เราบำรุงบำเรอ กาย หรือ จิต ครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย งูๆปลาๆ, 16 พฤศจิกายน 2019.

  1. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    507
    ค่าพลัง:
    +373
    ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ที่น่าพึงพอใจที่ปราถนาที่ต้องการ และที่ไม่ต้องการทั้งหลาย
    ที่ทำให้เกิดขึ้นแก่กายและจิต เราพยามบำรุงบำเรอมันแก่กายหรือแก่จิตครับ
    ให้กายมีสุขหรือให้จิตมีสุข การไม่ปราถนาให้กายหรือจิตมีสุขและทุขน่าจะเป็นทางออกรึเปล่าครับ
    กายเละจิตที่เกิดขึ้นตั้งอยุ่และดับลงที่เราเห็น มีความอยากที่เราพยามกระทำเพื่อบำรุงให้ตั้งอยุ่
    ให้เกิดขึ้นให้สานต่อ เพราะเราพยามบำรุงกายหรือบำรุงจิตครับ
     
  2. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    คำถามเชิง อภิธรรม มันจะ เคว้งหน่อยๆ
    อะนะ ถ้า ทนฟังไหว พึงรู้ธรรมนั้น ด้วย
    อุปมา ว่า....

    ธรรมดา สิ่งที่เรียกว่า รูป นาม ที่ปรากฏ
    เป็นโลกาธาตุนั้น มันมี ทุกขัง อยู่ด้วย
    ตัวมันเอง

    เนื่องจาก รูป ไม่เที่ยง มหาภูตรูป
    ไม่เที่ยงเดี๋ยวเกิด เดี๋ยวดับ เป็น
    พันจักรวาล มันมีของมันอยู่อย่างนั้น

    จิต เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่เกิดจาก
    ปัจจัยของความไม่เที่ยงนั้น เกิด
    การ ถอดรูป เป็นสุขุมรูป ที่เรียก
    กันว่า สัญญาบ้าง เวทนาบ้าง
    สังขารบ้าง วิญญาณหรือจิตบ้าง

    ทีนี้ ....

    ที่เรียกกันว่า สัตว์ สัตว์ _!สัตว์ เกิด
    จาก อุปทานอันมีตัณหาเป็นปัจจัย
    ....ฯ (ละถึง) การขาดการสดับ
    เป็นปัจจัย


    งอๆแปๆ ต้องตั้งจิตให้ถูก

    ถ้า เอาสักกายะ นำหน้า จะถือว่า
    ตั้งเมล็ดข้าว ไม่ตรง

    พอตั้งไม่ตรง การสดับธรรมจะ
    เคลื่อนไปก่อน(จิตไม่อึ๊กก็เรียก
    รู้ไม่ถึงฐานก็เรียก รู้ไม่ลงซื่อๆ ก็เรียก)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2019
  3. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

    ถ้า เห็นในแง่มุมอย่างนั้นอีก

    แล้วขณะนั้น อกุศลเบา จิตเป็น ฌาณ1-4
    อาสวะเบาบาง

    หากมาทางสายกสิณสิบ พระพุทธองค์
    จะทรงแนะ....

    " พึงตั้งกายใว้ในจิตบ้าง ตั้งจิตไว้ในกายบ้าง "



    ปล. คำว่า "ตั้งไว้ใน" เป็น ภาษาแปล
    ภาษาในเชิง อิทัปปัจจัย พึงรู้ด้วย
    อุปมา มนสิการ เอานะฮับ

    บิน !!!!

    [ ความเสียว ความเคลื่อนเลื่อน ความ
    สว่าง เป็นธรรมทั้งสิ้น มีเกิด มีดับ
    เหมือนกันหมด อย่าคว้ายาหม่องเสีย
    ก่อน อย่า หลับตา ให้รู้เนื้อรู้ตัวตลอด
    แบบ ไปพรหมโลกด้วย...... เน้นนะว่า
    เป็นคำแนะจาก ศาสดา หน่าฮับ ]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2019
  4. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,658
    ค่าพลัง:
    +10,901
    หากเริ่มต้นด้วยอุปปาทานว่า กายและจิตเป็นเราเป็นของเรา ก็เป็นมิจฉาทิฏฐิคับ
    เนื่องจากพระพุทธะ ไม่ได้สอนให้เราไปยึด
    เอากายกับจิตเป็นตัวเรา หรือตัวเราคือกายกับ
    จิต
    แต่ถ้ายังยืนกรานว่ากายกะจิตคือตัวตน
    ของเราก็จะสนทนาแบบจัดแย้ง
    กันไปตลอดสาย
    จึงเห็นว่าควรจะหยุดอธิบายปลอดภัยกว่าฮับ
     
  5. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    897
    ค่าพลัง:
    +1,353
    ถ้าเอาเข้าจริงๆ ก็เพื่อนิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง เป็นบรมสุข

    แต่ บำรุงสุข ทุกข์ ที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เป็นทุกข์ล้วนๆที่เกิดขึ้น ที่ควรกำหนดรู้


    เพื่อให้พบพระนิพพาน อันเป็นสุขอย่างยิ่ง


    บำรุงสุข ของกาย ของจิต มันของอยู่ในโลก
    มองด้วยปัญญามันก็ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น
    บำรุงทุกข์ล้วนๆ เนื่องด้วย ความทะยานอยาก

    แต่ ความทะยานอยากนี้
    ใช้เป็น ก็เป็นไปเพื่อ พ้น เพื่อพระนิพานอันเป็นสุขอย่างยิ่ง

    สรุปแล้ว จะบำรุงสุข ของกาย ก็เพื่อ จิตตัวเดียว
    จะบำรุงสุขของจิต ก็เพื่อจิตตัวเดียว เหตุเพราะ ความไม่รู้ แท้ๆ
     
  6. digimon1234

    digimon1234 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2017
    โพสต์:
    140
    ค่าพลัง:
    +28
    ตั้งจิตไว้ในกาย สภาวะหายคับเหลือแต่กิเลสที่เกิด
     
  7. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    ลวกเพ่ ต้อง พินา สิ่งที่ พระพุทธองค์ตรัส กำชับ จิฮับ

    " การจะตั้งจิตไว้ในกาย ตั้งกายไว้ในจิต "

    จิตจะต้องเป็น สมัย!

    สมัยของจิตอ่อน ปราศจากกิเลส และ อุปกิเลส(ติดสมถะ
    ทั้งหลายทั้งปวง) จิตจึงจะ ควรแก่การงาน เพื่อ "อธิ"ปัญญา

    ถ้า จิตยังไม่อ่อน ควรแก่การงาน ...

    แน่นอนว่า พอวางจิตวางใจ มนสิการ ปั๊ป .... ผั๊วะ หัวทิ่ม
    ( กิเลส อุปกิเลส ลากปายกิน )

    ทีนี้

    พระพุทธองค์ มิได้ทรงหมาย จะให้ สาวก เจริญ "อธิ"ปัญญา
    เป็น หลัก

    หลักคือ ความไม่ประมาท พอมนสิการปั๊ป เห็นกิเลส
    นั่นแหละ เป็นเป้าหมายของ สารถี ที่ลงแซ้ เพี้ยะ!!!

    เว้นแต่เป็น ม้าดี จะสามารถ ฮี้กอปๆ อาจจะไป พรหมโลก
    ได้ด้วยกายเนื้อ โดยที่ อาสวะสิ้น แต่ยังไม่แจ้งอริยสัจจ
    ( การแจ้งอริยสัจจ ก็คือ รู้ทุกข หรือ เห็นกิเลส
    อุปกิเลส นั่นแหละ )
     
  8. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    507
    ค่าพลัง:
    +373
    ชัดเจนครับอนุโมทนา
     
  9. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    507
    ค่าพลัง:
    +373
    ท่าอย่างนั้นเชิญตอบด้วยอรรถที่กายและจิตไม่ใช่ตัวตนที่ยึดมั่นสิครับ เราบำรุงอะไร? ทำไม?
     
  10. งูๆปลาๆ

    งูๆปลาๆ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    507
    ค่าพลัง:
    +373
    อนุโมทนาครับเพราะความไม่รู้แท้ๆ
     
  11. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,658
    ค่าพลัง:
    +10,901
    กายสังขารกะจิตสังขาร
    นั้น มีสภาพเป็นไตรลักษณ์
    คือ อนิจจัง ทุกขังอนัตตา
    แปรปรวนไปตามเหตุปัจจัย ควบคุมไม่ได้
    ถ้าจะบำรุงกายกับจิตนี้
    เพื่อใช้งาน
    ในทางโลกและทางธรรมก็ต้อง
    ให้อาหารแก่กายนอกหรือกายเนื้อก็คือ
    การเพิ่มเติมชาร์ต ธาตุ 4 เข้าไปเนืองๆเพื่อบำรุงเลือดเนื้อ
    ลมหายใจให้ดำรงสภาพอยู่ได้ไม่อ่อนแอ
    หมดกำลังหรือเจ็บป่วย
    ส่วนอาหารกายในหรือกายจิต
    ก็ต้องบำรุงด้วยอาหารใจที่เป็นธรรมะ
    เพื่อให้มีพลังงานในการคิดนึก สร้างสรรค์
    แก้ปัญหาตนเองและ
    ให่ผู้อื่น ด้วยความเห็นถูกตามที่ควรจะเป็น
    ถูกต้องคลองธรรม
    ่ดังนั้น จึงต้องมีการสดับตรับฟังอรรถธรรม
    ขององค์พระสัมมาฯที่จะนำพาสัตว์
    โลกไปพ้นจากวัฏฏะสงสารนั่นเอง
    แบ้วธรรมะอะไรที่ควรใส่ใจ
    ทุ่มเทเพื่อประโยชน์จากการ
    ฟังบ้างล่ะ
    เช่นธรรมะที่ฟังแล้วนำไปสู่ความเข้าใจ
    ในความเห็นถูกตรงตามความจริง
    ของธรรมชาติชีวิต
    เช่น ธรรมที่ว่าด้วยความเป็นไตรลักษณ์
    ธรรมที่เกี่ยวกับสติปัฏฐาน
    หรือธรรมที่ทำให้เกิดความเข้าใจ
    เรื่องการปล่อยวางเช่นปฏิจจสมุปบาทะ
    เป็นต้น
    ก็บำรุงไปตามเหตุตามปัจจัยดังกล่าวนั้น
    จะได้มากได้น้อย
    ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย
    ของแต่ละบุคคลว่าจะทำได้หรือไม่ได้
    แค่ไหน
    เพียงใด
    เพราะธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา
    ขึ้นกับความตั้งใจความศรัทธา
    และหมั่นความเพียร
    มีเนิ่นช้าบ้าง ลัดสั้นบ้าง ตีบตันอั้นตู้ก็มีฮับ
    ทั้งนี้ ก็เพื่อการสิ้นยึดตัวตน
    และการสิ้นทุกข์ เป็นที่สุดฮับ
     
  12. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,658
    ค่าพลัง:
    +10,901
    สุขกะทุกข์ในทางโลกียธรรมมีราคา
    เท่ากัน
    จะบำรุงเพื่ออะไร ด้วยอะไร
    และบำรุงอย่างไร
    จึงจะไม่ขาดทุน
    หรือคุ้มค่าในการลงทุนคับ
     
  13. ชมทรัพย์

    ชมทรัพย์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2015
    โพสต์:
    439
    ค่าพลัง:
    +204
    ตำรา:

    อาหารของวิชชาและวิมุตติ คือโพชฌงค์7

    อาหารของโพชฌงค์7 คือสติปัฏฐาน4

    อาหารของสติปัฏฐาน4 คือสุจริต3

    อาหารของสุจริต3 คือการสำรวมอินทรีย์

    อาหารของการสำรวมอินทรีย์ คือสติสัมปชัญญะ

    อาหารของสติสัมปชัญญะ คือการทำไว้ในใจโดยแยบคาย

    อาหารของการทำไว้ในใจโดยแยบคาย คือศรัทธา

    อาหารของศรัทธา คือการฟังพระสัทธรรม

    อาหารของการฟังพระสัทธรรม คือการคบสัปบุรุษ




    ข้ามกายข้ามจิต ไปบำรุงวิชชาและวิมุติ ด้วยอาหารตามนี้ให้บริบูรณ์เลยได้
     
  14. คนขายปลา

    คนขายปลา "Eat fish better than brand"

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,349
    ค่าพลัง:
    +2,309
    เมื่อได้เสพความรู้สึกจนรู้เห็นว่า มันน่าเบื่อ คลายกำหนัด(ในชั่วขณะนั้น) ทำให้เกิดการคิดถึงคำถามแนวนี้ขึ้นมา

    "ซึ่งไม่ได้ประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะบำเรออะไรต่อให้รู้แล้วก็ไม่ได้ช่วยในการ ละวาง/ถอน/สลัดคืน ในสิ่งที่ติดข้องอยู่ได้"

    ดังนั้นคำถามนี้จีงไม่ได้ประโยชน์ "สิ่งที่ควรถามคือ การปฏิบัติเพื่อทางที่จะ ละวาง/ถอน/สลัดคืน จากสิ่งที่ติดข้องอยู่ควรทำยังไงนะครับ
     
  15. ยศวดี

    ยศวดี ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    3,893
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +5,707
    จิตคะ
    เป็นคำตอบ..สุดท้าย
     
  16. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    897
    ค่าพลัง:
    +1,353

    ยกมาอันนี้ก้ดี อธิบายเพิ่มเติมว่า

    วิชาและวิมุติ เกิดที่ที่ไหน เกิดขั้น ที่จิตทั้งนั้น
    จะข้ามไปที่ไหนก้ไม่พ้นจากจิตนี้เอง

    เบื้องต้น ของทางที่ถูก ควรหา สัปปบุรษให้เจอ
    จะได้ฟัง วิธีการที่ถูกต้อง ไม่เสียเวลาตายเปล่า
     
  17. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    บาลี เนี่ยะ เขียน จิตเต ปุพพังคมโน...

    คนไทย ไปแปล จิตเปนหัวหน้า
    อะไรๆ ก้ จิตเปนผู้รับ ....

    บทบาลี ท่าน กล่าว

    จิตนั้นเคลื่อน ส่งออกเปนหลัก....

    สาวก ไปเอา จิตเคลื่อน ส่งออก
    มาเปน เกณฑ์

    ตายเปล่า กันเยอะ เพราะ ไม่สอบ
    สวนทวนไปที่ 150cc


    ปล. ลีลาของ ธรรม นั้น เอาเข้าจริงๆ
    นั้น อัศจรรย์ อายตนะ นั้นมีอยู่แน่
    แต่ไม่มีส่วนใดเปน ขันธ์5......

    แม้นว่า จะกล่าว จิต จิต จิต แต่ถ้า
    สุจริต3 นั้นมีความเพียร แล ตน
    ที่มันส่งออกเปนหัวหน้าอยู่ ความ
    เพียรนั้นจึงเปนส่วน...............

    ส่วนการพูด จัดลง สมมติตาม
    โลกไป
     
  18. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    ทีนี้...

    จะใช้ คำ 150cc เปนสิ่งที่

    เอื้อประโยชน์ผู้อื่น หรือเปล่า

    ถ้า จะเอาแต่ ประโยชน์ตน
    ก้ จิต จิต จิต อยู่นั่นแหละ
    ไม่รู้ว่า นก หรือ ไก่

    แต่ถ้า จะทำหน้าที่ จับสิ่งที่
    เปน ประโยชร์ต่อผู้อื่น พระ
    ศาสดา ทรง บัญญัติ แต่งตั้ง
    เปน 150cc ไว้แล้ว จะเทศนา
    ธรรมข้าม......
     
  19. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    แต่เดี๋ยวก่อน....

    ถ้า จะเอา สาวกธรรม ตอนนี้

    ขอเสนอ....( แจงแวง )

    อนุปาทานิพพาน ของ ปุณมัลตลีบุตร

    จะสรุปจบครบชุดไม่มี จิต จิต จิต
    เอามาเปน อุปาทาน .....อีกด้วย....

    0060-0060-222 ค่าจับส่ง ฟรีคั่วมันเทส
     
  20. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +185
    ไหนๆ ก้ ไหนๆ

    มโน เศรษฐา มนียา....

    จิตที่เคลื่อน ทำตัวเปน พี่ใหญ่
    ในการ "รับรู้"

    ......

    พินาในแง่ อริยสัจจ คือ ชี้ทุกขัง
    ที่จิตมันมีกิจของมันอย่างนั้น

    สาวกได้ยิน เอ้า งั้นจิตที่แปรปรวน
    ส่งออก คือ นิพพาน ......

    จิตก้าวข้ามกิเลส

    งอ่พ !!!!!


    ปล. การรู้ชัดว่าแจ้ง คือ รู้แจ้งทุกข
    การดับทุกข ผลการดับของทุกข์
    และ หนทางดับทุกข์

    ไม่ใช่ไปสรุป จิตเปน .....จิตก้าว....
    จิต...
     

แชร์หน้านี้

Loading...