เพียงอย่านำดวงใจไปให้ใครเหยียบเล่น

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย อรชร, 24 ตุลาคม 2010.

  1. อรชร

    อรชร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,768
    ค่าพลัง:
    +11,465
    [​IMG]

    เมื่อต้องการความสุขที่ยั่งยืน มาเป็นรางวัลตอบแทนการเกิดมาของชีวิต เราไม่ควรที่จะให้จิตใจไหลลู่ ตามแรงโน้มถ่วงของอารมณ์ ไม่ควรให้ความรู้สึกที่ติดลบมาเหยียบย่ำชีวิตจิตใจ แล้วต้องทำให้เราเป็นได้แค่ผู้ยอมจำนน

    การเรียกร้องเพื่อได้ครอบครองความสุขแต่ปฏิเสธที่จะอยู่กับความทุกข์ เชื่อว่าเป็นธรรมดาที่เราทุกคนล้วนมีความรู้สึกเช่นนั้น เพราะเรามักจะคิดว่าความสุข เป็นสิ่งที่ชวนให้เข้าไปสัมผัส แต่ความทุกข์เป็นสิ่งที่ควรผลักไสออกไปให้ ไกลตัว

    แต่ผู้อ่านสังเกตไหมว่า แม้เราจะเกลียดความทุกข์ หรือต้องการหันหน้ามารักกับความสุขมากเพียงใด
    แต่หากไม่เข้าใจวิธีสร้างสุขให้เกิดมีแก่ตัวเรา และไร้วิธีปลดปล่อยความทุกข์ ให้ออกไปไกลตัว เราก็ยังชื่อว่ามีความทุกข์ที่พร้อมจะทอดเงาไปกับเราอยู่ทุกเมื่อเช่นเคย

    ผู้อ่านลองสังเกตต่อไปอีกว่า หลายครั้งที่เราชอบชี้บอกเพื่อให้คนอื่นมีความสุข แต่หลังฉากของความสุขนั้น เรากลับต้องจมอยู่กับความทุกข์เสียเอง เป็นประเภทหน้าชื่นแต่อกตรมอย่างน่าสงสาร

    ทั้งที่บางครั้งปัญหาที่คนอื่นมองว่าใหญ่หลวงยิ่ง
    เรากลับมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
    ไม่น่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้แต่อย่างใด
    เพราะเรามองสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความเข้าใจ และรู้จักวางใจที่จะทำความรู้จักกับปัญหาอย่างรู้เท่าทัน

    ตรงกันข้าม เมื่อวันหนึ่งเราประสบกับปัญหา ที่ทำให้ความทุกข์มากลุ้มรุ้มจิตใจ เราเองกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ช่างเป็นเรื่องลำบากที่จะผ่านมันไป ทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นคนอื่นกลับมองว่า มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง

    ด้วยเหตุนี้ การจะแสวงหาความสุขให้เกิดขึ้นกับชีวิตจิตใจของเรา จึงไม่ใช่ อยู่ที่การสัมผัสแค่ความสุขที่ได้รับเท่านั้น แต่รวมถึงการทำความรู้จักความทุกข์ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจอีกด้วย

    [​IMG]

    พระพุทธศาสนาสอนไว้ว่าธรรมชาติของชีวิตนั้น มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิด ขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป เมื่อใดที่เราเข้าใจกระบวนการเกิดขึ้นของสิ่ง ต่างๆอย่างรู้เท่าทัน ไม่หลงประเด็นในเรื่องราวที่ปรากฏเราย่อมเกิดปัญญาจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาเสมอ

    แต่สำหรับคนทั่วไป เวลาประสบกับความทุกข์หรือปัญหา
    เรามักปฏิเสธที่จะทำความเข้าใจในมัน โดยอาศัยการเบี่ยงเบนไปที่อื่น เพื่อกลบเกลื่อนความทุกข์ที่มีอยู่ เพราะเราชอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ โดยไม่ต้องลงมือแก้ไขที่จิตใจแต่อย่างใด
    เราก็สามารถที่จะผ่านมันไปได้เช่นกัน

    หลายคนจึงชอบใช้วิธีเลี่ยงความทุกข์ ด้วยการไปทำอย่างอื่นแทน อาจแสวงหา วัตถุเงินทองเพื่อมาบำบัดให้ทุกข์ทุเลา เมื่อใช้วิธีหลบเลี่ยงอยู่นานวัน และรู้สึกว่ามันแก้ไขได้ เราจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละ คือเครื่องมือในการกำจัดทุกข์หรือปัญหาอย่างถาวร ทำให้เราพลัดหลงจากความจริงที่ควรรับรู้อย่างน่าเสียดาย

    เราจึงบ่ายหน้าไปสู่กับดักของความทุกข์ โดยที่เราเองก็ยินดีที่จะเป็นทาสรับใช้ ซึ่งเหมือนกับการนำชีวิตที่มีค่าไปฝากไว้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า สุดท้ายเราจึงถูกทำร้ายให้เจ็บช้ำในเวลาต่อมา

    ความสุขที่ควรจะเกิดขึ้นแก่เรา จึงเป็นพียงภาพลวงตาที่เราเข้าใจว่ามันใช่เท่านั้น แม้วันหนึ่งเราอาจต้องการหนีออกไปให้ไกลจากความทุกข์ที่มาคุมขังเรา ภาพลวงของความร้ายก็มักทำลายคุณค่าหลายๆ อย่างให้หายไปจากเรา เกินกว่าจะกู้กลับคืนมาได้ดังเดิม

    [​IMG]

    แต่เมื่อเรารู้จักสร้างความเข้าใจให้กับตัวเอง
    รู้จักดูแลจิตใจอันเป็นหัวใจหลักของการมีชีวิตอยู่
    ด้วยการอาศัยสติมาคอยดูแล เพื่อให้ทุกอย่างได้ดำเนินไปอย่างเข้าใจ นั่นชื่อว่าเรากำลังสร้างวิธีให้ใจของเราได้ทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็น

    เป็นการให้ชีวิตจิตใจของเราได้เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีคุณค่า
    เพื่อให้ชีวิตได้เป็นแหล่งพักของสิ่งต่างๆอย่างที่มันควรจะเป็น โดยให้ใจได้ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา แล้วทำการแยกแยะสิ่งดี และร้ายให้ออกจากกัน

    พร้อมกันนั้น ก็ให้ใจได้เรียนรู้ทั้งด้านบวกและด้านลบของปัญหา แล้วรู้จักที่จะสร้างปัญญา จากความยุ่งยาก
    ที่เคยทำให้ผู้ที่ไร้สติครองน้ำตานองหน้ามาก่อน ได้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ เพราะรู้เท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ

    เมื่อทำได้เช่นนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของชีวิตจิตใจที่เราได้ครอบครอง ก็พร้อมที่จะแปรขบวนชีวิต ให้เป็นไปในกรอบของความดีงามตามวิถี ซึ่งช่วยฟ้องให้เรารู้ว่าชีวิตมี ค่าเสมอหากเราเข้าใจมัน

    [​IMG]

    พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
    แม้จะถูกล้อมกรอบให้ลุ่มหลงในความเป็นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์เพียงใด แต่พระองค์ ก็ไม่ยอมที่จะให้สิ่งร้ายๆมาครอบครองพื้นที่ชีวิตทั้งหมด

    พระองค์ได้เรียนรู้ที่จะฝึกใจให้เข้มแข็ง ด้วยการหมั่นไตร่ตรองข้อบกพร่องที่มีอยู่ เพื่อให้เห็นความจริงที่ชีวิตควรจะรู้จัก จนเมื่อการฝึกฝนที่จะออกจากปัญหาสุกงอม
    พระองค์จึงเลือกที่จะสละความเป็นเจ้าชาย แล้วมาอยู่กับเหตุผลของคนธรรมดาที่สามารถบรรลุสัจธรรมในชีวิตได้

    เหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าชายผู้เคยอยู่สุขสบายในทางโลก
    ได้เลือกเปลี่ยนมาอยู่กับความสุขสงบทางธรรม เพราะพระองค์ได้เรียนรู้ว่า... ตราบใดที่ชีวิตยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ แม้วันนี้อาจรู้สึกว่ายังสุขสบายดี แต่หากความสุขนั้นเป็นของปลอม เราย่อม บ่ายหน้าไปสู่ความทุกข์ในครั้งใหม่เช่นเดิม

    แต่หากยอมเหน็ดเหนื่อยในวันนี้ ด้วยการฝืนทวนกระแสความคิดที่มาบังคับเพื่อ หลอกให้เราทำตาม แม้เบื้องต้นอาจเหนื่อยล้าเพราะถูกปัญหารุมเร้า แต่เมื่อฝึกฝนจนก้าวผ่านได้ ทุกหยาดเหงื่อของความรู้สึกที่เคยร้อนลน ย่อมกลายเป็นน้ำฝนที่พร่างพรมลงมาให้เรารู้สึกเย็นใจได้ในทุกครั้งที่สัมผัส

    ดังนั้น เมื่อต้องการความสุขที่ยั่งยืนมาเป็นรางวัลตอบแทนการเกิดมาของชีวิต เราไม่ควรที่จะให้จิตใจไหลลู่ตามแรงโน้มถ่วงของอารมณ์ ไม่ควรให้ความรู้สึกที่ติดลบมาเหยียบย่ำชีวิตจิตใจ แล้วต้องทำให้เราเป็นได้แค่ผู้ยอมจำนน

    [​IMG]

    แต่เราควรรู้จักเรียนรู้และทนฝืนความรู้สึกที่เป็นการตามใจ
    ให้เปลี่ยนมาเป็นความต้องการที่จะฝึกฝืน เพื่อให้ผ่านความรู้สึกที่เคยชื่นชอบ ให้มาเป็น ความเข้าใจตามความเป็นจริง โดยมีสติปัญญาเป็นผู้คอยกลั่นกรองให้เห็นความสงบนิ่งของใจแทน

    แล้ววันหนึ่งที่ฝึกฝนจนสอบผ่านเราย่อมมีจิตใจที่แข็งแกร่งเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเป็นเครื่องนำพาให้เราได้เดินไปสู่ชีวิตที่สงบสุข และมีความงามของการสร้างสรรค์
    ดั่งคนที่ไร้ทุกข์ทางจิตอย่างถาวร

    เมื่อถึงวันนั้น ความทุกข์ที่เคยเหยียบย่ำให้เจ็บช้ำ
    ก็จะกลายเป็นครูสอนให้ เราฉลาดขึ้น และทำให้เรากล้าที่จะก้าวข้ามปัญหา เพื่อไปสู่การเกิดปัญญาชนิดใหม่ ที่จะทำให้เราเป็นผู้ขึ้นไปยืนอยู่เหนือความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างสง่างาม

    บางบทจาก...หนังสืออย่านำดวงใจไปให้ใครเหยียบเล่น โดย: ชุติปัญโญ
    สำนักพิมพ์ใยไหม
     
  2. Mantalay

    Mantalay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    1,678
    ค่าพลัง:
    +5,063
    คนที่เหยียบย่ำหัวใจเรา ก็คือตัวเราที่พ่ายแพ้ต่อความทุกข์ ปล่อยให้ความทุกข์มามีอิทธิพลบังคับหัวใจให้เจ็บปวด
    ขอบคุณบทความดีๆที่นำมาให้อ่านค่ะ
    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2010
  3. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    รับรองไม่ทำเด็ดขาดค่ะ
     
  4. หมั่นเพียร

    หมั่นเพียร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    254
    ค่าพลัง:
    +709
    อนุโมทนาค่ะ คุณน่าน... ขอบคุณสำหรับธรรมะดีๆ
     
  5. เลขโนนสูง

    เลขโนนสูง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กันยายน 2010
    โพสต์:
    360
    ค่าพลัง:
    +825
    ความเข้าใจ การให้อภัย ความอดทน และวางเฉย
    ขอคุณครับ
     
  6. Kama-Manas

    Kama-Manas เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    5,351
    ค่าพลัง:
    +6,491
    "ดวงใจต้องมอบให้แก่ผู้ที่เห็นค่าสิ...จะให้ไปเหยียบเล่นทำไมกัน"
    (ความเห็นส่วนตัวนะ)
     
  7. Samarnl

    Samarnl เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    2,287
    ค่าพลัง:
    +4,704
    ขอร่วมวงด้วยครับ

    เราต่างหากที่เหยียบย่ำหัวใจให้แตกสลาย มิใช่ไครที่อื่น ถ้าเราไม่เบียดเบียนชีวิตและธรรมชาติ
    เพื่อความหวังของเราแล้ว
    ความหวังจะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไฉน ความหวังที่สร้างความสดชื่น เบิกบาน
    เป็นความหวังที่ควรหวังต่อไป
    ถ้าเราไม่ยอมเป็นทาสของความหวังแล้ว
    ความหวังจะไม่ทำให้เราผิดหวังเลย
    ชีวิตที่พบแต่ความผิดหวังนั้นเพราะเขาทำเพื่อความหวังมากกว่าความจริง
    จงใช้ชีวิตตอบสนองความเป็นจริงเฉพาะหน้า
    แล้วรอคอยความหวังต่อไป
    ด้วยความเข้าใจและสดชื่น เบิกบานแม้ไม่สมหวัง ก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ความผิดหวังเป็นธรรมดาของชีวิต
    [​IMG]
    โศกเศร้าเสียใจ ก็ไร้ประโยชน์ด้วยความหวัง และความผิดหวังไม่ใช่ความผิด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 ตุลาคม 2010
  8. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,028
    ค่าพลัง:
    +17,453
    อนุโมทนาบุญที่กรุณานำธรรมะดีมาให้ผู้สนใจธรรมะได้อ่าน การให้ธรรมะเป็นทานย่อมชนะการให้ทั้งปวง (ให้สติปัญญาเพื่อจะนำไปเเก้ปัญหาในชิวิตในปัจจุบันได้) ขออนุโมทนาญาติโยมทุกท่านทุกคนที่นำธรรมะดีๆ มาเเบ่งปันกันอีกอาตมาเชื่อเหลือเกินว่าธรรมะหรือข้อคิดดีๆที่นำมา เพื่อเตือนสติคนที่ได้อ่านที่ยังไม่รู้ก็จะได้รู้ เเละคนที่รู้อยู่เเล้วยิ่งจะรู้ยิ่งๆขึ้นไป ขออนุโมทนาบุญ เเละขอบอกบุญผ่านไปยังญาติโยมทุกท่านว่าในวันที่24 นวาคม2553 อาตมาเเละคณะจะเดินทางไปมอบให้เด็กขออนุโมทนาบุญอีกครั้ง กับคุณโยม..น่านนะซิ ส่งทางไกลมากจังหวัดน่านโน้น...ได้รับเรียบร้อยเเล้ว เป็นเสื้อกันหนาวอย่างดี เเละอีกท่านคือคุณโยม ณิศศา ทวีวงษ์(mantalay) ส่วนของคุณโยมนิพพานอีก14กิโลกว่าถึงเเล้วน่ะคุณโยม ขออนุโมทนาบุญ ขอเจริญพร 24ธันวาคม2553 ขอเชิญ บริจาคเสื้อหรือผ้าห่มกันหนาว เเละมอบวันดังกล่าวที่โรงเรียนบ้านหนองผักเเว่น จังหวัดร้อยเอ็ด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤศจิกายน 2010
  9. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,028
    ค่าพลัง:
    +17,453
    อนุโมทนาบุญ ขอให้คุณโยมน่านะซิเเละหลานจงมีเเต่ความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไป
     
  10. Mantalay

    Mantalay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    1,678
    ค่าพลัง:
    +5,063
    [​IMG]

    บางครั้งความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามา ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ถ้าเรารู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์ คน

    ที่ผ่านทุกข์หนักมาแล้ว จึงควรจะเห็นทันความทุกข์ใหม่ ที่กำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่ขณะนี้ ก็

    แค่ความทุกข์ ทุกข์หนักกว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว จะมานั่งคร่ำครวญ หาประโยชน์อะไรไม่มี คง

    ต้องสู้กับมันด้วยใจที่กล้า กล้าที่จะเผชิญความจริง กล้าที่จะรับความจริงที่เจ็บปวด และรู้ว่า

    เดี๋ยวมันก็ผ่านไป และความทุกข์ตัวใหม่ ก็กำลังรอที่จะเข้ามาให้เราได้สู้กับมันอีกในอนาคต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 ตุลาคม 2010
  11. อรชร

    อรชร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,768
    ค่าพลัง:
    +11,465
    กราบ นมัสการพระคุณเจ้า

    กราบขอบพระคุณ...เจ้าค่ะ

    [​IMG]
     
  12. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,028
    ค่าพลัง:
    +17,453
    อนุโมทนาบุญ บทความหรือข้อคิดดีๆอยากให้นำมาลงอีก
     
  13. raidina

    raidina เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    3,153
    ค่าพลัง:
    +6,383
    ขอบคุณในบทความดีๆที่อ่านแล้วได้ทั้งข้อคิดและแนวทางการดำเนินชีวิตและวิธีจัดระเบียบความคิดค่ะ......ขอบคุณมากมาย//// ไรดิน่า
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • purple.gif
      purple.gif
      ขนาดไฟล์:
      181.1 KB
      เปิดดู:
      114
  14. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    ไม่มีภาพวัดป่ามาให้ชมหรอค่ะ
     
  15. Mantalay

    Mantalay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    1,678
    ค่าพลัง:
    +5,063

    อ่านธรรมะกันค่ะ กันไว้ ไม่ให้เหยียบหัวใจตัวเองค่ะ เอามาจาก บ้านธัมมะ

    ในการบรรยาย “แนวทางเจริญวิปัสสนา” ครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์อธิบายเรื่องความ

    คิดว่า ทุกคนคิดทุกวัน คิดเกือบตลอดเวลา จนบอกไม่ได้ว่าคิดเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งส่วน
    ใหญ่คิดเป็นอกุศล และเมื่อไรจึงจะคิดเป็นกุศลมากกว่าอกุศล ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พ.ย.
    ๕๓ ชั่วโมงสนทนาพระสูตร ทางมูลนิธิฯ นำพระสูตรชื่อ “ปราภวสูตรที่ ๖” ว่าด้วย

    ความเสื่อม ๑๒ ประการ เช่น เกลียดธรรม มีอสัตบุรุษเป็นที่รัก ชอบใจธรรมของอสัต-
    บุรุษ เป็นต้นและท่านอาจารย์นำมาสนทนาต่อในระหว่างรับประทานอาหารกลางวันว่า
    ในพระไตรปิฎก และอรรถกถานั้น พูดถึงเรื่องการคบคนพาลว่า ไม่คบด้วยการเข้าใกล้
    แม้ด้วยใจ (ท่านอาจารย์กล่าวว่า ในพระไตรปิฎก และอรรถกถานั้นมีคำคมมากมาย ซึ่ง
    จะรู้ว่าคมหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับกำลังปัญญาด้วย อย่างเราต้องให้ท่านบอกว่า คำนี้
    คมนะ) คือ ไม่แม้แต่จะคิดถึงคนพาล (รวมทั้งตนเองขณะที่เป็นอกุศล ก็เป็นคนพาล
    เช่นกัน) ซึ่งเราสังเกตดูได้ว่า ขณะที่คิดถึงคนพาลนั้นส่วนใหญ่เป็นอกุศล แต่ธรรมทั้ง
    หลายเป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา จะห้ามไม่ให้คิดก็ไม่ได้ แต่ถ้าคิดถึงคน
    พาล ก็รู้ว่าเพราะความคิดเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล และความ
    คิดก็ไม่เป็นอิสระ เกิดขึ้นมาได้เองลอยๆ ต้องขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่สะสมมาด้วย ที่จะ
    ทำให้คิดเป็นกุศลหรืออกุศลซึ่งแน่นอนว่า ถ้ามีปัญญาตั้งแต่ขั้นฟัง ขั้นพิจารณา ความ
    คิดก็เริ่มเป็นกุศลมากขึ้น จนกระทั่งถ้าเป็นผู้มีปกติอบรมเจริญสติปัฏฐาน ความคิดเป็น
    กุศลก็ย่อมมากกว่าอกุศลในชีวิตประจำวัน กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ใช้เวลา
    เกือบทั้งหมดแสดงธรรม แม้เวลาเพียงสั้นๆ แต่ก็เป็นประโยชน์ให้เกิดความเข้าใจพระ-
    ธรรมที่จะสะสมอยู่ในจิตขณะต่อๆไป
     
  16. อรชร

    อรชร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,768
    ค่าพลัง:
    +11,465
    กราบ อนุโมทนา สาธุ...ค่ะ

    ขอบพระคุณค่ะ พี่จั่น ที่นำธรรมะดีๆ มาฝากค่ะ

    [​IMG]
     
  17. พระจิรวัฒน์ ญาณวโร

    พระจิรวัฒน์ ญาณวโร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    5,028
    ค่าพลัง:
    +17,453
    เจริญพร วันนี้24พ.ย.2553 ตอนเช้าอาตมาบิณบาตรที่ซอยอ่อนนุช44 ตามปรกติ เเต่วันนี้ไม่ปกติตรงที่อาตมาขณะที่กำลังเดินริมถนนเยื้องๆกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิตอยู่นั้น เสียงร้องกรี๊ดของโยมผู้หญิงดังขึ้น ...เด็กช่างกลตีกัน อาตมาหันไปมองตามเสียงนั้น อาตมอยู่ห่างประมาณ20กว่าเมตร ไม่รู้คิดอย่างไร เดินเข้าไปหาเลย 5คนทุมตี1คน เเละใน5คนนั้นมีมีดปลายเเหลม ถืออยู่ในมือด้วย อาตมาร้องตะโกนให้หยุดๆ เด็กพวกที่กำลังรุมตีวิ่งหนี ไปคนละทิศคนละทาง อาตมาเดินเข้าไปดู โยมนักเรียนช่างกลเเห่งหนึ่งถูกตีศรีษะเเตกเลือดไหลเเละบริเวณ ท้องโดนเเทงลึกมาก..เลือดไหลตลอด วันนี้บังเอิญ ในย่ามมีโทรศัพท์มือถือติดไปด้วย ปกติจะไม่พก รีบโทรเเจ้งตำรวจ ไม่ถึง5นาทีมีรถพยาบาล มารับรีบนำส่งโรงพยาบาล อาตมาช่วยได้เเค่นี้จริงๆ ได้เเต่ภาวนาขอให้คนที่โดนทำร้าย ไม่เป็นอะไรมาก สงสารทำไมต้องตีกันด้วยคนไทยด้วยกัน เป็นเด็กเยาวชนอยู่ด้วย หดหู่ใจ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธเเท้...เเต่ทำไมเเค่เรียนคนละโรงเรียนต้องตีกันฆ่ากันด้วย เวลาเช้าเเท้ๆ เเละถ้าเกิดโชคร้าย เกิดตาย เเล้วพ่อเเม่เด็กเด็กคนนั้นหละ คิดไปต่างๆนา นา ...หดหู่ใจ เเล้วเมื่อไหร่เรื่องเเบบนี้จะหมดไปจากเมืองไทย ที่ชื่อว่าเมืองพุทธเสียที...ใครตอบอาตมาได้ ช่วยตอบที
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤศจิกายน 2010
  18. Mantalay

    Mantalay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    1,678
    ค่าพลัง:
    +5,063
    นมัสการเจ้าค่ะ เด็กพวกนี้ เป็นเด็กประเภทถูกเลี้ยงแบบ พ่อแม่รังแกฉันเจ้าค่ะ พ่อแม่เลี้ยงลูกไว้รังแกชาวบ้านเจ้าค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...