เพราะประมาท สมน้ำหน้าตัวเอง

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย วรณ์นิ, 10 มิถุนายน 2018.

  1. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,499
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,564
  2. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,997
    ค่าพลัง:
    +7,889
    +++ ตรงนี้เป็น "สาเหตุทางโลก" แล้วสาเหตุทางธรรมล่ะ เจอหรือยัง...
    +++ อาการที่ "สบักสบอมทั้งตัว" นี่แน่ใจหรือป่าวว่ามันมาจาก กินเหล้า สูบบุหรี่ กินน้ำหวานเยอะ (อาการทางโลกอย่างเดียว)

    +++ ถ้าผมเปลี่ยนประโยคข้างบนมาเป็น "ทั้งหมดก็เกิดเพราะ ความสนุก ความประมาท ที่แสดงธรรมด้วยอาการตลก เอาธรรมะมาเป็นประดุจของเล่น" ล่ะ

    +++ ตรงนี้ "ยังไม่เห็น" ใช่หรือเปล่า...
    +++ ประโยคนี้เปลี่ยนมาเป็น "หวังว่าเรื่องของผมคงทำให้หลายๆคน เลิกเอาธรรมะมาเป็นของเล่น เลิกคึกคะนองต่อธรรมะ ..อย่าเอาเยี่ยงอน่างผมนะครับ...ขอบคุณครัย " จะดีกว่ามั้ย
     
  3. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,997
    ค่าพลัง:
    +7,889
    +++ สภาวะที่ "สบักสบอม (ภายใน) ทั้งตัว" แบบนี้ "บุหรี่ เหล้า น้ำหวาน" น่าจะ "เกินกำลัง" ที่จะทำให้เกิดได้ในเวลา "ไม่ถึง 10 ปี" หรือป่าว...
    +++ เลิกประมาท เลิกทำร้ายตัวเองด้วยการเอาธรรมะมาเป็นเครื่องเล่น ดูแลตัวเอง ระวังเรื่องการ "แสดงธรรม" นะครับ เพราะทุกวันนี้ คนเอาธรรมะมาเป็นของเล่นมีเยอะ
    +++ ไม่ได้คุย แต่ "บ่นให้ฟังเฉย ๆ" ได้ยิน/ไม่ได้ยิน ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้า "รู้เหตุทั้งหมดได้" ก็ดี...
     
  4. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,997
    ค่าพลัง:
    +7,889
    +++ ยังไม่ถึง 10 ปี ก็กลายเป็น สบักสบอมภายในทั้งตัว มัน "ปาฏิหารย์" มากเกินกว่าที่ "บุหรี่ เหล้า น้ำหวาน" จะทำได้นะ
    +++ ผมเคย "เตือนครั้งที่ 2" เอาไว้แล้วก่อนที่จะต้องถึงโรงพยาบาล ข้อความอยู่ที่นี่

    http://board.palungjit.org/10650016-post7.html

    +++ ส่วนปฐมสาเหตุ ก็เคยเตือนมาก่อนเป็นครั้งแรก อยู่ในกระทู้นี้

    https://palungjit.org/threads/วิธีเจริญจิตภาวนาตามแนวการสอนของ-หลวงปู่ดูลย์-อตุโล.611927/

    +++ น่าเสียดายที่ "ตอนนั้น ยังคะนองมากเกินไป" จึงไม่ใส่ใจต่อคำเตือนทั้งสิ้น
     
  5. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,997
    ค่าพลัง:
    +7,889
    ==========================================
    +++ ให้ถือว่า "นี่เป็นการ ให้โอกาสกลับตัว อีกครั้งหนึ่ง" ก็แล้วกัน อาจยังไม่สายเกินไป (ถ้าทำได้ และต้องทำให้ถึงที่ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ทำเอาไว้)

    +++ ให้เริ่มที่ "โพชฌังคปริตร" ด้วย "วิธีที่ผมเคยทำ" ดังนี้

    +++ โพชฌังโค สะติสังขาโต = ทำ "ความรู้สึกทั้งตัว" แล้วเอา "ความรู้สึกทั้งตัวเป็น สังขาร" (ตรงนี้ให้ยึด สัมปชัญญะ เป็นกายทั้งตัว)

    +++ ธัมมานัง วิจะโย ตะถา = ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ให้ "รู้ ให้ทั่วถึง"

    +++ วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร = ให้ "อยู่ กับ อาการ สุข/สงบ" อันเกิดจาก "รู้สึกทั้งตัว (สติสังขาโต)"

    +++ สะมาธุเปกขะโพชฌังคา = อยู่อย่าง "มั่นคง" จนเป็น "อุเบกขา" (อยู่กับรู้ จนกว่า สังขารทั้งหลายสิ้นอิทธิพลลงไป)(สังขารุเปกขาญาณ)

    +++ สัตเตเต สัพพะทัสสินา = สภาวะทั้งหลาย จักเป็น "สิ่งถูกรู้"

    +++ มุนินา สัมมะทักขาตา = พระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว

    +++ ภาวิตา พะหุลีกะตา = อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว

    +++ สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา = ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน

    +++ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ = ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ
    ==========================================
    +++ ประวัติของ "โพชฌังคปริตร" ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ตามพระไตรปิฏก

    +++ ครั้งหนึ่ง พระโมคคัลลานะ และ พระมหากัสสปะเป็นไข้ พระพุทธเจ้าได้แสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรมก็หายโรคได้ในบัดดล

    +++ ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้า ทรงประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแล ถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน
    ==========================================
    +++ ให้ทราบเอาไว้ก่อนว่า "โพชฌังคปริตร" เป็น "บทปฏิบัติ" ไม่ใช่ บทสวดนกแก้วนกขุนทอง ที่ท่องกันอยู่ปาว ๆ แต่ไร้ "การเดินจิตปฏิบัติ"

    +++ ตอนนี้เป็น "โอกาสของ คุณจร" ที่จะได้ "มีโอกาสทำ ในภาคปฏิบัติจริง"

    +++ การที่ "คุณ จร" เคยปฏิบัติธรรมจนทะลุจักรวาล จนได้บวชในที่สุด มาแล้วนั้น

    +++ ก็ควรที่จะ "รู้ได้ชัดเจน" ว่า... โพสท์นี้ของผม มีจุดมุ่งหมายอะไร

    +++ ให้ "รู้/เข้าใจ" ไว้ในใจก็พอ ไม่ต้องกล่าวอะไรออกมา


    +++ หาก "ติดขัดในการ เดินจิต" ตรงไหน ก็ถามมาได้ "ในโพสท์นี้"

    +++ หากคุณ จร เคยอ่านในกระทู้ผม ก็จะทราบได้เองว่า สติสังขาโต คือ "กายเวทนา" ในกระทู้โน้น

    +++ คุณ จร จะอ่านและ "ปฏิบัติ" ร่วมกันกับ กระทู้โน้น ก็ได้

    +++ แต่ โพสท์ของผมใน กระทู้นี้ จะเกี่ยวกับ "โพชฌังคปริตร" ที่เนื่องด้วยการ "รักษาโรค" เท่านั้น

    +++ ให้เดินตาม "รอยบาทศาสดา" เท่านั้น ห้าม "วัดรอยบาทศาสดา" เป็นอันขาด

    +++ นี่เป็น "โอกาส" ที่คุณ จร จะได้เป็น "พยานธรรม ของ โพชฌังคปริตร"

    +++ อย่าทิ้งโอกาสนี้ไป ด้วยความปรารถนาดี นะครับ
     
  6. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
    ขอบพระคุณท่านธรรม-ชาติ ที่ไม่ผ่านเลยไป และเข้ามาช่วยแก้ไขให้พวกเราและคุณลุงจรนะคะ

    _/|\_
    หากบุญวาสนาคุณลุงจรมีจริง คงได้มีโอกาสอ่านและเข้ามาพูดตุยกับพวกเราใหม่นะคะ ตัวของหนูเองคงทำได้แค่นี้ค่ะ เพราะเมื่อวานเกิดล้มป่วยกระทันหันไปสองชั่วโมงขณะพยายามสื่อสารกับท่านยมทูตของคุณลุงจร โดยมิได้มีเจตนาคะนองหรือเล่นสนุกนะคะ โปรดทำความเข้าใจ จึงรอดพ้นมาได้ ภายหลังอุทิศบุญกุศลตัดบัญชีให้คุณลุงจรค่ะ
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,499
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,564
  8. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    ขอขอบคุณท่านธรรมชาติมากๆนะครับที่เมตตาให้คำแนะนำมา

    ส่วนเหล้าที่ผมกินสะสมคือ กินตั้งแต่ อายุ 40 41 42 43 44 กินหนักๆเป็นเวลา 5 ปี ส่วนกาแฟเย็นก็กินสะสมมาก่อนหน้านี้อีกครับ ผมชอบของหวานมากๆ

    จนอายุ 44 จึงมีอาการ เบาหวานขึ้นตา เริ่มป่วยเมื่อ อายุ 45 นี่แหล่ะครับ
    ซึ่งก้คือ ปี 2559 ผมเพิ่งป่วยมาได้ ปีกว่าๆเองครับ แต่อาการหนักดังว่า เพราะสะสมมาเยอะครับ จึงต้องรับกรรม ตรงนี้ครับ
    ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 3 ปีก่อน มันก็มีอาการบอกอยู่แต่ผม ไม่ไส่ใจ ประมาทไป
    เช่น เส้นประสาทที่ปลายมือและเท้า ชาด้าน ตาแพ้แสงสว่าง แต่ผมกลับทำเฉย ปล่อยให้อาการมันหนักจนเกินเยียวยา
    จนเบาหวานขึ้นตา จึงมาตื่นตัว หาหมอครับ แล้วทุกอย่างก็ตามมา นี่แหบ่ะครับ

    แต่ก็ขอขอบคุณในคำแนะนำเรื่อง ธรรมะนะครับ อาจจะเป็นตามที่คุณธรรมชาติ ตักเตือนมาก็เป็นได้ครับ เพราะความประมาทไงครับ
     
  9. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    ปลายปี 59 รักษาตา เบาหวาน มาเป็นโรคไต ตอนกลางปี 60 ไตวาย ฟอกไต ท้องโต บวมน้ำ ตามมา

    ช่วงนี้ ผมถือว่าเป็นช่วงชดใช้เวรกรรมครับ ก่อนหมดอายุขัย จะได้หมดสิ้นเวรกรรมทั้งหมดทั้งสิ้นกันเสียที เบื่อเหลือเกิน ชีวิต โลกวัฏฏะ และจักรวาลที่เหล่าสรรพสัตว์ล้วนจมอยู่กับอวิชชา

    ส่วนธรรมะผมก็ไม่แสดงแล้วล่ะเพราะหาคนเข้าใจได้ยาก เกินปัญญาที่จะหาคนมาเข้าใจได้ง่ายๆ ขอไปคนเดียว จบคนเดียว ก็พอแล้วครับ ตอนนี้..รอวันตายเท่านั้นเอง สำหรับผม
     
  10. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
     
  11. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    ขอขอบคุณ คุณคนนี้ด้วยนะครับ ที่เป็นห่วงครับ
    กรรมผมคงมีเยอะน่ะครับ อีกอย่างผมเต็มใจชดใช้หนี้กรรมด้วยครับ
    ก็หวังว่าจะจบลงได้ในชาตินี้ครับ
     
  12. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
    คุณลุงจร
    อย่าคิดมากเลยนะคะ
    กายเนื้อนี้มีเสื่อมเป็นอาจิณ
    พอจะสวดมนต์ได้มั้ยคะ
    ท่านธรรม-ชาติท่านเข้ามาแนะนำบทโพธฌังคปริตร
    ลองดูเถิด
    ท่านมีกรรมกับผญ.ท้อง อย่าลืมขออโหสิกรรมด้วยนะคะ
    โชคดีค่ะ
     
  13. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    ขอบคุณอีกครั้ง ในคำแนะนำครับ
    ผู้หญิงท้องงั้นหรือครับ..
     
  14. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
    เมื่อท่านได้อาเจียนเป็นเลือด และผูกลำไส้แล้ว ท่านจะตายสนิทค่ะ เคยเห็นแบบนี้มาหลายรายแล้วค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2018
  15. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    ทำไงจะถึงขั้นอาเจียนเป็นเลือด
    อะไรคือผูกลำไส้ครับ พึ่งเคยได้ยินจากคุณนี่แหล่ะ
     
  16. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
    ที่เคยกล่าวว่า ท่านทุบหัวปลา เชือดไก่นั้น เขามาทวง
    อาเจียนเป็นเลือดคืออาการสุดท้ายของการดื่มเหล้า
    ผูกลำไส้คือการเอาน้ำออกมาเพราะไตไม่ทำงานและระบบย่อยอาหารพัง

    นี่คือเคสที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เห็นมา ท่านยังไม่ถึงขั้นนี้ค่ะ ต่อเมื่อถึงขั้นสุดท้าย จะมีอาการดังกล่าวพอใกล้สละร่าง

    นอกจากได้รับการเปลี่ยนไต ที่เข้ากันได้ด้วย

    ส่วนดวงตาไม่เห็นเพราะภาพต่างๆ ที่ไม่สมควรดู
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2018
  17. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    5,276
    ค่าพลัง:
    +2,680
    จะเป็นยังไงก็เป็นเถอะครับ..ตายเมื่อไหร่ ก็จบกันครับ
    เต็มใจชดใช้บาปกรรม อยู่แล้วครับ
     
  18. Suryar

    Suryar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    510
    ค่าพลัง:
    +614
    หากเคยพลาดพลั้งอะไรคุณลุงจรไป
    ขออโหสิกรรม
    และขอตัดกรรม
    กับคุณลุงจร
    มา ณ โอกาสนี้ ด้วยเทอญ
    _/|\_
     
  19. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,978
    ค่าพลัง:
    +4,968
    โลกนี้มีเส้นหนา ๆ ระหว่าง คนที่รู้แล้ว และคนที่ไม่รู้อยู่ครับ
    การแสดงธรรม ทำได้แน่นอน ถ้าเข้าใจธรรมดาในข้อนี้
    คือ
    "ความต่างระหว่างความรู้และความไม่รู้"

    คนไม่รู้ย่อมไม่มีในสิ่งที่คนที่รู้แล้วมี
    บางครั้งคนที่ไม่รู้ก็แสดงตนว่าตนมีความรู้ทั้ง ๆ ที่ตนไม่มี
    การเข้าใจความหมายของคำบางคำคลาดเคลื่อน หรือเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปจากความเป็นจริง
    การสื่อสารกันให้เข้าใจได้ตรงกันจึงเป็นไปได้ยากลำบาก
    สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้การถ่ายทอดสิ่งที่ คุณวรณ์นิิรู้ ไม่ได้ถูกส่งไปถึงคนฟัง

    อย่างเช่น ใครจะมาพูดเรื่องวิปัสนากับผมผมก็ไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะไม่เคยสัมผัส
    หรือแม่แต่ศัพท์ธรรมมะ ของนักปฏิบัติธรรมนี่ผมก็ไม่รู้แล้ว (ยกตัวอย่าง) วสี สัมปชัญญะ จิต เจตสิก เฮือกกกกกก มืดตึ๊บ คนที่รู้แค่ภาคทฤษฏีอย่างผมนี่ก็รู้แค่ความหมายที่เขียนไว้ในหนังสือ ของจริงที่เกิดจากการปฏิบัตินี่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย

    ผมว่าแสดงธรรมให้ชาวบ้านให้ฟังแบบพูดคุยกันปกติไม่ใช้ศัพท์ธรรมมะมากเกินน่าจะพอเป็นวิธีให้สร้างกุศลต่อไปได้อยุ่นะครับ

    อ่อ ไม่ได้เจตนาว่าคุณวรณ์นินะครับ เพียงแค่คุณวรณ์นิอาจจะลืมนึกไปว่า คนที่ยังเข้าไม่ถึงความรู้บางเรื่อง แล้ว เราเอาความรู้ที่เขายังไม่ได้สัมผัสไปพูดกับเขาให้เขาฟัง เขาก็ไม่รู้เรื่องเป็นธรรมดาของคนเราเอง

    หรือบางคนเขาก็โฟกัสที่อารมณ์ของตัวเองมากเกินไปเลยไม่ยอมฟังก็แค่นั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2018
  20. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,997
    ค่าพลัง:
    +7,889
    +++ ในฐานะที่คุณ จร เป็น "ผู้ปฏิบัติธรรม" ผู้หนึ่งที่เคย "เอาจริง" มาก่อน ผมก็จะให้ "ทัศนะ" บางประการเกี่ยวกับ "โรคภัยไข้เจ็บ" ดังนี้

    +++ คุณ จร เคยได้ยินคำว่า "medicine is poison" มาก่อนบ้างมั้ย แล้วเคยได้ยินคำว่า "ยาทุกอย่าง ผ่าน หนูทดลองในแลปป์มาแล้ว" บ้างมั้ย

    +++ ลองกูเกิ้ลคำว่า "medicine is poison" ดูก็จะชัดเจนได้อย่างหนึ่งว่า "ยาแผนปัจจุบันทั้งหลาย ใช้ พิษล้างพิษ" เป็นหลัก

    +++ และ "พิษทั้งหลาย ย่อมมีผล ข้างเคียง" เสมอ "พิษหนึ่ง ล้างทำลาย พิษหนึ่ง แต่ ทำลายส่วนดี อีกอย่างหนึ่ง ไปในตัว"


    +++ ตับ เป็น อวัยวะ "ทำลายพิษ" ตามธรรมชาติ แต่ "Lกฮ" ทำลายเซลล์ตับ (ทีละนิด)

    +++ ไต เป็น อวัยวะ "กรองพิษ" ตามธรรมชาติ แต่ "ถ้ากรองไม่ไหว" มันจะเริ่ม อุดตัน ต้องล้าง ไปเรื่อย ๆ


    +++ คราวนี้ ลองมาดูตรง "medicine is poison" นะว่า คุณ จร ทานยา "กี่ขนานต่อวัน" จะโดน "พิษสะสม" เท่าไร

    +++ อัตรา ทรุด รวดเร็วเพียงใดสำหรับ "ตับ"

    +++ กินเหล้าหนัก 5 ปี ยังสู้ กินยาหนัก 5 เดือน ไม่ได้นะ (พิษทั้งนั้น)(คุยกับพวก เภสัช ฝ่ายธรรมะดูนะ ฝ่ายอธรรม อย่าไปคุย)

    +++ ตับ สู้พิษไม่ทัน มันก็ไปยัง "ไต" ที่เป็น "หม้อกรอง" สารพิษ ก่อนออกไปยัง กระแสเลือด
    +++ แน่ใจหรือป่าวว่า "อาการหนัก เพราะ สะสมมาเยอะ" หรือ "อาการทรุดตัวอย่างรวดเร็ว เพราะ สะสมสารพิษจากตัวยา เยอะ" กันแน่

    +++ คำศัพท์ว่า "เบาหวานขึ้นตา" นั้น เกิดจากการ "พัดพามาจาก กระแสเลือดที่ หม้อกรอง กรองไม่หมด"


    +++ คุณ จร เป็น "นักปฏิบัติ" ผู้หนึ่งที่เคย "เอาจริง" มาก่อน

    +++ หากตั้งจิตได้ใน "โพชฌังคปริตร" โดยเฉพาะท่อน ธัมมานัง วิจะโย ตะถา = ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ให้ "รู้ ให้ทั่วถึง"

    +++ ด้วยการอยู่กับ วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร = ให้ "อยู่ กับ อาการ สุข/สงบ" อันเกิดจาก "รู้สึกทั้งตัว (สติสังขาโต)"

    +++ คุณ จร น่าจะ "เจอวงจร กระแสไหลเวียน ผ่านจุด (อวัยวะ) ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้"

    +++ จะเรียกว่า "อิทัปปัจจัยตา ของร่างกาย (กาย) ธาตุขันธ์ (เวทนา)" ก็ได้ (หรือจีนโบราณเรียก ลมปราณทะลายจุดอุดตัน ฯลฯ ก็ได้)

    +++ จริง ๆ แล้ว "โพชฌังคปริตร" เป็นส่วน "สัมมาสมาธิ ใน มรรค 8" และเป็นส่วนของ "กายา+เวทนา ในมหาสติปัฏฐาน 4"

    +++ คำว่า "สมาธิรักษาโรค และ ธรรมะโอสถ" ต่าง ๆ ก็ล้วนมาจาก "โพชฌังคปริตร" ทั้งสิ้น


    +++ ในฐานะนักปฏิบัติ ผมถามคุณ จร อย่างตรง ๆ และให้คุณ จร เดินจิต "ตรวจสอบ" ด้วยนะว่า

    +++ จะได้ "ตายเร็ว" สมปรารถนา หรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่า "ไม่ใช่ปีนี้" แน่นอน ถ้าผม "ผิด" ก็บอกมาด้วยนะ

    +++ อยู่ที่ว่าคุณ จร จะนอนแช่ "จิตปรุงทุกข์" ไปจนถึง ปีหน้า หรือไม่ ระวังการ "หมดตัว" เพราะค่าหมอ ไว้ด้วยนะ

    +++ หรือจะ "ลุกขึ้นสู้ แบบ นักปฏิบัติธรรม" ที่ครั้งหนึ่งเคย "เข้มข้น" มาก่อนด้วยบท "โพชฌังคปริตร" อีกสักครั้ง

    +++ ลูกผู้ชาย นักปฏิบัติธรรม ย่อม "มีวินัยในตนเอง" ไม่ปล่อยปละละเลยในโชคชะตา

    +++ ย่อม "สู้ได้" แม้ในยามที่มี "โรคามาเบียดเบียน"

    +++ ให้อยู่ในแนวทางของ "โพชฌังคปริตร" เพื่อเป็นการ "ไม่ประมาท" นะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...