เพิ่มเติมจิตผ่องใสคืออวิชชา...

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย ฟางว่าน, 28 กรกฎาคม 2012.

  1. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    ที่หลวงปู่ชาท่านกล่าวว่า จิตผ่องใสคืออวิชชา หมายความว่า จิตผ่องใสนั่นแหละพระอนาคามี พระอนาคามีจิตท่านว่าง ใจท่านจวนจะบริสุทธิแล้ว ที่เหลือก็คือกิเลสละเอียดที่นอนเนื่องที่ท่านเรียกอนุสัย ส่วนจิตผ่องใสคือตอนนั้นมีความสุขทางใจ ไม่ข้องกับกาม ไม่เจตนาเสพกาม ปฏิฆะความขัดใจความหงุดหงิดใจดับ อย่างมากถ้าพระอนาคามีโกรธท่านก็ข่มด้วยสติและปัญญา น้อยคนนักที่จะเอะอะอาละวาด นี้คือคุณสมบัติพระอนาคามี ส่วนพระสกทาคามีน่ะเอะอะโวยวายได้ ท่านๆที่ได้พระสกทาคามีอย่าจมอยู่ที่ขั้นนี้เลย ไม่ควรคิดว่าเราจะเป็นพระสกทาคามีแล้วชาติหน้าไปพรหมหรือเทวดาแล้วลงมาเกิดอีก 1 ชาติเลือกเกิดได้แล้วเป็นพระอรหันต์ คือเลือกเกิดเข้าใจว่าต้องการรูปร่างหน้าตาดีหรือหล่อสวยใช่ไหมล่ะ ไม่ควรคิดอย่างนั้นนะ รีบปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานขั้นสูงขึ้นไป อันนี้จึงจะถูก เพราะไม่งั้นถ้าเป็นพระสกทาคามี ความสุขทางกามก็ครึ่งๆกลางๆ และยังบันดาลโทสะได้ นี้คือพระสกทาคามี ท่านที่ได้พระอนาคามีมีจิตผ่องใสนั้นถูก คือวิชชานั้นก็ถูก เพราะอวิชชาเป็นสังโยชน์ข้อ 10 ถ้าละอวิชชาได้ก็พระอรหันต์นั่นเอง...*_*..........
     
  2. ปุณบพิธ

    ปุณบพิธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,130
    ค่าพลัง:
    +2,184
    เจ้านี่ มั่วไม่เลิก
    กล่าวตู่ธรรมะไปทั่ว
    แน่ใจนะว่าตายแล้วจะได้ไปเป็นพรหมสุทธาวาส?

    Luangta.Com -

    เรื่องจิตว่างนี่ โลกียฌาน ก็จิตว่างได้ เอากำลังสมาธิข่มมันเข้าไว้สิ มันก็ว่างเอง ความเป็นพระอริยะ คือการที่ความคิดชั่ว มันไม่เกิดขึ้นแล้ว เพราะเชื้อมันดับไปแล้ว ไล่จากตัวหยาบๆ ก่อน แล้วค่อยเป็นตัวที่ละเอียดขึ้นไปต่างหาก
    ไอ้การมาบอกว่า พระอนาคามี โกรธ แล้วดับโกรธด้วยสติ อันนั้นเป็นการปฏิเสธคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง...
     
  3. LoveViolet

    LoveViolet สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    27
    ค่าพลัง:
    +10
    ปุถุชนก็สามารถข่มความโกรธไว้ด้วยสติปัญญาได้ ไม่อาละวาดก็ได้
    ปุถุชนสามารถปฏิบัติเนกขัมมบารมีได้ แม้แต่ฌานสมาบัติก็ยังทำได้
    อย่างที่คุณยกตัวอย่างมาปุถุชนทำได้หมด
    แล้วอะไรล่ะ คือความเป็นพระอนาคามีในเมื่อปุถุชนทำได้เหมือนกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 กรกฎาคม 2012
  4. นพณัฐ

    นพณัฐ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    588
    ค่าพลัง:
    +4,496
    เป็น นั่น แล้ว ต้อง เป็น นี่ ต้อง เป็น ต้อง ได้ นั่น นี่ = ตัณหา อวิชชา ทั้งนั้น

    เห็นทุกข์ขนาดนี้ แล้วยัง อยาก เป็นอยู่ไหมครับ <!-- google_ad_section_end --><!-- / message --><!-- sig -->
     
  5. vichayut

    vichayut เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +674
    พิจารณาให้ดี ก็เห็นข้อดีของเขาเหมือนกัน
    เหมือนเราเห็นทางสายอื่น แยกออกจากทางสายเอกให้ได้พิจารณา
    ไว้ทดสอบภูมิธรรมของเรา

    __________________
    ดูจิต.........ด้วยสติ
     
  6. firstini

    firstini เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    1,227
    ค่าพลัง:
    +3,781
    นี่ท่านสอนพระอานาคามี พระสกิทาคามี... ไม่ได้สอนปุถชน
     
  7. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,871
    อย่าทำตัวเหมือนเด็กนั่งบนหลังกระบือ เพราะเด็กนับแต่กระบือตัวอื่น ไม่นับตัวที่ตนเองนั่งอยู่

    ขอบคุณ คุณปุณบพิธ ที่นำข้อธรรมมาแสดงครับ เพราะผมไม่เคยได้รับฟังข้อธรรมนี้ครับ

    แต่จะเป็นอวิชชาได้ ก็ต่อเมื่อเข้าไปยึดติด มีผู้ปฎิบัติมากมายที่ยึดติดในความเป็นสุข

    จนไม่สามารถก้าวข้ามออกมาได้ สิ่งที่ผมจะบอกกล่าวนั้น คือ รักษาความเป็นปกติ ครับ

    ไม่ต้องสนใจระดับขั้น ไม่ต้องสนใจสิ่งที่วิเศษ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่เลอเลิส

    สาธุครับ
     
  8. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    เพลงแนะนำ 1.พายงัด สันติ 2.night in bangkok แหลม 3.อำนาจเงิน ชัคกี้ 4.ไอ้หนุ่มตังเก ไพรวัลย์ 5.enter sandman metallica 6.paranoid black subbath 7.my love west life 8.กลับกลอก มอส 9.ไม่เกี่ยวกับฟ้า เจ 10.ทะเลใจ คาราบาว
    มันว่างอะ กามก็ดับ ไม่มีความกำหนัด รอวันอรหันต์.........
     
  9. ปุณบพิธ

    ปุณบพิธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,130
    ค่าพลัง:
    +2,184
    ฟังเพลงเพื่ออะไรครับ? :cool:
     
  10. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    ค่ะ พี่ปุณบพิธขา หนูเป็นแฟนคลับของพี่คีย์บอร์ดนะคะ แสดงว่ายังไม่ถนัดจัดเจนเรื่องการฟังเพลงใช่ไหมคะ ฟังเพลงเพื่ออารมณ์ดีค่ะ ว่างๆก็อาบน้ำไปร้องเพลงไปนะคะ เอ...เรียนหรือทำงานคะ พี่เขาชอบเด็กค่ะ...ฟางว่าน ที่ร้านเน็ทแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลบ้าน...
     
  11. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    ลองพิจรณาดูให้ดีจะทราบว่าถ้าปุถชนข่มความโกรธได้คงไม่มีปัญหาเรื่องคนทะเลาะกัน เพื่อนชกกัน(ผมชกกับเพื่อนมาตั้งแต่ชั้นประถม ทั้งๆที่ผมเป็นหัวหน้าห้อง) คงไม่มีปัญหานักเรียนยกพวกตีกัน เป็นต้น เรื่องเนกขัมมะคุณทำเป็นเล่นไป สะเทือนทั่วหมดเรื่องกามโลกีย์น่ะ ขนาดพระโสดาบันยังตบะแตกได้เรื่องกามเนี่ย ลองค่อยๆพิจรณาดูนะครับ จะข้ามไป แต่แนะว่าท่องกายนครให้มาก ถ้าชอบทางด้านปัญญาแบบสมัยใหม่แนะนำศึกษาสายท่านพุทธทาส...นะครับ ถ้าชอบแนวละกิเลสหรือภาคปฏิบัติภาวนา(ก็ได้ปัญญาเหมือนกัน) ก็แนะนำสายพ่อแม่ครูอาจารย์พระหลวงตาบัวนะครับ ไม่ทราบว่าอยู่จังหวัดอะไร ถ้าสะดวกก็มาปฏิบัติเนกขัมมะบารมี(ขออณุญาติพระคุณเจ้าครับ) ที่วัดป่าบ้านตาดนะครับ อยู่ที่อุดรธานี มีธรรมะของหลวงตาให้อ่านเยอะเลย ทีนี้ถ้าคุณราคะ โทสะ โมหะ เบาบางหรือควบคุมได้ คุณก็อริยะขั้นพระสกิทาคามีแล้วล่ะครับ แต่คุณอาจจะไม่ทราบ ถ้าคุณเป็นพระสกิทาคามีแนะนำว่ารีบก้าวขึ้นสู่ขั้นพระอนาคามีนะครับ กำจัดกามให้ดับสิ้น ทั้งหมดเลยและไม่ประมาท ปฏิฆะความขัดใจอย่าให้มี อย่าใส่ใจในกริยาอาการของคนอื่นไม่ว่าเขาจะดี เด่น ดัง พูดจาเสียงดัง มาชวนเราคุย หรือเต้นแร้งเต้นกา เราอย่าใส่ใจ เราดูที่ตัวเราเป็นหลัก จะไปนรกสวรรค์พรหมนิพพานเราไม่ได้หอบเอาใครไปด้วย ไปก็เป็นเรื่องเฉาะตน ความโกรธละด้วยสติ มีสตินั่นแหละระงับโกรธ พยายามอย่าเป็นคนหูเบา และอย่าให้ใครมาพรากความสามัคคีในกลุ่มเด็ดขาด นี้เรื่องน่าพิจรณา ใครทำก็เป็นกรรมนะ ในเบื้องต้นถ้าไม่อยากเป็นทุกข์ใจก็ต้องหมั่นทำสมาธิ ทำทุกวันยิ่งดี อย่างน้อยวันละห้านาทีสิบนาทีก็ยังดี ใครที่อยู่ว่างๆนอนดึกได้ก่อนนอนก็ทำสมาธิสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง แล้วเข้าสู่ภาคปัญญาภาวนา เช่น ละสักกายะทิฏฐิ หรือภาวนาเรื่องธาตุขันธุ์เป็นอนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา อนัตตานี้เอาให้เข้าใจให้ทราบให้ดีเพื่อจิตใจจะได้ถ่ายถอนกิเลส เมื่อเราปฏิบัติธรรมลงที่กาย วาจา ใจของเรา จิตเราจะค่อยๆบริสุทธิ์ขึ้น นี้แหละทางนิพพาน.........
     
  12. ปุณบพิธ

    ปุณบพิธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,130
    ค่าพลัง:
    +2,184
    แล้วทำไมต้องทำให้อารมณ์ดีด้วยครับ? :cool:
     
  13. ปุณบพิธ

    ปุณบพิธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,130
    ค่าพลัง:
    +2,184
    เคยเห็นคนคริสต์ หรือคนอิสลาม ไม่โกรธไหมครับ?
    เขาอาจจะโกรธอยู่ภายใน แต่เขาระงับได้ไม่แสดงออกมาภายนอกเลย
    เขานึกถึงพระเยซู เขาก็ข่มใจไว้ได้ นึกถึงพระอัลลาห์ ก็ข่มใจไว้ได้
    แต่คริสต์ กับ อิสลาม เขาเป็นพระอริยะไม่ได้นะครับ
    แล้วทำไมเขาข่มความโกรธได้ครับ?
     
  14. ไร้นา

    ไร้นา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +108
    ปัญหามันเยอะ นะโลกนี้ สังสัยก็ไม่น้อยที่เดียว คิดมากก็สงสัยมาก
    ปัญญาจงตามให้ทันถ้าไม่ทันละยุ่ง คนที่จะตามจะเพิ่มบารมีก็ดี ถ้าคนที่ไม่ตามให้ดูย้อนหลังไปคำที่ 39 ปัญหาอยู่ที่ท่านแล้ว ปัญญาจะอยู่ที่ใคร
     
  15. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    คุณดูที่รูปร่างกายมันเป็นอนัตตา คือไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตน แตกกระจัดกระจายหรือตายในที่สุด นี่คืออนัตตารูปร่างกายไม่ใช่เราเพราะเราบังคับบัญชามันไม่ได้ ก็ไม่มีสักกายะทิฏฐิคือไม่ตามเห็นว่ากายเป็นตน เราคือวิญญาณ...
     
  16. ปุณบพิธ

    ปุณบพิธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,130
    ค่าพลัง:
    +2,184
    ที่ว่ามาก็ถูกนะฟางว่าน แต่มันเกี่ยวข้องกับการไม่โกรธตรงไหนกันหนะ???
     
  17. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    ตอบคุณปุณบพิธ ความโกรธนั้นท่านผู้ปฏิบัติท่านละได้ในวิสัยพระอรหันต์ครับ พระอนาคามียังโกรธได้ แต่ไม่ได้เรียกว่าโกรธ เรียกปฏิฆะซึ่งหมายถึงความขัดใจ บางท่านอาจจะไม่รู็จักความขัดใจ ความขัดใจคือความไม่สบอารมณ์หรือความอัดอั้นตันใจนั่นแหละพระอนาคามีท่านไม่มี ความโกรธถ้าพระอนาคามีโกรธท่านเรียกมานะ คือยังมีความถือตัว แปลว่าหยิ่งก็ใช่ พระอนาคามีบางท่านท่านก็หยิ่งบ้าง บางท่านท่านก็ไม่หยิ่ง อย่างพระโสดาบันบางท่านท่านเป็นได้ก็เพราะขจัดความหยิ่ง อย่างขั้นต้นง่ายๆ ไม่หยิ่งและมีปัญญานี่แหละพระโสดาบัน...
     
  18. ฟางว่าน

    ฟางว่าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    1,278
    ค่าพลัง:
    +1,198
    คุณบอกว่าเอาสมาธิข่มไว้ให้จิตว่าง งั้นคุณก็ต้องทำสมาธิตลอด 24 ชั่วโมงเลยเหรอ แล้วตอนออกจากสมาธิล่ะ พระอนาคามีท่านว่างตลอดเวลาต่างหากจิตท่านน่ะ และคุณก็ยังไม่รู้จักจิต ไปภาวนาตามลำดับขั้นก่อน เลิกสงสัยแล้วหยุด หยุดนั่นแหละนิพพาน...
     
  19. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,464
    ค่าพลัง:
    +1,134
    สังโยชน์
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    สังโยชน์ (บาลี: samyojana) คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ หรือกิเลสเครื่องร้อยรัดจิตใจให้จมในวัฏฏะ มี 10 อย่าง คือ

    ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ได้แก่
    1. สักกายทิฏฐิ - มีความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นของเรา มีความยึดมั่นถือมั่นในระดับหนึ่ง
    2. วิจิกิจฉา - มีความสงสัยในคุณของพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    3. สีลัพพตปรามาส - ความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตามๆ กันไปอย่างงมงาย เห็นว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้เพียงด้วยศีลและวัตร หรือนำศีลและพรตไปใช้เพื่อเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพื่อเป็นปัจจัยแก่การสิ้นกิเลส เช่นการถือศีลเพื่อเอาไว้ข่มไว้ด่าคนอื่น การถือศีลเพราะอยากได้ลาภสักการะเป็นต้น ซึ่งรวมถึงการหมดความเชื่อถือในพิธีกรรมที่งมงายด้วย

    4. กามราคะ - มีความติดใจในกามคุณ
    5. ปฏิฆะ - มีความกระทบกระทั่งในใจ


    ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง 5 ได้แก่
    6. รูปราคะ - มีความติดใจในวัตถุหรือรูปฌาน
    7. อรูปราคะ - มีความติดใจในอรูปฌานหรือความพอใจในนามธรรมทั้งหลาย
    8. มานะ - มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนหรือคุณสมบัติของตน
    9. อุทธัจจะ - มีความฟุ้งซ่าน
    10. อวิชชา - มีความไม่รู้จริง

    พระโสดาบัน ละสังโยชน์ 3 ข้อต้นได้คือ หมดสักกายทิฏฐิ,วิจิกิจฉาและสีลัพพตปรามาส
    พระสกทาคามี ทำสังโยชน์ข้อ 4 และ 5 คือ กามราคะและปฏิฆะ ให้เบาบางลงด้วย
    พระอนาคามี ละสังโยชน์ 5 ข้อแรกได้หมด
    พระอรหันต์ ละสังโยชน์ทั้ง 10 ข้อ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 สิงหาคม 2012
  20. อินทรบุตร

    อินทรบุตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    2,515
    ค่าพลัง:
    +7,326
    ฟางว่าน แย้งพระพุทธเจ้าอีกแล้วนะ... พระอนาคามี ไม่มีปฏิฆะแล้ว ไปอ่านดูในพระไตรปิฎกนะ

    ฟางว่านไม่รู้เหรอว่า จิตพระอริยะ เป็น"สมาธิ"ตลอดเวลา???
     

แชร์หน้านี้

Loading...