เพลงฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์

ในห้อง 'Music & Karaoke' ตั้งกระทู้โดย piyaa, 27 กันยายน 2010.

  1. piyaa

    piyaa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    1,730
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +16,073
    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td bgcolor="#cccccc" height="1">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td valign="middle"><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td>
    </td> </tr> <tr> <td>
    </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr> <td align="left" valign="bottom" height="12">[​IMG]</td> </tr> <tr> <td bgcolor="#cccccc"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="1" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" bgcolor="#ffffff" valign="top"> <table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top" width="160"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="4" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td class="body" align="center" valign="baseline">คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table>
    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table>
    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table>
    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle" width="165" height="1">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table></td> </tr> </tbody></table></td> <td background="/images/linedot_vert3.gif" width="4">[​IMG]</td> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellspacing="7" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> มีปริศนาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลงดังหนังละครจากฮ่องกงที่ยุค 70-80 เป็นยุคทองของเพลงในแนวนี้ แต่พอเข้ายุค 90 ทั้งละครกำลังภายใน ทั้งตัวหนังจาก TVB ไม่ยักจะมีอะไรที่ประทับใจเลย

    ช่วงนี้กำลังอินกับเรื่องของเอี้ยก้วยเป็นพิเศษ ก็เลยนั่งค้นหาปริศนานี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอบทความหนึ่งที่เขาพูดถึงเรื่องราวที่เรากำลังตั้งข้อสงสัยนี้ อยู่ ว่าแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่ยุค 70 80 และ 90 นั้นผู้ที่ให้ท่วงทำนองแก่งานเพลงประเภทนี้เป็นส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนหน้าเดิม

    โจเซฟ กู หรือ ถ้าออกเสียงตัวจีนก็จะได้ว่า กู้เจียฮุย (Joseph Koo Ka Fai) จักรพรรดิแห่งวงการเพลงกวางตุ้งเจ้าของบทประพันธ์เพลงชั้นยอดที่คนไทยรุ่นผม รู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็น ‘หงส์ผงาดฟ้า’ ฉบับหลิวสงเหยิน ‘ฤทธิ์มีดสั้น’ ฉบับจูเจียง ‘มังกรหยก’ ฉบับก๋วยเจ๋งแสดงโดย หวงเย่อหัว และ ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’ ฉบับที่โจวเหวินฟะเป็นเล้งฮู้ชง ‘ยาจกซู’ ที่มีโจวเหวินฟะเป็นพระเอก แล้วที่จะลืมไม่ได้ก็คือ ‘จอมใจจอมยุทธ’ ‘ดาบมังกรหยก’ และ ‘ชอลิ้วเฮียง’ ที่มีเจิ้งเส้าชิวเป็นพระเอกนั่นแหล่ะ

    สำหรับละครที่ไม่ใช่กำลังภายในและดังไปทั่วเอเชียก็คือ ‘เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้’ ที่ฟรานซิส ยิป ร้อง และเพลงประกอบหนังที่เลสลี่ จาง ร้อง อย่าง ‘โหดเลวดี’ เป็นต้น

    แต่นี่คือผลงานส่วนน้อยเท่านั้นของกู้เจียฮุยนะครับ เพราะชีวิตของท่านแต่งเพลงมากว่า 1,200 เพลง มีตั้งแต่เพลงคลาสสิก เพลงประกอบหนังของ ชอว์บราเธอร์ ในฐานะที่เป็นบุคคลที่เซอร์ รันรัน ชอว์ แกส่งเสริมโดยออกทุนให้ไปเรียนถึงเบิร์คเลย์เรื่องของการแต่งเพลงโดยเฉพาะ ที่อเมริกา และเมื่อกลับมาแกก็ทำให้เซอร์รันรัน ชอว์ได้ปลื้มเพราะกู้เจียฮุยผลิตผลงานออกมาให้อย่างต่อเนื่องในหนังของชอว์ เกือบหมด จนเมื่อชอว์หายไปแกก็ผันตัวมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิตเพลงให้กับ TVB ทำเพลงละคร เพลงจิงเกิ้ล และเพลงประกอบโฆษณาให้กับวงการโทรทัศน์ฮ่องกงอีก

    ที่สำคัญคนทำมาหากินในเมืองไทยนั้น ความจริงต้องขอบคุณคุณกู้เจียฮุยด้วย เพราะทำนองเพลงจากมันสมองของแกจำนวนมากกลายมาเป็นเพลงไทยสากลในยุคหนึ่ง อย่างมากมาย โดยเฉพาะ เดอะ ฮอตเปปเปอร์ ซิงเกอร์ส หรือ ดอกไม้ป่า หรือแม้กระทั่ง เดอะ พิงค์แพนเธอร์ เหล่านี้ใช้งานของเขามาใส่เนื้อไทยกันเกินครึ่ง

    กลับมาเข้าเรื่องที่ว่าคือ อะไรที่หายไป?

    บทความที่พูดถึงเรื่องนี้บอกว่า การที่ไม่มีคนแต่งเนื้อดีๆ ลงในทำนองที่ไพเราะเหล่านั้นต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะหาคนเขียนเนื้อที่ให้ความหมายลึกซึ้งและสะท้อนภาพแห่งนวนิยายเหล่า นั้นออกมาได้ เขาบอกว่าในยุคโน้นคนแต่งเพลงเก่งๆ มีเยอะๆ อุปมาอุปมัยในการเขียนเนื้อก็เก่ง..ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาว่ามันให้ความเป็นจีนสุดๆ ไปเลย ไม่เหมือนคนในยุคถัดมา ที่เขียนเนื้อแล้วให้ความรู้สึกว่ามันผิวเผินไม่ซาบซึ้งกินใจเท่าไหร่นัก

    ความจริงเรื่องแบบนี้อาจจะเป็นปัญหาของยุคสมัยก็ได้ ไม่ต้องไปดูไกลหรอกครับ เมืองไทยนี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะการแต่งเนื้อโดยมีสัมผัสกลับเป็นเรื่องเชยไปเสียได้ ทั้งๆ ที่มันแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนเขียนเนื้อโดยแท้

    การจับคู่ของ กู้เจียฮุย กับ หลูกั๋วจาน ( Lo Kwok Tsim) ในปลายยุค 70 ถือเป็นตัวอย่างชั้นเลิศที่ทำให้เพลงอย่างลี้คิมฮวงเกิดขึ้นได้ จากเนื้อหาที่หลูกั๋วจานใส่ลงไปที่อุปมาอุปมัยถึงความเร็วของมีดกับความ รุนแรงของความรัก ความเร็วของกระบี่ที่ไร้น้ำใจกับมือกระบี่มากน้ำใจ ซึ่งมันลงตัวสุดๆ กับทำนองของกู้เจียฮุย ซึ่งสุดท้ายได้หลอเหวินมาร้อง หรืออย่างเพลง ‘ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์’ ก็เป็นการจับคู่ระหว่างทำนองของกู้เจียฮุยกับ ถังเว่ยหง และได้เจินหนี่ (Jenny Yan หรือ Jenny Tseng) มาร้องอย่างอย่างงดงงาม

    ครั้นพอมาถึงยุค 80 คู่หูคนใหม่ของ กู้เจียฮุย ก็คือ หวงจ้าน (Wong Tsim) ซึ่งสองคนนี้ทำให้เพลงมังกรหยกฉบับหวงเย่อหัวกับองเหม่ยหลิง ไล่ไปยันเอี้ยก้วยฉบับหลิวเต๋อหัวกลายเป็นอมตะขึ้นมาในวงการเพลงละคร และช่วงเวลานี้เองที่บ้านเราคุ้นเคยกับการดูละครจีนมากที่สุด...ใครอยู่ใน ยุคนั้นคงจำภาพการหิ้วถุงวิดิโอเช่าอย่างพะรุงพะรังจากร้านเช่าวีดีโอทั้ง หลาย ที่ต้องเช่ากันมาทีละไม่ต่ำกว่า 10 ม้วน และซีรี่ส์มังกรหยกจะโดนยืมกันไม่เว้นจนต้องชิงจังหวะกันน่าดูทีเดียวแหล่ะ ครับ

    แต่พอมาถึงยุค 90 ซึ่งเป็นยุคที่กู้เจียฮุยแกย้ายไปอยู่แคนาดา พรรคพวกที่เคยแต่งเนื้อด้วยกันก็หายไปหมด การจับคู่กันในทำนองนี้ก็เลยหายไป ส่งผลให้วงการเพลงละครฮ่องกงค่อยๆ ตกต่ำลงๆ

    ไหนๆ ก็เขียนถึง ‘กู้เจียฮุยกับถังเว่ยหง’ แล้ว วันนี้ขอทิ้งท้ายด้วยบทเพลงจากละคร ‘ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์’ ฉบับปี 1979 ที่มีหลิวสงเหยิน และ เจ้าหย่าจือ และ อีกมากมายแสดง เพลงนี้จริงๆ ต้นฉบับเขาให้ชื่อไว้ว่า Spring Rain Sabre ซึ่งก็คงมาจากประโยค "ฟังเสียงฝนในหอน้อยเพียงเดียวดาย" ซึ่งสลักอยู่บนดาบโค้งอาถรรพ์ที่นางเอกให้พระเอกไปแก้แค้นตามท้องเรื่อง เนื้อของเพลงที่ว่าด้วยฝนซึ่งดาบตัดไม่ขาดยิ่งถ้าเป็นความแค้นในใจยิ่งใช้ ดาบตัดไม่ขาด มีแต่รักเท่านั้นที่อาจจะยุติเรื่องเหล่านี้ได้ แต่บรรดาคนในยุทธจักรกลับยินดีเลือกดาบแทนรักเสมอ...ฟังแล้วชวนเหงาและเดียว ดายชะมัดยาด

    ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ (ฉบับนี้ช่อง 7 ฉาย) หรือถ้าเป็นวรรณกรรมก็จะชื่อ ‘อินทรีผงาดฟ้า’ ซึ่งมีพระเอกของเรื่องคือ เต็งพ้ง และ นางจิ้งจอกฉบับนี้ผมว่าก็สนุกสนานดีครับแต่จบกันเศร้าไปหน่อย คอวรรณกรรมอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลงตอนจบไปถ้าเทียบกับที่โกวเล้ง เขียนไว้ (ถ้าใครอ่าน ซาเสียวเอี้ยมาก่อนควรจะไปหาเรื่องนี้มาอ่านอย่างยิ่ง) เรื่องนี้สิ่งที่จดจำได้มากที่สุดดันเป็น ‘เสียงชักดาบ’ ของพระเอกซึ่งมันเชี๊ยบได้ใจมากๆ แถมเจ้าหย่าจือก็สวยล้านปีเลย เพลงไตเติ้ลเรื่องนี้ไพเราะมาก ไม่เชื่อลองฟังกันดู เพลงนี้ได้นักร้องคือ เจินหนี มาร่วมขับร้องได้อย่างสวยงามที่สุด

    ลองฟังดูแล้วจะคิดเหมือนผมว่า กู้เจียฮุยแกเป็นคนที่ควรจะคารวะจริงๆ
    ...
    ปล.ขอบคุณคุณ ดวงพร วงศ์ชูเครือ ที่ช่วยไขความกระจ่างในเรื่องชื่อจีนในบทความชิ้นนี้ด้วยครับ

    <center></center>

    </td> </tr> </tbody></table></td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr> <td align="right" valign="top" height="10">[​IMG]</td></tr></tbody></table>
     
  2. piyaa

    piyaa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    1,730
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +16,073
    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td bgcolor="#cccccc"><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="1" width="100%"><tbody><tr><td align="center" bgcolor="#ffffff" valign="top"><table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table border="0" cellspacing="7" width="100%"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"> ลองฟังดูแล้วจะคิดเหมือนผมว่า กู้เจียฮุยแกเป็นคนที่ควรจะคารวะจริงๆ
    ...
    ปล.ขอบคุณคุณ ดวงพร วงศ์ชูเครือ ที่ช่วยไขความกระจ่างในเรื่องชื่อจีนในบทความชิ้นนี้ด้วยครับ

    <center></center>

    </td> </tr> </tbody></table></td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr> <td align="right" valign="top" height="10">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table>
     

แชร์หน้านี้

Loading...