เรื่องราว

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย รสมน, 2 เมษายน 2011.

  1. รสมน

    รสมน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,452
    ค่าพลัง:
    +2,047
    ความรัก ความติดข้อง ความยินดีพอใจ เป็นโลภะ เป็นกุศลธรรม เป็นกิเลส

    ตัณหา เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิตใจ ซึ่งไม่พ้นไปจากความติดข้องยินดีพอใจใน

    กามคุณ ๕ กล่าวคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สิ่งที่กระทบสัมผัสกาย)

    ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน

    ส่วนเมตตา เป็นธรรมฝ่ายดี เป็นกุศลธรรม หมายถึง ความเป็นมิตร ความเป็น

    เพื่อน ความหวังดี ไม่หวังร้าย บุคคลผู้ที่มีเมตตานั้น ย่อมจะเป็นมิตรกับทุกคน

    ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่ได้มีการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือด

    ร้อนเลย แม้เพียงจิตที่คิดจะเบียดเบียนก็ไม่มี และประการที่สำคัญ เมตตา เป็นธรรม

    ที่ควรอบรมเจริญให้มีขึ้นในชีวิตประจำวัน <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:eek:ffice:eek:ffice" /><o:p></o:p>
    โลภะ ต่างจาก เมตตา

    พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๗๖ - หน้าที่ ๑๗<o:p></o:p>

    โลภะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?การโลภ กิริยาที่โลภ ความโลภ การกำหนัดนัก

    กิริยาที่กำหนัดนัก ความกำหนัด ความเพ่งเล็ง อกุศลมูลคือโลภะ ในสมัยนั้น

    อันใด นี้ชื่อว่าโลภะมีในสมัยนั้น.

    พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๗๕ - หน้าที่ ๕๒๙

    เมตตา มีความเป็นไปโดยอาการที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเป็นลักษณะ มีการนำเข้า

    ไปซึ่งประโยชน์เกื้อกูลเป็นกิจ มีการกำจัดความโกรธ ความอาฆาตเป็นอาการ

    ปรากฏ มีการมองเห็นสิ่งที่น่าพอใจของสัตว์ทั้งหลาย(คือไม่เป็นศัตรู) เป็นเหตุใกล้

    ให้เกิด เมตตานี้มีการสงบพยาบาทเป็นสมบัติ มีการเกิดขึ้นแห่งเสน่หา (ความติดข้อง

    หรือ โลภะ)เป็นวิบัติ.
    <o:p></o:p>
    </PRE><o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>

    -เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ควรที่จะมีเมตตาต่อกัน ไม่ควรที่จะโกรธกัน ไม่ควรที่จะ

    เบียดเบียนกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม

    -
    เกิดความขุ่นเคือง พร้อมทั้งซ้ำเติม ซึ่งเป็นการทำให้บุคคลนั้นเดือดร้อน นั่นไม่ใช่

    ลักษณะของเมตตา

    -ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องโกรธกัน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเบียดเบียนทำร้ายกัน

    แต่ควรอย่างยิ่งที่จะให้อภัยและทำสิ่งที่ดีให้แก่กัน

    -เมตตากับพยาบาทจะเกิดร่วมกันไม่ได้ ขณะใดที่โกรธ รู้ได้เลยว่าเพราะขาด

    เมตตาจึงโกรธ ขณะใดที่เมตตา ก็รู้ได้เช่นกันว่าขณะนั้นเป็นสภาพจิตที่ห่างไกลจาก

    ความโกรธ

    -เวลาที่โกรธแล้วไม่ลืม สังขารขันธ์ก็จะปรุงแต่งต่อไปอีก ถึงกับเป็นความพยาบาท

    เป็นความขุ่นเคืองที่คิดจะประทุษร้าย ปองร้ายเบียดเบียนผู้อื่น

    -ถ้าไม่มีเมตตา ไม่อบรมเมตตาก็ไม่สามารถจะระงับความพยาบาทได้เลย ขณะใดที่

    ขุ่นเคืองใจ แม้เพียงเล็กน้อย ขณะนั้นก็ไม่มีเมตตาต่อผู้อื่นแล้ว

    -
    ในชีวิตประจำวัน มีตา เห็น มีหู ได้ยินเสียงของบุคคลต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา

    จึงควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ไม่อิ่มในการอบรมเจริญเมตตาให้มีมากขึ้น

    -เมตตา ต้องอบรมเจริญให้แผ่ไป จะไปจำกัดทำไมของดี (เมตตา เป็นธรรม

    ฝ่ายดี ที่ควรอบรมเจริญในชีวิตประจำวัน)

    -
    เมตตา มีคุณมากมากมาย พร้อมทั้งอุปการะเกื้อกูลให้กุศลธรรมอื่น ๆ เจริญขึ้นด้วย

    จึงควรอย่างยิ่งที่จะอบรมเจริญให้มีขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์สุข

    ทั้งแก่ตนและบุคคลอื่นอย่างแท้จริง

    -พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแเสดง เกื้อกูลให้เกิดกุศล ไม่ใช่กุศล เพื่อ

    ขัดเกลากิเลสของตนเองที่สะสมมาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์ และเพื่อสะสมปัญญา

    ซึ่งเป็นความเข้าใจถูก เห็นถูก ต่อไป

    -ทำไม ถึงไม่ค่อยได้คิดกันว่า ในที่สุดแล้วเราก็จะต้องตาย? (อะไร ควรจะอบรม

    เจริญให้มีขึ้น ก่อนที่วันนั้นจะมาถึงซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อใด) ...ฯลฯ...<o:p></o:p>
    <o:p> </o:p>
    เอาบุญมาฝากวันนี้ตั้งใจว่าจะถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะทาน ให้อภัยทาน รักษาศีล บอกบุญ<o:p></o:p>
    เจริญภาวนา เมื่อวานนี้ได้ไปทำบุญที่วัดแจ้งได้สักการะพระธาตุ ปิดทอง ให้อาหารปลา สักการะสังขารอดีต<o:p></o:p>
    เจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อย รักษษอาการป่วยของแม่ และเมื่อวานนี้ได้ไปสักการะอนุสาวรีบุคคลที่ทำประโยชน์กับเพื่อนๆหลายคนอนุโมทนากับพ่อแม่ที่ได้รักษาศีล ฟังธรรม อนุโมทนากับน้องและเพื่อนๆของน้องคนหนึ่งที่รักษาศีล ศึกษาการรักษาโรคเพื่อผู้อื่น และอนุโมทนากับผู้อื่น และวันนี้ตั้งใจว่าจะถวายข้าวพระพุทธ สร้างพระ<o:p></o:p>
    สร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรถวายพระรัตนตรัย อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น เมื่อวานนี้ได้อนุโมทนาบุญกับผู้ที่มาทำบุญที่วัด อนุโมทนากับกัผู้ที่ทำบุญเลี้ยงพระ และตั้งใจว่าจะสร้างบารมีให้ครนบทั้ง 10 อย่างขอให้อนุโมทนาบุญด้วย<o:p></o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    ร่วมสร้างพระพุทธรูปและศาลาปฎิบัติธรรม กับหลวงปู่วิไล เขมิโย ณ วัดถ้ำพระยาช้างเผือก อ. คอนสาร จ. ชัยภูมิ โดยรายละเอียด ขอให้ญาติธรรมและลูกศิษย์หลวงปู่ติดต่อกับทางวัดโดยตรง
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    ร่วมบูชาหลวงพ่อสมเด็จองค์ปฐม เพื่อซื้อที่ดินเป็นธรณีสงฆ์
    <!-- google_ad_section_end -->เนื่องจากวัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร

    เดิมมีที่ <?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:eek:ffice:smarttags" /><st1:metricconverter w:st="on" ProductID="29 ไร่">29 ไร่</st1:metricconverter> แต่โดนเวรคืนที่ไป <st1:metricconverter w:st="on" ProductID="18 ไร่">18 ไร่</st1:metricconverter> เหลือเพียง <st1:metricconverter w:st="on" ProductID="11 ไร่">11 ไร่</st1:metricconverter>

    ทางวัดจึงได้จัดสร้าง หลวงพ่อสมเด็จองค์ปฐม ทั้งหมด 2 พิมพ์
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    เนื่องจากหลวงพี่ พระธวัชชัย ธมฺมวโร พร้อมด้วยคณะศรัทธาวัดหนองเต่าคำ ได้ดำเนินการซ่อมแซมถาวรวัตถุต่างๆภายในวัด อาทิเช่น ห้องน้ำ กุฎิสงฆ์ และอื่นๆอีกหลายอย่างภายในวัดหนองเต่าคำ ซึ่งตอนนี้การดำเนินการก่อสร้างได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่สำเร็จทั้งหมดเพราะว่าตอนนี้ยังขาดปัจจัยที่จะมาทำการบูรณะอีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการ บูรณะโบสถ์ (วิหาร),การปูพื้นในลานวัด , ซุ้มประตูวัด , ป้ายวัด, และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด ดังนั้นอาตมาภาพจึงจัดตั้งองค์ผ้าป่าสามัคคีมหากุศล จำนวน ๒๕๕๔ กองบุญ กองบุญละ 100 บาท เพื่อที่จะได้นำปัจจัยในการทอดองค์ผ้าป่าในครั้งนี้บูรณะถาวรวัตถุภายในวัดที่ได้กล่าวมาข้างต้นให้สำเร็จเรียบร้อยถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนาสืบต่อไป


    โดยการทอดองค์ผ้าป่าสามัคคีมหากุศลนี้ จะได้ทำการทอดในวันเสาร์ ที่ 16 เมษายน 2554 เวลาในการทอดองค์ผ้าป่า 14.09 น.


    ผู้จะร่วมบุญรับเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่ามหากุศลในครั้งนี้
    ท่านสามารถโอนเงินทำบุญเข้าบัญชีออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี พระธวัชชัย ธมฺมวโร เลขที่บัญชี
    524-0-20066-1 ธ.กรุงไทย (สาขาสันป่าตอง)



    หากท่านอยู่ต่างประเทศโอนเข้าบัญชี
    PRA TAWATCHAI THUMAWARO
    KRUANGTHAI BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
    SANPATONG BRANCH
    A/C NO. 524-0-20066-1<o:p></o:p>




    <o:p></o:p>

    084-1759890<o:p></o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    ขอเชิญร่วมสร้างพระพุทธยอดฟ้าจุฬามณีศรีอริยะ
    สำนักสงฆ์พุทธพัฒนา
    (
    ป่าไผ่) อำเภอเขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เป็นสำนักปฎิบัติธรรม วิชา ธรรมเปิด โลกกรรมบันดาล” (โดยชดใช้หนี้
    กรรม เน้นปฎิบัติธรรมบำบัดรักษาโรค โดยไม่จำเป็น ต้องใช้ยา เจริญปัญญาสู่ วิปัสสนากรรมฐาน แบบเร่งด่วน
    เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น)
    พระพุทธยอดฟ้าจุฬามณีศรีอริยะ
    พุทธลักษณะ
    -
    หน้าตักกว้าง <st1:metricconverter w:st="on" ProductID="30 นิ้ว">30 นิ้ว</st1:metricconverter> สูง <st1:metricconverter w:st="on" ProductID="30 นิ้ว">30 นิ้ว</st1:metricconverter>
    -
    องค์สีฟ้า ใส
    -
    ทรงเครื่อง
    -
    ขัดสมาธิเพชร
    งบประมาณ
    หนึ่งแสนสามหมื่น หรือรวมตกแต่งภายในงาน หนึ่งแสนห้าหมื่น-หนึ่งแสนแปดหมื่นบาท โดยจะมีองค์พระที่
    ถวายพร้อมกัน 7 องค์ คือ
    -
    พระพุทธยอดฟ้าจุฬามณีศรีอริยะ (รอปัจจัย)
    -
    พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต ) (มีผู้รับสร้างไปแล้ว)
    -
    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และ หลวงปู่ทวด พระคู่บารมีกรุงรัตนโกสินทร์ (มีผู้รับสร้างไปแล้ว)
    -
    หลวงปู่มั่น และ หลวงปู่คง พระสายกรรมฐาน (พระอาจารย์ ของพระอาจารย์สุวัฒน์) (มีผู้รับสร้างไปแล้ว)
    -
    พระอาจารย์<st1:personName w:st="on" ProductID="สุวัฒน์ เปิดโลกกรรมบันดาล">สุวัฒน์ เปิดโลกกรรมบันดาล</st1:personName> (มีผู้รับสร้างไปแล้ว)
    หรือ จะร้างฐานพระก็ได้ครับ เพราะมีแต่ผู้รับสร้างพระ แต่ฐานไม่ได้สร้างทุกองค์ครับ งบจึงมากกว่าที่ตั้งไว้
    ถวาย ในวันที่ 6 เมษายน 2554 เวลา 9:00 น.-10:00 น. ณ สำนักสงฆ์พุทธพัฒนา(ป่าไผ่) อำเภอเขา ฉกรรจ์
    จ.สระแก้ว (ขึ้นรถตู้ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัย รถไปสระแก้ว แจ้งว่าลงเขาฉกรรจ์สอบถามที่ตลาดเขาฉกรรจ์ วัดป่า
    ใผ่ อยู่ไหน )
    จึงเรียนเชิญ พุทธศานิกชน ร่วมปัจจัยสร้าง โดยโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารออมสิน
    มูลนิธิ สุวัฒนา ธนาคารออมสิน บัญชีเผื่อเรียก สาขาวัฒนานคร 053-670-597-<st1:metricconverter w:st="on" ProductID="425 ”">425 ”</st1:metricconverter>
    หรืออาจจะรบกวน scan หลักฐานการโอนเงินส่งมาที่ email pichak1999@hotmail.com เพื่อทำ
    การ UP date ยอดสุทธิ ทุกวันจันทร์ครับ
    ติดต่อ คุณพิจักษณ์
    Tel:089-310-1337
    กทม. ตลอดเวลาครับ
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    <o:p> </o:p>
    ด้วย วัดท่าแคลง หมู่ 7 บ้านท่าแคลง ตำบลสนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี จะจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าแคลง จำนวน 3 องค์ อันมี
    1.หลวงพ่อเปรม
    2.หลวงพ่อมุน ธมฺมโชโต
    3.พระครูจันทประโชติคุณ(ละออง)
    ในวันที่ 12 , 13 ,14 เมษายน 2554 ที่จะถึงนี้ วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นที่ระลึกและสักการะของประชาชนตลอดจนเพื่อการกุศลของทางวัดท่าแคลง โดยรายละเอียดงาน ดังนี้
    วันอังคารที่ 12 เมษายน 2554
    - เวลา 12.49 น. ทำพิธีบวงสรวงบูรพาจารย์
    - เวลา 13.49 พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
    - เวลา 14.49 พิธีเททองหล่อรูปเหมือนพระครูจันทประโชติคุณ(ละออง)

    วันพุธที่ 13 เมษายน 2554
    - เวลา 14.49 พิธีเททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อมุน ธมฺมโชโต

    วันพฤหัสฯที่ 14 เมษายน 2554

    - เวลา 14.49 พิธีเททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อเปรม
    - เวลา 19.19 พิธีสวดสะเดาะห์เคราะห์ เสริมมงคลบารมี

    หมายเหตุ : เปิดให้ประชาชน พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพจองทอง กิโลกรัมละ 999 บาท ครึ่งกิโลกรัมละ 499 บาท รวมถึงเปิดให้จองวัตถุมงคลรูปหล่อบูชาหรือคล้องคอ ได้ที่วัดท่าแคลง ต.สนามไชย
    อ.นายายอาม จ.จันทบุรี โทร 039 - 417137 หรือ 087 - 1296202 ทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้ สำหรับเจ้าภาพร่วมงานมีวัตถุมงคลแจกเป็นสิริมงคลฟรี<o:p></o:p>
    <o:p> </o:p>
    ขอเชิญถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะทาน ให้อภัยทาน รักษาศีล บอกบุญ<o:p></o:p>
    เจริญภาวนา ทำบุญที่วัดแจ้งสักการะพระธาตุ ปิดทอง ให้อาหารปลา สักการะสังขารอดีต<o:p></o:p>
    เจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อย สักการะอนุสาวรีบุคคลที่ทำประโยชน์ อนุโมทนากับผู้อื่น ถวายข้าวพระพุทธ สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรถวายพระรัตนตรัย อนุโมทนาบุญกับ ขอเชิญร่วมกุศลร่วมกันนะครับ<o:p></o:p>
    <o:p> </o:p>
     

แชร์หน้านี้

Loading...