เรื่องเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย สมถะ, 1 มิถุนายน 2006.

  1. สมถะ

    สมถะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,091
    ค่าพลัง:
    +972
    ถ้าคุณสมถะ พอจะเล่าได้จากประสบการณ์จริงว่า คุณสมถะพบอย่างไรเห็นอย่างไร เอาเช่นตอนไปกราบท่านนี้ก็ได้ จะเป็นประโยชน์มากนะครับ ลองพิจารณาข้อเสนอของผมดูนะครับ
    <!--MsgFile=6-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=6-->จักรแก้ว
    [​IMG] - [ <!--MsgTime=6-->วันวิสาขบูชา 17:03:20 <!--MsgIP=6-->]

    เอาล่ะเมื่อคุณจักรแก้วถามเรื่องการเข้าไปกราบพระบรมศาสดาทำอย่างไร จะขอกล่าวแต่โดยย่อ ดังนี้


    ทุกครั้งไม่ว่าเราจะเดินวิชชาอะไร เราต้องทำกายและใจให้ใสที่สุด เพราะถ้าไม่ใสจริง ใจจะไม่ตกศูนย์ วิธีการคือ


    เดินวิชชา 18 กายเป็นอนุโลมปฏิโลม ไปจนกว่าเราบันเทิงอารมณ์(คือใจหยุด นิ่ง แน่น ใสจริง แล้วอารมณ์จะบันเทิง) ตำราบอกว่า 7 เที่ยว แต่เรื่องจริงคือ กี่เที่ยวก็ได้ให้มากเข้าไว้จนกว่าจะบันเทิงอารมณ์


    จากนั้น เอาใจนิ่งที่จุดเล็กใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรมของกายธรรมพระอรหัตต์ละเอียด(หลังจากเดินวิชชา 18 กายจนบันเทิงอารมณ์ดีแล้ว) อธิษฐานใจเข้าหาต้นธาตุก่อน


    ต้นธาตุคือกายธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านทำหน้าที่เป็นต้นธาตุ ประจำอยู่ตรงช่องว่าง ระหว่าง นิพพานกับภพ 3 ใครจะเข้าไปในอายตนะนิพพาน ต้องผ่านต้นธาตุก่อน ให้พระองค์ตรวจเราอีกทีว่าใสจริง ถ้าใสไม่จริงก็เป็นภาระให้พระองค์แก้ไขเราอีก


    ตรงนี้เองเราจึงทราบว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำของเราอยู่ตรงนี้ ทำหน้าที่ปกครองอยู่ตรงนี้ เราจะเห็นเป็นกายธรรมใหญ่มหึมาสุดลูกหูลูกตาเชียว ถ้าต้องการจะทราบว่าใช่หลวงพ่อวัดปากน้ำจริงหรือเปล่า ก็ให้เดินวิชชาลำดับกายต้นธาตุ จากกายธรรมไปหากายโลกีย์ จนไปถึงกายฝันก็จะเห็นเป็นหลวงพ่อของเรา


    (สำหรับคนที่เป็นธรรมกายใหม่ๆ เราจะพานักเรียนชุดนั้นเข้าเฝ้าต้นธาตุเพื่อฝากธาตุธรรมต่อพระองค์ )


    เมื่อเดินวิชชามาถึงตรงนี้ ต้องตรวจสอบให้ดี ก็คือเราก็อาราธนากายธรรมพระอรหัตต์ละเอียดของเรา เข้าไปที่ปากช่องจมูกของกายธรรมต้นธาตุ หญิงซ้าย ชายขวา แล้วไล่ไปตามฐานทั้ง 7 ไปหยุดในท้องต้นธาตุ จะสนทนากับหายธรรมต้นธาตุจะทำอย่างไร ก็ให้เอาดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของเราเข้าไปซ้อนกับดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ขององค์ต้นธาตุ ให้จุดเล็กใสเท่าปลายเข็มตรงกันทุกดวง เรียกว่าซ้อนกันให้สนิท แล้วเราจะได้ยิน จากนั้นเราจะเข้านิพพานจะทำอย่างไร


    ลำดับดวงธรรมในท้องต้นธาตุ 6 ดวงโดยอธิษฐานขอเข้าไปในอายตนะนิพพาน พอจุดเล็กใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรมที่ 6 ของต้นธาตุว่างออก เราจะเห็นอายตนะนิพพาน


    มีพระธรรมกายจำนวนมาก สว่างไสวไปด้วยรัศมีของกายธรรม แต่จะมีกายธรรมองค์กลางซึ่งมีรัศมีสว่างกว่ากายธรรมทั้งหลาย กายธรรมองค์นี้เป็นกายธรรมของพระบรมศาสดาเจ้าของนิพพานแรกนี้ คือกายธรรมของพระสมณโคดม เจ้าของศาสนา อย่าเพิ่งทำอะไร ให้เราอาราธนากายธรรมพระอรหัตต์ละเอียดของเรา เข้าไปที่ปากช่องจมูกกายธรรมพระบรมศาสดา หญิงซ้าย ชายขวา แล้วละดับไปที่ละฐาน มาหยุดนิ่งตรงฐานที่ 7 จากนั้นให้ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของเราเข้าไปซ้อนกับดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของพระบรมศาสดา หยุดนิ่งให้ดี แล้วก็พูดคุยกับพระองค์ ถ้าใจหยุดนิ่งไม่ดีจริง เราจะไม่ได้ยิน จะเห็นแต่พระโอษฐ์ขยับแต่ไม่ได้ยินเสียง ต้องหยุดต้องนิ่งจริงๆ พระสุรเสียงนั้นดังกังวาลดังเสียงราชสีห์ เย็นสะอาดบริสุทธิ์เมื่อได้ฟัง ส่วนการถามก็เหมือนเราเข้าเฝ้าเบื้องสูงจะพูดจะจาอะไรก็ควรให้เหมาะสม การตรัสของพระองค์ก็ต้องดูว่าไม่เป็นอันตรายต่อพระองค์ด้วยเพราะภาคมารเขาจ้องอยู่เขาห้ามให้พระองค์บอกวิชชาใคร แต่ตอนนี้สะดวกขึ้นแล้วคุยได้มากแล้ว


    การเข้านิพพานนั้น เพื่อจะให้ได้บุญบารมีจริงๆ ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ควรไปให้สุดนิพพาน ทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น จะทำอย่างไร


    จากนั้นเราจะออกจากนิพพานของพระสมณโคดม อ้อ...ความรู้เสริมอีกเรื่อง การขอรัตนะเจ็ด ให้เราขอที่พระนิพพานของพระสมณโคดมพุทธเจ้านิพพานนี้เลย เพราะเป็นศาสนาของพระอค์ การขอรัตนะเจ็ดเป็นสิ่งจำเป็นของผู้เป็นธรรมกาย (ขอได้เฉพาะช่วงออกพรรษา)


    เอาล่ะเราจะไปนิพพานต่อไป ทำยังไง ให้เราลำดับดวงธรรมในท้องพระบรมศาสดา 6 ดวง จุดเล็กใสกลางดวงธรรม 6 ว่าง ออกเห็นอีกนิพพานนึงแล้ว มีธรรมกายมากมายนั่งล้อมพระธรรมกายองค์กลางซึ่งเป็นเจ้าของนิพพานนี้ คือนิพพานที่ 2 เราก็เดินวิชชาเข้าหาพระองค์ อย่างเดียวกับที่เข้านิพพานแรก จะสนทนาหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่การเดินเช่นนี้ช้าไป เราจะเข้าไปให้สุดนิพพานกายธรรม เพื่อไปให้ถึง ผู้ปกครองใหญ่นิพพานกายธรรม คือองค์ต้นใหญ่ จะทำยังไง


    ให้เราลำดับดวงธรรมในท้องพระบรมศาสดานิพพานที่ 2 นี้ 6 ดวง พอหยุดกลางดวงธรรมที่ 6 ท่องใจ หยุดในหยุด ดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ ถอนปาฏิหาริย์ดับอธิษฐาน แล้วท่องว่า กลางของกลาง ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไปให้สุดนิพพานในอดีต นิพพานปัจจุบัน นิพพานอนาคต เราก็ผ่านสิบผ่านศูนย์ของพระบรมศาสดาเจ้าของพระนิพพานเรื่อยไป นับอสงไขยพระนิพพานไม่ถ้วน แต่เราไปไม่ถึงดอก ทำอีกกี่ร้อยปีกี่โกฏิปีเราก็ไปไม่ถึงองค์ต้นใหญ่ แต่เราอาราธนาพระองค์ออกมารับเรา พระองค์ก็จะทรงถอนถอยธาตุธรรมออกมารับเรา เราจึงจะไปถึงกายธรรมองค์ต้นใหญ่ผู้ปกครองนิพพานกายธรรมทั้งหมด


    (องค์ต้นใหญ่องค์นี้แหละที่ส่งหลวงพ่อวัดปากน้ำลงมาเกิด องค์นี้แหละที่ตรัสว่า พระของขวัญนี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก องค์นี้แหละที่จะบอกได้ว่าใครควรจะปราบมารหรือไม่ พระองค์จะลงมาบังคับเอง เหมือนอย่างหลวงพ่อวัดปากน้ำของเรา พอพระองค์ให้หลวงพ่อปราบมาร หลวงพ่อขอใคร่ครวญวิชชาอยู่ถึง 8 ปี )


    เอาล่ะเรามาถึงพระองค์แล้ว เป็นบุญกุศลมหาศาลของเราที่มาถึงพระองค์ เพราะพระองค์เป็นธาตุธรรมผู้ใหญ่ในนิพพานกายธรรม แต่เราประสงค์ไปให้เห็นนิพพานเป็นซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก จะทำอย่างไร


    ให้เราอธิษฐานใจต่อการธรรมต้นใหญ่ ขอให้พระองค์ช่วยยิงส่งกายธรรมของเราไปให้ถึงนิพพานเป็นด้วยเถิด ลำดับดวงธรรมในท้องต้นใหญ่ 6 ดวง หยุดในหยุด พอถึงดวงธรรมที่ 6 ว่างออก ในว่างใสนั้น เห็นอายตนะนิพพาน มีกายพระสงฆ์หรือกายมนุษย์หยาบจำนวนมาก สว่างไสวโชติช่วง กายพระสงฆ์องค์กลางนั้น คือกายของพระบรมศาสดาเจ้าของนิพพานนี้ เป็นนิพพานเป็นที่ 1 นิพพานเป็นต่างจากนิพพานกายธรรมคือ ไม่มีเกตุดอกบัวตูม กายนั้นเหมือนพระสงฆ์แต่ใสเป็นแก้ว เราก็เดินวิชชาเข้าหาพระองค์ตามฐานทั้ง 7 จะคุยก็คุยไป ถ้าไม่คุยก็เดินวิชชาต่อไป เพื่อไปสู่นิพพานเที่ 2 ของนิพพานเป็น แต่เราต้องการไปให้สุดนิพพานเป็น คือไปให้ถึงองค์ต้นนิพพานเป็นผู้ปกครองนิพพานเป็นทั้งหมด เราจะทำอย่างไร


    เราก็หยุดนิ่งกลางดวงธรรมของพระบรมศาสดานิพพานเป็นองค์ปัจจุบันที่ไปถึง ลำดับดวงธรรมพระบรมศาสดาของนิพพานเป็น 6 ดวง หยุดกลางดวงธรรมที่ 6 ของพระองค์ตรงจุดใสเท่าปลายเข็ม แล้วท่องใจหยุดในหยุด ดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ ถอนปาฏิหารย์ดับอธิษฐาน แล้วท่องว่า กลางของกลาง ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไปให้สุดนิพพานเป็นในอดีต สุดนิพพานเป็นปัจจุบัน สุดนิพพานเป็นอนาคต เราก็ผ่านสิบผ่านศูนย์ของพระบรมศาสดาเจ้าของพระนิพพานเป็นเรื่อยไป นับอสงไขยพระนิพพานเป็นไม่ถ้วน แต่เราไปไม่ถึงดอก ทำอีกกี่ร้อยปีกี่โกฏิปีเราก็ไปไม่ถึงองค์ต้นนิพพานเป็น แต่เราอาราธนาพระองค์ออกมารับเรา พระองค์ก็จะทรงถอนถอยธาตุธรรมออกมารับเรา เราจึงจะไปถึงองค์ต้นนิพพานเป็นแล้ว


    เราก็เข้าหาต้นนิพพานเป็นแล้วไปหยุดนิ่งในท้องฐานที่ 7 ขององค์ต้นนิพพานเป็น จะกล่าวอะไรก็ว่าไป ถึงตอนนี้ถือว่าเราโชคดีแล้ว ที่เดินวิชชามาสุดทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น พระพุทธเจ้ารู้จักเราหมดทุกนิพพานแล้ว เป็นวาสนาบารมีของเราแล้ว


    ต่อไปเราจะเดินปฏิโลมวิชชากลับ เพื่อให้พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์มาชูช่วยเรา เราอาราธนาพระองค์มาซ้อนในกายของเราทุกกายไปจนสุดหยาบสุดละเอียด แล้วนึกรวมนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็นทั้งปวงให้เป็นหนึ่ง นำหนึ่งนั้นยิงเข้ามาที่สิบที่ศูนย์ในกายธรรมพระอรหัตต์ละเอียดของเรา ยิงเข้ามาที่กายธรรมพระอรหัตต์หยาบของเรา กายธรรมพระอนาคามีละเอียด อนาคามีหยาบ สกิทาคามีละเอียด สกิทาคามีหยาบ โสดาละเอียด โสดาหยาบ โคตรภูละเอียด โคตรภูหยาบ อรูปพรหมละเอียด อรูปพรหมหยาบ พรหมละเอียด พรหมหยาบ ทิพย์ละเอียด ทิพย์หยาบ กายฝัน กายมนุษย์ นึกรวมให้เป็นกายธรรมพระอรหัตต์ใสแจ่มอยู่ในท้องของเรา


    แล้วเดินใจเข้าปากช่องจมูก เพลาตา ไปหยุดในท้องกายธรรมพระอรหัตต์ ท่องใจหยุดในหยุด ดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ ถอนปาฏิหาริย์ดับอธิษฐาน นึกให้เห็นกายธรรมพระอรหัตต์และดวงธรรมของกายธรรมพระอรหัตต์อยู่ในท้องของเรา (ฐานที่ 7) ใสแจ่มในทุกอิริยาบถ ทั้งยืน เดิน นั่ง นอน ลืมตาก็เห็นได้ หลับตาก็เห็นได้เชียวนะ จบการเดินวิชชา นี่กล่าวโดยย่อนะครับ <!--MsgFile=9-->


    จากคุณ : <!--MsgFrom=9-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=9-->13 พ.ค. 49 12:10:29 <!--MsgIP=9-->]



    การที่เราเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ที่ชั้นดุสิตนั้น ชื่อว่าไม่ถูกต้อง เพราะผู้ฝึกวิชชาธรรมกายทุกสาย ยกเว้นวัดพระธรรมกาย จะทราบดีว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำคือใคร ก่อนเกิดหลวงพ่ออยู่ที่ไหน หลวงพ่อเกิดมาเพื่อทำอะไร เมื่อละโลกไปแล้วหลวงพ่ออยู่ที่ไหน ทำอะไร เพราะหลวงพ่อบอกเราตั้งแต่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่แล้ว ใครที่อ้างชื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าไปอยู่ชั้นดุสิต ถามว่าท่านเดินวิชชาอย่างไร เพราะภาคมารเขาจำแลงแปลงกายมาหลอกเราได้ ท่านรู้วิชชาตรวจสอบว่าอะไรจริงอะไรหลอกหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ผู้เป็นวิชชาธรรมกายชั้นสูงถือเป็นเรื่องหใหญ่แปลว่า เราเดินวิชชาถูกธาตุธรรมภาคขาวหรือไม่? ถ้าเดินไม่ถูก แล้วภาคใดอำนวยผลให้เราเห็นนั่นเห็นนี่ วิธีตรวจสอบว่าใครเดินวิชชาถูกธาตุธรรมหรือไม่มีอยู่ ผู้เป็นธรรมกายระดับสูงย่อมรู้อยู่แก่ใจ หลอกกันไม่ได้ เพราะเราตรวจกันไปถึงธาตุธรรมเชียวหนา....... ขอฝากไว้เป็นข้อคิดให้ท่านผู้เป็นบัณฑิตได้พิจารณษเถิด....... <!--MsgFile=10-->


    จากคุณ : <!--MsgFrom=10-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=10-->13 พ.ค. 49 13:45:44 <!--MsgIP=10-->]


    ขอบคุณ คุณสมถะมากนะครับที่เล่าให้ฟัง ของอย่างนี้ไม่รู้ว่าจะได้ยินจากที่ไหนได้อีก จากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เล่าเอง และเราถามต่อไปได้อย่างนี้ ถ้าไปถามพระ ท่านคงตอบอย่างนี้ไม่ได้ เพราะพระวินัยห้ามไว้ แต่คุณสมถะยังไม่ได้เป็นพระจึงตอบได้ จึงเป็นประโยชน์ในมุมกว้างมากครับ
    ผมจะเรียนถามว่า เวลาคุณสมถะเข้าอย่างนี้ หรือพานักเรียนไปอย่างนี้ เขาเห็นตรงกันไหมครับ กรุณาอย่าตำหนิผมที่ถามอย่างนี้ เพราะคนจำนวนมากที่ไม่เชื่อในวิชชานี้ เขาจะว่า คุณสมถะ เห็นไปเองคนเดียว เหมือนใช้คำที่ไม่สุภาพหรือตรง คือ เหมือน จิตหลอกตนเอง คุณสมถะได้สอบทาน แน่ใจว่าทุกคนทีพาไป เห็นตรงกัน และเป็นทีมเดียวกันเห็นเหมือนกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ คำถามนี้ ผมก็เคยถาม ศิษย์หลวงพ่อ ฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นเพื่อนหมอด้วยกันมาแล้ว เวลาเขาว่า เขาได้ไป กราบ พระเจดีย์จุฬามณี บนดาวดึงส์
    ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ <!--MsgFile=11-->


    จากคุณ : <!--MsgFrom=11-->จักรแก้ว
    [​IMG] - [ <!--MsgTime=11-->13 พ.ค. 49 14:12:20 <!--MsgIP=11-->]



    ต้องเห็นเหมือนกันนะครับ และเห็นตรงกันด้วยจึงจะพอเชื่อได้ว่าเห็นจริง คืออย่างนี้ครับ กายละเอียดนี่เราเห็นกันได้นะครับ แต่วิชชาต้องดีจริง คุยกันด้วยกายละเอียดก็ทำได้ จับมือถือแขนกันก็ได้ แต่ต้องฝึกมามากพอสมควร ไม่ใช่พอเห็น 18 กายแล้วจะทำได้ทุกคน เราต้องพัฒนาใจของเราให้มากกว่านี้จึงจะทำได้ มีตัวอย่างมากมายครับ ที่กายละเอียดเขาทำอะไรต่ออะไรร่วมกันร่วมกัน เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละท่านจึงไม่อาจกล่าวได้


    อีกแบบหนึ่ง เพื่อนเราเข้านิพพานไปถามความรู้พระพุทธเจ้า พอเราเข้าไปบ้างเราก็ถามพระองค์ว่าที่เพื่อนถามนั้นพระองค์ตอบไปเช่นนั้นใช่ไหม พระองค์ก็จะทรงยืนยันเอง การเดินวิชชาเป็นหมู่คณะต้องรู้เห็นตรงกัน วิชชาตรงกัน ได้ข้อมูลตรงกัน เพียงแต่ว่าเราจะเดินวิชชาละเอียดไปแค่ไหนหรือหยาบแค่ไหนเท่านั้นเอง


    แต่ต้องย้ำนะครับที่โดนหลอกก็เยอะคือไปเจอเหตุหลอกรู้ลวงญาณทัสสนะ เหตุจูงรู้จูงญาณแล้วไม่เฉลียวใจ ไม่ตรวจสอบให้ดี ความรู้จึงเชื่อถือไม่ได้ เราจึงต้องช่วยกันตรวจสอบ จะมานั่งเชื่อรู้เชื่อญาณทัสสนะตนเองอยู่คนเดียวไม่ได้ อันตราย เราไม่รู้ว่าเราจะหลงกลภาคมารเขาเมื่อไร


    อย่างเรื่องการบูชาข้าวพระพุทธเจ้า เราก็เห็นว่าพระองค์ทรงมารับ แต่พอตรวจสอบเข้าไป กลายเป็นมารจำแลงแปลงกายมาหลอกกิน เป็นอย่างนี้ร้อยทั้งร้อย วิธีการตรวจสอบคือ


    เมื่อเราเห็นพระพุทธเจ้า เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ เห็นผู้มีคุณ หรือเห็นใครก็แล้วแต่ในรู้ในญาณทัสสนะ อย่าเพิ่งเชื่อ ให้อาราธนากายธรรมพระอรหัตต์ของเรา ยิงเข้าไปที่ปากช่องจมูกของกายที่เห็นหญิงซ้าย ชายขวา เข้าไปทั้ง 7 ฐาน ไปอยู่ฐานที่ 7 ของกายที่เราเห็น อาราธนาดวงธรรมของเราให้เป็นเซฟ มรรค แก็ส กรด ไอ อัศนีย์ธาตุ กินละลายไปให้ทั่ว ดวงเหล่านั้นเขารู้หน้าที่เขาจะทำงานตามที่เราสั่ง เราก็สั่งอีกว่า ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ถ้าเป็นตัวจริงก็ขอให้ไม่ละลายถ้าตัวปลอมก็ให้ละลายไปสิ้น... เสร็จแล้วลำดับไปทุกกายของเขา ทำอย่างนี้ไปทุกกาย(18 กายหลักของเขา) ถ้าเป็นมารจำแลงแปลงกายมาหลอกเรา เราลำดับไปแค่ กาย สองกาย จะเจอกายมารอยู่ข้างใน เป็นกายดำซ้อนอยู่ในนั้น จากนั้นกายทีเขาจำแลงมาจะหายไปเลย นี่เป็นวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น วิธีหนึ่ง ยังมีอีกหลายวิธีตามแต่สถานการณ์


    เราจะเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่ได้ เพราะภาคมารเขาหลอกเรามาตลอด เชื่อไม่ได้เลย จะเห็นได้ว่า กว่าจะรู้เห็นอะไรได้สักอย่างดูว่าไม่ง่ายเลย ส่วนที่ใดที่สอนให้เห็นแล้วให้เชื่อว่าเห็นจริง ให้จิตนำไปก่อน อย่างนี้เสร็จหมด ที่เห็นนะเห็นจริง แต่สิ่งที่เห็นนะไม่จริง คำนี้ใช่ได้อยู่ แต่บางเรื่องเขาก็ไม่ขวาง เห็นได้จริงเพราะไม่ทำให้ภาคมารเขาเสียปกครอง เขาก็ยอมให้เห็น ฉะนั้นการเห็นโดยไม่ผ่านการตรวจสอบเข้าไปถึงธาตุธรรมต่างๆ ว่าใครส่งวิชชามาให้เห็น มีทั้งเห็นได้จริง กับเขาหลอกก็มี แต่เรื่องของพระพุทธเจ้านี้ ถ้าจะเห็นได้จริงและถูกต้อง ต้องเข้ากลางของกลางเท่านั้น เห็นแบบอื่น เชื่อไม่ได้... จะเชื่อไม่เชื่อแล้วแต่ท่านจะพิจารณาเอาเองนะครับ <!--MsgFile=14-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=14-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=14-->13 พ.ค. 49 15:40:33 <!--MsgIP=14-->]


    เรื่องแผ่นฌาณมีประโยชน์อะไรบ้าง ตามที่คุณxcvbnm ก็ต้องกล่าวโดยภาพรวมๆ ว่ามีประโยชน์ในการทำวิชชา โดยธรรมชาติแล้วกายพรหมทั้งหยาบและละเอียด มีแผ่นฌาณ 4 แผ่นเรียกว่า รูปฌาณ 4 ที่ก้นกายอยู่แล้ว กายอรูปพรหมทั้งหยาบและละเอียดก็มีแผ่นฌาณ 8 แผ่น ที่ก้นกาย คือรูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 ส่วนกายธรรม มีแผ่นฌาณครบทั้ง 8 แผ่น อารมณ์ฌาณของฌาณโลกกีย์กับฌาณโลกุตตระมีอารมณ์ฌาณเหมือนกัน ต่างแต่ว่าฌาณโลกุตตระอารมณ์ฌาณจะละเอียดกว่า


    ส่วนกายมนุษย์และกายทิพย์ทั้งหยาบและละเอียดไม่มีแผ่นฌาณที่ก้นกาย เราต้องพัฒนากันตอนเดินวิชชา การเหาะเหิรเดินอากาศในสมัยพุทธกาลก็คือการเดินฌาณให้เกิดแก่กายมนุษย์นั้นเอง ส่วนการทำวิชชาชั้นสูงเราก็เดินฌาณสมาบัติด้วย ให้แผ่นฌาณใสสะอาดด้วย


    อันที่จริงแล้วการเรียนวิชชาธรรมกายในระดับสูง มีเรื่องให้ต้องเรียนรู้อีกมาก ส่วนที่กล่าวเรื่อง การเดินวิชชาซ้อนกายซับกาย ซ้อนสับทับทวี ตั้งกายสุดหยาบสุดละเอียดนี่ เป็นแค่ขั้นเดินวิชชา 18 กายให้ละเอียดขึ้นเท่านั้น เพื่อให้กายใสจริงสะอาดจริง เตรียมพร้อมเพื่อจะเรียนสู่ขั้นอื่นต่อไป <!--MsgFile=15-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=15-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=15-->13 พ.ค. 49 15:56:20 <!--MsgIP=15-->]


    ขอบคุณมากนะครับ ผมเข้าใจแล้ว คุณสมถะตอบได้อย่างชัดเจนมากครับ <!--MsgFile=16-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=16-->จักรแก้ว
    [​IMG] - [ <!--MsgTime=16-->13 พ.ค. 49 19:25:24 <!--MsgIP=16-->]

    ผมนึกคำถามได้อีก ไม่รู้จะถามใคร สงสัยมานานแล้ว
    คำถามมีว่า ในความรู้ความเห็นของคุณสมถะ พระพุทธองค์ของเรา ท่านนั่งสมาธิ ในวันตรัสรู้ด้วย อานาปานสติ หรือวิชชาธรรมกายครับ
    แล้ว ทำไม ในพระไตรปิฎก พระพุทธองค์ทรงย้ำแต่ให้ทำอานาปานสติ ไม่ได้ย้ำเรื่องการทำวิชชา ธรรมกาย
    ขอบคุณมากนะครับ <!--MsgFile=18-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=18-->จักรแก้ว
    [​IMG] - [ <!--MsgTime=18-->14 พ.ค. 49 08:12:12 <!--MsgIP=18-->]


    ต้องเข้าใจคำว่า "วิชชาธรรมกาย" เป็นเพียงใช้เรียกผู้ฝึกสมาธิแนว "ธรรมกาย" เพื่อให้เห็น ธรรมกาย ไม่ใช่ว่าเราต้องไปตามค้นหาว่า คำว่าวิชชาธรรมกายไม่มีเลยในพระไตรปิฎก ในพระไตรปิฎกหรือในอรรถกถา ใคคัมภีร์โบราณ มีแต่คำว่า ธรรมกาย ไม่มีคำว่า "วิชชาธรรมกาย" เพราะคำว่า วิชชาธรรมกาย เป็นคำศัพท์ในภาษาไทย ไม่มีในบาลี เพราะแค่บ่งบอกว่า เป็นผู้ฝึกให้เห็น ธรรมกาย


    ส่วนเรื่อง ในพระไตรปิฎกบอกเรื่องอานาปานัสตินั้นก็เป็นไปตามนั้น แม้หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ปฏิบัติแบบอานาปานัสสติในวัดโบสถ์บน บางคูเวียง แล้วจึงเห็น ธรรมกาย แบบเดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงกระทำก่อนการตรัสรู้ ตรงนี้เราต้องเข้าใจว่า ไม่ว่าจะปฏิบัติแบบอานาปานัสสติ หรือจะเป็นแบบกัมมัฏฐานทั้ง 40 วิธี สุดท้ายก็เป็นทางสู่มรรคมีองค์แปดเหมือนกัน และต้องเข้ากายในกายเป็นชั้นๆ เรื่อยไปเหมือนกัน เพียงแต่ท่านกล่าวแต่วิธีการ ไม่ได้บอกเรื่องกายในกายซึ่งผู้ปฏิบัติอย่างถูกต้องแล้วจะรู้เองเห็นเอง แต่อันที่จริงแล้วเรื่องกายในกายท่านก็กล่าวเอาไว้มากมายทั้งในพระไตรปิฎกเรื่องรูปกาย และนามกาย รวมทั้งเรื่องธรรมกายด้วย


    คนที่ปฏิบัติแล้วเห็นแล้ว เข้าถึงแล้วเขาก็มีความเห็นว่า ธรรมของพระพุทธเจ้านี้ ไม่ใช่มีแต่ในตัวหนังสือ แต่ถ้าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ต้องเข้าสู่ภาคปฏิบัติ หลายๆ เรื่องในพระไตรปิฎกบอกไว้เป็นไกด์ลาย เมื่อเราปฏิบัติเข้าจริงแล้ว ผลของการปฏิบัติที่เรียกว่าปฏิเวธธรรมนั้นวิจิตรพิสดารกว่าที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกเสียอีก


    ผมพยายามให้ข้อมูลมากมายเพื่อให้ทุกท่านเชื่อมโยงความมหัศจรรย์ของภาคปฏิบัติ สำหรับคนที่มีใจเป็นกุศลไม่คิดเบียดเบียนกัน ก็จะมองและพิจารณาตามได้ แต่สำหรับคนที่มีใจมากด้วยอกุศลคิดแต่จ้องทำลายกัน อย่าว่าแต่อ่านเลย แค่เห็นหัวข้อโทสะก็เกิดแล้ว บางคนอ่านก็เพียงเพื่อจะจับข้อผิดพลาด มองข้ามข้อมูลดีๆ มองหาแต่ข้อผิดพลาด นี่แหละคือพวกอกุศลบังคับใจเขาอยู่ บอกยังไงก็ไม่มีวันเห็นจุดประสงค์ที่แท้จริง ขอให้ตรองดูเถิด <!--MsgFile=19-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=19-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=19-->14 พ.ค. 49 10:54:42 <!--MsgIP=19-->]

    ขอเรียนว่าเรื่องอานาปานัสสติที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนั้น เป็นเรื่องเดียวกับฐานของใจทั้ง 7 ฐาน ส่วนจะไปละม้ายคล้ายเรื่องจักกระหรือปราณแบบพวกอื่นก็ว่ากันไป คืออย่างนี้ครับ


    หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ปฏิบัติแบบอาณาปานัสสติ คือกำหนดลมหายใจเข้าออก เมื่อท่านปฏิบัติจริงจังโดยอธิษฐานขอเอาชีวิตเข้าแลก ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง หลวงพ่อฯก็ใช้วิธีแบบอาณาปานัสสติ แต่มีช่วงนึงลมหายใจเข้ากับลมหายใจออกยาวเท่ากัน ก็จะเห็นดวงปฐมมรรคแวบนึง เป็นอย่างนี้อยู่หลายครา หลวงพ่อจึงไม่เอาใจวิ่งเข้าวิ่งออกตามลมหายใจอีก โดยเอาใจนิ่งที่ดวงที่เห็นอย่างเดียว และในที่สุดหลวงพ่อเห็นจุดเล็กใสเท่าปลายเข็มกลางดวงใส แล้วจึงเห็นวิชชาความรู้ต่างๆ ขึ้นมา


    ซึ่งเมื่อมาเปรียบโดยหลักวิชชาแล้ว อานาปานัสสติคือการกำหนดลมหายใจเข้าออกนี้ ลมหายใจวิ่งเข้าวิ่งออกครบทั้ง 7 ฐานทุกครั้ง หลวงพ่อฯจึงได้ความรู้เพิ่มอีกว่า ทั้ง 7 ฐานนี่ เป็นทางไปเกิดมาเกิดของสัตว์ดโลกด้วย เป็นที่หลับที่ตื่นของสัตว์โลกด้วย หลวงพ่อท่านจึงใช้ฐานที่ตั้งถึง 7 ฐาน จะเรียกว่าฐานของลมหายใจ 7 ฐานก็ได้ ถามว่าทำไมไม่มีบัญญัติไว้ในสมัยพุทธกาล เพราะเหตุว่าการกำหนดอานาปานัสสติครอบคลุมเรื่องฐานของใจทั้ง 7 ฐานอยู่แล้ว เพียงแต่ยุคนี้หลวงพ่อท่านทำให้ชัดเจนขึ้น และแทนที่หลวงพ่อจะสอนแบบกำหนดลมหายใจแบบอาณาปานัสสติ หลวงพ่อก็มาสอนแบบอาโลกสิณ(กสิณแสงสว่าง) และแสดงทางเดินของใจถึง 7 ฐาน เพราะเหมาะกับคนทุกจริตนั่นเอง


    โดยหลักการบำเพ็ญภาวนานั้นต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือบริกรรมนิมิต บริกรรมภาวนา และที่ตั้งของใจ ถ้าเป็นอานาปานัสสติ บริกรรมนิมิต คือ ลมหายใจ บริกรรมภาวนาจะเป็นอะไรก็ได้ เช่น พุทโธ ที่ตั้งของใจก็คือลมวิ่งเข้าวิ่งออก ลมวิ่งออกจากจุดไหน ลมวิ่งเข้ามาถึงจึดไหน นั่นก็คือที่ตั้งของใจนั่นเอง ในกาลก่อนมีพระอริยสงฆ์หลายท่านก็ปฏิบัติแบบอาณาปานัสสติจนเห็นดวงปฐมมรรคเช่นกัน เช่น สมเด็จโตฯ ครูบาศรีวิชัย หลวงปู่มั่น ฯลฯ เพียงแต่ท่านปฏิบัติได้แล้วท่านก็ไปกำหนดจิตตรงว่างใสในดวงนั้น ก็ส่งผลให้รู้เห็นอะไรต่ออะไรได้ด้วยญาณทัสสนะ เพียงแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำโชคดีกว่าตรงที่หลวงพ่อ เข้ากลางของกลางได้ เพราะหลวงพ่อละจากดวงใสแรก โดยเข้ากลางของกลางจนไปเห็นเรื่องกายในกาย


    จึงขอให้เข้าใจเถิดว่า อานาปานัสสตินั่นแหละที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่ผิด สามารถเห็นกายในกายได้เหมือนกัน พระพุทธเจ้าเพียงเป็นผู้บอกทาง เมื่อเราปฏิบัติแล้ว ผลจะเกิดกับเราเอง <!--MsgFile=20-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=20-->สมถะ
    [​IMG][​IMG] - [ <!--MsgTime=20-->14 พ.ค. 49 14:44:46 <!--MsgIP=20-->]



    ขอบคุณนะครับ ผมคิดว่ากระทู้นี้ คุณสมถะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านมากที่สุดในเรื่องวิชชาธรรมกายเลยครับ <!--MsgFile=21-->

    จากคุณ : <!--MsgFrom=21-->จักรแก้ว
    [​IMG] - [ <!--MsgTime=21-->14 พ.ค. 49 20:28:22 <!--MsgIP=21-->]

    <!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"-->
    <!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"--><!--pda content="end"-->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2006
  2. ohogamez

    ohogamez เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    361
    ค่าพลัง:
    +2,327



    O
     
  3. Attawat_Rx

    Attawat_Rx เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    2,183
    ค่าพลัง:
    +18,399
  4. KomAon11

    KomAon11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    4,810
    ค่าพลัง:
    +18,981
    ว่างๆ ช่วยอธิบาย เรื่อง กายๆ หน่อยครับ

    ผมงงจริงๆ
     
  5. ศิษกวนอู

    ศิษกวนอู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    92
    ค่าพลัง:
    +220
    อืมครับ ครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้ก้ขอไห้บอกด้วยแล้วกันว่า กายๆ อารายพวกนี้น่ะมันคืออะไร ด้วยก็ดีนะครับ
     
  6. vichian

    vichian เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2005
    โพสต์:
    8,164
    ค่าพลัง:
    +41,918
    อ่านแล้วไม่เข้าใจ รู้สึกว่าคุณ สมถะ อธิบายเสียจนรู้สึกว่า การไปพบพระบรมศาสดา กับ นิพพาน นั้นค่อยข้างยุ่งยากมาก ศัพท์แสงก็มากมายวิจิตรพิศดารมะรังมะเรือง แล้ว คำว่า กาย กาย กาย กาย กาย กาย มันกายอะไรมั่งก็ไม่รู้เยอะไปหมด ช่วยอธิบายหน่อยเถอะนะ เอาภาษาชาวบ้าน ชาวบ้านที่พูดแล้วเกิดความเข้าใจหน่อย ไม่ใช่เข้าใจอยู่คนเดียว


    สวัสดีมากครับ
     
  7. สมถะ

    สมถะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,091
    ค่าพลัง:
    +972
    ถ้าเข้าใจง่าย ใครๆ ก็ไปได้หมดแล้วนะครับ แต่ไม่ยากดอกครับ ถ้าเราเรียนรู้และฝึกฝนมาอย่างถูกหลักวิชชาแล้วทำได้ทุกคนครับ วิปัสสนาจารย์ผู้เชี่ยวชาญฝึกให้เราไปรู้ไปเห็นในนิพพานได้มีอยู่ครับ ขอแต่ผู้เรียนสนใจเรียนจริง เวลานี้มีคนทำได้หลายร้อยคนแล้วครับ การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในอายตนะนิพพานเนี่ยะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2006
  8. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,770
    อยากฝึกได้บ้างจังครับ
     
  9. สมถะ

    สมถะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,091
    ค่าพลัง:
    +972
    ขอเชิญท่านผู้สนใจใฝ่รู้ในวิชชาธรรมกายทั้งหลาย เข้าไปอ่านข้อมูลในหัวข้อกระทู้เหล่านี้ ซึ่งผู้จัดทำพยายามรวบรวมข้อมูลหลายแง่มุมที่มักมีผู้ถามเกี่ยวกับวิชชาธรรมกายมาให้อ่านและวิเคราะห์กันนะครับ


    หัวข้อทั้งหมดนี้ เข้าไปอ่านได้ที่นี่ http://khunsamatha.com/

    วิชชาธรรมกายเบื้องต้น

    วิชชาธรรมกายเบื้องต้น การรวมใจทำอย่างไร?

    วิชชาธรรมกายเบื้องต้น วิธีการฝึกให้สภาพใจใสสว่าง

    วิชชาธรรมกายเบื้องต้น เราเกิดมาทำไม ? เราจะตายอย่างไร ?

    วิชชาธรรมกายเบื้องต้น เราจะสร้างบารมีอย่างไร ?

    เรียนวิชชาธรรมกาย "ไม่ทำให้งมเข็มในมหาสมุทร"




    วิชชาธรรมกายระดับกลาง

    จะต่อวิชาอย่างไรครับ เมื่อเห็นดวงปฐมมรรคแล้ว

    "เห็นสิบแล้วเห็นศูนย์ เป็นเค้ามูลสืบกันมา ฯลฯ"

    ใจละเอียด กายละเอียด (ทำไมต้อง ๑๘ กาย)

    เมื่อจิตตกภวังค์ จิตอยู่ที่ฐานไหน?

    เรื่องเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า




    วิชชาธรรมกายระดับสูง

    ฌาณคืออะไร ? ฌานเกิดจากอะไร ?

    วิชชาธรรมกาย : ภาคพิจารณา วิปัสสนาภูมิ

    การเดินวิชชาธรรมกายตามแนว สติปัฏฐาน ๔

    พิจารณาอริยสัจ ๔ ในญาณ ๓

    "รู้วิธีเดินอริยสัจ"

    วิชชาธรรมกาย : วิธีทดลองจิตว่าอาสวะจะสิ้นเพียงไหน




    เรื่องเกี่ยวกับธาตุธรรม และจักรพรรดิกายสิทธิ์

    กายสิทธ์ คืออะไร?

    ธาตุธรรม ๓ ฝ่าย


    บุคคลยุคต้นวิชชา


    ประมวลภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำ


    แม่ชีอาจารย์ในวัดปากน้ำ

    อภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ


    พ่อตาจอมพลถนอม กิตติขจร พิสูจน์ความจริง


    สามเณรธรรมกาย


    กายทิพย์…ขึ้นขบวนแห่สู่สวรรค์ชั้นดุสิต





    พยานบุคคล

    ราชโอรสในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระนิพนธ์เรื่องธรรมกาย

    ธรรมกาย” ในแนวคิดพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส)


    พระทิพย์ปริญญาเขียนเรื่องธรรมกาย



    ข้อมูลสืบค้นทางประวัติศาสตร์

    เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ปฐมมรรค

    ที่มาของวิชชาธรรมกาย สืบค้นร่องรอยทางประวัติศาสตร์

    วิชาธรรมกายคืออะไร ? เทียบกับข้อมูลในพระไตรปิฎก


    คำถามที่ชอบถาม

    วิชชาธรรมกายสอนให้ติด "นิมิต" จริงหรือ?

    มีคนโจทย์กันว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำเลิกฝึก"ธรรมกาย" จริงหรือ?

    ถามจริงค่ะ มีคนบรรลุวิชาธรรมกาย ของหลวงพ่อสดเยอะขนาดไหนคะ?

    อยู่อเมริกาจะเรียนวิชชาธรรมกายได้ไหม?


    เกี่ยวกับอัตตา อนัตตา เป็นอย่างไร

    นิพพานสูญหรือไม่สูญ ?

    ข้อควรพิจารณาเรื่อง “อนัตตา”


    ปกิณกะ

    สุญญตา และ จิตว่าง ในพุทธศาสนา

    เรื่อง สวรรค์ – นรก – เทวดา – พรหม มีจริงหรือ ?

    ตายแล้วเกิดได้อย่างไร?




    กระทู้เชิญชวนครับ


    ชมรมวิทยากรวิชาธรรมกาย ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
    http://www.crystalmind.org/



    ตำราหลักสูตรต่างๆ ของวิชชาธรรมกาย

    แนวเดินวิชา หลักสูตรคู่มือสมภารของหลวงพ่อวัดปากน้ำhttp://www.crystalmind.org/library/somphan/index.htm


    แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ๑
    http://www.crystalmind.org/library/makphol1/index.htm


    แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ๒
    http://www.crystalmind.org/library/makphol2/index.htm



    ตำราปราบมารภาค ๑ - ๕

    ปราบมาร ๑
    http://www.crystalmind.org/library/prabmarn1/index.htm

    ปราบมาร ๒
    http://www.crystalmind.org/library/prabmarn2/index.htm

    ปราบมาร ๓
    http://www.crystalmind.org/library/prabmarn3/index.htm

    ปราบมาร ๔
    http://www.crystalmind.org/library/prabmarn4/index.htm

    ปราบมาร ๕
    http://www.crystalmind.org/library/prabmarn5/frameset.htm



    คุยกับ สมถะ เชิญที่ http://khunsamatha.fix.gs/index.php


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤศจิกายน 2011
  10. อวทม45

    อวทม45 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    331
    ค่าพลัง:
    +1,832
    [​IMG] สาวกภาษิต
    <HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
    สังยุตตนิกาย นิทานวรรค

    ๗. อาณิสูตร
    [๖๗๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
    อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุ
    ทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่า
    ทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมา
    โครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุ
    ทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก
    มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟัง
    จักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษา
    แต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มี
    อักษรอันวิจิตร มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จัก
    ปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญ
    ธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ
    [๖๗๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้ว
    อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธาน
    ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขา
    กล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบ
    ด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่ง
    จิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุ
    ทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
    จบสูตรที่ ๗


    เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ บรรทัดที่ ๗๐๔๖ - ๗๐๖๖. หน้าที่ ๓๐๒.
    http://84000.org/tipitaka/pitaka_ite...66&pagebreak=0
    ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
    http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=16&i=672

    เอามาจากลานธรรมครับ เห็นมีคุณประโยชน์ดี
     
  11. ปราชญ์ขยะ

    ปราชญ์ขยะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    95
    ค่าพลัง:
    +256
    สาวกภาษิตที่บูชาพระพุทธองค์ด้วยการเข้าถึง พิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติ แล้วไงครับคุณwawa อย่าได้ยกอะไรๆ ในพระสูตรโดยไม่รู้ที่มาที่ไปมาปรามาสนักปฏิบัติเลย...
     
  12. กายในกาย

    กายในกาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    440
    ค่าพลัง:
    +1,265
    ผมเอาแค่ เราไม่ทำบาปกับเรา และกับคนอื่น อยากนั่งสมาธิ แต่ไม่ได้นั่งเลย น่าเสียดาย
     
  13. น้องหน่อยน่ารัก

    น้องหน่อยน่ารัก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    1,998
    ค่าพลัง:
    +5,064
    ฮือๆๆ ยากสุดๆๆ นั่งแล้วบ่เห็นอะไรเลยอ่า
    ผมฝึกสายสติปัฏฐานสี่ มีกิเลสมาปัดออกอย่างเดียวอ่ะก๊ะ
    ไม่เคยฝึกสายกสินเลย แต่มีวันหนึ่ง ค่อยๆ ลืมตาแล้วเห็นภาพกสินตอนลืมตา


    แล้วส่งผลไหมต่อการเห็นนิมิตรตอนลืมตาเช่น พระอาทิตย์สว่างจ้า
    เป็นนิมิตรที่จิตน้อมถึงพระอมิตาพุทธ (พระนามแปลว่าแสงธรรมไร้ประมาณ)
    แล้วก็เห็นดาวสามดวงสว่างมากๆ สีแดงสุดๆ อันนี้ก็นิมิตรขณะลืมตา


    ฝึกจนท้อเพราะว่างหมด มะเห็นอะรัยเยย
     
  14. OO.OO

    OO.OO เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    580
    ค่าพลัง:
    +29,548
    OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO


    แล้วคุณเข้าถึงสุญตาธรรมหรือยังคุณWAWA ช่วยอธิบายหน่อยสิ

    เอาตามสภาวะ เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องทฤษฎีมากนะ


    ผมเสียดายจัง ที่ปานโสมเขาชวนคุณไปที่บ้าน แต่คุณไม่ยอมไป
     
  15. สมถะ

    สมถะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,091
    ค่าพลัง:
    +972
  16. tOR_automotive

    tOR_automotive เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    582
    ค่าพลัง:
    +184
    เมื่อครั้งกระโน้น ท้าวสหับดีพรหม นิมนต์พระสมณโคดมให้โปรดเวไนยสัตว์
    ไหน ๆ ได้พบพระองค์แล้วก็นิมนต์ท่านมาโปรดสัตว์โลกที่เมืองมนุษย์ด้วยนะครับ

    หากท่านตรัสกลับมาว่าอย่างไรช่วยนำมาบอกบ้างนะครับ

    จะกราบเท้างาม ๆ 3 หน
     
  17. สมถะ

    สมถะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,091
    ค่าพลัง:
    +972
  18. นายตถาตา

    นายตถาตา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2010
    โพสต์:
    830
    ค่าพลัง:
    +705
    แล้วจะรู้ว่า....มีจริง
     
  19. เฮียเครียด

    เฮียเครียด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2011
    โพสต์:
    877
    ค่าพลัง:
    +332
    ถึงจะรู้..................
     

แชร์หน้านี้

Loading...