เรื่องจริง! แตกตื่นกันทั้งวัด! ยายวัย 70 ปีตายแล้วฟื้นญาติจะเอาเข้าเมรุเผาอยู่แล้ว

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย montrik, 24 ตุลาคม 2019.

  1. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    7,577
    กระทู้เรื่องเด่น:
    39
    ค่าพลัง:
    +8,404
    449293.jpg

    เรื่องจริง! แตกตื่นกันทั้งวัด! ยายวัย 70 ปีตายแล้วฟื้นญาติจะเอาเข้าเมรุเผาอยู่แล้ว

    วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 20.07 น.
    เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีคนตายแล้วฟื้นญาติๆ พากันตื่นทั้งดีใจและตกใจ ขณะจะนำผู้วายชนม์เข้าเมรุเผาศพที่วัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานีอยู่รอมร่ออยู่แล้วแต่คนตายดันฟื้นขึ้นมาเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 บ้านอ้อมแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านที่จัดงานศพของนางพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี

    แต่หลังจากคุณยายพินิจฟื้นขึ้นมาทั้งที่ญาติๆ จะพากันนำศพฌาปนกิจอยู่แล้ว พบกับลูกๆ หลานๆ และญาติที่มาร่วมงานศพของนางพินิจ ต่างพากันดูแลให้คุณยายพินิจ หวังให้มีร่างกายที่อบอุ่น หลังจากโดนแช่ในโรงเย็นบรรจุศพมาเกือบ 3 วัน ขณะที่ญาติๆ ที่เดินทางมาร่วมงานศพบางคนมาไกลจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องคุณยายนิจตายแล้วฟื้นคืนชีพมาได้
    116389.jpg
    นางบุษบา โสภาจร อายุ 46 ปี ลูกสาวของคุณยายพินิจ บอกเหตุการณ์เหลือเชื่อว่า คุณแม่เสียชีวิตเมื่อประมาณตี 1 ของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ลูก ๆ หลานๆ ก็ไม่คิดอะไรพากันจัดงานศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และวันนี้เวลาประมาณบ่ายโมงก็ได้เคลื่อนศพจากบ้านไปยังวัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น มีพิธีเหมือนงานศพทั่วๆ ไป นำศพของผู้วายชนม์วนรอบเมรุ 3 รอบ มีพิธีการนายกเทศมนตรีต.บ้านเชียงและญาติๆ มาร่วมพิธี แต่ในขณะที่พิธีการขั้นสุดท้ายจะนำร่างแม่เข้าเมรุ ทางพิธีการได้ประกาศให้นายถวิล ซึ่งเป็นสามีมารดน้ำหอมหน้าศพ

    แต่ขณะที่คุณพ่อกำลังรดน้ำหอมปรากฏว่าแม่ลืมตาขึ้นมา พ่อร้องลั่นทั้งวัด บอกว่าแม่ยังไม่ตาย ยังไม่ตาย แต่ญาติๆ ไม่เชื่อนึกว่าพ่อบ้า ก็พาพ่อไปหลบข้างโบสถ์ แต่น้องชายมาเห็นแม่ลืมตายอีกคน จึงรีบนำร่างแม่ที่ยังไม่ตายออกจากโรงศพและเรียกกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพรพ.หนองหานมาช่วยปั๊มหัวใจท่ามกลางความตกใจของแขกที่มาร่วมงานศพ และรีบนำส่งรพ.หนองหานทันที แต่ทางคุณหมอทางรพ.บอกว่าไม่รับรักษาเนื่องจากคุณยายเซลล์สมองตายแล้ว ญาติๆ จึงได้นำร่างคุณยายกลับมาที่บ้าน โดยคุณยายพินิจที่ฟื้นคืนชีพมีหลานที่เป็นพยาบาลพากันช่วยกันทำร่างกายให้คุณยายพินิจจากเย็นให้อบอุ่นขึ้น
    116384.jpg
    ขณะที่นายถวิล โสภาจร อายุ 73 ปีสามีของคุณยายพินิจ ที่ตายแล้วฟื้น บอกกับผู้สื่อข่าวและยังไม่หายตกใจว่า ภรรยาป่วยเป็นโรคคอพอกมาตั้งแต่เป็นเด็ก หลังจากคุณแม่อายุ 50 ปีคอก็เริ่มใหญ่ขึ้นตนเองก็รักษาทั้งยาไทยและยาประเทศนอก รักษาอยู่ 20 ปีอาการก็ทุเลามาเรื่อย แต่พอมาย้อนไป 9-10 วันที่ผ่านมาแม่มีอาการไข้เกิดขึ้น และมีเสมหะติดลำคอหายไม่ปกติ หายใจได้ยินเสียงค๊อกๆ ตนเองจึงได้บอกลูกๆ รีบนำแม่ส่งรพ.หนองหาน พอไปถึงรพ.หนองหาน หมอก็ช่วยใช้สายยางดูดเสมหะออกและส่งต่อไปรพ.ศูนย์อุดรธานี ไปอยู่รพ.อุดรได้ 3-4 วันหมอที่นั่นบอกว่า สมองแม่บวมและต้องรักษาอยู่ 3-4 วัน

    แต่หลังจากนั้นอาการทรุดหนัก หมอถามว่าจะให้กระตุ้นหัวใจมั้ย พ่อบอกว่า แม่ร่างเล็กคงทำไม่ได้ จึงได้ปรึกษากับลูกๆ ถ้าแม่ตายก็ให้มาตายอยู่บ้าน รพ.มาส่งที่บ้านประมาณ 1 ทุ่มวันที่ 19 ต.ค. หมอให้ยาไว้เข็มหนึ่ง บอกว่า ถ้าแม่ทรมานให้ฉีดยา แต่พ่อไม่ฉีด ถ้าแม่ตายก็ให้ตายอย่างสงบ พอมาวันที่ 20 ต.ค.ประมาณตี 1 แม่ก็จากไป จากนั้นก็จัดบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันนี้ 23 ต.ค.ภรรยาอยู่ในโรงเย็น 3 วันก็จะร่างภรรยาไปเผาที่วัดอัมพะวันบ้านดงเย็น มีญาติพี่น้องมาร่วมงานจำนวนมากพิธีการงานศพก็ดำเนินไป ตอนสุดท้ายเขาให้พ่อไปฉีดน้ำหอมและจะบอกกล่าวร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย
    116382.jpg
    นายถวิล บอกกับผู้สื่อข่าวเหตุการณ์ภรรยาฟื้นคืนชีพอีกว่า พ่อเป็นคนสุดท้ายที่จะไปฉีดน้ำหอมให้ภรรยาเป็นสุดท้ายและบอกกับภรรยาว่า ถ้าเกิดในชาติหน้าให้เกิดเป็นลูกมหาเศรษฐี อย่าให้ทุกข์ได้ยากแบบนี้ พอฉีดน้ำหอมได้ปี๊ดเดียว เมียก็ลืมตาขึ้นมา ตนเองทั้งดีใจและตกใจ พ่อก็บอกลูกๆ และญาติที่มาร่วมงานว่า แม่ลืมตาแล้ว พ่อก็โอบกอดเอาแม่เลย แต่ลูกๆ ก็มาดึงเอาพ่อไปไว้ไว้ข้างโบสถ์นึกว่าพ่อบ้า แต่พ่อไม่ได้บ้า ต่อมาลูกชายไปเห็นแม่ลืมตาจริง จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพมาช่วยปั๊มหัวใจทันที ตนเองดีใจไม่คิดว่าภรรยาไม่ตายอยู่แล้วเพราะอยู่มา 3 วันร่างไม่แข็ง แต่หากพ่อไม่เห็นก่อน คงจะเป็นเผาคนเป็นแน่นอน แต่ตอนนี้หมอไม่รับบอกว่าสมองแม่ตายแล้ว แต่ตนเองยืนยันว่า จะไม่ยอมเผาแม่แน่นอน จนกว่าแม่จะมีร่างแข็งตัวถึงจะเผา ภรรยาจะอยู่นี่เป็นปี 2 ปีก็จะไม่เผา แต่หากภรรยากลับฟื้นมาปกติก็จะทำบุญครั้งใหญ่ให้เต็มที่

    ขณะที่คอหวยไม่พลาดคุณยายพินิจตายแล้วฟื้น พากันแห่ตีเลขเด็ด บ้านเลขที่ 70 และอายุของคุณยายพินิจ อายุ 70 ปี 2 เดือน กับอีก 4 วัน 724 ขายดีจนเกลี้ยงแผงในงานศพวันนี้
    258933.jpg
    258936.jpg
    258935.jpg
    258934.jpg

    ขอบคุณ ภาพ และข่าว จาก นสพ แนวหน้า
    https://www.naewna.com/likesara/449293
     
  2. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    7,577
    กระทู้เรื่องเด่น:
    39
    ค่าพลัง:
    +8,404
    449543.jpg
    กระจ่างชัด!! แพทย์ไขปม..? คุณยายวัย70ตายแล้วฟื้น
    วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 20.55 น.

    คืบหน้ากรณียายตายแล้วฟื้นคืนชีพ ล่าสุด ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี ออกมาเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวบอกคุณยายมารักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี หมอเช็คไม่มีชีพจรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

    24 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยถึงกรณีคุณยายวัย 70 ปี ที่ อ.หนองหาน ว่าตายแล้วฟื้นขึ้นมานั้น นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยการถูกส่งตัวต่อมาจากโรงพยาบาลหนองหาน ที่เอ็กซ์เรย์มาแล้วว่ามีเส้นเลือดใหญ่สมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือดและผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ ต้องให้ออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจมาและมีก้อนที่บริเวณลำคอก้อนใหญ่ที่เป็นไทรอยส์ เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 7-20 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

    34825.jpg

    โดยทางญาติก็ทราบว่าผู้ป่วยมีอายุ 70 ปี โอกาสฟื้นตัวได้น้อย ทางญาติจึงขออนุญาตนำตัวผู้ป่วยกลับไป เพื่อให้เสียชีวิตที่บ้าน และกลับไปถึงบ้านได้ 2-3 วัน ก็ทราบว่าทางญาติได้ประเมินว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จึงจัดพิธีทางศาสนา แต่ขณะที่กำลังจะทำพิธีฌาปนกิจศพอยู่นั้น ผู้เสียชีวิตได้ลืมตา ซึ่งในกรณีดังกล่าวนั้น อาจจะเกิดจากการที่ถูกความเย็นในโลงเย็นแล้วหรือช่วงที่เสียชีวิตมีเซลล์บางส่วนที่ฝ่อลงและบางลง เมื่อมีน้ำไปโดนขณะล้างหน้าศพ ก็อาจเป็นปฏิกิริยา กล้ามเนื้อเกิดปฏิกิริยากล้ามเนื้อหดตัวทำให้ตาลืมขึ้น ซึ่งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหนองหาน ก็ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบแล้ว มีการใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจ และวัดหาสัญญาณชีพ ก็พบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีชีพจรแล้ว

    Snapshot-6-(24-10-2562-18-01).jpg

    นพ.ณรงค์ฯ กล่าวให้ความรู้ต่อไปอีกว่า การประเมินการเสียชีวิต ทางการแพทย์มีอยู่ เช่น สมองตาย หัวใจหยุดเต้น สิ้นลมหายใจ ก็สามารถลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้วในกรณีที่ตายผิดธรรมชาติก็จะมีแพทย์เข้าไปตรวจสอบ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยกลับไปหมดลมที่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องเป็นผู้ลงความเห็นในการเสียชีวิต แต่ก็สามารถร้องขอให้แพทย์เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 24 ชั่วโมงแรก ร่างอาจจะแข็ง แต่พอผ่านไปหลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ร่างกายกล้ามเนื้อจะอ่อนลง ซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้ร่างกายอ่อนลงเพราะเสียชีวิตมานานนั่นเอง

    ขอบคุณข่าวจาก https://www.naewna.com/local/449543
     

แชร์หน้านี้

Loading...