เรียนเชิญ ผู้ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ตามแนววิชชาธรรมกาย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 21 สิงหาคม 2014.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    a.jpg





    การบำเพ็ญบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันตสาวก >>> http://visutthikhun.org/ebook/02/
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    สะสางธาตุธรรม จนใสเหมือนเพชรแล้ว ทำไมยังเห็นอยู่อีก ?
    ทำไมเมื่อสะสางธาตุธรรม เก็บธาตุธรรมภาคดำและภาคกลางๆ จนใสเหมือนเพชรแล้ว ต่อไปยังเห็นมีธาตุธรรมภาคดำ ภาคกลางๆ อยู่อีก ?

    ตอบ:



    เพราะว่า

    1. เรายังละกิเลส อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ซึ่งรวมเรียกว่า สังโยชน์ (กิเลสเครื่องร้อยรัดให้ติดอยู่กับโลก) ที่ได้เคยสะสมมาแต่อดีต นับภพนับชาติไม่ถ้วน ยังไม่หมดสิ้นโดยเด็ดขาดเป็นสมุจเฉทปหาน ต่อเมื่อใดเราได้บำเพ็ญบุญบารมี อุปบารมี ถึงปรมัตถบารมี เต็มส่วน (ตามอธิษฐานบารมีเป็นพระอรหันตสาวก หรือเป็นพระอรหันต-ปัจเจกพุทธเจ้า หรือเป็นพระอรหันตสัพพัญญูพุทธเจ้า หรือถึงต้นธาตุต้นธรรม) ปฏิบัติธรรม ตรัสรู้พระอริยสัจจธรรม จนละสังโยชน์ ได้ทั้งหมด (10 ประการ) โดยเด็ดขาด เป็นพระอรหันตขีณาสพ ตามระดับบุญบารมีที่อธิษฐาน (บารมี) ไว้แล้ว ทั้งธรรมกายตรัสรู้ ชื่อว่า “พระนิพพานธาตุ” และกายมนุษย์พิเศษของพระอริยเจ้านั้นจึงโตใหญ่ เต็มธาตุเต็มธรรม และใสบริสุทธิ์ มีรัศมีสว่างอยู่อย่างนั้น (ไม่มีมัวหมองและไม่กลับเล็กลงอีก) พระนิพพานธาตุ และกายมนุษย์พิเศษ นั้นแหละจะเชื่อมเป็นอันเดียวกัน เป็นอมตธรรม ที่มีสภาพเที่ยง เป็นบรมสุข และเป็นตัวตนที่แท้จริง ที่ยั่งยืนของพระอริยเจ้านั้น

    เพราะฉะนั้น จงบำเพ็ญบุญบารมีและปฏิบัติธรรมให้ยิ่งขึ้นไป จนถึงบรรลุพระนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง และที่เป็นบรมสุขนั้นเถิด

    2. เพราะธาตุธรรมของสัตว์โลกเกี่ยวเนื่องถึงกัน เมื่อเราทำวิชชาสะสางธาตุธรรมของเรา ก็เกี่ยวเนื่องถึงธาตุธรรมของสัตว์โลกอื่นๆ ด้วย

    วิชชาธรรมกายชั้นสูงเป็นวิชชาสะสางธาตุธรรมของพระพุทธเจ้าต้นธาตุต้นธรรม เพื่อช่วยรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้านิพพาน เมื่อเราเข้าถึงแล้ว จึงได้วิชชานี้มาเพื่อสะสางธาตุธรรมของเราเองด้วย และเพื่อช่วยสะสางธาตุธรรมของสัตว์โลกอื่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปฏิบัติธรรมในสายธาตุธรรมเดียวกัน คือธาตุธรรมสายขาวหรือฝ่ายพระพุทธศาสนา ซึ่งพระอริยเจ้า พระอรหันตเจ้า และ พระพุทธเจ้า คือธรรมกายนั้นเอง จะได้รับผลก่อนและมากกว่าสายอื่น (คือธาตุธรรมสายกลางๆ และธาตุธรรมสายดำ) ซึ่งจะค่อยๆ ได้รับผล เมื่อผู้เจริญภาวนาวิชชาธรรมกายชั้นสูงช่วยสะสางธาตุธรรมของสัตว์โลก หมดทั้งกามภพ รูปภพ อรูปภพ ทั่วทั้งจักรวาล ตามศักดิ์แห่งบุญบารมี และพลัง คือทั้งจำนวน (ปริมาณ) และระดับภูมิธรรม (คุณภาพ) ของผู้ปฏิบัติธรรมที่ได้ถึงธรรมกาย และได้ฝึกเจริญสติปัฏฐาน 4 และวิชชาธรรมกายชั้นสูงที่ได้ผลดี คือที่บริสุทธิ์ และมั่นคงดีแล้ว ที่มีมากขึ้น และแก่กล้าขึ้นตามลำดับ

    เพราะเหตุนั้น วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ในสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จึงมีนโยบายและโครงการที่จะ “สร้างพระในใจตน” และ “ช่วยสร้างพระในใจคน(อื่น)” ให้ได้คุณภาพและปริมาณที่ดีให้มากที่สุด เพื่อช่วยตนเองและผู้อื่น โดยมีหลักว่าเท่าที่กำลังสติปัญญาความสามารถ ภูมิธรรม และกำลังทรัพย์ สามารถและที่สามารถจะช่วยผู้อื่นได้ นี้เป็นงานช้าง (งานหนัก) แต่เราทำเท่าที่สามารถทำได้ตามกำลังของเรา แต่เราต้องช่วยตนเองและผู้อยู่ในสายธาตุธรรมที่ใกล้ชิดกันเอง คือผู้ปฏิบัติธรรม ที่ทำหน้าที่รบ ทำงาน ตรวจงาน เผยแพร่ กองเสบียงก่อน ให้มีกำลังกล้าแข็งพอที่จะขยายความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นที่อยู่ห่างสายธาตุธรรม วิชชาธรรมกาย และนอกพระพุทธศาสนาออกไป

    เพราะเหตุนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านจึงกล่าวว่า “ธรรมกาย นั้นแหละ คือที่พึ่งของสัตว์โลก” ใครผู้ใดขัดข้อง คิดและกระทำการ ทำลายธรรมปฏิบัติตามที่หลวงพ่อฯ และศิษยานุศิษย์ท่านสอนให้ปฏิบัติ ถึงธรรมกาย ถึงพระนิพพาน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยมิจฉาทิฏฐิ จึงมีผลดุจดังเด็กกำถ่านเพลิง และดุจดังคนโง่ทุบหม้อข้าวตนเองฉันใด ฉันนั้น
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    วิปัสสนาญาณ และวิปัสสนูปกิเลส

    ๑. วิปัสสนาญาณ ๙

    ก) อุทยัพพานุปัสสนาญาณ ปรีชาคำนึงเห็นทั้งความเกิดทั้งความดับแห่งสังขาร.
    ข) ภังคานุปัสสนาญาณ ปรีชาคำนึงเห็นความดับ.
    ค) ภยตูปัฏฐานญาณ ปรีชาคำนึงเห็นสังขารปรากฏ,เป็นของน่ากลัว
    ง) อาทีนวานุปัสสนาญาณ ปรีชาคำนึงเห็นโทษของสังขาร.
    จ) นิพพิทานุปัสสนาญาณ ปรีชาคำนึงถึงความเบื่อหน่ายสังขาร ได้แก่ ความเบื่อหน่ายในการครองและการบริหารเบญจขันธ์เป็นต้น
    ฉ) มุญจิตุกามยตาญาณ ปรีชาคำนึงด้วยใคร่จะพ้นไปเสียจากข่ายนี้ ดุจสัตว์ติดอยู่ในข่าย ใคร่จะหลุดพ้นไปเสียจากข่าย.
    ช) ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ ปรีชาคำนึงด้วยพิจารณาหาทางเป็นเครื่องพ้นไปเสีย.
    ซ) สังขารรุเปกขาญาณ ปรีชาคำนึงด้วยความวางเฉยเสีย ดุจบุรุษผู้วางเฉยในภรรยา อันหย่าขาดจากกันแล้ว
    ฌ) สัจจานุโลมิกญาณ ปรีชาเป็นไปโดยสมควรแก่กำหนดรู้อริยสัจ เป็นไปในขณะแห่งจิต อันได้ชื่อว่าอนุโลม เกิดขึ้นในลำดับแห่งมโนทวารวัชชนะ อันตัดภวังค์ เกิดขึ้นในขณะอริยมรรคจักเกิดในที่สุดแห่งสังขารรุเปกขาญาณ.


    ๒. วิปัสสนูกิเลส ๑๐ (ธรรมเครื่องเศร้าหมองของวิปัสสนา)

    เกิดขึ้นในลำดับแห่งวิปัสสนาญาณที่ ๑-๒ (อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ และ ภังคานุปัสสนา
    ญาณ) ขณะเมื่อพิจารณาเห็นสังขารหรือเบญจขันธ์ นามรูป และทั้งปัจจัย มีสภาพไม่เที่ยง (อนิจฺจํ) เป็นทุกข์ (ทุกฺขํ) และมิใช่ตัวตน (อนตฺตา) ธรรม ๑๐ ประการ ดังต่อไปนี้ อาจเกิดขึ้น แล้ว ผู้บำเพ็ญพิศวงหลงไปว่า “มรรค ผล เกิดแล้วแก่เรา, เราได้สำเร็จมรรคผลแล้ว” เป็นเหตุให้หยุดความเพียร และ/หรือ เกิดตัณหา มานะ ทิฏฐิ หลงตัวหลงตนเอง ถ้าไม่หลง ก็ไม่เป็นวิปัสสนูปกิเลส คือ

    ๑. โอกาส แสงสว่างซ่านออกจากสรีรายยพ

    ๒. ปีติ ทำกายและจิตให้อิ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรีรกาย

    ๓. วิปัสสนาญาณ ความเห็นแจ้งแก่กล้า เห็นนามรูปแจ้งชัด

    ๔. ปัสสัทธิ ความสงบกาย สงบจิต ระงับความกระวนกระวายเสียได้

    ๕. สุข ความสุขอันประณีตเป็นไปในกายและจิต

    ๖. อธิโมกข์ ความเชื่อมั่นมีกำลังกล้าเป็นที่ผ่องใสของจิตและเจตสิก

    ๗. ปัคคหะ ความเพียรไม่ยิ่งไม่หย่อน ประคองจิตไว้ ด้วยดีในอารมณ์ ทำจิตให้

    เป็นไปเสมออยู่ได้

    ๘. อุปัฏฐาน สติตั้งมั่นรักษาอารมณ์ไว้ด้วยดี
    ๙. อุเบกขา ความเป็นธรรมมัธยัสถ์ในสังขารทั้งสิ้นมีกำลังกล้านัก
    ๑๐. นิกกันติ ความรักใคร่ ทำความอาลัยในวิปัสสนานัก มีอาการสุขุมละเอียด


    เมื่อธรรม ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ผู้บำเพ็ญก็ไม่ยินดี ไม่หลงในธรรมที่เป็นอุปกิเลส ไม่หยุดความเพียรเพราะเข้าใจว่าไม่ใช่ทางมรรคผล ไม่ใช่ทางวิปัสสนา ทางวิปัสสนาอย่างอื่นต่างหาก รู้แห่งแจ้งชัดว่า นี้ทาง นี้มิใช่ทาง เช่นนี้ชื่อว่า มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

    ผู้ปฏิบัติสมถวิปัสสนาภาวนา ตามแบบ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ท่านปฏิบัติแล้วสอนถึงธรรมกายที่สุดละเอียดและถึงอายตนะนิพพาน ไม่ปรากฏวิปัสสนูปกิเลส คือไม่หลงติดอยู่ในธรรม (วิปัสสนูปกิเลส) เหล่านี้แต่อย่างใด เพราะเป็นการปฏิบัติภาวนาที่ผ่านกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และ ธรรมในธรรม เป็น ณ ภายใน ละเอียด เข้าไป จากสุดหยาบไปถึงสุดละเอียด ถึงธรรมกาย เมื่อใช้ญาณธรรมกายพิจารณาสภาวธรรม แล้วธรรมกายก็ทำนิโรธ (ไม่ใช่นิโรธสมาบัติ) ดับสมุทัย ดับหยาบไปหาละเอียด จนสุดละเอียด ถึงอายตนะนิพพาน ยึดหน่วงพระนิพพานเป็นอารมณ์ (นิพพานเป็นปรมัตถธรรมที่ไม่มีอารมณ์) อยู่เสมอ จนกว่าจะถึงความบรรลุมรรค ผล นิพพาน ตามระดับภูมิธรรมที่ปฏิบัติได้
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    ขุททกนิกาย อปทาน เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๓๙ หน้า ๒๔๓ บรรทัดที่ ๑ ฉบับบาลี ปี ๒๕๒๕ ปรากฏข้อความว่า....

    "...ธมฺมกายญฺจ ทีเปนฺติ เกวลํ รตนากรํ วิโกเปตํ น สกฺโกนฺตีโก ทิสฺวา นปฺปสิทติ ฯ"

    ("บุคคลใดยัง "ธรรมกาย" ให้สว่างแล้วทั้งสิ้น อันเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งหลาย อันบุคคลทั้งหลายไม่มีผู้ใดจะทำร้ายได้ ใครเล่าเมื่อเห็นแล้วจะไม่ปลาบปลื้มยินดีนั้น ไม่มี")

    c_oc=AQk-5myo2qexHJeSSsKUwknbE3yhGQ8tHQRKnxZlaiXAnCunTOx2UrkJXe4vbycTILg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    #คำสอนหลวงป๋า
    พระเทพญาณมงคล วิ.
    ปฐมเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม

    c_oc=AQkjGy5LN50WxCVe2-ecWiZp2WzfmmIYvox6OTmIdjccx8E5xLchuxqQvF6Tg0o9pnc&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,800
    กระทู้เรื่องเด่น:
    337
    ค่าพลัง:
    +58,810
    c_oc=AQmz8ZBVuB16JyOMh3ioK5j_6swLowDlUVzxzfgTZjgYdCTvevYuNyYxND6q6_1pCmM&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...