เร่งรัดเจ้ากรรมนายเวร..!

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย tamsak, 19 ธันวาคม 2010.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. tamsak

    tamsak ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    7,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    22
    ค่าพลัง:
    +161,188
    ถาม : มีคนเขาบอกว่า การสวด อาการวัฏฏสูตร เป็นการเร่งเจ้ากรรมนายเวรจริงหรือเปล่าครับ ?

    ตอบ : ตรงนี้ไม่น่าจะจริงนะ เรื่องของเจ้ากรรมนายเวร โอกาสที่คุณจะไปเร่งรัดไม่มีทั้งนั้น

    เรื่องของกรรมพระพุทธเจ้าแบ่งออกเป็น ๓ หมวด ๑๒ ประเภท ให้ผลตามวาระ ให้ผลตามลักษณะ ให้ผลตามความหนักเบา จะแบ่งกันเป็นระยะๆ อันนี้มา อันโน้นไปอะไรอย่างนี้ ของเขาจะจัดลำดับกันตามเวลา ตามลักษณะ ตามหนักเบาของเขากันเอง

    คุณไม่มีสิทธิ์จะไปนั่งเร่งเขาหรอก ยกเว้นอย่างเดียวว่า เร่งความดีเพื่อหนีกรรมให้มากเข้าไว้

    ถ้ามีบทสวดประเภทชุมนุมเจ้ากรรมนายเวรได้ก็ดีนะ เรียกว่าอะไรนะ อาการวัฏฏสูตรใช่ไหม ? ถ้าเป็นไปได้ก็ดี จะได้ตกลงกันไปเสียทีเดียวเลยว่า ถ้าแน่จริงก็ทวงให้ตายๆ ไป จะได้หมดเรื่อง ไม่ต้องเสียเวลามาทนอยู่อย่างนี้

    พยายามเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าหรือของหลวงพ่อเข้าไปจับสิ่งต่าง ๆ แต่ที่อยู่ในพระไตรปิฎกนั่นคือหลักเลย ตามหลักการนั้น แต่ว่าส่วนใหญ่พวกเราขี้เกียจค้นคว้า..ใช่ไหม ? ก็ต้องเดือดร้อนถึงพระ

    ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ให้ผลในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น

    ครุกรรมฝ่าย กุศล คือ กรรมหนักฝ่ายดี กับ

    ครุกรรมฝ่าย อกุศล คือ กรรมหนักฝ่ายชั่ว

    อุปปัชชเวทนียกรรม ให้ผลในชาติที่ ๒

    อปราปรเวทนียกรรม ให้ผลในชาติที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ มันไล่ไปเรื่อย จนหมวดท้ายๆ เป็นอโหสิกรรมเลิกแล้วต่อกัน

    ฉะนั้น..วาระเวลาของการให้ผลเขามีอยู่ เราจะไปเร่งรัดอะไรของเขาไม่ได้ทั้งนั้น ต้องเป็นไปตามหนักเบาของการกระทำ แต่อัศจรรย์อยู่อย่างหนึ่งคือ กรรมที่เรารู้สึกว่าหนัก แต่ให้ผลแล้วก็แล้วกันไป แต่กรรมที่เรารู้สึกว่าเบา ให้ผลแล้วก็ยังให้ผลไปเรื่อย ๆ แปลกดี

    เช่น เราทำครุกรรมฝ่ายกุศล โดยถวายทานกับพระที่ออกนิโรธสมาบัติ เราจะรวยวันนั้นเลย แต่ว่าได้ตอนนั้นครั้งเดียว แล้วเลิกกันเลยไม่มีผลต่อเนื่อง

    ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าคุณ ถวายสังฆทาน แม้จะไม่หนักเท่านั้น แต่ว่าชาติต่อไปคุณรวย เป็นพระเจ้ามหาจักรพรรดิ เป็นมหากษัตริย์ เป็นมหาเศรษฐีตามหลังยาวไปเรื่อย กลายเป็นว่าของหนักให้ผลครั้งเดียว

    ถ้าเปรียบเหมือนกับพวกพืชผัก เช่น การเพาะถั่วงอก ให้ผลเร็วมากแต่เก็บครั้งเดียวหมด แต่ขณะเดียวกันถ้าเป็นผลไม้ยืนต้นจะให้ผลช้า อาจจะชาติที่ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่เมื่อให้ผลแล้ว จะให้ไปเรื่อยๆ

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๔


    ที่มา : http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2338




    .
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...