เพื่อนที่เป็นพระทำผิดศีล

ในห้อง 'ทุกข์และปัญหาชีวิต' ตั้งกระทู้โดย ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์, 16 กันยายน 2018.

  1. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    กราบสวัสดีท่านผู้รู้ทุกคนครับคือผมมีปัญหามาขอคำตอบครับคือว่าพระเพื่อนของผมนั้นได้บวชในการเข้าพรรษาแล้วได้ทำผิดอาบัติสังฆทิเสสข้อที่1ไปแล้วได้มาปรึกษาผมผมเลยบอกพระท่านไปว่าให้ไปบอกหรือถามท่านพระครูเจ้าอาวาส (ท่านไม่ใช่เป็นพระอุปชาพระอุปชาเป็นพระครูอีกท่านนึงเพราะที่หมู่บ้านของผมเวลาต้องไปบวชต้องบวชกับท่านพระเจ้าคณะตำบลเท่านั้น) ซึ่งก็ได้คำตอบมาว่าก็ปลงอาบัติวันลงอุโบสถ์เพื่อขอศีลใหม่ แต่เพื่อนของผมนั้นท่านได้บอกกับท่านไปแล้วว่าท่านติดอาบัติสังฆทิเสสอยู่เพราะพระเพื่อนท่านไม่ได้คิดจะปกปิดอยู่แล้วครับแล้วพระเพื่อนของผมจะทำอย่างไรดีครับ

    แล้วมีอีก1คำถามครับคือถ้าพระเพื่อนของผมนั้นได้ทำผิดอาบัติสังฆทิเสสไปแล้วเวลาทำบุญสวดมนต์ ร่วมไปถึงเข้าพิธีต่างๆทางศาสนาท่านจะได้รับผลบุญหรือไหมครับ แล้วบุญที่ทำจากการบวชจะส่งผลให้กับคนที่ทำให้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ
     
  2. nakarith

    nakarith สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +38
    เท่าที่ทราบ ปลงอาบัติไม่พอครับ ต้องเข้าปาริวาสกรรม
     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    363
    ค่าพลัง:
    +573
    อันนี้ link ที่คำถามคงจะคล้ายๆกัน ผมขี้เขียจพิมพ์ใหม่ ^_^

    https://palungjit.org/threads/แก้อาบัติซ้อนต้องทำยังไงบ้างครับ.624135/

    เพิ่มเติมอีกหน่อยการเคยไปทำบาปมา ไม่ได้แปลว่าต้องปิดกั้นบุญไปเลยครับ
    จะทำบุญหรือสวดมนต์ ก็ได้บุญเหมือนกันครับ
     
  4. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณมากครับ
     
  5. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณมากครับ
     
  6. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    แล้วตอนนี้ท่านอยู่พรรษา หาก ออกพรรษาแล้วจะต้องไปเข้าปริวาสกรรม แล้วต้องสึกแล้วบวชใหม่ไหมครับหรือว่าสามารถไปที่วัดที่มีการจัดเข้าปริวาสกรรมได้เลย แล้วต้องอยู่จนกระทั้ง 3 เดือนเลยไหมครับ ขอรบกวนขอคำตอบหน่อยด้วยครับ
     
  7. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0

    แล้วตอนนี้ท่านอยู่พรรษา หาก ออกพรรษาแล้วจะต้องไปเข้าปริวาสกรรม แล้วต้องสึกแล้วบวชใหม่ไหมครับหรือว่าสามารถไปที่วัดที่มีการจัดเข้าปริวาสกรรมได้เลย แล้วต้องอยู่จนกระทั้ง 3 เดือนเลยไหมครับ ขอรบกวนขอคำตอบหน่อยด้วยครับ
     
  8. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    363
    ค่าพลัง:
    +573
    การปริวาสกรรม ไม่ต้องสึกแล้วบวชใหม่ครับ เพราะโทษนั้นไม่ถึงขั้นปาราชิก
    การปริวาสกรรมนั้น ไม่ถึง 3 เดือนนะครับ อาจจะมี 15 วัน - 1 เดือน แล้วแต่พระสงฆ์
    ที่เป็นเจ้าอาวาส จะบอกระยะเวลากับเราหนะครับ


    ใน link ที่เคยพิมพ์ไป คือ หากสึกจากความเป็นพระแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้สังฆาทิเสส
    แต่่ออกมาเลย หากอยากจะกลับเข้าไปบวชใหม่ ก็ต้องแก้สังฆาทิเสสที่เคยติดค้างมาหนะครับ
     
  9. ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์

    ถึง ศิลายุภัค ตั้งกิตติชานนท์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2018
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอบคุณมากครับ
     
  10. JAKANUSSATI

    JAKANUSSATI สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +2

    ผมขออนุญาตเสริมความรู้เพิ่มเติมอีกสักนิดนะครับ เพื่อเป็นแนวทางแก่ท่านผู้บวชในภายหน้า.. การอยู่ปริวาสก็มีในพระวินัยบัญญัติให้ทำครับ จะได้ไม่มีกรรมติดตัว

    คนที่ติดสังฆาทิเสสตราบเท่าที่กรรมยังไม่หมดจะเป็นผู้มักร้อน เร่าร้อน ร้อนรุ่ม ติดใคร่ราคะมีความกำหนัดนักอย่างยิ่ง ทางที่ดีต้องอยู่ให้ตรงตามพระวินัย ดังนี้ครับ


    การกำหนดองค์สงฆ์ที่ต้องทำกรรมในการประพฤติวุฏฐานวิธี มี ๒ ประเภท คือ
    1. จตุวรรคสงฆ์ มีจำนวน ๔ รูป (หรือ ๕ รูปรวมองค์สวด) ให้ปริวาส ให้มานัต ให้ปฏิกัสสนาฯ
    2. วีสติวรรคสงฆ์ มีจำนวน ๒๐ รูป (๒๑ รวมองค์สวด) ให้อัพภาน
    วิธีการสวดให้ปริวาส และ อัพภาน มีอยู่ ๓ วิธี คือ
    1. วิธีการขอหมู่ สวดหมู่ ซึ่ง การขอหมู่ สวดหมู่ ก็คือ ภิกษุผู้ประสงค์อยู่ประพฤติปริวาส ได้สวดขอปริวาส มานัตและอัพภาน ซึ่งภิกษุที่ขอหมู่ก็คือ สงฆ์อนุญาตให้ภิกษุเข้าสวดขอปริวาสพร้อมกันครั้งละ ๓ รูป ส่วนคณะสงฆ์อาจารย์กรรมนั้นต้องใช้จำนวนสงฆ์ทั้งหมด ๕ รูป รวมองค์สวด (และ ๒๑ รูป กรณีให้อัพภาน)
    2. วิธีการขอหมู่ สวดเดี่ยว ซึ่งก็คือ ภิกษุผู้ประสงค์อยู่ประพฤติปริวาส ได้สวดขอปริวาส มานัตและอัพภาน ซึ่งสงฆ์อนุญาตให้ภิกษุเข้าขอปริวาสพร้อมกันครั้งละ ๓ รูป แต่ให้สวดครั้งละหนึ่งรูปคือสวดองค์เดียว เดี่ยว ๆ ส่วนคณะสงฆ์อาจารย์กรรมนั้นต้องใช้จำนวนสงฆ์ทั้งหมด ๕ รูป รวมองค์สวด (และ ๒๑ รูป กรณีให้อัพภาน)
    3. วิธีการขอเดี่ยว สวดเดี่ยว ก็คือ สงฆ์อนุญาตให้ภิกษุเข้าขอปริวาสครั้งละ ๑ รูป และให้สวดครั้งละ หนึ่งรูปคือสวดองค์เดียวเดี่ยว ๆ ส่วนคณะสงฆ์อาจารย์กรรมนั้นต้องใช้จำนวนสงฆ์ทั้งหมด ๕ รูป รวมองค์สวด (และ ๒๑ รูป กรณีให้อัพภาน)
    รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านตามที่ Link ด้านล่างนี้ครับ
    ขอขอบพระคุณที่มาจาก..
    https://www.phuttha.com/พระสงฆ์/ความรู้เกี่ยวกับพระสงฆ์/ปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์/5

    - ในข้อปฏิบัติการอยู่ปริวาสนี้ ต้องอยู่เท่าจำนวนวันที่ปกปิด และวันที่ตนกระทำแล้ว ขออัพพานแล้ว มีความเชื่อหนึ่งว่าต้องสึกออกมาจึงจะหมด โดยเมื่อสึกออกมาให้ถือศีล 8 มากเท่าจำนวนวันที่ตนปกปิดหรือดีก็เป็นเดือน เพื่อล้างสังฆาทิเสสติดตัว หากจะบวชตลอดชีวิต ก็จึงค่อยเข้าบวชใหม่
    - ศีล ๘ นี้เป็นศีลอุโบสถ ผู้เจริญมีอานิสงส์เพื่อล้างราตะและความอยากปรนเปรอตน ทั้งอภิชา และโทมนัส

    - ซึ่งโดยตามปรกติแล้ว การอยู่ปริวาสตามพระวินัยเสร็จก็จบไม่ต้องสึกบวชใหม่ ข้อที่ผมแจ้งไว้นี้ เป็นเพียงความเชื่อหนึ่งที่พระป่าท่านจะบวชตลอดชีวิตแต่มีความกำหนัดนักท่านปฏิบัติทำกันเป็นข้อวัตรของท่าน เพื่อล้างตนให้บริสุทธิ์ พร้อมทั้งเร่งเพียรปฏิบัติจนถึงธรรมให้ได้ หากหวั่นตนจะทำผิดอีกท่านจะถือศีล 8 นุ่งห่มขาดอยู่ที่วัดจนมั่นใจแล้วบวชใหม่

    - ข้อสำคัญอีกอย่าง คือ หากผู้ให้มานัติเป็นพระอรหันต์ เพียงองค์เดียวก็ขอมานัติได้ ไม่ต้องรอหมู่คณะสงฆ์ครบ ๕ รูป และอาบัตินี้ พระเท่านั้นที่ปรับกันได้ ฆราวาสจะปรับอาบัติพระไม่ได้ แต่เพราะเราไม่รู้ว่าท่านใดเป็นพระอรหันต์ จึงควรให้ครบองค์ประชุมจะดีที่สุด

    - และใครก็ตามที่ต้องอาบัติแม้น้อยนิดจะร้อนรุ่มสุมใจอยู่ตลอด จิตเป็นกุศลยาก ทำกุศลไม่ได้ ใจชั่วมีความคิด พูด ทำที่ร้อน หยาบ อยู่ไม่เป็นปรกติสุขเย็นใจ หากเป็นพระให้สันนิษฐานว่าตนติดอาบัติแล้วตรวจสอบอาบัติตน อาบัติขั้นต่ำ เช่น ปาจิตตีย์ เป็นต้น ก็ปลงต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ได้ทันที

    ** การบวชติดอาบัติ หรือการปฏิบัติตนจะสำรวมระวังอินทรีย์ไม่ให้ต้องอาบัตินี้ ทำให้เห็นข้อสำคัญอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา คือ ผู้ทรงพระวินัย ปริยัติ และที่สำคัญคือ ผู้ปฏิบัติ และท่านผู้บรรลุธรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากทั้งหมด ทำให้เรามองข้ามทุกส่วนไม่ได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 ตุลาคม 2018

แชร์หน้านี้

Loading...