เรียนเชิญ ผู้ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ตามแนววิชชาธรรมกาย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 21 สิงหาคม 2014.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ?temp_hash=0ab9641c094155b549c3de9505c4b460.jpg
    ?temp_hash=0ab9641c094155b549c3de9505c4b460.jpg





    บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า สพฺเพ ธมฺมา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาขันธ์ ๕ นี้เอง.
    บทว่า อนตฺตา ความว่า ชื่อว่า อนัตตา คือว่างเปล่า ไม่มีเจ้าของได้แก่ไม่มีอิสระ เพราะอรรถว่าไม่เป็นไปในอำนาจ เพราะใคร ๆ ไม่อาจให้เป็นไปในอำนาจว่า " ธรรมทั้งปวง จงอย่าแก่ จงอย่าตาย."
    บทที่เหลือ ก็เช่นกับบทที่มีแล้วในก่อนนั่นเอง ดังนี้แล.
    ขุ.ธ.อ.(ไทย) ๔๓/๑๐๕ มหามกุฏ ฯ
    ......................
    เมื่อใด อริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า
    ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา
    เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์
    นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
    ขุ.ธ.(ไทย) ๒๕/๒๗๙/๑๑๘ มหาจุฬา ฯ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ถ้าปฏิบัติถึงสุกขวิปัสสโก จะมีโอกาสถึงธรรมกายหรือไม่ ?

    ตอบ:

    ขึ้นชื่อว่าพระอรหันต์เป็นธรรมกายทั้งหมดนะครับ ขึ้นชื่อว่ามรรค ผล นิพพาน ผู้บรรลุ มรรค ผล นิพพาน เป็นธรรมกายทั้งหมดครับ แต่เป็นธรรมกายมรรค ธรรมกายผล เพราะพระนิพพาน หรือพระอรหัต อรหันต์ท่านแสดงตนว่าเป็นธรรมกายอยู่ในเอกสารที่แจก อย่างน้อยเปิดดูเล่มสีส้ม ปกหลัง ดูสรภังคเถรคาถาว่า

    “พระพุทธเจ้าทั้ง 6 พระองค์ มีพระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันโธ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ เสด็จไปแล้วโดยทางใดแล พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ก็เสด็จไปโดยทางนั้น ทรงหยั่งถึงความสิ้นสิเลสเสด็จอุบัติแท้ โดยธรรมกาย”

    ท่านสรภังคเถระท่านกล่าวอย่างนั้น และท่านก็ว่าท่านก็บรรลุธรรมเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขึ้นชื่อว่า มรรค ผล นิพพาน เป็นธรรมกายทั้งสิ้น แต่ว่าบุคคลในปัจจุบันมองข้าม คำว่าธรรมกายไป แต่ที่กำลังจะเข้าถึงก็มี แต่ก็ไม่ชัดเจนว่า

    ธรรมกายสัมผัสได้หรือเปล่า? ธรรมกายสัมผัสได้ด้วยอายตนะที่ละเอียดเสมอกัน ทำไมจึงสัมผัสได้พระบาลีแสดงไว้แล้ว “อตฺถิ ภิกฺขเว ตทายตนํ..” คือ บอกไว้เลยว่าอายตนะนิพพาน มีอยู่ เป็นที่สถิตของพระนิพพาน เมื่อขึ้นชื่อว่าอายตนะ แปลว่า สื่อถึงกันได้ 100% แต่ต้อง อายตนะที่ละเอียดเสมอกัน

    ผู้ที่ถึงธรรมกายแล้ว ที่จิตละเอียดนะครับ สัมผัสพระพุทธเจ้าได้ทุกคน และรู้ด้วยว่า พระพุทธเจ้ามีพุทธลักษณะอย่างไร สัมผัสเย็น ร้อน อ่อน แข็งอย่างไร ละเอียดปราณีตหรือ หยาบอย่างไร แต่ว่าเราจะไม่ถามพระ แต่กับฆราวาสเราถามเขาได้ แต่ถึงอย่างไรเราห้าม มี กฎเกณฑ์ห้ามอยู่ว่าพระภิกษุอวดอุตตริมนุษยธรรมอันมีในตนกับอนุปสัมปันต้องปาจิตตีย์ ถ้าไม่มีอยู่แล้วอวดต้องปาราชิก โดยไม่ต้องอาบัติ เพราะฉะนั้นการพูดเรื่องอุตตริมนุษยธรรมมี ประตูออกทางเดียว คือพูดตามครูบาสั่งสอน และพูดเพื่อเป็นวิทยาทาน แต่ถ้าโอ้อวดแล้วละก็ เป็นอันว่าเดินใกล้ขอบนรกเข้าไปทุกทีๆ
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    เห็นตัวเราในนิมิตศูนย์กลางกาย ?
    ดวงนิมิตในศูนย์กลางกายยังไม่ใส แต่เห็นตัวเราในนิมิตศูนย์กลางกาย จะปฏิบัติอย่างไร ? และนิมิตตัวเราให้เห็นชัดขึ้น เจริญขึ้นอย่างไรบ้าง ?

    ตอบ:



    ที่เห็นนิมิตยังไม่ใส ควรปฏิบัติเช่นนี้

    1. หากใจยังไม่หยุดนิ่งตรงศูนย์กลางนิมิตนั้น ให้หยุดนิ่ง กริ๊กลงไป ให้นึกในใจ หยุดในหยุด กลางของหยุด กลางของกลาง นิดเดียว พอใจหยุดนิ่งถูกส่วน จะใสขึ้นมาทันที นี่ข้อที่หนึ่ง

    2. เมื่อศูนย์กลางขยายออก ใสพอสมควร ก็จะเห็นกายมนุษย์ละเอียด กายมนุษย์ละเอียด ถึงแม้จะยังเห็นไม่ใสก็ไม่เป็นไร มีอุบายวิธีทำอย่างนี้ ละอุปาทาน ละความรู้สึกที่เนื่องด้วยกายมนุษย์หยาบ ไม่สนใจ ดับหยาบไปหาละเอียด เป็นกายมนุษย์ละเอียดนั้น แม้เห็นไม่ชัด แม้เห็นลางๆ ก็ทำความรู้สึกว่าเป็นกายละเอียดนั้น ใจจะละจากอุปาทานในกายหยาบ เข้าไปเป็นเวทนา จิต ธรรมของกายละเอียด เมื่อใจกำหนดหยุดนิ่งไปที่ศูนย์กลางกาย ก็จะเห็นดวงธรรมใสสว่างขึ้น กลางของกลาง หยุดในหยุด กลางของหยุด ให้ใสสว่างขึ้น จะใสสว่างทั้งดวงและทั้งกาย และองค์ฌานแล้วใจก็ หยุดในหยุดเรื่อยไป ดับหยาบไปหาละเอียด หยุดนิ่ง ศูนย์กลางขยายว่างออกไป กายละเอียดอื่นๆ ก็จะปรากฏขึ้นมาใหม่ ให้จำไว้เลย ดับหยาบไปหาละเอียด ทำความรู้สึกเป็นกายละเอียดต่อๆ ไป หยุดในหยุด กลางของกลาง ให้ใสสว่างทั้งดวงทั้งกาย และองค์ฌาน

    เราจะเข้าถึงกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม ที่ผ่องใส สวยงามโตใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไปตามลำดับจนถึงธรรมกาย แต่ว่าดวงธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ และเห็น จำ คิด รู้ คือใจ ของแต่ละกายในภพ 3 นั้น เนื่องจากยังมีอวิชชานุสัย หุ้ม “ดวงรู้” กามราคานุสัยหุ้ม ” ดวงคิด” ปฏิฆานุสัยหุ้ม “ดวงเห็น” อยู่ เพราะฉะนั้น ดวง เห็น จำ คิด รู้ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของกลางดวงธรรมนั้น จึงยังไม่เบิกบาน คือ ยังไม่ขยายโตเต็มกาย แต่ว่าขยายโตขึ้นในระดับหนึ่ง เช่นของกายมนุษย์จะประมาณฟองไข่แดงของไข่ไก่เท่านี้ สำหรับผู้ที่จะสามารถเจริญกัมมัฏฐานได้ แต่ถ้าใครเห็นดวงเล็กขนาดนิดเดียว เท่าดวงดาว คนนั้นชาตินี้เจริญกัมมัฏฐานสำเร็จได้ยาก บางท่านเห็นดวงโต อย่างโตเท่าดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ขึ้นอยู่ที่บุญบารมีของแต่ละท่านที่บำเพ็ญมาแล้วไม่เหมือนกัน ของกายทิพย์เป็น สองเท่าของกายมนุษย์ ของกายรูปพรหมเป็นสองเท่าของกายทิพย์ ของกายอรูปพรหมเป็นสองเท่าของกายรูปพรหม

    เพราะเหตุไร ?

    เพราะกิเลส ตัณหา อุปาทาน ที่หุ้มซ้อนอยู่นั้นค่อยๆ จางหมดไป ด้วยการรวมใจ หยุดในหยุด กลางของหยุด และดับหยาบไปหาละเอียดเรื่อยๆ เราจึงถึงคุณธรรมที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่ากันไปตามลำดับ จากมนุษย์ธรรมไปถึงเทวธรรม ถึงพรหมธรรม อรูปพรหมสุดละเอียด ของคุณธรรมของกายในภพ 3 ก็จะถึงธรรมกาย

    ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายนี้จึงเบิกบานเต็มที่ เต็มธาตุเต็มธรรม หมายความว่า ดวงธรรม และดวงเห็น จำ คิด รู้ ของธรรมกาย ตั้งแต่ธรรมกายโคตรภู แม้จะมีขนาดหน้าตักและความสูงเพียง 4 วาครึ่ง แต่เส้นผ่าศูนย์กลางดวงธรรม และเห็น จำ คิด รู้ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะนั้น ขยายโตเต็มส่วนเต็มธาตุเต็มธรรม คือมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกาย จากธรรมกายโคตรภูไปสุดละเอียด ถึงธรรมกายอรหัตในอรหัต ก็เป็นอย่างนี้.
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    41811631_952078491659990_3814240789198798848_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ..ขึ้นชื่อว่าความลับไม่มีในโลกนั้นถูกต้องทีเดียว
    คือ ความลับมีแต่เฉพาะในกายมนุษย์เท่านั้น กายมนุษย์ละเอียดไม่มีความลับ กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละเอียด อีกมากมายนัก จะโกหกอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ทั้งนั้น...”

    “...เรารู้ทีเดียวว่า คนนี้จะซื่อตรงหรือไม่ซื่อตรง ให้ไปดูที่กายละเอียด ไปถามกายละเอียด กายละเอียดจะไปสืบดู เดี๋ยวก็รู้ได้ทันทีว่า คนนั้นซื่อตรงหรือไม่...”

    คัดลอกมาส่วนนึงจากพระธรรมเทศนา
    หลวงพ่อสด จนฺทสโร




    41866354_952432108291295_2617683520671186944_n.jpg
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    42149009_2315767275103438_8876395690733862912_n.jpg
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    คำว่า "ธรรมกาย" เป็นคำที่ระคายหูของคนบางพวก จึงยกเอาคำนั้นมาเสียดสี เพื่อให้รัศมีวัดปากน้ำเสื่อมคุณภาพ หลวงพ่อวัดปากน้ำพูดว่า เรื่องตื้น ๆ ไม่น่าตกใจอะไร ธรรมกายเป็นของจริง ของจริงนี้จะส่งเสริมให้วัดปากน้ำเด่นขึ้นไม่น้อยหน้าใคร พวกแกคอยดูไปเถิด ดูเหมือนว่าไม่มีใครช่วยแก้แทนท่าน

    แต่คำว่า "ธรรมกาย" นั้น ย่อมซาบซึ้งกันแจ่มแจ้ง เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำได้มรณภาพแล้ว กล่าวคือ เมื่อทำบุญ ๕๐ วัน ศพของพระคุณท่าน คณะเจ้าภาพได้อาราธนาเจ้าคุณพระธรรมทัศนาธร วัดชนะสงครามมาแสดงธรรม เจ้าคุณพระธรรมทัศนาธรได้ชี้แจงว่า คำว่า "ธรรมกาย" นั้น มีมาในพระสุตตันตปิฎก ท่านอ้างบาลีว่า ตถาคตสฺส วาเสฏฺฐา เอตํ ธมฺมกาโยติ วจนํ ซึ่งพอจะแปลความได้ว่า "ธรรมกายนี้เป็นชื่อของตถาคต ดูกร วาเสฏฐะ" ทำให้ผู้ฟังเทศน์เวลานั้นหลายร้อยคนชื่นอกชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนกราบสาธุการแด่เจ้าคุณพระธรรมทัศนาธร และประหลาดใจว่า ทำไมเจ้าคุณพระธรรมทัศนาธร จึงทราบประวัติและการปฏิบัติของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ได้ถูกต้อง


    ?temp_hash=7cb15cd52b3d04b99310161812ff5173.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ขอเชิญเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์

    ขอเชิญคณะศิษยานุศิษย์ ทุกคนทุกท่าน ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ทุกท่านเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นมุทิตาสักการะและอุทิศส่สนกุศลแด่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันบรรลุธรรมหลวงปู่ ณ ศาลาสมเด็จฯชั้น ๒ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรีในวัน จันทร์ ที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๑ เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น.เป็นต้นไป

    อนุโมทนาบุญกุศลกับทุกท่านผู้มาร่วมงาน สาธุๆๆ



    42426162_955456747988831_7618134521145196544_n.jpg
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    •อุปกิเลสเหล่านี้ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย
    ให้แสงสว่างและการเห็นรูปนั้น หายไป •



    การเจริญภาวนาธรรมนั้น มีเงื่อนไขหลายอย่าง ที่ผู้ปฏิบัติพึงจะต้องทราบ และคอยสอดส่องพิจารณา ให้การปฏิบัติเป็นไปโดยถูกถ้วนสมบูรณ์และตรงประเด็น

    พร้อมด้วยพิจารณาในเหตุและสังเกตในผลของการปฎิบัติว่า ให้ผลในทางที่เป็นคุณหรือเป็นโทษด้วย

    พระพุทธองค์เคยทรงมีพระดำรัส กับเหล่าพระภิกษุเกี่ยวกับอุปกิเลสของสมาธิ ปรากฏอยู่ในอุปกิเลสสูตร ในสุญญตวัคค์ อุปริปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย หน้า 302 ข้อ 452 มีใจความว่า

    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จประทับอยู่ที่ป่าชื่อว่า ปาจีนวังสะทายวัน แขวงเมืองโกสัมพี

    ณ ที่นั้นภิกษุสามรูป คือ พระอนุรุทธะ พระภัททิยะ และพระกิมพิละ ได้ทูลพระองค์ว่า

    "ข้าพระองค์ทั้งสาม พยายามกำหนดเห็นแสงสว่าง แล้วเห็นรูปทั้งหลาย แต่แสงสว่างและรูปนั้น เห็นอยู่ไม่นาน ก็หายไป ข้าพระองค์ทั้งสามไม่ทราบว่า เป็นเพราะเหตุไร "

    พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับภิกษุเหล่านั้นว่า

    "อนุรุทธะทั้งหลาย (พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระภิกษุทั้งสามองค์ แต่ได้ทรงเรียกอนุรุทธะเป็นองค์แรก ในบาลีจึงใช้"อนุรุทธา")

    แม้เราเอง ครั้งก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ กำหนดเห็นแสงสว่างได้ และเห็นรูปทั้งหลาย แต่ไม่นานเท่าไร แสงสว่างและการเห็นรูปนั้น ก็หายไป เราเกิดความสงสัยว่า อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้แสงสว่างและการเห็นรูปนั้น หายไป

    เราก็คิดได้ว่า อุปกิเลสเหล่านี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้แสงสว่างและการเห็นรูปนั้น หายไป

    อุปกิเลสเหล่านี้คือ

    1. วิจิกิจฉา ความลังเลหรือความสงสัย

    2. อมนสิการ ความไม่ใส่ใจไว้ให้ดี

    3. ถีนมิทธะ ความท้อและความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน

    4. ฉัมภิตัตตะ ความสะดุ้งหวาดกลัว

    5. อุพพิละ ความตื่นเต้นด้วยความยินดี

    6. ทุฏฐุลละ ความไม่สงบกาย

    7. อัจจารัทธวิริยะ ความเพียรจัดเกินไป

    8. อติลีนวิริยะ ความเพียรหย่อนเกินไป

    9. อภิชัปปา ความอยากที่จะเห็นนิมิตจนเกินไป

    10. นานัตตสัญญา ความฟุ้งซ่าน นึกไปในสิ่งต่างๆ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เคยผ่านมา หรือเคยจดจำไว้ มาผุดขึ้นในขณะทำสมาธิ

    11. รูปานัง อตินิชฌายิตัตตะ ความเพ่งต่อรูปหรือนิมิตจนเกินไป

    อนุรุทธะทั้งหลาย เมื่ออุปกิเลสเหล่านี้ แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นแก่เราแล้ว สมาธิของเราก็เคลื่อนไป เพราะอุปกิเลสเหล่านี้เป็นต้นเหตุ

    เมื่อสมาธิเคลื่อนแล้ว แสงสว่างและการเห็นรูป ก็หายไป

    ฉะนั้น เราพยายามสอดส่องดูว่า วิธีใดจะทำให้อุปกิเลสเหล่านี้ เกิดขึ้นไม่ได้ เราก็ทำใจไว้โดยวิธีนั้น

    อนุรุทธะทั้งหลาย เรารู้ชัดว่า วิจิกิจฉาเป็นต้นเหล่านี้ เป็นอุปกิเลสของจิต จึงได้ละเสีย"

    นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังได้ตรัสกับพระภิกษุเหล่านั้นอีกด้วยว่า

    "อนุรุทธะทั้งหลาย เราคิดได้ว่า ขณะใด สมาธิของเราน้อย ขณะนั้น จักษุก็มีน้อย ด้วยจักษุอันน้อยนั้น เราจึงเห็นแสงสว่างน้อย เห็นรูปก็น้อย

    ขณะใด สมาธิของเรามาก ขณะนั้น จักษุก็มีมาก ด้วยจักษุอันมากนั้น เราจึงเห็นแสงสว่างมาก เห็นรูปก็มาก เป็นดังนี้ ตลอดทั้งคืนบ้าง ตลอดวันบ้าง ตลอดทั้งคืนและทั้งวันบ้าง"

    ที่มา: หนังสือ พุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย
    กรกฎาคม 2525



    a.jpg
     
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ประกาศ (อย่างเป็นทางการ)
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี


    เรื่อง การมรณภาพของพระเดชพระคุณ พระเทพญาณมงคล



    ด้วยพระเดชพระคุณ พระเทพญาณมงคล เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๗ ตุลาคม เวลา ๑๖.๕๐ น.ระหว่างการเดินทางไปรักษาตัวทีโรงพยาบาลดำเนินสะดวก สิริอายุรวม ๘๙ ปี ๖ เดือน ๗ วัน และกำหนดสรงน้ำหลวงบอาบศพ ในวันพุธ ที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เวลา ๑๗.๐๐ นบบ.
    จึงประกาศให้ศิษยานุศิษย์ทราบโดยทั่วกัน
    ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
    (พระปิฎกโกศล)
    รองเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    ........................................................................

    วัดหลวงพ่อสดฯ อยู่ที่ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
    4 ชม. · Ban Rai ·
    #แก้ไขกำหนดการ
    ประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ
    พระเทพญาณมงคล (เสริมชัย ชยมงฺคโล) ป.ธ.๖
    อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    ณ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

    วันพุธ ที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
    ๙.๐๐ น. เคลื่อนสรีระสังขาร จากโรงพยาบาลดำเนินสะดวก มาตั้งบำเพ็ญกุศล ณ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ
    ๑๒.๐๐ น. คณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน สรงน้ำศพ
    ๑๗.๐๐ น.
    – เจ้าหน้าที่อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพ ถึงบริเวณพิธี
    – ประธานสงฆ์ สรงน้ำหลวงสรงศพ
    – พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สดับปกรณ์
    เสร็จพิธี

    หมายเหตุ:
    วันที่ ๑๐-๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ (วันที่ ๑๓ งดสวด)
    – เวลา ๑๙.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
    – เวลา ๑๙.๓๐ น. พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
    วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
    – เวลา ๑๐.๐๐ น. ทำบุญสัตตมวาร (ครบ ๗ วัน)
    กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม



    43315870_962336183967554_7878223648803258368_n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 ตุลาคม 2018
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
     
  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    “อมตะวาทะ”
    หลวงพ่อวัดปากน้ำ
    ------------------------------
    ขันธ์ ๕

    ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นภาระสำคัญและหนักด้วย ใครปล่อยวางขันธ์ ๕ ละไม่ได้ ผู้นั้นต้องเวียนว่ายตายเกิด ผู้ใดปล่อยได้ผู้นั้นนับวันจะหมดชาติหมดภพ จะมีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ที่เทศนานี้ล้วนสอนให้ถอดขันธ์ ๕ ออกเป็นชั้นๆไป แต่ว่าจะถอดขันธ์ ๕ จะถอดอย่างไร มันเหมือนมะขามสด เนื้อกับเปลือกมันติดกันไม่หลุด ไม่กรอกจากกัน ไม่ล่อนจากกัน ถอดไม่ได้ เรายังไม่เห็นขันธ์ ๕
    ต่อเมื่อใดถอดขันธ์ ๕ เราจะเห็นขันธ์ ๕ เห็น รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นี่เรารู้เห็นด้วยตามนุษย์ รูปเราเห็นได้ เวทนาเราก็เห็นได้ หน้าตาแช่มชื่นดี เราก็รู้ว่าสุข เรื่องสัญญา สังขาร วิญญาณ เราก็ไม่เห็น เราจะต้องเห็นทั้ง ๕ อย่างจึงจะละได้วางได้ ถ้าไม่เห็นขันธ์ทั้ง ๕ อย่าง ละวางไม่ได้
    ถ้าอยากเห็นขันธ์ ๕ เราต้องถอดกายออกเป็นชั้นๆ ต้องถอดกายทิพย์ออกจากกายมนุษย์ วิธีจะถอดขันธ์ไม่ใช่เป็นของง่าย เป็นของยากหมื่นยากแสนยากทีเดียว แต่วิธีเขามีที่วัดปากน้ำ วิธีเข้ากายถอดขันธ์ คือ ทำจิตให้หยุดให้นิ่งที่กำเนิดเดิม ถอดขันธ์ออกไปแล้วจึงเห็นขันธ์




    จาก พระธรรมเทศนากัณฑ์ที่ ๖๑
    เรื่อง ภารสุตตกถา



    a-jpg.jpg
     
  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    คำอธิษฐาน

    โดย
    พระราชญาณวิสิฐ (เสริมชัย ชยมงฺคโล)
    เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี




    ขอกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ประกอบบำเพ็ญไว้ด้วยดีแล้ว
    มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล
    และการอุทิศแผ่ส่วนกุศลนั้น แก่สรรพสัตว์โลกทั้งหลายเป็นต้นนี้
    ตั้งแต่อดีต จนตราบเท่าถึงปัจจุบัน

    จงเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย
    ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ปราศจากกิเลสนิวรณ์ และวิปัสสนูปกิเลสทั้งหลาย
    ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีปัญญาอันเห็นชอบในพระอริยสัจทั้ง ๔ และได้ดวงตาเห็นธรรม
    ขอให้สิ้นอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน
    และได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ฝ่ายสัมมาทิฏฐิแต่ส่วนเดียว
    และขอจงเป็นพลวปัจจัยเกื้อหนุนข้าพเจ้า

    ๑.ให้แตกฉานในพระไตรปิฎก
    มีพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และ พระอภิธรรมปิฎก

    ๒.ให้ถึงพร้อมด้วยจรณะ ๑๕ ธรรมเครื่องยังให้เกิดและเจริญ โพธิปักขิยธรรม
    องค์ธรรมเครื่องตรัสรู้ ๓๗ ประการ อันประกอบด้วย
    ทิพพจักขุ ทิพพโสต สมันตจักขุ ปัญญาจักขุ ธรรมจักขุ และพุทธจักขุ อันบริสุทธิ์
    พร้อมด้วยวิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ และจตุปฏิสัมภิทาญาณ
    (สำหรับผู้ปรารถนา พุทธภูมิ พึงอธิษฐานเพิ่มว่า .....
    ให้เจริญด้วย อาสยานุสยญาณ และ อินทริยปโรปริยัตตญาณ ธรรมเครื่องช่วยในการโปรดสัตว์)

    ๓.ให้ได้เข้าถึง ได้รู้ เห็น และเป็นพระธรรมกายมรรค ผล และพระนิพพาน
    คือ ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตตผลแล้ว
    ทำให้แจ้งทั้งพระนิพพานถอดกาย และทั้งพระนิพพานเป็น โดยพลัน
    ให้ได้ตรัสรู้ในธรรมที่ควรรู้ ทั้งสังขตธาตุสังขตธรรม
    และอสังขตธาตุอสังขตธรรมทั้งหลาย ตามที่เป็นจริง
    ให้สามารถละธรรมที่ควรละ ให้สามารถเจริญในธรรมที่ควรเจริญ
    มุ่งตรงต่อมรรคผลนิพพาน ที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง

    ๔.ขอให้ได้บุญศักดิ์สิทธิ์ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด เป็นทับทวี
    ตามศักดิ์แห่งบารมี และหน้าที่ทนายแห่งพระพุทธศาสนา

    ๕.ขอให้ข้าพเจ้าได้ชนะศัตรู คือ กิเลสมาร ขันธมาร มัจจุมาร
    และอุปาทานในอภิสังขารมาร ด้วยตัณหาและทิฏฐิ คือ ความหลงผิด
    และขอให้พญามารทั้งหลายและบริวาร จงอย่าได้ช่อง
    เข้าครอบงำ ขัดขวาง และทำลายการบำเพ็ญบารมีแห่งข้าพเจ้า
    ตลอดทั้งเพื่อนผู้ร่วมบำเพ็ญบารมีทั้งหลายของข้าพเจ้าได้

    ๖.ให้ได้รู้ถูก เห็นถูก ในธรรมที่ควรรู้และควรเห็น
    ให้เป็นผู้คิดถูก พูดถูก กระทำถูก นำผู้อื่นถูก
    และทรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาของพระบรมศาสดาตลอดไป ในกาลทุกเมื่อ

    ๗.ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ฉลาดในอุบาย แห่งความเจริญและความเสื่อม
    เป็นผู้เฉียบแหลมในอรรถ และ ในธรรม

    ๘.ขอให้สุข สมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยปัจจัย ๔ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย
    มียวดยานพาหนะ และเครื่องใช้สอยต่างๆ เป็นต้น
    ขึ้นชื่อว่าความขาดแคลนในสิ่งเหล่านี้ อย่าได้มี

    ๙.แม้ว่าข้าพเจ้าจะยังอาภัพอยู่ ยังจะต้องท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร
    ก็ขอให้ได้เกิดในฤกษ์สร้างบารมี บริบูรณ์ด้วยสมบัติ ๖ ประการ คือ
    กาลสมบัติ ชาติสมบัติ ตระกูลสมบัติ ประเทศสมบัติ ทิฏฐิสมบัติ และอุปธิสมบัติ
    ให้ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
    และขอให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ผู้เที่ยงแท้
    ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่กระทำอกุศลกรรมอันจะนำไปสู่อบายภูมิอีก
    และถ้าหากยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ ก็ขออย่าได้ถึงฐานะแห่งความอาภัพต่างๆ

    ๑๐.เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็ขอให้ได้เพศบริสุทธิ์ เป็นชาย ให้ได้บรรพชาอุปสมบท
    เป็นผู้มีอายุยืนกว่าอายุขัยของมนุษย์ในกาลนั้นตามปรารถนา
    และแม้ว่าจะผ่านวัยกลางคน ก็ขอให้มีพลานามัยแข็งแรง
    อายตนะภายในดีเลิศ และสุขภาพจิตใจดีเลิศ

    ๑๑.ขอให้ข้าพเจ้าไม่พึงคบมิตรชั่ว ให้พึงคบแต่บัณฑิตในกาลทุกเมื่อ
    และขอให้ข้าพเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดี คือ
    เป็นผู้มีศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ ประกอบด้วยความเพียรและขันติ
    พึงเว้นจากเวรทั้ง ๕ ไม่เกาะเกี่ยวในกามคุณทั้ง ๕
    พึงเว้นจากเปือกตม คือ กาม
    พึงยินดีในการรักษาศีล เจริญสมาธิ ปัญญา
    วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ โดยสัมมาทิฏฐิแต่ส่วนเดียว




    *** ที่มา
    หนังสือ ทางมรรคผลนิพพาน
    ธรรมปฏิบัติถึงธรรมกายและพระนิพพาน
     
  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,159
    กระทู้เรื่องเด่น:
    299
    ค่าพลัง:
    +57,936
    ก่อนที่จิตดวงสุดท้ายจะดับลง
    อันตรายของสัตว์โลก
    ขณะที่จิตจะเคลื่อนไปเกิดในภพภูมิใหม่.


    ปัจฉิมวาจาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
    ในสมัยใกล้ปรินิพพานว่า

    "ภิกฺขเว อามนฺตยามิโว วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมาฺปาเทถาติ"

    "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราเรียกเธอทั้งหลายมา เพื่อให้รู้ว่าสังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

    ที่ข้าพเจ้าหยิบยกเอาเรื่องความไม่ประมาทมาพูดในที่นี้ ก็เพื่อเป็นคติเตือนใจว่า สาธุชนทั้งหลาย ให้หมั่นระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า สังขารทั้งหลายนั้น ย่อมมีแต่ความเสื่อมโทรมลงทุกวัน เป็นไปตามธรรมชาติ และเพื่อความไม่ประมาท จักได้คิดประกอบการกุศลคุณงามความดี เพื่อเป็นเสบียงเลี้ยงตนต่อไปในกาลข้างหน้า จนกว่าจะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน

    ที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสถึงความเสื่อม ก็เพื่อเตือนให้ชาวโลกทั้งหลายตระหนักถึง หรือรู้เท่าทันถึงกฎของธรรมชาติ จักได้ยืนอยู่บนความจริง ไม่หลง ไม่ประมาท คิดหาทางเอาตัวรอดตามแนวทางพระพุทธศาสนา ด้วยการหมั่นประกอบคุณความดีด้วยกาย วาจา ใจ ละเว้นความชั่วทางกาย วาจา ใจ และหมั่นชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ โดยการสมาทานอธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา อธิปัญญาสิกขา เพื่อความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร

    ดังที่ #พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี ได้แสดงธรรมเทศนาไว้ว่า

    "... เมื่อมีความเสื่อมอยู่เช่นนี้ พระองค์มีพระประสงค์อะไร ? พระองค์มีพระประสงค์จะต้อนพวกเราให้พ้นจากความเสื่อมเหล่านี้ ออกไปจากภพเสีย ให้เข้าถึงธรรมกายไปนิพพาน ต้องการอย่างนี้ ไม่ใช่ต้องการอย่างอื่น ประสงค์จะต้อนพวกเรา จะขับจูงพวกเรา จะเหนี่ยวรั้งพวกเรา ให้พ้นจากไตรวัฏฏ์ คือ กิเลสวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ วิปากวัฏฏ์ ที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ จะให้ขึ้นจากกามภพ รูปภพ อรูปภพ พ้นจากภพทั้งสามนี้ไป ให้มีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ประสงค์อย่างนั้น จึงได้รับสั่งเช่นนี้ ให้เราไม่เผลอในความเสื่อมนั้น..."

    #คนเราเมื่อตายแล้วจะไปที่ไหนอีกต่อไป ? #ทุคติหรือสุคติ ?

    อันว่าความประมาทหรือเผลอในความเสื่อมนั้น เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพราะประมาททำให้ขาดการสังวร หรือสำรวมระวังกาย วาจา ใจ อันเป็นการเปิดช่องทางให้บาปอกุศล สามารถผ่านเข้ามาทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้โดยง่าย และบาปอกุศลเหล่านั้น ก็จะดลจิตใจให้ผู้นั้นคิดผิด รู้ผิด เห็นผิด และประพฤติผิด ทางกาย วาจา ใจ ได้ และเมื่อประกอบกรรมชั่วลงไปแล้ว ย่อมได้กำเนิดทุคติขึ้นทันทีตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่

    กล่าวคือ มีนาม-รูปใหม่เกิดทุกครั้งที่มีการปรุงสังขาร ตามสายปฏิจจสมุปบาท เป็นทุคติเพราะแรงบาป โดยมีกายเนื้อเป็นหุ่นให้บาปเชิด และเมื่อได้กำเนิดทุคติขึ้นแล้ว ย่อมแสดงอาการประจําตัวตามวิบากของมันออกมาทันที สำหรับผู้ที่มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เหนือกว่าแล้ว ย่อมสามารถสังเกตเห็นอาการเหล่านั้นได้โดยง่าย และเมื่อกายเนื้อตายลงย่อมมีทุคติเป็นแดนเกิด

    ในทางตรงกันข้าม หากบุคคลใดถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท มีการสำรวมระวังกาย วาจา ใจ มิให้บาปอกุศลเข้าดลจิต หมั่นประกอบแต่กุศลกรรมด้วยดี ชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ เขาย่อมได้กำเนิดสุคติตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อตายลงย่อมมีสุคติเป็นแดนเกิด

    เพราะการเกิดหรือการสร้างภพสร้างชาตินั้น
    ย่อมเป็นไปโดยปัจจัย ๓ ประการ คือ

    ๑. "กมฺมํ เขตฺตํ" กรรม คือการกระทำของคนนั้น เป็นเสมือนพื้นที่สำหรับเพาะปลูก

    ๒. "วิญฺญาณํ พีชํ" วิญญาณ หรือที่กล่าวรวมๆว่าใจนั้น เป็นเสมือนพันธุ์พืชสำหรับเพาะ

    ๓. "ตณฺหา สิเนหํ" กิเลสทั้งหลาย มีตัณหาเป็นต้น เป็นเสมือนเชื้อที่ทำให้วิญญาณเกิดอีก

    #ความจริง ตราบใดที่ยังไม่บรรลุอรหัตผล ย่อมมีโอกาสประกอบทั้งกรรมดีและกรรมชั่วด้วยกันทั้งนั้น ผิดกันอยู่แต่ว่า ใครประกอบกรรมดีมากกว่าชั่ว หรือชั่วมากกว่าดี กว่ากัน ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน

    หากจะมีปัญหาขึ้นมาว่า เมื่อบุคคลประกอบทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว เมื่อตายไปแล้วจะไปเกิดในคติใด ??

    คำว่า "คติ" หมายถึง ที่ไปปฏิสนธิของนาม-รูป ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า มีอยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน คือ

    #สุคติ อันเป็นทางไปดี ได้แก่
    โลกมนุษย์
    สวรรค์ ๖ ชั้น
    รูปพรหม ๑๖ ชั้น
    และอรูปพรหม ๔ ชั้น

    #ทุคคติ อันเป็นทางไปไม่ดี
    คืออบายภูมิทั้ง ๔ ได้แก่
    เปรต
    นรก
    อสุรกาย
    และดิรัจฉาน เป็นต้น

    #พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า

    ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นประธาน ฉะนั้น คติของผู้ตายจะเป็นอย่างไร จึงอยู่ที่ใจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะจิตเมื่อตอนใกล้จะดับ

    #พระพุทธองค์ตรัสไว้อีก

    "จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา"
    เมื่อจิตเศร้าหมองแล้วย่อมมีทุคติเป็นที่หวัง

    "จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา"
    เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้วย่อมมีสุขคติเป็นที่หวัง

    ฉะนั้น #ขณะเมื่อสัตว์ใกล้จะตายนี้จึงสำคัญนัก
    ด้วยว่า จะเกิดอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ใน ๓ ประการนี้ คือ

    #กรรมอารมณ์ ได้แก่ กุศลกรรมและอกุศลกรรมที่เคยทำมาแต่อดีต มาปรากฏขึ้นในจิตของผู้ตาย ๑

    #กรรมนิมิตอารมณ์ คือ นิมิตของกรรมที่ตนเองเคยกระทำมาเป็นอาจิณ มาปรากฏเป็นนิมิตให้เห็น ๑

    #คตินิมิตอารมณ์ ได้แก่ อารมณ์ที่จะได้รับหรือได้เสวยในภพใหม่ มาปรากฏให้เห็นเมื่อตอนใกล้จะตาย ๑

    ทั้งนี้เป็นไปโดยอำนาจของกรรมตามสมควร และอารมณ์เหล่านี้เอง ที่มาทำให้จิตของสัตว์ที่ใกล้จะตาย เศร้าหมองหรือผ่องใส กล่าวคือ หากผู้ที่กำลังจะตายนั้นเคยประกอบกุศลกรรมมามากในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่จิตขึ้นสู่มรณสันตติวิถีนั้น จิตก็จะนึกถึงแต่คุณความดีที่เคยได้สร้างสมอบรมมา หรือนิมิตอารมณ์อันเกิดแต่กรรมดีจะมาปรากฏให้เห็น ทำให้จิตใจผ่องใสด้วยกุศลกรรมที่เคยทำมา เมื่อจุติก็ย่อมจะไปสู่สุคติ

    และในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ที่ได้เคยประกอบอกุศลกรรม หรือกระทำความชั่วมามาก เมื่อขณะใกล้จะตาย ก็จะนึกถึงแต่กรรมชั่ว หรือนิมิตอารมณ์จากกรรมชั่วมาปรากฏให้เห็น ทำให้จิตใจหดหู่เศร้าหมอง เมื่อจุติย่อมมีทุคติเป็นที่ไป ดังนี้เป็นต้น

    ด้วยเหตุนี้ #พระพุทธองค์จึงได้ตรัสเตือนสรรพสัตว์ทั้งหลาย #มิให้ตกอยู่ในความประมาท และพระธรรมของพระพุทธองค์ ก็มีความไม่ประมาทเป็นต้นเค้า ดังบาลีว่า...

    " เอวเมว โข ภิกฺขเว เยเกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทสโม สรณา อปฺปมาโท เตสํ อคฺคมกฺขายตีติ"

    " ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเป็นกุศลเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีความไม่ประมาทเป็นต้นเค้า ประชุมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตย่อมกล่าวว่าเลิศกว่าธรรมทั้งหลายเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน"

    พระพุทธองค์ได้ทรงเตือนพุทธบริษัทอยู่เสมอ ถึงความไม่ประมาท แม้จวบจนกระทั่งสมัยดับขันธ์ปรินิพพาน เพื่อให้รู้เท่าทันในสังขาร อันมีแต่ความเสื่อมลงทุกขณะ จะได้ไม่เผลอในความเสื่อมนั้น หมั่นประกอบแต่กรรมดี ละเว้นความชั่วหรือบาปอกุศล ด้วยกาย วาจา ใจ โดยการบริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อความหลุดพ้นจากกิเลสวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ และ วิปากวัฏฏ์ เข้าถึงมรรคผล นิพพาน ในโอกาสต่อไป.

    _______________
    เทศนาธรรมจาก

    พระเทพญาณมงคล
    หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก
    จ.ราชบุรี
    _______________
    เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า
    ขอบพระคุณภาพประกอบธรรมะ.


    38841194_972659022942145_6084825119094472704_n.jpg
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...