เล่าขานตำนานรามายณะ ตอนที่ 4 : ฤาษีวิศวามิตรขอราชบุตร

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย joni_buddhist, 26 มิถุนายน 2021.

  1. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    203
    ค่าพลัง:
    +63,447
    122450907.jpg

    วันเวลาผ่านไปจนสิบหกปี บัดนี้ราชกุมารทั้งสี่ ของอโยธยาเรียนจบศิลปศาสตร์จากสำนักพระวสิษฐ์มุนีแล้ว โดยองค์ชายรามนอกจากจะเป็นที่รักของราชาทศรถแล้วองค์รามยังเป็นเสมือนหนึ่งโซ่ทองคล้องใจประชาชนชาวอโยธยาด้วย ทุกที่ในอโยธยามีแต่ผู้สรรเสริญองค์รามเจ้าชายหนุ่มแห่งอโยธยา แต่แล้ววันหนึ่งราชาทศรถก็ต้องตกพระทัยดั่งอสุนีบาตฟาดกลางใจ ด้วยมี พรหมมุนีผู้เดินทางมาไกลจากต่างถิ่นเพื่อมาขอบางอย่างจากองค์ราชาแห่งอโยธยา ใช่แล้ว พรหมมุนีนั้นคือ พรหมฤาษีวิศวามิตรผู้มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นยอดแห่งฤาษีเท่าเทียมกับพระฤาษีวสิษฐ์ ฤาษีวิศวามิตรต้องการให้เจ้าชายรามไปช่วยกำจัด อสูรพาลทั้งสามแม่ลูก คือ ทัตกา(ไทยเรียก กากนาสูร) มารีศ สุพาหุที่อาศัยยังป่าทัตตกะ โดยพวกมันได้รับคำสั่งราพณ์พนาสูรให้มาทำลายการประกอบพิธีของเหล่าฤาษีนักบวชเพื่อไม่ให้มีมนุษย์ตนไหนมาทำลายตนได้ ซึ่งอสูรสามแม่ลูกนั้นได้ทำลายพิธีทางศาสนาและกองกูณฑ์ของบรรดาเหล่าฤาษีมามากมาย โดยพระมุนีกล่าวว่าเป็นหน้าที่ของรามบุตรคนโตแห่งราชาทศรถ หากแต่ท้าวทศรถเห็นว่าบุตรชายตนยังเยาว์นักจึงไม่อยากให้ไปปราบเพราะเกรงพลังของอสูรจะทำให้บุตรตนสู้ไม่ได้ ทั้งในใจท้าวทศรถเองก็ไม่อยากห่างรามลูกชายผู้เป็นที่รักแม้เพียงสักวัน พระวสิษฐ์ก็เกลี้ยกล่อมราชาทศรถว่า นี่เป็นภารกิจที่จะนำเกียรติมาสู่เจ้าชายราม และอโยธยาทั้งเป็นหน้าที่ของสายวงศ์อิกศวากุที่ต้องทำหน้าที่คุ้มครองเหล่าฤาษีนักสิทธิ์ที่ชอบธรรม ท้าวทศรถจึงจำใจให้รามออกเดินทางไปกับฤาษีวิศวามิตร ในขณะที่พระลักษมณ์ราชอนุชาไม่อาจทนเห็นรามผู้เชษฐาออกไปผจญอันตราย จึงขออนุญาตท่านฤาษีวิศวามิตรตามพระเชษฐาไปด้วย พระฤาษีวิศวามิตรอนุญาต เจ้าชายทั้งสองและพรหมฤาษีจึงออกเดินทางออกจากรุงอโยธยา เมื่อประชาชนชาวอโยธยาทราบเรื่องก็ต่างตามมาส่งองค์รามและลักษมณ์อย่างเนืองแน่น .........

    ทั้งสามเดินทางมาเรื่อยๆออกจากอโยธยาจนมาถึง สถานที่หนึ่งที่พระศิวะเคยนั่งภาวนา และได้แผดเผาพระกามเทพจนเป็นขี้เถ้าก่อนจะทรงสมรมกับพระนางปาราวตี พรหมฤาษีวิศวามิตรจึงให้องค์รามและลักษมณ์เรียนมนต์อธิพลมนตรา ซึ่งเป็นมนตราที่พระแม่สุรัสวดีเทวีแห่งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และชายาของพระพรหม ได้มอบมนตร์นี้ให้แก่พระฤาษีวิศวามิตร โดยมนตร์นี้เป็นมนตร์ที่ผู้ภาวนาจะรอดพ้นอันตรายทั้งปวยและทำให้ไม่หิวแลกระหายน้ำด้วย ทั้งองค์รามและลักษมณ์ก้มลงกราบพระฤาษีวิศวามิตรถือให้ท่านเป็นคุรุของตนเมื่อเดินต่อมาสักพัก ก็ถึงแนวชายป่าก่อนจะเข้าไปในใจกลางป่าทัตตกะ พระวิศวามิตรจึงให้เจ้าชายทั้งสองพักค้างแรมเสียก่อน พระลักษมณ์ได้ถามถึงความเป็นมาของสามอสูร ต่อพระฤาษี ท่านจึงเล่าว่า เดิมป่าทัตตกะเป็นป่าที่ส่วยงามนามว่าการุศ พญายักษ์สุเกตุผู้เป็นบุตรบุญธรรมพระนางปาราวตีได้มีบุตรีเป็นยักษ์ที่สวยงามนามว่าทัตกานางได้แต่งกับยักษ์ผู้ถือศีลนามว่า สุนันทะ เมื่อนางคลอดบุตรนามว่ามารีศและสุพาหุ สามีของนางก็ตายลง นางจึงเสียใจดื่มแต่น้ำเมาจนขาดสติเมื่อมหาสัปตฤาษีนามว่าอคัสตยะเดินทางผ่านมายังป่านางได้เข้าไปยวนยั่วท่านฤาษีและหมายจะเอาพระฤาษีเป็นสามี พระฤาษีท่านโกรธจึงสาปให้ทัตกาและบุตรเป็นอสูร และนางทัตกาจะพ้นคำสาปต่อเมื่อตายด้วยศรของพระวิษณุเป็นเจ้าที่อวตารมาบนโลก ต่อจากนั้นทัตกาก็กลายเป็นอสูรร้ายและได้เข้าไปรับใช้ราพณ์พณาสูร ราพณ์จึงใช้ให้ทั้งสามแม่ลูกคอยก่อกวนการประกอบพิธีบูชาของเหล่าฤาษีและเนื่องจากมุนีอคัสตยะได้สาปนางและป่าแห่งนี้จากการุศที่สวยงามกลายเป็นป่าแห่งคำสาปทัตตกะไป พวกเจ้าทั้งสองจงพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้เจ้ายังต้องเจออะไรอีกมากมาย พระมหาพรหมฤาษีให้เจ้าชายทั้งสองพักผ่อน โดยในห้วงคำนึงของพระฤาษีที่มองไปยังองค์รามทำให้ท่านเห็นว่า องค์ราม ช่างคล้ายพระศรีหรินารายณ์เป็นเจ้าผู้คุ้มครองโลกมาทุกสมัย ในผู้ทรงเคยบอกกับมหาฤาษีวิศวามิตรว่าเมื่อคุณธรรมเสื่อมทรามลงพระองค์จะอวตารลงมาเพื่อประดิษฐานคุณธรรมอีกครั้ง แล้วพระฤาษียิ้มก็กล่าวคำบูชาพระนารายณ์ว่า
    " โอม ศานตาการัม ภุชะคะสะยะนัม สักการะ มังคละ การะนัม ตุภยัม นะมามิ นะมามิ ศรีปติ ตรีจักกปติ นารายะนัม" และก็เริ่มเข้าสู่ฌานของตนต่อไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...