราไม่ต้องการมันต่อไป เพราะว่ามันเป็นของไม่ดี เราไปนิพพานกันดีกว่า

    จาก หนังสือ พ่อรักลูก (พิเศษ) โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ๑..มโนมยิทธิ
    “…วันนี้ขอปรารภเรื่องมโนมยิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์ทางใจ..บรรดาท่านพุทธบริษัทและญาติโยม..ที่นั่งอยุ่นี่ทุกคน ทำได้แล้ว..ทั้งหมด..และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..พระที่เข้ามาบวชในวัดนี้..ต้องทำได้ก่อน..เมิ่อทำได้แล้วก็พยายามอย่าให้เสื่อมเสีย.ถ้าปล่อยให้เสื่อมจะถิอว่าเป็นการปรามาสพระพุทธเจ้า. เพราะว่าความรูนี้เป็นของพระพุทธเจ้า
    “…หากว่าจะมีใครถามว่าทำไมจะต้องสอนมโนมยิทธิ ซึ่งก็มีคนหลายกลุ่มหลายคน หลายคนนี้ความจริงเขาไม่ได้พูดที่อื่น บางคนก็มาพูดใส่หน้าผมเองว่า สอนคนนอกรีตนอกรอย..ไม่เป็นเรื่อง..ไอ้คำสอนนอกรีตนอกรอยนี่บางทีเขาจะคิดว่าผมเป็นแบบ.พระกปิลภิกขุ..ที่ในพระวินัยท่านบอกว่า.ตายจากความเป็นคนไปเกิดในอเวจีนรก และก็พาโยมแม่กับน้องสาวลงอเวจีมหานรกด้วย.เพราะท่านกปิละเมื่อลงอเวจีพ้นขึ้นมาเป็นปลามีเกล็ดสีทอง..พอพระพุทธเจ้าถามตามความเป็นจริงก็เสียใจ เอาหัวตีข้างเรือตายแล้วไปเกิดในอเวจีมหานรกใหม่
    “….ความจริงผมไม่ได้หนักใจแบบท่านกปิละ เพราะว่าความรู้นี้ เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าทีให้ไว้ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่เป็นเรื่องเป็นราวก็จงคิดว่าพระพุทธเจ้าไม่เป็นเรื่องด้วยก็แล้วกัน ที่กล่าวนี่ผมไม่ได้ประนามพระพุทธเจ้า แต่เมื่อท่านทั้งหลายเห็นว่า ความรู้พระพุทธเจ้าใช้ไม่ได้ก็แสดงว่าท่านผู้นั้นไม่ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องของท่านผู้นั้น ผมปฏิบัติตามไม่ได้และมีบางท่านเห็นว่าเป็นการสะกดจิตบ้าง ความจริงการสะกดจิตต้องเหมือนกันหมด ทำอะไรเหมือนกันหมด รู้อะไรเหมือนกันหมด ต้องทำได้เหมือนกันทุกอย่างเพราะถูกบังคับจิต..แต่ทว่าการมาฝึกนี่ทุกคนไม่ใช่จะได้เหมือนกันหมด บางคน2วันได้ บางคน3วันได้ แต่ก็มีบางวัน 4วันได้ และมีบางท่านบอกว่า.เป็นโอภาส(แสงสว่าง) อันนี้ก็ไม่ถูก คำว่าโอภาสเป็นแสงสว่างเฉยๆ เป็นผลจากการเจริญสมถภาวนาบวกวิปัสสนาภาวนาถ้าหลับตาไปแล้ว..จะเห็นแสงสว่างทั้งข้างหน้าข้างหลัง..ข้างบนข้างล่าง..อันนี้ผมเคยผ่านมาแล้ว ก็ไม่ใช่มโนมยิทธิ บางท่านบอกว่า.อุปทาน คำว่าอุปทานแปลว่ายึดมั่นถือมั่น จะต้องรู้อยุ่ก่อน คิดไว้ก่อนว่าภาพนั้นภาพนี้เป็นอย่างไร แล้วก็เจอแบบนั้น อย่างนี้เรียกว่าอุปทาน..คือยึดภาพไม่ยอมปล่อย จะต้องเป็นเหมือนที่ฉันเห็นมาก่อนจึงจะถูกต้องอันนี้ก็ไม่ใช่อีก…”

    1525703103_872_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    “…คนเกิดมาเป็นมนุษย์นี้นั้น ก็มาจากสถานที่ที่ต่างกัน คือ ๑. มาจากพรหม ๒. มาจากสวรรค์ ๓. มาจากมนุษย์ คือตายมาจากมนุษย์แล้วก็เกิดเป็นมนุษย์ ๔. มาจากสัตว์นรก ๕. มาจากเปรต ๖. มาจากอสุรกาย ๗. มาจากสัตว์เดรัจฉาน สำหรับบุคคลประเภท ๔ ประการหลังนี้เป็นบุคคลที่ประกอบไปด้วยความเลว ทั้งกายและจิตใจ บางทีที่เราปฏิบัติความดีตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระจอมไตร- บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า อาจจะไม่เกิดผลสมบูรณ์ ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท ทั้งหลายพึงทราบว่า นั่นเขามาจากอบายภูมิ และก็ตั้งใจจะกลับไปอบายภูมิใหม่ที่ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทรงตรัสว่า พวกมืดมาแล้วก็มืดไป…”

    1525702864_838_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรมยาน

    “อย่าไปนึกว่าคนในโลกเขาจะรักเราทุกคน และก็จง
    อย่าไปคิดว่าคนในโลกเขาจะเกลียดเราทุกคน จงถือ
    ว่ารักหรือเกลียดไม่มีความสำคัญ
    ความสำคัญมีอยู่ว่า อย่าไปคบกับความชั่ว อย่ารับคำ
    นินทาและก็อย่ารับคำสรรเสริญ ใครเขาจะนินทาว่า
    ร้ายเราก็ปล่อยให้ความเลวนั้นตกอยู่กับเขาแต่ผู้เดียว”

    (ธัมมวิโมกข์ ฉบับ ๑๙๔ หน้า ๙๓)

    .jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ยุคต้นกัป มนุษย์มาจากไหน

    สัตว์ทุกตัวคือคนทั้งนั้นนะ ที่คนน้อยหมายถึงสัตว์ประเภทนี้ยังเกิดเป็นคนน้อยอยู่ นานๆ เข้าหมดกฎของกรรมที่เกิดมาเป็นคน เกิดเป็นคนยังไม่พอ ยังเสียดายความเป็นสัตว์ ลงนรกไปใหม่ กลับมาเป็นสัตว์ใหม่ นี่ดีนะถ้ามดทุกตัวมาเกิดพร้อมกัน ไม่มีที่อยู่พวกเรา มดทุกตัวก็คน อดีตจริงๆ โลกไม่มีสัตว์ มีแต่มนุษย์ ต้นโลกจริงๆ

    เมื่อไฟบรรลัยกัปถอยแล้วใช่ไหม กัปมีฝนตก พื้นดินก็สุก ถูกฝนหอม พรหมที่หมดวาสนาบารมีจะลงมาเกิด หาพ่อแม่เกิดไม่ได้ ต้องลงมาในฐานะเป็นพรหม ต้องลง เวลานั้นพระอาทิตย์พระจันทร์ยังไม่มีแสงสว่างในตัวมีอยู่ ต่อมาก็เกิดเพศหญิง เพศชาย ความรักเกิดขึ้น แสงสว่างในตัวก็ดับ มีแต่คน สัตว์ยังไม่มี

    แล้วต่อมาพระอาทิตย์ก็เกิดขึ้น พอตอนเย็นพระอาทิตย์ตก พระจันทร์ก็เกิดขึ้น ระหว่างนั้นยังมีแต่คน ไม่มีสัตว์ แล้วต่อมาพวกคนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดมาหลายชั่วอายุ ศีลธรรมยังมีอยู่มากในตอนต้น ตายจากคนก็เป็นเทวดาหรือพรหมตามเดิม ต่อมาพวกสัตว์นรกหมดกรรม มาเกิดเป็นเปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉานมา

    เกิดเป็นคนบ้าง ตอนนี้โลกเริ่มยุ่ง พอโลกเริ่มยุ่ง ตอนนี้สิเกิดทำบาปอกุศล ตายไปลงนรก เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานจึงมี
    ที่หลวงพ่อพูดแบบนี้พูดตามพระพุทธเจ้าท่านว่า เอ็งไม่เชื่อก็ไปดูต้นกัป ถอยหลังไปต้นกัป ไหวไหม…

    จาก หนังสือธรรมมะปฏิบัติ เล่ม ๓๔ รวมธรรมเทศนา หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร ป.ธ.๔) หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    1525972745_845_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    โทษและคุณของศีลข้อที่ ๑
    คนที่ไม่สามารถจะปฏิบัติในศีลข้อหนึ่งได้ คือจิตขาดเมตตา ปรานี พิฆาต เข่นฆ่าเขาบ้าง ประทุษร้ายเขาบ้าง ทำให้เขาลำบากบ้าง พวกนี้จะหลับก็ไม่เป็นสุข จะตื่นก็ไม่เป็นสุขมีชีวิตอยู่ระแวงอันตรายอยู่เสมอตายจากความเป็นคนมีหวังได้ไปอบายภูมิแน่ อย่างไร ๆ ก็มีสิทธิ์ลงนรก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ออกจากนรกแล้วก็มาเป็นเปรตออกจากเปรตก็มาเป็นอสุรกาย
    ออกจากอสุรกายก็มาเป็นสัตว์เดรัจฉาน พ้นจากสัตว์เดรัจฉานก็มาเป็นคนที่ต้องรับผลเศษของกรรม อย่างดีที่สุดก็เป็นคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บ กระง่องกระแง่ง เดินไม่ค่อยไหว ถ้ารุนแรงเกินไป
    เป็น อาจิณกรรม เข้าท้องแม่ไม่ทันจะคลอดตาย บาปหย่อนลงมาอีกนิดหนึ่งเว้นบ้าง วันดีไม่ละ แต่วันพระเว้นอย่างนี้เกิดออกจากท้องแม่ไม่กี่วันก็ตาย ถ้าเว้นมากกว่านั้นอีกหน่อย วัยกลางคนก็ตาย ถ้ากำลังใจของบุคคลผู้นั้นไม่ทำอันตรายอย่างนี้เลย เว้นทุกอย่างคือไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นั่นก็หมายความ อยู่ถึงอายุขัย
    แล้วจึงตาย โรคภัยไข้เจ็บมีบ้างเป็นของธรรมดา บางคนก็ไม่มีเลย นี่แหละทั้งโทษและคุณของศีลข้อที่ ๑

    1526201104_20_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    การแจกพระ บางท่านอาจจะคิดว่า ไม่มีผลหรือทำให้คนติดในวัตถุ ถ้าถือว่าเป็นวัตถุก็น่าติแต่ถ้าคิดเป็นพระก็ต้องคิด ที่พ่อแจก พ่อไม่เคยโฆษณาว่า พระที่พ่อแจกไปมีอานุภาพ อะไรมีความต้องการอยู่อย่างเดียวคือ ให้คนมีความรู้สึกว่ามีพระอยู่ที่ตัวอย่างน้อยอารมณ์ที่รู้สึกว่า มีพระที่ตัว อารมณ์ย่อมเป็นกุศลกุศลนิดหน่อยถ้ามีความรู้สึกบ่อย ๆ สามารถทำให้คนที่ตายไปเพราะนึกถึงพระเสมอ ๆ อย่างเบา ก็เกิดเป็นเทวดา อย่างกลาง ก็เป็นพรหม อย่างสูง ก็ไปนิพพาน แบบพ่อค้าที่หวังกำไรน้อย แต่ได้บ่อย ๆ ก็รวยได้ฉันนั้น แต่ทว่าความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเป็นอย่างไรนั้นพ่อไม่คำนึง คำนึงอย่างเดียวคือ สงเคราะห์คนที่มีบารมีอ่อน คนที่มีบารมีที่เป็นปรมัตถบารมีนั้นพ่อไม่ห่วงท่านพวกนั้นท่านไม่ต้องเกาะราวหรือไม้เท้าก็เดินไหว สำหรับคนที่มีบารมีอ่อนยังต้องเกาะราวและไม้เท้าจึงต้องอาศัยวัตถุคือพระพุทธรูปสงเคราะห์

    จาก หนังสือโอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 2 หน้า 34

    1526206563_471_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2017
    โพสต์:
    5,903
    กระทู้เรื่องเด่น:
    7
    ค่าพลัง:
    +264
    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

    ปัญหาเรื่องศีล

    ผู้ถาม :: “แล้วถ้าเราทำหมันตัวเองจะบาปไหมคะ?”
    หลวงพ่อ :: “ทำหมันตัวเองใครเขาจะไปว่าล่ะ ไม่บาปหรอก อันนี้
    เราพอใจต่างหากล่ะ ช่วยทำหมันให้ทีเถอะ ฉันลูกมากๆ ไม่เป็น
    เรื่องแล้ว”
    ผู้ถาม :: “ถ้ากันหมาไม่ให้ผสมกันเล่าคะ?:
    หลวงพ่อ :: “นี่แหล่ะ ไฟไหม้บ้านกันหลายหนก็แบบนี้แหล่ะ มีตา
    กับยายคู่หนึ่ง เขาฝากคนไปถามปัญหาพระกาลว่า เขาทั้งสอง
    ทำอะไรมา ไฟมันจึงไหม้บ้านอยู่เสมอ พระกาลก็บอกคนที่ไป
    ถามว่า สมัยชาติก่อนแกมีลูกสาว แต่ว่าหวงไม่ยอมให้แต่งงาน
    ใครมาขอก็ไม่ให้ เหตุเพราะอาศัยการตัดทอนกำลังใจในด้าน
    ความรักของเขา ชาตินี้มาไฟจึงไหม้บ้านเรื่อยๆ ฉนั้นคุณต้อง
    ระวังนะ”
    ผู้ถาม :: “แล้วอย่างเรากินยาถ่ายพยาธิ อย่างนี้จะถือเป็นการทำลาย
    ชิวิตสัตว์ไหมคะ?”
    หลวงพ่อ :: “อันนี้พระพุทธเจ้าท่านถือว่าเป็นเชื้อโรค เป็นการรักษา
    โรคในร่างกายของเรา ไม่เป็นบาป”

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    1526206328_326_บันทึกธรรมพระราชพรหมยา.jpg

    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...