.เรื่องเล่า พลัง ในวัตถุมงคล หหลวงปู่หมุน คุณยายชีนวล แสงทอง หลวงปู่นวยถ้ำวัวแดง หลวงปู่สุธัมม์

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย kwich, 20 พฤษภาคม 2019.

  1. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    การตรวจพลังพุทธคุณในพระเครื่องหลวงปู่หมุน พระผงดวงเศรษฐี เหรียญมังกรคู่ เหรียญหลังหนุมาน ฯลฯ ลองฟังดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มิถุนายน 2019
  2. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    เค้าบอกมา วิธีลัดในการเพิ่มพลังพระเครื่องที่เราบูชา การเสริมดวงชะตา เพิ่มกำลังให้กับครูบาอาจารย์ที่เรานับถือ และท่านคุ้มครองช่วยเหลือเราอยู่ ใครนับถือหลวงปู่หมุน หลวงพ่อกวย พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ฯลฯ ลองฟังดูครับ (ผมไม่ใช่ผู้บรรยายนะ)
     
  3. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    พระเครื่องที่บูชา บางทีก็มีพลังพุทธคุณ เพิ่ม หรือ ลด ได้ ลองฟังดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มิถุนายน 2019
  4. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    เรื่องเล่า พระเครื่องหลวงปู่หมุน ที่ติดเกศา หลวงปู่หมุน หลวงปู่ละมัย หลวงปู่สรวง เกศาครูอาจารย์พลังเท่ากับตัวท่าน การบูชาให้ได้ผลต้องมีศีล เป็นที่รองรับ ยอดกายสิทธิ์
     
  5. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    เชิญรับพระจากหลวงปู่หมุน ให้โชคให้ลาภกันครับ
     
  6. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ตามหาพระอรหันต์ยุคปัจจุบัน ตอน1 ภิกษุที่มองเห็นอนาคตยังมีอยู่จริง
    หลวงปู่หมุน หลวงพ่อเมฆวัดป่าขวาง พระอจินไตย วิชาธาตุ วิชาอิทธิบาท 4 หลวงพ่อวัดท่าซุง หลวงปู่ดู่ ท่านอาจารย์เทสก์ เทสรังสี หลวงพ่อคง เขาสมโภชน์
     
  7. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ตอนที่ 9 ครับ (ผู้บรรยายไม่ใช่ผมนะครับ) พูดถึง หลวงปู่มหาเมฆ บอกถึงภัยใหญ่ของประเทศ ในปี 2535 ที่หลวงพ่อฤาษีฯท่าน อธิษฐานช่วยแก้ไข และนิมิตร หลวงปู่หมุนมาบอกให้บูชาพระหลวงพ่อทวด ที่เสกไว้แจกทหาร ในภัยใหญ่ชายแดนใต้ ครับ
     
  8. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ชมวิชาที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันครับ ของพ่อท่านเสือเล็กวัดควนซาง(มรณภาพแล้ว)
    ท่านเรียนวิชาสายเขาอ้อ และครูบาอาจารย์หลายรูป ที่ได้พบกันระหว่างออกธุดงค์
    ในวัย 102 ปี เวลาไปพบท่าน ก็มักจะเห็นท่านนั่งเขียนยันต์ในใบลานเพื่อสานตะกร้อ หรือลูกตรุด เครื่องรางที่ไม่ค่อยพบเห็นจากที่ไหนมาก่อน หรือไม่ก็เขียนยันต์ในแผ่นตะกั่ว ผูกรัดปมเชือกคาดเอว วิชาเหล่านี้ท่านเขียนและทำเองทุกขั้นตอน
    และสำหรับเด็กเล็ก ท่านจะทำสายสิญจ์ผูกข้อมือให้แบบพิเศษ ของทางภาคใต้ คือเขียนยันต์ในแผ่นกระดาษเล็กๆ แล้วใช้สายสิญจ์พัดม้วนรอบกระดาษที่ม้วนเหมือนตะกรุด แจกให้กับคนแถววัดนำไปให้ลูกหลานผูกข้อมือ
     
  9. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    s106.jpg
    พ่อท่านเสือเล็ก หิรัญโญ


    พ่อท่านได้ถือกำเนิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๕๖ ตรงกับปีนักษัตรปีขาล ณ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    เนื่องจากโยมพ่อของท่านเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องของพระพุทธศาสนารวมถึงมีความชื่นชอบคาถาอาคมเป็นทุนเดิม
    จึงได้เดินทางมาอุปสมบทและฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ทองเฒ่าเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ
    ในขณะนั้นเด็กชายเล็กวัย ๑๓ ขวบที่ติดตามมาด้วย ได้ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเขาอ้อเช่นกัน

    วัดเขาอ้อ ถือเป็นสำนักไสยศาสตร์ชั้นดี โดยเฉพาะในยุคของพระอาจารย์ทองเฒ่า (พระครูสังฆาพิจารณ์ฉัททันต์บรรพต) เป็นเจ้าอาวาส
    จะมีทั้งบรรพชิตและฆราวาส หลั่งไหลกันเข้ามาเล่าเรียนวิชาอาคมกันเป็นจำนวนมาก
    สามเณรเล็กได้เรียนวิชาที่บิดาถ่ายทอดให้ซึ่งเป็นวิชาของ พระอาจารย์ทองเฒ่า
    และยังได้แสวงหาขอเรียนวิชาอาคมจากเหล่าผู้มาฝึกฝนเล่าเรียนวิทยาคมที่วัดเข้าอ้อ เพื่อเสริมให้ตัวเองมีความรู้เพิ่ม

    จนเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ท่านจึงอุปสมบทและศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย
    เรียนบาลีมูลกัจจายน์ และเรียนวิชาอาคมเวทย์มนต์ต่างๆ จากบรรดาครูบาอาจารย์ในวัดเขาอ้อจนมีความเชี่ยวชาญ
    บางครั้งก็มีพระจากเขมร จากลาว เดินทางเข้ามาเรียนวิชาของเขาอ้อ
    พ่อท่านก็ขอเรียนวิชา ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปเรียนที่อื่น
    เอาวิชาของเขามาเรียนรู้ มาดัดแปลงและใช้ไปตามสภาพของแต่ละสถานการณ์



    ในปี ๒๔๘๓ ท่านจึงติดสินใจลาสิกขาบท ออกจากร่มกาสาวพัสตร์
    เพื่อช่วยเหลือครอบครัว บุพการีในการประกอบสัมมาอาชีพ
    และแต่งงานสร้างครอบครัวตามความตั้งใจของมารดา

    เมื่อท่านได้ครองเรือนมาระยะหนึ่ง ท่านบังเกิดความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส
    มีจิตใจขวนขวายกลับสู่เพศบรรชิตศิษย์ตถาคตอีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อท่านอายุได้ ๓๓ ปีในปีพุทธศักราช ๒๔๙๐ ท่านจึงได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์
    โดยมีพระครูวิเชียรรัตนากร วัดเขาแก้ววิเชียร เป็นพระอุปัฌาย์
    จากนั้นท่านได้จำพรรษา ณ วัดนันทาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ในช่วง ๕ ปีที่ วัดนันทานาม นอกจาก ท่านได้ศึกษาสรรพวิชาจนหมดสิ้นกระบวนแล้ว
    ท่านยังได้รับมอบหมายเป็นครูสอนธรรมะแก่พระภิกษุ สามเณร ในวัดนันทารามอีกด้วย
    จากนั้นท่านจึงได้ออกเดินทางธุดงค์ตามป่าเขา เพื่อแสวงหาความวิเวก อันสัปปายะเหมาะแก่การศึกษาข้อธรรมให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

    ท่านมาสร้างวัดควนซางเมื่อปี ๒๔๙๘ ท่านเคยเล่าว่าสมัยนั้นบริเวณนี้ยังคงเป็นป่าและไม่มีวัด
    ชาวบ้านมาเห็นท่านปักกรดจึงนิมนต์ขอให้ช่วยสร้างวัด
    ผ่านไปปีเศษ พอวัดเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ท่านก็ออกธุดงค์ เข้าป่าขึ้นเขา
    ด้วยความชอบของท่านที่ว่าอยู่ในป่าในเขาสบายดีไม่ต้องมีใครมากวนใจ

    จนกระทั่งในปี ๒๕๐๐ พ่อท่านได้เดินทางไปถึงวัดประสิทธิชัย(ท่าจีน) อำเภอเมืองจังหวัดตรังและจำพรรษาที่นั่นในปีนั้น
    ตลอดพรรษาพ่อท่านเล็กได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนวิชาจาก พระอาจารย์วัน มะนะโส พระผู้ใหญ่ของจังหวัดตรังในขณะนั้น
    เมื่อสิ้นพระอาจารย์วัน แล้ว ก็ได้ขอเรียนวิชาเพิ่มกับพระครูปฏิภาณธรรมรส(ภายหลังได้เลื่อนเป็น พระมงคลสิทธิการ) ผู้สืบวิชาและเป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์วัน


    ในปี ๒๕๐๒ พ่อท่านเล็กได้เดินทางไปขอศึกษาเล่าเรียนกับ พระอาจารย์ศรีแก้ว กุลคุโณ วัดไทรใหญ่(วัดเก่า) ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ตลอดพรรษา
    ในปี ๒๕๐๔ ท่านได้เดินทางมาจำพรรษา ณ วัดนันทาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ได้เป็นศิษย์เรียนวิชา กับพ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ

    จนกระทั่งถึงปี ๒๕๓๒ ท่านได้เดินทางจำพรรษา ณ วัดต่างๆ เพื่อศึกษาเล่าเรียนสรรพวิชาต่างๆให้จนหมดสิ้น .....

    ระหว่างปี ๒๕๓๓ ถึง ๒๕๔๘ ท่านได้เดินทางไปประจำพรรษา ที่วัดปากเชียร อำเภอเชียรใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช .....

    กระทั่งในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบันพ่อท่านเล็กได้เดินทางมาจำพรรษา ณ วัดควนซางอำเภอรัษฏา จังหวัดตรัง วัดที่ท่านได้ดำริและสร้างไว้เมื่อ ๕๐ ปีก่อนหน้านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มิถุนายน 2019
  10. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    เรื่องเล่า หลวงปู่หมุน ตอน 10 เรื่องจริงในไฟใต้
    หลวงปู่มหาเมฆ รักษาคนถูกคุณไสย์ ผู้ทำใช้รูปถ่ายสื่อถึงเจ้าตัว
    การห้อยพระหลวงปู่ทวด ช่วยลดทอนพลังร้ายป้องกันคุณไสย์ได้
    พระเครื่องคือตัวแทนพระรัตนตรัย มีพลังช่วยป้องกันภัย แก้ไขบรรเทากรรม เสริมลาภ ให้กับผู้บูชา
    นายทหารผู้ฝึกวิชาจักรพรรดิ์ตามแนวคำสอนหลวงปู่ดู่ ในชายแดนใต้ นิมิตรหลวงปู่ดู่มาเตือนและช่วยแก้ไขคุณไสย์ที่ฝ่ายไสยมืดส่งมากระทำ
    เรื่องวัวธนู ที่ผู้บูชาโดนส่งคุณไสยจนวัวธนูแตกร้าว เจ้าของผู้ถูกกระทำลำตัวเป็นรอยมีดคัทเตอร์กรีด รักษาได้ด้วยน้ำมนต์ยอดเกจิในชายแดนใต้
    เรื่องต่างๆ รับฟังได้ใน ตอนที่10 นี้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 มิถุนายน 2019
  11. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ขอนำเกล็ดการสวดคาถา พระฉิมพลี ที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟส มาฝากครับ
    สำหรับหรับท่านที่สวดบทนี้อยู่

    คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม “ ประวัติธรรมคำสอน ”( เรือนบุญเติม เรือนเติมบุญ )
    พรวุฒิ ชมดวง

    . การสวดคาถา พระฉิมพลี
    ✨ (ให้ทรงอนุภาพ ความศักดิ์สิทธิ์ ) ✨

    เมือทำการสวดแล้ว ให้น้อมระลึกอารธนาคุณถึงพระสีวลีด้วย กำหนดรู้ระลึกถึงท่าน เหมือนระลึกถึงคุณแม่บุญเรือน เช่นกัน นี่คือสิ่งทำคัญในการเข้าถึงหัวใจพระคาถา พระสีวลีท่านเป็นประธาน ไม่ระลึกไม่รู้จักท่านไม่ศรัทธาท่านไม่ใด้. ผลความศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ แต่ถ้าระลึกพร้อมด้วยแล้ว ทรงอนุภาพ ลองทำดูก่อน แล้วค่อยเขื่อก็ใด้ ข้าพเจ้าสวดแบบนี้ ระลึกเช่นนี้ ทำสิ่งใด้ สวดที่ไร เกิดอนุภาพทุกครั้งที่สวด สาธุ

    นะชาลีติ ฉิมพาลี จะ มหาเถโร
    สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา
    พลาพลังมามา โภคะมามา มหาลาโภมามา
    สัพเพชะนา พหูชะนา ภวันตุเม ( เต )

    ✨คาถาพระฉิมพลี คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม คือคาถาพระสีวลี เป็นคาถาที่กล่าวน้อมสัการะบูชาสรรญเสริญคุณพระสีวลี เถระเจ้า ผู้มีลาภมาก ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน

    ✨คาถาพระฉิมพลี มีความสิทธิ์ทรงอนุภาพ ด้านโชคลาภ เพราะประธานของคาถาคือพระสีวลี พระเถระเจ้า อัครสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้มีบารมีด้านลาภเหนือผู้ใด เพราะบำเพ็ญเพียรบารมีมามากยิ่ง ฉะนั้น พวกเราทั้งหลายผู้สวด ผู้น้อมยินดีในลาภ ควรระลึกนึกถึง ให้จิตให้ใจ
    รู้จัก ระลึกถึงใด้ ถึงองค์พระสีวลีเถระเจ้า

    คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม เป็นผู้รับมอบพระคาถาพระฉิมพลี มาจากท้าวสักกะเทวราช ที่อัญเชิญคาถาพระสีวลีมามอบให้คุณแม่บุญเรือน. เป็นตัวแทน เผยแผ่พระคาถา ให้กับผู้คนทีมีใจปราถนา ใด้ระลึกสวดพระคาถาเพื่อให้เกิดลาภแด่ผู้สวด. คาถาต่างๆที่ทรงอนุภาพความศักดิ์สิทธิ์ นั้น มนุษย์ธรรมดาทั่วไป ไม่สามารถ อันเชิญมาใด้ เพราะบารมีน้อย จึงไม่มีกระแสหรือมีอนุภาพบารมีอะไร อัญเชิญมาเผยแผ่ใด้ ต้องเป็นผู้มีบารมีกว้าง เป็นผู้มีบารมีใหญ่ จึงสามารถอัญเชิญ มาเผยแผ่ ต่อมนุษย์ใด้ ยิ่งผู้อัญเชิญบารมีธรรมมาก ทรงอภิญญามาก ก็มีอนุภาพความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งนัก เมือเผยแผ่แด่มนุษ พระคาถาจึงมีอนุภาพศักดิสิทธิ์สูงยิ่งนัก

    . ✨เหตุใดเล่า ผู้มีบารมียิ่งมาก อัญเชิญคาถาก็ยิ่งมีศักดิ์สิทธิ์ เพราะผู้มีบารมีมาก มีบุญญาธิการมาก ยิ่งมีฤทธิ์มากนั้นเปรียบเสมือนนายก กษัตริย์ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี นายกคนนี้ มีบารมีมาก มีความสามารถ ช่วยเหลือชาติบ้านเมือง ผู้คน ให้มีความเจริญมาก ผู้คนก็ยิ่งเจริญ บ้านเมืองก็จะเจริญ
    นายกอีกท่านทไม่มีบารมีใด ก็ช่วยเหลือบ้านเมืองใด้น้อยนิด ผู้เป็นตัวแทนเผยแผ่จึงมีความสำคัญมาก. บารมีมาก คาถาย่อมเปล่งอนุภาพมาก
    ✨ องค์ประธาน พระสีวลีมีความศักดิสิทธิ์ด้วยบุญบารมีมากด้านลาภ พระเดชพระคุณคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ผู้รับมอบ ทรงบารมีมีทรงฤทธิ์มาก พระคาถาพระฉิมพลี ใด้กำหนดอธิฐาน จากพระเถระเจ้าไว้แล้วด้วยซื่อนาม สีวลีท่าน เป็นประธานของคาถา เป็นต้นเป็นเหตุของโชคลาภเป็นความอุดมสมบุรณ์ พูลสุขเพิ่มขึ้นผู้รับมอบ น้อมรับอธิฐานลงสู้จิต ที่มีอถภิญญามาก จิตที่มีอภิญญามาก ใด้อันเชิญคาถาอันมีหมายว่ามีภาภ มีอาหาร มีวัตถุสมบัติสิ่งของ สมบุรณ์พูลสุข คาถาใด้ผ่านจิตอธิฐานลงในจิต ด้วยอภิญา และจึงเผยแผ่ให้มนุษ ผู้มีความปราถนาลาภ ใด้น้อมสวดสรรญเสริญ สักการะบูชา

    ด้วยเหตุนี้ ขอผู้ที่ปราถนาลาภ จงน้อมนำสักการะบูชา ทำความเคารพทำความรู้จัก กำหนดน้อมสู่ใจ ระลึกถึงท่านเป็นประธาน เมื่อจิต มีการศรัทธารู้จักแล้ว กระแสสัมพันย่อมเกิด ให้ระลึกมีกระแสถึงกันใด้ และด้วยอนุภาพของพระสีวลี ผู้มีลาภมาก และตัวพระคาถา มีการอธิฐานกำหนดไว้แล้ว ให้เกิดคุณให้เกิดอนุภาพแห่งลาภ สิ่งนี้เองจึงทำให้การสวดพระคาถาต่างของพระสีวลี จึงเกิดอนุภาพสูงยิ่ง

    ✨ เหตุนี้ เราทั้งหลายผู้ปราถนาทรัพย์ ควรน้อมจิตระลึกถึงคุณองค์พระสีวลี ระลึกด้วยจิตให้รู้?ให้ระลึกถึงก่อน และระลึกถึงพระคุณ คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม การระลึกคือสายสัมพัน ให้ถึงพร้อม อนุภาพของพระคาจะทรงอนุภาพทวีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง มีอนุภาพมากกว่าการสวดเฉยๆสวดผ่านไป จิตไม่น้อมลงสู่คาถาเท่าทีควร อนุภาพก็มีกำลังน้อย ที่ท่านให้สวดตามกำลังวัน. ก็เพราะเหตุนี้ เพื่อให้ระลึกอยู่ กำหนดมั่นอยู่ในแต่ระบท กำหนดรู้ในคุณของพระคาถา ให้ชำนาญ ในพระคาถา นั่นเอง ลองทำดูเองเทอญ รู้เรื่องทรงพลัง จนตนเองสัมพัสรู้ใด้ด้วยตนทีเดียว

    ผู้สวดก็สำคัญ การอารธนาคุณ ระลึกคุณ ถึงองค์ประธาน ผู้เป็นใหญ่ผู้เป็นที่พึ่ง น้อมนำกำหนดรู้ลงสู่ใจ ด้วยความศรัทธา กระแสขององค์ประธาน ย่อมส่งกระแสถึงผู้สวดใด้ฉันนั้น
    ยิ่งผู้สวดอยู่ในศีลในธรรม การสวดย่อมดีทรงอนุภาพขึ้นไปอีก เพราะคิดดี สว่างด้วยศีล เมื่อพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ บรรจบเข้าสู่ใจผู้มีใจสงบเย็นด้วยศีล ย่อมบังเกิดอนุภาพมากล้น ไม่มีประมาณ แล้วแต่บุญบารมีของบุคลนั้นเอง บุญบารมีเก่ามาก สวดมากระลึกถึงมาก ก็ยิ่งมาก
    แล้วแต่บุญบารมีตนทำมา สาธุ....
     
  12. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    · ขอนำเกล็ดการอธิษฐานน้ำมนต์ คุณแม่บุญเรือน ที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟส มาฝากครับ
    สำหรับหรับท่านที่สวดบทนี้อยู่

    คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม “ ประวัติธรรมคำสอน ”( เรือนบุญเติม เรือนเติมบุญ )
    พรวุฒิ ชมดวง


    . การตั้งน้ำอธิฐาน.
    (ให้บังเกิดอนุภาพสูงสุดศักดิ์สิทธิ์ เป็นทวีคูณ)

    ทำเช่นไร
    เนื่องจากมีเพื่อนๆถามกันเข้ามามากจึงขออธิบายเพิ่มเติม

    อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้ว ในเรื่องการตั้งน้ำอธิฐาน ถึงขั้นตอนต่างๆที่โพสไว้ทุกวันเสาร์
    คำกล่าว คำอธิฐานธรรม นั้นคือหัวใจสูงสุด ที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์เกิดอนุภาพอัศจรรย์ สามารถทำให้หายจากอาการป่วย จากโรคต่างๆใด้ ขอให้ท่านผู้มีความเคารพศรัทธามั่น ในองค์คุณแม่บุญเรื่อน อย่างมั่นเทอญ ต้องหายเป็นแน่แท้ ( ต้องหาย ต้องดีขึ้น ) ไม่เกินกรรม แต่บันทอนกรรมใด้

    ❤️ และสิ่งสำคัญ ในวิธีการตั้งน้ำอธิฐาน อีกสิ่งนึง ที่ทำให้น้ำที่ดื่มกินนั้น มีอนุภาพสูงสุดนั้นคือ นำ้อธิฐานที่ทำไว้ในวันเสาร์ ที่ใช้ดื่มกินตั้งแต่วันอาทิตย์ เป็นต้นมาจวบจนครบถึงวันเสาร์. น้ำที่ตั้งไว้ในวันเสาร์ที่แล้ว ที่เหลือเพียงเล็กน้อยนั้น มิควรทิ้ง ให้ท่านทั้งหลาย นำน้ำที่ตั้งไว้ในวันเสาร์ที่แล้ว น้ำมาตั้งอธิฐานใหม่ในวันสาร์ นำมารวมกับน้ำใหม่
    ❌ ข้อควรระวัง ให้ท่านผู้ศรัทธามั่น ให้นำน้ำใหม่ มาเทลงไส่น้ำเก่าเท่านั้น มิควร นะครับ มีควรนำน้ำเก่า มาเทไส่น้ำใหม่ จะเสียสมดุลไป
    การตั้งน้ำอย่างที่กล่าวนี้ นำน้ำใหม่มาเติมลงน้ำเก่า และอธิฐานทุกเสาร์เรื่อยๆๆๆๆๆไปเรื่อยไปๆๆๆๆ ทั้งน้ำเก่าที่ทรงอนุภาพอยู่แล้ว และทั้งน้ำใหม่ที่มีอนุภาพ จะเกิดพลังอนุภาพอย่างมหาศาล เกิดพลังอนุภาพรวมกันเป็นทวีคูณ จากการอธิฐาน จะทำให้น้ำอธิฐานที่ใชรักษาโรคภัยใข้เจ็บ นั้นมีอนุภาพจวบจนทุลุถึงสิ่งที่จะนำให้เกิดโรคถึงสกัดกั้นถึงโมเลกุล อีเรตตรอน โปรตรอน เลยที่เดียว
    อย่างที่คุณแม่กล่าวไว้ น้ำอธิฐานฉัน ถ้าใครตั้งมั่น อธิฐานทานเป็นประจำแล้ว มีอนุภาพ ถึงขนาดทำให้เนื้อหนังเป็นเนื้อทิพย์เลยทีเดียว
     
  13. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    070114ED-EC11-4399-9491-336380FB7776.jpeg สุดยอดเคล็ดวิธี
    สวดมนต์อย่างไรให้ชีวิตดีแบบฉับพลันทันตาเห็น!!!


    ก่อนที่จะเริ่มสวดมนต์นั้นควรทำสมาธิหรือรวมจิตให้นิ่ง ให้สงบเสียก่อน เพราะการสวดมนต์ที่จิตวอกแวกนั้นไม่เกิดผลแน่นอน เป็นการสวดของคนที่ไม่มีสติ สวดแบบนกแก้วนกขุนทอง ดังนั้นทำจิตให้นิ่งเสียก่อน

    เริ่มแรกนั้นต้องสมาทานศีล 5 เสียก่อน เพื่อปรับตนเองให้บริสุทธิ์มากที่สุดก่อนจะสวดมนต์ การสมาทานศีล 5 ก่อนนั้นเป็นการสร้างบุญใหม่ให้เกิดขึ้นจากศีล และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรทำทานเสียก่อน การทำทานนั้นทำได้ง่ายในบ้าน
    จะตั้งจิตให้อภัยทานแก่คน สรรพสัตว์ที่ละเมิดหรือทำให้เราเสียหายทั้งกาย วาจาใจก็เป็นทานที่ยิ่งใหญ่ฝ่ายทาน
    หรือให้อาหารแมว ให้อาหารหมา
    สัตว์เลี้ยงก็เป็นทาน
    หรือจะใช้วิธีที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งใช้
    คือ หากระปุกเล็กๆ วางไว้หน้าแท่นบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน แล้วหยอดเงินลงไปในกระปุกนั้น ตั้งจิตอธิษฐานเป็นการทำบุญ จะใช้ในการไปทำสังฆทานหรือใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น ก็ถือว่าทานนั้นสำเร็จแล้ว เป็นการสร้างบุญ
    ถ้าทำได้ตอนนี้ก็ครบทั้งทาน และศีลจากการสมาทานศีล 5

    ก็มาถึงการสวดมนต์เพื่อจะไปสู่การภาวนา ที่กลายเป็นการสร้างบุญได้ครบทั้ง 3 ขั้นเป็นบุญใหญ่มาก

    เคล็ดลับสำคัญอีกข้อหนึ่งในการที่จะสวดมนต์คาถาให้ได้ผลนั้น
    เมื่อเราสร้างบุญแล้ว เราต้องอุทิศถวายบุญกุศลนั้น เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่องค์ปฐม พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จนถึงองค์ปัจจุบัน

    และอุทิศโมทนาพระคุณความดี ของครูบาอาจารย์ท่านที่เป็นเจ้าของคาถา อุทิศแด่เทวดาประจำตัว พรหมเทพเทวดาทั้งหลาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ให้ท่านช่วยเมตตาดลจิตดลใจ เรา ได้มีโอกาส สร้างพลังบุญมากขึ้นไปอีกและทำเหตุให้ตรงกับผลที่เราปรารถนาอยากได้

    สำหรับการทำบุญอุทิศโมทนาพระคุณความดีไปให้เจ้าของพระคาถานั้น เป็นการแสดงความกตัญญู แสดงความเคารพและขอบพระคุณในพระคุณความดีของท่านที่ได้แต่งคาถาอันเป็นมงคล
    และเป็นการเชื่อมบุญระหว่างเรากับท่านให้มั่นคงแน่นแฟ้นมากขึ้น และการที่เรานำคาถานั้นมาใช้เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ เราต้องรู้และใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมด้วย ในการอธิษฐานแผ่บุญกุศลนี้

    อย่างเช่น ขออุทิศถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา นั้นสำหรับพระพุทธมนต์ที่มาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า เพื่อแสดงความนอบน้อมบูชาพระพุทธองค์
    ขออุทิศโมทนาพระคุณความดีนั้นใช้กับพระอรหันต์ พระโพธิสัตว์พระอริยสงฆ์ ที่เป็นเจ้าของพระคาถาหรือคาถา

    สำหรับครูบาอาจารย์ที่เป็นฆราวาสที่เป็นผู้ค้นคิดนั้นใช้คำว่า อุทิศบุญแด่...(บอกชื่อท่านไป) แต่ถ้าไม่รู้ ให้กล่าวถึงว่า อุทิศถึงครูบาอาจารย์ผู้เป็นคนแต่งพระคาถาหรือคาถาที่เรามาใช้สวด

    การใช้คำให้ถูกนั้น เป็นการแสดงเจตนาในความเคารพ เหมือนกับการจัดหิ้งพระ ที่ต้องรู้ว่าชั้นที่หนึ่งควรจัดพระพุทธรูปเป็นประธาน ชั้นที่สองเป็นพระอรหันต์ ชั้นที่สามเป็นพระโพธิสัตว์หรือพระอริยสงฆ์ ครูบาอาจารย์

    ที่บอกว่าการอุทิศโมทนาพระคุณความดีหรือการอุทิศบุญนั้น เป็นการเชื่อมบุญกับท่านเจ้าของคาถา และเป็นการขอให้ตัวเรานั้นมีส่วนร่วมในบุญของท่านที่มีมากมายมหาศาล
    จนประมาณไม่ได้ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและที่จะมีต่อไปในอนาคต เป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเราเองด้วย

    การเชื่อมบุญนั้น เป็นเคล็ดวิธีโบราณ เป็นการอุทิศบุญใหม่ที่เราทำเพื่อไปกระตุ้นบุญเก่าที่เราอาจจะมีร่วมกับครูบาอาจารย์ ซึ่งต้องบอกว่ามีแน่นอนแต่จะมีน้อยหรือมากแค่ไหนไม่ทราบ

    ที่บอกว่ามีเพราะแม้ว่าเราจะไม่เคยพบ ไม่เคยได้รับคำสั่งสอน หรือได้รับคาถาโดยตรงจากท่าน แต่ทำไมเราถึงเลื่อมใส และมีจิตผูกพันกับท่านและอยากให้ท่านได้ช่วยเหลือ หรืออยากให้คาถาของท่าน บันดาลให้เกิดผลดีต่อตนเอง

    เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะต้องมีการผูกพันกับท่านแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ตาม อาจจะเป็นคนรับใช้ เป็นญาติ เป็นลูกศิษย์ของท่านทั้งที่ใกล้ชิดหรือลูกศิษย์นอกกุฏิ หรือเคนร่วมสร้างบุญกับท่าน เป็นไปได้ทั้งนั้น

    อย่าลืมว่าก่อนที่เราจะเกิดมาเป็นคนในชาตินี้ เราต้องผ่านการเวียนว่าย ตาย เกิดมานับครั้งไม่ถ้วนแน่นอนและไม่เพียงแต่ที่เป็นคน ต้องเป็นมาหมดแล้วทุกเหล่าสารพัดสัตว์ทั้งหลาย

    และการเชื่อมบุญนี้ ถือว่าเป็นบุญใหม่ที่เราอุทิศไปมีส่วนร่วมบุญกับท่าน เพื่อให้ท่านรู้จักเรา เมตตาเรา เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ของเรา ที่เรานานๆ ไปหาท่านสักครั้งหนึ่ง กับญาติผู้ใหญ่ที่เราหมั่นไปเยี่ยมเยียนมีอะไรไปฝากไปไหว้ท่านเสมอ
    เวลาที่เรามีเรื่องเดือดร้อน ท่านผู้อ่านคิดว่าญาติผู้ใหญ่ท่านไหนจะช่วยเราแบบเต็มใจ เต็มที่

    แต่การที่จะเชื่อมบุญนั้น เราเองต้องมีบุญของตนไปเชื่อมด้วย ถ้าไม่สร้างบุญขึ้นมาที่เป็นของตนจะเอาบุญที่ไหนไปเชื่อมบุญกับท่านได้ สำหรับการสร้างบุญกุศลนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

    ขอให้ยึดหลักการทำบุญ แห่ง บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการไว้ เพราะเป็นการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องหลักพระพุทธศาสนา
    ขอบุญรักษา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มิถุนายน 2019
  14. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ขอเผยแพร่ เรื่องราว คุณยายชีนวล แสงทอง วัดภูฆ้องคำ จ.อุบลราชธานี ครับ
    เป็นบทความในกลุ่มเฟส
    เรื่องนี้ อยู่ในบทความของคุณอำพล เจน ครับ

    61985393_2363218533767118_4835218879837896704_n.jpg

    "ยายชี นี่ ไม่ธรรมดา...วิชา มีอยู่เต็มตัว"

    เท่าที่ข้าพเจ้า ได้สัมผัส #คุณยายชีนวล ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปีมานี้ เห็นว่าผู้ที่มาหายายชีนวล ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไป มักมาพึ่งพาอาศัย ขอให้ช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องต้องใช้ศาสตร์วิชา ยายชีนวล ก็สงเคราะห์ให้เป็นรายๆ

    อีกส่วนหนึ่งมา เพื่ออยากได้วิชา ซึ่งส่วนนี้ มักไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม แต่เป็นพวกที่หวังได้คาถาศักดิ์สิทธิ์ ไปทำประโยชน์ตน ยายชีนวล มักปฏิเสธไปว่า

    “ข้อยบ่ฮู้ บ่จัก อีหยังสักอย่าง หนังสือก็ไม่ได้เรียน เรื่องนี้ ถ้าบุญของพวกเจ้าเคยสร้าง มันจะมาเอง รู้เองดอก”

    เรื่องศาสตร์วิชาแปลกๆ ของยายชีนวล เคยได้ยินผู้ใกล้ชิดยายชีนวล เล่าว่า สมัยก่อน ท่านมีวิชาหนูกับแมว ทำเป็นน้ำมันขึ้นมา เอาไปป้ายหนูกับแมว แล้วมันจะไม่กัดกัน ขังไว้ในกรงเดียวกัน ก็ไม่ทำร้ายกัน คงจะคล้ายๆกับที่อาจารย์ชุม ไชยคีรี เคยทำไว้ แต่ต้นเค้าวิชา ไม่ทราบมาทางเดียวกันหรือเปล่า

    เดี๋ยวนี้ ยายชีนวลเลิก ไม่ทำอีกแล้ว เข้าใจว่าตั้งแต่รู้จักกราบไหว้ หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง เรื่องวิชาคาถาอาคม จึงเพลาๆลงไป หันมาตั้งใจปฏิบัติจิต ทำความเพียรภาวนาแทน

    ถ้าเอ่ยชื่อ หลวงพ่อชา ให้ยายชีนวล ได้ยินเมื่อไหร่ ท่านจะยกมือไหว้ท่วมหัวเมื่อนั้น ท่านยึดถือว่าเป็นครูบาอาจารย์สำคัญ อีกองค์หนึ่ง

    ในส่วนที่เป็นของขลัง เท่าที่เห็นยายชีนวลทำแจก ให้ญาติโยมนั้น เป็นรังไหม ข้าพเจ้าเคยได้รับและยังเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

    แต่ไม่ทราบว่ารังไหมนั้น มีคุณอย่างไร ด้วยไม่เคยถาม แว่วๆเป็นเลาๆว่า เอาไว้คุ้มตัว รักษาตน เหมือนตัวไหมมีรัง เป็นเปลือกหุ้มคุ้มภัย

    อีกอย่างหนึ่ง ที่ท่านชอบแจก ให้ผู้ใกล้ชิด คือแป้งหอม และ น้ำอบไทย แล้วให้คาถาไปสวดภาวนากำกับ ข้าพเจ้าเคยได้รับ แต่จำคาถาไม่ได้ จึงไม่เคยใช้

    แต่รับรองได้ว่า ยายชีนวลนี้ ไม่ธรรมดา

    เหมือนที่...หลวงปู่คําพันธ์ โฆสปัญโญ ได้อุทานขึ้น เมื่อเห็นยายชีนวลครั้งแรก ที่วัดธาตุมหาชัย นครพนม ว่า

    "ยายชี นี่ ไม่ธรรมดา...วิชา มีอยู่เต็มตัว"

    Cr : อำพล เจน
     
  15. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    ประวัติคุณยายชีนวล แสงทอง

    เกิดวันศุกร์ วันที่ เดือน ปี พ.ศ. ไม่ปรากฏแน่ชัด เป็นบุตรสาวคนโต มีพี่น้องทั้งหมด 11 คน ได้เสียชีวิตแล้ว 10 คน ยังคงเหลือน้องสาวสุดท้องเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่

    ครั้นเมื่อคุณยายชีนวล มีอายุได้ 18 ปี ได้ป่วยเป็นโรคฝีที่คอ โดยใช้หมอพื้นบ้านทำการรักษาด้วยยาสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ในสมัยนั้นยังไม่มียารักษาโรคเฉพาะเหมือนปัจจุบันนี้ จะมีได้ก็เพียงสมุนไพรอย่างเดียว ซึ่งในการรักษาอาการป่วยของคุณยายไม่ดีขึ้นเลย อีกทั้งอาการยังหนักกว่าเดิมอีกฝีได้ลุกลามไปทั้งลำคอ ขณะนั้นได้มีหมอดูมาทักว่าถ้าอยากหายจากโรคฝีที่เกิดขึ้นในลำคอ ให้ไปรักษากับพระหมอยาที่ภูมะโรง ประเทศลาว ซึ่งคุณยายก็ได้เชื่อตามที่หมอดูบอกและได้ดั้นด้นเดินทางข้ามแม่น้ำโขง โดยเรือกำปั่น ไปยังประเทศลาว ตามคำบอกเล่าของหมอดูเพื่อมุ่งหน้าไปที่ ภูมะโรง เพื่อที่จะไปหาพระภิกษุรูปหนึ่งที่ภูมะโรง เพื่อที่จะรักษาโรคฝีในลำคอของท่าน เมื่อดั้นด้นถึงภูมะโรง และได้เจอกับพระภิกษุ ที่ตนเดินทางมาหาแล้ว พระภิกษุรูปนั้นเมื่อเจอคุณยายได้บอกว่า

    " ฝีที่ลำคอนี้จะรักษาด้วยอะไรก็ไม่หาย ยาที่จะรักษาให้หายได้ต้องรักษาด้วยยามโหสถ คือ การบวชรักษาศีล8 ปฏิบัติธรรม "

    ภายหลังคุณยายชีนวล ได้ทราบว่าพระภูกษุรูปนั้นมีนามว่า พระอาจารย์ลุน หรือ ครูบาลุน ท่านก็ได้บวชชีให้คุณยาย เพื่ออยู่ปฎิบัติธรรมภาวนาที่ภูมะโรง

    อัศจรรย์แห่งยามโหสถ

    หลังจากที่คุณยายได้บวชชีถือศีลภาวนา ปฏิบัติตามที่พระอาจารย์ลุน ท่านแนะนำควบคู่กับการฉันน้ำต้มยาสมุนไพร อัศจรรย์แห่งยามโหสถก็บังเกิดโรคฝีที่ลำคอท่านก็ค่อยๆยุบลง และหายขาดในที่สุด เกิดความเคารพศรัทธาในปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติ ของพระอาจารย์ลุน อย่างแรงกล้าและได้ถือสัตย์ปฏิญาณว่าจะถือศีล ภาวนาและปฏิบัติ โดยการปฏิบัติของคุณยายท่านจะเคร่งครัดถือปฎิบัติแบบเอาเป็นเอาตายแบบเอาชีวิตเข้าแลก ท่านจะถือธุดงค์วัตรเป็นหลัก

    ( พระอาจารย์ลุน หรือ ครูบาลุน นั้นก็คือองค์เดียวกันกับ สำเร็จลุน แห่ง สปป.ลาว )

    หลังที่คุณยายบวชที่ภูมะโรงแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย จนเวลาผ่านไปนับ 10 ปี พ่อแม่ญาติพี่น้องจึงได้ข่าวว่าคุณยายชีนวลตายแล้ว ถูกงูเหลือมยักษ์กิน ที่ลาว พ่อแม่ญาติพี่น้องจึงได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้คุณยาย เพราะทราบข่าวว่าคุณยายตายแล้ว

    แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ๆ คุณยายชีนวล ได้ปรากฏตัวขึ้นให้ญาติพี่น้องได้เห็น ที่บ้านนาทม ตำบลสำโรง อำเภอพิบูลมังสาหาร ในสมัยนั้นซึ่งตอนนี้เป็น อำเภอตาลสุม

    โดยได้ธุดงค์จากประเทศลาวข้ามทาง หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม ธาตุพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ผ่านมายังจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้เดินธุดงค์เดินเท้ามาตลอดเส้นทาง พบสัตว์ป่าน้อยใหญ่ดุร้ายนานาชนิด ทั้งยัง ภูตผีปีศาจต่างๆนานา แต่คุณยายก็หาได้รับอันตรายไม่ตรงไหนที่ว่าแรง ผีเฮี้ยน เจ้าที่ดุ ท่านจะไปปักกลดอยู่ทันทีเพื่อแผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ตลอดทั้งวิญญาณ ภูตผี ปีศาจ ให้พ้นจากทุกขเวทนาต่างๆ

    หลังจากธุดงค์เรื่อยมาจนถึงบ้านเกิด และปรากฏตัวให้พ่อแม่พี่น้องได้เห็น ทุกคนต่างปราบปลื้มดีอกดีใจ เมื่อเห็นว่าคุณยายยังมีชีวิตอยู่ และท่านได้ปรากฏตัวที่บ้านเกิดไม่นาน ก็ได้ออกธุดงค์ต่อ

    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
     
  16. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    เรื่องเล่าคั่นรายการ คุณยายชีนวล ครับ
    "เท้า...ไม่ติดพื้น"


    แม้นว่า...วัดภูฆ้องคำ จะอยู่ไกลกันดาร แต่สานุศิษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธา ก็หลั่งไหลมาไม่ได้ขาด ทั้งทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน หรือ แม้แต่พระเณร ต่างก็มาด้วยเชื่อมั่น ในวัตรปฏิบัติของ #คุณยายชีนวล ว่าควรค่าแก่การมาสักการะ และ ปรึกษาข้อธรรม

    พระอาจารย์หน่อย(ไม่ทราบชื่อ ฉายา)เจ้าอาวาสวัดบ้านยาง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี เล่าว่า

    "เคยเห็นยายชี...เดินจงกรม...โดยที่...เท้าไม่ติดพื้น"


    Cr : อำพล เจน
    61094812_2349821201773518_7794743456097632256_n.jpg
     
  17. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    คุณยายชีนวล แสงทอง แห่งวัดภูฆ้องคำ (ต่อ)

    หลังจากปรากฏตัวที่บ้านเกิดได้ไม่นาน คุณยายชีนวล ก็ได้ออกธุดงค์ไปยังบ้านเกิดของบิดา และได้ชักชวนเพื่อนแม่ชีสาวอีก 2 คนไปร่วมปฏิบัติธรรมกับท่าน โดยได้ธุดงค์ไปยังภูสามส้วม อยู่ในเขตอำเภอเขมราฐ ปัจจุบันนี้ขึ้นเป็นเขตอำเภอโพธิ์ไทร และได้ปักกรดปฏิบัติธรรม ที่ป่าภูสามส้วม ราว 10 วัน

    ขณะที่ปฏิบัติธรรมที่ภูสามส้วมนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ขณะนั้นได้มีเสือโคร่งผ่านมายังจุดที่คุณยายและเพื่อนแม่ชีทั้งสองปฏิบัติธรรมอยู่ เสือโคร่งตัวนั้นได้เดินมายังคุณยายแล้วจ้องมองคุณยายอยู่สักพัก โดยมิได้ทำอันตรายใดๆให้กับคุณยาย จากนั้นเสือตัวนั้นได้เดินไปยังเพื่อนแม่ชีที่นั่งอยู่ห่างคุณยายราว 10 เมตร ในระยะที่กะชั้นชิดหมายจะทำอันตรายให้เพื่อนคุณยาย เหมือนจะตะครุบกิน ทำให้เพื่อนคุณยายเกิดอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง

    ซึ่งขณะเองคุณยายได้กำหนดจิตแผ่เมตตาไปยังเสือโคร่งตัวนั้น จู่ๆเสือตัวนั้น ก็เปลี่ยนท่าทีจากอาการดุร้าย แล้วเกิดอาการเชื่องขึ้นมาอย่างแปลกใจแล้วก็ได้เดินหนีไปอย่างสงบ

    หลังจากนั้น 2-3 วันเพื่อนแม่ชี ของคุณยายได้เกิดอาการป่วยหนักอย่างกระทันหัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่ตนเองจะโดยเสือกินและต่อมาได้เสียชีวิตลง เมื่อจัดการเกี่ยวกับงานศพของเพื่อนแม่ชีแล้ว บิดาของท่านได้ขอร้องให้ท่านสึกออกมาช่วยครอบครัวทำนา

    คุณยายจึงได้สึกออกมาช่วยบิดาทำไร่ทำนาตามที่บิดาขอร้อง หลังจากสึกออกมาช่วยบิดาทำไร่ทำนา ถึงแม้จะสึกออกมาแล้วคุณยายก็ยังปฏิบัติธรรมทุกอย่างเหมือนอย่างที่ท่านเคยบวช จนกระทั่งผู้เป็นบิดาได้หาสามีให้ท่านก็มิได้เคยขัดและได้ย้ายตามสามีมาทำไร่ทำนา อยู่กินกันที่บ้านจิกลุ่ม ตำบลจิกเทิง อำเภอพิบูลมังสาหาร ( ปัจจุบันเป็นอำเภอตาลสุม ) จังหวัดอุบลราชธานี

    คุณยายและสามีมีบุตรด้วยกัน 4 คน ซึ่งที่อยู่ที่ทำกินไม่อยู่ในหมู่บ้าน แต่ต้องออกมาปลูกกระท่อมอยู่ในบริเวณชายป่าเป็นที่อยู่อาศัยและบุกเบิกพื้นที่ทำไร่ทำนา ทำมาหากิน ป่าชายบ้านในสมัยนั้นเป็นป่าที่อึมครึมน่ากลัวยามค่ำคืนไม่ค่อยมีใครกล้าผ่านและเข้าไปบุกเบิกทำมาหากิน

    แต่คุณยายไม่เคยกลัวอันตรายใดๆทั้งสิ้น แม้ท่านจะมีสามี แต่ท่านก็ปฏิบัติธรรมเหมือนอย่างที่ท่านเคยทำมาตลอดเช่นเดิม เมื่อเว้นจากการทำไร่ทำนาคุณยายก็จะเผาถ่านขาย เพื่อนำเงินไปซื้อข้าวปลาอาหารไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญสังฆทาน บุญกองบวช บุณกฐิน งานบุญต่างๆ ร่วมสร้างกุฏิ ร่วมสร้างศาลา คุณยายจะทำอยู่เป็นประจำมิเคยขาด

    ท่านถือศีลห้าอย่างเคร่งครัด จะบอกกับลูกๆอยู่เสมอว่า " แม่ไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต " แม้แต่ปลาที่สามีหามาได้ท่านจะทำเฉพาะตัวที่ตายแล้ว แต่ถ้านำปลาเป็นๆมาให้คุณยาย ท่านจะเอาไปปล่อยเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ขณะที่อยู่กับสามีและลูกๆ คุณยายจะออกไปปฏิบัติธรรมในป่าอยู่เพียงลำพัง

    จนกระทั้งถึงปี พ.ศ. 2522 คุณยายได้ขอสามีและลูกๆ ออกบวชอีกครั้ง เพื่อให้พ้นทุกขเวทนา จะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก ซึ่งสามีและลูกๆ ก็มิได้ขัดที่คุณยายจะบวชอีกครั้ง ซึ่งการออกบวชครั้งนี้คุณยายได้เร่งบำเพ็ญเพียร ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ปี 2526 สามีของคุณยายได้ป่วยหนัก ลูกๆได้ส่งข่าวให้ทราบเพื่อที่จะให้ผู้เป็นแม่มาเยี่ยมและดูใจผู้เป็นสามี ทุกคนกลับได้รับคำตอบมาว่า " แม่ไม่ใช่หมอ ถึงไปดูอาการป่วยก็ไม่หาย " และในเดือนธันวาคมปีนั้นเอง สามีคุณยายก็ได้เสียชีวิตลง

    (ติดตามตอนต่อไป)
     
  18. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    "ดับ...ไฟป่า"


    คุณประสิทธิ์เล่าว่า ทีแรกยังไม่ถึงกับเชื่อถือ ในคุณวิเศษ ว่ามีจริงในตัวยายชีนวล แสงทอง


    แค่เลื่อมใส ในความเป็นนักปฏิบัติ จนกระทั่งเกิดเหตุ ที่ทำให้ต้องเชื่อขึ้นมา ในวันหนึ่ง


    เรื่องนี้ คุณประสิทธิ์ ให้คำรับรองว่า อยู่ในเหตุการณ์ ได้รู้ได้เห็น ด้วยตาตนเอง


    ประมาณหน้าแล้งปี ๒๕๔๑ เกิดไฟป่า ไหม้จากนอกวัดภูฆ้องคำ ลามเข้ามาหากุฏิยายชีนวล อย่างน่ากลัว


    รอบๆวัด คือป่าต้นเลาและหญ้าคาแห้ง บนพื้นที่กว้าง สุดลูกหูลูกตา ไฟจึงลามไหม้ อย่างรวดเร็วและรุนแรง


    เกิดเปลวไฟสูง ๔-๕ เมตร ลมแรงโหมกระพือไฟเข้าใส่ คุณประสิทธิ์เชื่อว่า ไฟนรก คงเหมือนไฟป่าหนนี้ มีทั้งเสียงลม เสียงฮือๆ ครืนของไฟ ที่เกิดมาไม่เคยพบเห็น ว่ามันจะน่ากลัวขนาดนี้


    ลูกศิษย์ ๒ คนที่เป็นชาวบ้านแถวนั้น วิ่งเข้ามาวัด เพื่อจะช่วยขนข้าวของ ออกจากกุฏิยายชีนวล หนีให้พ้นไฟ


    #คุณยายชีนวล บอกว่า


    "ไม่ต้องขน ไฟมันรู้จักว่า ถ้าไหม้กุฏิ เราจะไม่มีที่อยู่ ไฟจะไม่ไหม้กุฏิเรา"


    ยายชีนวล...บอกให้ลูกศิษย์คนหนึ่ง ตักน้ำใส่ครุถัง เอาไปวางขวางไฟไว้ ประมาณห่างจากกุฏิ ๓ เมตร


    ไฟที่เหมือนไฟนรก มอดดับลง อย่างรวดเร็ว



    Cr : อำพล เจน
     
  19. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    "งูกัด...ก็ต้องภาวนา...ตาย"

    62183398_1093211204222379_7644634958987788288_n.jpg

    #คุณยายชีนวล ถูกงูเห่ากัด ก่อนถูกงูเห่ากัด ท่านฝันว่า พระพุทธรูปองค์ใหญ่ลอยมา พอรุ่งขึ้น ก็ทำกิจวัตรตามปกติ หุงหาอาหารกินเอง

    ถ้าแข็งแรงดีอยู่ จะไม่ยอมให้ใครทำอาหาร จะต้องทำเองกินเอง ยายชีกินเนื้อสัตว์เพียงแต่น้อย ถ้าใส่หมู ก็เรียกว่าใส่วิญญาณหมู เน้นผักเป็นส่วนใหญ่

    หลังกินอาหารแล้ว นั่งพักผ่อนอยู่ รู้สึกเจ็บแปลบที่เท้า เห็นงูเห่าอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ค่อยๆ หมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมา ก็เข้ากุฏิปิดประตูเงียบ ไม่ออกมาตลอดวันและคืน ไม่ยอมให้ใครพาไปหาหมอ คงตั้งใจภาวนาตาย อย่างนักปฏิบัติ

    เช้าวันรุ่งขึ้น ยายชีก็ไม่ตาย หนำซ้ำแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า เดินเหินคล่องแคล่ว เป็นพิเศษ

    ภายหลังยายชีนวล ได้บอกว่า

    "งูที่กัดนั้น ไม่ใช่งู แต่เป็นพญากรรม"

    Cr : อำพล เจน
     
  20. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    359
    ค่าพลัง:
    +6,053
    "เครื่องรางฯ...ที่หาดูยาก"

    ตะกรุด...รังไหม(ลูกศิษย์ของ ยายชีนวล จะเรียกรังไหมนี้ว่า "ฝักดอก")

    62419384_1093215814221918_5741739287494262784_n.jpg

    (ภาพประกอบ...จากศิษย์คุณยาย ท่านหนึ่ง)

    เป็นเครื่องรางฯ ที่หาดูยาก ทุกวันนี้ ไม่เห็นเกจิองค์ใด สร้างออกมา เพราะเป็นวิชาจำเพาะ ตามสาย

    " รังไหมนิยม " คุณยายท่านเป็นผู้สร้างและ อธิฐานจิตเอง โดยท่านจะใช้เกศาของท่าน และ พันด้วยใยไหมเหมือนรังไหมตัวอ่อนของดักแด้ มีพุทธคุณปกป้องปกปักรักษาคุ้มครองป้องกันภัย และ เป็นเมตตามหานิยมอย่างเอกอุ บางท่านเรียกว่า " ตะกรุดรังไหมนิยม " เป็นอีกหนึ่งของดีของคุณยายท่าน ที่หาได้ยาก เพราะมีจำนวนน้อย
    #คุณยายชีนวล แสงทอง วัดภูฆ้องคำ อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี
     

แชร์หน้านี้

Loading...