เพลงรักจับใจเพราะเป็นเพลงรักเพื่อเด็กป่วยหนัก!!!

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 11 กันยายน 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    'เพลงรักจับใจ'เพราะเป็นเพลงรักเพื่อเด็กป่วยหนัก!!!

    คอลัมน์ ร่อนตามลม

    raikorn@hotmail.com



    [​IMG]

    แค่ "บทเพลง" เพียงเพลงเดียว อาจสรรค์สร้างกำลังใจให้ใครคนหนึ่งได้มากมาย มหาศาล เหมือนดังบทเพลงที่ เดวิด ลี ร็อธ อดีตนักร้องนำวงแวน ฮาเลน (Van Halen) ร้องบันทึกลงแผ่นซีดี เพื่อมอบให้เป็น "บทเพลงประจำตัว" ของ แอชลี่ย์ เอเบอร์นาธี เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด โดยเฉพาะ!!!

    "ใครนะที่เป็นคนแจกไพ่? ก็ แอชลี่ย์ เอเบอร์นาธี ไงล่ะ... แล้วใครกันนะที่ขโมยหัวใจของเธอไป ? ก็ แอชลี่ย์ เอเบอร์นาธี ไง... แอชลี่ย์ เอเบอร์นาธี เด็กหญิงตัวน้อย ผู้ทำให้พวกเธอมีความสุข" นั่นคือส่วนหนึ่งของเนื้อร้องในบทเพลง ที่มีการเอ่ยซ้ำถึงชื่อ แอชลี่ย์ เอเบอร์นาธี อยู่หลายครั้ง เหมือนจะเป็นการเน้นย้ำให้รู้ว่า นี่คือบทเพลงของเธอ!!!

    แอชลี่ย์ เด็กหญิงป่วยหนัก เผยถึงความรู้สึกที่ได้เป็นเจ้าของบทเพลง ที่มีคนแต่งเนื้อร้อง และร้องเพื่อเธอเพียงคนเดียวว่า "มันช่างน่ามหัศจรรย์ และสุดเท่ เมื่อคิดดูสิว่า มีนักร้องร็อคสตาร์มาบันทึกเสียง ร้องเพลงนี้ให้หนู" และนั่นอาจเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ แอชลี่ย์ ยังชอบฟังเพลงนี้อย่างไม่รู้เบื่อแม้จะผ่านมาเกือบ 6 ปีแล้วก็ตาม กระทั่งปัจจุบันเธอมีอายุย่าง 15 และกำลังเรียนอยู่ชั้นไฮสคูลที่โรงเรียนในรัฐนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา

    คิดแล้ว ก็น่าดีใจแทนเด็กๆ ที่ป่วยหนัก ที่มีคนกลุ่มหนึ่งรู้สึกเห็นใจในเคราะห์ร้ายของพวกเขา และคิดสร้างผลงานที่เป็นกำลังใจให้ โดยบทเพลงของแอชลี่ย์ เป็นผลงานเพลงส่วนหนึ่ง ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของมูลนิธิซองส์ ออฟ เลิฟ ฟาวเดชั่น (Songs of Love Foundation) องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ซึ่งมีงานหลักคือ แต่งเพลง เพื่อมอบให้แก่เด็กและเยาวชนที่ป่วยหนักเป็นรายบุคคล เพื่อมอบความสุข และกำลังใจให้พวกเขาต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป โดยมีผลงานออกมาทั้งหมด 10,000 เพลงพอดิบพอดีในเดือนกันยายนนี้

    ทั้งนี้ จากข่าวเล่าว่า มูลนิธิได้เปิดตัวฉลองบทเพลงหมายเลข 10,000 ในงานคอนเสิร์ตของวงแบล๊ค อายด์ พีส์ (Black Eyed Peas) ไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน อันเป็นบทเพลงที่แต่งให้แก่ ซาอีด บอย์เนส เด็กชายวัย 14 ปี ซึ่งป่วยหนักด้วยโรคโลหิตจาง อันเกิดจากการทำงานของเซลล์ในร่างกาย และกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็กในย่านบร็องซ์ กลางนครนิวยอร์ก

    มูลนิธิซองส์ ออฟ เลิฟ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ปี 2539 ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของ จอห์น เบลต์เซอร์ นักดนตรี-นักแต่งเพลง ซึ่งใช้อพาร์ตเมนต์ที่พักของเขาในย่านควีน กลางกรุงนิวยอร์ก เป็นสตูดิโอบันทึกเสียงไปในตัว หลังจากเขาสูญเสีย ฮูลิโอ เบลต์เซอร์ พี่ชายฝาแฝดที่กระโดดจากหลังคาตึกที่พักฆ่าตัวตาย หลังจากเกิดอาการเครียด จากโรคจิตเภท!!!

    "ตอนแรกๆ ผมนอนฝันร้ายแทบทุกคืน" จอห์น ย้อนนึกถึงความรู้สึกที่เขาเสียพี่ชายผู้น่าสงสารไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว พร้อมกันนั้นก็เล่าถึงที่มาของชื่อมูลนิธิว่า เขาได้มาจาก "ชื่อเพลง" ซองส์ ออฟ เลิฟ ที่ฮูลิโอ เคยแต่งไว้ก่อนเสียชีวิต 2 เดือน ซึ่งในเนื้อเพลง ฮูลิโอได้เขียนถึงจอห์นว่า ได้ขึ้นไปยืนเคียงข้างเขาบนหลังคา ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย แล้วกระโดดร่างลอยละลิ่วดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง

    "ผมเชื่อว่า นั่นคือพรสวรรค์ของฮูลิโอ และเมล็ดพันธุ์ที่เขาได้หว่านไว้ ก็ได้งอกงามขึ้นเป็นต้นอ่อนเมื่อเดือนมกราคม ปี 1996 (พ.ศ.2539)" จอห์นเล่าถึงที่มาของมูลนิธิ ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับโรงพยาบาลต่างๆ และครอบครัวทั่วอเมริกา เพื่อหาตัวผู้ป่วยหนัก ที่เหมาะจะได้รับเพลงรักจากมูลนิธิ โดยทางครอบครัวจะต้องกรอกประวัติ รายละเอียดของผู้ป่วยลงในแบบฟอร์ม แล้วส่งไปยังมูลนิธิ จากนั้นคณะนักแต่งเพลงของมูลนิธิก็จะนำรายละเอียดเหล่านั้น อาทิ ชื่อ อายุ งานอดิเรกที่ผู้ป่วยชอบ ฯลฯ มาเป็นข้อมูลในการแต่งเพลงให้แล้วเสร็จภายในเวลา 25 วัน ต่อจากนั้นก็เป็นขั้นตอนบันทึกเสียงลงแผ่นซีดี แล้วจัดส่งไปยังผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

    แต่ทางนักแต่งเพลง จะได้ค่าเหนื่อยเพลงละ 75-100 ดอลลาร์ (ราว 2,797-3,730 บาท) ซึ่งเงินเหล่านั้น ทางนักแต่งเพลงก็จะได้เอาไปช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำแผ่นปกซีดี, เขียนเพลง และอัดเพลง ส่วนทางมูลนิธิ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทำงานประจำอยู่ 12 ชีวิต และพนักงานชั่วคราวอยู่ส่วนหนึ่ง นั้นได้เงินสนับสนุนจากผู้บริจาคทั้งที่เป็นรายบุคคล และเป็นองค์กร

    อย่างไรก็ตาม จอห์นได้เล่าถึงบทเพลงรักของมูลนิธิของเขาว่า ที่จริงไม่ได้มีทำนองเพลงที่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือนบทเพลงระดับมืออาชีพ แต่จะเน้นเนื้อร้องที่ให้กำลังใจมากกว่า อย่างเช่น บทเพลงที่ เดวิด ลี ร็อธ ร้องให้ แอชลี่ย์ ที่มีเนื้อหาพูดถึงความรักของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีต่อตุ๊กตาบีนนี่ บาร์บี้ และความสุขที่เธอได้

    นั่งรถกอล์ฟอยู่กับครอบครัว ซึ่งแอชลี่ย์บอกว่า "ทุกวันนี้ ฉันก็ยังชอบฟังมาก"

    และความสุขของเด็กๆ ปฏิกิริยาของผู้ฟัง เหล่านี้ ซึ่งกลายเป็นกำลังใจที่ทำให้จอห์นรู้สึกมีความรู้สึก และรู้สึกว่าเขาได้ใช้พรสวรรค์และความสามารถไปในทางที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ นั่นก็คือ การได้ช่วยเหลือผู้อื่น

    "ความรัก ความเมตตา ความห่วงใย เป็นภาษาสากล ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าใจได้ และเมื่อคนเรามีการช่วยเหลือกัน ทุกฝ่ายก็ต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอย่างเดียวกัน นั่นคือ ทุกคนต่างรู้สึกมีความสุข" จอห์นกล่าวทิ้งท้าย


    ที่มา: มติชน
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01lad02110949&day=2006/09/11
     

แชร์หน้านี้

Loading...